กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 568 :
กล้าหาญอย่างยากจะหาผู้ใดเทียบเคียง
สำหรับกรณีนี้คงมีแต่อัจฉริยะผู้มาจาก อาณาจักร
โบราณเหยียนหวง เท่านั้นถึงจะรู้ว่า ‘ยันต์กระบี่
จักรพรรดิโบราณปราบปีศาจ’ เป็นของแต่ละเจ้า
แคว้นผู้ยิ่งใหญ่ภายในทวีปหลัก เป็นผู้ส่งมอบแผ่น
ยันต์ให้แก่พวกมัน
แน่นอนว่าเจ้าแห่งแว่นแคว้น คือผู้ที่มีความ
แข็งแกร่งอยู่เหนือยิ่งกว่าระดับ ก่อร่างกำเนิดจิตเท
วะ
เพื่อใช้เป็นหลักประกันชีวิต เป็นไพ่ตายสุดท้าย
ในช่วงวิกฤตแห่งการต่อสู้
ยันต์กระบี่จักรพรรดิโบราณปราบปีศาจ สามารถ
ใช้งานคนเดียว หรือ สอดประสานร่วมกันก็ได้ แต่
เมื่อใช้งานร่วมกันยิ่งมีจำนวนมากเท่าไหร่ ความ
แข็งแกร่งและพลังอำนาจของมันก็ยิ่งทวีความ
รุนแรงมากขึ้นเท่านั้น
ซึ่งในเวลานี้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ใดที่ครอบครองมันอยู่ ก็
ต่างนำมันออกมาพร้อมกับเปิดใช้งานทั้งหมด
จนกระทั่งบัดนี้พลังอำนาจอันน่าสะพรึงกลัวของ
แผ่นยันต์ ได้ปรากฏออกมาให้เป็นที่ประจักษ์!
บัดนี้ มหากระบี่ยักษ์ทองคำ ได้ปรากฏขึ้นเหนือ
ศีรษะของ ‘ เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัคคี ‘ อย่าง
ฉับพลัน
ท่ามกลางกระบี่ยักษ์เล่มนี้ มีเงาร่างของมหา
จักรพรรดิ์อันเก่าแก่โบราณ ผู้ดำรงอยู่ตั้งแต่ยุค
แรกเริ่มปรากฏขึ้นอย่างเลือนราง ด้านหนึ่งคือ
วิหารเซียนสวรรค์ ส่วนอีกด้านหนึ่งคือนรกอเวจี
หมื่นชั้น!
บนใบกระบี่ทั้งสองด้าน ดูเสมือนดั่งโลกที่ปรากฏ
ขึ้นจริงก็มิปาน!
สรวงสวรรค์ดูสูงส่งยิ่งใหญ่หาใดเปรียบ ส่วนทาง
ฝังนรกอเวจีเปียมล้นไปด้วยพลังแห่งความชั่วร้าย
อันน่าสะพรึงกลัวอย่างสุดแสน พลังอำนาจทั้งสอง
ได้ส่งผลกระทบซึ่งกันและกัน แล้วทันใดนั้นเองโลก
ทั้งสองก็พุงทะยานอัดกระแทกเข้าใส่กัน ท่ามกลาง
การปะทะในครั้งนี้ ได้บังเกิดเป็นพลังอำนาจ
สะพรึงกลัวระเบิดพวยพุ่งทวีความรุนแรงมาก
ยิ่งขึ้น!
กล่าวได้ว่าชั่วขณะที่กระบี่ยักษ์เล่มนี้แทงลงมา อู่
อวี้ ผู้อยู่ในร่างของ เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัคคี
สามารถสัมผัสได้ถึงพลังอำนาจแห่งเทวะ ที่กำลัง
บดขยี้กดทับลงมาจนเขาหายใจได้อย่าง
ยากลำบาก ระดับพลังของมัน อยู่เหนือล้ำเสียยิ่ง
เกินกว่า เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัคคี อย่างมิต้องสงสัย
เป็นพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่ อู่ อวี้ ไม่เคยพบพาน
มาก่อน!
