กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 572 : เจดียทมิฬ
ท่ามกลางท้องนภาสีครามแลมวลเมฆาสีขาว เจดีย์
ทมิฬ ตั้งตระหง่านโดดเด่นสะดุดตา บรรยากาศที่
แผ่ออกมาเต็มไปด้วยแรงกดดันชวนอึดอัดอย่างน่า
ประหลาด
ซึ่ง ณ เวลานี้ อู่ อวี้ กำลังยืนอยู่ด้านหน้าของ
เจดีย์ทมิฬ
นับว่าช่างพอเหมาะพอเสียเหลือเกิน ตัวเขากำลัง
มองหาสถานที่ปลอดภัยหลบซ่อนตัวอยู่ แล้วอยู่ ๆ
เจดีย์ทมิฬ ก็มาปรากฏอยู่ตรงเบื้องหน้า ซึ่ง
แน่นอนว่ามันต้องดึงดูดความสนใจของเขาอย่าง
ไม่ต้องสงสัย
แต่อีกใจหนึ่งเขาก็เข้าใจว่า ด้วยเพราะ เจดีย์ทมิฬ
นี้ตั้งตระหง่านดูโดดเด่นเป็นอย่างยิ่ง ย่อมต้อง
ดึงดูดความสนใจของผู้อื่นด้วยเช่นเดียวกัน หาก
มองจากจุดนี้เขาก็มีโอกาสจะถูกพบตัวได้ง่ายกว่า
วิธีเดิมเสียอีก
เขาวนดูรอบ ๆ เจดีย์ทมิฬ เพื่อตรวจสอบอย่าง
ละเอียดถี่ถ้วน ก็พบว่ารูปแบบโครงสร้างของเจดีย์
ช่างดูเรียบง่าย รูปลักษณ์ภายนอกนั้นดูดำทะมึน
ไร้ซึ่งลวดลาย และ ค่ายกลใด ๆ
อย่างไรก็ตาม เขาไม่อาจล่วงรู้ได้ว่า ด้านในแอบ
ซ่อนความลึกลับไว้มากมายเพียงใด บางที
ท่ามกลางท้องนภาแลเมฆาสีขาวทั้งหมดนี้ ความ
ลึกลับอย่างแท้จริงอาจซุกซ่อนอยู่ภายใน เจดีย์
ทมิฬ แห่งนี้ก็ได้
” จะมานั่งเดาทำไม ไม่ว่าจะมีเจดีย์อยู่สักกี่แห่ง
หรือว่าจะมีอะไรซ่อนอยู่ ถ้าเจ้าอยากรู้ก็เข้าไปดูซะ
สิ ควรคิดว่าตัวเองนั้นโชคดีที่ได้พบเจอมันก่อน ไม่
แน่ว่าผู้อื่นอาจจะไม่สามารถค้นหามันพบก็ได้ ”
หมิงซวงกล่าว
คำพูดของนางได้ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้แก่ อู่ อวี้
ที่บริเวณด้านล่างของ เจดีย์ทมิฬ มีประตูบานหนึ่ง
อยู่ ประตูบานนี้มีสีดำทะมึน ซึ่งไม่สามารถมองเห็น
อันใดจากด้านในได้เลย
แต่เห็นได้ชัดว่าความลึกลับทั้งมวลในโลกานี้ ได้
หลบซ่อนอยู่หลังประตูอันมืดทะมึนบานนี้
“ จะเข้าไปดีหรือไม่? ”
สำหรับ อู่ อวี้ นี่เป็นการตัดสินใจค่อนข้างสำคัญ
” หากไม่เข้าไปก็นับว่าเสียดายโอกาสแย่ อีกทั้ง
ตอนนี้ข้าก็กำลังกำลังมองหาที่หลบซ่อนตัวเหมาะ
ๆ อยู่ ยังไม่ต้องกล่าวถึงความปลอดภัยของเจดีย์
หากข้าจากที่นี่ไป ภายหลังย่อมมีคนพบมันในเร็วๆ
นี้แน่นอน ”
” แต่หากข้าเข้าไป ย่อมมีโอกาสพบเจออะไรบ้าง ก็
นับว่าเป็นการเดิมพันที่ไม่เลวไม่ใช่หรือ? ”
