กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 580 : โอรสเลอ
ดวงตะวันบนท้องนภาสาดแสงสว่างเจิดจ้า ยาม
เมื่อต้องกระทบลงบนมวลหมู่เมฆา ทำให้มวลเมฆา
ขาวส่องแสงประกายระยิบระยับ
ท่ามกลางมหาสมุทรเมฆานั้น บ้างก็เป็นกลุ่มก้อน
หนาแน่น บ้างก็กระจัดกระจาย อีกทั้งยัง
เปลี่ยนแปลงอย่างไร้สิ้นสุด
ยามเมื่อยืนอยู่ใต้แสงตะวันอันแผดจ้านี้ เหนือ
ศีรษะคือมวลเมฆา ทำให้เขารู้สึกว่าท้องนภาสี
คราม และ เมฆาสีขาวนวลช่างสว่างไสวเจิดจ้าไร้
สิ้นสุด
ท่ามกลางมหาสมุทรเมฆาสีขาวหนาแน่น ไม่ว่าจะ
ขึ้นหรือลงสุดท้ายแล้วจะไปบรรจบอยู่ที่เดียวกัน
เสมอ นั่นคือเหนือเมฆาสีขาว ภายใต้ดวงตะวันอัน
แผดเผา
อัจฉริยะรุ่นเยาว์จากชมพูทวีปโลกธาตุ ต่างกระจัด
กระจายตัวอยู่รอบ ๆ เมฆาเหล่านี้
ทว่าท่ามกลางมวลเมฆาบางแห่ง มีผู้คนรวมตัวกัน
อยู่มากกว่า 30 คน พวกเขาทั้งหมดล้วนมารวมตัว
กันอยู่เบื้องหน้า เจดีย์สีขาวบริสุทธิ์ประดุจปุยเมฆ
เจดีย์แห่งนี้แผ่กลิ่นอายเก่าแก่โบราณ มีระฆังแล
ลวดลายสลักนูนสูงอยู่โดยรอบ จนดูเสมือนราวกับ
ว่ามันหลุดออกมาจากยุคบรรพกาล
คนหนุ่มสาวซึ่งรายล้อมอยู่รอบ ๆ ทั้งหมดอยู่ใน
ท่าทีเคร่งขรึมสงบนิ่ง ขณะจับจ้องมอง เจดีย์ขาว
อย่างไม่ละสายตา ภายในดวงตาของพวกมัน เต็ม
ไปด้วยความฉุนเฉียว หยิ่งทะนง
ยามนี้ผู้ที่อยู่ด้านนอกเจดีย์ ล้วนเป็นสุดยอด
อัจฉริยะอันน่าทึ่ง
” เวลาใกล้เข้ามาแล้ว แม้ว่าเจดีย์สีขาวหลังนี้จะมี
ขนาดเล็ก ดูแตกต่างจาก เจดีย์แห่งกาลเวลา แต่
คาดว่าภายในนั้นไม่น่าจะแตกต่างกันมากนัก บัดนี้
ได้เข้าไปเกือบ 10 วันแล้ว ยังเหลือเวลาอีก 1 ก้าน
ธูป เมื่อครบ 10 วันตามกำหนดมันจะต้องออกมา
” ท่ามกลางอัจฉริยะทั้งหมดมีสตรีอยู่ผู้หนึ่ง นางมี
เส้นผมดำขลับ ดวงตาสีทอง ท่าทางสูงศักดิ์สง่า
งาม ขณะกำลังพูดคุยกันอยู่นั้นสายตาของนางสงบ
นิ่งเย็นเฉียบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกล่าวถึง ‘มัน’
นางก็จะแสดงท่าทีเย่อหยิ่งโอหัง อย่างไม่อาจช่วย
ได้ แล้วนางก็เริ่มเสียงดังขึ้นเรื่อย ๆ
นางนางคือบุตรีของเจ้าแคว้นแห่งหนึ่งใน
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง มีนามว่า เจียง ฉี
จวิน สมญานามคือ : ท่านหญิงหงษ์ทองคำ
คนอื่นพลันพยักหน้าตาม
