กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 569 : หวงวิกฤตแหงความเปนความตาย
ช่วงเวลานี้สำหรับ อู่ อวี้ แล้วไม่ต้องสงสัยเลยว่า
มันเป็นวินาทีแห่งความเป็นและความตายเลยก็ว่า
ได้
บัดนี้เขาตัดสินใจที่จะฉกฉวยสมบัติของเหล่ายอด
อัจฉริยะแห่งอาณาจักรโบราณเหยียนหวง แต่
แน่นอนว่าถือเป็นโชคชะตาเล่นตลกอย่างแท้จริง
ใครจะรู้เล่าวว่า เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัคคี จะถูกเหล่า
อัจฉริยะแห่งอาณาจักรโบราณเหยียนหวงจับจอง
เอาไว้แต่ลำพังเช่นนี้ ?
อย่างไรก็ตาม สำหรับเรื่องนี้ อู่ อวี้ ไร้ซึ่งหนทางให้
หันหลังกลับ หลังจากที่เขารวมรวบศิลามณีกำเนิด
มาเป็นจำนวนมหาศาลแล้ว เขาก็ไม่คิดที่จะปล่อย
มันหลุดมือไปอีก
จะต้องรู้ว่าการเสี่ยงอันตรายในครั้งนี้ นอกจากการ
ดักซุ่มอยู่ในร่างกายของ เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัคคี
นับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายดาย เนื่องจากมันเกือบจะทำ
ให้เขาต้องเอาชีวิตไปทิ้ง จึงจะได้รับสมบัศชั้นเลิศ
ชิ้นนี้มา
สำหรับ อู่ อวี้ แล้ว ยอดฝีมือแห่งอาณาจักรโบราณ
เหยียนหวงล้วนน่าหวาดกลัวอย่างแท้จริง
ตัวอย่างเช่น เจียง ฉีจวิน ผู้ที่มีความสามารถเพียง
พอที่จะสะกดข่มเขาได้อย่างอยู่หมัด แต่ว่าเขาก็มี
ความภาคภูมิใจและความกล้าหาญในตัวของเขา
เองเช่นกัน ทำให้ในเวลานี้ไม่ว่าใครก็ไม่อาจจะ
หยุดยั้งเขาได้
สำหรับเรื่องของบรรพบุรุษมารกลืนสวรรค์ อู่ อวี้
เพียงแค่ต้องเผยแพร่กระจายเรื่องนี้ออกไป
ท้ายที่สุดแล้วมันขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเหล่าผู้
อาวุโส
ในขณะที่กำลังหลบหนีอยู่นั้นเอง หมิงซวง พลัน
เอ่ยถามขึ้น “เจ้าไม่กลัวที่จะต้องผิดใจกับพวกมันรึ
ยังไง หากมันตั้งตัวเป็นศัตรูกับเจ้า และสมรู้ร่วมคิด
กันไม่นำเรื่องของบรรพบุรุษมารกลืนสวรรค์ไป
บอกเล่ากับเหล่าผู้อาวุโสของพวกมันเสียหล่ะ?
หากเป็นเช่นนั้น เหล่าผู้อาวุโสของมัน ย่อม
กลายเป็นศัตรูของเจ้าด้วยเลยเชียวนะ?”
นี่เป็นเรื่องใหญ่ที่แท้จริง!