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ อู่ อวี้ ก็ยิ้มออกมา
หากอยากรู้ว่าเจดีย์ที่อยู่เบื้องหน้าคือสิ่งใด เขาก็ทำ
ได้เพียงเข้าไปด้านในเท่านั้น
เพียงแค่ก่อนเข้าไปต้องสำรวจแลศึกษา เจดีย์ทมิฬ
ให้แน่ใจแล้วจะได้ตระเตรียมการบางอย่าง เพื่อ
เผื่อทางหนีทีไล่เอาไว้บ้าง
เจดีย์ทมิฬ นี้อยู่ภายใต้มวลเมฆเมฆา ซึ่ง อู่ อวี้ ก็
เห็นกับตาแล้วว่าไม่มีอันใดเลย ส่วนยอดเจดีย์แทง
ทะลุหมวดหมู่เมฆขึ้นไป มิได้แหลมคมดั่งเช่นแบบ
ฉบับดั้งเดิม ทว่ากลับแบนราบ มีพื้นยกระดับ
ขนาดเล็กตั้งอยู่ บนพื้นยกระดับมี นาฬิกาศิลาสุริย
วิถี ตั้งอยู่
หากกล่าวถึงนาฬิกาสุริยวิถีนี้ แน่นอน อู่ อวี้
คุ้นเคยเป็นอย่างมาก นี่คือเครื่องมือจับเวลาของ
มนุษย์ ส่วนประกอบนาฬิกาสุริยวิถีนี้จะมีแท่นศิลา
เป็นฐานแล้วมีแท่งทองแดงเป็นตัวชี้นำ ซึ่งเรียกว่า
เข็มนาฬิกาสุริยวิถี ตั้งตรงขึ้นมาจากใจกลางของ
หน้าปัดแผ่ศิลา ซึ่งแผ่นศิลานี้ถูกเรียกว่า ‘หน้าปัด
นาฬิกาสุริยวิถี’ ถูกวางไว้บนแท่นศิลา
บนหน้าปัดนาฬิกาสุริยวิถีมีมาตราวัดเวลา โดย
แบ่งเป็น ยามจื่อ , ยามโฉ่ว, ยามอิ๋น , ยามเหม่า ,
ยามเฉิน , ยามซื่อ , ยามซื่อ , ยามอู่ , ยามเว่ย ,
ยามเซิน , ยามโหย่ว , ยามซวี , ยามห้าย รวมเป็น
12 ชั่วยาม โดยแต่ละช่วงเวลาแบ่งออกเป็น ‘เวลา
เริ่มต้น’ และ ‘เวลาปัจจุบัน’
มนุษย์เรียนรู้ช่วงเวลาแต่ละวันผ่าน นาฬิกาสุริยวิถี
นี้
หมิงซวงกล่าวว่าการเคลื่อนตัวของก้อนเมฆา
เหล่านี้ น่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงของเวลา แล้ว
การที่บนยอด เจดีย์ทมิฬ มีนาฬิกาสุริยวิถีตั้งอยู่
เช่นนี้ ทำให้ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเจดีย์นี้ต้อง
เกี่ยวข้องกับเวลาอย่างแน่นอน!
” เจ้าลองสังเกตุเงาที่สะท้อนจากเข็มนาฬิกาสุริยดู
สิ มันแปลกหรือไม่? ”
มนุษย์สังเกตการเปลี่ยนแปลงของเงา ที่แสงแดด
ส่องผ่าน เพื่อทำการบันทึกเวลา
อู่ อวี้ ใช้เนตรเพลิงเพ่งมอง มันทำให้เขาเห็นได้
อย่างชัดเจนว่าเงานี้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้ง
มาก
พอหมิงซวงบอก เขาก็สังเกตมันอย่างละเอียดถี่
ถ้วน
” เจ้าจะบอกว่าเงานี้ มันไม่ได้เกี่ยวกับแสงตะวัน
บนฟากฟั้าอย่างงั้นหรือ?”