ดังนั้น เมื่อ เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัคคี แลเห็น กระบี่
จักรพรรดิโบราณปราบปีศาจ ปลดปล่อยพลัง
อำนาจมหาศาลบดขยี้ลงมา มันก็ร้องคำราม
ออกมาด้วยเสียงต่ำ พร้อมกับหมุนกายหลบหนี
จากไปทันที!
ก่อนหน้านี้ เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัคคี ยังหยิ่งผยองไม่
ยินยอมก้มหัวให้กับเหล่าผู้ฝึกตน ทั้งยังพยายาม
ต่อต้านสยบพวกมันให้จงได้ ทว่าบัดนี้กลับหลบหนี
ไม่ต่างจากหมาจนตรอก
“ช่างน่ารังเกียจยิ่งนัก!”
ซึ่งการกระทำนี้ของมัน ได้สร้างความตกตะลึง
ให้กับเหล่าอัจฉริยะทุกผู้คนในอาณาจักรโบราณเห
ยียนหวง ส่งผลให้พวกมันพากันสบถก่นด่า
สาปแช่งออกมายังพร้อมเพรียง ผู้ฝึกตนจาก
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง ได้ทุ่มเทพลังทั้งหมด
ที่มีควบคุม ‘กระบี่จักรพรรดิโบราณปราบปีศาจ’
ให้พุ่งทะลวงแทงไปยังศีรษะของ เจ้าอสูรมณี
กำเนิดอัคคี ทันที!
ถึงแม้ว่า กระบี่จักรพรรดิโบราณปราบปีศาจ มี
ขนาดใหญ่โตเป็นอย่างยิ่ง แต่ทว่าความเร็วในการ
สังหารของมันกลับรวดเร็วถึงขีดสุด! ด้วยรวดเร็ว
ถึงขีดสุดนี้ เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัคคี จึงไม่สามารถ
หลบหนีลี้รอดออกไปได้ไกลนัก!
ตูม! เพล้งๆๆๆ!
ทุกผู้คนคนสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนว่า กระบี่
จักรพรรดิโบราณปราบปีศาจ ได้พุ่งทะลวงแทงเข้า
ใส่ศีรษะของ เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัคคี ปักลึกลงไป
ถึง ศิลามณีกำเนิดอัคคี ของมัน!
ในชั่วพริบตานั้นเอง เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัคคี ก็
เปล่งเสียงร้องคำรามออกมาอย่างเจ็บปวดทรมาน
ด้วยโทสะที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด มันได้พ่นเปลว
เพลิงพิโรธ มหาสมุทรเปลวเพลิงลุกโหมกระหน่ำ
กวาดผ่านไปทั่วทุกทิศสารทิศ และเป็นอีกครั้งที่ทุก
ผู้คนถูกไปเพลิงนี้กลืนกิน
นี่เป็นครั้งแรกที่ เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัคคี ตกอยู่ใน
สถานการณ์วิกฤตเช่นนี้
เปรี๊ยะ! เพล้งๆๆๆ!!
พลังอันยิ่งใหญ่ของ กระบี่จักรพรรดิโบราณปราบ
ปีศาจ แทงทะลุเข้าไปในร่าง เจ้าอสูรมณีกำเนิด
อัคคี เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่มันเปล่งเสียงร้อง
คำรามออกมาอย่างเจ็บปวดทรมาน แล้วทันใด
นั้นเอง ศิลามณีกำเนิดอัคคี ขนาดใหญ่ภายในร่าง
ของมันก็แตกกระจายออเป็นชิ้น ๆ !
อันที่จริงแล้วการดำรงอยู่ของ เจ้าอสูรมณีกำเนิด
อัคคี นั้นขึ้นอยู่กับ ศิลามณีกำเนิด ภายในร่างของ
มันอย่างสิ้นเชิง
เมื่อศิลามณีแตกกระจายออก ก็นับเป็นจุดสิ้นสุด
ของชีวิตมัน!
