กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 558 :
ก้าวข้ามอุปสรรคความเจ็บปวดมุ่งไปข้างหน้า
ในตอนแรก อู่ อวี้ คิดว่า หมิงซวง จะเล่นลูกไม้
ต้องการของแลกเปลี่ยน เป็นการตอบแทนอันใด
เสียอีก
ทว่ากับตรงกันข้าม นางหาได้สนใจเรื่องของตอบ
แทนแลกเปลี่ยนไม่ อาจด้วยเพราะพวกเขาทั้งสอง
เริ่มคุ้นเคยรู้จักซึ่งกันแลกันมากขึ้นก็เป็นได้
หมิงซวงจัดเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่อง กายาเพชรอมตะ
จนถึงขั้นที่ 6 อย่างน้อยก็จนกว่า กายาเพชรอมตะ
ของ อู่ อวี้ จะเข้าสู่ขั้นที่ 7 นางก็ยังคงสามารถ
ช่วยเหลือ อู่ อวี้ ได้
ปัจจุบันฝีมือของ อู่ อวี้ นับว่าก้าวรุดหน้าขึ้นเรื่อย
ๆ ซึ่งมันทำให้เขาเข้าใจอะไร ๆ ได้อย่างลึกซึ้งมาก
ยิ่งขึ้น ซึ่งผู้ที่เป็นตัวแปรสำคัญของเขาอีกบุคคล
หนึ่งก็คือ หมิงซวง นับตั้งแต่ 1 สมัยกาลก่อน นาง
คือบุคคลผู้ทรงพลังอำนาจอย่างแท้จริง
ดินแดนโบราณเหยียนหวง นั้นเป็นสมรภูมิรบของ
นางในอดีต หรืออาจจะเดาได้ว่า ดินแดนโบราณ
เหยียนหวง เป็นถิ่นฐานบ้านเกิดเมืองนอนของนาง
ก็ว่าได้
ในสถานที่แห่งนี้ นางสามารถรับมือกับการโจมตี
ของฝูงชนจำนวนมากได้ ซึ่งแน่นอนว่านางจะต้อง
เป็นผู้ที่เปียมล้นไปด้วยความสามารถอย่างแน่นอน
คาดว่านางเองก็คง มีเรื่องราวมากมายเก็บงำเอาไว้
อีกหลายเรื่อง อาจด้วยเพราะเวลาได้ล่วงเลยผ่าน
มาเนิ่นนานแล้ว จึงทำให้นางไม่อยากใส่ใจจะ
กล่าวถึงมันสักเท่าใด
ตอนนี้ในห้วงทะเลลึก หมิงซวงซึ่งอยู่ในจิตสำนึก
ของ อู่ อวี้ กำลังท่องบัญญัติคาถาของ กายาเพชร
อมตะ ขั้นที่ 4 นั่นก็คือ ‘กายาเจ้ามังกรสักการะ
ราชันอรหันต์ไม่ดับสูญ’ ให้แก่ อู่ อวี้ ฟัง
อันที่จริง อู่ อวี้ เคยเห็นบัญญัติคาถานี้มาก่อน ทว่า
ในเวลานั้นความแข็งแกร่งของเขายังไม่ถึงขั้น ด้วย
เวลาผันผ่านจึงทำให้เขาลืมเลือนข้อความที่เคย
อ่านผ่านตามาก่อน แต่ตอนนี้เขามีต้นทุนความ
แข็งแกร่งเพียงพอแล้ว จึงอยากที่จะท้าทาย ด้วย
การยกระดับเข้าสู่ ‘กายาเจ้ามังกรสักการะราชัน
อรหันต์ไม่ดับสูญ’
ดังนั้นเมื่อ หมิงซวง ท่องสัจจคาถาได้ 1 รอบ อู่ อวี้
ก็ค่อย ๆ หวนรำลึกถึงรายละเอียดข้อความที่เขา
