กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 562 : สูญสิ้นสติตกอยูในวิกฤตรายแรง
อู่ อวี้ รู้สึกว่าตน อยู่ในระยะที่ห่างไกลมากพอแล้ว
แต่วิกฤตอันตรายที่เกิดขึ้นทั้งรุนแรงและฉับพลัน
จนทำให้ อู่ อวี้ ไม่ไม่อาจตอบสนองได้อย่าง
ทันท่วงที
ฉะนั้นหาเขาปรารถนาจะหลบหนีจากวิกฤติ
อันตรายนั้น ทว่ามันก็สายเกินไปแล้ว
ไม่ใช่เพียงแค่ อู่ อวี้ เท่านั้นที่กำลังตกอยู่ใน
อันตราย ผู้คนมากมายก็กำลังตกอยู่ในอันตราย
ด้วยเช่นเดียวกัน เนื่องจากเพียงหนึ่งการโจมตีของ
‘ เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัสนี ‘ ที่โจมตีออกเป็นวงกว้าง
นั้น สามารถสร้างความเสียหายได้กว่า 800 คน
เลยทีเดียว นับเป็นการโจมตีอันน่าสะพรึงกลัว
อย่างยิ่งยวด!
อู่ อวี้ ไม่สามารถสอดมือเข้าไปยุ่มย่ามกับผู้อื่นได้
ด้วยเพราะในเวลานี้อัสนีอสรพิษทมิฬ กำลังโอบรัด
พันธนาการร่างกายของเขาไว้ ด้วยขนาดใหญ่โต
มโหฬารของมัน จึงสามารถรัดพันร่างกายของเขา
ได้อย่างสมบูรณ์ พลังอำนาจบดขยี้ของมันนั้นช่าง
น่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง ราวกับว่ากำลังมีคม
ดาบนับพันเล่มกำลังกรีดเฉือนลงบนร่างกายของ
เขา แม้ว่า อู่ อวี้ จะสวมใส่ ‘เกราะเทพสงคราม
ประมุขฟั้า’ อยู่แล้วก็ตาม แต่การเผชิญหน้าครั้งนี้
นับว่ารุนแรงเดือดยิ่งนัก!
เปรี๊ยงงงง เปรี๊ยงงงงงงง!!!!
แม้ว่า อู่ อวี้ จะมีกายเนื้อแข็งแกร่งมากเพียงใด
แต่เมื่อต้องพบเจอกับห่าอัสนีทมิฬจำนวนนับไม่
ถ้วน ฟาดผ่าเข้าใส่ร่างเช่นนี้ เขาก็ยากจะต้านทาน
ได้ บัดนี้สายอัสนีทมิฬกำลังเจาะทะลวงชอนไชเข้า
สู่ร่างกายของ อู่ อวี้ จนทั่วทั้งร่างของเขาปรากฏ
เส้นสายสีดำจากการเผาไหม้ของสายอัสนี!
อัสนีอสรพิษทมิฬตนนี้ทรงพลังอย่างน่าเหลือเชื่อ
อำนาจทำลายล้างของมันอยู่เกินกว่าจะ
จินตนาการได้ ขณะที่ อู่ อวี้ กำลังพยายามดิ้นรน
เพื่อให้ตนเองหลุดพ้นจากพันธนาการนี้ ฉับพลันใน
หูของเขาก็ได้ยินเสียงกรีดร้องโหยหวนของผู้คนซึ่ง
อยู่รอบ ๆ ตัวเขาดังขึ้น
เขารีบใช้งานเนตรเพลิงเพื่อตรวจสอบในทันที สิ่ง
ที่เขาเห็นคือแสงระยิบระยับนับไม่ถ้วนส่องสว่าง
แพรวพราว แล้วที่มาของแสงนั้นก็คือ ยันต์เซียน
บรรพกาล จำนวนมากที่กำลังถูกบดขยี้เพื่อลบหลี้
หนีตาย!
