กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 571 : หวงเวลาในมหาสมุทรเมฆา
ด้วยกระแสอันเชี่ยวกรากนี้ ย่อมไม่มีผู้ใดจะ
สามารถควบคุมร่างกายให้รักษาสมดุลเอาไว้ได้ สิ่ง
ที่ทำได้คือการปล่อยเลยตามเลยให้ร่างกายไหลไป
ตามกระแส
กล่าวได้ว่าในเวลานี้ อู่ อวี้ ไม่สามารถทำอันใดได้
นอกจากนับวันเวลาทนอยู่กับความน่าเบื่อเพียง
เท่านั้น
ครั้งนี้ไม่เพียงแค่เขาสามารถครอบครองสมบัติ
วิเศษอันทรงคุณค่ามหาศาลมาได้ สิ่งสำคัญก็คือ
เขายังคงมีลมหายใจ นอกจากนี้ข่าวคราวเรื่องของ
บรรพชนมารกลืนสวรรค์ ก็ยังแพร่กระจายออกไป
ซึ่งนับเป็นผลพวงที่ดีไม่น้อย เป็นธรรมดาที่เขาจะ
รู้สึกอารมณ์ดียิ่ง
” ดูเหมือนยามที่ข้าจะได้กลับ ทวีปแห่งทวยเทพ
แล้ว เจ้าอสูรมณีกำเนิดวารี ก็คงดันมาตายพอดี
เช่นนี้คาดว่าในอนาคตบน เส้นทางเซียนบรรพกาล
ข้าจะสามารถเก็บเกี่ยวสมบัติวิเศษแลสิ่งของอื่น ๆ
ได้อีกมากมาย ”
หลังจากผ่านเรื่องราวต่าง ๆ เขาก็รู้สึกว่าไม่เคย
ผ่อนคลายเช่นนี้มาก่อน จนถึงขนาดฮัมเพลงอย่าง
สบายใจ เนื่องจากไม่ได้รู้สึกดีขนาดนี้มานานมาก
แล้วจริง ๆ
” อย่างไรเสียโชคดีก็มักจะมาพร้อมกับโชคร้าย
เสมอ หากวีรกรรมของข้า แพร่สะพัดไปยัง
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง ในอนาคตข้ายังจะมี
หน้าหาญกล้าเหยียบย่างไปยัง อาณาจักรโบราณ
เหยียนหวง ได้อย่างไร ซึ่งแน่นอนว่าบรรดาผู้
อาวุโสของเราอัจฉริยะแห่ง อาณาจักรโบราณเห
ยียนหวง คงไม่เรียกข้าไปกินน้ำชา แล้วพาเที่ยว
ชมรอบ ๆ กันแน่ ”
” อีกอย่างข้าไม่ใช่คนประจบประแจงมอบสมบัติ
คืนแก่พวกมันเสียด้วย ”
ด้วยเหตุนี้เขาจึงตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่า ไม่ว่า
อนาคตในภายภาคหน้าจะเกิดอะไรขึ้น เขาจะไม่มี
วันเสียใจอย่างเด็ดขาด
เขาลองนับเวลาที่ไหลเวียนผันผ่าน ผลปรากฏว่า
เวลาผ่านไป 1 ก้านธูปแล้ว เขายังคงรู้สึกตกตะลึง
สับสนกับกระแสความผันผวนอันเชี่ยวกรากนี้
ทันใดนั้นกระแสอันเชี่ยวกรากก็ม้วนกวาดผ่านพุ่ง
ทะยานขึ้น แล้ว อู่ อวี้ ก็สัมผัสได้ว่าบัดนี้ตนกำลัง
อยู่ภายในสายวารีอันอ่อนนุ่ม ซึ่งมันทำให้เขา
ตระหนักได้อย่างแจ่มแจ้งว่า เขาได้ถูกโยนออกมา
จากห้วงแห่งความโกลาหล หรืออาจจะหลุดออก
จากทะเลไร้สิ้นสุดแล้วก็เป็นได้
ทันใดนั้น ขณะที่เขารู้สึกว่าร่างกายกำลังว่างเปล่า
ล่องลอย ฉับพลันก็พบว่าตนเองได้มาอยู่ใน
สภาพแวดล้อมใหม่ เมื่อเขาลืมตาตื่นขึ้นพร้อมกับ
กวาดสายตามองดูรอบ ๆ อย่างระมัดระวัง ด้วย
เพราะสภาพในตอนนี้ของเขา คงไม่อาจหลีกหนี
จากภัยภยันตรายที่เข้ามากล้ำกรายได้ ด้วย
สถานการณ์เช่นนี้ เขาจึงไม่อาจประมาทชะล่าใจ
เบื้องหน้าของเขาในเวลานี้คือ ผืนนภาแลมวล
เมฆาขาวละมุน!