ณ เวลานี้ตำแหน่งของดวงตะวันบนท้องนภาไม่ได้
เกิดการเปลี่ยนแปลงแต่ประการใด ซึ่งอยู่ตำแหน่ง
กลางท้องนภา แต่บนนาฬิกาสุริยวิถี กลับมีเงายาว
พาดผ่านอยู่แสดงให้เห็นว่าเงานี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ
แสงตะวันบนท้องนภา
“อีกที”
อู่ อวี้ ได้ทำการมองซ้ำอีกครา แต่ก็ยังคงสับสน
แล้ว หมิงซวง กล่าวขึ้นอย่างภาคภูมิใจ ” เจ้านี่มัน
ช่างโง่เขลาเสียจริง ๆ เวลาตอนนี้มันเป็น 2 เท่า
ของเวลาปกติ”
อู่ อวี้ ตกใจมากเมื่อได้ยินนางกล่าวเช่นนี้ เขา
สังเกตเห็นแค่เงานี้มีการเปลี่ยนแปลงที่ลึกซึ้งยิ่ง
แต่ไม่คิดว่ามันจะเร็วกว่าปกติถึง 2 เท่า!
ในความเป็นจริงเงาขยับเคลื่อนตัวได้ช้ามาก แต่ อู่
อวี้ ก็ สามารถมองเห็นการเปลี่ยนแปลงของมันได้
อย่างลึกซึ้ง
“แล้วหมายความว่าอย่างไร?” อู่ อวี้ ซักถาม
หมิงซวงบอกตามองบนแล้วพูดว่า “ผู้ใดจะไป
ล่วงรู้กันเล่า แล้วไยเจ้าถึงไม่ลองเข้าดูข้างในเอง ”
อู่ อวี้ ไม่กล้าที่จะมองดูนาฬิกาวิถีสุริยันนานเกินไป
คาดว่าผู้คนน่าจะติดตามมาในไม่ช้า ด้วยเพราะคน
ของ อาณาจักรโบราณเหยยีนหวง กำลังติดตามไล่
ล่าเขาอยู่ เนื่องจากสมบัติวิเศษอย่างศิลามณีอยู่
กับเขา นั่นคือเหตุผลที่ทุกผู้คนต่างก่นด่าสาปแช่ง
เขาด้วยความเกลียดชัง
ฉะนั้นเขาต้องเตรียมพร้อม ต้องมีวิธีบางอย่างที่จะ
ทำให้เขาสามารถปกปั้องตัวเองได้
บางทีอาจจะแค่อยู่ใน เจดีย์ทมิฬ นี้เท่านั้น
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ อู่ อวี้ ก็บีบยันต์เซียนบรรพกาล
แน่น จากนั้นเขาก็ไปยังประตูเจดีย์ทมิฬ โดยไม่ได้
เลื่อนเอ่ยวาจาใด ๆ ออกมา เขากัดฟันแน่นฝืนใจ
ก้าวเข้าไปในประตูเจดีย์ทมิฬ
ชั่วขณะที่เท้าก้าวเข้าสู่ประตูเจดีย์ทมิฬ จากโลกที่
เคยมืดมิดฉับพลันก็ถูกเปิดออก
เจดีย์ทมิฬ และ ประตูเข้าของมันมิได้ใหญ่โตมาก
นัก แต่สิ่งที่น่าแปลกใจก็คือ หลังจากที่ผ่านประตู
เข้ามาแล้ว เขาพบว่าภายในนั้นมีขนาดกว้างใหญ่
เป็นอย่างยิ่ง
เบื้องหน้าของเขาคือพื้นดินเป็นรูปทรงกลม ซึ่งมี
เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณร้อยลี้ ถึงแม้เขาจะ
สามารถเห็นขอบเขตสิ้นสุดของมันก็ตาม แต่
