กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 564 : เจาสรรพเทวะวิญญาณ
อีกสองวันต่อมา อู่ อวี้ ก็ได้รับตราประทับสื่อสาร
หลาน เถียนอวี้ บอกกับเขาว่า ได้กระจายเรื่องนี้
ออกไปแล้ว ซึ่งอย่างน้อย 5 คนที่รู้ในเรื่องนี้
อีกทั้งคนทั้ง 5 ที่ว่ามานี้ ยังมีมิตรภาพที่ดีต่อเขาอยู่
ไม่น้อย ไม่ว่าพวกเขาจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม ทว่า
อย่างน้อยก็เป็นสัญญาที่ดีว่า ข่าวนี้ได้ถูก
แพร่กระจายออกไป
หากพวกเขามีความใส่ใจ พวกเขาก็จะช่วย
แพร่กระจายข่าวนี้แบบปากต่อปากจากหนึ่งไปสิบ
จากสิบไปร้อย จากนั้นคนส่วนใหญ่ที่นี่ก็จะรู้เรื่อง
หายนะที่ ทวีปแห่งทวยเทพ กำลังประสบ
คงต้องบอกว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นดีกว่า เจียง ฉีจวิน
มากมายนัก ข่าวคราวได้แพร่สะพัดไปอย่าง
รวดเร็ว
” เจียง ฉีจวิน อย่าคิดว่าข้าจะลืมสิ่งที่เจ้าทำกับข้า
”
เมื่อนึกถึงคนผู้นั้น อู่ อวี้ ก็รู้สึกไม่สบอารมณ์ขึ้นมา
ในทันที
” โชคยังดีที่ได้รับความช่วยเหลือจาก หลาน เถีย
นอวี้ ”
อย่างน้อย ๆ ตอนนี้เขาก็ไม่ต้องกังวล ว่าเรื่องนี้จะ
ไม่ได้แผ่กระจายออกไป โดยที่ปล่อยให้เวลาผ่านไป
อย่างเสียเปล่าอีกต่อไป
ในช่วงเวลานี้เขากวาดสายตามองไปรอบ ๆ ถ้า
เขาไม่มี หลาน เถียนอวี้ เป็นผู้คอยช่วยเหลือติดต่อ
ประสานงานกับคนอื่น ๆ ก็คงจะต้องลำบากตราก
ตำต่อไป ด้วยเพราะไม่มีผู้ใดเหลียวแลหรือยินดี
พูดคุยกับเขา แล้วสิ่งที่เขาค้นพบได้อีกอย่างหนึ่งก็
คือ สรรพเทวะวิญญาณ ไม่ได้ปรากฏให้เห็นใน
ทะเลอันไร้สิ้นสุดแห่งนี้อีกเลย
” จริงน่ะหรือ ที่มันไม่มีอยู่แล้ว? ”
แม้ว่าพวกเขาจะพยายามค้นหา สรรพเทวะ
วิญญาณ จนทั่วแต่ก็ไม่พบเห็น ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำ
ให้คนส่วนใหญ่เริ่มกะสับกะส่ายร้อนใจ พวกเขารีบ
เดินทางออกไปยังทะเลอีกฝังฟาก เพื่อเสาะ
แสวงหา สรรพเทวะวิญญาณ กันต่อไป นอกจากนี้
ยังมองหาเส้นทางออกจากห้วงทะเลด้วย
ในท้ายสุดแล้วก็ไม่มีผู้ใดเก็บเกี่ยวอะไรได้เลย
นอกจากนี้พวกเขายังต้องถูกขังอยู่ที่นี่เป็น
เวลานานนับหนึ่งปี
อู่ อวี้ เปิดใช้งาน ‘เนตรเพลิง’ อย่างเต็มกำลัง