เหนือศีรษะของเขาคือท้องนภาสีฟั้าคราม สามารถ
บรรยายได้ว่าผืนนภานี้เป็นท้องฟั้าสดใส ไม่มีสีอื่น
ใดเจือปน มีเพียงสีฟั้าครามที่สว่างใสดั่งแก้วผลึก
เท่านั้น
ท่ามกลางท้องนภา ยังมีดวงตะวันที่ส่องแสงสว่าง
เจิดจ้าแผ่กระจายไอร้อนสร้างอบอุ่นไปทั่วทั้งโลกา
ตำแหน่งปัจจุบันของ อู่ อวี้ อยู่เหนือก้อนเมฆาสี
ขาว ซึ่งอยู่ใต้ฝั่าเท้าของเขา เมฆเมฆาสีขาวอันไร้
ขอบเขตนี้ เสมือนดั่งเวิ้งมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ไร้
สิ้นสุด กลิ้งเกลือกผสานท่ามกลางผืนนภาสีฟั้า
ครามระคนแสงแดดอุ่นไอตะวัน บางครั้งมาบรรจบ
กันเป็นกลุ่มก้อน บางครั้งแตกกระจายแยกกัน
ออกไป แล้วบางครั้งแต่เปลี่ยนเป็นรูปทรงต่าง ๆ
ช่างเป็นภาพที่งดงามวิจิตรตระการตายิ่ง
เบื้องหน้าคือโลกอันบริสุทธิ์ไร้มลทิน ภายใต้ท้อง
นภาสีฟั้าคราม คือมหาสมุทรเมฆาสีขาวบริสุทธิ์
ทุกทิวทัศน์สามารถมองทอดยาวออกไปไกล จนสุด
ลูกหูลูกตา อู่ อวี้ กวาดสายตามองไปรอบ ๆ แต่
แล้วทันใดนั้นก็ต้องสะดุ้งตกใจด้วยเพราะที่นี่หาใช่
มีเพียงเขาแค่ลำพัง ทว่าแท้จริงแล้วทุกผู้คนใน
ทะเลอะไรสิ้นสุดต่างก็อยู่ที่นี่ด้วย พวกเขาเหล่านี้
ลอยคว้างอยู่ท่ามกลางมวลเมฆาอันไร้สิ้นสุด
เนื่องจากเขามองด้วยเนตรเพลิง ในมุมมองสายตา
ที่เขาสามารถมองเห็นผู้คนมากกว่า 4 คน
ในเวลานี้พวกเขาทุกผู้คน ต่างอยู่ในอาการ
หวาดกลัวขวัญเสีย ซึ่งเขาต้องยอมรับว่าบน
เส้นทางเซียนบรรพกาล แห่งนี้ เต็มไปด้วยความ
ลึกลับซับซ้อนน่าอัศจรรย์ใจเป็นอย่างยิ่ง แล้วมันก็
ทำให้เขาต้องตื่นตะลึงอีกครั้ง
ท่ามกลางการโอบล้อมจากหมู่มวลเมฆาสีขาว
สาดผสานกับอุ่นไอแสงตะวันที่ตกกระทบมาบน
ร่างของเขา ความรู้สึกนี้ไม่ได้แตกต่างจากโลก
ภายนอกแต่ประการใด ทุกอย่างคือความจริง
แน่นอนว่ายามนี้ อู่ อวี้ ถือเป็นโจรฉกชิงสมบัติ
วิเศษ ซึ่งเขาก็ถือเป็นเปั้าหมายสังหารของผู้คน
