กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 570 : แปรเปลี่ยนฉับพลัน
อู่ อวี้ อดที่จะรู้สึกไม่ได้ว่าบนเส้นทางแห่งการฝึก
ตน ความกล้าหาญเด็ดเดี่ยว ล้วนสามารถฝึกฝน
กันได้ แต่โชคชะตานั้น ล้วนเป็นสวรรค์ลิขิตทั้งสิ้น
โชควาสนาเหล่านี้มีทั้งโชคดีและโชคร้าย คนที่มี
โชควาสนาต่อต้านสวรรค์ บางครั้งก็นับว่ามันเป็น
โชคร้ายเช่นกัน
เช่นในตอนนี้ แม้แต่ร่างอวตารของเขาที่หลบหนีไป
ยังได้พบกับกระแสน้ำอันแสนเชี่ยวกรากพัดพา
ออกไป
มีเพียงแต่ร่างหลักของเขาเท่านั้น ที่พยายามดิ้นรน
ค้นหากระแสน้ำวนให้ตาย แต่กลับไม่พบแม้แต่เงา
และขณะนี้ยังมี เจียง ฉีจวิน ยังสุ่มไล่ล่าตามหลัง
ร่างจริงของเขาอีกด้วย ถึงแม้ว่า เจียง ฉีจวิน จะ
ยังไม่รู้ว่านางกำลังไล่ล่าร่างจริงอยู่ แต่ก็ยังคงไล่ล่า
อย่างหนักหนาเพื่อลดจำนวนอยู่ดี!
คนผู้นี้อยู่ในขอบเขตก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ ทั้ง
ศาสตราเต๋าวิถีแท้ที่นางใช้ยังเป็นศาตราเต๋าที่ล้ำ
เลิศที่สุด อู่ อวี้ เคยเห็นนางนำวงแหวนทองคำออก
มาแล้วครั้งหนึ่ง เพียงแค่พริบตาเดียวก็สามารถ
จัดการสังหารอสูรมณีกำเนิดอัสนีได้ในทันที
ในขณะที่กำลังทำการหลบหนีอยู่นั้นเอง ไม่ว่าวง
แหวนทองคำของนางจะผ่านไปที่ใด ร่างอวตาร
ของ อู่ อวี้ แทบจะสลายลงไปในทันที ไม่มีทางที่
จะหยุดยั้งศาสตราเต๋าชิ้นนี้ได้แม้เพียงชั่วพริบตา!
“ตาย!”
ตอนนี้ ชุดคลุมของ เจียง ฉีจวิน กำลังโบกสะบัด
ดวงตาสีทองคู่นั้นดูทะมึนทึมไร้ที่เปรียบ ถึงแม้ว่า
ลักษณะของนางจะเปียมไปด้วยความองอาจและ
สูงส่ง งดงามจนไม่มีผู้ใดเทียบได้ แต่ความสูงส่งที่
นางมีอยู่นั้น มันทำให้ผู้คนไม่กล้าเข้าไปตีสนิทชิด
เชื้อกับนาง แม้แต่จะคิดยังไม่กล้าที่จะบังอาจทำ
เช่นนั้น
วงแหวนทองคำ พริบตาที่ออกมาจากในมือของ
นาง มันได้แปรเปลี่ยนกลายเป็นลำแสงสีทอง พุ่ง
ไล่ล่า อู่ อวี้ รอบกาย อู่ อวี้ ยังคงมีร่างอวตารอยู่
อีกสิบกว่าร่าง ทำให้ในเวลานี้นางมั่นใจแล้วว่าร่าง
ไหนคือร่างจริงของ อู่ อวี้ !
ร่างหว่างคนทั้งคู่มีช่องว่างเล็กๆขวางกั้นเอาไว้อยู่
ในช่วงเวลานี้นับว่า โชควาสนาของ อู่ อวี้ ไม่ดีนัก
แต่เขาก็ไร้กำลังที่จะทำสิ่งใดได้ ทำได้เพียงแค่ลอง
ต่อสู้ดูอีกสักตั้ง! อย่างมากก็แค่หลบหนีออกไปจาก
เส้นทางเซียนบรรพกาลเท่านั้นเอง!
ถึงเวลาที่จะเปิดเผยตัวตนแล้ว
เขาเปิดใช้งานเคล็ดก้าวเทวะเต็มพิกัดอย่างที่ตัว
เขาไม่กล้าใช้มาก่อน ความเร็วเพิ่มขึ้นอย่าง
ฉับพลัน ซึ่งหนึ่งในร่างอวตารของเขากระโจน
ออกไปขัดขวางการโจมตีสังหาร!