กระบี่จักรพรรดิโบราณปราบปีศาจ ได้บดขยี้
ทำลาย มณีกำเนิดอัคคี โดยตรง ส่งผลให้เสียงกรีด
ร้องอย่างเจ็บปวดทรมานของ เจ้าอสูรมณีกำเนิด
อัคคี หยุดลง
อู่ อวี้ รอคอยช่วงเวลานี้มานานแล้ว
เดิมทีแล้วเขาเคยคิดว่ามันเป็นแผนการที่บ้าคลั่ง
อย่างยิ่ง แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับราบรื่นปัญหาติดขัด
ใด ๆ ทว่าในเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด
เมื่อ ศิลามณีกำเนิดอัคคี ถูกทำลาย ส่งผลให้
ร่างกายผลึกของ เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัคคี
แปรเปลี่ยนกลายเป็นแหล่งกำเนิดอัคคีในชั่ว
พริบตา
เมื่อสรรพเทวะวิญญาณตกตายไปแล้ว สิ่งที่
หลงเหลืออยู่ก็มีเพียง ศิลามณี กับ แหล่งกำเนิด
เปลวเพลิงที่ลุกโหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง
อู่ อวี้ อยู่ภายในแหล่งกำเนิดอัคคีนี้
สรรพเทวะวิญญาณ ช่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่แปลก
ประหลาด และ ลึกล้ำพิศดารเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อศิลามณีแตกกระจายไป รูปแบบชีวิตของมันก็
สิ้นสุดลง หลงเหลือไว้เพียงสมบัติวิเศษ และ เปลว
เพลิงอันไร้ชีวิตเท่านั้น
ซึ่งสิ่งที่ห้อมล้อมอยู่รอบกายของ อู่ อวี้ คือ
แหล่งกำเนิดอัคคีที่ลุกโหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง
อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาที่เขากล้ำกลืนฝืนทนรอ
บัดนี้ได้มาถึงแล้ว! ทันใดนั้นเองร่างอวตารนับพัน
ของ อู่ อวี้ ก็ปรากฏขึ้น!
ต่อด้วย ‘เคล็ดวิชาประมุขฟั้าเจ้าเทวะ ‘ !
หากไม่ใช้วิชาเจ้าเทวะนี้แล้วล่ะก็ เห็นได้ชัดว่าร่าง
อวตารของเขา จะถูกแหล่งกำเนิดอัคคีนี้แผดเผา
จนสิ้น
เขาใช้ประโยชน์จากแหล่งกำเนิดอัคคี ที่กำลังลุก
โหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง กวาดเก็บทุกสรรพสิ่งไป
ชั่วพริบตานี้เองร่างอวตารนับพันก็ทะยานออกจาก
ร่างของ เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัคคี ที่บัดนี้ได้ตกตาย
ไปแล้ว ดังนั้นในเวลานี้จึงไม่มีผู้ใดหยุดยั้ง อู่ อวี้ ได้
ส่วนทางฝัง เจียง ฉีจวิน กับพรรคพวกของนาง ที่
กำลังบินทะยานเข้ามาหา เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัคคี
อย่างน้อย ๆ ก็อยู่ห่างจาก อู่ อวี้ นับร้อยเท่า!
ในระหว่างที่พวกมันกำลังปิดล้อม รุมโจมตีสังหาร
เข้าใส่ เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัคคี จะไปมีผู้ใดคาดคิด
ว่า ภายในร่างของ เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัคคี จะมี
ผู้คนปรากฏกายออกมาอย่างกะทันหัน พร้อมกับ
ฉกฉวยชิงสมบัติทุกอย่างไป
“เร็วกว่านี้!”
บัดนี้ภายในดวงเนตรของ อู่ อวี้ กับร่างอวตารนอก
วิถีนับพันกำลังลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิง!