จาก อาณาจักรโบราณเหยียนหวง ดังนั้นเขาจึงมิ
อาจเปิดเผยตัวออกไปได้ ยามนี้ อู่ อวี้ รีบจมร่าง
ตัวเองกลืนหายเข้าไปในมวลเมฆเมฆาทันที โดย
เลือกเฟั้นสถานที่บังกายภายในมวลเมฆาที่
ค่อนข้างทึบแลหนาแน่น เพื่อช่วยปิดบังอำพราง
การมองเห็นของศัตรู เขาจึงจมหายเข้าไปในก้อน
เมฆาสีขาวนี้ ถ้าให้กล่าววิธีการนี้ค่อนข้าง
คล้ายคลึงกับทะเลอันไรสิ้นสุด จำต้องมองใกล้ ๆ
ระยะประชิดถึงจะมองเห็นเขาได้
“ เหตุใดเมฆขาวก้อนนี้ถึงได้ดูหนาแน่นนัก ? มีสิ่ง
ใดอยู่เบื้องล่างมันกันแน่? เป็นไปได้หรือไม่ว่ามัน
คือผืนโลก ? หรือว่ายังเป็นมหาสมุทร?”
เหนือก้อนเมฆาสีขาวคือท้องนภาอันกว้างใหญ่
ไพศาล ซึ่งแน่นอนว่าย่อมไม่ใช่สถานที่ปลอดภัย
อีกทั้งยังสามารถแลเห็นกันได้อย่างง่ายดาย ฉะนั้น
เขาจึงจมลึกลงไป
นอกเหนือจากการลี้ภัย ส่วนหนึ่งเขาก็อยากจะรู้ว่า
หากแหวกผ่านก้อนเมฆาสีขาวนี้ไปยังด้านล่าง จะ
พบเจอกับสิ่งใดบ้าง
“ร่างอวตารกลับมา”
ก่อนหน้าร่างอวตารของเขาส่วนใหญ่ ได้ถูกบดขยี้
ได้เป็นเพียงเส้นขนสีทอง ซึ่งขนสีทองเหล่านี้ก็ได้
ถูกเรียกกลับมา ซึ่งในเวลานี้พวกมันรีบกลับมาที่
ร่างของ อู่ อวี้ อย่างรวดเร็ว ด้วยเพราะเส้นขนมี
ขนาดที่เล็กมาก ฉะนั้นการกลับมาของมันจึงไร้
เสียงไร้ซึ่งร่องรอยใด ๆ
ตลอดทุกการเคลื่อนไหวของ อู่ อวี้ แผ่วเบาดุจปุย
เมฆ
เขาดำดิ่งลึกลงมาประมาณ 60 ลมหายใจ แหวก
ฝั่าความหนาแน่นประมาณ 100 ลี้ อย่างแผ่วเบา
แล้วเมื่อมองลงมา ทันใดนั้นเขาก็ต้องอึ้งตะลึงงัน
ปรากฏว่าด้านล่างยังมีผืนนภาสีครามอันไร้สิ้นสุด
อยู่อีกชั้น สิ่งสำคัญคือมีดวงตะวัน อีกดวงอยู่ในผืน
นภา ทั้งอยู่ในตำแหน่งเดียวกันอีกด้วย
” ตรงกลางมีก้อนเมฆสีขาวอยู่ ถูกขนาบด้วยท้อง
นภาสีครามแลดวงตะวันอันเจิดจ้าคอยแผ่ไออุ่น
จากทั้งสองด้าน ? สถานที่แปลกประหลาดเช่นนี้
คืออะไรกันแน่?” อู่ อวี้ ตระหนักดีว่าเมฆาสีขาวมี
