กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 559 : สตรีเสื้อคลุมสีทอง
ในที่สุดทุกอย่างก็สิ้นสุดลง
ณ เวลานี้ทั่วทั้งร่างของ อู่ อวี้ ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ
เต็มไปด้วยความอ่อนล้าไร้ซึ่งเรี่ยวแรงใด ๆ
จากนั้นเขาก็ทิ้งร่างของตนไปในมหาสมุทรอย่าง
นุ่มนวล ปล่อยร่างให้ล่องลอยตามกระแสคลื่น
อย่างสุดแล้วแต่จะนำพาไป
มันคือประสบการณ์แห่งความเป็นความตาย
เสมือนกับว่าเขาเพิ่งเดินข้ามผ่านประตูปรภพมา
หมาดๆ
ขณะร่างกายของ อู่ อวี้ กำลังอ่อนล้าอย่างที่สุด
ระหว่างนั้นร่างกายของเขาก็ค่อย ๆ ฟืนฟูคืน
สภาพรวมถึงฟืนฟูจิตสำนึกการรับรู้ทำให้สัมผัส
ความรู้สึกนี้ได้อย่างล้ำลึก แม้ว่ามันจะเป็นแค่ ศิลา
มณีกำเนิดอัคคี เพียงหนึ่งชิ้น ทว่ามันกลับทำให้
ร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้น ยิ่งกายเนื้อด้วยแล้ว
แข็งแกร่งทนทานเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก
แต่เพียงแค่นี้ ยังนับว่าห่างไกลจากการบรรลุเข้าสู่
‘กายาเจ้ามังกรสักการะราชันอรหันต์ไม่ดับสูญ’
อย่างไรก็ตาม เขาก็ยังมองเห็นความหวังอย่างไม่
ต้องสงสัยตราบใดที่เขาสามารถเสาะแสวงหา ศิลา
มณีกำเนิดอัคคี มาได้เพิ่มเติม ตราบใดที่เขายังยึด
มั่นในเจตนารมณ์อย่างไม่แปรผัน ไม่ช้าก็เร็วเขาจะ
สามารถบรรลุเข้าสู่ กายาเพชรอมตะ ขั้นที่สี่ได้
อย่างแน่นอน
หัวใจสำคัญของงานนี้ก็คือ การเสาะแสวงหา ศิลา
มณีกำเนิดอัคคี มาเพิ่มเติมให้เพียงพอ แล้วก็ทำ
ตามขั้นตอนปฏิบัติไป ทว่าการเสาะแสวงหาศิลา
ที่ว่านี้มันค่อนข้างยากลำบาก ซึ่งก็เท่ากับว่าความ
เจ็บปวดทรมานที่เขาเพิ่งได้รับมาเมื่อไม่นาน มัน
จะทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น บางทีมันอาจจะหนัก
หนาจนทำให้ อู่ อวี้ ถึงแก่ความตายก็เป็นได้
เมื่อมองย้อนกลับ นึกถึงภาพเหตุการณ์ความ
เจ็บปวดทรมานเมื่อสักครู่ นึกถึงร่างกายที่ชุ่มโชก
ไปด้วยเหงื่อ เขาก็แทบไม่อยากจะเชื่อตนเอง
เหมือนกันว่า สามารถยืนหยัดกัดฟันสู้ผ่านฝันร้าย
นั้นมาได้อย่างไร
” ยัง ๆ ไม่จบหรอก มันก็แค่ครั้งแรกเพียงเท่านั้น
โดนบ่อย ๆ เข้าเดี๋ยวเจ้าก็จะชินไปเอง พอถึงตอน
นั้นก็จะ ส.บ.ม. แล้วล่ะ … ” หมิงซวงหัวเราะ