” ด้วยสถานการณ์บีบคั้น ทำให้ผู้คนมากมายต้อง
ถูกบีบบังคับออกจาก เส้นทางเซียนบรรพกาล
ทั้งหมดเป็นเพราะอัสนีอสรพิษทมิฬ! ”
อู่ อวี้ ตื่นตระหนกตกใจเป็นอย่างยิ่ง!
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ยามนี้คือช่วงเวลาวิกฤตมาก
ที่สุดตั้งแต่ที่เขาได้เข้ามาใน เส้นทางเซียนบรรพ
กาล
เขาล่วงรู้ดีว่าผู้คนเหล่านี้ เลือกที่จะจากไปเมื่อชีวิต
ของตนเองกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย
” ข้าจะไม่จากไปอย่างเด็ดขาด ข้าต้องหยุดมันให้
ได้! ”
เมื่อเปรียบเทียบกับคนอื่น ๆ แล้ว อู่ อวี้ มี
เจตนารมณ์แลความมุ่งมั่นแรงกล้าน่ากลัวกว่ามาก
นัก กล่าวได้ว่าสิ่งนี้ทำให้เขาแตกต่างจากคนอื่น ๆ
สำหรับคนอื่น ๆ แล้วพวกเขาสามารถถอดใจยอม
แพ้ได้ตลอดเวลา ทว่าสำหรับ อู่ อวี้ แล้วเขาไม่
อาจทำเช่นนั้นได้
ด้วยเหตุนี้ ขณะที่อัสนีอสรพิษกำลังกระหน่ำโจมตี
เข้ามาอย่างเกรี้ยวกราดดุร้าย ตัวเขาก็กำลังดิ้นรน
พยายามด้วยการใช้ วิชาก้าวเทวะ หลบหนีออกมา
ให้ไกลห่างจากระยะการโจมตี อีกด้านหนึ่งก็ใช้
พลังความแข็งแกร่งของกายเนื้อ ต้านทานพลังการ
โจมตีที่รุนแรงประดุจดั่งทวยเทพ ของอัสนีอสรพิษ
ไปด้วย โดยพยายามขับสายอัสนีทมิฬออกไปจาก
ร่างกายของเขา!
สำหรับกระบวนการนี้ แทบไม่ต้องบรรยายเลยว่า
มันเจ็บปวดทุกข์ทรมานมากเพียงใด เพราะตอนนี้
ทั้งเลือดและเนื้อของเขาได้ถูกแผดเผาอย่าง
สมบูรณ์
” ถึงจะทรมาน แต่เมื่อเทียบกับการหลอมสร้าง
‘กายาเจ้ามังกรสักการะราชันอรหันต์ไม่ดับสูญ ‘
แค่นี้ยังถือว่าไม่อาจนำมาเปรียบเทียบกันได้! ”
อู่ อวี้ หัวเราะเย้ยหยันกับความเจ็บปวดที่ตนเอง
ได้รับ
คงต้องบอกว่า กายาเพชรอมตะ ไม่ใช่แค่การ
เสริมสร้างกายเนื้อให้แข็งแกร่งเพียงอย่างเดียว
เท่านั้น ทว่ากายาวัชระนี้ยังทำให้เขามีจิตตานุภาพ
แลเจตจำนงแข็งกล้า ไม่หวั่นไหวต่อความ
ยากลำบากใด ๆ ทั้งสิ้น ต่อให้ต้องประสบพบเจอ
กับหายนะเลวร้ายมากกว่านี้ เขาก็จะไม่ถอดใจ
ท้อถอย สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้มากพอที่จะยืนยัน
เจตจำนงอันแข็งกล้าของเขา ระหว่างที่อัจฉริยะผู้
มากด้วยพรสวรรค์คนอื่น ๆ ภายในชมพูทวีป
โลกธาตุแห่งนี้ กำลังรักตัวกลัวตาย หวาดหวั่นต่อ
พลังอำนาจจากสายอัสนีอสรพิษทมิฬ จนถอดใจ
รับความพ่ายแพ้แล้วออกจาก เส้นทางเซียนบรรพ
กาล ไปตาม ๆ กัน ทว่า อู่ อวี้ หาได้ทำเช่นนั้นไม่
เขากำลังกัดฟันสู้อย่างไม่ยอมลดละ!
