กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 561 : แปรเปลี่ยนเปนมหาสมุทรสายฟา
อู่ อวี้ เคยได้ยินคำพูดมากมายซึ่งเกี่ยวกับ เส้นทาง
เซียนบรรพกาล
หนึ่งในจุดที่สำคัญที่สุด บนเส้นทางเซียนบรรพ
กาล นั่นคือการเปลี่ยนแปลงอันไร้สิ้นสุด
ไม่ว่าสิ่งใดก็อาจจะปรากฏขึ้นได้ ไม่ว่าอะไรก็ล้วน
เกิดขึ้นได้ทั้งสิ้น
ตลอดมาเขาจึงได้ยึดถือความคิดนี้มาตลอด ดังนั้น
แม้ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ขึ้นอย่าง
ฉับพลัน เขาก็ยังคงอยู่ในอารมณ์สงบนิ่ง
“คาดว่าหลังจากที่ทุกคนเห็นการเคลื่อนไหวครั้ง
ใหญ่นี้ ทุกคนย่อมมุ่งหน้าไปตรงที่เกิดเหตุ”
อู่ อวี้ อยู่ในพื้นที่ที่ใกล้มากที่สุด จึงเห็นได้ว่ามีผู้คน
จากทั่วทุกทิศกำลังหลั่งไหลมารวมตัวกันที่นี่กัน
หมด
เกรงว่าถึงจะถูกกระแสน้ำพัดกวาไปไกลเพียงไหน
พวกมันก็ยังคงมุ่งหน้ามายังที่แห่งนี้อย่าง
ทันทีทันใด
บ่อยครั้งที่เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ มักจะเกิด
การต่อสู้อันร้อนระอุเพื่อแย่งชิงมหาสมบัติ!
รอบด้านเต็มไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา ซึ่งยาม
นี้พวกเขาต่างมุ่งหน้าตรงมายังทิศทางที่ อู่ อวี้ อยู่
และแซงนำเขาไป ในเวลานี้ไม่ว่าจะเป็นใครต่างก็
ไม่สนสิ่งใดทั้งสิ้น นอกจากสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า
“มีสิ่งใดปรากฎออกมากันแน่นะ?”
“กลิ่นอายอันน่าสยดสยองเช่นนี้ ย่อมไม่ใช่มนุษย์
อย่างแน่นอน เป็นไปได้ว่าปีศาจอาจจะเกิดบ้าคลั่ง
หรืออาจจะปรากฎสรรพเทวะวิญญาณตัวใหม่
ขึ้นมา ข้าว่าแล้ว จะหาความปลอดภัยจากเส้นทาง
เซียนบรรพกาลแห่งนี้ได้อย่างไร?”
“ใช่แล้ว ในตอนนี้เกิดความผันผวนขึ้น พวกเราคง
ไม่อาจจะไล่ล่าสรรพเทวะวิญญาณอย่างง่ายๆได้
เช่นก่อนหน้าอีกแล้ว!”
ระหว่างทางที่กำลังมุ่งหน้าไปยังจุดที่เกิดความผัน
ผวน อู่ อวี้ ก็ได้ยินคน 2 คนพูดคุยกันอย่างแผ่ว
เบา
เขามาถึงได้อย่างรวดเร็ว แต่สิ่งที่อยู่ด้านหน้านั้น
อาจจะเป็นอันตรายได้ เช่นนั้นเขาจึงชะลอ
ความเร็วลง เพราะตอนนี้เขายังไม่คิดที่จะถูกบังคับ
ให้กลับไปยังทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง เนื่องจากใน
ตอนนั้นขนาด ตัวหมิงซาน เสิ้งเสวี่ย เข้ามาใน
เส้นทางเซียนบรรพกาลได้เพียงไม่กี่วันก็ต้องกลับ
ออกไปเสียแล้ว
ยิ่งเข้าไปใกล้กระแสน้ำมหาสมุทรมากเท่าไหร่
อสรพิษอัสนีก็ยิ่งหนาแน่นมากขึ้น
แม้ว่า อู่ อวี้ จะครอบครองกายเนื้อที่ทรงพลัง ทั้ง
ยังมีชุดเกราะศาสตราเต๋าวิถีแท้ แต่ทว่าเหล่า
อสรพิษอันแสนจะบ้าคลั่งเหล่านี้ย่อมสามารถเจ้า
ทะลวงเขาไปถึงร่างของเขาได้ ซึ่งมันจะทำให้เกิด
อาการเหน็บชาและความเจ็บปวดอย่างรุนแรง อีก
ทั้งยิ่งเข้าไปใกล้เท่าไหร่ ก็ยิ่งทวีคูณความรุนแรง
ขึ้นไปมากเท่านั้น
หลังจากที่มาถึงแล้ว โลกเบื้องหน้าพลันปรากฎไป
ด้วยลำแสงอัสนีอันบ้าคลั่งรุนแรง อู่ อวี้ เร่งใช้
เนตรเพลิงเพื่อจ้องทะลุทะลวงลำแสงอัสนี
“กรรรร!”