นอกเหนือจากนั้นเขาก็ยังเป็นกำแพงที่โอบ
ล้อมรอบตัวเขา บนพื้นที่ขนาดใหญ่เช่นนี้เหมาะ
สำหรับให้หลายคนเอาไว้ต่อสู้ ซึ่งสามารถ
เพลิดเพลินสำเริญสำราญไปกับมัน
อันที่จริงหากวัดเส้นผ่าศูนย์กลางของขนาดเจดีย์
เบื้องนอก จะมีขนาดกว้างไม่ถึงครึ่งลี้ ซึ่งไม่ได้ดู
ใหญ่โตเช่นดั่งด้านใน
” ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเวลาหรือเปล่า ทำให้ขนาด
พื้นที่มีการเปลี่ยนแปลงไปเช่นนี้ ถ้าให้ประเมิน…
รูปแบบของมันน่าจะเหมือนกับอักขระแผนภูมิเวท
ของถุงจักรวาล ”
หลังจาก อู่ อวี้ เข้ามาด้านในเขาก็รีบกวาดตามอง
สำรวจรายละเอียดรอบ ๆ อย่างรวดเร็ว
พื้นดินราบเรียบมืดสนิท ทั้งยังมีลวดลายเส้นสลัก
แปลก ๆ เอาไว้ บัดนี้ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง
เคลื่อนไหวใด ๆ ซึ่งเขาเองก็ไม่ทราบว่าลายสลักที่
เห็นอยู่บนพื้นนี้คือคือค่ายกลหรือไม่
เฉกเช่นเดียวกับผนังที่โอบล้อมอยู่โดยรอบ มี
เส้นลายสีดำเสมือนดั่งระลอกคลื่นอยู่เป็นจำนวน
มาก หลังจากนั้นก็มีคลื่นอีกโลกหนึ่ง ฉับพลันแสงก็
เกิดสลัวขึ้นอยู่พักหนึ่งในระดับของ อู่ อวี้ ซึ่งเขา
ยังไม่แน่ใจว่าลวดลายสลักที่อยู่บนพื้นนี้คือวงเวท
ค่ายกลหรือไม่
อีกทั้งตรงส่วนปลายด้านบน ยังดูแปลกประหลาด
อย่างยิ่ง เนื่องจากว่าเขาสามารถมองเห็นท้องนภา
สีฟั้าคราม เห็นเมฆเมฆาสีขาว เห็นดวงตะวันที่
กำลังลุกไหม้อยู่เหนือศีรษะ
ดูราวกับว่าส่วนบนของเจดีย์ไม่มีอยู่จริง
รัศมีของแสงแดดแผดเผาลงบนร่างกาย เมื่อต้อง
สัมผัสทำให้เข้ารู้สึกแสบร้อนไปทั่วทั้งสรรพางค์ร่าง
ราวกับว่าดวงตะวันนี้ไม่ได้อยู่ด้านนอก
” ไม่มีอันใดอยู่ด้านในเลยจริง ๆ เช่นนั้นหรือ? ”
อู่ อวี้ แค่อยากอยู่ที่นี่ ทันใดนั้นเองเบื้องหลังของ
เขาก็มีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้น ประตู
ทางเข้าที่เคยผ่านเข้ามาได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย
เขาถูกขังอยู่ในที่แห่งนี้
แม้ว่าเหนือศีรษะของเขาจะเป็นท้องนภาสีฟั้า
ครามอันกว้างใหญ่เลยสิ้นสุด แต่เขาก็ไม่รู้ด้วยซ้ำ
ว่าจะออกไปจากดินแดนแห่งนี้ได้อย่างไร
