กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 563 : หลาน เถียนอวี้
เขาไม่คาดคิดว่าอีกฝั่ายจะเถรตรงถึงเพียงนี้ ด้วย
เหตุนี้เขาจึงหัวเราะออกมาอย่างชอบใจแล้วกล่าว
ว่า ” ขอโทษ ขอโทษ ข้าบุ่มบ่ามเข้ามาอย่าง
กระทันหันจนลืมแนะนำตัว ข้ามีนามว่า หลาน
เถียนอวี้ จาก ‘ หุบเขาวายุปีกคราม ‘ ด้วยเพราะ
หุบเขาวายุปีกคราม ของข้าช่างเล็กนัก ถ้าให้ข้า
เดาเจ้าคงไม่เคยได้ยินสิท่า ”
” ข้าไม่เคยได้ยินจริง ๆ นั่นแหละ ว่าแต่มันอยู่ที่ใด
กัน? ” อู่ อวี้ ซักถามด้วยความอยากรู้
ความกระตือรือร้นของอีกฝั่าย ทำให้เขาไม่ค่อย
คุ้นเคยนัก ด้วยเพราะทุกคนที่นี่ต้องประสบพบเจอ
กับความยากลำบาก จึงมักแสดงท่าทีเย็นชาเข้าหา
กัน
หลาน เถียนอวี้ ครุ่นคิดเรื่องนี้ในใจ แล้วเขากล่าว
ว่า ” ตำแหน่งที่ตั้งน่ะหรือ? อืม… มันตั้งอยู่ทางทิศ
ทักษิณของ ‘ชมพูทวีป’ อยู่ใกล้กับ ‘แดนหลักทวีป
เทวะ[1]’ หุบเขาวายุปีกคราม ของเราไม่ได้ขึ้นตรง
กับอาณาจักรใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งยังมีประเพณีอัน
ยาวนาน ส่งผ่านมรดกมาหลายชั่วอายุคน โดยมี
บิดาของข้าเป็นเจ้าหุบเขา ด้วยเพราะบิดาของข้า
มีฝีมือไม่ธรรมดาเลยทีเดียว ดังนั้นอาณาจักรรอบ
ๆ จึงไม่สามารถมายึดครองได้ หรือ ขึ้นตรงกับ
อาณาจักรใด ฮ่า ฮ่า”
เพียง อู่ อวี้ ได้ยินคำว่า ‘แดนหลักทวีปเทวะ’
สามารถกล่าวได้ว่า เขาเป็นเสมือนดั่งสวรรค์มา
โปรดโดยแท้
หลังจากที่ได้ฟังตำแหน่งที่ตั้งรกรากของ หลาน
เถียนอวี้ ทำให้เขาได้รู้ว่ามันอยู่ใกล้กับ ‘แดนหลัก
ทวีปเทวะ’ บางทีเขาจะต้องไปที่นั่น เพื่อจะได้
เดินทางไปยัง ‘แดนหลักทวีปเทวะ’ แล้วพูดคุยเล่า
เรื่องราวหายนะที่เกิดขึ้นในทวีปแห่งทวยเทพตง
เสิ้ง
สำหรับวิธีจัดการกับผู้อาวุโสของ หลาน เถียนอวี้
เขาไม่คิดมากนัก ด้วยเพราะตัวเขาสามารถมอบ
ยันต์เซียนบรรพกาล ที่จะมีไว้กลับไปยัง ทวีปแห่ง
ทวยเทพตงเสิ้ง ให้กับ หลาน เถียนอวี้ ได้ แล้วให้
หลาน เถียนอวี้ รออยู่ที่ ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง
สักพักหนึ่ง เนื่องจากบัดนี้ถือเป็นวิกฤตครั้งใหญ่
ถ้าหากเจ้าหุบเขาวายุปีกคราม ตระหนักถึงความ
ร้ายแรงของเรื่องนี้ เขาก็ควรให้อภัย อู่ อวี้
ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาคงไม่ได้เฝั้าพิทักษ์ อยู่ใน