“มันก็แค่นี้!”
เขารู้สึกขอบคุณ ฉีเทียนต้าเซิ่น ที่ส่งมอบเคล็ดวิชา
กายาเพชรอมตะ ให้แก่เขา เนื่องจากว่าแท้จริง
แล้วการฝึกฝนการบ่มเพาะกายาวัชระเป็นเพียงแค่
ส่วนหนึ่งเท่านั้น ทว่าจิตตานุภาพแลเจตจำนงที่
หนักแน่นราวกับเพชรอมตะ ประดุจดั่งวัชระ คือสิ่ง
ที่มีคุณค่ามากที่สุด หลายครั้งหลายคราที่ อู่ อวี้
ต้องประสบพบเจอกับหายนะภัยพิบัติ ทว่าสิ่ง
เหล่านี้กลับไม่สามารถทำให้ อู่ อวี้ หวาดหวั่นได้
แม้แต่น้อย
ด้วยเพราะเจตจำนงของเขา แรงกล้ากว่าผู้อื่นมาก
นัก
ภาพเหตุการณ์ในตอนนี้ นับว่าชุลมุนวุ่นวายเป็น
อย่างมาก ทุกผู้คนล้วนส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนดัง
ระงมไปทั่ว กล่าวได้ว่าการโจมตีจากสายอัสนี
อสรพิษทมิฬของ เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัสนี นั้น ได้
สยบพวกเขาลงอย่างสิ้นเชิง บัดนี้ทั่วทั้งโลกหล้าได้
แปรเปลี่ยนกลายเป็นมหาสมุทรอัสนีทมิฬ เสียง
กรีดร้องจากความเจ็บปวดทรมาน และ เสียง
สายฟั้าคำรามดังก้องกัมปนาทขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ท่ามกลางสถานการณ์ชุลมุนเช่นนี้ แน่นอนว่าการ
ดิ้นรนขัดขืนเล็ก ๆ ของ อู่ อวี้ ไม่ได้เป็นที่จับตา
หรือ จุดสนใจมากนัก
“เปรี๊ยงงงง!”
ทันใดนั้นเองก็มีบางอย่างเกิดขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ อู่ อวี้
ไม่ต้องการจะพบเห็น
ภายใต้การโจมตีของสายอัสนีอสรพิษทมิฬ ‘เกราะ
เทพสงครามประมุขฟั้า’ ที่เจ้านครจักรพรรดิเพลิง
ได้ฝากฝัง เอาไว้กับ อู่ อวี้ บัดนี้ได้ถูกบดขยี้
ทำลายลงแล้ว มันคือสมบัติวิเศษอันแสนล้ำค่าของ
นครจักรพรรดิเพลิง ที่ถูกสืบทอดส่งต่อมารุ่นต่อรุ่น
ผ่านคืนวันหลายแรมปีจำนวนนับไม่ถ้วน ทว่าเมื่อ
อยู่ภายใน เส้นทางเซียนบรรพกาล แห่งนี้ มันได้
ถูกบดขยี้ทำลายกลายเป็นผุยผง ในสภาพที่ไม่
สามารถนำกลับไปยัง นครจักรพรรดิเพลิง ได้อีก
บังเกิดเสียงดังกึกก้องกัมปนาทดังขึ้น เปรี๊ยงงงง!!!