หลังจากที่ใช้เคล็ดก้าวเทวะ อู่ อวี้ พลันเปิดใช้งาน
แก่นแท้ตำหนักม่วงจนถึงขีดสุด แค่เพียง
พริบตาเดียว ตัวเขาก็หายไปจากคลองจักษุของ
เจียง ฉีจวิน!
การใช้ร่างอวตารก่อให้เกิดความสับสน จริงๆแล้ว
มันไม่อาจจะใช้ได้ผล แต่ขั้นถัดไป คือการจู่โจม
อย่างสายฟั้าแลบ!
ในตอนนี้ เจียง ฉีจวิน จึงตะโกนออกมาด้วยท่าที
ตื่นเต้น “ข้าหาร่างจริงพบแล้ว! มันอยู่กับข้า!”
เมื่อประโยคนี้ดังออกไป คนอื่นๆก็หยุดไล่ตามร่าง
อวตารของ อู่ อวี้ พร้อมรีบทะยานมุ่งไปไล่ล่าร่าง
จริงของ อู่ อวี้ อย่างรวดเร็ว
ในกลุ่มคนเหล่านั้นมีคนประมาณ 10 คนที่มีพลัง
การต่อสู้สูงส่งกว่า เจียง ฉีจวิน การไล่ล่าครั้งนี้
เขาทะยานไปด้วยความเร็วสูงสุด ทำให้คนอื่นๆถูก
ทิ้งเอาไว้อยู่เบื้องหลัง
แต่ความเร็วของพวกมันก็รวดเร็วมากเช่นกัน วิชา
ต่างๆที่แต่ละคนสำแดงออกมา มีแม้กระทั่งบางที่
คนระเบิดความเร็วออกมาอย่างฉับพลัน
อย่างไรก็ตามเมื่อพวกมันได้เห็นความเร็วของ อู่
อวี้ พวกมันจึงบังเกิดความรู้สึกตกใจจนอ้าปาก
ค้าง!
“คนผู้นี้ไม่ได้อยู่ในขอบเขตตำหนักม่วงทะเลมรกต
ระดับที่ 4 ขนาดขอบเขตของข้าสูงส่งขนาดนี้ ยัง
ไม่อาจจะตามความรวดเร็วของมันได้!”
“เป็นไปไม่ได้! ความเร็วของมันยังเร็วเสียกว่า
ขอบเขตก่อร่างกำเนิดจิตเทวะทั่วไปอีกหรือนี่!”
“บนร่างของบุคคลนี้ บางทีอาจจะกุมความลับ
มากมายเอาไว้ ด้วยความแข็งแกร่งของมัน เป็นไม่
ไปไม่ได้ที่จะอยู่ภายในร่างของเจ้าอสูรมณีกำเนิด
อัคคีและสามารถอดทนมาได้ยาวนานเช่นนี้ ”
“มันไม่ได้อ่อนแออย่างที่พวกเราคิด อย่างไรก็ตาม
ร่างจริงของมันถูกเปิดเผยออกมาแล้ว เช่นนั้นอย่า
คิดว่าจะหลุดรอดไปจากเงื้อมมือของพวกเราไปได้
แม้ว่าจะมีความรวดเร็วมากมายขนาดนั้น แล้ว
ยังไงเล่า!”
แท้จริงแล้วความเร็วของกระบี่บินจักรพรรดิของ อู่
อวี้ ในตอนนี้ เร็วกว่าในเวลาปกติอย่างน้อยถึง 5
เท่า อย่างไรก็ตาม เจียง ฉีจวิน ก็ยังรวดเร็วกว่า
เขา ไม่ต้องกล่าวถึงผู้อื่นที่ไล่ติดตามเขามาอย่าง
รวดเร็วเลย!