เจ้านครจักรพรรดิเพลิงหวังว่า อู่ อวี้ จะสามมรถ
ยืนหยัดอยู่ภายในอาณาจักรโบราณเหยียนหวงได้
อู่ อวี้ ตอบกลับไปด้วยท่าทีเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ “ข้า
เพียงแต่รับผิดชอบในการส่งข่าวนี้เท่านั้น เมื่อใดที่
บรรพบุรุษมารกลืนสวรรค์กลับมาเกิดใหม่ได้สำเร็จ
มันก็จะไม่ใช่เพียงแค่ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง
เท่านั้นที่เผชิญหน้ากับหายนะ แต่ทั่วทั้งชมพูทวีป
โลกธาตุทั้งหมดก็อย่าคิดที่จะหนีรอดหายนะในครั้ง
นี้ไปได้ หากพวกมันที่มีจำนวนคนมากมาย แต่
กลับไร้ซึ่งคนเข้าใจ ก็นับเป็นชะตากรรมของชมพู
ทวีปโลกธาตุแล้ว สำหรับข้าที่ดักซุ่มเพื่อแย่งชิง
ศิลามณีก้อนนี้ มันเป็นแค่ความแค้นส่วนบุคคล
เรื่องส่วนตัว แต่กับเรื่องของบรรพบุรุษมารกลืน
สวรรค์ มันไม่อาจจะนำมาเกี่ยวโยงกันได้”
เขาเชื่อว่า เรื่องการฉกชิงแย่งสมบัติของเหล่า
ผู้เยาว์มันเป็นเพียงเรื่องส่วนตัว ท้ายที่สุดไม่ว่าใคร
จะได้รับไป มันก็ไม่เกี่ยวอันใดกับเรื่องใหญ่โตเช่น
เรื่องบรรพบุรุษมารกลืนสวรรค์ ดังนั้นการที่เขาจะ
แย่งชิงสุดยอดสมบัติชิ้นนี้มาเพื่อตัวเองจึงไม่ได้รู้สึก
ผิดแต่อย่างใด
ทั้ง 2 เรื่องนี้ อู่ อวี้ สามารถแยกแยะมันออกจาก
กันได้อย่างชัดเจน!
พริบตาที่ อู่ อวี้ หลบหนีไป มันได้ทำให้โทสะของ
เหล่าสุดยอดอัจฉริยะแห่งอาณาจักรโบราณเหยียน
หวงพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด!
“ไปลากคอมันมา!”
“มันมีแค่คนเดียว อย่าปล่อยให้มันหนีรอดไปได้!”
ในเวลานี้ คน 30กว่าคน กำลังไล่คนกว่า 1,000
คน!
ในความเป็นจริงถ้าหากพวกมันไม่อยู่ในอาการ
เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า ต่อให้มีถึง 10,000 อู่ อวี้ ก็
อย่าได้คิดที่จะหลบหนี
อู่ อวี้ กำลังรอคอยเวลานี้อยู่
สิ่งที่เรียกว่า ความยุติธรรมไม่มีในสงคราม มันก็
เป็นเช่นนี้
ร่างอวตารทั้งหมดของเขา กระจัดกระจายแยกไป
คนละทิศคนละทาง หากคิดจะมองหาร่างจริงของ
เขามันก็เหมือนการงมเข็มในมหาสมุทร
ในมหาสมุทรไร้ขอบเขตแห่งนี้ยังมีตัวแปรอยู่อีก
อย่างหนึ่ง นั่นคือกระแสน้ำวน เมื่อใดที่มันม้วน
กวาดไป เช่นนั้น อู่ อวี้ ก็จะปลอดภัยแล้ว
ดังนั้น ร่างอวตารนับพันร่างของเขาพุ่งแยกออกไป
ทุกทิศทุกทาง กำลังคอยมองหากระแสน้ำวน
“เขาสามารถสำแดงเคล็ดวิชาเจ้าเทวะของ
อาณาจักรโบราณเหยียนหวงของพวกเราได้
อย่างไร! คนผู้นี้ก็เป็นคนอาณาจักรโบราณเหยียน
หวงเช่นเดียวกับบข้างั้นรึ? ทำไมข้าถึงไม่เคยเห็น
มันมาก่อน!”
ในช่วงเวลาที่ไล่ล่า ทุกคนได้เข้าถาโถมกดดันไปยัง
เจียง ฉีจวิน
“พวกท่านจงไปลากคอมันมาก่อนเถิด ข้าค่อยจะ
กล่าวถึงรายละเอียดต่างๆ ถ้าหากมันหนีไปได้
ความพยายามของเราทั้งหมดมันก็จะสูญเปล่า!”
“ก่อนอื่นต้องไปจับ!”