ทันใดนั้นเองปรากฏเสียงคำรามของอสูรกายดังขึ้น
เสียงคำรามของอสูรกายตนนี้บ้าคลั่งไร้ที่เปรียบ
เมื่อเสียงคำรามดังกระจายออกไปทำให้มหาสมุทร
พลิกตลบ ปรากฏเป็นกระแสน้ำเชี่ยวกราก จากนั้น
เมื่ออสรพิษอัสนีเหล่านี้ได้เริ่มกระจัดกระจาย
ออกไป ทำให้ทั่วทั้งโลกหล้าเต็มไปด้วยกระแสน้ำ
อันแสนบ้าคลั่ง
อู่ อวี้ พบว่าก่อนหน้าที่จะปรากฎเสียงกู่ร้องคำราม
ของอสูรกาย ก็มีผู้ฝึกตนและปีศาจรวมกันอย่าง
น้อย 100 กว่าคนรออยู่เบื้องหน้าแล้ว และเมื่อได้
ยินเสียงคำรามของอสูรกาย ก็เกิดการเคลื่อนไหว
ขึ้นอย่างรุนแรง กระแสคลื่นมหาสมุทรเริ่มพลิก
ตลบรุนแรงบ้าคลั่งยิ่งขึ้นกว่าเดิม
อู่ อวี้ มุ่งหน้าฝั่าเข้าไปท่ามกลางกระแสอัสนี ตัว
เขาสามารถอดทนได้มากกว่าคนธรรมดาอยู่บ้าง
ดังนั้นจึงมุ่งหน้าไปได้ค่อนข้างไกล หลังจากฝั่า
ทะลวงเข้าไปแล้ว เบื้องหน้าคลองจักษุของเขา
ปรากฎเป็นภาพเหล่าผู้ฝึกตนกำลังล้อมรับอสูรกาย
ตนหนึ่ง
สิ่งที่ทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกประหลาดใจนั่นคือ ภายใน
นั้นเป็น ‘อสูรมณีกำเนิดอัสนี’ ตนหนึ่ง และเมื่อดู
จากลักษณะของมันแล้วดูคล้ายคลึงกับอสูรมณี
กำเนิดอัสนีตัวแรกที่เขา แต่สิ่งที่ทำให้เขารู้สึก
ตกใจคือ รูปร่างของอสูรมณีกำเนิดอัสนีตนนี้ มัน
กลับใหญ่กว่าอสูรมณีกำเนิดอัสนีทั่วๆไปถึงร้อย
เท่า!