เคยอ่านในเวลานั้น ซึ่งตัวอักษรทองคำแต่ละตัว
ได้ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าสายตาของเขา มันชัดเจน
อย่างน่าเหลือเชื่อ ทั้งยังดูสง่างามยิ่งใหญ่หาใด
เปรียบ
ตัวอักษรเหล่านี้ ให้ความรู้สึกเสมือนดั่ง กายาเพชร
อมตะ ก็มิปาน ทั้งแข็งแกร่ง ส่องสว่างสดใส ทรง
พลังหาใดเปรียบ อักษรทุกคำเปียมล้นไปด้วย
ความองอาจสง่างาม ยิ่งใหญ่ไร้สิ้นสุด
กายาเพชรอมตะ มีอักษรอยู่ 10,000 คำ แบ่ง
ออกเป็นสิบขั้น ในแต่ละขั้นจะมีทั้งหมด 1,000 คำ
ซึ่งเขาต่างจดจำทุกถ้อยคำได้อย่างแม่นยำ
ในยามนี้อักษร 4,000 คำ กำลังห้อมอยู่ล้อมรอบ
กายของ อู่ อวี้ หลังจากนั้นก็แทรกซึมเข้าสู่เนื้อ
หนังร่างกายของเขา
ในเวลานี้ อู่ อวี้ กำลังจมอยู่ในห้วงภวังค์ของอักษร
ซึ่งเปียมล้นไปด้วยพลังอำนาจอันไร้ต้าน
” เพียงบรรลุขั้น 4 จักมีพลังอำนาจแห่งทวยเทพ
ถ้าวันหนึ่ง…ข้าสามารถบรรลุเข้าสู่ขั้นที่ 10 ได้จริง
แล้วล่ะก็ ไม่ว่าจะเป็นสวรรค์หรือปฐพีข้าก็สามารถ
ไปได้ทุกที่ ร่างกายไม่มีวันดับสูญ ไม่หวั่นแม้แต่ผู้
เป็นอมตะ! ”
เขาครุ่นคิดจินตนาการ ถึงวันที่เขาบรรลุเข้าสู่
ระดับนั้น
ในความเป็นจริงไม่ว่าจะเป็น กายาเพชรอมตะ ,
มหาเคล็ดวิถีเทียนเซียน , 72 รูปแบบอิทธิฤทธิ์ ,
วิถีเทวะเชื่อมต่อสวรรค์ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นมรดก
ของ ฉีเทียนต้าเซิ่น! เป็นเหตุผลพื้นฐานที่ทำให้
จิตใจของ อู่ อวี้ นั้นเติบโตแข็งแกร่งขึ้น ส่งผลให้
ในวันนี้ตัวเขาสามารถได้พบเห็น เหล่าอัจฉริยะผู้
มากไปด้วยพรสวรรค์แลความสามารถมากมาย
ภายใน ชมพูทวีปโลกธาตุ แห่งนี้ ถึงแม้ว่าอัจฉริยะ
เหล่านี้จะแข็งแกร่งเพียงใด ทว่าเขาก็มิได้ท้อแท้
อีกทั้งฝีไม้ลายมือของเขาก็มิได้อ่อนด้อยกว่าคน
เหล่านี้แต่อย่างใด ด้วยเพราะเขามีความเชื่อว่า
มรดก ที่เขาครอบครองนั้นเหนือกว่าทุกผู้คน!
ถึงแม้ปัจจุบัน จะดูเหมือนว่าทุกผู้จะสามารถสยบ
ตนเองได้ก็ตามที ทว่าจะมีผู้ใดสามารถรับประกัน
ได้ว่าหลายปีต่อจากนี้ อู่ อวี้ อาจกลายเป็นผู้ที่ยืน
หยัดอยู่บนจุดสูงสุดของ ดินแดนโบราณเหยียน
หวงก็เป็นได้!
ด้วยเพราะเปั้าหมาย ตั้งแต่แรกเริ่มจวบจนปัจจุบัน
ของเขานั่นก็คือกลายเป็นเซียนอมตะ!