ตำแหน่งที่ตั้งของประตู เส้นทางเซียนบรรพกาล
เสมอไป
ว่ากันว่าตำแหน่งของ ประตูทางเข้าเส้นทางเซียน
บรรพกาล ไม่จำเป็นว่าจะต้องอยู่ในตำแหน่งเดิมที่
เข้ามาเสมอไป บางครั้งบางคราขากลับอาจจะ
คลาดเคลื่อนจากตำแหน่งเดิมเล็กน้อย ซึ่งถือเป็น
เรื่องปกติ
หลาน เถียนอวี้ ที่กำลังหัวเราะอยู่นี้ มีพื้นฐานฝึก
ตนในระดับตำหนักม่วงทะเลมรกต ขั้นที่ 8 อีกทั้ง
รกรากของเขายังอยู่ใกล้กับ ‘แดนหลักทวีปเทวะ’
ซึ่งนับว่าเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด
อู่ อวี้ พร้อมแล้ว
ตอนนี้ชุดเกราะศาสตราเต๋าวิถีแท้ของเขา ได้ถูกบด
ขยี้ทำลายลงไปแล้ว ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่
อีกฝั่ายจะคาดเดาว่าเขาเป็นคนของ อาณาจักร
โบราณเหยียนหวง
ในเวลานี้อีกฝั่ายกล่าวว่า “ข้าเห็นเจ้าอยู่เพียง
ลำพังที่นี่ ดู ๆ แล้วค่อนข้างน่าสงสารไม่น้อย
ทีเดียว เอาอย่างนี้ไหมล่ะ…เจ้าติดตามข้ามา
ถึงแม้ว่าข้าจะไม่เก่งกาจอะไรนักหนา แต่ก็น่าจะ
สามารถช่วยชีวิตเจ้าได้ไม่มากก็น้อย ถ้าเราบังเอิญ
ไปเจอคู่ต่อสู้ในระดับตำหนักม่วงทะเลมรกต ขั้นที่
9 ทั่วไป ก็หาใช่คู่มือของข้าไม่ แค่ปกปั้องเจ้าเพียง
เล็กน้อยก็ไม่น่าจะมีปัญหาอันใด ว่าแต่…เจ้าเองก็
ยังไม่ได้แนะนำตัวเลย ”
คำกล่าวของอีกฝั่ายทำให้ อู่ อวี้ ต้องระวังตัว
เขาบอกว่าผู้มีฝีมืออยู่ในระดับตำหนักม่วงทะเล
มรกต ขั้นที่ 9 ปกติหาใช่คู่ต่อสู้ของเขา แน่นอนว่า
เขาไม่ใช่ผู้ที่อยู่ในระดับตำหนักม่วงทะเลมรกต ขั้น
ที่ 8 ธรรมดาแน่ ๆ! เป็นไปได้ว่าความสามารถของ
ชายผู้นี้น่าจะคล้ายคลึงกับ วูซาน เซี่ยชือ ด้วย
เพราะ วูซาน เซี่ยชือ อยู่ในระดับตำหนักม่วงทะเล
มรกต ขั้นที่ 8 ทว่าสามารถเอาชนะระดับตำหนัก
ม่วงทะเลมรกต ขั้นที่ 9 ได้
ยิ่งกว่านั้นอีกฝั่าย ไม่ได้แสดงท่าทีเป็นภัยคุกคาม
ต่อตนเองแม้แต่น้อย อีกทั้งยังมีใจเอื้ออาทรห่วง
ความปลอดภัยของเขา กล่าวได้ว่าใน เส้นทาง
เซียนบรรพกาล ผู้ที่มีอุปนิสัยเช่นนี้ค่อนข้างหายาก
ประการแรกถ้าเขาโจมตีออกไป จะต้องมีความ
เสี่ยงเป็นแน่ ประการที่ 2 อู่ อวี้ กำลังคำนวณอยู่
ว่าอีกฝั่ายมาทำดีกับตนเองเพื่ออันใด ด้วยเพราะ
เขาไม่ค่อยได้เจอคนทำดีตนเอง เนื่องจากการ
กระทำนี้ทำให้เขารู้สึกละอายเล็กน้อย หลังจาก
ผ่านไปไม่นานนักเขาก็หยุดความคิดจะแย่งชิงยันต์
เซียนบรรพกาลจากฝั่ายตรงข้าม เพราะอย่างไร
