กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 567 :
ยันต์กระบี่จักรพรรดิโบราณปราบปีศาจ
สงครามการต่อสู้ประหัตประหารระหว่าง เจ้า
สรรพเทวะวิญญาณ กับ ผู้ฝึกตนและปีศาจ กำลัง
จะระเบิดขึ้น
เนื่องจากเป็นการต่อสู้ที่เคยผ่านสมรภูมิมาครั้งหนึ่ง
แล้ว ฉะนั้นการเคลื่อนไหวในครั้งนี้ จะต้อง
มากกว่าเดิมถึงสองเท่าอย่างไม่ต้องสงสัย
ขอบเขตมหาสมุทรอันมืดมิดไร้สิ้นสุด บัดนี้ได้
บังเกิดเพลิงพิโรธอันเกรี้ยวกราด ลุกโหมกระหน่ำ
จนห้วงสมุทรร้อนระอุเดือดพล่านไปทุกแห่งหน
ครึ่งหนึ่งกลายทะเลเพลิง ส่วนอีกครึ่งหนึ่งเป็นชลธี
อันใสสะอาดบริสุทธิ์
เพลิงสีทองอันเกรี้ยวกราดเกลือกกลิ้งไปไกลหลาย
พันลี้จนหลายคนไม่กล้าเข้าใกล้เช่น หลาน เถีย
นอวี้ แต่เปลวเพลิงก็ยังคงลุกโหมกระหน่ำเข้า
พัวพันใส่พวกเขา
มหาสงครามตีเข้าประชิด ทวีความรุนแรงดุเดือด
ลุ้นระทึกเสียยิ่งกว่าก่อนหน้านี้
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ไม่สามารถมองเห็น
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นภายนอกได้ ด้วยเพราะตอนนี้
เขาถูกขังอยู่กับแหล่งกำเนิดอัคคีอันไร้สิ้นสุด ซึ่งอัน
ที่จริงถึงแม้แหล่งกำเนิดอัคคีที่จะไม่ได้ตั้งใจที่จะ
แผดเผาร่างกายของเขา แต่เป็นเพราะว่าตัวเขา
เข้าไปอยู่ท่ามกลางวงล้อมของพวกมัน ยิ่ง เจ้าอสูร
มณีกำเนิดอัคคี มีโทสะเกรี้ยวกราดมากขึ้นเท่าใด ก็
ยิ่งทำให้แหล่งกำเนิดอัคคีเผาผลาญร่างกายของ
เขารุนแรงมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งถึงแม้ว่าเขาจะมี กา
ยาเพชรอมตะ คอยปกปั้อง ทว่าเขาก็ยังรู้สึก
เจ็บปวดทุกข์ทรมาน อย่างไม่อยากจะมีชีวิตอยู่อีก
ต่อไป
แหล่งกำเนิดอัคคีสีทองนี้ แผดเผาโจมตีมาจากรอบ
ทิศทาง แม้ว่า อู่ อวี้ จะเคยอาบไล้กายา อยู่
ภายในภูเขาลาวามาแล้วก็ตาม ทว่าเมื่ออยู่ภายใน
ร่างของ เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัคคี มันคือมหาสมุทร
แหล่งกำเนิดอัคคีอันไร้สิ้นสุด
ระหว่างที่ เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัคคี ผู้ร้ายกาจกำลัง
ต่อสู้อยู่กับผู้ฝึกตน และ ปีศาจสมุทร อย่างดุเดือด
อยู่นั้น อู่ อวี้ ซึ่งอยู่ภายในร่างของมันกำลังกัดฟันสู้
เขากำลังทนแบกรับความเจ็บปวดทุกข์ทรมาน
อย่างสุดแสนสาหัส ที่ถาโถมเข้ามาอย่างไม่มีสิ้นสุด
นับว่าครั้งนี้คือบททดสอบความอดทนอย่างแท้จริง