ดินแดนโบราณเหยียนหวง เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น
ที่จะนำ อู่ อวี้ ไปสู่การเป็นเซียนอมตะเพียงเท่านั้น
อีกทั้งเมื่อเขาตามมาถึงที่นี่ ได้พบเห็นยอดอัจฉริยะ
ผู้เปียมล้นไปด้วยพรสวรรค์มากมายนับไม่ถ้วน มัน
ยิ่งทำให้เขามีความมุ่งมั่นที่จะก้าวหน้ามาก
ยิ่งขึ้นไปอีก!
ความทะเยอทะยานของเขายามนี้ มันล้นทะลัก
ทรวงอกจนแทบจะระเบิด!
อย่างไรก็ตามตอนนี้เขาจำเป็นต้องรีบเร่ง ด้วย
เพราะในทุก ๆ ครั้งที่เขาทำการยกระดับ กายา
เพชรอมตะ เขาจะต้องกัดฟันสู้กับความปวด ซึ่ง
มันจำเป็นต้องใช้ความเพียรพยายามอย่างเหลือ
คณานับ นี่คือข้อได้เปรียบของ อู่ อวี้ แต่ด้วย
เพราะชาติกำเนิดเขาเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา
ฉะนั้นจึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าจุดเริ่มต้นของเขานั้น
ต่ำต้อยมากที่สุดในบรรดาผู้ที่อยู่ภายใน เส้นทาง
เซียนบรรพกาล ซึ่งสำหรับเขาแล้ว เขารู้ดีว่าการ
เข้าสู่ เส้นทางเซียนบรรพกาล นั้น ยากเย็นมาก
เพียงใด!
“กายาเจ้ามังกรสักการะราชันอรหันต์ไม่ดับสูญ”
ก่อนหน้านี้คือ กายาสักการะราชันมณีจันทราพุทธ
เจ้าทองคำ กับ กายาสักการะราชันตะวันฟั้าพุทธ
เจ้าทองคำ
ปัจจุบันคือ กายาเจ้ามังกรสักการะราชันอรหันต์ไม่
ดับสูญ
‘ราชันอรหันต์’ นั้นคืออะไร อู่ อวี้ พยายามคาดเดา
บางทีอาจเป็นการเปลี่ยนแปลงบางอย่างของ พุทธ
รูปวัชระแก่นแท้ธรรมสูตร ก็เป็นได้
ยามนี้เขานั่งอยู่บนพื้น ทั่วทั้งสรรพางค์กายเป็น
ทองคำ
ร่างกายไม่ไหวติงหนักแน่นมั่นคงดั่งขุนเขา ซึ่งก็คือ
กายาเพชรอมตะ
ทุกสรรพสิ่งบนโลหล้าเป็นเพียงสิ่งเล็ก ๆ ไม่ต่าง
จากเศษเสี้ยวธุลีหาได้สำคัญ ทุกสรรพชีวิตล้วนถูก
วางกำหนดแบบแผน ถูกควบคุมอยู่ภายใต้ชะตา
กรรม
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า กายาเจ้ามังกรสักการะราชัน
อรหันต์ไม่ดับสูญ จะต้องแข็งแกร่งทรงพลังเป็น
อย่างยิ่ง
” หลังจากยกระดับเข้าสู่ขั้นที่ 4 ได้สำเร็จ จะมีกาย
เนื้อเทียบเท่าได้กับ ‘มังกร’ และ ‘อรหันต์’ เมื่อ
มังกรผสานหลอมรวมกับอรหันต์ จักกลายเป็น
ร่างกายของมังกรเทวะ! จากนั้นกระดูกทั่วทั้งร่าง ,
เส้นเอ็น , เส้นเลือด , กล้ามเนื้อ, แม้กระทั่ง
สติปัญญานักนึกคิด ก็เป็นเสมือนดั่งมังกรเทวะ เจ้า
มังกรราชันอรหันต์ คือการหลอมสร้างกลายเป็น
มังกรเทวะ ”
” มี กายาเจ้ามังกรสักการะราชันอรหันต์ไม่ดับสูญ
เมื่อถึงเวลาที่เจ้าเล่นผีผ้าห่มกับแม่มังกรงาม เจ้า
จะไม่ใช่ฝั่ายที่ต้องประสบพบกับความสูญเสียพ่าย
แพ้ แต่เจ้าจะทำให้นางต้องคุกเข่าอ้อนวอนร้องขอ
ความเมตตา ”