พร้อมกวาดสายสายตามองไปรอบ ๆ เดิมทีเขา
พยายามที่จะทำพันธสัญญากับ ‘เจดีย์ประมุขฟั้า’
อย่างไรก็ตามเนื่องจากบรรยากาศอันแสนตึง
เครียดในยามนี้ ฉะนั้นเขาเขาควรตรวจสอบดูให้ดี
ก่อนว่าควรทำสิ่งใดเป็นอย่างแรก
เรื่องนี้ต้องใช้ความอดทนแลความเพียร
อู่ อวี้ ไม่รู้ว่าย้ายตำแหน่งใหม่มาแล้วกี่ครั้งกี่หน
อย่างไรก็ตามด้วยเพราะมหาสมุทรไม่ว่าจะเป็นที่
ไหนก็เหมือน ๆ กันหมด ซึ่งทุก ๆ ที่ล้วนเต็มไป
ด้วยความวุ่นวาย และกระแสน้ำอันเชี่ยวกราก จึง
เป็นเรื่องง่ายที่จะถูกพัดพาออกไป เมื่อพวกเขา
ย้ายไปยังจุดใหม่ จุดเดิมที่ถูกค้นหาก่อนหน้านี้ก็จะ
พังพินาศจนสิ้น
สิ่งที่ทำได้คือการเดินวนไปวนมารอบ ๆ เท่านั้น
ไม่ใช่เพียงแค่เขา ในเวลานี้ทุกคนเสมือนคนตา
บอดที่กำลังคลำหาทางอย่างสะเปะสะปะ
เวลาผันผ่านไปกว่าครึ่งเดือน!
นานมากแล้ว ที่ผู้คนไม่ได้ยินข่าวคราวเรื่องการ
ปรากฏตัวของ สรรพเทวะวิญญาณ ซึ่งเรื่องนี้ทำ
ให้พวกเขากระสับกระส่ายร้อนรนเป็นอย่างมาก
ข่าวดีเพียงอย่างเดียวก็คือ หลาน เถียนอวี้ ได้ช่วย
แพร่กระจายข่าวของเขาออกไป อย่างน้อยตอนนี้ก็
มีอยู่สิบคนที่รู้เรื่องของ อู่ อวี้ มีอยู่สองคนไม่เต็มใจ
ที่จะฟัง ซึ่งพวกเขามีทัศนคติคล้ายคลึงกับ เจียง ฉี
จวิน ซึ่งอย่างน้อย ๆ หากพวกเขาเหล่านี้ออกจาก
เส้นทางเซียนบรรพกาล พวกเขาน่าจะหยิบยก
เรื่องนี้นำมาพูดคุยกับเหล่าผู้อาวุโส
ในความเป็นจริง ถ้า อู่ อวี้ ต้องการที่จะช่วยเหลือ
ทวีปแห่งทวยเทพ เขาไม่จำเป็นต้องไปยัง ดินแดน
โบราณหยานหวง เพื่อพูดคุยเป็นการส่วนตัวก็ได้
อาจจะใช้วิธีการแพร่กระจายข่าวเช่นนี้ หรือ วิธี
อื่น ส่วนเรื่องจะเดินทางไปยัง ดินแดนโบราณห
ยานหวง ยังไงนั้น ก็ค่อยว่ากันในภายหลัง เพราะ
ในเรื่องนี้ อู่ อวี้ ยังไม่รีบร้อน
” จะต้องมีทางออก ที่นี่เต็มไปด้วยการ
เปลี่ยนแปลง แล้วการเปลี่ยนแปลงนั้นคืออะไร? ”
ทุกวัน อู่ อวี้ พยายามครุ่นคิดอย่างรอบคอบ
ระมัดระวัง
และแล้วในวันหนึ่ง อู่ อวี้ ใช้เนตรเพลิงสำรวจ
ตรวจสอบเช่นดังปกติ ซึ่งในครั้งนี้เขาได้มองลึกลง
ไปในก้นมหาสมุทร แล้วก็ได้พบเห็นกับบางอย่าง
เขาได้เห็นเงาตะคุ่ม ๆ ขนาดใหญ่สองสายอยู่ที่ก้น
ทะเลลึก
“นั่นมันอะไร?”