นอกจากนี้ท้องนภาที่เขากำลังแลเห็นอยู่ บางทีมัน
อาจเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของค่ายกลวงเวท
ก็ได้
เขากำ ยันต์เซียนบรรพกาล ไว้แน่น พร้อมกับ
กวาดสายตามองไปรอบ ๆ อย่างระมัดระวัง
แน่นอนว่าหอคอยทมิฬ ก็มิได้ปล่อยให้เขารอนาน
จนเกินไป
หลังจากประตูทางเข้าเบื้องหลังของเขาหายไป
ภาพแกะสลักบนผนังกำแพงฝังตรงข้ามก็เริ่ม
บังเกิดการเปลี่ยนแปลง ในท้ายสุดมันก็หลอมรวม
กลายเป็นใบหน้าของคนผู้หนึ่งซึ่งดูค่อนข้าง
คลุมเครือ ใบหน้าแสนเย็นชา กล่าวขึ้นด้วย
น้ำเสียงราวกับเครื่องจักรกลว่า ” ‘เจดีย์แห่ง
กาลเวลา’ หมายเลข 93 เปลี่ยนแปลงเวลาเป็น
สองเท่า เงื่อนไข : เอาชนะผู้พิทักษ์ ถึงสามารถอยู่
ที่นี้ได้เป็นเวลา 10 วัน หลังจากผ่านไป 10 วัน
หากมีผู้ท้าทาย แล้วเป็นฝั่ายชนะมาได้ สามารถอยู่
ต่อได้อีก 10 วัน หากพ่ายแพ้จะถูกแทนที่ ถ้าไม่มีผู้
ท้าทาย จะต้องต่อสู้กับผู้พิทักษ์อีกครั้ง ”
เห็นได้ชัดว่าใบหน้ากับน้ำเสียงนี้ ได้ถูกจัดตั้งไว้
นานแล้ว น้ำเสียงของมันดูเก่าแก่โบราณ และไร้ซึ่ง
ชีวิตชีวาเป็นอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตามข้อมูลที่ได้รับถือเป็นสิ่งสำคัญกับ อู่
อวี้ อย่างยิ่งยวด!
” เจดีย์แห่งกาลเวลาหมายเลข 93 งั้นหรือ? แล้ว
ไอ้เพิ่มเวลาขึ้นเป็น 2 เท่านี้มันหมายความว่าไง?
เงื่อนไขคืออะไรกันแน่? ”
เห็นได้ชัดว่าสถานที่แห่งนี้ถูกเรียกว่า เจดีย์แห่ง
กาลเวลา
ใครเป็นคนตั้งชื่อหรือเป็นผู้สร้างที่นี่ขึ้น เขาไม่
ทราบอะไรเลย
แต่ด้วยประสบการณ์ของ อู่ อวี้ รวมถึงการ
เปลี่ยนแปลงของ นาฬิกาสุริยวิถี เขาเดาว่าการ
ไหลของเวลาที่นี่ควรจะสูงเป็น 2 เท่าจากเบื้อง
นอก! หรือจะกล่าวอีกอย่างหนึ่งก็คือเวลาของด้าน
นอกเท่ากับ 10 วัน แต่ภายในนี้เท่ากับ 20 วัน
แต่เขายังไม่ค่อยแน่ใจในคำกล่าวของใบหน้านี้
ที่ว่าสามารถอยู่ได้ 10 วัน ว่าแท้จริงแล้วมัน
หมายถึงอยู่ข้างนอกได้ 10 วันหรืออยู่ข้างในที่ 10
วันกันแน่
” เงื่อนไขคือเอาชนะผู้พิทักษ์? แล้วผู้พิทักษ์อยู่
ไหน? ” หมิงซวง สอดส่องสายตามองไปรอบ ๆ
ด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่มี