ซึ่ง อู่ อวี้ ได้คาดการเอาไว้
“ภายในเวลา 20 ลมหายใจ ข้าก็จะถูกพวกมันไล่
ตามทัน”
“เวลาสั้นๆเช่นนี้ หากกระแสน้ำวนยังไม่ปรากฏอีก
ข้าก็คงจะต้องทำได้เพียงแค่กลับไปยังทวีปแห่ง
ทวยเทพตงเสิ้งอย่างเดียวเท่านั้น”
“อย่างน้อยข้าก็เก็บเกี่ยวศิลากำเนิดมากมายเช่นนี้
มาแล้ว ย่อมเพียงพอที่ข้าจะฝึกฝน ‘กายาเจ้า
มังกรสักการะราชันอรหันต์ไม่ดับสูญ’ ได้สำเร็จ”
แม้ว่า อู่ อวี้ จะถูกบีบบังคับให้ออกไป การเก็บ
เกี่ยวสำหรับ อู่ อวี้ ในครั้งนี้ก็นับว่ายอดเยี่ยม! และ
เมื่อตัวเขาออกไปแล้ว เจียง ฉีจวิน ย่อมต้อง
อธิบายให้คนอื่นได้รับรู้ว่าสิ่งที่ อู่ อวี้ กล่าวมาก่อน
หน้านี้มันหมายถึงสิ่งใด!
“หากไปถึงขั้นนั้นแล้ว ก็นับว่าไม่เลวซะทีเดียว” อู่
อวี้ ยกยิ้มขึ้น แม้ว่าในตอนนี้เขาจะถูกบีบบังคับให้
ออกไปจากเส้นทางเซียนบรรพกาล เขาก็ไม่รู้สึก
เสียใจในภายหลัง ถือว่าการมาในครานี้เขาไม่
ขาดทุนแล้ว
ในเวลานี้เขาเตรียมบดขยี้ยันต์เซียนบรรพกาล
เตรียมพร้อมที่จะล่าถอยกลับไป
เหล่ายอดอัจฉริยะแห่งอาณาจักรโบราณเหยียน
หวง แน่นอนว่าพวกมันย่อมเป็นกังวลว่า อู่ อวี้ จะ
เลือกทำเช่นนี้ ดังนั้นพวกมันในเวลานี้ จึงเต็มไป
ด้วยความร้อนใจ แต่ละเกิดโทสะจนควันแทบจะ
ออกจากหู แสดงท่าทีอยากจะกลืนกิน อู่ อวี้ ใจจะ
ขาด!
“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถึงแม้ว่าในครั้งนี้จะไม่
อาจจะไปที่อาณาจักรโบราณเหยียนหวงได้สำเร็จ
แต่ต้องมีสักวันหนึ่ง ข้าจะต้องไปเหยียบที่นั่นให้
ได้!”
อู่ อวี้ ไม่ได้หันกลับไปมอง เขากำลังทุ่มเทกำลัง
ทั้งหมดฝั่าทะลวงมหาสมุทรไปเรื่อยๆ เหล่ายอด
อัจฉริยะชั้นสูงกำลังไล่ตามเบื้องหลังเขามา แต่ละ
คนสำแดงเคล็ดวิชาไล่ติดตามเขาไปอย่างบ้าคลั่ง
เขาสาบานต่อก้นบึงของจิตใจตนเอง
เขาอยากจะกลายเป็นเซียนอมตะ คิดจะไล่ตาม ลั่ว
ผิน ให้ทัน เช่นนั้นเขาก็จะต้องไปยังเวทีที่ใหญ่กว่า
ไม่ต้องสงสัยเลย ดินแดนโบราณเหยียนหวง นั่นคือ
เวทีต่อไปที่เขาจะต้องไป สถานที่แห่งนั้นช่าง
ยั่วยวน อู่ อวี้ เสียเหลือเกิน ตราบใดที่หายนะของ
บรรพบุรุษมารกลืนสวรรค์ได้รับการแก้ไข เขาคง
จะไม่อยู่ภายในทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้งอีกต่อไป
“เจียง ฉีจวิน เมื่อถึงเวลานั้น ความลับระหว่าง
พวกเรา เจ้ายังต้องการที่จะปิดบังมันอยู่อีก
หรือไม่? เกรงว่ายามนี้เจ้าคงไม่สามารถปิดบังมัน
ได้อีกต่อไป ฮ่าฮ่าฮ่า…..”
ขณะนี้ อู่ อวี้ รับรู้ได้ถึงภัยคุกคามที่อยู่เบื้องหลังได้
อย่างชัดเจน สุดยอดอัจฉริยะเหล่านั้น มีหลายคน
ที่เป็นถึงราชวงศ์ สูงส่งยิ่งกว่า เจียง ฉีจวิน ยามนี้
พวกมันไล่ตามจนใกล้จะถึงด้านหลังของ อู่ อวี้
เต็มทีแล้ว คาดว่าภายใน 3 อึดใจพวกมันน่าจะถึง
ตัว และเกรงว่าหลังจากนั้นมันคงจะฉกฉวยถุงจักร
วารไป!