กล่าวได้ว่าผู้คนของ อาณาจักรโบราณเหยียนหวง
เกือบทั้งหมดมารวมตัวกันอยู่ที่นี่เวลานี้
ท่ามกลางพวกมันนอกจาก เจียง ฉีจวิน แล้วยังมี
ชายหนุ่มรูปงามผู้สูงศักดิ์อยู่ด้วยอีกหนึ่ง มันพยัก
หน้าแล้วกล่าวว่า ” เมื่อครบกำหนดเวลาประตูก็
จะเปิดออก เมื่อถึงตอนนั้น ‘โอรสเล่อ’ จะเป็นผู้ลง
มือด้วยตนเอง ต่อให้ อู่ อวี้ มันจะมี 3 เศียร 6 กร
ก็ไม่มีทางหลบหนีพ้น หากมันคิดจะหลบหนีออก
จาก เส้นทางเซียนบรรพกาล ก็ยิ่งไม่มีทางเป็นไป
ได้! ยิ่งไปกว่านั้นมันได้ทำผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง
นัก ไม่ว่าเรื่องราวของ บรรพชนมารกลืนสวรรค์
จะจริงหรือเท็จ มันจะต้องถูกลงโทษ บุคคลจาก
นครเล็ก ๆ ของทวีปผนึกปีศาจอันแห้งแล้ง
ทุรกันดาร หาญกล้ามาเหิมเกริมคิดเล่นปาหี่กับข้า
ช่างไม่รู้จักฟั้าสูงแผ่นดินต่ำเสียนี่กระไร! ”
” มันไม่ได้ดูตาม้าตาเรือเอาเสียเลย ถึงได้ไม่รู้ถึง
ความห่างชั้นระหว่างมันกับพวกเรา ”
ทุกผู้คนแค่นเสียงอย่างคั่งแค้น ต่อมาชายผู้หนึ่งที่ดู
เหมือนจะแข็งแกร่งสูงศักดิ์กว่า เจียง ฉีจวิน ก็
กล่าวขึ้นว่า ” หุบปากเดี๋ยวนี้! ‘โอรสเล่อ’ ‘โอรส
องค์ที่เจ็ดสิบสอง’ ของจักรพรรดิโบราณ การที่เขา
จะจัดการกับ อู่ อวี้ อย่างไรนั้น ไม่ใช่สิ่งที่พวกเจ้า
จะมาออกความเห็นได้ ”
ทุกคนต่างหุบปากเงียบ ด้วยเพราะคิดว่าหาก
พลั้งเผลอพูดผิดพลาดไปสักเล็กน้อย อาจจะทำให้
‘โอรสเล่อ’ ฉุนเฉียวโกรธเคืองได้ ซึ่งคงไม่ใช่เรื่องดี
สำหรับพวกมัน
ในเวลานี้ผู้คนต่างโค้งคารวะเล็กน้อย ทว่าสายตา
ของพวกมันต่างจับจ้องไปที่คน ๆ เดียวกัน ภายใน
แววตาไว้ด้วยความเกรงขามอย่างล้ำลึก
“ กะอีแค่ศิลามณี ยังถูกชายผู้มาจากดินแดนเล็ก
ๆ ฉกชิงเอาไปได้ง่าย ๆ สงสัยข้าคงต้องเป็นผู้ลง
มือจัดการเรื่องยุ่ง ๆ น่าอัปยศนี้เสียแล้ว ”
ในเวลานี้เด็กหนุ่มผู้หนึ่งกำลังดูถูก เหล่าอัจฉริยะ
ทุกผู้คนที่นี่
ฟังจากที่มันกล่าว ดูเหมือนมันจะไม่ได้อยู่ใน
ช่วงเวลาที่เหล่าอัจฉริยะกำลังปิดล้อม เจ้าอสูรมณี
กำเนิดอัคคี
ระหว่างที่มันกำลังกล่าวถึงความอัปยศ ก็ไม่มี
อัจฉริยะคนใดกล่าวโต้แย้งแม้แต่น้อย
” ศิลามณี หาได้มีประโยชน์สำหรับข้า แต่สำหรับ
เจ้าคนมีนามว่า อู่ อวี้ ข้าอยากจะเห็นหน้าค่าตา
มันเสียหน่อย แน่นอนว่าข้าจะเอาศิลามณี กลับคืน
มาให้พวกเจ้าด้วย ”