บ่อยครั้ง หมิงซวง จะทนพูดจาจริงจังได้เพียงไม่
นานนัก หลังจากผ่านไปเพียงชั่วครู่นางก็กลับคืนสู่
รูปแบบปกติ กลายเป็นผู้ที่ชอบพูดจาหยอกล้อ
ครื้นเครงสนุกสนานเฮฮา
” ดูเจ้าสิยังเด็กอยู่แท้ ๆ แต่กลับพูดจาทะลึ่งตึงตัง
หยาบ ๆ คาย ๆ เช่นนี้ เจ้าไม่รู้วิธีพูดจาดี ๆ ถนอม
น้ำใจเหมือนชาวบ้านชาวช่องเขาบ้างหรือไรกัน
นะ? ” อู่ อวี้ กล่าวอย่างอ่อนใจ
หมิงซวง กระโดดขึ้นแล้วกล่าวว่า ” เจ้าว่าใครยัง
เด็กยังเล็กกันห๊า? บัดซบ! อายุอานามของข้าแก่
กว่าทวดของเจ้าเสียอีก แถมยังมากกว่าปูั่ย่าตา
ทวดของเจ้า 18 รุ่นด้วยซ้ำ ท่านย่าผู้นี้สังหารผู้คน
มาแล้วมากมาย เกินกว่าที่ชาตินี้ของเจ้าจะพาน
พบเห็น เจ้ากล้าที่จะให้ท่านย่าอันเป็นที่รักของเจ้า
ต้องอับอายขายหน้าหรืออย่างไร? ”
อู่ อวี้ ขี้เกียจที่จะมานั่งต่อล้อต่อเถียงกับนาง เขา
จึงจมดิ่งอยู่โลกแห่งบัญญัติคาถานี้ คงต้องยอมรับ
ว่า สิ่งที่นางกล่าวนั้นไม่เลวเลยทีเดียว พลังอำนาจ
จากกายเนื้อเทวะ ขั้นที่ 4 แข็งแกร่งทรงพลังอย่าง
แท้จริง แม้แต่ชื่อยังแสดงเห็นถึงความเป็นอมตะ
อีกทั้งยังนับเป็นความสำเร็จส่วนเล็ก ๆ ของกายา
เพชรอมตะ เมื่อถึงตอนนั้น ต่อให้แขนของเขาจะ
ถูกฟันจนขาด มันก็สามารถงอกกลับคืนมาได้อย่าง
รวดเร็ว และหากถูกฟันแขนขาดออกไป ก็สามารถ
ต่อมันกลับคืนได้ในทันที แถมยังไม่เป็นอันตราย
หรือได้รับบาดเจ็บใด ๆ แม้แต่น้อย
นอกจากพละกำลังจะแข็งแกร่งแล้วพลัง แม้แต่
การปั้องกัน หรือ ความการฟืนตัวคืนสภาพก็ยัง
แข็งแกร่งเพิ่มขึ้นด้วย อู่ อวี้ เคยได้เห็นการฟืนตัว
ของ จักรพรรดิมาร ประจักษ์แก่สองตาของตนเอง
มันช่างน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง และ กายาเพชร
อมตะ ของเขาก็กำลังเข้าใกล้ระดับนั้นมากขึ้นไป
เรื่อย ๆ อย่างไรก็ตามในท้ายสุดแล้ว จักรพรรดิ
มาร เป็นสรรพเทวะวิญญาณ กล่าวได้ว่ามันคือ
สิ่งมีชีวิตวิเศษที่สุดในโลก เกินกว่าสามัญสำนึกจะ
จินตนาการได้
บรรพชนมารกลืนสวรรค์ มีความสามารถน่า
สะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง ถ้าไม่ใช่เพราะมันพ่ายแพ้
ให้แก่เทพเซียนที่จุติลงมายังพื้นพิภพ คาดว่า
ปั่านนี้มันคงจะเติบโตแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
สำหรับตอนนี้ อู่ อวี้ มีความกระตือรือร้นเหี้ยน
กระหือรือเป็นอย่างยิ่งที่จะได้เข้าสู่ระดับ ก่อร่าง
กำเนิดจิตตเทวะ ถ้าเขาทำได้สำเร็จ เขาจะใช้วิธี
บ่มเพาะของ หมิงซวง แบ่งแยกจิตเทวะออกเป็น
สอง จากนั้นก็ควบคุมร่างกายของ บรรพชนมาร
กลืนสวรรค์ แล้วกลายเป็น บรรพชนมารกลืน
สวรรค์ เสียเอง!