ไม่ต้องสงสัยเลย สิ่งที่ อู่ อวี้ เห็นได้อย่างชัดเจนคือ
ศิลามณีกำเนิดอัสนีที่อยู่ภายในหัวของมัน ซึ่งใหญ่
กว่าศิลาทั่วไปร้อยเท่าเช่นเดียวกัน
ศิลามณีกำเนิดอัสนีอันมหึมานี้ ทำให้ อู่ อวี้ ได้แต่
ยืนมองอย่างโง่งม ถ้าหากกล่าวถึงคุณค่าของศิลา
มณีกำเนิดอัสนีก้อนหนึ่ง มันเทียบเท่ากับศาสตรา
เต๋าวิถีแท้ถึง 1 ชิ้น แต่ศิลาก้อนนี้กลับใหญ่กว่า
ทั่วไปถึงร้อยเท่า เช่นนั้นแล้วศิลามณีกำเนิดอัสนี
ก้อนนี้จะมีคุณค่ามากมายมหาศาลเท่าใดกัน! ช่าง
เป็นสมบัติที่ประเสริฐอะไรเช่นนี้?
และมีเพียงเรื่องเดียวเท่านั้นที่จะสามารถวัดราคา
ของศิลากำเนิดอัสนีที่ใหญ่โตขนาดนี้ได้
นั่นคือเหล่าอัจฉริยะชั้นหัวกะทิของชมพูทวีป
โลกธาตุที่กำลังล้อมมันอยู่ในตอนนี้ แต่ละคนอย่าง
น้อยย่อมเป็นถึงตัวตนขอบเขตก่อร่างกำเนิดจิตเท
วะขึ้นไป ซึ่งตอนนี้สีหน้าของพวกเขาแต่ละคนเต็ม
ไปด้วยความบ้าคลั่ง ในสายตาของทุกคน
แสดงออกถึงความปรารถนาอันแรงกล้า เมื่อมอง
จากสายตาของพวกเขาแล้ว เห็นได้ว่า ศิลามณี
กำเนิดศิลา ก่อนนี้นับเป็นสมบัติล้ำค่าอย่างยิ่ง!
อู่ อวี้ ไม่สามารถเข้าไปใกล้ๆได้ ซึ่งแน่นอนว่าเขา
ไม่อาจจะมีส่วนร่วมในการแก่งแย่งครั้งนี้ สำหรับ
เขาแล้ว คนทั้ง 100 คนเบื้องหน้านับเป็น
เหมือนกับยักษาปั่าเถื่อน และขณะนี้เริ่มมีผู้คน
มากมายที่ได้มุ่งหน้าใกล้เข้ามาแล้ว ซึ่งคนส่วน
ใหญ่แล้วก็ทำเช่นเดียวกับเขา คอยจ้องมองการ
ต่อสู้อยู่ภายนอก
เขาสามารถมองเห็นทุกเหตุการณ์อย่างชัดเจนด้วย
เนตรเพลิง
ในเวลานี้ทุกคนเรียกขานอสูรกายตนนั้นว่า ‘เจ้า
อสูรมณีกำเนิดอัสนี’
หมิงซวง กล่าวออกมาด้วยความแปลกใจว่า “คิด
ไม่ถึงเลยว่าเส้นทางเซียนบรรพกาลจะปรากฏ
แม้กระทั่งสรรพเทวะวิญญาณชั้นเลิศเช่นนี้ออกมา
คงมีเพียงแค่เส้นทางเซียนบรรพกาลที่น่าอัศจรรย์
เช่นนี้กระมัง จึงจะสามารถปรากฏสรรพเทวะ
วิญญาณเช่นนี้ออกมาได้! มันจะต้องมีอายุอย่าง
น้อยหลายหมื่นปี ภายใต้เติบโตภายใต้ฟั้าสวรรค์
อันยอดเยี่ยมเช่นนี้ สรรพเทวะวิญญาณที่อยู่มา
ยาวนานช่างเป็นที่ริษยาของผู้คนจริงๆ”
แม้แต่หมิงซวงยังเอ่ยปากชื่นชมออกมา มันจะต้อง
เป็นตัวตนที่ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอนแล้ว
แต่น่าเสียดายที่ อู่ อวี้ ไม่มีโอกาสและไม่มีกำลัง
มากพอที่จะเข้าไปแย่งชิง!