แม้คนผู้นี้กำลังถูกรายล้อม จากเหล่าอัจฉริยะชั้น
แนวหน้าของ อาณาจักรโบราณเหยียนหวง ก็ยัง
โดดเด่นเจิดจรัสประดุจดังเพชรอัญมณีกำลังถูกรุม
ล้อมด้วยทองคำก็ไม่ปาน ไม่ว่าจะเป็น อุปนิสัย
พื้นฐานฝึกตน เกียรติยศศักดิ์ศรี ในแง่มุมใด ล้วนมี
อำนาจมาแต่กำเนิด โดยเฉพาะเชื้อสายโลหิตอัน
สูงส่ง สิ่งเหล่านี้สามารถสะกดข่มทุกผู้คน
ชายหนุ่มผู้นี้สวมใส่ชุดคลุมสีทองอ่อน บนชุดคลุม
มีวงเวทประทับอยู่หลายแห่ง ซึ่งกำลังส่องประกาย
แสงสีทองเจิดจ้า ราวกับว่ามีมังกรทองจำนวนมาก
กำลังเคลื่อนไหวอยู่บนชุดคลุมนี้
เส้นผมสีดำขลับยาวสยายถึงบั้นเอว พัดพริ้วปลิว
ไสวอยู่ท่ามกลางมวลเมฆา ทั้งยังได้ยินเสียงหวีด
หวิวของสายลมดังโชยอ่อนคลุมเครือ
ภายในดวงตาของมัน เป็นทองคำบริสุทธิ์ จะได้
เห็นทองคำนั้นบริสุทธิ์เสียยิ่งกว่า เจียง ฉีจวิน
สิ่งที่โดดเด่นชัดเจนที่สุดก็คือ สัญลักษณ์สีทอง
ขนาดหนึ่งชุ่นอยู่ตรงบริเวณหน้าผากกลางระหว่าง
คิ้ว สัญลักษณ์นี้ดูเก่าแก่โบราณเป็นอย่างยิ่ง หาก
เพ่งมองดูอย่างละเอียดจะเห็นว่ามันคืออักษรสีทอง
เขียนด้วยภาษาโบราณว่า ‘เล่อ’
ตราบอดีตจนปัจจุบันผู้ที่ใช้คำนี้มีน้อยมาก
อีกทั้งชายหนุ่มผู้นี้ยังมีนามว่า ‘โอรสเล่อ’ แสดงว่า
ต้องเกี่ยวข้องกับสัญลักษณ์นี้อย่างชัดเจน
อันที่จริงนี่คือสัญลักษณ์ของ สายโลหิตแท้โบราณ
เมื่อเวลาค่อย ๆ ผ่านไปแล้ว ‘โอรสเล่อ’ ก็มายืนอยู่
เบื้องหน้า เจดีย์ขาว ซึ่งมันตัดสินใจที่จะเข้าไปด้วย
ตัวเอง
เมื่อ เจียง ฉีจวิน เห็นว่าเขาเดินเข้ามา นางก็กล่าว
ถามขึ้นด้วยเสียงซึ่งเปียมล้นไปด้วยความนับถือว่า
” โอรสเล่อ ข้ากับ อู่ อวี้ มีความแค้นบาดหมางต่อ
กัน ข้าเคยถูกมันยั่วยุหยามหมิ่นศักดิ์ศรี จนยากที่
จะอดกลั้นลงได้ ข้าอยากทราบว่า โอรสเล่อ จะ
มอบโอกาสนี้ให้แก่ข้าได้หรือไม่ ข้าสัญญาว่าจะไม่
มีทางปล่อยให้มันออกจาก เส้นทางเซียนบรรพ
กาล เด็ดขาด และจักต้องทวงศิลามณีกลับคืนมา
ให้จงได้ ”
การที่นางพรั่งพรูถ้อยวาจาออกมามากมายเช่นนี้
เพราะนางมีความปรารถนาอย่างแรงกล้า หากให้
กล่าวทุกคราที่นางคิดถึง อู่ อวี้ จิตใจของนางก็
ร้อนรุ่มประดุจถูกเพลิงเผาผลาญอย่างยากจะระงับ
ได้ ด้วยเพราะพวกมันต้องใช้ ยันต์กระบี่จักรพรรดิ
โบราณปราบปีศาจ เสียไปอย่างไร้ประโยชน์อีก
ด้วย!