อู่ อวี้ จดจำเรื่องราวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ เขาควร
จะขอบคุณนาง ในช่วงเวลาวิกฤติเป็นตายนางอยู่
ที่นั่นคอยให้กำลังใจเขา แต่เขาก็เลือกที่จะไม่เอ่ย
ปากพูดออกไป อาจด้วยเพราะพวกเขาทั้งสองรู้จัก
มักคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีแล้ว ฉะนั้นคำพูดเลี่ยน ๆ
ชวนขนลุกเช่นนี้ก็ไม่จำเป็นต้องพูดก็ได้
“ ข้าไม่เชื่อว่าเจ้าสามารถทนผ่าน ทัณฑ์ทรมานนี้
ได้ด้วยตนเอง ” อู่ อวี้ มองนางอย่างเคลือบแคลง
สงสัย
หมิงซวงยิ้มแล้วตอบกลับไปว่า ” ก็นะ… สมบัติ
วิเศษที่ข้านำมาใช้หลอมสร้างร่างกายทรมานน้อย
กว่านี้มาก แต่ก็ช่วยไม่ได้ก็เพราะเจ้าไม่มีมันเองนี่
หน่า เจ้ามีแค่ ศิลามณีกำเนิดอัคคี ก็ต้องทนเจ็บไป
ตามระเบียบ ฮ่า ฮ่า … ”
อู่ อวี้ มองดูนางแสดงท่าทางมีความสุขบนความ
ทุกข์ของผู้อื่น เขาก็คิดว่ารอให้เขาสามารถเอาชนะ
นางได้ก่อนเถอะ เมื่อถึงเวลานั้นจะเอาคืนให้จั๋ง
หนับเลยทีเดียว
เขาหยุดพักหายใจหายคออยู่ชั่วครู่ เฝั้ารอให้
ร่างกายพักฟืนคืนสภาพมาได้อย่างสมบูรณ์ก่อน
เมื่อถึงเวลานั้นก็จะเริ่มการเดินทางอีกครั้ง เขา
จะต้องไปเสาะแสวงหา ศิลามณีกำเนิดอัคคี มา
เพิ่ม ด้วยเพราะเรื่องนี้เร่งด่วนอย่างยิ่ง เขาจะต้อง
รีบ ๆ ให้ตนเองแข็งแกร่งขึ้นเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
แม้ว่ามันจะไม่ใช่เรื่องง่ายก็ตามที
ภายในโลกหล้านี้ มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่
สามารถลงมือกระทำได้อย่างง่ายดาย
โชคยังดีที่สองสามวันมานี้ ระหว่างที่เขากำลัง
หลอมสร้างร่างกายอยู่นั้นไม่มีเรื่องวุ่น ๆ ใดเกิดขึ้น
ส่วนเรื่องโชคดีเรื่องที่สองก็คือ เขาสามารถปักหลัก
อยู่ในตำแหน่งเดียว โดยไม่ต้องเคลื่อนย้ายไปไหน
ให้ยุ่งยาก
เมื่อเขาเริ่มออกเดินทางเปลี่ยนตำแหน่ง ความ
วุ่นวายก็เกิดขึ้นทันที เนื่องจากว่าเขาไม่ทราบว่า
ตนควรมุ่งหน้าไปทางไหนดี
ในระหว่างการเดินทางสองสามวันนี้ ผู้คนมากมาย
พบเห็นเขา แต่แค่ไม่แยแสใส่ใจ อู่ อวี้ ก็เท่านั้น
พวกเขาเพียงแค่ผ่านทางไป คาดว่าคนเหล่านี้คง
จะมุ่งเปั้าให้ความสนใจไปที่การค้นหา สรรพเทวะ
วิญญาณ กับ ศิลามณีกำเนิด เสียมากกว่า
ด้วยเพราะที่นี่คือทะเลอันไร้สิ้นสุด ทุกผู้คนจึงกำลัง
พยายามเสาะแสวงหามัน
ในทะเลอันไร้สิ้นสุดแห่งนี้ นอกจากสรรพเทวะ