ในเวลานั้นศาสตราเต๋าวิถีแท้ทุกชนิดทุกประเภท
ปลิวว่อนไปทั่วทุกหนแห่ง ฉากเหตุการณ์เบื้องหน้า
นี้เต็มไปด้วยความวุ่นวายไร้ที่เปรียบ!
อู่ อวี้ ได้รับถึงแรงกดดันที่น่าสยดสยองตามไล่หลัง
มา
ร่างอวตารของเขา กำลังเคลื่อนไหวด้วยความเร็ว
ที่น่าตกตะลึง แม้ว่าจะมีเคล็ดวิชาประมุขฟั้าเจ้าเท
วะ แต่ก็ยังไม่สามารถหยุดยั้งการโจมตีจำนวนมาก
ของเหล่ายอดฝีมือของอาณาจักรโบราณเหยียน
หวงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลายคนในนั้น นับเป็น
คนแข็งแกร่งอย่างน่าหวาดหวั่น ถึงแม้มันจะหมด
เรี่ยวแรงไป แต่แค่การโจมตีปกติของมันก็เพียง
พอที่จะทำให้ฟั้าถล่มดินทลาย!
โชคดีที่เขาเร็วกว่าพวกมัน
ดังนั้นผู้ที่ไล่ตามร่างจริงๆของเขามีเพียงแค่ 3-4
คนเท่านั้น ส่วนคนอื่นๆที่เหลือถูกร่างอวตารของ อู่
อวี้ หลอกล่อพาไปยังทิศอื่น มีเพียงแค่ร่างอวตารที่
ถูกสังหารและกวาดล้างออกไปทั้งหมดเท่านั้น ร่าง
จริงของ อู่ อวี้ จึงจะถูกเปิดเผยออกไป
อู่ อวี้ ใช้เนตรเทวะมองออกไปสามารถเห็นได้ถึง
ตำแหน่งผู้คนที่กำลังไล่ล่าทั้งหมดได้อย่างชัดเจน!
โชคของเขานับว่าดีจริงๆ อย่างน้อยจำนวนผู้ที่ไล่
ล่าร่างจริงของเขามีเพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้น และ
พวกมันก็ยังไม่ใช่ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่อัจฉริยะ
แห่งอาณาจักรโบราณเหยียนหวง คาดว่าในกลุ่ม
คนเหล่านั้นอาจจะมีบางคนเป็นราชวงศ์แห่ง
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง เพราะว่าบนตัวมัน
แต่งองค์ทรงเครื่องหรูหราดูทรงอำนาจอย่างยิ่ง ซึ่ง
มีอำนาจที่น่าเกรงขามดุจดั่งจักรพรรดิ!
และหนึ่งในนั้นก็คือ เจียง ฉีจวิน
ดวงตาของ เจียง ฉีจวิน อัดแน่นไปด้วยความดุ
ร้าย บ่งบอกถึงจิตสังหารอันรุนแรง! พร้อมกล่าว
ออกมาว่า “ข้าแนะนำให้เจ้ารีบยอมแพ้เสีย! ตัว
เจ้ารู้ดีว่าตัวเองแข็งแกร่งเท่าใด ข้าสามารถ
มองเห็นตัวจริงของเจ้าได้ชัดเจน! ในตอนนี้เจ้า
กำลังอยู่กับสุดยอดหัวกะทิแห่งอาณาจักรโบราณ
เหยียนหวง เป็นกลุ่มคนที่มีสถานะสูงที่สุด เจ้าอย่า
มาท้าทายพวกเราจะดีกว่า! เจ้าลองคิดให้ดีกว่านี้
ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นใคร และเจ้ามาจากที่ไหน ต่อให้เจ้า
ออกไปจากเส้นทางเซียนบรรพกาลแล้ว เจ้าก็ไม่
สามารถหลุดรอดจากการไล่สังหารของพวกเรา
ได้!”
นางกำลังใช้สถานะของนางเข้ากดดัน อู่ อวี้
ความจริง นางแทบไม่อยากจะเชื่อ ว่า อู่ อวี้ ที่มี
สถานะสุดแสนจะต้อยต่ำจะกล้าหาญทำเรื่อง
เช่นนี้?