ภายใต้การปกคลุมของแหล่งกำเนิดอัคคี เขาได้
เอื้อมมือออกไปด้านหน้าเพื่อหยิบเศษชิ้นส่วนของ
ศิลามณี เดิมทีมันเคยอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ทว่า
บัดนี้ได้แตกกระจายออกเป็นหลายสิบชิ้น ซึ่งก็
นับว่าช่วย อู่ อวี้ ได้มากทีเดียว
ภายใต้ความชุลมุนวุ่นวาย บัดนี้ร่างอวตารของเขา
กำลังแย่งชิงการเก็บชิ้นส่วนศิลามณี ใส่เข้าไปใน
ถุงจักรวาลของแต่ละตน ในแบบที่เรียกว่า 1 ชิ้น
ต่อ 1 คน
กลยุทธ์ของ อู่ อวี้ นับได้ว่า ประสบความสำเร็จ
เป็นอย่างมาก ในช่วงเวลาที่เหล่าอัจฉริยะจาก
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง กำลังตกตะลึงอยู่กับ
พลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ของ กระบี่จักรพรรดิโบราณ
ปราบปีศาจ ส่วน อู่ อวี้ ก็ใช้ประโยชน์จาก
แหล่งกำเนิดอัคคีปิดซ่อนตัวตน พร้อมกับเก็บเศษ
ชิ้นส่วนของศิลามณีทั้งหมดเข้าไปในถุงจักรวาล
อย่างรวดเร็ว
“หายไปไหนแล้ว! อยู่ ๆ ศิลามณีจะหายไปได้
อย่างไร!?”
แม้ว่า อู่ อวี้ จะเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็
ไม่ได้หมายความว่ามันจะลบความจริงในเรื่องการ
มีอยู่ของศิลามณี ก่อนหน้านี้ไปได้ ฉะนั้นความ
แตกต่างมันย่อมชัดเจน หลังจากนั้นไม่นานพวก
มันก็เริ่มสังเกตเห็นว่าคลื่นความร้อนสุดขั้วที่แผ่
กระจายออกมาจาก ศิลามณี ก่อนหน้านี้ได้หายไป!
แหล่งกำเนิดอัคคียังคงอยู่ ทว่าศิลามณีนั้นกลับ
หายไป
ด้วยเพราะ ศิลามณีกำเนิดอัคคี อันควรอยู่คู่
แหล่งกำเนิดอัคคีอย่างที่ควรจะเป็นได้หายไปอย่าง
ลึกลับไร้ร่องรอย ส่งผลให้แหล่งกำเนิดอัคคีมอดดับ
ลงอย่างรวดเร็ว แม้แต่รัศมีของทะเลเพลิงอันไร้
สิ้นสุดก็ยังมอดดับไปแล้วเช่นเดียวกัน ซึ่งสิ่ง
ทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้สามารถยืนยันได้ว่า เจ้าอสูรมณี
กำเนิดอัคคี ได้ตกตายไปอย่างสมบูรณ์
“มีคนอยู่ข้างใน!”
“มันเป็นไปได้อย่างไร!?”
ชั่วอึดใจต่อมา พวกมันก็ได้แลเห็นเงาร่างจำนวน
นับไม่ถ้วนอยู่ภายในแหล่งกำเนิดอัคคี ร่างเหล่านี้
ปรากฏออกมาจากอากาศธาตุอันว่างเปล่า ซึ่ง
จำนวนของเงาร่างเหล่านี้มีมากนับพันเลยทีเดียว
สิ่งนี้สร้างความตื่นตะลึงให้แก่ทุกผู้คน จนถึงขนาด
ต้องนิ่งงันไปชั่วขณะ
พวกเขาไม่คิดว่าคนผู้นี้เข้ามายัง เส้นทางเซียน
บรรพกาล แห่งนี้ จะมีคนสติฟันเฟือนคนใดจะ
ทะลึ่งเข้าไปอยู่ในท้องของ เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัคคี
ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงต่างคิดไปแนวทางเดียวกันว่า
มันเป็นเพียงแค่เรื่องแปลก ๆ ใน เส้นทางเซียน
บรรพกาล!
ท้ายที่สุดแล้วผู้ใดหน้าไหน จะกล้าหาภัยพินาศใส่
ตัวคน ด้วยการงัดข้อกับคนของ อาณาจักรโบราณ
เหยียนหวง อย่างพวกมันกันเล่า!