วิญญาณ กับ ศิลามณีกำเนิดแล้ว ก็ยังมีสิ่งอื่นอีก
เพียงแค่ไม่รู้ว่ามีอะไรบ้างเท่านั้น
อู่ อวี้ ระมัดระวังตัวเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม
สองสามวันที่ผ่านมา เขาได้ใช้เนตรเพลิงสำรวจ
ตรวจสอบดูแล้ว จนพบว่าจำนวนของ อสูรมณี
กำเนิดอัคคี มีน้อยมาก ซึ่งในระหว่างนี้เขาได้พบ
กับ อสูรมณีกำเนิดวารี สองตัว อย่างไรก็ตามส่วน
ใหญ่แล้ว อสูรมณีกำเนิดวารี ชอบซ่อนอยู่ภายใต้
ทะเลลึก บางครั้งก็ยากที่จะจับมันได้
คงกล่าวได้ว่า อสูรมณีกำเนิดวารี มีจำนวนอยู่มาก
ที่สุด
กรณีของ อสูรมณีกำเนิดวารี เมื่ออยู่ภายในน้ำ อู่
อวี้ ก็ยังต้องใช้เนตรเพลิงเพื่อสำรวจดูร่องรอยของ
มัน
ขณะ อู่ อวี้ กำลังใช้เนตรเพลิงสำรวจ ทันใดนั้น
เขาก็ได้พบเห็น อสูรมณีกำเนิดวารี ตัวหนึ่งเข้า ซึ่ง
บัดนี้มันกำลังผสานกลมกลืนไปกับท้องทะเล โดย
ปกติแล้วไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่ผู้คนจะได้พบเห็น
อสูรมณีกำเนิดวารี ที่กำลังแหวกว่ายอยู่ท่ามกลาง
มหาสมุทรเช่นนี้ ซึ่งดูเหมือนว่ามันจะยังไม่ทันรู้ตัว
ว่า อู่ อวี้ ได้เห็นมันเข้าแล้ว
ทว่าด้วยเพราะ พลังแก่นแท้ตำหนักม่วง ของ อู่
อวี้ นั้นยังอ่อนแออยู่มาก ระดับความแข็งแกร่ง
ของเขาตอนนี้ ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่คู่ควร ฉะนั้นมันจึง
ไม่แยแสเขา
” น่าเสียดายที่มันเป็น อสูรมณีกำเนิดวารี ถ้าเป็น
อสูรมณีกำเนิดอัคคี ก็คงจะดีไม่น้อย ช่างมันเถอะ
ลองพยายามสู้กับมันก่อนก็แล้วกัน บางทีอาจจะ
แลกเปลี่ยน ศิลามณีกำเนิดอัคคี กับผู้อื่นได้ ”
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เขาก็เอนกายอย่างรวดเร็ว
เตรียมพร้อมพุ่งเข้าโจมตี
แม้ตอนนี้ อสูรมณีกำเนิดวารี จะมองเห็นเขา
แล้วแต่มันก็หาได้ตื่นตกใจหรือเกรงกลัวเขาแต่
อย่างใด มันร้องคำรามใส่ อู่ อวี้ เพื่อแสดงให้เห็น
ได้ชัดว่ามันกำลังร้องเตือนบอก อู่ อวี้ ว่าอย่าได้มา
แหยมกับมัน ถ้าหาก อู่ อวี้ เข้าไปใกล้มันแค่เพียง
น้อยนิด มันจะต้องโจมตีเข้าใส่ในทันทีอย่างไม่ต้อง
สงสัย
ถึงกระนั้น อู่ อวี้ ก็ยังคงพยายามเข้าไปใกล้มัน หา
ได้สนใจในคำเตือนของมันมา ฉับพลันเขาก็ใช้พลัง
อิทธิฤทธิ์เรียกร่างอวตารนอกวิถี หมาดหมายโจมตี
เผด็จศึก!