ความลึกลับ 100 ลี้นี้ เป็นสถานที่ที่เขาสามารถ
หลบซ่อนตัวได้ ทว่าสถานที่แปลกใหม่นี้ ย่อมมี
อันตรายแฝงเร้นมากมายกว่าทะเลอันไร้สิ้นสุด
อย่างไรก็ตามมันทำให้เขาได้พบเห็นสิ่งที่น่า
เหลือเชื่อ
เนตรเพลิง ทำให้เขามีวิสัยทัศน์มองเห็นกว้างไกล
กว่าผู้อื่น ในเวลานี้เขากวาดสายมองไปรอบ ๆ
แล้วพบเห็นผู้คนหลายคนก่อนหน้านี้ ยังคงอยู่บน
ก้อนเมฆ ณ จุดเดิม พวกเขากำลังกวาดสายตา
มองโดยรอบอย่างเลิ่กลัก
“ พวกเขาถูกส่งมาที่นี่ด้วยงั้นหรือ?” อู่ อวี้ รู้สึก
สับสนงงงงเป็นอย่างมาก เขารู้สึกว่ามีบางอย่าง
ผิดปกติเล็กน้อย ที่คนทั้งสี่มาอยู่บนก้อนเมฆด้วย
ตัวเอง
เขาแหวกฝั่าม่านเมฆขึ้นไปมากว่าร้อยลี้แล้ว
จากนั้นสำรวจมองดูก้อนเมฆ เพื่อให้แน่ใจว่าคนทั้ง
สี่ยังคงอยู่ที่เดิม ยังไม่เคลื่อนย้ายตำแหน่งไปไหน
ซึ่ง อู่ อวี้ เคลื่อนไหวเร็วขึ้นเล็กน้อย
” พอเข้าใจแล้วว่า ด้านบนและด้านล่างของเมฆา
ล้วนเป็นสถานที่เดียวกัน จึงมีดวงตะวันดวงเดียว
ท่ามกลางเมฆาขาวอันลึกลับนี้ ไม่ว่าจะขึ้นหรือลง
ก็จะไปบรรจบอยู่ท้องนภาผืนเดียวกัน นี่เป็นค่าย
กลประเภทใดกัน ถึงได้มีผลอันลึกลับพิสดาร
เช่นนี้? ”
เส้นทางเซียนบรรพกาล ช่างน่าพิศวงอย่างแท้จริง
ตำแหน่งที่ อู่ อวี้ ลอดผ่านระหว่างหมู่มวลเมฆาสี
ขาว แท้จริงแล้วเขาได้ค้นพบความจริงว่ามันเป็น
ตำแหน่งเดียวกับก่อนหน้านี้ หลังจากนั้นเขาก็กลับ
ขึ้นไปใหม่ พร้อมย้อนกลับมาตำแหน่งเดิมอีกครั้ง
” โลกที่เต็มไปด้วยท้องนภา และ เมฆา ความ
ลึกลับที่ซ่อนเร้นอยู่คืออันใดกันแน่? ”
เขาจุ่มศีรษะลงไปแล้วกวาดสายตามองดูรอบ ๆ ดู
เหมือนในตอนนี้การเคลื่อนตัวของเมฆา ดูค่อนข้าง
ปันปั่วนวุ่นวายมากขึ้น
” เจ้าอสูรมณีกำเนิดวารี และ ศิลามณี ของมันยัง
ไม่มีผู้ใดหยิบฉวยครอบครองมาได้ บางทีวาสนา
อาจนำพาให้เราได้พบเจอมันที่นี่ ถ้าเช่นนั้นเราไป
หามันดีกว่า! ”
“ไปกันเลย! กวาดสายตามองดูรอบ ๆ !”