ในขณะ อู่ อวี้ กำลังอดทนกับความเจ็บปวดที่ถา
โถมเข้ามาจากแหล่งกำเนิดอัคคี ความเจ็บปวดที่
ได้รับไม่ต่างจากหลอมสร้าง ศิลามณีกำเนิดอัคคี
แต่เขาก็หาได้ย่อท้อ อู่ อวี้ ยังคงพยายามอดทนกัด
ฟันสู้ต่อไป บัดนี้แหล่งกำเนิดอัคคีได้หลั่งไหลเข้าสู่
ร่างของเขา กำลังหมุนวนโคจรอยู่รอบร่าง
แพร่กระจายออกไปทุกซอกทุกมุม กลั่นสกัดหลอม
สร้างร่างกายของ อู่ อวี้ ผลของมันเกือบจะ
เทียบเท่าได้กับ ศิลามณีกำเนิดอัคคี
“หัวใจวานร”
ขณะกำลังนั่งอยู่ท่ามกลางทะเลแห่งเปลวเพลิงอัน
ปันปั่วนคลุ้มคลั่ง เขากัดฟันแน่น พยายามรักษา
ท่าทีของตนเอาไว้ให้ได้มากที่สุด ท่ามกลางห้วง
แห่งความโกลาหล อู่ อวี้ ได้แปรเปลี่ยนกลายเป็น
ร่างจำแลงเซียนวานร จากนั้นก็ตั้งมั่นสมาธิจิตใจ
ด้วยการจับจ้องไปยัง หัวใจวานร
ภายในห้วงภวังค์แห่งจิต หัวใจวานรยังคงสงบนิ่ง
เมื่อจิตใจของเขาเริ่มสงบลง อู่ อวี้ เริ่มท่องบัญญัติ
คาถาของ ‘กายาเจ้ามังกรสักการะราชันอรหันต์’
ชั่วอึดใจต่อมาภายในร่างของ เจ้าอสูรมณีกำเนิด
อัคคี ก็ก้องกังวานไปด้วย เสียงสวดสัจจคาถาอัน
ไพเราะ น่าเคารพเลื่อมใส
ด้วยบทบัญญัติแห่งคาถานี้ทำให้ อู่ อวี้ สามารถมี
ชีวิตรอดอยู่ภายในนี้ได้ ปล่อยให้แหล่งกำเนิดอัคคี
ปลดปล่อยเปลวเพลิงเผาผลาญ ภายใต้เงือนไข
การหลอมสร้างกายเนื้อ ถึงแม้ผลของมันจะไม่
บริสุทธิ์เท่ากับ ศิลามณีกำเนิดอัคคี หรือเจ็บปวด
ทรมานมากเพียงใด แต่อย่างน้อย ๆ ภายใต้
บัญญัติคาถา และ ความแข็งแกร่งทนจากกายา
เพชรอมตะ กายเนื้อของเขาก็เริ่มบังเกิดการ
เปลี่ยนแปลงยกระดับขึ้นอีกครั้ง ส่งผลให้เขาไม่ได้
ถูกแผดเผาจนตายในที่แห่งนี้
” ต้องยืนหยัดอดทนให้ได้ ”
ช่วงเวลาแห่งความทุกข์ทรมานอย่างสุดแสนสาหัส
ความเจ็บปวดที่กายเนื้อของเขาได้รับอยู่ในตอนนี้
เขาทำได้เพียงกัดฟันสู้เท่านั้น มันคือบททดสอบ
ความอดทนมุ่งมั่น ถึงกระนั้นตัวเขาก็ล่วงรู้ดีว่า
ความเจ็บปวดทรมานจากการแผดเผามันค่อย ๆ
ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จำนวนนับครั้งไม่
ถ้วน ซึ่งมันทำให้กายเนื้อของเขายกระดับ
แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น อย่างน้อยในเวลานี้เขาก็รู้สึก
ว่าความเจ็บปวดนี้ ไม่อาจทำให้เขาถึงแก่ความ
ตายได้
ผู้ใดจะไปล่วงรู้ว่าต่อไปจะเกิดอันใดขึ้น
เขาอาจจะเดาว่า การต่อสู้ใน เส้นทางเซียนบรรพ