เงาขนาดใหญ่นี้เตะตาเขาเป็นอย่างมาก อู่ อวี้ เฝั้า
สังเกตเงาอยู่พักใหญ่ ๆ ซึ่งมันทำให้เขาไม่อาจละ
สายตาออกจากเงานี้ได้ เขาจึงตัดสินใจพยายาม
เข้าไปใกล้เงานี้อย่างระมัดระวัง
“ระวังตัวด้วยล่ะ” หมิงซวง ร้องเตือนดูเหมือนว่า
นางเองก็รู้สึกกังวลเช่นกัน
ถึงแม้ว่ามหาสมุทรแห่งนี้จะกว้างใหญ่มากเพียงใด
ทว่ากับมีสิ่งแปลก ๆ ปรากฏขึ้นให้เห็นไม่บ่อยนัก
ในขณะที่ อู่ อวี้ ใช้เนตรเพลิงจัดสังเกตเพ่งมองเงา
อยู่นั้น ตัวเขาเองที่พยายามเข้าใกล้ ก็เว้นระยะห่าง
อยู่ในระยะที่ปลอดภัย แล้วในที่สุดเขาก็ตัดสินใจ
ทะลวงเข้าสู่ ทะเลอันไร้สิ้นสุด เพื่อจะได้มองเงา
ที่ว่านี้ได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น
” มันคืออะไร? ” หมิงซวงถาม
” มันจะเป็นรูปปันศิลาสองรูป จมอยู่ที่ก้น
มหาสมุทร แต่ลักษณะของรูปปันศิลามันเหมือนกับ
… ”
“กับอะไร?”
อู่ อวี้ มองด้วยสายตาเย็นชาแล้วกล่าวว่า ”
รูปลักษณ์ของรูปปันศิลาสองก้อนนี้ มันใกล้เคียง
กับการปรากฏตัวของ อสูรมณีกำเนิดอัสนี ,อสูร
มณีกำเนิดอัคคี, อสูรมณีกำเนิดวารี รายละเอียด
รูปลักษณ์ของพวกมันทั้งหมดได้ถูกแกะสลักไว้บน
ก้อนศิลานี้ แต่ขนาดของมันใหญ่พอ ๆ กับ เจ้า
อสูรมณีกำเนิดอัสนี ที่ปรากฏตัวก่อนหน้านี้ ”
เนื่องจากมันเป็นเพียงแค่รูปปันศิลาสองชิ้น ฉะนั้น
เขาจึงไม่ค่อยกังวลมากนักจึงรีบเข้าไปใกล้มัน
โดยเร็ว รูปปันศิลาทั้ง 2 ชิ้นนี้มีขนาดราว ๆ หนึ่ง
ร้อยจั้ง ด้วยระยะที่เข้ามาใกล้ทำให้เขาสามารถ
มองเห็นรายละเอียดมันได้อย่างชัดเจน เขาไม่รู้ว่า
ผู้ใดเป็นคนแกะสลักศิลา 2 ก้อน แล้วก็ไม่รู้อีกด้วย
ว่าเหตุใดถึงแกะสลักได้คล้ายคลึงกันถึงเพียงนี้
” เป็นไปได้หรือไม่ว่ามีคนอยู่ที่นี่มาก่อนหน้านี้
จากนั้นก็เอารูปปันศิลา 2 ก้อนมาทิ้งเอาไว้? คาด
ว่าน่าจะเป็นคนใดคนหนึ่งท่ามกลางหลายร้อยคนที่
เข้ามาที่นี่รุ่นก่อน หรือมันอาจเกิดขึ้นเองใน
เส้นทางเซียนบรรพกาล? ” อู่ อวี้ รู้สึกงุนงงไป
หมด เขากวาดสายตาเพ่งมองรายละเอียดของรูป
ปันศิลาประมาณสองสามรอบ ทั้งยังไม่พยายาม
เข้าไปไกลมัน เนื่องจากว่ายังรู้สึกหวาดระแวงอยู่
ในเวลาเดียวกันหมิงซวงก็เพ่งมองรูปปันศิลานี้ด้วย
ซึ่งดูเหมือนว่านางจะเห็นบางอย่างอยู่ภายใน นาง
จึงพยายามสังเกตอย่างละเอียดระมัดระวังมาก