ผู้พิทักษ์อยู่เลย
อู่ อวี้ กำลังไตร่ตรองสิ่งที่ใบหน้าได้กล่าวมา ซึ่งใน
เวลานี้ใบหน้าที่ว่านั้นได้ลบเลือนหายไปแล้ว
“ มันเหมือนกับสถานที่ถูกทิ้งร้างมานาน แต่วงเวท
ค่ายกลก็ยังคงทำงานอยู่ แล้ว เจดีย์แห่งกาลเวลา
ก็เปิดใช้งานอยู่เช่นกันในฐานะคนแรกที่เข้ามา
หากข้าสามารถเอาชนะผู้พิทักษ์ภายใน เจดีย์แห่ง
กาลเวลา ข้าก็จะอยู่ที่นี่ได้ 10 วัน ”
” หมายความว่าหลังจากผ่านไปสิบวัน ประตูที่ถูก
ปิดก็จะเปิดออกอีกครั้ง หากมีผู้ใดเข้ามาต่อสู้แล้ว
ชนะ ก็จะสามารถอยู่ได้อีก 10 วัน ถ้าแพ้ก็จะ
ออกไปแล้วเปลี่ยนคนใหม่เข้ามาแทน ซึ่งถ้าหากไม่
มีผู้ใดเข้ามาต่อสู้ ข้าก็จะสามารถต่อสู้กับผู้พิทักษ์
ได้ทุก ๆ สิบวัน! ”
เงื่อนไขที่อีกฝั่ายกล่าวมาค่อนข้างตรงไปตรงมา
และง่ายดาย แน่นอนว่า อู่ อวี้ ต้องเข้าใจมัน
” หากเจ้าสามารถพักอยู่ในหอคอยนี้ได้ คงเป็น
เรื่องน่ายินดีอย่างยิ่ง เพราะอย่างน้อย ๆ อายุขัย
ของเจ้าก็จะไม่เพิ่มขึ้น แต่ในเวลาเดียวกัน เจ้ามี
ความได้เปรียบในด้านเวลาเหนือกว่าผู้อื่นถึง 2
เท่า เช่นเจ้าฝึกฝนบำเพ็ญตน 10 ปี แต่สามารถ
แซงหน้าผู้ฝึกตนคนอื่นๆได้เป็น 2 เท่า! ”
ช่างน่าเสียดาย ด้วยเพราะมันไม่ง่ายเลยที่จะอยู่ใน
เจดีย์แห่งกาลเวลานี้ นอกเสียจากไม่มีผู้อื่นเข้ามา
ท้าทาย เขาจะสามารถเข้าท้าทายผู้พิทักได้ในทุก
ๆ สิบวัน!
อู่ อวี้ ไม่ทราบว่าผู้พิทักษ์มีพลังฝีมือมากน้อยเช่น
ไร
อย่างไรก็ตามเขาล่วงรู้ดีว่า เขาจะอยู่อย่างผ่อน
คลายเช่นนี้ได้อีกไม่นาน เพราะผู้พิทักษ์จะต้อง
ปรากฏกายขึ้นอย่างแน่นอน
ทันใดนั้นพื้นดินบริเวณส่วนกลางก็ส่องแสงสว่าง
ขึ้น มันคือวงเวทค่ายกลทรงกลม ซึ่งมีขนาด
เส้นผ่าศูนย์กลาง 10 จั้ง วงเวทค่ายกลนี้มีความ
สลับซับซ้อนเป็นอย่างมาก ท่ามกลางแสงสว่าง
สาดส่องภายในนั้น ได้ปรากฏร่าง ๆ หนึ่งกำลังค่อย
ๆ โผล่ออกมา หลังจากนั้นวงเวทก็หายไป ร่างที่
ปรากฏอยู่ตรงเบื้องหน้าของ อู่ อวี้ ในยามนี้ มี
ขนาดสูงใหญ่กว่า 1 จั้ง
ที่สำคัญคือมันไม่ใช่มนุษย์แต่มันคือหุ่นโลหะสีเงิน
ทุกส่วนของร่างกายล้วนทำจากโลหะ ไม่ว่าจะเป็น
ส่วนหัว ขา แขน และ มือ ทั้งหมดล้วนทำจาก