“เจ้ามาจากทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง น่าจะรู้ถึง
ความสถานะและจุดยืนของตัวเจ้าดี! และสถานที่ที่
เรียกว่านครจักรพรรดิเพลิงก็เป็นเพียงแค่ดินแดน
ทุรกันดารสำหรับอาณาจักรโบราณเหยียนหวง
เพียงเท่านั้น! ด้วยตัวตนของเจ้าหากพบกับพวก
เราคนใดคนหนึ่งเข้าละก็ จะต้องคุกเข่าแสดงความ
สรรเสริญและเคารพเท่านั้น! แต่ในวันนี้เจ้ากลับ
หาญกล้าที่จะฉกชิงสมบัติไปต่อหน้าต่อตาของพวก
เรา! หากเจ้ายังไม่ยอมแพ้ นครจักรพรรดิเพลิงของ
เจ้าก็คงต้องถูกดึงเข้ามาพัวพันด้วย เมื่อถึงเวลา
นั้นภายใต้ความพิโรธของอาณาจักรโบราณเหยียน
หวงของข้า เมื่อนั้น สถานที่ที่เจ้าเรียกว่านคร
จักรพรรดิ จะเต็มไปด้วยซากศพเกลื่อนกลาดไปทั่ว
ทุกแห่งหน!”
เจียง ฉีจวิน ไล่ล่าไปพลาง เอ่ยข่มขู่ไปพลาง เสียง
ของนางแพร่กระจายไปยังที่ห่างไกล อย่างน้อยคน
ของอาณาจักรโบราณเหยียนหวงที่อยู่รอบๆจึงรับรู้
ได้ถึงตัวตนของ อู่ อวี้
“มันมาจากทวีปผนึกปีศาจเช่นนั้นหรือ? ที่นั้นก็มี
ประตูทางเข้าเส้นทางเซียนบรรพกาลด้วยเช่นกัน?
หรือว่ามันจะเป็นอาณาจักรเล็กๆในอาณัติของ
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง ของพวกเรา? ไม่
แปลกใจเลยว่าทำไมมันถึงมีเคล็ดวิชาเจ้าเทวะได้!
เพียงแค่บุคคลนี้ช่างโง่เขลาเสียจริง มันเป็นคนใต้
อาณัติของอาณาจักรโบราณเหยียนหวง แต่กลับไม่
รู้ถึงสถานะของข้า! ไม่รู้ถึงราคาที่กล้าตั้งตนเป็น
ศัตรูกับข้า! มันคงไม่อยากให้เมืองบ้านนอกพรรค
นั้นคงอยู่ต่อไปแล้วรึ?”
เหล่ายอดอัจฉริยะแห่งอาณาจักรโบราณเหยียน
หวง แต่ละคนรู้สึกว่านี่มันช่างเป็นเรื่องไร้สาระ
จริงๆ!
ด้วยตัวตนที่ต่ำต้อยถึงเพียงนี้ มันพกพาความกล้า
หาญอวดดีที่ไหนกล้ามาแย่งชิงของที่เป็นของ
อาณาจักรโบราณเหยียนหวงได้?
“เจ้าสามารถหนีได้ แต่ถึงอย่างไรนครจักรพรรดิ
เพลิงของเจ้าก็ไม่ได้หนีไปกับเจ้าด้วย”
“เจ้าเด็กน้อย! ไม่ว่าเจ้าจะมีตำแหน่งสูงส่งมาก
เพียงไหนในเมืองเล็กๆของเจ้า แต่เมื่อเจ้าพบกับ
พวกเราแล้ว เจ้าจะต้องคลานเข่าแล้วพูดว่า
ข้าน้อยขอคาราวะ เอาล่ะข้าจะให้โอกาสเจ้าเป็น
ครั้งสุดท้าย อภัยให้กับความเขลาและความ
บุ่มบ่ามของเจ้า ครั้งนี้เพียงแค่เจ้าส่งมอบศิลามณี
ออกมา ข้าจะไม่คิดเล็กคิดน้อยเกี่ยวกับการกระทำ
ของเจ้า แต่ถ้าหากเจ้ายังไม่รู้ว่าสิ่งใดควรทำสิ่งใด
ไม่ควรทำอีกละก็ เจ้า สหายของเจ้าและผู้อาวุโส
ทั้งหลายทั้งคอยหนุนหลังเจ้า อย่าคิดว่าจะรอดพ้น
จากความโกรธเกรี้ยวของอาณาจักรโบราณเหยียน
หวงของพวกเราไปได้!”