เป็นเรื่องยากที่จะขุดหลุมปิดกั้นช่องว่างอันใหญ่
หลวงระหว่างพวกเขาได้!
พวกมันล้วนเติบโตมาจากอาณาจักรเซียนเหยียน
หวง คราแรก อู่ อวี้ คิดว่านครจักรพรรดิเพลิงเป็น
สถานที่ที่แข็งแกร่งที่สุด แต่ความจริงแล้วกลับเป็น
เพียงแค่สาขาย่อยของอาณาจักรโบราณเหยียน
หวงเพียงเท่านั้น
ยามเมื่อทอดสายตาออกไปและไม่พบเห็น
กระแสน้ำอันเชี่ยวกราก อู่ อวี้ จึงคิดยอมแพ้ แต่
กระนั้นโชควาสนาของเขาไม่เลวร้ายเสมอไป ใน
ตอนที่เขาเตรียมพร้อมจะบดขยี้ยันต์เซียนบรรพ
กาลจะต้องจากไปอย่างไว้ลาย
ก่อนที่เขาจะทำการบดขยี้ยันต์ เขาได้โยนระเบิดลง
ไป 1 ลูก เพื่อบีบบังคับให้ เจียง ฉีจวิน ต้องกล่าว
เรื่องของบรรพชนมารกลืนสวรรค์ออกไปเรียบร้อย
แล้ว
“เส้นทางเซียนบรรพกาล! ยังคงมีความลึกลับอยู่
อีก! หวังว่าในชีวิตนี้ ข้าจะยังมีโอกาสกลับเข้ามา
อีกครั้ง!”
แน่นอนนี่เป็นแค่เรื่องเพ้อฝัน เป็นเพราะหลังจากนี้
อีก 50 ปี เขาก็มีอายุมากกว่า 50 แล้ว ในเวลานั้น
เขาคงหมดคุณสมบัติในการเข้าสถานที่แห่งนี้
การจะต้องจบลงเช่นนี้ ถึงแม้ว่าเขาจะรู้สึกไม่
ยินยอม แต่เห็นได้ชัดว่าชีวิตของเขาสำคัญกว่าการ
ไล่ล่าตามหาสมบัติ ซึ่งนี่มันป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้
“อย่าเพิ่งไป!” คนจากอาณาจักรโบราณเหยียน
หวง รู้ว่าเขากำลังจะทำการบดขยี้แผ่นยันต์เซียน
บรรพกาล ในเวลานี้จึงร้อนใจจนอยากจะบ้าตาย!
“พวกเราไม่สังหารเจ้า! ตราบใดที่เจ้านำศิลามณี
กำเนิดออกมา พวกเราจะปล่อยเจ้าไปในทันที ไม่
จำเป็นที่เจ้าจะต้องออกไปจากเส้นทางเซียนบรรพ
กาล!”
ภายใต้ความร้อนรน พวกมันจึงเปลี่ยนเป็น
ประนีประนอม และพวกมันย่อมทำอย่างที่ลั่น
วาจาไปอย่างแน่นอน
อู่ อวี้ ไม่คาดคิดว่าพวกมันจะกล่าวคำพูดเหล่านี้
ออกมา
แต่ถึงแม้ว่าหากส่งมอบศิลามณีกำเนิดให้กับพวก
มัน ลองครุ่นคิดว่าการที่เขาจะได้รับโอกาสดีๆ
เช่นนี้มันแทบจะไปเป็นไม่ได้ เมื่อลองชั่งน้ำหนัก
ไตร่ตรองดู เขารู้สึกว่าตนเองจะต้องหนีจากไป
การตัดสินใจครั้งนี้ มันถูกกำหนดภายในระยะเวลา
สั้นๆ
การกระทำเช่นนี้ของ อู่ อวี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามัน
อยู่เหนือความคาดหมายของทุกคน ซึ่งได้ทำให้
พวกมันปวดเศียรเวรเกล้าอย่างยิ่ง! เพราะจนถึง
ตอนนี้คนอื่นๆก็ยังไม่รู้ถึงนามของ อู่ อวี้
อู่ อวี้ ใช้พลังของแก่นแท้ตำหนักม่วงถ่ายเทไปยัง
ยันต์เซียนบรรพกาลโดยไม่ลังเล!