เสียก็ยังเหลือเวลาอีกถมเถ อีกทั้งการโจมตีเข้าใส่ผู้
ที่ทำดีกับตนเองตั้งแต่แรกพบ มันก็ค่อนข้างขัดกับ
หลักการของเขาไม่น้อยทีเดียว
ยิ่งกว่านั้นเขามีวิธีจัดการที่ดีกว่า
เนื่องจากอีกฝั่ายตรงไปตรงมาเปิดเผย ฉะนั้นเขาก็
ต้องพูดคุยอย่างเปิดเผยเช่นกัน ” ข้าไม่ใช่คนของ
ดินแดนโบราณเหยียนหวง หรอก ข้าก็ไม่แน่ใจว่า
เจ้าเคยได้ยินเรื่องโลกภายนอก 19 ทวีป อย่าง
‘ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง’ ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศบูรพา
ของดินแดนโบราณเหยียนหวงหรือไม่? ”
อีกฝั่ายแสดงท่าทางตกใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด
ดวงตาของเขาเบิกกว้าง พร้อมกับรีบเขยิบเข้ามา
ใกล้แล้วกล่าวว่า ” เจ้าว่ากระไรนะ ‘ทวีปผนึก
ปีศาจ’ งั้นหรือ? ใช่ทวีปที่ถูกปิดผนึกเมื่อ 5 กาล
สมัยก่อน เนื่องจากคิดจะโค่นล้มทำลายชมพูทวีป
โลกธาตุ จนสวรรค์ต้องส่งเหล่าขุนพลเทวะจาก
แดนสวรรค์จุติลงมา เพื่อบดขยี้ทำลาย บรรพชน
มาร ที่ถูกเรียกว่า กลืน…กลืน อะไรน้า? บรรพชน
มารกลืนเซียน ใช่หรือไม่ ? ”
” มันคือ บรรพชนมารกลืนสวรรค์ ”
” ใช่แล้ว บรรพชนมารกลืนสวรรค์! ว่ากันว่าใน
ตอนนั้นเหล่าเทพเซียนถึงขนาดต้องใช้ ‘ค่ายกล
สามยุคดับสูญ’ ปิดผนึกมันไว้ 3 กาลสมัย ถึงจะ
สามารถบดขยี้ทำลายมันได้อย่างสมบูรณ์! เป็น
เหตุผลว่าทำไม ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง ถึง
กลายเป็นดินแดนรกร้างมากขึ้นเรื่อย ๆ นั่นก็
เพราะว่ามี บรรพชนมารกลืนสวรรค์ ตกตายอยู่ที่
นั่น การตกตายของมันได้ส่งผลกระทบโดยรวมต่อ
สภาพแวดล้อมทั้งทวีป ”
เมื่อกล่าวถึงเรื่องนี้ดูเหมือน หลาน เถียนอวี้ จะ
ตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ดูเหมือนว่าเขาจะให้ความ
สนใจใคร่รู้กับเรื่องนี้ไม่น้อยทีเดียว ในเวลานี้เขา
ยืนมายืนอยู่เบื้องหน้าจ้องมอง อู่ อวี้ ด้วยดวงตาที่
เบิกโพลงแล้วร้องอุทานขึ้นว่า ” ข้า หลาน เถีย
นอวี้ ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าชาตินี้จะได้พบเจอคน
จาก ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง ว่าแต่ ทวีปแห่งทวย
เทพตงเสิ้ง มีประตูทางเข้าเส้นทางเซียนบรรพกาล
ด้วยงั้นหรือ? ทำไมข้าไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน ?