กาล ได้มาดำเนินมาถึงจุดสุดยอดแล้ว
ศาสตราเต๋าวิถีแท้สารพัดชนิด พลังอิทธิฤทธิ์
เครื่องราง เคล็ดวิชาเต๋า กำลังโหมกระหน่ำสาด
ประเคนเข้าใส่แหล่งกำเนิดอัคคี
บางครั้งมี ศาสตราเต๋าวิถีแท้ เจาะทะลุเข้าผ่าน
ร่างกายของ เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัคคี โผล่มาตรงบริ
เวณแสกหน้าระดับดวงตาของ อู่ อวี้ ด้วยระยะที่
ห่างกันเพียงฉิวเฉียด
อัคคียังคงถาโถมโจมตี พวยพุ่งมาจากทุกทิศทาง
อย่างต่อเนื่อง เห็นได้ชัดว่าฝั่ายตรงข้ามของ เจ้า
อสูรมณีกำเนิดอัคคี โจมตีได้อย่างดุเดือดเลือด
พล่านไม่น้อยเช่นกัน การโจมตีอันนับไม่ถ้วนนี้ทำ
ให้ร่างกายของมันถึงกับสั่นสะท้าน แต่ทันใดนั้น
บริเวณด้านหลังของมัน ก็ถูกบางอย่างอัดกระแทก
เข้าใส่อย่างรุนแรง
ตูมมม ตูมมมม ตูมมมมม!!!!!
สารพัดเสียงการโจมตีดังกึกก้องกัมปนาทสนั่นไป
ทั่ว
จากนั้นก็ตามมาด้วย เสียงคำรามที่เต็มไปด้วย
ความโกรธแค้นของ เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัคคี
ก๊าซซซซซซ!!!! ยิ่งมันโกรธมากเท่าไร แหล่งกำเนิด
อัคคีภายในร่างกายก็ยิ่งแผดเผาผลาญร้อนแรง
มากขึ้นเท่านั้น ซึ่งมันก็หมายความว่า อู่ อวี้
จะต้องประสบพบเจอกับหายนะอันรุนแรงมากขึ้น
ตามไปด้วย
ภายใต้สถานการณ์สุดหฤโหดเช่นนี้ ข้อได้เปรียบ
เพียงอย่างเดียวของเขาก็คือ ความสนใจทั้งหมด
ของ เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัคคี จะมุ่งไปที่การต่อสู้อยู่
เบื้องหน้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เกรงว่าถึงแม้มัน
จะสังเกตเห็นสิ่งแปลกปลอมอย่าง อู่ อวี้ แต่ในช่วง
เวลาเช่นนี้มันก็ขี้เกียจที่จะใส่ใจ ด้วยเพราะ
ระหว่างที่ อู่ อวี้ กำลังหลบซ่อนตัวอยู่ภายในร่าง
ของมัน เขาไม่ได้สร้างอันตรายหรือภัยคุกคามใดให้
มันแม้แต่น้อย ซึ่งพลังฝีมือของ อู่ อวี้ ก็ยังดูด้อย
กว่าศัตรูที่มันประสบอยู่ตรงหน้ายามนี้
แต่ดูเหมือนความร้อนที่เขาได้รับ ชักมากเกินจะรับ
ไหว
” อ๊ากกกก? ตายซะดีกว่าอยู่อีกมั้งเนี่ย ” ความ
เจ็บปวดนี้มันทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะสบถออกมา
” ชายผู้ยิ่งใหญ่ หากยามนี้คิดลังเลวกหัวกลับ
ความลำบากเพียงแค่นี้ยังไม่สามารถยืนหยัดอดทน
ต่อสู้ได้ แล้วศักดิ์ศรีของนักสู้ล่ะ? เจ้าคิดว่าการจะ
ทำให้ตนเองจะไม่ตาย ไม่แตกดับ จะได้มาง่าย ๆ
หรือไร?”