แต่ทว่าในโลกนี้มักจะเกิดเรื่องมหัศจรรย์มากมาย
ในช่วงเสี้ยววินาทีสุดท้าย พลันปรากฎบางอย่าง
ขึ้น ไม่รู้ว่าเป็นโชควาสนาหรือไม่
บัดนี้ ไม่ว่าจะเป็นการไล่ล่าของเหล่าอัจฉริยะแห่ง
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง หรือว่าการหลบหนี
ของ อู่ อวี้ ทุกอย่างก็สิ้นสุดลง! ในตอนนี้ราวกับว่า
เวลาหยุดหมุนไปชั่วขณะ
อู่ อวี้ รู้สึกได้ว่าในเวลานี้ดูเหมือนว่าเขาจะไม่
สามารถเคลื่อนไหวได้
และทุกคนก็รู้สึกเช่นเดียวกัน ท่ามกลางความ
เลือนลางนี้เอง ดูเหมือนว่าทุกคนจะได้ยินเสียงที่ดัง
ขึ้นจนสามารถสั่นคลอนทุกสิ่งอย่างภายใต้ฟั้า
สวรรค์แห่งนี้ได้ มันนำมาซึ่งความไม่ยินยอม โทสะ
รวมทั้งนำพาความเจ็บปวดมาด้วย เสียงคำรามอัน
น่าขมขื่นเช่นนี้ เป็นเสียงคำรามที่เต็มไปด้วยแรง
กดดัน และทุกคนก็คุ้นเคยกับมันเป็นอย่างดี เพราะ
ในตอนที่เจ้าอสูรมณีกำเนิดอัคคีตกตายไป มันก็
ปรากฏสุ้มเสียงแบบนี้เช่นเดียวกัน จากนั้นทุก
อย่างก็หยุดลงอย่างกระทันหัน
นี่ย่อมเป็นเจ้าสรรพเทวะวิญญาณตัวสุดท้าย เจ้า
อสูรมณีกำเนิดวารี ที่ได้ตกตายไปภายใต้การรุม
ล้อมโจมตีของเหล่าอัจฉริยะแห่งดินแดนโบราณเห
ยียนหวง ซึ่งหลังจากที่ผ่านห้วงเวลาอันยาวนาน
ในที่สุดมันก็ได้ตกตายลง
นับว่าเป็นโชคดีอย่างแท้จริงที่อีกฝั่ายไม่ได้ร่วมมือ
กับอาณาจักรโบราณเหยียนหวง ดังนั้นการที่จะ
สังหาร เจ้าอสูรมณีกำเนิดวารี จึงยากเย็นและกิน
เวลานานอย่างยิ่ง
เกรงว่าต่อจากนี้การแย่งชิง ศิลามณีกำเนิดวารี
ของทางฝังนั้นย่อมเกิดมหาสงครามขึ้นอย่าง
แน่นอน
แต่มันก็ไม่เกี่ยวของอันใดกับ อู่ อวี้ แม้แต่น้อย!
อย่างไรปาฏหารย์อันน่าแปลกใจก็เกิดขึ้นในเสี้ยว
วินาทีนี้!
ในฉับพลันนั้นเอง!
พริบตาเจ้าอสูรมณีกำเนิดวารีตายไป มหาสมุทรไร้
ขอบเขตแห่งนี้ ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงในตอน
ท้ายที่สุด
เป็นเวลานาน ทุกที่คนอยู่ติดอยู่ภายในมหาสมุทร
ไร้ขอบเขตแห่งนี้ แต่ก็ยังหาทางออกไม่พบ หลาย
คนจึงเกิดความรู้สึกวิตกกังวล
เนื่องจากที่แห่งนี้คือเส้นทางเซียนบรรพกาล จึงไม่
อาจนำกฏเกณฑ์ใดๆมาใช้ได้
และในตอนนี้ หลังจากที่เจ้าสรรพเทวะวิญญาณทั้ง
3 ตายตกลงไป ทั่งทั้งมหาสมุทรเกิดความผันผวน
ขึ้นอย่างฉับพลัน! ความผันผวนนี้มันเกิดขึ้นก่อนที่
อู่ อวี้ จะบดขยี้ยันต์เซียนบรรพกาล
สิ่งที่ไม่น่าเชื่อคือ กระแสน้ำเชี่ยวกรากที่เขารอคอย
ได้ปรากฏขึ้น!