ถึงแม้จะกำลังรับชมการต่อสู้อันแสนดุเดือดอยู่ แต่
เขาก็มิวายที่จะตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา และในเวลานี้
อู่ อวี้ ที่อาศัยเนตรเพลิงมองผ่านเข้าไป จึงเห็นได้
อย่างแจ่มชัดว่าในหมู่หลายร้อยคนข้างหน้า ว่ามี
สตรีชุดคลุมสีทองที่เขาพบในครั้งที่แล้ว บัดนี้นาง
กำลังยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนสิบคน ซึ่งดูน่าจะเป็น
คนที่ใกล้ชิดกับนาง และเมื่อดูจากลักษณะและ
บรรยากาศของพวกเขา มันมีความเป็นไปได้ที่คน
กลุ่มนั้นจะเป็นคนจากอาณาจักรโบราณเหยียน
หวง บางทีอาจจะเป็นเพราะเจ้าอสูรมณีกำเนิด
อัสนีที่ทำให้พวกเขามารวมตัวกัน
อู่ อวี้ หวังว่านางจะนำเรื่องของบรรพบบุรุษมาร
กลืนสวรรค์ไปบอกให้พวกเขาได้รับรู้
อย่างไรก็ตามในเวลานี้พวกเขาทั้งสิบได้ผสานผนึก
กำลังโจมตี แววตาของแต่ละคนล้วนดือดพล่าน
ร่างกายและจิตใจของพวกเขาต่างจับจ้องอยู่ที่ร่าง
ของอสูรกายยักษ์ตนนี้ คาดว่าสตรีชุดคลุมสีทอง
ในตอนนี้คงไม่มีกะจิตกะใจจะมาพูดถึงเรื่องของ
ทวีปแห่งทวยเทพแน่นอน ท้ายที่สุดแล้วเป็นเพราะ
นางยังคงไม่ปักใจเชื่อ
อู่ อวี้ ได้ยินบทสนทนาของพวกเขาอย่างเลือนราง
พวกเขาเรียกสตรีชุดคลุมสีทองว่า เจียง ฉีจวิน
“เจียง ฉีจวิน ข้าจะจำชื่อนี้เอาไว้”
ในไม่ช้า เจียง ฉีจวิน และอัจฉริยะสตรีของ
อาณาจักรโบราณเหยียนหวงคนอื่นๆ ก็เข้าร่วม
การต่อสู้ ด้านหนึ่งคอยปราบปรามเจ้าอสูรมณี
กำเนิดอัสนี อีกด้านหนึ่งคอยต่อสู้บีบบังคับให้
คู่แข่งคนอื่นล่าถอยกลับไป! ภายในกลุ่มคน
เหล่านั้น พลังการต่อสู้ของ เจียง ฉีจวิน ไม่นับว่า
แข็งแกร่งแต่อย่างใด ภายในอาณาจักรโบราณเห
ยียนหวงยังมีคนที่แข็งแกร่งกว่านางอยู่อีกมากมาย
ฉากเบื้องหน้านี้เป็นการต่อสู้ที่น่าพรั่นพรึงที่สุด
เท่าที่ อู่ อวี้ เคยพบเห็นมา!
อาจจะกล่าวได้ว่าเจ้านครจักรพรรดิเพลิง ประมุข
ศักดิ์สิทธิ์ไท่ซูที่เป็นแกนนำในการโอบล้อมโจมตี
จักรพรรดิมาร ยังไม่สามารถปลดปล่อยการโจมตีที่
น่าหวาดกลัวได้เท่านี้!
นอกจากผู้คนนับร้อยที่อยู่ที่นี่ ยังมีผู้คนเข้าร่วมการ
ต่อสู้แก่งแย่งนี้เพิ่มเข้ามาอีกเรื่อยๆ!
ไม่เพียงแต่จะต้องร่วมมือกันจัดการกับเจ้าอสูรมณี
กำเนิดอัสนี แต่ยังต้องต่อสู้เข่นฆ่ากันเองอีกด้วย
นับเป็นฉากที่เต็มไปด้วยความดุร้ายและบ้าคลั่ง
อย่างยิ่ง เคล็ดวิชาแก่นแท้ฟั้าดินแต่ละวิชา มหา
วิถีเชื่อมสวรรค์แต่ละวิชา และศาสตราเต๋าวิถีแท้
ของแต่ละคนต่างเป็นของที่อยู่ในชั้นยอดทั้งสิ้น!
แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะดูถูกพลังและความดุร้าย
ของเจ้าอสูรมณีกำเนิดอัสนีมากเกินไป!
พลังการต่อสู้ของเหล่าสรรพเทวะวิญญาณ ยากที่
จะประเมินได้ ส่วนใหญ่แล้ว สรรพเทวะวิญญาณ
ไม่ได้มีการแบ่งวัดระดับเป็นขอบเขต บางครั้งมัน
จึงแสดงความสามารถที่อยู่เหนือกว่าจินตนาการ
ของผู้คนออกมา
เช่นเดียวกับ บรรพบุรุษมารกลืนสวรรค์
ความสามารถในการกลืนกินของมัน ก็ไม่เคย
ปรากฏออกมาก่อนในประวัติศาสตร์
ความสามารถของอสูรกายที่ปรากฏออกมาเบื้อง
หน้านี้ ก็นับว่าเป็นความสามารถยากที่จะพบเจอ
ได้!
ไม่ว่าจะมีเคล็ดวิชาเต๋าหรือว่าพลังอิทธิฤทธิ์มาก
เท่าไหร่ ไม่ว่าจะเป็นศาสตราเต๋าวิถีแท้หรือว่ายันต์
อาคมต่างๆ เมื่อเผชิญหน้ากับความเกรี้ยวกราด
ของมันด้วยการควบคุมพลังอัสนี ทำให้ยอดฝีมือ
นับร้อยมิอาจกดดันมันได้แม้แต่น้อย!
กรรรรร กรรรร กรรรรร!
เมื่อถูกปิดล้อมอยู่ใจกลาง ทั่วทั้งร่างของเจ้าอสูร
มณีกำเนิดอัสนีก็ถูกปกคลุมด้วยสายอัสนีที่บ้าคลั่ง
มันได้ปลดปล่อยกระแสอัสนีที่บ้าคลั่งออกไป ทำ
ให้ทั้วทั้งมหาสมุทรถูกแปรเปลี่ยนเป็นโลกที่เต็มไป
ด้วยสายอัสนีปิดล้อมภายในรัศมีพันลี้ หากไม่มี
มหาสมุทร เกรงว่าทั่วทั้งรัศมีคงจะถูกสายอัศนีเข้า
กลืนกินจนสิ้น!
ภายในรัศนีพันลี้ ได้ถูกแปรเปลี่ยนกลายเป็น
มหาสมุทรสายฟั้าสีม่วงไปโดยสมบูรณ์!
การปิดล้อมนี้ยังคงกินรัศมีขยายออกไปเป็นวง
กว้างเรื่อยๆ
ซึ่งขณะนี้ทำให้ดูเหมือนว่าโลกใบนี้จะถูกสายฟั้า
จำนวนนับไม่ถ้วนเข้ายึดครอง นับว่าเป็นห้วง
วิกฤตที่ร้ายแรงถึงชีวิต!
เกรงว่าคงจะมีแต่ภายในเส้นทางเซียนบรรพกาล
เท่านั้นจึงจะสามารถมองเห็นฉากเหตุการณ์ที่
ตระการตาเช่นนี้ได้!