แม้จะสบถออกมา ทว่า อู่ อวี้ ไม่คิดจะยอมแพ้อยู่
แล้ว โดยไม่จำเป็นต้องให้ หมิงซวง ต้องมาพูด
กระทุ้งเช่นนี้ เพราะเขาย่อมรู้ดีมากกว่าผู้อื่น ว่า
ตนเองนั้นต้องยืนหยัดต่อสู้อยู่ที่นี่ให้จนถึงที่สุด นั่น
เพราะว่าเขาได้เลือกแล้ว
ไม่มีอะไรสามารถมาหยุด อู่ อวี้ ได้ นอกเสียจาก
ความตายเท่านั้น
เขาจะต้องยืนหยัดในเจตจำนงของตนเอง!
แหล่งกำเนิดอัคคี โหมกระหน่ำแผดเผาอย่างบ้า
คลั่ง จนกระทั่งผิวหนังของเขาจะไหม้เกรียมดำเป็น
ตอตะโก เหตุการณ์เช่นนี้เขาต้องประสบพบเจอซ้ำ
ไปซ้ำมา จากนั้นเขาก็เกิดใหม่อีกครั้งด้วยพลังของ
กายาเพชรอมตะ กระบวนการนี้บังเกิดขึ้นนับหมื่น
นับพันครั้ง แล้วในทุก ๆ ครั้งต้องประสบพบเจอ
กับความทุกข์ทรมานเจ็บปวดอย่างที่สุด แต่
ภายหลังมันก็ทำให้เขารู้สึกคุ้นเคยกับมันมากขึ้น
จริง ๆ
เขาเพียงแค่เพ่งมองหัวใจวานรขณะหลอมสร้าง
‘กายาเจ้ามังกรสักการะราชันอรหันต์’ จากนั้นก็แค่
เฝั้ารอรอสถานการณ์ข้างนอกให้ถึงจุดสิ้นสุด
หลังจากไม่แยแสต่อสิ่งเร้ารอบข้าง ภายในจิตใจ
ของเขาก็สงบลงมาก บางทีที่เขาอาจจะรู้สึกว่า
ตนเองไม่ได้ตัดสินใจบ้าดีเดือดเกินไป ซึ่งกล่าวได้
ว่ามีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จ ณ ตอนนี้เขา
รู้สึกมั่นใจว่าเป็นเช่นนั้น 50 ในร้อยส่วน!
ณ เวลานี้ไม่ว่าผู้ใดหน้าไหนก็ไม่สามารถมาหยุดยั้ง
เขาได้
” สมบัติวิเศษชิ้นนี้ ข้าจะต้องเป็นเจ้าของ
ครอบครองให้ได้ ”
ไม่ว่าฝั่ายตรงข้ามแข็งแกร่งมากเพียงใดก็ตาม
………………………………………………
ตอนนี้ทั่วทั้งโลกาเต็มไปด้วยเปลวเพลิงสีทองอันไร้
สิ้นสุด
หลังจากการสู้รบอันดุเดือด ทั้งสองฝั่ายเริ่มชะลอ
ตัวลงเล็กน้อย กล่าวได้ว่าสถานการณ์ต่อสู้ในยาม
นี้ช่างน่าหดหู่เสียยิ่งนัก
ใบหน้าของ เจียง ฉีจวิน ซีดเผือดดวงตาของนาง
จ้องมองไปยังใจกลางของกระแสน้ำวนเปลวเพลิง
สีทอง อันลุกโชติช่วงที่อยู่ด้านหน้า นางแผดเสียง
ร้องคำราม พร้อมกับพุ่งทะยานกระโจนเข้าใส่
เปลวเพลิงนั้นทันที
ถัดจากนางมีคนอยู่ประมาณสามสิบคน
ซึ่งเปั้าหมายของทั้งสามสิบคนนี้คือ เจ้าอสูรมณี
กำเนิดอัคคี
สรรพเทวะวิญญาณ ทั้งสองพลันขึ้นปรากฏการณ์
ขึ้นอย่างฉับพลัน จึงทำให้อัจฉริยะแห่งอาณา
โบราณเหยียนหวง ซึ่งเป็นนายเหนือสูงสุดของ
ชมพูทวีปโลกธาตุได้มารวมตัวกันที่นี่ พร้อมผนึก
กำลังทุ่มเทจัดการศัตรู บัดนี้สถานการณ์แบ่งเป็น
สองฝัง เจ้าอสูรมณีกำเนิดวารี ปล่อยให้เหล่า
อัจฉริยะแห่งชมพูทวีปโลกธาตุจัดการ ส่วนทางฝัง
ของ อาณาจักรโบราณเหยียนหวง ก็เป็นผู้