ทันใดนั้นท่าทีของมันก็แปรเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน
ราวกับว่ามีผู้แข็งแกร่งกำลังจะมา
ทันใดนั้นเอง อู่ อวี้ ก็ถึงกับสั่นสะท้าน เมื่อสัมผัสได้
ถึงพลังอันยิ่งใหญ่ประดุจดั่งทวยเทพ ส่งผลให้
มหาวิถีเชื่อมสวรรค์ ของเขาถูกสะกดข่มโดยพลัน
เมื่อถูกขัดขวางเขาก็จำต้องหยุดการเคลื่อนไหว
ชั่วพริบตานั้นเองเขาก็แลเห็นประกายแสงปรากฏ
อยู่เบื้องหน้าเขา ความผันผวนจากรัศมีแสงทองคำ
นี้ ซึ่งเขาไม่สามารถล่วงรู้แหล่งกำเนิดของมันได้
เพียงชั่วพริบตานั้นเองส่วนหัวของ อสูรมณีกำเนิด
วารี ก็ถูกเจาะทะลวงลอบโจมตีมาจากด้านบน
อสูรมณีกำเนิดวารี ไม่มีโอกาสแม้จะหลบหนี มัน
ถูกสังหารตายไปโดยเฉียบพลัน
แสงสีทองนี้ได้เอา ‘ศิลามณีกำเนิดวารี’ ซึ่งอยู่บน
ส่วนหัวของ อสูรมณีกำเนิดวารี ออกไป สิ่งที่ อู่ อวี้
แลเห็นอยู่ในเวลานี้ เขาคาดการณ์ว่าแสงสีทองที่
เห็นควรจะเป็นของศาสตร์ตราเต๋าวิถีแท้ ซึ่งเป็น
ห่วงทองคำ
ห่วงวงแหวนซึ่งอยู่เบื้องหน้าของ อู่ อวี้ ในยามนี้
กำลังฉก ศิลามณีกำเนิดวารี ไปต่อหน้าต่อตาของ
เขาของ หลังจากนั้นมันเคลื่อนผ่านไปทางด้านซ้าย
ของเขา
ทันใดนั้นเองทางฝังด้านซ้ายมือของ อู่ อวี้ ก็มีสตรี
นางหนึ่งปรากฏขึ้น ตั้งแต่เมื่อไหร่นั้นไม่อาจทราบ
ได้
สตรีผู้นั้นสวมใส่เสื้อคลุมยาวสีทองคำ บนเสื้อคลุม
ถูกปักทอด้วยลวดลายดอกโบตั๋นทองคำ มีดวงตาคู่
ทองคำบริสุทธิ์ เกศายาวสยายประลงมาถึงบั้นเอว
ประดุจดั่งสายธาราก็ไม่ปาน
สตรีนางนี้ แม้แต่เหล่าอัจฉริยะผู้เปรียบเสมือนดั่ง
เมฆาบน เส้นทางเซียนบรรพกาล ความโดดเด่น
งดงามงามของนางก็ยังมิอาจมีผู้ใดเสมอเหมือน!
ความสูงส่งสง่างามของนางเป็นเสมือนดั่งจุดสนใจ
ซึ่งดึงดูดสายตาของทุกผู้คนให้จับจ้องมาที่นางเป็น
ตาเดียว! ทั้งพลังแห่งจิตวิญญาณ ทุกอิริยาบถการ
เคลื่อนไหว ล้วนแฝงเร้นไปด้วยความสง่างามดูสูง
ศักดิ์ เยือกเย็น หยิ่งทะนงไร้ซึ่งความแยแส ต่อให้
เป็นสหายเต๋าเคียงคู่ขององค์ชายเมฆา ก็ยังยากจะ
เทียบเคียงกับนางได้
เส้นเกศายาวสยาย ชุดคลุมทองคำพัดพริ้วปลิว
ไสว เสมือนดั่งเสื้อคลุมของเทพเซียนในตำนานผู้
อยู่บนสรวงสวรรค์ก็มิปาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งดวง
เนตรคู่นั้น ประกายสีทองส่องสว่างแจ่มชัดไปทั่ว
ทั้งร่างของนาง
อู่ อวี้ จดจำได้ว่าเขาเคยเห็นสตรีนางนี้มาก่อน
นางคือหนึ่งในยอดอัจฉริยะภายในเส้นทางเซียน
บรรพกาล อู่ อวี้ จับจ้องไปยังดวงเนตรคู่ทองคำ
