กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 566 : เจาอสูรลืมตาตื่น
อันที่จริงถ้าอยากรู้ว่ารูปปันศิลาทั้ง 2 ชิ้นนี้ เป็น
สัตว์อสูรหรือไม่ก็แค่ทดสอบ โดยการจับมันใส่เข้า
ไปในถุงจักรวาลก็สิ้นเรื่อง
ถ้ามันเป็น สรรพเทวะวิญญาณ มันจะยอมถูกจับ
ใส่เข้าไปในถุงจักรวาลได้อย่างไร? ในขณะที่กำลัง
ดึงดันยัดมันใส่เข้าไปในถุงจักรวาล แน่นอนว่าถ้า
มันเป็นสัตว์อสูร มันจะต้องต่อต้านขัดขืน
ซึ่งเห็นได้ชัดว่า องค์ชายเมฆา กับ สหายเต๋าเคียงคู่
ของมันจะต้องล้มเหลวในกาลนี้
ในเวลานี้ องค์ชายเมฆา อยู่ด้านข้างของ อู่ อวี้ ซึ่ง
มันก็ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย แผนการลับของ
กับหมิงซวงจะทำให้เขาได้รับสมบัติวิเศษ ด้วยเหตุ
นี้พวกเขาทั้งสองจึงไม่ได้พูดคุยใด ๆ กัน ยังคง
หลบซ่อนตัวอยู่ภายในรูปปันศิลาอย่างลับ ๆ ซึ่งใน
เวลานี้กำลังถูกเคลื่อนย้ายเข้าไปถึงจักรวาล
อย่างที่คาดเอาไว้ก่อนหน้านี้ แม้แต่ถุงจักรวาลก็อยู่
ในระดับศาสตราเต๋าวิถีแท้ ขนาดแลความจุของ
มันสามารถใส่ภูเขาลงไปได้หลายลูก ฉะนั้นการใส่
รูปปันศิลาที่มีขนาดใหญ่โตลงไปจึงไม่ใช่ปัญหา
“ยกขึ้น!”
องค์ชายเมฆา ร้องตะโกน ในระหว่างที่ยกร่าง
สรรพเทวะวิญญาณขึ้น
เมื่อไม่นานมานี้ มันสามารถเก็บเกี่ยวได้เป็น
จำนวนมาก จึงทำให้เขาอารมณ์ดีอยู่ไม่น้อย
อย่างไรก็ตามมันยังคงตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เนื่องจากว่ามันได้โคจร พลังแก่นแท้ตำหนักม่วง
เสริมสร้างพลังของตน แต่ก็ไม่คาดคิดว่า รูปปัน
ศิลา ที่ตั้งตะหง่านมั่นคงในสถานที่แห่งนี้จะไม่ขยับ
เขยื้อนเลยแม้แต่น้อย!
เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า ไม่ว่าวัตถุสิ่งของใดอยู่ในทะเล
อันไร้สิ้นสุดแห่งนี้ ตามธรรมชาติแล้วมันจะต้อง
ล่องลอยตามกระแสเกลียวคลื่น ฉะนั้นรูปปันศิลา
ทั้ง 2 ชิ้นนี้จะยังคงอยู่กับที่ได้อย่างไร?
“นี่มันบ้าอะไรกัน!?”