ครอบครอง เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัคคี แต่เพียงผู้
เดียวเท่านั้น
ดินแดนโบราณเหยียนหวง ผู้ครอบครองทั้ง 3
ทวีปเพียงหนึ่งเดียวมีเพียง อาณาจักรโบราณเห
ยียนหวง ถือเป็นมหาอำนาจซึ่งครอบครองอำนาจ
อย่างเบ็ดเสร็จ สำหรับอาณาจักรอื่น ๆ อย่างมาก
สุดก็สามารถครอบครองพรมแดนได้แค่เพียงทวีป
เดียว เป็นการยากที่จะเอามาเปรียบเทียบกับ
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง
และท่ามกลางกองกำลังและขั้วอำนาจที่เข้ามานี้ มี
ผู้คนจากอาณาจักรโบราณเหยียนหวงเข้ามามาก
ที่สุด
ในช่วงเวลานี้เหล่าสุดยอดอัจฉริยะจากอาณาจักร
โบราณเหยีนหวงได้มารวมตัวกัน โดยผสานพลัง
กันเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งมันทำให้คนอื่น ๆ ที่กำลังต่อสู้
อยู่กับ เจ้าอสูรมณีกำเนิดวารี อยู่อีกด้านหนึ่งรู้สึก
มั่นใจมากยิ่งขึ้น
ดังนั้นในเวลานี้การต่อสู้ห้ำหั่นที่บังเกิดขึ้นทางฝัง
ของ เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัคคี จึงสามารถกล่าวได้ว่า
มีเพียงแค่ผู้คนจากอาณาจักรโบราณเหยีนหวง
เท่านั้น
เจียง ฉีจวิน ก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย และความ
แข็งแกร่งที่นางแสดงความเห็นจัดได้ว่าอยู่ใน
อันดับต้น ๆ เลยก็ว่าได้
ยามนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการปะทะมากมาย ซึ่ง
หลายคนก็เป็นกำลังหลักในการต่อสู้อีกด้วย
สามารถกล่าวได้ว่าในเวลานี้ทุกผู้คนได้ทุ่มเททุกสิ่ง
ทุกอย่างที่มีจนหมดหน้าตัก ไม่ว่าจะเป็นเคล็ดวิชา
เต๋า หรือ พลังอิทธิฤทธิ์แทบทุกชนิดต่างถูกงัด
ออกมาใช้จนหมดสิ้น ถึงแม้ว่ามันจะสร้างความ
เสียหายทำให้ เจ้าอสูรกำเนิดมณีอัคคี ได้รับ
บาดเจ็บในระดับหนึ่ง แต่การเอาชนะมันได้ก็ไม่ใช่
เรื่องง่าย ๆ
” ถึงแม้ว่าอาณาจักรโบราณเหยียนหวงของเรา จะ
สามารถบดขยี้ เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัสนีได้ แต่มันก็
ยังไม่เพียงพอ เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัคคี เหมาะสม
สำหรับชนชั้นยอดยุทธจากอาณาจักรโบราณเห
ยียนหวงของเรา ดังนั้นจงอย่าปล่อยให้มันหลุดมือ
ไปเด็ดขาด! ”
” เราคือผู้ที่ทำให้มันได้รับบาดเจ็บอย่างสาหัส หาก
ปล่อยให้มันหลุดมือไป ของล้ำค่าเช่นนี้ก็หาได้
ประโยชน์อันใดเมื่ออยู่ในมือของผู้อื่น ! ”
” เจ้าพวกนั้น จะต้องถูกพวกเราแย่งชิง เจ้าอสูร
มณีกำเนิดวารี เป็นอันดับต่อไป ถึงพวกมันจะไม่
ยินยอม แต่ก็ไม่อาจหาญกล้ากับเราอยู่แล้ว!