ซึ่งในเรื่องนี้ หมิงซวง สนับสนุนเขาอย่างเต็มที่
ถ้าหากร่างแยกจิตเทวะดวงที่สองของเขา มี
ความสามารถในการกลืนกินแล้วล่ะก็ เป็นไปได้ว่า
ร่างแยกของเขา จะเหนือยิ่งกว่าร่างหลักของ อู่ อวี้
เสียอีก! ฉะนั้นในยามนี้สำหรับ อู่ อวี้ แล้ว ไข่มี
ความสำคัญต่อเขามาก แต่กระนั้นเขาก็ยังคงลังเล
ว่าในท้ายสุดแล้วเขาจะทิ้งมันเอาไว้ที่นี่ดีหรือไม่
แต่อย่างน้อยตอนนี้ จิตใจของเขาก็ไม่ยินยอม
เด็ดขาด
อย่างไรก็ตามเขาก็ยังรู้สึกหวั่น ๆ อยู่บ้างไม่น้อย
ด้วยเพราะถ้าเขาเข้าสู่ระดับ ก่อร่างกำเนิดจิตตเท
วะ ในช่วงกระบวนการเขากลัวว่าตนเองจะถูก
บรรพชนมารกลืนสวรรค์ กลืนกินเสียเอง
ฉะนั้นการเข้าสู่กระบวนการแบ่งดวงจิตออกเป็น 2
นับว่ายังไกลเกินไปสำหรับเขา เขาควรสนใจสิ่งที่
อยู่ตรงหน้าก่อน จากนั้น อู่ อวี้ ก็หยิบ ‘ ศิลามณี
กำเนิดอัคคี ‘ ออกมา พร้อมทั้งมุ่งความสนใจไปที่
มัน
” ศิลามณีกำเนิดอัคคี ข้าสามารถนำมันมาหลอม
สร้าง มันคือกุญแจสำคัญในการยกระดับท่องสัจจ
คาถา กายาเพชรอมตะ ”
” อย่างไรก็ตามวิธีการหลอมสร้างนั้นช่างน่ากลัว
เหลือเกิน ”
หลังจาก อู่ อวี้ ทราบเรื่อง เขาก็ตื่นตระหนกตกใจ
ไม่น้อย
เขาพยายามถามย้ำกับ หมิงซวง ซ้ำ ๆ หลายครั้ง
หลายคราเพื่อให้มั่นใจว่าตนเองไม่ได้หูฝาดไป
เขาจะต้องตัดเนื้อเฉือนหนังตนเอง จากนั้นก็แหวก
ผ่าเปิดหัวใจ แล้วนำ ‘ศิลามณีกำเนิดอัคคี’ ใส่ลงไป
ด้านใน ปล่อยให้ศิลากำเนิดอัคคีชำระล้างโลหิตทั่ว
ทั้งสรรค์พรางกาย ให้พลัง แก่นแท้ของมัน
ไหลเวียนไปทั่วร่าง กระบวนการทั้งหมดเป็น
ขั้นตอนธรรมชาติของบัญญัติคาถาซึ่งจะนำพาไปสู่
กายาเพชรอมตะ ขั้นที่ 4
แม้จะกล่าวว่า เขามีความสามารถในการฟืนฟู
ร่างกายสูงมากก็ตาม แต่การที่ต้องเฉือนเนื้อเฉือน
หนังของตนเอง เป็นเรื่องยากจะทำใจได้
” หากปรารถนาจะกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ จะต้องเป็น
ผู้เหี้ยมเกรียมไร้ความปราณี จะต้องไร้ปราณี
แม้กระทั่งกับตนเอง ”
” ถ้าอุปสรรคความหวาดกลัวเล็กน้อยในวันนี้ยังไม่
สามารถก้าวผ่านมันไปได้ แล้วในภายภาคหน้าเรา
จะสามารถก้าวไปสู่ระดับที่สูงขึ้นได้อย่างไร!? ”
” เจ้านคร ฝากความหวังของทุกคนไว้กับข้า
เพื่อให้ ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง อยู่ยืนยงต่อไป ข้า
จะต้องก้าวผ่านมันไปให้จงได้ ขจัดปัดเปั่าความ
ทุกข์โศกแลภัยพิบัติของสิ่งมีชีวิตทั้งมวล ออกไปให้
หมดสิ้น! แล้วความเจ็บปวดเพียงแค่นี้ ไฉนข้าจะ
ทนไม่ได้กันเล่า มันหาได้มีอันใดให้ต้องหวาดกลัว
เลย … ”
เขาครุ่นคิดไตร่ตรองหลายสิ่งหลายอย่างอยู่ในใจ
เมื่อตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะทุ่มเททุกสิ่งทุก
อย่าง ปัญหาที่ติดขัดก็จึงถูกแก้ไขจนหมดสิ้น ใน
เวลานี้ อู่ อวี้ หาได้มีความกังวลอื่นใดอีกต่อไป เขา
จมลึกอยู่ภายในห้วงมหาสมุทร ตัดสินใจด้วยความ
แน่วแน่เด็ดเดี่ยวว่าจะเริ่มลงมือกระทำ ด้วยเหตุนี้
เขาจึงเลือกลงมือภายในห้วงมหาสมุทรอันมืดมืด
ซึ่งแน่นอนว่าหากมีสถานที่ที่ปลอดภัยให้เขาเลือก
อู่ อวี้ ก็จะตัดสินใจเลือกห้วงสมุทรลึกอันมืดมิดนี้
ท่ามกลางความสับสนวุ่นวาย กล่าวได้ว่าไม่มีที่ใด
ปลอดภัยอย่างแท้จริง
แล่เนื้อเฉือนหนัง ฉีกกระชาก!
โชคดีที่กระบวนการนี้ เขาสามารถอดทนต่อความ
เจ็บปวดได้ หลังจากฉีกกระชากเฉือนเนื้อหนัง ใน
ท้ายสุดแล้ว ก็มีเพียงโลหิตที่ไหลออกมามากขึ้น
เท่านั้น หลังจากที่เขาใส่ ‘ศิลามณีกำเนิดอัคคี’ ไว้
ในร่าง เพียงแค่ช่วงเวลาสั้น ๆ บาดแผลก็เริ่ม
สมานฟืนฟูกลับสู่สภาพเดิม โดยไม่สามารถ
มองเห็นริ้วรอยบาดแผลบนร่างกายได้แม้แต่น้อย!