องค์ชายเมฆา กับ สหายเต๋าเคียงคู่ กำลังตกตะลึง
และ งุนงงอย่างที่สุด
สหายเต๋ากล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงกระสับกระส่ายว่า ”
ข้าว่ารูปปันศิลาทั้งสองชิ้นนี้ ไม่ใช่สิ่งของธรรมดา
ๆ ถ้าเช่นนั้นเราจะใช้วิธีไหนถึงจะนำมันกลับไปได้
?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น องค์ชายเมฆา จึงตอบกลับไปว่า
” ถ้าเก็บใส่ถุงจักรวาลไม่ได้ ก็ไม่มีวิธีอื่นใดแล้วล่ะ
นอกจากหนึ่งในพวกเราจะใช้ ศาสตราเต๋าวิถีแท้
จับมันเอาไว้ จากนั้นก็ค่อยบดขยี้ ‘ยันต์เซียนบรรพ
กาล’ วิธีนี้อาจทำให้รูปปันศิลาทั้งสองออกมากับ
เราด้วย เคยได้ยินมาว่ามีบางคนเคยเจอเหตุการณ์
ที่ไม่สามารถเขยื้อนบางสิ่งบางอย่าง พวกเขาก็ใช้
วิธีนี้ หลังจากบดขยี้ ‘ยันต์เซียนบรรพกาล’ ผล
ปรากฏว่ากลับพาสิ่งอื่นมาด้วย ”
” ถ้าเช่นนั้นใครจะเป็นคนกลับไป ท่านหรือว่าข้า?
” สตรีผู้เป็นสหายเต๋ารีบซักถาม ดูเหมือนว่านางไม่
ค่อยเต็มใจนัก ” บางทีแผนนี้อาจจะไร้ประโยชน์ก็
ได้ การทำเช่นนี้จะทำให้เราสูญเสียโอกาส โดยการ
นำสิ่งของ ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไรกันแน่กลับไป
จะไม่ทำให้ผู้อาวุโสหัวเราะเยาะเปล่า ๆ เช่นนั้น
หรือ? ”
แน่นอนพวกเขาทั้งคู่ไม่อยากออกไปจาก เส้นทาง
เซียนบรรพกาล ถ้าไม่ใช่ทางเลือกสุดท้ายจริง ๆ
เมื่อเห็นสหายเต๋าของตนแย้งเช่นนั้น องค์ชาย
เมฆา ไตร่ตรองอยู่ชั่วครู่แล้วกล่าวขึ้นว่า ” ก็ได้…
ถ้าเช่นนั้นพวกเราก็ตรวจสอบมันดูซะที่นี่ ว่ามันคือ
อะไรกันแน่!”
ความสนใจของทั้งสองกำลังมุ่งมั่นมายังรูปปันศิลา
หลังจากการตรวจสอบได้ครู่หนึ่งพวกเขาก็ไม่พบ
เจอสิ่งใด อีกทั้งไม่รู้ด้วยซ้ำว่า อู่ อวี้ ว่ากำลังหลบ
ซ่อนตัวอยู่
“อืมม…ลองโจมตีมันดูก็แล้วกัน”
องค์ชายเมฆา ล่วงรู้ดีว่าเมื่อมาถึงจุดนี้ การใช้วิธี
โจมตีเข้าใส่ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก อย่างไรก็ตามการ
โจมตีจะทำให้พวกเขารู้ว่า มันสิ่งของชั้นเลิศ
หรือไม่ ด้วยการตรวจสอบว่ามันยังคงอยู่สภาพเดิม
ไม่มีรอยบุบสลายใด
องค์ชายเมฆา สูดลมหายใจเข้าออกเบา ๆ จากนั้น
ก็ปล่อยหมัดอัดกระแทกลงไปบริเวณส่วนหัวของ
‘เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัคคี’!
ตูม!
การโจมตีครั้งนี้ทำให้ ‘เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัคคี’ สั่น
เทือนเล็กน้อย ทว่ามันก็กลับไม่ได้ความเสียหายอัน
ใดเลย
“ โจมตีไม่เข้าจริง ๆ! นี่ต้องไม่ใช่รูปปันศิลา
ธรรมดา ๆ เป็นแน่ บางทีมันอาจเป็นสมบัติวิเศษอ
ยางแท้จริง! ถ้าเราสามารถนำมันออกจาก เส้นทาง
เซียนบรรพกาล นี้ได้มันจะต้องคุ้มค่าแน่ ๆ!” องค์
ชายเมฆา กล่าวขึ้นด้วยความตื่นเต้นเล็กน้อย
สตรีผู้เป็นสหายเต๋ากล่าว ” ลองใช้ศาสตราเต๋าวิถี
แท้โจมตีมันอีกสักครั้ง เราต้องทดสอบเพื่อให้แน่ใจ
ว่าเมื่อเรานำมันกลับไปแล้วจะไม่กลายเป็นตัว
ตลก”
อู่ อวี้ สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ อันที่จริงเขาสัมผัสได้
ถึงการสั่นไหวจากผนังกำแพงรอบ ๆ ซึ่งก็เห็นได้
อย่างชัดเจนว่าบัดนี้ เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัคคี กำลัง
จะตื่นแล้ว ผนังศิลาที่อยู่โดยรอบเริ่มเผาไหม้
ท่ามกลางความเลือนราง ทันใดนั้นแสงสีทองก็ส่อง
สว่างเจิดจ้าระเบิดออกมาจากภายใน!
ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่ องค์ชายเมฆา ได้
หยิบศาสตาเต๋าวิถีแท้ออกมาฟาดเข้าใส่ตรง
บริเวณส่วนหัวของ เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัคคี
“ไม่เป็นไร! สุดยอด นี่ต้องเป็นของดีอย่างแท้จริง!
หนี่หง เจ้าพาพวกมันออกไปในวันนี้เลยดีหรือไม่?
เราทั้งสองเป็นสหายเต่าเคียงคู่กัน ไม่ว่าข้าจะได้สิ่ง
ใดใน เส้นทางเซียนเซียนบรรพกาล แห่งนี้ ข้าย่อม
จะต้องแบ่งปันกับเจ้า … ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นองค์ชายเมฆา ยิ้มออกมาอย่าง
ประหลาดใจ
สตรีที่ถูกเรียกว่า หนี่หง ก่อนหน้านี้นางมีทีท่า
อิดออดไม่เต็มใจนัก นั่นเพราะไม่แน่ใจว่าสิ่งนี้จะมี
ประโยชน์จริงหรือไม่ แต่เมื่อยืนยันแล้วว่ามันคือสิ่ง
ที่ดีจริง ๆ นางจึงยอมออกจาก เส้นทางเซียนบรรพ
กาล อย่างเต็มใจ ในเวลานี้นางจึงยิ้มออกมาอย่าง
หวานหยดย้อย
ทันใดนั้นเองพวกเขาทั้งสองก็ต้องตกตะลึง
สายตาของพวกเขาทั้งสองจับจ้องไปยัง รูปปันศิลา
ที่เพิ่งถูกโจมตีเข้าใส่ แต่แล้วบัดนี้มันกลับเริ่มมีการ
เคลื่อนไหวขึ้นเล็กน้อย ทั้งสองสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิ
ความร้อนที่บังเกิดจากการเผาไหม้แผ่ออกมา ซึ่ง
ภาพเบื้องหน้าของพวกเขาในตอนนี้คือภายในรูป
ปันศิลาเหมือนจะมีเปลวเพลิงลุกไหม้อยู่ แสงสีทอง
และแดงเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เปลวเพลิง
ที่อยู่ภายในโหมกระพือลุกโชติช่วงขึ้น องค์ชาย
เมฆา กับ สหายเต๋า เห็นการเปลี่ยนแปลงนี้ได้
อย่างชัดเจน เพียงชัวพริบตา รูปปันศิลาก็
แปรเปลี่ยนเป็นอัญมณีสีทอง!
เปลวไฟสีทองเริ่มเผาไหม้ตรงส่วนด้านบน!
ฉับพลัน ดวงตาทั้งคู่ที่บริเวณส่วนหัวอัญมณี
ทองคำก็ลืมตาตื่นขึ้น จับจ้องมองมายัง องค์ชาย
เมฆา กับ สหายเต๋า! ในเวลานี้รูปปันศิลาเริ่มขยับ
เขยื้อนเคลื่อนไหว แล้วทันใดนั้นเองปากของมันก็
เปิดอ้าออกพร้อมกับส่งเสียงร้องคำรามออกมา ดัง
สนั่นกึกก้องกัมปนาทไปทั่ว ก๊าซซซซซ!!!! เสียง
คำรามนี้แผ่ขยายกินอาณาบริเวณไปทั่วทั้ง
มหาสมุทรอันไกลโพ้น ทำให้สวรรค์สะท้านปฐพี
ต้องสะเทือน ครู่ต่อบริเวณรอบน่านน้ำอาณาเขต
สมุทรเกิดการสั่นไหวอย่างรุนแรง จนคลื่นสมุทรก่อ
ตัวม้วนกวาดขึ้นสู่ท้องนภา!