หลังจากที่พวกมันได้รู้ถึงสถานะของ อู่ อวี้ พวก
มันยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่ามันช่างเป็นเรื่องไร้สาระ แต่คิด
ไปคิดมามันก็ยิ่งรู้สึกน่าขายหน้า เป็นเพราะสถานะ
ตัวตน และความแข็งแกร่งของพวกมันสูงส่งถึง
เพียงนี้จะถูกลูบคมจากตัวตนอันต่ำต้อยได้อย่างไร?
ด้วยสถานะที่สูงส่งถึงเพียงนี้ กลับถูกชาวบ้านผู้
หนึ่งมาหยอกล้อเป็นตัวตลก หากเรื่องนี้
แพร่กระจายออกไป พวกมันจะต้องถูกมองเป็นตัว
ตลกและเป็นที่หัวเราะเยาะไปทั่วชมพูทวีปโลกธาตุ
ยิ่งมันเป็นเช่นนี้ พวกมันก็ยิ่งโกรธ ยิ่งมันมีสถานะที่
สูงส่ง มันก็ยิ่งรู้สึกขายขี้หน้า ท้ายที่สุดเป็น
อาณาจักรโบราณเหยียนหวงที่สามารถจัดการเจ้า
อสูรมณีกำเนิดอัคคี ทั้งยังเสียยันต์กระบี่จักรพรรดิ
โบราณปราบปีศาจ แต่มันกลับนำไปสู่เหตุการณ์ที่
น่าหัวเราะเช่นในตอนนี้
ในเรื่องของการใช้อำนาจคุกคามต่างๆนานา อู่ อวี้
ก็ได้คิดเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว
“แน่นอนว่าข้ามาจากนครจักรพรรดิเพลิง ทวีป
แห่งทวยเทพตงเสิ้ง และข้าปรารถนาที่จะเข้าไป
ภายในอาณาจักรโบราณเหยียนหวง ซึ่งการที่ข้าได้
ฉกชิงสมบัตินี้มา มันได้ทำให้ข้าตกอยู่ใน
สถานการณ์อันตรายก็จริง! แต่ข้าแย่งชิงมาอย่าง
ตรงไปตรงมา ทุกคนก็รู้ว่าในตอนนี้ที่พวกเจ้ากำลัง
ต่อสู้กับเจ้าอสูรมณีกำเนิดอัคคี ข้าก็ได้ถูกมันกลืน
กินพร้อมกับถูกเปลวเพลิงแผดเผาอย่างทรมาน
เช่นกัน การที่พวกเจ้าข่มขู่ข้าเช่นนี้ มันไม่เท่ากับ
ว่าเจ้าใช้คนจำนวนมากกลั่นแกล้งคนอ่อนแอหรอก
หรือ? ถ้าหากเรื่องนี้ล่วงรู้ไปถึงหูของเหล่าผู้อาวุโส
ของพวกเจ้า มันก็คงไม่น่าฟังเท่าใดนัก!”