” มิควร ท่านหญิงหงษ์ทองคำ ” โอรสเล่อ เอียง
ศีรษะมองมาที่นางพร้อมกับยิ้มเล็กน้อย
อย่างไรก็ตามรอยยิ้มนี้ เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้คนรู้สึก
หวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง ส่งผลให้ เจียง ฉีจวิน พยัก
หน้า แล้วหุบปากของตัวเองอย่างรวดเร็ว โดยไม่
คิดจะเอื้อนเอ่ยวาจาใด ๆ ออกมาอีก
นางรับรู้ได้จากการตอบสนองของโอรสเล่อ ว่าไม่มี
ช่องว่างสำหรับการเจรจาต่อรองใด ๆ
” บรรพชนมารกลืนสวรรค์ หาใช้แค่เรื่องเล็กน้อย
ไม่ ข้าจำเป็นต้องใช้บัญญัติเวทลับ ควานหาเข้าไป
ในความทรงจำของมัน เพื่อตรวจสอบดู
ประสบการณ์ตลอดชีวิตที่ผ่านมาของมัน เมื่อเห็น
สิ่งที่เกิดขึ้น จะรู้ได้ทันทีว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือเท็จ
” โอรสเล่อกล่าวเบา ๆ
” โอรสเล่อช่างฉลาดหลักแหลมยิ่งนัก! ”
ทุกผู้คนอดรู้สึกชื่นชมอย่างช่วยไม่ได้ พวกมันเคย
ได้ยินเรื่องการควานหาความทรงจำ เพื่อ
ตรวจสอบดูเรื่องราวที่ผ่านมาคนผู้นั้น แต่ไม่
คาดคิดว่าโอรสเล่อผู้ซึ่งยังเยาว์วัย ผู้เป็นหนึ่งใน
‘พระโอรส’ ที่มีอายุน้อยมากที่สุด แท้จริงแล้วจะ
สามารถใช้วิชาเช่นนี้ได้ด้วย
ในเวลานี้ พวกมันเหลือเพียงแค่รอเวลาเท่านั้น
“ อู่ อวี้ โชคดีที่เจ้าซ่อนตัวอยู่ภายในเจดีย์บรรพ
กาล เพื่อซื้อเวลาปลอดภัยอยู่ภายในนั้นเพียงแค่
ไม่กี่สิบวัน ทว่ายามนี้ เจ้าได้ขุดหลุมฝังตนเอง
แล้ว!” เจียง ฉีจวิน อดหัวเราะเยาะเหยียดหยาม
อย่างช่วยไม่ได้
ในช่วงเวลานี้ทุกคนกำลังรอคอย อู่ อวี้ ที่อยู่
ภายใน ชั่วพริบตานั้นเองบนเจดีย์ควบคุมกาลเวลา
ก็บังเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในช่วง
เวลาหนึ่งเหนือ เจดีย์ ควบคุมกาลเวลา เปลี่ยนไป
เรื่อย ๆ เสมือนดั่งเครื่องจักรกลที่ปรับเปลี่ยน
โครงสร้างใหม่ แล้วในที่สุดการเปลี่ยนแปลงก็ลง
มาถึงประตูทางเข้า
ทันใดนั้นโอรสเล่อ ก็พุ่งทะยานหายเข้าไปด้าน
ในทันที!
ซึ่งพวกมันก็อดยิ้มขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เนื่องด้วยรู้
ว่า เมื่อใดที่โอรสเล่อต้องการตรวจสอบความจริง
เรื่อง บรรพชนมารกลืนสวรรค์ อู่ อวี้ ก็จะหมด
ประโยชน์ หลังจากนั้นโอรสเล่อจะต้องมอบ อู่ อวี้
ให้พวกมันอย่างแน่นอน
………………………………
เวลาได้ผันผ่านไปครึ่งปีแล้ว
หากใคร่ครวญอย่างพินิจแล้ว ตลอดช่วง 500
วันที่ผ่านมา ซึ่งดูเหมือนจะไม่ค่อยนานเท่าใดนัก
แต่การเก็บเกี่ยวที่ อู่ อวี้ ได้รับนั้น ใหญ่หลวงอย่าง
ที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
มันมากมายถึงขนาดที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน
ไม่เพียงแต่ กายาเจ้ามังกรสักการะราชันอรหันต์ไม่
ดับสูญ หรือ ขอบเขตการฝึกตน หลังจากช่วงเวลา
แห่งการขัดเกลาไตร่ตรอง ในที่สุดเนตรเพลิงของ
เขา ก็ยกระดับขึ้นไปอีกขั้น!
จากการกลั่นวิญญาณขั้นที่ 2 สู่ระดับกักตะวันขั้น
ที่ 3
อันที่จริงแล้ว อาจเป็นเพราะสภาพแวดล้อมอัน
เป็นเอกลักษณ์ของเจดีย์ควบคุมการเวลา จึงทำให้
อู่ อวี้ มีความคืบหน้าขึ้นเช่นนี้ หากไม่มีดวงตะวัน
บนท้องนภา อู่ อวี้ คงไม่สามารถฝึกฝนบ่มเพาะ
‘กักตะวัน’ ได้
ขั้นที่ 3 กักตะวัน ช่วยให้เนตรเพลิงของเขา ระเบิด
พลังอำนาจทำลายล้างได้อย่างแท้จริง!