ยิ่งขึ้น
“ อู่ อวี้ เจ้าจงใช้เนตรเพลิงเพ่งพินิจมองดูให้ดี
เนตรเพลิงของเจ้ามีความสามารถในการมองทะลุ
ผ่านภาพลวงตา จงดูว่าแท้จริงแล้ว ‘รูปปันศิลา’
มีสิ่งอื่นใดอยู่อีกหรือไม่?” หมิงซวง กล่าวขึ้นด้วย
น้ำเสียงจริงจังเคร่งขรึม โดยให้เขาตรวจสอบอย่าง
ละเอียดรอบคอบมากยิ่งขึ้น
” สิ่งอื่นเช่นนั้นหรือ? ” คราแรก อู่ อวี้ ยังมิได้
ตรวจสอบอย่างละเอียด ดังนั้นเขาจึงลองใช้เนตร
เพลิงมองดู เพราะเขาเองก็อยากรู้เช่นกัน ว่า
แท้จริงแล้วมันมีที่มาที่ไปเช่นไรกันแน่ เนื่องจากใน
ท้ายสุดแล้วหากมองดูจากรูปลักษณ์ภายนอก มันดู
คล้ายคลึงกับรูปปันศิลาของอสูรมณีกำเนิดอัสนี
หลังจากหมิงซวงเอ่ยเตือนเขา ความสนใจของเขา
ก็ไปจดจ่ออยู่กับรูปปันศิลา อู่ อวี้ ผ่อนลมหายใจ
ตั้งมั่นสมาธิ กำหนดจิตใจและร่างกายของตนไว้ที่
ดวงตา จนกระทั่งยามนี้ดวงเนตรทั้งสองข้างของ
เขาลุกท่วมไปด้วยเปลวเพลิง ทุกสรรพสิ่งที่เป็น
เท็จ ค่อย ๆ มลายหายไปต่อหน้าต่อตาของเขา
ท่ามกลางวิสัยทัศน์การมองเห็นของ อู่ อวี้ เขา
พบว่ารูปปันศิลาได้บังเกิดการเปลี่ยนแปลงไปแล้ว
จริง ๆ ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าของเขายามนี้ คือ
รูปปันศิลา ที่บางทีก็ดูเสมือนดั่งศิลา แต่บางคราก็
ไม่ใช่ มันดูราวกับของเหลว เสมืองดั่งวารีชนิดหนึ่ง
เมื่อ อู่ อวี้ เพ่งพินิจตรวจสอบไปตรงตำแหน่ง
ศีรษะของรูปปันศิลา เขาก็ต้องประหลาดใจ
เนื่องจากเขาสามารถแลเห็นได้อย่างเลือนรางว่า มี
พลังอำนาจอันน่าสะพรึงกลัวกำลังซ่อนเร้นก่อตัว
ขึ้นภายในนั้น
แม้แต่เนตรเพลิงของเขา ก็มองผ่านได้เพียงแค่
ระดับนี้เท่านั้น ซึ่งมันเป็นข้อพิสูจน์ยืนยันได้ว่า สิ่ง
ที่อยู่ภายในรูปปันนั้น กำลังปิดบังซ่อนเร้นตัวตนไว้
อย่างลึกล้ำ
จากนั้นเขาก็หันไปมองรูปปันศิลาอีกชิ้นหนึ่ง แต่
รอบนี้เขาทุ่มเทสมาธิเพ่งพินิจมากยิ่งขึ้น
โดยเฉพาะตรงส่วนหัวของมัน หลังจากผ่านไป
ประมาณหนึ่งก้านธูป อู่ อวี้ ก็แลเห็นเปลวเพลิง
ลุกโหมอยู่ภายในนั้น ซึ่งมันดูแตกต่างจากวารี
เล็กน้อย อย่างไรก็ตามรูปปันศิลานี้ ได้ซ่อนเร้น
พลังอันน่าสะพรึงกลัวไว้ภายในเช่นเดียวกัน
” ว่าไงมีอะไรแปลก ๆ ใช่หรือไม่ ? ” หมิงซวงเอ่ย
ถาม
อันที่จริงแล้วนางก็ไม่ทราบว่ามีสิ่งใดอยู่กันแน่ แต่