ของนาง ด้วยความประทับใจอยู่บางส่วน
ยามนี้ ‘ศิลามณีกำเนิดวารี’ ล่องลอยมาตกอยู่ในมือ
ของนางอย่างแผ่วเบา อย่างไรก็ตามนางมิได้แสดง
ท่าทีว่าจะจากไป ดวงเนตรคู่ทองคำมองกวาดผ่าน
ไปทั่วทั้งร่างของ อู่ อวี้ แรงกดดันอันมหาศาลที่แผ่
ออกมา ให้ความรู้สึกเสมือนดั่งจักรพรรดิอยู่
บางส่วน
อู่ อวี้ ระวังตัวเล็กน้อย เขาพร้อมจะใช้เคล็ดก้าวเท
วะจากไปทุกเมื่อ อย่างไรก็ตามเขาไม่มั่นใจว่า
เคล็ดก้าวเทวะ จะสามารถหลบหนีลี้รอดจากเงื้อม
มือของสตรีผู้นี้ได้หรือไม่
โชคยังดี ที่ดูเหมือนว่าอีกฝั่ายจะไม่ใช่ศัตรู นาง
กระทำเพียงแค่จับจ้องมายังเขาอยู่ครู่หนึ่ง ทันใด
นั้นนางก็ไต่ถามเขาด้วยน้ำเสียงอันสงบนิ่ง ซึ่งแฝง
ไว้ด้วยความเย็นชาอยู่บางส่วนว่า ” บนศาสตรา
เต๋าวิถีแท้ของเจ้า มีวงเวทที่อาณาจักรโบราณเห
ยียนหวงของข้าเป็นผู้วาดประทับเอาไว้ ข้ารู้จักทุก
คนใน อาณาจักรโบราณเหยียนหวง ที่เข้ามาใน
เส้นทางเซียนบรรพกาล แต่ท่ามกลางผู้คนเหล่านั้น
ไม่มีคนเช่นเจ้าอยู่เลย หากเจ้ามิได้ฉกฉวยแย่งชิง
เกราะศาสตราเต๋าวิถีแท้มาจากคนใน อาณาจักร
โบราณเหยียนหวง ของข้า เช่นนั้นเจ้าจงบอกต้น
กำเนิดของมันมาเสีย ”
ถึงแม้ว่านางจะเป็นสตรีผู้หนึ่ง แต่ทว่าความสูงส่ง
สง่างามของนางนั้น เสมือนราวกับว่านางถือ
กำเนิดมาเพื่อเป็นขุนนาง ทั้งยังมีอาณาจักรการฝึก
ตนที่สูงส่งอย่างยิ่งยวด นางถึงได้สามารถบ่มเพาะ
ห้วงอารมณ์เช่นนี้ออกมาได้
ก่อนหน้านี้ อู่ อวี้ เคยคาดเดาตัวตนของนางมา
ก่อน แต่ไม่คาดคิดว่านางจะกลายเป็นคนของ
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง จริง ๆ !
เขามาที่นี่ เพื่อมาพานพบกับผู้คนจาก อาณาจักร
โบราณเหยียนหวง หากตัดสินจากคำพูดของเจ้า
นครจักรพรรดิเพลิงแล้ว อันที่จริงผู้คนจาก
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง หาได้เป็นศัตรูกับเขา
ไม่ เนื่องจากว่าท้ายสุดแล้ว ผู้คนจากอาณาจักร
โบราณเหยียนหวง ทราบว่า ทวีปแห่งทวยเทพตง
เสิ้ง เป็นทวีปที่ 4 ของพวกเขา
” เห็นได้ชัดว่า ข้ายังไม่มีความสามารถมากพอจะ
เอาชนะนาง หรือฉกฉวยแย่งชิงยันต์เซียนบรรพ
กาลมาจากมือของนางได้ ดังนั้นข้าจึงกระทำทำได้
เพียงขอความช่วยเหลือจากนาง อย่างน้อย ๆ
หากนางกลับไป ก็สามารถนำข้อความนี้กลับไปยัง
อาณาจักรโบราณเหยียนหวงด้วยได้ ถึงแม้ข้าจะไม่
มีโอกาสได้ไปที่ ดินแดนโบราณเหยียนหวง แต่
อย่างน้อย ๆ ก็พอรับประกันได้ว่าข่าวคราวนี้ได้ถูก
ส่งต่อไปแล้ว ”