สิ่งสำคัญคือกระแสน้ำนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่จุด
เดียว!
สิ่งที่น่าหวาดกลัวคือทั่วทั้งมหาสมุทรผืนนี้ ฉับพลัน
ก็กลายเป็นกระแสน้ำวังวนทั้งหมด กล่าวอีกนัย
หนึ่งคือทุกคนไม่อาจจะรอดพ้นจากมันได้ เกรงว่า
แม้แต่เหล่าอัจฉริยะทั้งหลายที่กำลังไล่ล่าสังหาร อู่
อวี้ ก็ตกอยู่ภายใต้กระแสน้ำวนนี้ด้วยเช่นกัน!
อย่างไรก็ตามกระแสน้ำอันเชี่ยวกรากเหล่านี้เป็น
ตัวแปรที่ใหญ่ที่สุดในสถานที่แห่งนี้ นอกจากนี้มัน
ยังไม่มีกฏเกณฑ์ตายตัว
แค่พริบตาเดียวทุกคนถูกกระแสน้ำม้วนกวาด
กวาดไปทุกทิศทุกทาง ในขณะที่ทุกคนกำลังรู้สึก
เวียนหัวนั้นเอง ทุกสิ่งทุกอย่างก็สูญหายไปในทันที!
ท่ามกลางกระแสน้ำวนที่ม้วนกวาด อู่ อวี้ ก็ถูกพัด
จนรู้สึกเวียนหัว เขาตกอยู่ในภาวะที่กลืนไม่เข้า
คายไม่ออก
ก่อนหน้านี้เขาเตรียมตัวที่จะหลบหนีไปจาก
เส้นทางเซียนบรรพกาลแล้ว แต่ทว่าในขณะนี้ เส้น
เทางเซียนบรรพกาลกลับลากเขากลับมาเช่นนี้
“กล่าวได้ว่า มหาสมุทรนี้เป็นดังกับกับดักแห่งหนึ่ง
ตราบใดที่เจ้าสรรพเทวะวิญญาณทั้ง 3 ตกตายไป
กับดักแห่งนี้จึงจะถูกทำลายลงไป ไม่รู้ว่าเส้นทาง
เซียนบรรพกาลแห่งนี้ถูกควบคุมโดยคนหรือว่า
เซียนกันแน่ การจัดตั้งกับดักเช่นนี้ เป็นไปได้
หรือไม่ว่าจะเป็นบรรพบุรุษโบราณที่จัดตั้งมันขึ้น
จนถึงทุกวันนี้มันก็ยังดำรงอยู่อย่างไม่บุบสลาย
หรือว่ามันถูกจัดฉากเอาไว้แล้ว?”
ไม่ว่าความจริงจะคืออะไร สถานการณ์ในปัจจุบัน
ไม่เพียงแต่ อู่ อวี้ ได้รับศิลามณีกำเนิด แต่เขายังคง
รอดพ้นจากภัยอันตรายที่เข้ามาคุกคาม อย่างน้อย
ในเวลานี้ผู้คนจากอาณาจักรโบราณเหยียนหวงยัง
ไม่อาจจัดการกับเขาได้
และท่ามกลางกระแสน้ำอันเชี่ยวกรากนี้ พวกเขา
ไม่รู้ว่าตนเองจะถูกหอบไปอยู่ส่วนใดของโลกใบนี้
กันแน่
อู่ อวี้ หมุนกลิ้งไปกลิ้งมา ถูกฉุดกระชากลากไปทุก
ทิศ ไม่รู้ว่าหนทางข้างหน้าจะไปสิ้นสุดลงตรงไหน
“หากกระแสน้ำนี้สิ้นสุดลงตัวข้าจะถูกส่งไปยังที่
ไหนกัน? แล้วทุกคนจะถูกส่งไปที่ไหนกันแน่?”
“มันอยู่ด้านนอกของดวงดาวและมหาสมุทร
หรือไม่? หรือว่าจะกลับไปอยู่ท่ามกลางมหาสมุทร
หรือถูกส่งกลับไปบนดวงดาวแห่งนั้น”
ตอนนี้ อู่ อวี้ กำลังรอคอยด้วยความคาดหวัง
นี่คือการกลับก้าวเท้ากลับมาจากความตายของ อู่
อวี้ !
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