ภาพที่เห็นอยู่ตรงเบื้องหน้าในตอนนี้ คือเศษซาก
ชิ้นส่วนทองคำอันงดงาม มันได้ถูกบดขยี้จนพัง
พินาศด้วยน้ำมือของ สายอัสนีอสรพิษทมิฬ ราว
กับเป็นนิมิตฝันก็มิปาน
” ข้าได้ให้คำมั่นสัญญากับท่านเจ้านครเอาไว้ว่า
จะส่งมอบศาสตราเต๋าวิถีแท้ชิ้นนี้ให้แก่ เจ้านคร
จักรพรรดิเพลิง คนต่อไปในอนาคต! แต่ข้าไม่เคย
คิดว่ามันจะถูกบดขยี้ทำลายรวดเร็วถึงเพียงนี้ … ”
แน่นอนว่า อู่ อวี้ ย่อมไม่สบอารมณ์อย่างแน่นอน
ด้วยเพราะศาสตราเต๋าวิถีแท้ชิ้นนี้ มีบทบาทกับเขา
อย่างใหญ่หลวง
” แต่ถ้าข้ามีความสามารถมากขึ้น ข้าจะส่งคืนสิ่งที่
ดีกว่าให้แก่ นครจักรพรรดิเพลิง ในภายหลัง ”
อย่างไรก็ตามหาก นครจักรพรรดิเพลิง ถูกบดขยี้
ทำลายด้วยน้ำมือของ บรรพชนมารกลืนสวรรค์
มันก็คงจะไร้ซึ่งความหมาย
ถึงแม้ว่าชุดเกราะจะถูกทำลายลงไป ทว่าอย่าง
น้อยก็สามารถสกัดกั้นอำนาจทำลายล้างของอัสนี
อสรพิษทมิฬ ส่วนใหญ่เอาไว้ได้ ทว่าสายอัสนีส่วน
ที่เหลือก็ยังทรงพลังรุนแรง มันกำลังพุ่งตรงเข้าใส่
ร่างกายของเขายังไม่อาจสกัดกั้นได้!
เปรี๊ยงงงง!!!!
เมื่อสายอัสนีพุ่งเข้าสู่ศีรษะของเขา ทำให้ อู่ อวี้ ก็
รู้สึกวิงเวียนศีรษะขึ้นอย่างฉับพลัน ผลปรากฏว่า
อัสนีอสรพิษทมิฬนี้ มีผลกระทบต่อสติสัมปชัญญะ
แลการมองเห็นของเขา บางทีนี่อาจจะเป็นพลัง
อำนาจที่แท้จริงของมัน ยามนี้ดวงตาทั้งคู่ของ อู่
อวี้ เริ่มมืดดำแล้วสติของเขาก็ดับวูบลง
ท่ามกลางความรู้สึกวิงเวียนศีรษะ อู่ อวี้ พยายาม
ดิ้นรนเพื่อให้หลุดพ้น ทว่าเขาก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำ
เช่นไร แต่เขาก็ยังอยากที่จะมีชีวิตอยู่ต่อ!
ในขณะที่เขากำลังรู้สึกเช่นนั้น เขาก็แลเห็นว่า
หลายคนก็กำลังติดกับพลังอำนาจของมัน
เช่นเดียวกัน อันที่จริงสภาพของพวกเขาเหล่านี้ก็
ไม่ได้แตกต่างจากตัวเขา ในขณะที่เขายังคง
วิงเวียนอยู่นั้น เขาก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า การที่ เจ้า
อสูรมณีกำเนิดอัสนี ใช้วิธีนี้ ด้วยเพราะต้องการที่
จะหลบหนี
จากนั้นภาพทุกอย่างตรงเบื้องหน้าของเขาก็พร่า
เลือน ทุกอย่างมืดสนิท สติสัมปชัญญะของเขาดับ
วูบสลบไป
ช่วงเวลานั้นเขาก็จมสู่ห้วงภวังค์ความฝัน มีเสียง
ดังแว่วเข้ามาในโสดประสาทแก้วหู ราวกับว่า
กำลังถูกโอบล้อมไปด้วยมหาสมุทร ภายในห้วง
มหาสมุทรนี้ช่างเย็นเฉียบ อาการบาดเจ็บได้รับ
การฟืนฟูคืนสภาพกลับมาแข็งแรงสมบูรณ์ดังเดิม
ทั้งหมดนี้เป็นเพราะ กายาเพชรอมตะ
สุดท้ายแล้วทุกอย่างก็เงียบสงัดลง
ท่ามกลางความสับสน อู่ อวี้ รู้สึกเสมือนว่าวัน