ด้วยประสบการณ์อันโชกโชน ทำให้นางรู้ว่า มี
บางอย่างเกิดขึ้นในที่แห่งนี้ แถมยังไม่ใช่เพียงแค่
เรื่องเล่น ๆ อีกด้วย
อู่ อวี้ สูดหายใจลึก พร้อมกับพยักหน้าแล้วกล่าว
ว่า ” มีบางอย่างแปลก ๆ ดูเหมือนว่ามีบางสิ่ง
บางอย่างปิดบังซ่อนเร้นตัวตนอยู่ภายในรูปปันศิลา
อย่างลึกล้ำ ก้อนหนึ่งเป็นไฟ ส่วนอีกก้อนหนึ่งเป็น
น้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตรงส่วนหัวของมัน ข้ารู้สึก
ได้ว่าบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในนั้น
กำลังจะถูกปลดปล่อยออกมา ข้าไม่รู้ว่าคืออะไร
แต่มันน่าสะพรึงกลัวอย่างแท้จริง ”
หลังจาก หมิงซวง ได้ยินเช่นนั้น นางก็อึ้งตะลึงงัน
นิ่งเงียบไปนาน แล้วทันใดนั้นก็ยิ้มขึ้น พร้อมกับ
กล่าวว่า ” ข้ารู้ว่าพวกมันคืออะไร ความโชคดีของ
เจ้า จัดว่าต่อต้านสวรรค์อย่างแท้จริง แต่ทว่าเจ้า
ยังไม่แข็งแกร่งพอ ดังนั้นโชควาสนาในครั้งนี้จึง
มิได้ช่วยอันใด ”
“ เจ้าหมายถึงอะไร? ” เมื่อได้ยินนางกล่าวเช่นนี้
อู่ อวี้ ก็พอจะคาดเดาได้อย่างคลุมเครือ
หมิงซวง กล่าวว่า ” ถ้าข้าเดาไม่ผิด รูปปันศิลาทั้ง
สองชิ้นนี้ น่าจะคล้ายคลึงกับเจ้าอสูรมณีกำเนิด
อัสนีที่ปรากฏตัวขึ้นก่อนหน้านี้ แต่ทว่ารูปปันศิลา
ตนหนึ่งก็คือ เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัคคี ส่วนอีกตัว
หนึ่งก็คือ เจ้าอสูรมณีกำเนิดวารี ”
คำกล่าวนี้ทำให้จิตใจของ อู่ อวี้ สั่นไหวด้วยความ
ตื่นตระหนก เนื่องจากว่าเขายังจดจำความน่า
สะพรึงกลัวของอำนาจแห่งเทวะ ที่บังเกิดจากเจ้า
อสูรมณีกำเนิดอัสนีได้อย่างชัดเจน!
” เป็นไปได้เช่นไร! พวกมันเป็นแค่รูปปันศิลา
เท่านั้น … ” เมื่อกล่าวถึงประโยคส่วนท้าย น้ำเสียง
ของ อู่ อวี้ ก็เริ่มสั่นเครือ เขายังไม่อยากตายดังนั้น
เขาจึงรีบถอยกรูดออกมาอย่างรวดเร็ว
อู่ อวี้ จ้องมองไปยังรูปปันศิลา ที่ยังคงนิ่งงันอยู่ตรง
นั้นด้วยความตกตะลึง ในเวลานี้มีกระแสสมุทรพัด
ผ่านมาอย่างเชี่ยวกราก เดิมที อู่ อวี้ คิดว่ากระแส
สมุทรอันปันปั่วนนี้จะพัดพาพวกเขาไป แต่หาได้
เป็นเช่นนั้นไม่ อันที่จริงแล้วมันมาจากอีกด้านหนึ่ง
เนื่องจากว่าในท้ายสุดแล้ว รูปปันศิลาทั้งสองนี้มิได้
เป็นเพียงสิ่งของธรรมดาสามัญ
ระหว่างที่ อู่ อวี้ กำลังแสดงท่าทางไม่อยากจะเชื่อ