”
” ก็เพราะมันเข้ามาได้แค่คนเดียว ” อู่ อวี้ กล่าว
ตามความเป็นจริง ซึ่งท่าทีของอีกฝั่ายทำให้เขา
รู้สึกมีความหวังขึ้นมาก
หลาน เถียนอวี้ กล่าว ” เข้ามาได้แค่คนเดียว
เองน่ะหรือ มิน่าล่ะข้าถึงไม่รู้เรื่องนี้เลย ทั้งยังไม่มี
ตำนานใดบันทึกเอาไว้ด้วย ถ้าเช่นนั้นก็ไม่น่าแปลก
ใจ ว่าทำไมเจ้าถึงอยู่แค่ในระดับตำหนักม่วงทะเล
มรกตขั้นที่ 4 เพียงเท่านั้น ตอนข้ามาที่นี่ ข้าได้ยิน
มาว่า ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง เป็นสถานที่รกร้าง
แห้งแล้งมีแต่ทะเลทรายน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง
แทบไม่ต้องพูดถึงเรื่องการเป็นเซียนอมตะเลย
นับเป็นหมื่น ๆ ปีที่ผ่านมา แม้แต่ระดับ ‘สามภัย
พิบัติค้นหาเต๋า’ ก็ยังไม่เคยได้สัมผัสแม้เพียงก้าว ”
มันเป็นเรื่องจริง
อู่ อวี้ หาได้ใส่ใจกับสิ่งเหล่านี้ จากนั้นเขาก็กล่าว
อย่างจริงจังขึ้นว่า ” ข้ามีนามว่า อู่ อวี้ อันที่จริง
แล้วการที่ข้าเข้ามายัง เส้นทางเซียนบรรพกาล
ครั้งนี้ นอกจากการไขว่คว้าหาประสบการณ์แล้ว
ข้ายังต้องแบกภาระอันใหญ่หลวงซึ่งเกี่ยวกับการ
อยู่รอด ทวีปแห่งทวยเทพ ซึ่งภารกิจในครั้งนี้ของ
ข้ามีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับ ดินแดนโบราณเห
ยียนหวง อย่างใหญ่หลวง อย่างไรก็ตามมีผู้คนไม่
มากนักที่จะเต็มใจยอมรับฟังสิ่งที่ข้าพูด พี่ชาย
หลานท่านจะเต็มใจฟังเรื่องราวของข้าตั้งแต่ต้นจน
จบหรือไม่? ”
” หน้าที่ความรับผิดชอบที่เจ้าต้องแบกรับ เกี่ยวกับ
ความอยู่รอดใช่หรือไม่? ถ้าเช่นนั้นก็รีบพูดมาได้
เลย ข้าพร้อมรับฟังทุกเมื่อ! ” หลาน เถียนอวี้
ตกใจกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ทว่าให้เขาก็ยังให้
ความเคารพแก่ อู่ อวี้
อู่ อวี้ มั่นใจมากยิ่งขึ้น จากนั้นเขาก็บอกเล่า
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด เห็นได้ชัดว่า หลาน
เถียนอวี้ ก็ดูเหมือนเขาจะตกใจเป็นอย่างมาก
หลังจาก อู่ อวี้ กล่าวจบ เขาก็กล่าวขึ้นด้วยสีหน้า
ซีดเผือดว่า ” นั่นก็เท่ากับว่า ภายในระยะเวลา 10
เดือน หากยังไม่มีผู้ใดเข้าช่วยเหลือ ทวีปแห่งทวย
เทพ ของเจ้าก็จะ… ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นแม้แต่
ยอดฝีมือในทวีปของเจ้าก็ยังไม่สามารถรับมือกับ
หุ่นเชิดทั้งสองของ บรรพชนมารกลืนสวรรค์ ได้
ซึ่งก็เท่ากับว่า บรรพชนมารกลืนสวรรค์ จะฟืนคืน
ชีพขึ้นมาใหม่ใช่หรือไม่? ”
” ทำนองนั้น ” อู่ อวี้ รู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก
ท่าทีการตอบสนองของ หลาน เถียนอวี้ นั้น
แตกต่างจาก เจียง ฉีจวิน ราวฟั้ากับเหว