เวลาได้ผันผ่านไปเนิ่นนานหลายศตวรรษ เมื่อเขา
ลืมตาตื่นขึ้นก็ผ่านพบกับความมืดปกคลุมอยู่
โดยรอบ เขาได้ฟืนคืนกลับเป็นปกติเช่นดั่งเก่าก่อน
ทว่ามันกลับไร้ซึ่งผู้คน
เมื่อฟืนตื่นเต็มตา เขาก็รีบสำรวจร่างกายของ
ตนเองอย่างรวดเร็ว แม้ว่าก่อนหน้านี้เขาจะ
เจ็บปวดเพราะถูกโจมตี ทว่าต่อมาร่างกายของเขา
ก็ฟืนฟู กลับคืนสู่สภาพแข็งแรงเป็นปกติเช่นดังเดิม
ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ใช้โอสถรักษา แต่ตอนนี้เขาก็ดี
ขึ้นมากจนเกือบสมบูรณ์
ในช่วงเวลานี้ อู่ อวี้ ไม่มีเวลาที่จะมากันสกัดปรุง
โอสถ หรือ วาดวงเวท
” ข้าหมดสติไปนานแค่ไหน? ” เขารีบถามหมิงซวง
ทันที
” เกือบสิบวันได้ แต่ก็ยังโชคดีที่เจ้าแค่หมดสติสลบ
ไสล แต่มิได้ตกตายไป หลังจากหมดสติได้ไม่นาน
กระแสคลื่นก็ซัดเจ้ามายังที่แห่งนี้ ”
โชคดีที่เวลาผันผ่านไปเพียงไม่นาน อู่ อวี้ ถอน
หายใจออกมาอย่างโล่งอก
“ผลลัพธ์เป็นเช่นไร?”
“ข้าจะไปล่วงรู้ ได้อย่างไรกันเล่า ”
อู่ อวี้ อยากรู้ผลลัพธ์เป็นอย่างมากว่าสุดท้ายแล้ว
ทุกผู้คนสามารถผนึกกำลังจัดการมันลงได้หรือไม่ ?
ด้วยเพราะ เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัสนี แข็งแกร่งเป็น
ยิ่งนัก
เมื่อกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ตอนนี้ ทุกอย่างดู
ปกติไร้ซึ่งการเคลื่อนไหวใด ๆ ซึ่งก็สามารถอธิบาย
สถานการณ์ได้คร่าว ๆ ว่า เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัสนี
อาจจะถูกสังหารตกตายไป หรือไม่ก็คงแอบ
หลบหนีไปอย่างเงียบ ๆ
การค้นหาตัวมันคงจะไม่ง่ายดายอีกแน่ ๆ
” ระดับพลังของข้ากับ เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัสนี มัน
ห่างชั้นกันมากเกินไป แต่ข้าก็จะไม่ยอมวางมือ จะ
พยายามค้นหา อสูรมณีกำเนิดอัคคี ต่อไป เพราะ
มันคือหนทางที่เร็วที่สุดที่ข้าจะสามารถเพิ่มพูน
ยกระดับความแข็งแกร่งของ กายาเพชรอมตะ ได้
”
เนื่องจาก มหาพลังอิทธิฤทธิ์ทั้งสอง ยังไม่สามารถ
เพิ่มพูนความแข็งแกร่งได้ในยามนี้
แม้แต่เนตรเพลิงของเขาก็ยังติดแหง็กอยู่ที่ขั้นเดิม
แม้ว่าเหมือนจะมีโอกาสที่จะก้าวสู่ขั้นที่ 3 ได้ แต่ก็
ยังไม่อาจก้าวข้ามผ่านมันไปได้
สำหรับ ร่างอวตารนอกวิถี ของเขาก็ยังคงอยู่ที่
1,000 ร่างเช่นเดิม การจะทะลวงฝั่าเข้าสู่ระดับ
10,000 ร่างได้นั้น ถือเป็นเรื่องยากลำบากยิ่ง แต่
หากบรรลุถึงขั้นนั้นได้จริง ๆ มันจะต้องผลาญ
ทรัพยากรมากขึ้นกว่าเก่าอย่างแน่นอน
เขาสงบลง แล้วทอดสายตามองไปยังทะเลอันมืด
มิดไร้ขึ้นสุด
“อสูรมณีกำเนิดอัคคี ออกมาหน่อยไม่ได้รึยังไง!”