อู่ อวี้ ได้ยินเสียงคนพูดคุยดังแว่วมา ฟังจากบท
สนทนาบ่งบอกว่าคนทั้งสองสนิทสนมเป็นอย่าง
มาก ถึงได้ผนึกกำลังร่วมมือกันเช่นนี้
” ถ้า ศิลามณีกำเนิดวารี อยู่ที่นี่จริง น่าจะถ่วง
เวลาพวกเขาได้ระยะหนึ่ง คาดว่าต่อให้อยู่เหนือ
เหนือท้องนภาแลเมฆาสีขาวนี้ ผู้คนจากอาณาจักร
โบราณเหยียนหวง ก็คงควานหาตัวข้าอย่างบ้าคลั่ง
แน่ ๆ ”
เขารีบกระโจนเข้าไปในก้อนเมฆาสีขาวทันที อย่าง
น้อย ๆ หากเขาซ่อนตัวอยู่ภายในนี้ ก็สามารถ
รับประกันได้ว่าเขาจะปลอดภัยชั่วคราว เขาลอง
ทดสอบหลาย ๆ วิธี และพบว่าก้อนเมฆานี้เหนียว
แน่นเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าเขาจะพยายามปัดเปั่ามัน
ออกไปมากแค่ไหน มันก็ยังคงรักษารูปลักษณ์ไว้
เช่นเดิม โดยไม่กระจายตัวออกไป เว้นเสียแต่ว่ามัน
จะเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ด้วยตัวมันเอง
โชคยังดีที่ดินแดนแห่งนี้มีขนาดกว้างใหญ่ไพศาล
เป็นอย่างยิ่ง หากคนจากอาณาจักรโบราณเหยียน
หวงต้องการค้นหาตัวเขา ซึ่งหลบซ่อนตัวอยู่
ภายในที่แห่งนี้แล้วล่ะก็ คาดว่าพวกมันจักต้องใช้
เวลามากมายพอสมควร มิเช่นนั้นแล้วหากดินแดน
นี้มีขนาดเล็กมากเกินไป คนเหล่านั้นก็คงค้นหา อู่
อวี้ ได้อย่างรวดเร็ว
” ศิลามณีกำเนิดวารีหาได้มีประโยชน์อันใดกับข้า
ไม่ แต่ข้าก็สามารถนำมันไปขายในราคาแพงหูฉี่ได้
หรือไม่ก็มอบมันเป็นของขวัญให้กับ ลั่วผิน
อย่างไรก็ตาม ข้ามิใช่คนประพฤติตนเยี่ยงคนโลภ
มาก เห่อ… ไม่รู้ว่าข้าจะได้เพลิดเพลินกับ ศิลามณี
กำเนิดอัคคีเมื่อใด ”
เหตุผลที่เขาไม่สามารถหลอมสร้างร่างกายได้
ตอนนี้ ก็เนื่องจากว่า ผู้คนจาก อาณาจักรโบราณ
เหยียนหวง ยังคง ไล่ล่าติดตามเขาอยู่ไม่เลิก
” ดังนั้นสิ่งที่สำคัญสุดในยามนี้ คือการค้นหา
สถานที่ซ่อนตัวเพื่อทำการหลอมสร้าง ‘กายาเจ้า
มังกรสักการะราชันอรหันต์ไม่ดับสูญ’ และสถานที่
แห่งนั้นจะต้องปลอดภัยอีกด้วย อย่างไรก็ตาม
ดินแดนแห่งนี้ มีเพียงท้องนภาสีฟั้าครามและเมฆสี
ขาวบริสุทธิ์เท่านั้น ตราบใดที่พวกมันเข้าใกล้ตัวข้า
ก็ไม่มีกระแสน้ำอันเชี่ยวกรากแห่งไหน ให้ข้าหลบ
ซ่อนตัว หรือ มีที่ใดให้ข้าหลบหนีไปได้ แล้วข้าจะ
หาสถานที่ปลอดภัยได้อย่างไร? ดังนั้นที่แห่งนี้ควร
จะเป็นที่ปลอดภัยน้อยมากสุด! ”
ดินแดนแห่งนี้ อันตรายเสียยิ่งกว่าห้วงสมุทรอันมืด
มิดไร้สิ้นสุดเสียอีก
ยิ่งไปกว่านั้นผู้ใดจะไปล่วงรู้ว่าภายใน เส้นทาง
เซียนบรรพกาลแห่งนี้ นอกจากปีศาจแล้วจะมีสิ่ง
อื่นใดที่สามารถสร้างภัยคุกคามให้แก่ตัวเขาได้อีก
เช่นการดำรงอยู่ของ สรรพเทวะวิญญาณ ที่
สามารถสังหารผู้คนได้
ช่างน่าปวดเศียรเวียนเกล้าเป็นยิ่งนัก
“ อย่างไรก็ตามมันถือเป็นความก้าวหน้าของข้าไป
อีกหนึ่งก้าว เพราะอย่างไรเสียการที่ข้ามาอยู่ใน
ดินแดนแห่งนี้ได้ หรือสามารถหลบหนีออกมาจาก
สถานการณ์เลวร้ายภายในท้องของ ศิลามณี
กำเนิดอัคคีได้ ก็นับว่าโชคดีมากแล้ว ”
อู่ อวี้ ยิ้มพร้อมกับคิดในแง่ดี
เขาเปิดถุงจักรวาล เมื่อแลห็นเศษชิ้นส่วนแตกหัก
ของ ศิลามณีกำเนิดอัคคี มากมายภายในนั้น อู่
อวี้ ก็อดฮัมเพลงออกมาด้วยความปิติยินดีอย่าง
ช่วยไม่ได้ นี่คือสิ่งที่เหล่าาอัจฉริยะทั้งหมดจาก
ชมพูทวีปโลกธาตุ พยายามไขว่คว้าต่อสู้แย่งชิง
กัน!