เมื่อแหล่งกำเนิดอัคคีมอดดับลง อู่ อวี้ ก็แลเห็น
ผู้คนที่อยู่รอบๆตัวเขา จากนั้นสายตาของเขาก็
สะดุดหยุดอยู่ที่ เจียง ฉีจวิน อีกทั้งหลายคนที่ห้อม
ล้อมอยู่รอบตัวของนาง ล้วนเป็นอัจฉริยะระดับ
แนวหน้าของ อาณาจักรโบราณเหยียนหวง ซึ่ง
สามารถสรุปได้ว่าผู้คนที่รุมโจมตี เจ้าอสูรมณี
กำเนิดอัคคี ตนนี้ ต่างก็เป็นคนของ อาณาจักร
โบราณเหยียนหวง …
” ช่างจุดใต้ตำตอเสียจริง ๆ กลายเป็นว่าข้าชิงศิลา
มณีตัดหน้าจากพวกมัน? ” อู่ อวี้ ยิ้มออกมาอย่าง
ช่วยไม่ได้
หากเหล่าอัจฉริยะจากขั้วอำนาจอื่น ๆ ร่วมมือกัน
เพื่อต่อสู้แข่งขันแย่งชิง แล้วตัวเขาเป็นผู้คว้า
สมบัติเอาไว้ มันก็ยังพอจะให้อภัยกันได้ แต่เห็นได้
ชัดว่าผู้คนจาก อาณาจักรโบราณเหยียนหวง เป็น
ผู้ครอบครอง เจ้าอสูรศิลามณีกำเนิดอัคคี ไว้แต่
เพียงผู้เดียว ทั้งยังต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจ
สูญเสียสิ่งของอันมีค่า เพื่อสังหารเจ้าอสูรลงได้
อย่างยากลำบาก และการที่ อู่ อวี้ ปรากฏตัว
ออกมาในเวลานี้ ก็เป็นเหมือนกับโจรขโมยที่ฉก
ฉวยสินไหมสงครามของพวกมันไป …
ซึ่งแน่นอนว่าฝูงชนที่เฝั้ามองเจ้าโจรอยู่ในยามนี้
ย่อมไม่มีทางให้อภัยเป็นเด็ดขาด
“คนผู้นี้คือใครกันแน่!? ทั้งหมดที่เห็นล้วนเป็นร่าง
อวตารของเขาทั้งสิ้น”
” ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ที่ผู้ใดจะแแยกร่างได้นับพัน
ร่างเยี่ยงนี้ ช่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก! หรือจะเป็นเขา
ที่ฉกฉวยศิลามณีไป? เขาเป็น สรรพเทวะวิญญาณ
หรือ มนุษย์กันแน่? ”
โดยทั่วไปแล้วหลายคนยังไม่รู้จัก อู่ อวี้
นอกเสียจาก เจียง ฉีจวิน
ยามนี้สีหน้าของ เจียง ฉีจวิน เต็มไปด้วยอึ้งตะลึง
ขณะจับจ้องมองเขา ส่วนคนที่เหลือกำลัง
เตรียมพร้อมเข้าโจมตี อู่ อวี้ โดยไม่สนใจว่าเขาจะ
เป็น สรรพเทวะวิญญาณ หรือ มนุษย์ ซึ่งเห็นได้
ชัดว่า อู่ อวี้ ฉกฉวยสิ่งของ ๆ พวกมันไป! ด้วย
เพราะ ศิลามณีกำเนิดอัคคี นั้นเป็นสมบัติวิเศษ
ระดับพิภพซึ่งทรงคุณค่ามหาศาล!
“ช้าก่อน!”
เจียง ฉีจวิน รีบหยุดทุกผู้เอาไว้ นางก้าวเดิน
ด้านหน้าเล็กน้อย ดวงตาของนางเต็มไปด้วย
ประหลาดใจ แล้วนางก็ไต่ถามว่า ” เจ้าชื่อแซ่
อะไร? แล้วมาที่นี่ทำไม? เจ้าคือผู้ที่ชิงศิลามณีของ
พวกเราไปใช่หรือไม่ ? ”
นางถามสามคำถามติดต่อกัน
เมื่อพิจารณาจากคำถามแรก แสดงว่านางจำชื่อ
แซ่ของ อู่ อวี้ ไม่ได้ ซึ่งความจริงแล้วผู้ฝึกตนมี
ความสามารถในการจดจำเป็นเลิศ เพียงแต่นาง
เลือกที่จะไม่จดจำมันเท่านั้น!
” เจียง ฉีจวิน ท่านรู้จักคนผู้นี้เช่นนั้นหรือ? ”
“เขาคือผู้ใด?”