มาถึงจุดนี้กล่าวได้ว่า รูปปันศิลาได้ตื่นขึ้นอย่าง
สมบูรณ์แล้ว มันคือสรรพเทวะวิญญาณ ซึ่ง
กลายเป็น เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัคคี พวกมันทั้งคู่ต่าง
เคยได้แลเห็น เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัสนี อย่างเต็ม
สองตามาก่อน ในช่วงเวลาที่ องค์ชายเมฆา กับ
สหายเต๋า กำลังตื่นตกใจอย่างสุดขีด พวกเขาไม่
ทราบเลยว่า สิ่งที่พวกเขาทั้งสองร่วมหัวจมท้าย
วางแผนที่จะนำออกไปกลับกลายเป็นอสูรอันน่า
สะพรึงกลัวเช่นเดียวกับ เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัสนี
ซึ่งมีรูปร่างที่ใหญ่โตยิ่ง ทั่วทั้งร่างลุกโหมกระหน่ำ
ไปด้วยเปลวเพลิงทองคำ บ่งบอกถึงว่ามันกำลัง
โมโหเกรี้ยวกราดอย่างขีด โดยเฉพาะอัญมณีอัคคี
ขนาดใหญ่ตรงส่วนหัวของมัน ไม่ว่าจะมองใน
แง่มุมใดไอ้เจ้าตัวที่กำลังโมโหสุดขีดอยู่นี้ก็คือ เจ้า
อสูรมณีกำเนิดอัคคี ซึ่งมันคือสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวไม่
ต่างจาก เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัสนี!
“อึก … ” คนทั้งสองรู้สึกหวาดกลัวจนสีหน้าซีด
เผือดราวกับไข่ต้ม ในเวลานี้พวกเขาทั้งสองกำลัง
เผชิญหน้าอยู่กับ เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัคคี ซึ่งกำลัง
จ้องมองพวกเขาด้วยความโกรธเกรี้ยวถึงขีดสุด
นั่นคือการสะกดข่มของพลังเทวะอันน่า
สะพรึงกลัว!
สิ่งนี้ทำให้ทั้งสองหวาดกลัวถึงขีดสุด ทั้งสองหันมา
กอดกันอย่างไร้ทางสู้ สีหน้าเต็มไปด้วยความ
หวาดกลัวอย่างยากจะบรรยาย ปากก็ร้องตะโกน
พร่ำพรรณนาว่า ” จะทำอย่างไร … จะทำอย่างไร
กันดี … ”
“หนีเร็ว!”
แม้ว่าทั้งสองจะไม่เต็มใจ ทว่าเมื่อพวกเขาต้อง
เผชิญหน้ากับเจ้าอสูรเพียงลำพังเช่นนี้ จะมีหนทาง
ใดที่จะทำให้พวกเขารอดชีวิตไปได้กันเล่า! ในเวลา
นี้ เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัคคี กู่ร้องคำรามด้วยความ
น่าสะพรึงกลัวออกมาอีกครั้ง เป็นไปได้ว่าผู้คนที่อยู่
ภายในอาณาบริเวณทะเลอันไร้สิ้นสุดแห่ง ต่างได้
ยินเสียงร้องคำรามนี้กันถ้วนหน้า หลังจากนั้น
เปลวเพลิงทองคำอันไร้สิ้นสุดก็ระเบิดโพยพุ่ง
ออกมาจากแหล่งกำเนิดอัคคี แผ่ขยายกลืนกิน
อาณาเขตน่านน้ำมหาสมุทรโดยรอบ ภาพฉากอัน
ยิ่งใหญ่ของ เจ้าอสูรมณีกำเนิดอันนี ซึ่งเคยปรากฏ
ขึ้นก่อนหน้านี้ ได้ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง!