อู่ อวี้ ไม่ได้อยู่ในอารมณ์เช่นนี้มาเป็นเวลานาน
แล้ว เขาทำทุกอย่างด้วยความเรียบง่าย
ตรงไปตรงมา ปรารถนาที่จะแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น
เมื่อเขาเข้ามาอยู่บน เส้นทางเซียนบรรพกาล ก็ทำ
ให้ล่วงรู้ว่าตนเองนั้นช่างอ่อนแอเสียเหลือเกิน ฝีมือ
ของเขานั้นต่ำต้อยเรี่ยดินที่สุด เสมือนดั่งคนจรแสน
อ่อนแอ ไม่นับว่าเป็นตัวตนอันใดเมื่ออยู่ในที่แห่งนี้
ช่างน่าเสียดายที่มีปัญหาเกิดขึ้นเสียก่อน
เขาค้นพบว่าไม่ได้มีเพียงแค่ อสูรมณีกำเนิดอัคคี
เท่านั้นที่ค้นหาได้ยากยิ่ง แม้แต่ อสูรมณีกำเนิด
อัสนี และ อสูรมณีกำเนิดวารี จำนวนของพวกมัน
ก็ลดน้อยลงไปอย่างมากเช่นเดียวกัน
” เป็นไปได้หรือไม่ ที่เหล่าอัจฉริยะถูกถล่มกวาด
ล้างออกจากที่นี่จนไม่มีเหลือ? มากกว่าสิบวันแล้ว
ข้ายังไม่พบเห็นผู้ใดสักคน! ”
เขาอยู่ใน เส้นทางเซียนบรรพกาล มานานกว่าหนึ่ง
เดือนแล้ว นอกจากจะไม่พบเห็นผู้ใด ยังไม่
สามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์อันใดได้อีก
ด้วยเพราะเวลาบีบรัดเช่นนี้ มันทำให้เขารู้สึกกังวล
ไม่น้อย
ยิ่งกังวลมากขึ้นเท่าไหร่ ความสุขุมเยือกเย็นของ
เขาก็ยิ่งลดทอนถดถอยลงไปมากขึ้นเท่านั้น เขา
กระตือรือร้นที่จะแสวงหาผู้ใดสักคน เพื่อมาพูดคุย
เกี่ยวกับ ดินแดนโบราณเหยียนหวง แต่ดูเหมือนว่า
โชคจะไม่เข้าข้าง ยิ่งเสาะแสวงหามากเท่าใดเขาก็
ยิ่งพานพบเจอกับกำแพงตันขวางกั้นอยู่เบื้องหน้า
มิได้พบเจอกับคนจากอาณาจักรโบราณเหยียนหวง
แต่น้อย ถึงแม้ในที่สุดเขาจะสามารถพานพบกับ
ผู้คน แต่เมื่อครั้นที่เขาเปิดปากพูดคุย คนเหล่านั้นก็
เกียจคร้านที่จะพูดคุยกับเขา และแล้วก็จากไป
คาดว่าพวกเขาคงไม่อยากเสียเวลากับตนเอง
เนื่องจากจะเสียเวลาอันมีค่าในการไล่ล่าหาสมบัติ
เขาไม่เคยโดนถูกดูแคลนหยามเกียรติเช่นนี้มาก่อน
” ไอ้พวกหมาหมู่จิตใจต่ำช้า พวกมันสืบทอด
สันดานความชั่วช้าต่ำทรามมาจากผู้อาวุโสของ
พวกมัน ความน่ารังเกียจนี้ถูกส่งต่อผ่านรุ่นสู่รุ่น
ครั้งหนึ่งข้าก็เคยเป็นผู้อาวุโสยืนอยู่จุดเดียวกับ