เมื่อ อู่ อวี้ คิดได้เช่นนี้ เขาก็ตัดสินใจ
บุคคลที่อยู่เบื้องหน้าของเขา ยังเป็นผู้เยาว์ซึ่งมี
อายุอานามมิได้สูงมากเท่าใด แต่กลับมีขอบเขต
การฝึกตนสูงส่งถึงเพียงนี้ สมควรพิจารณาว่านาง
นั้นเป็นบุคคลผู้น่ายกย่องคนหนึ่ง ดังนั้น อู่ อวี้ จึง
ไม่ได้ตั้งตนเป็นปฏิปักษ์กับนาง แต่กลับรู้สึกชื่นชม
อยู่บางส่วน เขากล่าวอย่างระมัดระวังว่า ” โปรด
อย่าได้เข้าใจผิด ข้ามีนามว่า อู่ อวี้ หาใช่คนจาก
อาณาจักรโบราณเหยียนหวงจริง ๆ แต่เกราะนี้
เป็นของข้า มิใช่สิ่งของที่ฉกฉวยแย่งชิงมา มันคือ
มรดกของบรรพบุรุษที่ถูกส่งต่อมาให้แก่ข้า ข้าไม่
ทราบว่าท่านรู้จักดินแดนทางทิศบูรพาอันแสน
ห่างไกล ซึ่งมีนามว่าทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง
หรือไม่ บนทวีปแห่งนั้นมีนครจักรพรรดิเพลิง ซึ่ง
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง เป็นผู้สร้างเอาไว้ ใน
ทุก ๆ ครั้งที่เส้นทางเซียนบรรพกาล เปิดขึ้น จะมี
ประตูทางเข้าสู่เส้นทางเซียนบรรพกาล ปรากฏขึ้น
แห่งหนึ่งท่านทราบหรือไม่?”
เขากล่าวอย่างชัดเจนมาก
สตรีผู้สวมใส่ชุดคลุมสีทอง แสดงท่าทางประหลาด
ใจเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่ามันผิดคาดจากที่นางคิดไว้
ดังนั้นนางจึงกล่าวว่า ” ข้าเคยได้ยินเรื่องนี้มาบ้าง
อย่างไรก็ตามเราเรียกมันว่าทวีปผนึกปีศาจ ร่ำลือ
กันว่ามีนครแห่งหนึ่ง ที่อาณาจักรโบราณเหยียน
หวงของข้าเป็นผู้สร้างเอาไว้ เพียงแต่ไม่ได้
ติดต่อกันมานานแล้ว เจ้ามาจากทวีปผนึกปีศาจ
ถือเป็นเรื่องที่หาได้ยากยิ่ง ไม่แปลกใจว่าทำไม
พื้นฐานฝึกตนของเจ้าถึงอยู่ในระดับตำหนักม่วง
ทะเลมรกตขั้นที่ 4 ”
หลังจากได้รับฟังตัวตนของ อู่ อวี้ ความเป็น
ปฏิปักษ์ของนางก็หายไป แน่นอนว่า นางคือบุคคล
ผู้โดดเด่นซึ่งเปียมล้นไปด้วยเกียรติยศและศักดิ์ศรี
บรรยากาศอันสูงศักดิ์สง่างาม และกลิ่นอายที่
สะกดข่มให้ผู้คนไม่กล้าเข้าไกล ย่อมมิได้หายไป
อย่างง่ายดาย
หลังจากสตรีผู้สวมใส่ชุดคลุมสีทอง มองเขาอยู่พัก
หนึ่ง นางก็กล่าวขึ้นว่า ” ดูเหมือนว่าเจ้าจะมิได้
ง่ายดายดั่งเช่นที่เห็น อย่างน้อย ๆ กายเนื้อของเจ้า
ก็ค่อนข้างแข็งแกร่ง ทั้งยังทรงพลังอย่างน่า
เหลือเชื่อเลยใช่หรือไม่? เจ้าก็คงพอจะมี
ความสามารถอยู่บ้าง มิเช่นนั้นเจ้าคงไม่สามารถ
อยู่ที่นี่มาได้นานถึงเพียงนี้ ถือว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
สำหรับเจ้า ผู้มาจากทวีปผนึกปีศาจ อย่างไรก็ตาม