“อ๊ากกกกก!”
ในขณะที่คู่รักสหายเต๋าทั้งสอง ได้ถูกแผดเผาด้วย
ต้นกำเนิดแห่งอัคคี ทันใดนั้นพวกมันก็รีบบดขยี้
ยันต์เซียนบรรพกาล เพื่อหนีออกจาก เส้นทาง
เซียนบรรพกาล ไปในที่สุด
พลังเทวะที่ เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัคคี ได้ระเบิด
ออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยวนั้น กำลังประทุก
กวาดผ่านร้ายออกไปไกลหลายพันลี้
ส่วน อู่ อวี้ ซึ่งหลบซ่อนตัวติดอยู่ภายในกองอาจม
ของ เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัคคี กำลังเจ็บปวดทรมาน
อย่างสุดแสนในชนิดที่ว่า ตายเสียดีกว่าอยู่ อันที่
จริงแล้วอาจมก็เป็นเสมือนดั่งส่วนหนึ่งของร่างกาย
มัน และบัดนี้ อู่ อวี้ กำลังเกาะติดกับส่วนหนึ่งใน
ร่างกายของมัน โดยพยายามทำตัวให้แนบเนียน
มากที่สุด หากไม่ใช่เพราะว่าเขามี กายาเพชร
อมตะ ปกปั้องคุ้มกายอยู่ ปั่านนี้เขาคงถูกเผาไหม้
เป็นจุณไปแล้ว ซึ่งการหลอมสร้างร่างกายครั้งที่
สองด้วยเพลิงจาก เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัคคี ก็แทบ
จะไม่แตกต่างไปจาก ศิลามณีกำเนิดอัคคี เลย
ดังนั้นผลกระทบจากการเผาไหม้จึงมิใช่เรื่อง
ใหญ่โตนัก
“กลืนหรือไม่กลืน?” อู่ อวี้ กำลังลุ้นตัวโก่ง เขารู้ดี
ว่านี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น หายนะอัน
แท้จริงยังมาไม่ถึง เมื่อตัดสินใจเลือกอยู่บนเส้นทาง
นี้แล้ว ก็จำต้องยึดมั่นยืนกรานต่อไป เขาไม่
ต้องการให้ตนเองมีสภาพจุดจบเช่นดั่ง องค์ชาย
เมฆา กับ สหายเต๋า
ตอนนี้เสียงคำรามอันกึกก้องของ เจ้าอสูรมณี
กำเนิดอัคคี ยังคงดังก้องสะท้อนไปทั่ว ซึ่ง อู่ อวี้ ก็
ตระหนักได้อย่างชัดเจนว่า เมื่อ เจ้าอสูรมณี
กำเนิดอัคคี ลืมตาตื่นขึ้นมา ด้วยการแผดเผาแผ่
ขยายในอาณาเขตเปลวเพลิงอย่างกว้างใหญ่เช่นนี้
มันจะต้องทำให้ เจ้าอสูรมณีกำเนิดวารี ตื่นขึ้นมา
ด้วยอย่างแน่นอน แล้วในทันทีที่เขาคิดเกี่ยวกับ
เรื่องนี้ ฉับพลันก็มีเสียงคำรามดังกึกก้องของอสูร
อีกตัวดังขึ้น ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วว่าเสียงมันจะต้อง
เป็นเสียงคำรามของ เจ้าอสูรมณีกำเนิดวารี ที่บัดนี้
ได้ตื่นขึ้นมาจากการจำศีลแล้ว!