พวกมันมาก่อน แต่พวกมันกลับหักหลังผลักไสข้า
ลงสู่ประตูนรก! เมื่อใดที่ข้าถือกำเนิดเกิดขึ้นมาใหม่
เมื่อนั้นข้าจะไปตามหาพวกมันเพื่อคิดบัญชีแค้น
ศัตรูคนใดตกตายไปแล้วก็แล้วไป แต่ถ้าคนใดยังไม่
ตกตาย ข้าจะส่งพวกมันไปลงนรกด้วยน้ำมือของ
ข้า ข้าจะทำให้มันรู้ซึ้งว่า การตกตายมันยังดีเสีย
กว่ามีชีวิตอยู่! ” หมิงซวง ตะโกนก้องให้สัตย์
ปฏิญาณกับตัวเอง พร้อมกับกล่าวออกมาด้วย
ความเคียดแค้นชิงชัง
เมื่อได้ยินคำกล่าวเหล่านี้ อู่ อวี้ ตระหนักได้ในทันที
ว่า รูปแบบของที่นี่ก็คงไม่ต่างจาก ทวีปแห่งทวย
เทพ โดย ดินแดนโบราณเหยียน กับ ปีศาจสมุทร
มิได้เป็นมิตรญาติดีต่อกัน ทั้งสองฝั่ายคงจะต่อสู้ห้ำ
หั่นกันอย่างดุเดือด เพื่อแย่งชิงทรัพยากร แล้ว
ความรุนแรงในการต่อสู้ก็ทวีเพิ่มมากขึ้น จนบาน
ปลายยกระดับถึงขั้นเป็นการต่อสู้ระหว่างเผ่าพันธ์
” ไม่ว่าจะเป็น สรรพเทวะวิญญาณ หรือ สมบัติ
วิเศษ ดูเหมือนมันจะหายไปจนเกลี้ยง ? ”
เมื่อสอดส่องสายตามองไปรอบ ๆ ไม่พบเห็น
สิ่งของมีประโยชน์อันใดให้เก็บเกี่ยว มันทำให้ อู่
อวี้ รู้สึกกังวลเล็กน้อย
บางทีอนาคตภายภาคหน้า อาจจะไม่ราบรื่นอย่าง
ที่คิด
อย่างไรก็ตามในหลาย ๆ ครั้ง ก็ไม่ใช่ทุกคนที่มี
นิสัยน่ารังเกียจ อย่างเช่นวันนี้ อู่ อวี้ ไม่พบเจอ
สรรพเทวะวิญญาณ หรือใด ๆ ทั้งสิ้น แต่เขาได้พบ
เจอคนผู้หนึ่งอยู่ในวัยแรกรุ่น
อายุอานามของชายผู้นี้อยู่ในวัยใกล้เคียงกับเขา
รูปร่างสูงโปร่งผอมบาง ผิวพรรณขาวกระจ่างใส
ดวงตาของเขาดำขลับเปล่งประกายแวววาว เส้น
ผมสีน้ำเงินเข้ม รูปโฉมใบหน้าโน้มเอียงไปทาง
อิสตรี
ท่าทีของเขาเปียมไปด้วยความกระตือรือร้น
ใบหน้าของเขาเปียมล้นไปด้วยรอยยิ้ม ชายผู้นี้ยิ้ม
หน้าบานเห็นฟันขาวเดินเข้ามาหา อู่ อวี้ ซึ่งอยู่
บริเวณก้นทะเลลึกแล้วกล่าวว่า ” ช่างวิเศษจริง ๆ
ข้าคิดว่าตนเองมันต่ำต้อยมากที่สุดในบรรดาพวก
เขาซะอีก ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะยังมีคนด้อย
กว่าข้าอยู่ด้วย พื้นฐานฝึกตนอยู่แค่ระดับตำหนัก
ม่วงทะเลมรกต ขั้นที่ 4 เท่านั้น เจ้าคงหลงเข้ามา