หลังจาก อู่ อวี้ บอกเล่าเรื่องราวออกไป ผลตอบ
รับในครั้งนี้ออกมาในเชิงบวก ซึ่งดูเหมือนว่า
หลาน เถียนอวี้ จะวิตกกังวลเป็นอย่างมาก เขาหัน
หลังกลับมาแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงตึงเครียดขึ้นว่า
” ถ้าเช่นนั้นก็ไม่เท่ากับว่า เทพเซียนกระทำ
ผิดพลาด? ค่ายกลสามยุคดับสูญ ยังไม่ได้สังหาร
บรรพชนมารกลืนสวรรค์? เจ้าอสูรร้ายตัวนี้มีอายุ
เก่าแก่มานานมากแค่ไหนกันแน่? ไม่ว่าเรื่องนี้จะ
จริงเท็จประการใด ข้าจะต้องกระจายข่าวเรื่องนี้
ออกไป ”
” ถ้าเป็นไปได้ หลังออกจาก เส้นทางเซียนบรรพ
กาล ท่านจะสามารถนำเรื่องนี้ไปบอกเล่าแก่ บิดา
ของท่าน รวมถึงผู้คนใน หุบเขาวายุปีกคราม จะ
ถือเป็นเมตตาต่อเราอย่างล้นพ้น ” อู่ อวี้ กล่าว
ด้วยดวงตาแดงก่ำ
สำหรับ เจียง ฉีจวิน แล้ว นางหาได้แยแสในคำ
กล่าวของ อู่ อวี้ ไม่ กลับกันสำหรับ หลาน เถีย
นอวี้ ไม่ว่าคำกล่าวของ อู่ อวี้ จะน่าสงสัยเพียงใด
หรือเป็นเรื่องจริงหรือไม่ เขาก็ต้องกระจายข่าวนี้
ออกไป บอกเล่าแก่บิดาของตน ให้เตรียมตัว
ปั้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้
” ข้าต้องออกไปเดี๋ยวนี้เลยงั้นหรือ? ดูเหมือนว่ามัน
ยังพอเหลือเวลาอยู่ อย่าเพิ่งกังวลมากนัก สำหรับ
เหล่ายอดฝีมือส่วนใหญ่แล้วการเดินทางไปยัง
ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง ย่อมใช้เวลาไม่ถึง 1
เดือน ดังนั้นจึงยังเหลือเวลาอีกพักหนึ่ง ข้าต้อง
แพร่กระจายข่าวนี้ออกไป เพื่อให้คนอื่น ๆ ได้รับรู้
นี่ข้าไม่ได้รีบร้อนเกินไปใช่หรือไม่? อีกทั้งกว่าข้าจะ
ได้เข้ามาใน เส้นทางเซียนบรรพกาล ซึ่งมีโอกาส
เพียงครั้งเดียวนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย บิดาของข้าต้อง
เสียเงินไปมากมายเพื่อมัน… ”
หลาน เถียนอวี้ กล่าวขึ้นอย่างขมขื่น
แน่นอนว่าพวกเขายังพอมีเวลาอยู่บ้าง
แค่เขาคิดจะออกจาก เส้นทางเซียนบรรพกาล
ในทันที เพียงเท่านี้ อู่ อวี้ ก็รู้สึกขอบคุณเขามาก
แล้ว
” พยายามแพร่กระจายข่าวนี้ไปให้มากที่สุดเท่าที่
จะเป็นไปได้ แค่นี้ข้าก็ขอบคุณมากแล้ว สำหรับ
ความช่วยเหลือครั้งใหญ่นี้ แค่คำว่าขอบคุณยังไม่
มากพอ หากในอนาคตท่านต้องการให้ข้า
ช่วยเหลืออื่นใด อู่ อวี้ ผู้นี้จะไม่ปฏิเสธอย่าง
แน่นอน ” อู่ อวี้ ประสานมือโค้งคารวะให้แก่เขา
พร้อมกับกล่าวขึ้นอย่างจริงจัง
” อย่าได้จริงจังไปนักเลย หากมันเกี่ยวกับความอยู่
รอดของโลกนี้ มันเป็นความรับผิดชอบของผู้ฝึกตน
เช่นข้า ความเฟืองฟูและความเสื่อมโทรมของ
อาณาจักรต่างๆ ล้วนเป็นความรับผิดชอบของทุก
ผู้คน ” หลาน เถียนอวี้ กล่าว