หลังจากจบเจ้าตัวนี้ เราจะต้องรีบซ่อนตัวอยู่ห่าง
ๆ แล้วฉวยโอกาสตัดหน้าพวกมัน! ”
“จัดการต่อไป!”
หลังจากหยุดพักฟืนพลังกันช่วงสั้น ๆ เหล่า
อัจฉริยะกว่า 30 คนก็เริ่มการปิดล้อมอีกครั้ง ชั่ว
ขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นศาสตราเต๋าวิถีแท้ หรือ พลัง
อิทธิฤทธิ์ ต่างโหมกระหน่ำสาดซัดเขาใส่ ร่างของ
เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัคคี ศาสตราวุธแทบทุกชนิดไม่
ว่าจะเป็นกระบี่ ดาบ คมหอก หรือ ง้าว ต่างเจาะ
ทะลุทะลวงกรีดเฉือนลงบนร่างของมัน ส่งผลให้
บัดนี้อสูรยักษ์รู้สึกโกรธเกรี้ยวเป็นอย่างยิ่ง มันจึงได้
ปลดปล่อยเปลวเพลิงพ่นออกมาอย่างบ้าคลั่ง
ส่งผลให้อัจฉริยะบางคนจาก อาณาจักรโบราณเห
ยียนหวง ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกับมัน ทำได้เพียงบดขยี้
ยันต์เพื่อหลบหนีออกจาก เส้นทางเซียนบรรพกาล
เท่านั้น!
จนกระทั่งยามนี้ จำนวนผู้เข้าร่วมการต่อสู้ลด
น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด
ถึงแม้ว่าจะสามารถยืนหยัดอยู่ได้ แต่สภาพของ
เหล่าอัจฉริยะผู้อยู่ในระดับก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ
กว่า 10 คน ก็เริ่มเผยให้เห็นถึงความอ่อนล้าจาก
การเหือดแห้งของพลังศักดิ์สิทธิ์ ส่งผลให้มหาวิถี
เชื่อมสวรรค์ และ เคล็ดวิชาเต๋า ยากที่จะ
ปลดปล่อยออกมาได้ พวกมันจึงกระทำได้เพียง
กวัดแกว่งศาสตราเต๋า เข้าโรมรันกับอสูรยักษ์ด้วย
ความยากลำบากเพียงเท่านั้น จะเห็นได้ว่ายามนี้ สี
หน้าของพวกมันทุกคนได้แปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือด
พยายามกัดฟันยืนหยัดอดทนผ่านความ
ยากลำบาก โดยมีเปั้าหมายว่าจะคว้าชัยการต่อสู้
ครั้งนี้ให้จงได้
เหล่าอัจฉริยะกว่า 30 คน บัดนี้ลงเหลือเพียงแค่
20 คน เท่านั้น ซึ่งพวกพวกมันก็รู้สึกอ่อนล้าเป็น
อย่างยิ่ง อีกทั้งทางฝังของ เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัคคี
ก็ทวีความดุร้ายมากขึ้นเรื่อย ๆ จนผู้คนภายนอก
อดคิดขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ว่า บางทียอดอัจฉริยะ
จาก อาณาจักรโบราณเหยียนหวง อาจจะถูก เจ้า
อสูรมณีกำเนิดอัคคี เพียงตนเดียว บดขยี้ลงอย่าง
ย่อยยับก็เป็นได้!