อย่างไรก็ตามเหล่าอัจฉริยะและเหล่าปีศาจแห่ง
ชมพูทวีปโลกธาตุ ก็แข็งแกร่งอย่างน่าหวาดกลัว
เมื่อเจ้าอสูรมณีกำเนิดอัสนีสำแดงพลังอันน่า
หวาดกลัวที่เทียบเท่าได้กับขั้นก่อร่างกำเนิดจิตเท
วะระดับที่ 6 ออกมา พวกเขาได้หยุดการต่อสู้
แก่งแย่งกันก่อนชั่วคราว ครู่ต่อมาพวกเขาทุกคน
ร่วมมือกันต่อสู้สังหารเจ้าอสูรมณีกำเนิดอัสนี ทุก
คนมียันต์เซียนบรรพกาลอยู่ในมือ หากพวกเขาไม่
อาจจะล้มมันได้สำเร็จ ในกรณีที่ร้ายที่สุดพวกเขาก็
จำต้องบดขยี้ยันต์และจากไป แต่ถ้าหากเป็นไปได้ที่
จะสามารถครอบครองศิลามณีกำเนิดอัสนีที่มี
ขนาดใหญ่ปกติถึงร้อยเท่าได้ มันก็เป็นเหมือนกับ
การก้าวเพียงก้าวเดียวก็พุ่งทะยานขึ้นสู้สวรรค์!
ที่ตำแหน่งใจกลางของการต่อสู้ ได้เกิดเป็นการ
ต่อสู้ที่รุนแรงจนแม้แต่เนตรเพลิงของ อู่ อวี้ ยังไม่
อาจมองเห็นได้อย่างแช่มชัด!
มีเสียงคำรามดังออกมาจากทุกหนแห่ง ทุกที่เต็มไป
ด้วยเสียงระเบิดจากเคล็ดวิชาต่อสู้มากมาย
ศาสตราเต๋าวิถีแท้หลายร้อยชิ้นปลิวว่อนไปมา
พร้อมโจมตีถาโถมกดดันไปบนร่างของเจ้าอสูรมณี
กำเนิดอัสนี ซึ่งยามนี้แทบจะแยกไม่ออกเลยว่า
ศาสตราเต๋าวิถีแท้ของใครเป็นของใคร
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหล่าปีศาจจำนวนมาก ได้
เปลี่ยนกลับไปอยู่ร่างเดิมของมัน พร้อมพุ่งเข้าไป
โจมตีเข่นฆ่าสังหารเจ้าอสูรมณีกำเนิดอัสนี ในช่วง
เวลานั้นเองจึงปรากฏอสูรกายมากกว่า 40 ตน อู่
อวี้ ได้เคยเห็นร่างเดิมของจักรพรรดิจู้และ
จักรพรรดิอิงมาแล้ว แต่ว่าอสูรกายทั้งหมดทั้งมวล
เบื้องหน้ากลับไม่ได้ด้อยไปกว่าพวกเขาแม้แต่น้อย
กระทั่งยังแข็งแกร่งยิ่งกว่า! แต่กระนั้นพวกเขากลับ
เป็นแค่เหล่ารุ่นเยาว์ของชนเผ่าปีศาจเท่านั้น!
แม้ว่าจะเป็นในด้านสายโลหิต ก็ยังไม่อาจจะ
เอาชนะพวกเขาได้
ในกลุ่มคนที่โจมตีเจ้าอสูรมณีกำเนิดอัสนีส่วนใหญ่
แล้วเป็นปีศาจ! เช่นวาฬ ฉลาม และเหล่ากุ้งหอยปู
ปลาทั้งหลาย ภายในนั้นมีสายเลือดที่หายากอยู่
มากมาย กล่าวได้ว่ามันเกิดมาเพื่อเป็นปีศาจโดย
แท้จริง! กระทั่งบางตนยังมีมรดกสืบทอดนับแสนปี
อยู่บนร่างด้วยเช่นกัน
ภายใต้ความโกลาหลนี้ ด้วยความแข็งแกร่งของ อู่
อวี้ เขาทำได้เพียงแค่จ้องมองจากที่ห่างไกลเท่านั้น
ไม่อาจจะแทรกแซงเข้าร่วมได้แม้แต่น้อย
เนื่องจากเมื่อเข้าไปใกล้เมื่อไหร่ เขาก็คงจะได้รับ
บาดเจ็บสาหัสหรืออาจจะถูกเจ้าอสูรมณีกำเนิด
อัสนีสังหารทิ้งอย่างแน่นอน
การต่อสู้นี้รุนแรงมากเกินไป อู่ อวี้ ทำได้เพียงแค่
หักห้ามใจไม่ให้บินทะยานเข้าไป และมีอีกหลาย
คนที่เป็นเช่นเดียวกับเขาที่ทำได้เพียงแค่เฝั้ามอง
จากด้านนอก ซึ่งในหมู่ผู้เฝั้าชมจากด้านนอก ยังมี
ตัวตนจิตเทวะด้วยเช่นกัน!