ดูเหมือนว่าพวกมันจะไม่ค่อยฉลาดเท่าใดนัก เมื่อ
มันสัมผัสได้ถึงมวลพลังงานมหาศาลอีกสายหนึ่ง
ปรากฏขึ้น เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัคคี ก็ระมัดระวังตัว
เป็นอย่างมาก หลังจาก องค์ชายเมฆา ผู้โจมตีมัน
ได้หายไปแล้ว ความระมัดระวังตัวของ เจ้าอสูร
มณีกำเนิดอัคคี ก็ตกไปอยู่ที่ เจ้าอสูรมณีกำเนิดวารี
แทน
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ นับว่ายังโชคดีอยู่บ้าง ด้วย
เพราะการคาดการณ์ของ หมิงซวง นั้นถูกต้องตรง
เผงไปเสียทุกอย่าง บางทีอาจเป็นเพราะมันจำศีล
หลับไหลมาเป็นเวลานาน เมื่อตื่นขึ้นจึงหิวโหยถึง
เพียงนี้ เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัคคี ไม่พูดพร่ำทำเพลง
อันใดแม้แต่น้อย พุ่งตรงไปหา ‘อาจม’ ที่กำลังเผา
ไหม้ประดุจดวงตะวัน แล้วกลืนกินมันเข้าไป!
ร่างกายใหญ่โตมโหฬารของมันได้กลืนกิน ‘แก่น
แท้’ ซึ่งเป็นพลังส่วนหนึ่งในร่างของมันกลับคืนไป
โดยไม่สนใจว่าจะมีสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กอยู่ข้างใน
หรือไม่
ความปรารถนาของ อู่ อวี้ ก็บรรลุในที่สุด เขาถูก
กลืนเข้าไปในท้องของมันโดยตรง ถ้ากล่าวตามจริง
แล้วภายในร่างกายของ สรรพเทวะวิญญาณ หาได้
มีกระเพาะอาหารหรือกระดูกแม้แต่น้อย มีเพียงแค่
แหล่งกำเนิดอัคคีอัดแน่นอยู่ภายในร่างของมัน ซึ่ง
แผ่พลังงานออกมาอย่างไร้สิ้นสุด แหล่งกำเนิดอัคคี
เหล่านี้ถือกำเนิดขึ้นขึ้นมาจาก ศิลามณีกำเนิดอัคคี
แล้วในตอนนี้ อู่ อวี้ อยู่ภายในท้องของมัน แน่นอน
ว่าในเวลานี้แหล่งกำเนิดอัคคีสีทอง กำลังเผา
ผลาญอย่างน่ากลัว ซึ่งกำลังล้อมรอบอยู่รอบตัว
เขา
สำหรับเขามันคือทะเลเพลิงอันไร้สิ้นสุด
คาดว่าในเวลานี้ เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัคคี ยังคงไม่
สังเกตเห็นตนเอง ดังนั้น อู่ อวี้ จึงทุกข์ทรมานจาก
การเผาของเปลวเพลิงอย่างเต็มที่ ซึ่งมันคล้ายคลึง
กับตอนที่เขาซ่อนอยู่ใน ‘อาจม’ ก่อนหน้านี้ แต่เขา
คิดว่า ในระหว่างที่การต่อสู้อุบัติขึ้น เจ้าอสูรมณี
กำเนิดอัคคี จะโกรธเกรี้ยวบ้าคลั่งมากยิ่งขึ้น จนมัน
เข้าสู่สถานะต่อสู้เต็มรูปแบบ ซึ่งแน่นอนว่าเพลิงนี้
จะทวีความร้อนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งก็มีโอกาส
เป็นไปได้ว่า เมื่อเจ้าอสูรสังเกตเห็นตัวเขาแล้ว จะ
คลายเขาออกมาเบื้องนอก ดังนั้นสิ่งที่สำคัญสุด
ในตอนนี้คืออดทนต่อการเผาผลาญจะเปลวเพลิง
เพื่อซ่อนเร้นตนเองให้นานที่สุด