ใน เส้นทางเซียนบรรพกาล! ขอให้โชคดีเจ้า
หัวขโมยน้อย”
ภายใน เส้นทางเซียนบรรพกาล อัจฉริยะที่เขาเห็น
ส่วนใหญ่มักจะหยิ่งทะนงตนรักสันโดษ ไม่ค่อย
พูดคุยมากนัก แต่กลับลงมือสังหารอย่างเด็ดขาด
แต่คนที่อยู่เบื้องหน้าของเขาตอนนี้มีท่าทีลักษณะ
แตกต่างจากที่กล่าวไปข้างต้นอย่างสิ้นเชิง อีกทั้ง
ยังเลือกที่จะทักทายแล้วเดินเข้ามาหาเขาเอง ซึ่ง
นับว่าหาได้ยากยิ่ง
พื้นฐานฝึกตนของฝั่ายตรงข้ามนั้นอยู่ในระดับที่ต่ำ
มาก ด้วยเพราะเขาอยู่ในระดับตำหนักม่วงทะเล
มรกต ขั้นที่ 8 เพียงเท่านั้น ซึ่งหากเปรียบเทียบกับ
อัจฉริยะคนอื่น ๆ ที่ อู่ อวี้ ได้พบเจอมา จัดว่าอยู่
ในระดับล่างสุดเลยทีเดียว ซึ่ง อู่ อวี้ มั่นใจมากว่า
ก่อนที่เขาจะได้ใช้ ยันต์เซียนบรรพกาล อู่ อวี้
สามารถเข้าควบคุมสะกดข่มคนผู้นั้น และแย่งชิง
ยันต์เซียนบรรพกาล จากมือของเขามาได้!
ด้วยวิธีนี้ อู่ อวี้ อาจจะสามารถไปยัง ดินแดน
โบราณเหยียนหวง!
ซึ่งนี่คือเปั้าหมายดั้งเดิมของเขา!
ดังนั้นเมื่อเขาเห็นชายผู้นี้ อู่ อวี้ ก็มีแผนในใจ อู่
อวี้ ไม่สามารถเสียเวลามากไปกว่านี้แล้ว เขา
จำต้องรีบเดินทางไปยัง ดินแดนโบราณเหยียนหวง
โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาไม่สามารถฝาก
ความหวังไว้ที่ เจียง ฉีจวิน ได้
เข้าครุ่นคิด เตรียมตัวพร้อมโจมตีแย่งชิง ยันต์
เซียนบรรพกาล พร้อมกล่าวขึ้นว่า ” เจ้าเดาผิด
ข้าไม่ได้หลงเข้ามาในที่แห่งนี้ ”
อีกฝั่ายถึงกับอึ้งตะลึงงันใบ้ใบรับประทาน แล้ว
กล่าวว่า ” เป็นไปได้อย่างไร เจ้ามาจากไหนกันแน่
ทำไมการแข่งขันถึงได้ต่ำต้อยเช่นนี้ เพียงแค่อยู่ใน
ระดับตำหนักม่วงทะเลมรกต ขั้นที่ 4 ก็สามารถเข้า
มาที่นี่ได้แล้วเช่นนั้นหรือ?”
อู่ อวี้ แสร้งทำเป็นไม่มีพิษมีภัย แล้วเดินเข้าไปหา
ชายผู้นั้น พร้อมกล่าวว่า “ ก่อนที่เจ้าจะซักถามข้า
ไปมากกว่านี้ ข้าว่าเจ้าควรแนะนำตัวเองก่อนไม่
ดีกว่าหรือสหาย”
เขาต้องรู้ให้ได้ว่า คนผู้นี้อยู่ห่างไกลจาก ดินแดน
โบราณเหยียนหวง มากน้อยเพียงใด!?
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