ร่างอวตารทั้งหมดของ อู่ อวี้ ด้านหนึ่งก็หลบหนี
ออกไปทุกทิศทาง ด้านหนึ่งก็กำลังเอ่ยคำกล่าวที่
เต็มไปด้วยคุณธรรม เขาเป็นคนที่หากมีเหตุผล
เพียงพอก็กล้าพูดออกมาได้อย่างเต็มปากเต็มคำ
ราวกับกินดีหมีมากจากไหน ดังนั้นในตอนนี้เขาจึง
ไม่เกรงกลัวคำพูดข่มขู่ของทุกคน
เมื่อทุกคนได้ยินเช่นนี้ พวกมันจึงเข้าใจว่าผู้ที่อยู่
เบื้องหน้าได้กระทำเรื่องสะเทือนฟั้าดินเข้าแล้ว
ในขณะที่พวกมันกำลังทำการต่อสู้อยู่นั้น พวกมัน
ล้วนแต่ไม่กล้าที่จะเข้าใกล้ เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัคคี
แม้แต่น้อย แต่ อู่ อวี้ ผู้นี้กลับถูกกลืนเข้าไปอยู่ใน
ท้อง แถมยังเป็นเวลานานเสียด้วย เรื่องบ้าบอ
เช่นนี้มันเกิดขึ้นได้เยี่ยงไร!
ย่อมไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันจะเขย่าจิตใจของผู้คน
ได้อย่างแน่นอน
ถึงแม้ว่าในสายตาของพวกมัน อู่ อวี้ จะเป็นเพียง
แค่ตัวตนอันต่ำต้อยจากพื้นที่ทุรกันดาล กลับกล้า
มาแข็งข้อเช่นนี้ แต่ความจริงที่อยู่เบื้องหน้า ทำให้
พวกมันอดไม่ได้ที่จะต้องรู้สึกสั่นสะท้านและปวด
หัวกับคนผู้นี้
การที่คิดจะข่มขู่ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้งของ อู่ อวี้
เรื่องนี้จะต้องไปปรึกษาจากเหล่าผู้อาวุโส และทุก
สิ่งทุกอย่างในวันนี้หากรั่วไหลไปถึงหูของเหล่าผู้
อาวุโส มันจะยิ่งกลายเป็นที่น่าอับอายเสียยิ่ง
กว่าเดิม กลุ่มคนเหล่านี้ จะไปที่ทวีปแห่งทวยเทพ
ตงเสิ้ง แล้วไปรังแกเหล่าขุนนางที่คอยปกปั้องและ
รักษาการที่คฤหาสน์มารกลืนสวรรค์เช่นนั้นหรือ?
“ดูกันต่อไปเถอะว่าเจ้าจะยอมแพ้หรือไม่?” มีบาง
คนเอ่ยตะโกนขึ้น
อู่ อวี้ และร่างอวตารทั้งหลายตะโกนขึ้น “แน่นอน
ว่าข้าไม่ยอมแพ้! หากต้องชิงสมบัตินี้ก็ไล่ตามข้ามา
สิ หากใครแย่งชิงมันได้มันก็จะตกเป็นของคนนั้น!
แต่พวกเจ้าไม่มีสิทธิ์ที่จะเอาเรื่องของทวีปแห่งทวย
เทพตงเสิ้งและนครจักรพรรดิเพลิงมาข่มขู่ข้า
ไม่เช่นนั้นผู้คนก็คงจะเห็นว่าพวกเจ้าเป็นถึงสุดยอด
อัจฉริยะแต่กลับไร้ซึ่งศีลธรรม ทำตัวเป็นอันธพาล
ไม่ทำตามกฏเกณฑ์ หากเหล่าผู้อาวุโสล่วงรู้เข้า
พวกเขาก็คงจะผิดหวังในตัวพวกเจ้าอย่าง
แน่นอน!”