ในตอนนี้อัจฉริยะคนอื่น ๆ ได้หันเหมากดดัน เจียง
ฉีจวิน แทน ตัวตนแลศักดิ์ฐานะของใครหลายคน
ในนั้นสูงส่งมีหน้ามีตาเป็นยิ่งนัก ซึ่งความกดดันนี้
ทำให้ เจียง ฉีจวิน รู้สึกมีโทสะเป็นอย่างยิ่ง นางจึง
ตะโกนถามเขาซ้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงกระโชกโฮก
ฮาก “ตอบคำถามของข้ามาเร็วเข้า!”
อู่ อวี้ พอเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้
“ ต่อให้พวกมันเป็นคนของ อาณาจักรโบราณใน
เหยียนหวง ก็ตามที ทว่าศิลามณีที่ข้าเก็บมาได้นี้
ก็ไม่อาจส่งคืนให้กับพวกมันได้ ”
“ ตอนนี้พวกมันกำลังเหนื่อยล้าที่สุด ยิ่งถ่วงเวลา
ให้ล่าช้ามากเท่าใด ก็ยิ่งไม่เกิดผลดีกับตัวข้ามาก
ขึ้นเท่านั้น ”
เมื่อคิดถึงได้เช่นนี้ อู่ อวี้ รู้ว่าเขาไม่จำเป็นต้องตอบ
คำถามของ เจียง ฉีจวิน เขาทำเพียงแค่ต้องจาก
ไปอย่างรวดเร็วเท่านั้น!”
อย่างไรก็ตามก่อนที่เขาจะจากไป เขาก็ชะงักฝีเท้า
แล้วเนื่องจากฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้ ด้วยเพราะ
ก่อนหน้านี้ เจียง ฉีจวิน หาได้เหลียวแลในสิ่งที่เขา
ได้เล่าให้ฟัง นางจึงไม่ได้บอกเล่าเรื่องราว
แพร่กระจายข่าวของ บรรพชนมารกลืนสวรรค์ ให้
คนอื่น ๆ ได้รับฟัง ทว่าสถานการณ์นี้เปลี่ยนไป ทุก
ผู้คนที่อยู่ ณ แห่งนี้ล้วนเป็นคนของ อาณาจักร
โบราณเหยียนหวง เท่ากับว่าโอกาสแพร่กระจาย
ข่าวของเขาได้อยู่ที่นี่แล้ว!
ฉะนั้นร่างอวตารนับพันจึงหันมาพูดคุยกับ เจียง ฉี
จวิน
” ข้าชื่อแซ่อันใดนั้นหาได้สำคัญไม่ เจียง ฉีจวิน ข้า
เองก็มีคำถามสำคัญจะถามเจ้าเช่นกัน ครั้งหนึ่งข้า
เคยบอกเล่าเรื่องราวอันเกี่ยวข้องกับความเป็นตาย
ของมนุษย์ทุกผู้คนบนโลกหล้านี้ แล้วเจ้าเคยให้
สัญญากับข้าว่า จะบอกเล่าเรื่องราวนี้ให้แก่เหล่า
อัจฉริยะทุกผู้คนใน อาณาจักรโบราณเหยียนหวง
ได้รับรู้ จวบจนบัดนี้เจ้าได้ทำมันแล้วหรือยัง? ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นผู้คนก็เริ่มสนอกสนใจใคร่รู้
อู่ อวี้ ล่วงรู้ดีว่าหากเขาจากไปในตอนนี้ ทุกผู้คน
จะต้องไต่ถามถึงตัวตนที่แท้จริงของ อู่ อวี้ แล้ว
ต้องอยากรู้เรื่องที่เขาได้พูดทิ้งท้ายเอาไว้อย่าง
แน่นอน
ไม่ว่าพวกเขาจะมีท่าทีตอบสนองเช่นไร อย่างน้อย
พวกเขาเกือบทั้งหมดล้วนเป็นคนของ อาณาจักร
โบราณเหยียนหวง หากพวกเขาได้รู้รายละเอียดที่
พึงจะรู้ ว่านี้เป็นเรื่องใหญ่เกี่ยวพันถึงชีวิตของทุก
ผู้คน ข่าวคราวนี้ย่อมต้องแพร่กระจายออกไป!