โลหะล้ำค่า เห็นได้ชัดว่าวัสดุที่นำมาใช้สร้างนั้นมา
จากสมบัติชั้นเลิศระดับต้น ๆ
เขามองไปยังร่างกายของมันอย่างพินิจพิจารณา ดู
เหมือนว่าไม่มีวงเวทประทับอยู่ อันที่จริงวงเวท
ประทับนั้นล้วนถูกซ่อนเอาไว้ในร่างกายของมัน
บนร่างกายของมันมีวงแหวนประทับอยู่นับหมื่น
ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันคือสิ่งที่ อู่ อวี้ เคยพบเห็นมา
ก่อน นั่นก็คือหุ่นเชิดอันแสนทรงพลังนั่นเองง
แต่โครงสร้างวงเวทนั่นคือสิ่งที่ อู่ อวี้ ไม่เคยพบ
เห็นมาก่อน
โครงสร้างวงเวทแข็งแกร่งมากที่สุดที่เขาเคยพบ
เห็นมานั้นเป็นของจอมกระบี่ซวนจี แต่จอมกระบี่
ซวนจีไม่มีทางสร้างบัญญัติเวทลึกลับเก่าแก่
โบราณได้ถึงเพียงนี้
ในเวลานี้ หุ่นเชิดโลหะก็ลืมตาขึ้น แล้วทันใดนั้นวง
เวทนับหมื่นวงก็เริ่มเกิดปฏิกิริยาทำงานขึ้นอย่าง
พร้อมเพรียง ส่งผลให้ยามนี้มันดูเสมือนดังสัตว์ร้าย
อันน่าสะพรึงกลัว ที่กำลังจับจ้องมายัง อู่ อวี้
“ แข็งแกร่งมาก! ”
อู่ อวี้ ตระหนักได้อย่างชัดเจนว่า นี่เป็นการท้าทาย
ที่ยากลำบากเสียแล้ว…
อย่างไรก็ตามในเมื่อเข้ามาแล้ว เขาก็ไม่คิดจะ
ออกไปด้านนอกทั้ง ๆ แบบนี้ อย่างน้อย ๆ ภายใน
ช่วงเวลา 10 วันนี้ ซึ่งอาจเทียบเท่าได้กับ 20 วัน
เขาก็สามารถใช้มันฝึกฝนบ่มเพาะ ‘กายาเจ้ามังกร
สักการะราชันอรหันต์ไม่ดับสูญ’ ได้อย่างปลอดภัย
…………….
เชิงอรรถ
? ชั่วยาม (??:sh?ch?n)
1 ชั่วยาม เทียบเท่ากับ 2 ชั่วโมงตามเวลาสากล
ในหนึ่งวันมีทั้งหมด 12 ชั่วยาม โดยเรียกแต่ละชั่ว
ยามตามชื่อปีนักษัตรดังนี้
ยามจื่อ (?:z?) คือ 23.00 – 24.59 น.
ยามโฉ่ว (?:ch?u) คือ 01.00 – 02.59 น.
ยามอิ๋น (?:y?n) คือ 03.00 – 04.59 น.
ยามเหม่า (?:m?o) คือ 05.00 – 06.59 น.
ยามเฉิน (?:ch?n) คือ 07.00 – 08.59 น.
ยามซื่อ (?:s?) คือ 09.00 – 10.59 น.
ยามอู่ (?:w?) คือ 11.00 – 12.59 น.
ยามเว่ย (?:w?i) คือ 13.00 – 14.59 น.
ยามเซิน (?:sh?n) คือ 15.00 – 16.59 น.
ยามโหย่ว (?:y?u) คือ 17.00 – 18.59 น.
ยามซวี (?:x?) คือ 19.00 – 20.59 น.
ยามห้าย (?:h?i) คือ 21.00 – 22.59 น.
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