อยู่นั้น หมิงซวงก็เท้าเอว พร้อมกับกล่าวขึ้นอย่าง
ภาคภูมิใจว่า ” ไม่นึกไม่ฝันเลยมาก่อนเลยว่า
สาเหตุที่ทำให้สรรพเทวะวิญญาณเหล่านี้ มีชีวิต
อยู่ยืนยาวได้นานเสียยิ่งกว่าพวกปีศาจ ก็เพราะว่า
พวกมันส่วนใหญ่ใช้วิธีการจำศีลนี่เอง พวกมัน
สามารถทำให้ร่างกายของตนเอง เข้าสู่สภาวะจำ
ศีล และอยู่ในรูปแบบปั้องกันตนเอง เช่นสรรพเท
วะวิญญาณสองตนนี้ มันได้แปรเปลี่ยนกลายเป็น
ศิลาโดยตรง อันที่จริงแล้วหลังจากที่เจ้าเข้ามา
สรรพเทวะวิญญาณ ตนอื่น ๆ ซึ่งอยู่ในรูปแบบ
ของศิลา ได้ตื่นจากการจำศีลกันหมดแล้ว แน่นอน
ว่ารวมถึงเจ้าอสูรมณีกำเนิดอัสนีที่ตื่นขึ้นมาเป็นตัว
ล่าสุดด้วย และในครั้งนี้เจ้าได้พบเจอกับราชันของ
พวกมันอีก 2 ตน โชคยังดีที่พวกมันยังไม่ตื่นขึ้น มิ
เช่นนั้นในเวลานี้เจ้าคงตกลงไปในนรกนับหมื่นชั้น
แล้ว หรือไม่ก็คงถูกส่งกลับไปที่ทวีปแห่งทวยเทพ
ตงเสิ้ง ”
” การจำศีลของสรรพเทวะวิญญาณ ถือเป็นเรื่อง
น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก ไม่แปลกใจว่าทำไมมันถึงได้
กลายเป็นรูปปันศิลาสองก้อนนี้ได้ ” หมิงซวงกล่าว
เสริม
หลังจากได้ยินเช่นนั้น อู่ อวี้ ก็ไม่ได้รู้สึกกังขากับคำ
กล่าวของนางเลยแม้แต่น้อย ด้วยเฉพาะสิ่งที่นาง
กล่าวนั้นถูกต้อง
มีแต่ทำให้เขายิ่งตกใจมากยิ่งขึ้น เขาเฝั้ามองดูรูป
ปันศิลาทั้ง 2 ชิ้นพูดไม่ออกเป็นเวลานาน ถ้าหาก
รูปปันศิลาทั้งสองชิ้นนี้เป็นเจ้าสรรพเทวะวิญญาณ
จริง แล้วถ้ามันเกิดตื่นขึ้นมาอย่างกระทันหัน ใน
ระหว่างที่เขายังคงปั้วนเปียนวนเวียนอยู่แถว ๆ นี้
อู่ อวี้ เกรงว่าเมื่อถึงเวลานั้นเขาจะหลบหนีไม่ทัน
แล้วสายตาของเขาก็สะดุดอยู่ที่ส่วนหัวของ ‘เจ้า
อสูรมณีกำเนิดอัคคี’
“ ศิลามณีกำเนิดอัคคี ของมันมีขนาดใหญ่มากกว่า
ปกติถึง 100 เท่าเลยงั้นหรือ ? ” อู่ อวี้ พึมพำ
” ใช่ มันใหญ่มากจริง ๆ ” หมิงซวง เออออเห็น
ด้วย
” ถ้าข้าได้ ศิลามณีกำเนิดอัคคี ชิ้นนี้มา ข้าจะ
สามารถก้าวเข้าสู่ กายาเจ้ามังกรสักการะราชัน
อรหันต์ไม่ดับสูญ ได้หรือไม่? ” เขาเอ่ยถามด้วย
ด้วยสายตาที่ลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิง
หมิงซวงยิ้มแล้วกล่าวว่า ” ในทางทฤษฎี ถ้าเจ้าไม่
สามารถตัดมันออกมาได้ โดยหลอมละลายมันได้