อย่างไรก็ตามมันมิใช่เรื่องง่ายเลย
” นี่คือเหตุผลว่าทำไมถึงต้องใช้ ศิลามณีกำเนิด
อัคคี ฝึกฝนบำเพ็ญตน แน่นอนว่าเจ้าสามารถใช้
เปลวเพลิงของมัน มาเผาผลาญเพิ่มความ
แข็งแกร่งให้กับกายเนื้อได้เช่นกัน แต่จงจำเอาไว้
ว่าเจ้าต้องพยายามเยือกเย็นไว้ ห้ามทำเสียงดัง
เด็ดขาด หากพลาดพลั้งแล้วมันสังเกตเห็นเจ้า เรา
จะลำบากเอาได้ ถือว่าเจ้ายังโชคดี ที่ยังไม่มีผู้อื่น
เข้ามาเสริมด้วย มีเพียงแค่เจ้า กับ อสูรงี่เง่าสอง
ตนนี้ พวกมันกำลังเปล่งเสียงคำราม เพื่อข่มขู่ซึ่ง
กันและกันเอง ” หมิงซวงกล่าว
สรรพเทวะวิญญาณ 2 ตนนี้ หนึ่งเป็นน้ำ และ อีก
หนึ่งเป็นไฟ เสมือนดั่งคำกล่าวว่าน้ำกับไฟไม่อาจ
เข้ากันได้ อีกทั้งพวกมันยังเพิ่งตื่นจากการจำศีล
เป็นไปได้ว่าอาจจะรู้สึกงัวเงียอยู่บ้าง จึงไม่คิดว่านี่
เป็นสหายของตน ซึ่งมันก็ถือเป็นเรื่องปกติ
เนื่องจากการดำรงอยู่ของ เจ้าอสูรมณีกำเนิดวารี
จึงทำให้ อู่ อวี้ มีโอกาสได้พักหายใจหายคอบ้าง
ซึ่งยามนี้เขาก็ไม่ได้คิดเรื่องอันใดให้มากความ อู่
อวี้ ตั้งมั่นสมาธิ คิดหาหนทางเอาชีวิตรอดอยู่
ภายในร่างของอสูรตนนี้ให้ได้
การกระทำของมัน เป็นตัวดึงดูดความสนใจอย่าง
ใหญ่ยิ่ง หลังจากสัตว์อสูรขนาดยักษ์สองตน
เผชิญหน้าห้ำหั่นกันได้ไม่ถึง 1 ก้านธูป อู่ อวี้ ก็ได้
ยินเสียงราง ๆ ว่ามีผู้อื่นมาถึงแล้ว แล้วเมื่อคนแรก
มาถึงคนที่เหลือก็จะตามมา ซึ่งเห็นได้อย่างชัดเจน
ว่า เมื่อพวกเขามาถึงแล้วเห็นถึงอสูรยักษ์ทั้ง 2 ตน
นี้ พวกเขาจะต้องรู้สึกตื่นเต้นอย่างแน่นอน
เมื่อมีผู้คนเข้ามามากขึ้นเรื่อย ๆ พวกเขาก็เริ่มเปิด
ฉากโจมตีทันที!
ส่งผลให้สถานการณ์ในยามนี้ วุ่นวายโกลาหลมาก
ขึ้นเรื่อย ๆ !
ในเวลานี้อสูรขนาดยักษ์สองตนนี้ได้หยุดโจมตีใส่
กันเอง แล้วหันมาจู่โจมเข้าใส่ผู้ฝึกตนกับปีศาจ
ทะเลอย่างสมบูรณ์ คาดว่ามันจะจดจำได้แล้วว่า
ผู้ใดเป็นมิตร ผู้ใดเป็นศัตรู
บัดนี้การต่อสู้อันดุเดือด ได้ปะทุขึ้นอย่างฉับพลัน
ซึ่ง อู่ อวี้ ก็สามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจน จากภายใน
ร่างของ เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัคคี เนื่องจากว่า
แหล่งกำเนิดอัคคีภายในร่างของมันยามนี้ กำลัง
ปะทุขึ้นอย่างบ้าคลั่ง ซึ่งมันทวีความรุนแรงมากขึ้น
กว่าเก่าอย่างน้อย 10 เท่า บัดนี้บททดสอบแห่ง
หายนะได้เริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริงแล้ว!
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