ผลสรุปที่ดีที่สุดก็คือ การพึ่งพาเขาและตนเอง
แพร่กระจายข่าวนี้ออกไปให้ผู้คนใน เส้นทางเซียน
บรรพกาล ตระหนักถึงความร้ายแรงของเรื่องนี้ ซึ่ง
โดยปกติแล้วจะมีผู้คนถูกส่งออกจาก เส้นทางเซียน
บรรพกาล อยู่ตลอดเวลา ดังนั้นข้อความนี้ก็จะ
แพร่กระจายออกไปด้านนอกด้วย ถึงแม้จะมีเรื่อง
ไม่คาดฝันเกิดขึ้น แต่อย่างไรเสียก็ต้องมีผู้คนยอม
เชื่อ โดยยินดีที่จะมุ่งหน้าไปยังทวีปแห่งทวยเทพ
ตงเสิ้ง เพื่อตรวจสอบหาความจริง! เนื่องจากว่าใน
ท้ายสุดแล้ว มันถือเป็นวิกฤตร้ายแรงที่สำคัญยิ่ง
” ถ้าข้าได้พบเจอกับเจ้าก่อนที่ เจ้าอสูรมณีกำเนิด
อัสนี ปรากฏตัวก็คงจะดีไม่น้อย ข้าจะได้
แพร่กระจายข่าวให้ผู้คนได้รู้มากขึ้น เนื่องจากการ
ต่อสู้ครั้งนั้น มีผู้คนหลายร้อยถูกส่งออกจาก
เส้นทางเซียนบรรพกาล หากพวกเขาได้ยินข่าวนี้
บางทีอาจจะแพร่กระจายไปยังไงอาณาจักรโบราณ
เหยียนหวงแล้วก็เป็นได้ ” หลาน เถียนอวี้ กล่าว
ขึ้นอย่างเศร้าเสียใจ
“ มีหลายร้อยคนถูกบีบให้ออกจาก เส้นทางเซียน
บรรพกาล งั้นหรือ? ” ในเวลานั้น อู่ อวี้ ก็อยู่ที่นั่น
ด้วยเช่นกันเพียงแต่เขาหมดสติไป
“ ใช่ ข้าไม่ได้เข้าไปร่วมวงด้วย แต่เลือกจะซ่อนตัว
อยู่ห่าง ๆ ทำให้ข้ารอดชีวิตมาได้ การต่อสู้ในครั้ง
นั้น เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัสนี ได้ใช้ความแข็งแกร่ง
ของมันบีบบังคับให้ เหล่าอัจฉริยะในระดับก่อร่าง
กำเนิดจิตเทวะมากมายต้องออกจากเส้นทางเซียน
บรรพกาล ”
” แล้วในท้ายสุด เกิดอะไรขึ้นกันแน่? ” อู่ อวี้ เอ่ย
ถามด้วยความสงสัย
” ข้าก็ไม่ทราบ ตอนนั้นช่างสับสนโกลาหลยิ่งนัก ดู
เหมือนว่า เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัสนี จะถูกสังหาร แต่
ข้าไม่รู้ว่าผู้ใดได้ ศิลามณีกำเนิดอัสนี ไป ข้าก็ลอง
ถามคนอื่น ๆ ดูแล้ว แต่ก็ไม่มีผู้ใดล่วงรู้
เช่นเดียวกัน ผู้ที่แย่งชิงสมบัติวิเศษไป ตั้งใจปิด
ซ่อนมันไว้ เนื่องจากว่าในท้ายสุดแล้วหากข่าว
เรื่องสมบัติวิเศษแพร่กระจายออกไป มันอาจให้
เกิดข้อพิพาทรุนแรงขึ้นมาได้ ผู้ที่กำลังหลบซ่อนตัว
อยู่นี้ ช่างเฉลียวฉลาดเป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม
ช่างน่าเศร้ายิ่งนัก นับตั้งแต่การต่อสู้ครั้งนั้น อสูร
มณีกำเนิดอัสนี อสูรมณีกำเนิดวารี และอสูรตนอื่น
ๆ ที่อยู่ภายในมหาสมุทร ก็ดูเหมือนกับว่าพวกมัน
จะหายตัวไปอย่างสิ้นเชิง ผู้คนที่เหลืออยู่ในยามนี้
ค้นหาพวกมันมากว่า 10 วันแล้ว แต่ก็ดูเหมือนว่า
จะไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ เลย ที่สำคัญยิ่งไปกว่า
นั้น ก็ดูเหมือนว่าพวกเราจะติดอยู่ภายในห้วง