ภายใน เส้นทางเซียนบรรพกาล แห่งนี้ ชะตากรรม
ทุกอย่างเจ้าเป็นผู้กำหนดด้วยตนเอง เช่นนั้นข้าขอ
ลา ”
เนื่องจากในท้ายสุดแล้ว นางมิต้องการอยู่กับ อู่ อวี้
นานนัก
” เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งไป การที่ข้าเข้ามาในเส้นทาง
เซียนบรรพกาลครั้งนี้ เนื่องจากแบกรับหน้าที่
ความรับผิดชอบสำคัญไว้ นั่นก็คือการค้นหาผู้คน
จากอาณาจักรโบราณเหยียนหวง เพื่อบอกเล่า
เหตุการณ์วิกฤตสำคัญที่เกิดขึ้นในทวีปแห่งทวย
เทพตงเสิ้ง ให้แก่อาณาจักรโบราณเหยียนหวงได้
รับทราบ ”
เมื่อ อู่ อวี้ เห็นนางกำลังจะไป เขาก็รีบหยุดนางไว้
ทันที
สตรีนางนั้นแสดงท่าทางประหลาดใจเล็กน้อย นั่ง
หันหลังกลับมา ผิวหยกขาวราวหิมะส่องประกาย
กระจ่างใสอยู่ท่ามกลางสายวารี ดวงเนตรคู่สีทอง
จับจ้องมายัง อู่ อวี้ พร้อมกับกล่าวขึ้นว่า ” ทวีป
แห่งทวยเทพตงเสิ้ง จะมีเรื่องใหญ่อันใดเกิดขึ้นได้?
”
การที่นางแสดงท่าทางดูถูกดูแคลนเช่นนี้ ถือว่า
สมเหตุสมผลแล้ว เนื่องจากว่าสำหรับนางแล้ว
สถานที่อันห่างไกลอย่างทวีปทวยเทพ เป็นดินแดน
อันรกร้างเพียงเท่านั้น
เสมือนกับในอดีตที่ อู่ อวี้ เป็นผู้ควบคุมอาณาจักร
บูรพาเยว่อู่ เขาก็คิดว่า ทวีปเล็ก ๆ หรือหมู่บ้าน
ชนบท หาได้มีความสำคัญอันใดไม่
เขารีบตอบทันทีว่า ” ท่านรู้เรื่อง ‘บรรพชนมาร
กลืนสวรรค์’ ในชมพูทวีปโลกธาตุแห่งนี้หรือไม่?
ทราบหรือไม่ว่าเหตุใด ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง จึง
ถูกเรียกว่า ‘ดินแดนผนึกปีศาจ’? ”
สตรีผู้สวมใส่ชุดคลุมสีทองพยักหน้า แล้วกล่าวว่า”
ข้าเคยได้ยินมาว่า หลังจากสวรรค์ส่งเทพเซียนจุติ
ลงมา หลังจากนั้นเหล่าทวยเทพก็วาง ค่ายกลสาม
ยุคดับสูญ ล้อมรอบ ‘ทวีปผนึกมาร’ ไว้ ซึ่งตั้งแต่
อดีตจนถึงปัจจุบัน ก็ผ่านมาถึง 5 กาลสมัย
แน่นอนว่าบรรพชนมารกลืนสวรรค์ ย่อมสูญสลาย
กลายเป็นเถ้าถ่านไปนานแล้ว ”
” ไม่ มันยังไม่สูญสลายไป ยิ่งไปกว่านั้นภายในสิบ
เดือนนี้ มีโอกาสเป็นไปได้ว่ามันจะถือกำเนิดใหม่
ขึ้นอีกครั้ง ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้งตกอยู่ในห้วง
วิกฤตอย่างแท้จริง ข้าแค่อยากส่งข่าวนี้ ผ่านไปยัง
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง เพื่อให้ อาณาจักร
โบราณเหยียนหวง ส่งยอดฝีมือหยุดยั้งวิกฤตใน
ครั้งนี้ ! ”
อู่ อวี้ กล่าวขึ้นอย่างจริงจัง
หากสตรีเสื้อคลุมสีทองยินดีจะช่วยเหลือ มันก็คงดี
มาก
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