“เจ้ารู้จักนามของข้าได้อย่างไร?” เจียง ฉีจวิน
ยังคงตระหนกตกอย่างที่สุด เพราะเท่าที่จำได้นาง
ไม่เคยบอกชื่อแซ่ให้ อู่ อวี้ รับรู้
เวลานี้นางโมโหฉุนเฉียวเป็นอย่างมาก ด้วยเพราะ
ทุกผู้คนกำลังจ้องมองมาที่นาง ด้วยสายตาซับซ้อน
ลึกซึ้งเป็นตาเดียว สายตาของพวกเขาเหล่านั้น
เปียมล้นไปด้วยความสงสัยใคร่รู้ ซึ่งก็คือเรื่องที่ อู่
อวี้ ได้บอกเล่าฝากฝังให้แก่นาง ลึก ๆ ภายในใจ
นางเริ่มรู้สึกว่า อู่ อวี้ กำลังแก้แค้นสิ่งที่นางกระทำ
ไว้กับเขาก่อนหน้านี้ ในครั้งนั้นนางหาได้แยแส
เหลียวแลเรื่องราวของเขา!
” มาพูดจาเหลวไหล อีกทั้งยังใจกล้าหน้าด้านฉก
ชิงสิ่งของ ๆ พวกเรา นับว่ารนหาที่ตาย!” ในเวลา
นี้โทสะเข้ามาครอบงำจิตใจของ เจียง ฉีจวิน สิ่ง
เดียวที่นางคิดคือการเอาชนะ อู่ อวี้ ส่วนเรื่องศิลา
มณีและเรื่องอื่นๆนั้น หลังจากนั้นเอาชนะ อู่ อวี้
ได้แล้วค่อยอธิบายให้คนอื่นได้ฟัง
เมื่อ อู่ อวี้ ได้พูดออกไปเขาก็รู้สึกโล่งอกขึ้นมา เขา
ไม่รู้ว่าจะสามารถรักษาเศษชิ้นส่วนศิลามณีไว้ได้กี่
ชิ้น ทว่าที่แน่ ๆ เขาได้กำไรอย่างมหาศาล! ด้วย
สถานการณ์ที่เป็นเช่นนี้ เจียง ฉีจวิน เสมือนโดน
บังคับให้จำต้องแพร่กระจายข่าวออกไปโดย
ปริยาย แน่นอนว่าหลังจากข่าวได้แพร่สะพัด
ออกไป จะไม่มีเพียงแค่ผู้คนจาก อาณาจักรโบราณ
เหยียนหวง เท่านั้นที่รับรู้แม้แต่ผู้คนจากอาณาจักร
อื่น ๆ ก็ต้องรู้เรื่องนี้ด้วยเช่นเดียวกัน นั่นเพราะ อู่
อวี้ ได้สร้างวีรกรรมครั้งใหญ่เอาไว้ ด้วยการตัด
หน้าฉกชิงสมบัติวิเศษ ฉะนั้นนับจากนี้ทุกผู้คน
จะต้องรู้จักเขา!
ช่วงเวลาที่ เจียง ฉีจวิน กำลังเริ่มหาแนวร่วม ก็
เป็นช่วงเวลาเดียวกับ อู่ อวี้ หลบหนีไป!
ร่างอวตารนับพัน แยกย้ายกระจายตัวกันออกไป
คนละทิศคนละทาง การจะทำเช่นนี้เพื่อลดการ
โจมตีแบบปิดล้อมรุมโจมตีทุกทิศทาง ซึ่งหลังจาก
ร่างอวตารทั้งหมดได้กระจายตัวออกไป เหล่า
อัจฉริยะก็ต้องกระจายตัวไล่ล่าติดตามเช่นเดียวกัน
ซึ่งในเวลานี้พวกเขาทั้งหมดต่างอยู่ในอาการตก
ตะลึงงัน ด้วยเพราะไม่รู้ว่าร่างไหนคือร่างจริงของ
อู่ อวี้ กันแน่
แล้วควรจะไล่ตามร่างไหนไปดี?
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