ตูม ตูม ตูม!
เสียงระเบิดดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว
จะเป็นเสียงจากการที่ เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัสนี
ปลดปล่อยพลังอันแสนบ้าคลั่งออกมา ด้วยความ
รุนแรงของมัน ทำให้มีพลังบางส่วนของสายฟั้าจู่
โจมเล็ดลอดออกมาสู่รอบนอก จนกระทั่ง อู่ อวี้ ยัง
ต้องนำชุดเกราะศาตราเต๋าวิถีแท้ออกมา เปิดใช้
การปั้องกันเต็มรูปแบบ
“รั้งรออยู่เช่นนี้จะมีค่าอันใดกัน?”
เขารู้ตัวดีว่าตัวเขาไม่อาจจะคว้าศิลามณีกำเนิด
อัสนีที่ยิ่งยิ่งใหญ่กว่าปกติร้อยเท่ามาครองได้
มันมีสัญญาณบางอย่างบอกว่าเขาจะต้องรีบ
ออกไปจากที่แห่งนี้ แต่ทว่ายังมีอีกหลายคนที่รู้สึก
ไม่ยินยอม ดังนั้นในตอนนี้ยังมีคนที่หลั่งไหลมา
อย่างต่อเนื่อง ในตอนนี้จึงยังไม่มีใครคิดจะจากไป
ก่อน
การยืนหยัดอยู่ในที่แห่งนี้ เพียงเพื่อจะลองเสี่ยง
โชค บางทีโชคดีอาจจะตกมาอยู่ที่ใครก็เป็นได้ไม่ใช่
หรือ?
ถึงแม้ว่าจะเป็นไปไม่ได้ แต่ก็ยังได้เห็นว่าสุดท้าย
แล้วใครจะได้เป็นผู้ครอบครองมัน!
บางทีทุกคนก็อยู่ในความรู้สึกเดียวกัน
ในเวลานี้ เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัสนี ยิ่งเกรี้ยวกราด
ไปทุกขณะ มันเริ่มขยับร่างพร้อมกระทืบเท้าลงมา
ทันใดนั้นก็เกิดการระเบิดขึ้นอย่างรุนแรงขึ้น
นับว่าเป็นแรงระเบิดที่รุนแรงที่สุดอย่างอย่างไม่
เคยพานพบ
การระเบิดนี้ก่อให้เกิดเป็น อัสนีอสรพิษทมิฬ
จำนวนนับไม่ถ้วน พวยพุ่งโจมตีอย่างดุร้ายออกไป
ทั่วทุกทิศทุกทาง!
ในละแวกใกล้เคียงนับว่าเป็นจุดแรกที่จะโดน
ลูกหลงถูกกวาดล้าง!
ซึ่งในบริเวณรอบๆ ย่อมไม่มีใครหลุดรอดไปจาก
ระลอกคลื่นนี้ได้! ตัวอย่างเช่น ในเวลานี้มีอัสนี
อสรพิษทมิฬสายหนึ่งได้พุ่งทะยานมาสู่เบื้องหน้า
ของ อู่ อวี้ และอ้าปากกว้างราวกับพร้อมที่จะ
เขมือบได้ทุกเมื่อ และสิ่งที่น่าวิตกที่สุดก็คือ เมื่อ อู่
อวี้ ฟาดเสามังกรสมุทรคลั่งเข้าไปปะทะกับมัน
อัสนีอสรพิษทมิฬกลับได้ผสานเข้ารัดพันกับตัวเสา
พริบตาเดียวมันก็แล่นเข้าสู่ร่างของ อู่ อวี้ อย่าง
ฉับพลัน
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