เขาพยายามเดินไปรอบ ๆ เพื่อค้นหาสถานที่
ปลอดภัย ให้เขาหลอมสร้าง ‘กายาเจ้ามังกร
สักการะราชันอรหันต์ไม่ดับสูญ’
เหนือก้อนเมฆาสีขาว อู่ อวี้ แว่วได้ยินเสียงเอะอะ
มะเทิ่งทะเลาะวิวาทของกลุ่มคนผ่านมาราง ๆ หาก
วิเคราะห์จากเสียงทะเลาะ และ เสียงต่อสู้นี้
สามารถสรุปได้ว่า บางคนกำลังกำลังค้นหา ศิลา
มณีกำเนิดวารี เพื่อต่อสู้แย่งชิงสมบัติวิเศษนี้ ส่วน
บางคนกำลังมองหาตัวเขา
แม้อยู่ภายใต้ความลึกลับน่าพิศวงของท้องฟั้าสี
ครามและเมฆาสีขาวแห่งนี้ ผู้คนของ อาณาจักร
โบราณเหยียนหวง ก็ยังสามารถจับกลุ่มรวมตัวกัน
ได้อย่างง่ายดาย
” คาดว่าในยามนี้ เจียง ฉีจวิน คงจะต้องอธิบาย
เรื่องราวต่างๆแล้ว!”
” ยิ่งมีคนล่วงรู้เรื่องของ บรรพชนมารกลืนสวรรค์
มากเท่าไหร่ ก็คงน่ายินดีมากยิ่งขึ้นเท่านั้น ”
อย่างไรก็ตาม เห็นได้ชัดว่าในระหว่างที่ เจียง ฉี
จวิน บอกเล่าอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้น นางจะต้อง
ท่วมท้นไปด้วยเพลิงโทสะอย่างแน่นอน ครั้งหนึ่ง
นางเคยดูถูกเขา แม้แต่นามของ อู่ อวี้ นางก็ยังไม่
คิดจะจดจำ ซึ่งยามนี้ผู้คนก็ตระหนักได้อย่างแจ่ม
แจ้งว่า มันคือความอัปยศอย่างแท้จริง แน่นอนว่า
นี้คือผลกรรมย้อนคืนสนอง จากการกระทำของตัว
นางเอง
หากนางตอบรับคำขอและพยายามทำตามที่พูด อู่
อวี้ ก็คงจะขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง
“ หือ เมฆาขาวก้อนนี้ ดูแปลก ๆ นะ ” หลังจาก
อู่ อวี้ เดินค้นหามาได้ประมาณ 1 ก้านธุป เขาก็พบ
เจอบางสิ่งบางอย่าง แต่เขาก็ไม่สามารถบอกได้ว่า
มันแปลกอย่างไร
” ดูเหมือนว่าเมฆาก้อนนี้ จะมีคลื่นผันผวน
บางอย่าง บางคราก็ช้า บางคราก็เร็ว แต่บางครั้งก็
ดูเหมือนจะหยุดนิ่งไปซะงั้น … ”
” ข้ารู้แล้ว ” หมิงซวง กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็ม
ไปด้วยความประหลาดใจ นางกล่าวขึ้นด้วยดวงตา
ที่เบิกกว้าง และ เปล่งประกายระยิบระยับว่า ” แม้
ข้าได้สูญสิ้นซึ่งทุกสิ่งอย่าง แต่ข้าก็พอคาดเดาได้
เพียงเล็กน้อย จากการคาดเดาของข้า ดูเหมือนว่า