มันช่างเจ็บปวดเหลือคณา ขณะนี้ ‘ศิลามณีกำเนิด
อัคคี’ กำลังไหลซึมเข้าสู่ร่างกายของเขา อานุภาพ
ของมันเทียบเท่ากับ เขาอัคคีกลืนวิญญาณทั้งลูก
ในระหว่างนั้น อู่ อวี้ ก็ร่ายอาคมเวทท่องสัจจคาถา
ของ ‘กายาเจ้ามังกรสักการะราชันอรหันต์ไม่ดับ
สูญ’ ไปด้วย ทันใดนั้นก็บังเกิดการเปลี่ยนแปลงกับ
ร่างกายของเขาอย่างมหาศาล หากเปรียบร่างกาย
ของเขาเป็นโลกแล้ว ‘ศิลามณีกำเนิดอัคคี’
เปรียบเสมือนดั่งแกนกลางของโลก ในเวลานี้ทั่ว
ทั้งสรรพางค์ร่างของ อู่ อวี้ ซึ่งชุ่มโชกไปด้วยโลหิต
ก็ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนกลายเป็นทองคำ และเริ่ม
เด่นชัดมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเกิดจากการกัดเซาะของ
‘ศิลามณีกำเนิดอัคคี’!
เสมือนดั่งมีคมดาบจำนวนนับไม่ถ้วนกรีดเฉือนเนื้อ
หนังของเขา!
บัดนี้ ‘ศิลามณีกำเนิดอัคคี’ กำลังถูกชะล้างด้วย
โลหิต เสียงของความร้อนร่วงหล่นดัง ฉ่า! ฉ่า! ฉ่า!
เสียดแทงเข้าโสตประสาทแก้วหู อุณหภูมิความ
ร้อนของมันเทียบเท่าได้กับ เขาอัคคีกลืนวิญญาณ
แล้วในที่สุดมันก็แตกกระจายระเบิดออกอย่าง
สมบูรณ์
ตูมม ตูมมมม ตูมมมมมมม!
อู่ อวี้ ได้แปรเปลี่ยนกลายเป็นมนุษย์เพลิงทองคำ
ในทันที!
เนื่องจากว่าเขามี กายาสักการะราชันตะวันฟั้า
พุทธเจ้าทองคำ คอยปั้องกันอยู่ จึงทำให้เขาไม่ได้
ถูกเปลวเพลิงจาก ‘ศิลามณีกำเนิดอัคคี’ เผาไหม้
จนกลายเป็นเถ้าถ่านในชั่วพริบตา แต่กระนั้นมันก็
ยังน่าประหวั่นพรั่นพรึงอยู่ดี สำหรับ อู่ อวี้ แล้ว
นับเป็นความทุกข์ทรมานเจ็บปวดอย่างสุดจะทาน
ทน ความเจ็บปวดที่ได้รับทำให้เขาเกือบลืมร่าย
อาคมท่องสัจจคาถา ด้วยเพราะอยากให้ความ
เจ็บปวดทุกข์ทรมานนี้สิ้นสุดลงอย่างรวดเร็ว เขา
คิดจะหยิบ ‘ศิลามณีกำเนิดอัคคี’ ออกมา
” อู่ อวี้ ! เจ้าอย่ายอมแพ้เด็ดขาด! จงคิดถึงผู้คน
มากมายที่รอคอยความช่วยเหลือจากเจ้าอยู่! จง
ทำต่ออย่าหยุดเด็ดขาด!” ทันใดนั้นหมิงซวงก็ร้อง
ปรามขึ้น
” เจ้าอย่าได้ถอดใจอย่างเด็ดขาด เจ้าจำได้หรือไม่
ในตอนแรกเจ้าว่าท่านย่าผู้นี้ เป็นสตรีผู้อ่อนแอ ถ้า
หากเจ้าถอดใจพ่ายแพ้กลางคัน ข้าผู้นี้จะดูแคลน
เจ้า! ”
” อีกไม่นานก็จะจบลงแล้ว จงยืนหยัดอดทนต่อไป
นี่เป็นเพียงแค่เริ่มต้นเท่านั้น ยังเหลืออีก 2 – 3 ครั้ง
เมื่อใดที่เจ้าคุ้นเคยเจ้าก็จะด้านชากับความ
เจ็บปวด เชื่อข้าจงยืนหยัดอดทนต่อไป ถึงแม้นี่จะ
เป็นช่วงเวลายากเย็นแสนเข็ญที่สุด! ”
อู่ อวี้ พยายามดิ้นรนกัดฟันสู้ ในหูของเขาได้ยิน
เสียงของ หมิงซวง ที่พยายามให้กำลังใจด้วย
ความเป็นห่วงเป็นใยอย่างที่สุด บางทีนางอาจไม่รู้
ว่าคำพูดของนางได้ส่งมาถึง อู่ อวี้ มันได้สร้างพลัง
ใจอย่างมหาศาลให้แก่เขามากเพียงใด
” ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าดูแคลน ข้าอย่าง
เด็ดขาดดดด! ”
” ใช่!!! ข้าจะต้องยืนหยัดต่อไป หากข้าถอดใจ แล้ว
จะกลายเป็นเซียนอมตะไปทำไม! ”
อ๊ากกกกกกก!!!!