สมุทรอันไร้สิ้นสุดนี้ โดยไม่สามารถออกไปไหนได้ ”
“ แน่นอนว่ามีบางคนตัดสินใจจะจากไป แต่ผู้คน
ส่วนใหญ่ก็ยังก็ยังคงเลือกจะอยู่ที่นี่ เหมือนกับข้า
ที่กลายเป็นแมลงวันไร้หัวเช่นนี้ ”
นี่คือสถานการณ์ของพวกเขาในยามนี้
หลังจากกล่าวมาถึงตรงนี้แล้ว หลาน เถียนอวี้ ก็
กล่าวต่อว่า ” ข้าต้องรีบไปหาคนอื่น เพื่อให้พวก
เขาช่วยกระจายข่าวนี้ออกไป เจ้ายังคิดจะเดินทาง
ร่วมไปกับข้าหรือไม่? แต่ข้าคิดว่าเราถ้าแยกกันไป
มันจะได้ผลมากกว่า เพราะอย่างไรเสียเจ้าก็
สามารถหลีกเลี่ยงจากอันตรายได้ ดีกว่าตกตายไป
ด้วยกัน เมื่อถึงเวลานั้นจะไม่มีผู้ใดคอย
แพร่กระจายข่าวอีก ”
” ถ้าเช่นนั้นเราก็แยกกันเถอะ ” อู่ อวี้ ครุ่นคิดอยู่
ครู่หนึ่ง หากเดินทางร่วมกับเขาแล้ว อู่ อวี้ จะไม่
สามารถหลอมสร้างกายาเพชรอมตะได้
มีคนอย่าง หลาน เถียนอวี้ คอยช่วยเหลืออยู่ ทำให้
เขารู้สึกมั่นใจมากยิ่งขึ้นขึ้น หากให้กล่าวถึงภารกิจ
ที่เจ้านครจักรพรรดิเพลิงมอบให้แก่เขาเป็น 10
ส่วนแล้วล่ะก็ บัดนี้เขาก็ทำสำเร็จไปแล้ว 5 ใน 10
ส่วน อย่างน้อย ๆ หลังจากที่ หลาน เถียนอวี้
ออกไปจากเส้นทางเซียนบรรพกาล เขาก็จะนำ
ข่าวนี้ไปบอกแก่บิดาของตน และคนอื่น ๆ
ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ทราบว่ามีอะไรเกิดขึ้นข้างนอก
บ้างก็ตาม แต่ถ้าหากมองในแง่ดีแล้ว อาจมีคนให้
ความสนใจอยู่บ้าง
แน่นอน จะเป็นผู้ที่ทำมันให้ครบ อู่ อวี้ 10 ส่วน!
เขายังพอเหลือเวลาอยู่
” อู่ อวี้ นี้ยันต์สื่อสารของข้า จงอย่าลังเลที่จะ
ติดต่อมา เจ้าก็มอบของเจ้าให้กับข้าด้วย ”
ถึงแม้ว่ายันต์สื่อสารจะไม่สามารถติดต่อไปยัง
ภายนอกได้ แต่ถ้าอยู่ในขอบเขตห้วงสมุทรแห่งนี้
แล้วล่ะก็ พวกเขาก็ยังพอจะติดต่อซึ่งกันและกันได้
ด้วยเหตุนี้ อู่ อวี้ จึงแลกเปลี่ยนยันต์สื่อสารกับเขา
อย่างรวดเร็ด จากนั้น หลาน เถียนอวี้ ก็เร่งจากไป
อย่างผ่อนคลายสบายใจทันที เห็นได้ชัดว่า เขา
มุ่งมั่นในเรื่องนี้มากเพียงใด
” ได้พบกับคนดีเข้าแล้ว ” อู่ อวี้ จ้องมองไปยัง
เขา แล้วอดรู้สึกเช่นนี้ขึ้นมาเองช่วยไม่ได้
หลาน เถียนอวี้ ยังมีสหายอยู่ในนี้ด้วย คาดว่ายาม
นี้เขากำลังจะไปติดต่อกับสหายเหล่านั้น
เมื่อข่าวนี้แพร่กระจายออกไป ก็จะมีคนรับรู้ได้ถึง
มันมากขึ้นเรื่อย ๆ และมันก็ทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกโล่ง
ใจมากขึ้นด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เขาจะมาหย่อน
ยานได้ อู่ อวี้ ยังคงมุ่งมั่นก้าวเดินต่อไป……..
[1] ดินแดนใจกลางแห่งทวีปทวยเทพ แก้ไขเป็น
แดนหลักทวีปเทวะ
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