คนที่เขาเกลียดชังมากที่สุดคือ เจียง ฉีจวิน เป็น
เพราะนางใช้ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้งมาข่มขู่เขา
จนถึงตอนนี้เขาเผชิญหน้ากับเหล่าอัจฉริยะ
มากมายบนทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง และเขาก็
เผชิญหน้ากันอย่างยุติธรรม ด้วยเหตุผลที่ง่ายๆ
ใครก็ตามที่คว้าสมบัติไปได้มันก็จะเป็นของคนผู้นั้น
แต่พวกมันกลับไม่ได้คิดจะปล่อยวาง ทั้งยังใช้
สถานะกับเหล่าผู้อาวุโสมากดดันเขาด้วยอีกทาง
ด้วยเขาเพียงแค่คนเดียวแต่กลับหาญกล้าที่จะ
เสียงอันตรายเช่นนี้ อีกทั้งหลังจากที่ถูกกดดันไป
มากเพียงนี้ เขากลับยังกล่าวออกมาอย่างไม่ทุกข์
ร้อนเช่นนี้ได้ จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าบัดนี้ย่อมทำให้
ผู้คนจากอาณาจักรโบราณเหยียนหวง มองเขาต่าง
ออกไปจากเดิม
อย่างไรก็ตามเมื่อถูกเย้ยหยันถึงเพียงนี้ ก็ย่อมมีคน
เกิดโทสะมากยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น เจียง ฉีจวิน
“ดีมาก เช่นนั้นพวกเราจะไม่นำเพียงแค่ศิลามณี
กลับมาเท่านั้น แต่จะนำชีวิตของเจ้ามาด้วย นี่เป็น
สิ่งที่เจ้าเลือกเอง ทั้งยังไม่ผิดกฏเกณฑ์ใดๆด้วย!”
อย่างน้อยนางก็ไม่นำเรื่องของทวีปแห่งทวยเทพตง
เสิ้งเข้ามาข่มขู่เขาอีก แต่พร้อมจะฉกฉวยสมบัติใน
มือของ อู่ อวี้ อย่างตรงไปตรงมา!
ยามนี้ อู่ อวี้ ยังคงไม่รอดพ้นจากวิกฤต กระทั่ง
อันตรายถึงชีวิต แม้ว่าร่างจริงของเขาจะยังไม่ถูก
พบตัว แต่อวตารของเขายิ่งมายิ่งลดน้อยลงไป
เรื่อยๆ ซึ่งอาจจะถูกเปิดโปงได้ทุกเมื่อ!
ร่างอวตารเบี่ยงเบนไปยังทิศทางอื่น ถึงแม้ว่าเหล่า
อัจฉริยะที่ไล่ล่าไปจะมีจำนวนน้อยกว่า แต่พวกมัน
ก็สามารถกำจัดร่างอวตารไปได้ในทันที
เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว ความกล้าหาญของ อู่ อวี้ จึง
ได้ถูกยกระดับขึ้นมาทั้งหมด เขาใช้ความเร็วที่สุดที่
ทำได้หลบหนีไป ไม่ว่าเขาจะถูกอีกฝั่ายพบตัว
หรือไม่ มันก็ขึ้นอยู่กับโชคของเขาแล้ว!
ขณะนี้ไม่ว่าจะเป็นชั่วพริบตาแห่งชีวิตและความ
ตาย หรือว่าจะเป็นประตูนรก ก็พร้อมจะเผชิญ!
ถึงแม้ว่าพวกมันจะไม่ได้เอ่ยกดดันข่มขู่ทวีปแห่ง
ทวยเทพตงเสิ้งอีก แต่เรื่องราวอันน่าหัวร่อเช่นนี้
แน่นอนว่าพวกมันย่อมไม่อาจจะปล่อย อู่ อวี้ ให้
หนีรอดไปได้!
“กระแสน้ำ! กระแสน้ำวันอันเชี่ยวกรากอยู่ที่ไหน!”
ในตอนนี้กระแสน้ำอันเชี่ยวกรากกลายเป็น
ความหวังเพียงหนึ่งเดียวของเขา
เขาวิ่งวนไปมาทั่วทุกทิศ มีร่างอวตารบางส่วนถูก
กระแสน้ำม้วนกวาดออกไปแล้ว แต่โชควาสนา
ของร่างหลักเช่นเขาก็ไม่ได้ดีเยี่ยงนั้น!
“กระแสน้ำวน รีบๆปรากฏออกมาเสียที!”
ตอนนี้กระแสน้ำวนยังไม่ได้ปรากฏออกมา แต่บัดนี้
เจียง ฉีจวิน กำลังจ้องมองมายังร่างของเขา!
ถึงแม้ว่านางจะยังไม่รู้ว่านี่คือร่างจริงของ อู่ อวี้ ก็
ตามที แต่คาดว่าร่างหลักย่อมกลายเป็นเปั้าหมาย
ต่อไปของนางอย่างแน่แท้แล้ว
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