น้ำตาแห่งความเจ็บปวด หลั่งไหลออกมาจาก
ดวงตาทั้งสอง แต่แล้วเมื่อมันรินไหลออกมา ก็ถูก
แผดเผาด้วยเปลวเพลิงเหือดหายไปในทันที
ทั่วทั้งสรรพาพางค์ร่างตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า
กำลังถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิงอันร้อนแรง ความ
ร้อนนี้ได้สร้างความเจ็บปวดทุกข์ทรมานให้แก่เขา
เป็นอย่างยิ่ง ร่างกายถูกแผดเผาจนไหม้เกรียมดำ
เป็นตอตอตะโกอีกครั้ง อย่างไรก็ตามภายใต้การ
ฟืนฟูจาก กายาเพชรอมตะ ทำให้ร่างกายของเขา
กลับมาเป็นปกติดังเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า!
ในเวลานี้พลังงานจาก ศิลามณีกำเนิดอัคนี กำลัง
ชะล้างโลหิตอย่างรุนแรง ทุกอณูของร่างกาย ไม่มี
ซอกมุมใดที่มันไปไม่ถึง ถึงแม้จะพยายามเคลื่อน
หลบหนีก็จะถูกเปลวเพลิงแผดเผาในทันที
ถึงแม้ว่าเขากำลังจมอยู่ในความเจ็บปวด อู่ อวี้ ก็
ยังสัมผัสได้ว่าในทุก ๆ ครั้งที่เขาท่องสวดสัจจ
คาถา 1,000 ตัวอักษรนี้ ภายในร่างของเขา
เปรียบเสมือนมีมังกรเทวะทองคำ มังกรเทวะ
ทองคำนี้ได้ยึดติดอยู่บนกระดูกของเขา ค่อย ๆ
แปรเปลี่ยนกระดูกของเขากลายเป็นมังกรเทวะ
ทองคำ แม้แต่ซี่โครงของเขาก็เช่นเดียวกัน ในเวลา
นี้เสมือนดั่งว่ามีมังกรเทวะมากกว่าหนึ่งโหล กำลัง
พันขดรอบ ๆ อวัยวะภายใน!
โฮกกกก โฮกกกก!
มังกรเทวะภายในร่างระเบิดเสียงคำรามดังกึกก้อง
” อู่ อวี้ จงเดินหน้าทำต่อไป ถ้าเกิดอะไรขึ้นข้าจะ
ไม่สามารถเกิดใหม่ขึ้นมาได้อีก ยามนี้ข้าก็ต้องพึ่ง
เจ้าเช่นเดียวกัน ข้ายอมรับว่าข้าได้ฝากความหวัง
ทั้งหมดไว้ที่เจ้า ฝากความหวังที่จะถือกำเนิดใหม่
อีกครั้ง เจ้าอย่าลืมว่าเจ้าเป็นวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ เจ้า
ไม่ควรยอมแพ้อะไรง่าย ๆ เช่นนี้ เจ้ารู้หรือไม่!? ”
เขามองไปที่นางพร้อมกัดฟันแน่น คำพูดของ หมิ
งซวง ทำให้เขารู้สึกประทับใจเป็นยิ่งนัก ทำให้เขา
มีพลังฮึกเหิมเป็นอย่างยิ่ง
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