ซึ่งมันก็เป็นหนึ่งในเหตุผลว่าทำไม บางคนถึงได้
เต็มใจมอม เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัคคี ให้กับ อัจฉริยะ
จาก อาณาจักรโบราณเหยียนหวง เนื่องจากพวก
มันเดิมพันกันว่า คนอาณาจักรโบราณเหยียนหวง
จะไม่สามารถสยบ เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัคคี ลงได้
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ทำให้คิ้วของ เจียง ฉี
จวิน ขมวดเข้าหากัน นางรู้สึกว่าต้องกระทำ
บางอย่างเพื่อเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ในยามนี้ให้
จงได้ มิเช่นนั้นผู้คนจาก อาณาจักรโบราณเหยียน
หวง จักต้องเสื่อมเสียเกียรติยศ ถูกบดขยี้ทำลาย
ศักดิ์ศรี จากพฤติกรรมหยิ่งทะนงเผด็จการก้าวร้าว
ของพวกมันเอง
เพราะยังไงแล้ว แต่เดิมทีพวกมันออกตัวว่าจะ
จัดการ เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัคคี แต่กลับไม่สามารถ
ทำเช่นนั้นได้
” ทุกๆท่าน ผู้อาวุโสได้มอบ ‘ยันต์กระบี่จักรพรรดิ
โบราณปราบปีศาจ’ ให้แก่เรา ข้าคิดว่าถึงเวลาที่
พวกเราจะต้องนำมันออกมาใช้แล้ว มิเช่นนั้นทุก
คนจะต้องกลายเป็นฝั่ายที่ต้องออกไปจากที่นี่เอง ”
หลายคนต่างก็คิดเช่นนั้น เพียงแค่ไม่มีผู้ใดเริ่มพูด
ขึ้นมา ยิ่งคนใดแข็งแกร่งมาก คนผู้นั้นก็ต้องยิ่ง
รักษาหน้าตา แน่นอนว่าพวกมันย่อมไม่เต็มใจที่จะ
พูดอะไรเช่นนี้ออกมาก่อน
หลังจาก เจียง ฉีจวิน เริ่มพูดขึ้นทุกผู้คนต่างก็พยัก
หน้าเห็นด้วย
” ผู้ที่ไม่ได้อยู่ในระดับ ก่อร่างกำหนดจิตเทวะ จง
ล่าถอยออกไป ”
เพราะพวกมันไม่มี ‘ยันต์กระบี่จักรพรรดิโบราณ
ปราบปีศาจ’ อยู่ในมือ
“ลงมือ”
ท่ามกลางผู้คนที่เหลืออยู่อีก 10 กว่าคน เจียง ฉี
จวิน เป็นผู้มีฝีมืออ่อนด้อยที่สุดในบรรดาพวกมัน
ส่วนคนที่เหลือ 10 กว่าคน ได้ล้วงมือเข้าไปในถุง
จักรวาลแล้วหยิบแผ่นยันต์สีดำออกมา ทันทีที่หยิบ
ออกมาพลังอำนาจอันน่าสะพรึงกลัวก็ระเบิดพวย
พุ่งกวาดผ่านออกไปทั่วทุกสารทิศ แผ่นยันต์บนมือ
ของพวกมัน ปรากฏอักขระเวทที่ดูลึกล้ำซับซ้อน
ซึ่งกำลังบังเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จาก
สีดำแปรเปลี่ยนเป็นสีทอง ชั่วอึดใจต่อมาทั่วทั้ง
แผ่นยันต์ ก็แปรเปลี่ยนเป็นสีทองโดยสมบูรณ์ แล้ว
ในอีกชั่วขณะต่อมา มันก็แปรเปลี่ยนกลายเป็นสี
ทอง อักขระบนแผ่นยันต์ได้แปรเปลี่ยนผกผัน
ปรากฏให้เห็นเป็นเค้าโคลงรูปร่างจักรพรรดิ
โบราณอย่างเลือนราง
“ยันต์กระบี่จักรพรรดิโบราณปราบปีศาจ!”