เวลาภายในเมฆาก้อนนี้ จะหาได้เป็นไปตาม
กฎเกณฑ์ แต่กลับผันผวนอย่างแปลกประหลาด
พิสดารแทน บางทีก็ดูเชื่องช้าลงถึง 9 ส่วน แต่บาง
คราก็ดูเร็วกว่าเวลาปกติเล็กน้อย … ”
“ พูดเรื่องบ้าอะไรกัน? เวลามันจะไปเปลี่ยนแปลง
ได้ยังไงกันเล่า? ” อู่ อวี้ คิดว่านางกำลังหยอกล้อ
ตนเองอยู่
แต่ใครจะไปคาดคิดว่า หมิงซวง จะแสดงท่าทางดู
ถูกเหยียดหยามเขา พร้อมกับกล่าวว่า ” คนโง่
เขลาเบาปัญญาอย่างเจ้าย่อมไม่เคยเห็นอยู่แล้ว
ทุกสรรพสิ่งในสวรรค์และปฐพีแห่งนี้ ย่อมสามารถ
เปลี่ยนแปลงได้ ต่อให้เป็นมหาวิถีแห่งเต๋าอันลึกล้ำ
ก็ตาม ร่ำลือกันว่าเซียนอมตะ คือผู้ที่สามารถเกาะ
กุมโชคชะตาเปลี่ยนแปลงได้แม้กระทั่งห้วงแห่ง
เวลา! หรือไม่ค่ายกลวงเวทบางชนิด ก็สามารถ
ควบคุมการเปลี่ยนแปลงของเวลาได้ ภายใน
เส้นทางเซียนบรรพกาลแห่งนี้ เปียมล้นไปด้วยค่า
ลกลวงเวทที่ลึกลับซับซ้อนพิสดารมากมาย หาก
เจ้าบอกว่าชมพูทวีปโลกธาตุ มีสถานที่ซึ่งคลื่น
เวลาเกิดการผันผวนอยู่ หัวเด็ดตีนขาดข้าก็คงยอม
เชื่อ แต่ภายในเส้นทางเซียนบรรพกาลแห่งนี้ ทุก
สรรพสิ่งย่อมเป็นไปได้ ”
นางมิได้หยอกล้อเขาเล่น
“ ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ ”
อู่ อวี้ ยอมรับอย่างความเต็มใจ
แต่ดูเหมือนว่า มันก็ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวกับเขา
เขายังคงเคลื่อนไหวไปเบื้องหน้าอย่างช้า ๆ
พยายามสัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลงของเวลาอย่าง
ระมัดระวัง อย่างไรก็ตามเส้นทางแห่งเต๋านี้กว้าง
ใหญ่มากเกินไป แน่นอนว่าเขาย่อมไม่อาจครุ่นคิด
พิจารณาหรือคาดเดาได้
ทันใดนั้นเขาก็สัมผัสได้ว่ามีบางสิ่งบางอย่างอยู่
เบื้องหน้า เมื่อ อู่ อวี้ ใช้เนตรเพลิงมองกวาดผ่าน
เข้าไป แท้จริงแล้วมันคือเจดีย์ทมิฬแห่งหนึ่ง!
หอคอยทมิฬนี้มีขนาดใหญ่โตเป็นอย่างยิ่ง ตัวเจดีย์
ส่วนใหญ่ซ่อนเร้นอยู่ภายในเมฆาขาว ตัวส่วนยอด
เล็ก ๆ แทงลึกลงไปภายในกลุ่มก้อนเมฆา อาบไล้
แสงสว่างอันเจิดจ้าจากดวงตะวัน
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