แค่เพียงเล็กน้อย ตัวเจ้าเองนั่นแหละที่จะถูกลบ
หายไป แต่ถ้าให้พูดถึงเรื่องปริมาณของมัน ข้าคง
ต้องบอกว่ามันมากเกินพอเลยล่ะ แต่สิ่งสำคัญที่
ต้องคิดตอนนี้ก็คือ หากเจ้ายังไม่สามารถเอาชนะ
เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัคคี ก็คงไม่ต้องพูดถึงการบรรลุ
กายาเจ้ามังกรสักการะราชันอรหันต์ไม่ดับสูญ ”
ถึงแม้จะคิดแผนการนี้ขึ้นมาได้ แต่มันก็เป็นเพียง
แค่เรื่องเพ้อฝันไปเท่านั้น เพราะมันไม่สามารถลง
มือกระทำได้
” ข้าไม่มีทางเลือกอื่นแล้วงั้นหรือ? ” อู่ อวี้ ไต่ถาม
รูปปันศิลาทั้ง 2 ชิ้นนี้คือ เจ้าสรรพเทวะวิญญาณ
การที่เขาได้พบเจอมันนับว่าเป็นมหาโชคอย่าง
แท้จริง แต่แล้ว หมิงซวง ก็มาดับฝันของเขา นาง
บอกว่าเขาไม่แข็งแกร่งพอที่จะไขว่คว้าโอกาสนี้
แต่เจอโชคชิ้นใหญ่อยู่ตรงหน้า ผู้ใดจะยอมละทิ้งไป
ง่าย ๆ กันเล่า!
” หรือเจ้าจะลองสัมผัสมันดู? เพราะอย่างไรเสีย
ต่อให้เจ้าลูบคลำไปทั่วทั้งร่าง มันก็คงไม่ตื่นขึ้นมา
ง่าย ๆ หรอก จากสิ่งที่ข้าเห็นมันหลับลึกมาก ๆ
เลย ถ้าเจ้าไม่พยายามโจมตีพวกมันอย่าง
สุดแรงเกิด เพื่อปลุกให้ตื่นขึ้นมาก็คงไม่เป็นอะไร
เห็นได้ชัดว่า เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัสนี ก่อนหน้านี้ก็
คงเป็นเช่นเดียวกัน ”
เนื่องจากตอนนี้ยังไม่มีอันตรายใด ๆ เกิดขึ้น การที่
อู่ อวี้ รอคอยเพราะหวังจะได้เห็นมันจริง ๆ
สำหรับเขาแล้ว สรรพเทวะวิญญาณ เป็นเสมือน
กับปาฏิหาริย์!
” หากเจ้าสามารถแบ่งดวงจิตเทวะออกเป็นสองได้
เจ้าก็จะสามารถควบคุมไข่บรรพชนมารกลืน
สวรรค์ จากนั้นร่างกายแยกที่สองของเจ้าก็จะ
กลายเป็น สรรพเทวะวิญญาณ เมื่อนั้นร่างแยก
ของเจ้านี้ อาจจะร้ายกาจน่าสะพรึงกลัวเสียยิ่งกว่า
ร่างต้นก็ได้ ”
หมิงซวงชี้แนะ
อู่ อวี้ เองก็เฝั้ารอวันนั้นอยู่เช่นกัน
ในเวลานี้ อู่ อวี้ ยังวนคงเดินวนรอบ ๆ รูปปันศิลา
” เอ๊ะ! นี่มันอะไร? ” จากนั้นเขาก็ชี้ไปยังส่วนก้น
ด้านล่างของรูปปันศิลา ซึ่งก้อนกลม ๆ เหนียว ๆ
เกาะติดอยู่ดูยุ่งเหยิงไปหมด
เมื่อ หมิงซวง ทำท่าแหวะแล้วกล่าวว่า ” แหวะ?
ข้าไม่ได้เห็นสิ่งนี้มานานแล้วนะเนี่ย นี่มันคือของ
เสียที่สรรพเทวะวิญญาณขับถ่ายออกมา มันคือ …
ขี้! ”
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