เหล่าอัจฉริยะกว่า 10 คน ได้ชักแผ่นยันต์ออกมา
อย่างพร้อมเพรียง ชั่วขณะต่อมาแผ่นยันต์ของแต่
ละคนก็แปรเปลี่ยนกลายเป็นลำแสงทองส่องสว่าง
เจิดจ้า แล้วทันใดนั้นเองกลุ่มแสงก็พุ่งทะยานออก
จากเบื้องหน้าสายตาของพวกเขา ไปหลอมรวมอยู่
ด้านบนศีรษะของ เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัคคี ชั่ว
พริบตานั้นเอง พลังอำนาจแห่งเทวะอันน่า
สะพรึงกลัวระเบิดพวยพุ่งกดทับลงมายังเบื้องล่าง
แสงสีทองได้ผสานหลอมรวมกลายเป็นกลุ่มแสง
ขนาดใหญ่ เสมือนกับว่ามีบุคคลอันน่าสะพรึงกลัว
ผู้หนึ่งได้จุติลงมา ในช่วงเวลานี้เองทุกผู้คนจาก
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง ต่างพากันน้อมศีรษะ
คุกเข่าลงพื้น ด้วยท่าทางเทิดทูนศรัทธาอย่างแรง
กล้า ด้วยความจริงจังอย่างถึงที่สุด !
ก๊าซซซ!!!
เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัคคี สัมผัสได้ถึงกลุ่มแสงทองคำ
อันน่าสะพรึงกลัว ซึ่งกำลังส่องสว่างเปล่งประกาย
เจิดจ้าจากบนฟากฟั้า ส่งผลให้บัดนี้มันแสดง
ท่าทางตื่นตระหนกหวาดกลัวออกมาอย่างเห็นได้
ชัด ทั้งยังพยายามเปล่งเสียงคำรามออกมาอย่าง
ต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มความน่าเกรงขามข่มขู่ศัตรูแสดง
เห็นถึงความไม่ยินยอม ทั้งยังเป็นการขจัดความ
หวาดกลัวภายในจิตใจของมันเองอีกด้วย
“ลงมือได้!”
เหล่าอัจฉริยะจาก อาณาจักรโบราณเหยียนหวง
ตะโกนก้องร้องคำรามออกมาอย่างพร้อมเพียง!
ชั่วพริบตานี้กลุ่มแสงสีทองบนท้องนภา ได้
แปรเปลี่ยนกลายเป็นกระบี่ยักษ์ทองคำเล่มหนึ่ง ซึ่ง
ดูเก่าแก่โบราณอย่างยิ่งยวด ตั้งแต่ส่วนด้ามจับจรด
ไปถึงส่วนปลาย ทั้งใบกระบี่ด้านหน้า และ หลัง
ถูกแกะสลักด้วยลายเส้นจำนวนนับไม่ถ้วน
ลายเส้นเหล่านี้ได้ผสานหลอมรวมเข้าด้วยกัน ก่อ
รูปเป็นภาพสลักอันงดงามวิจิตรตระการตาขึ้นทั้ง
สองด้าน ด้านหนึ่งเป็น วิหารเซียนตั้งตระหง่าน
เรียงรายกันอยู่มากมาย ปกคลุมไปด้วยปราณ
เซียนจากทั่วทุกสารทิศ เสมือนราวกับพระราชวัง
แห่งแดนสวรรค์ก็มิปาน ส่วนอีกด้านหนึ่งหนาแน่น
ไปด้วยกลิ่นอายแห่งความชั่วร้าย ปราณโลหิต
กระหายเลือดล่องลอยออกมาอย่างคละคลุ้ง
เสมือนกับนรกอเวจีหมื่นชั้น!
ทันใดนั้น กระบี่ยักษ์ก็แทงลงมา !
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