กักตะวันต้องพึ่งพาพลังจากดวงตะวัน ถึงแม้ว่ามัน
จะมีข้อจำกัดมากเช่นเดียวกัน แต่อันที่จริงแล้ว
เมื่อเขามีพลังจากดวงตะวัน พลังอำนาจทำลาย
ล้างของมัน จะทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง!
เมื่อมาถึงจุดนี้ อู่ อวี้ ก็พร้อมแล้ว เขารู้ว่าประตูจะ
เปิดขึ้นในตำแหน่งไหน ซึ่งในเวลานี้ อู่ อวี้ ก็ยืนอยู่
ด้านข้างของตำแหน่งนั้น ไม่ว่าใครก็ตามที่เข้ามา
คนผู้นั้นจะได้รับการต้อนรับจากการโจมตีสังหาร
ในชั่วพริบตาของ อู่ อวี้ !
อู่ อวี้ จดจำมันได้ เนื่องจากว่ามันเป็นตำแหน่งที่
เขาเคยเข้ามาเมื่อ 500 วันก่อน แล้วในช่วงเวลานี้
เมื่อ 500 วันสิ้นสุดลง หลังจากผ่านไปประมาณ 1
ก้านธูป เขาก็มายืนรออยู่ในตำแหน่งนี้
หลังจากผ่านไป 2 ก้านธูป ประตูก็เปิดออก พร้อม
กับมีคนผู้หนึ่งเข้ามา
เปั้าหมายของ อู่ อวี้ คือการโจมตีคนผู้นั้น เพื่อบีบ
บังคับให้มันต้องถอยร่นออกไป จากนั้นก็ใช้
ความเร็วราวกับสายฟั้าฟาด พุ่งทะยานออกจากที่
แห่งนี้ เนื่องจากในท้ายสุดแล้ว เพียงแค่ฝั่ายตรง
ข้ามถอยร่นเปิดทางให้แก่เขา เขาก็สามารถออกไป
ได้อย่างง่ายดาย
เขาได้ทำการศึกษาไตร่ตรองพลัง ‘กักตะวัน’ มา
อย่างยาวนาน ทั้งหมดก็เพื่อช่วงเวลานี้!
เมื่อช่วงเวลาที่รอคอยมาถึง เขาก็เงยหน้าขึ้นทันที
จับจ้องดวงเนตรทั้งสองข้าง ไปยังดวงตะวันอัน
ร้อนแรงบนท้องนภา
เพียงชั่วพริบตา ท่ามกลางดวงเนตรของเขา ก็
ปรากฏอักขระทองคำอันเก่าแก่โบราณซึ่งดูลึกลับ
พิสดารขึ้น ชั่วพริบตานี้ เสมือนราวกับว่าดวง
ตะวันอันร้อนแรงบนท้องนภาได้ถูกดึงดูดเข้ามา
ลำแสงสีทองอร่ามสายหนึ่ง ก็พวยพุ่งลงมาด้วย
ความเร็วอันน่าสะพรึงกลัว ราวกับว่ามันอยู่ใกล้แค่
เอื้อม ลำแสงทะลวงฝั่าลงมาจากด้านบนสุด
หอคอย พุ่งเข้าใส่บนดวงเนตรของ อู่ อวี้ ทันที!
ลำแสงสีทอง พุ่งตรงเข้าไปด้านใน!
ชั่วขณะนั้นเอง ดวงเนตรของ อู่ อวี้ ก็แปรเปลี่ยน
กลายเป็นแหล่งกักเก็บเพลิงจากดวงตะวันอย่าง
แท้จริง ลำแสงจากดวงตะวัน ยังคงพุ่งผ่านลงมา
อย่างต่อเนื่อง หลอมรวมผสานอยู่ภายในดวงเนตร
ของเขาอย่างรุนแรง เมื่อเวลาผันผ่านไป พลัง
อำนาจอันน่าสะพรึงกลัว ก็ทวีเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ !
ช่วงเวลานี้ ดวงเนตรทั้งสองข้างของเขาได้
แปรเปลี่ยนกลายเป็นทองคำอย่างสิ้นเชิง ร้อนระอุ
ดั่งเปลวเพลิงของดวงตะวัน!
บัดนี้ภายในดวงตาของ ไม่ว่าจะเป็นส่วนสีขาว
หรือ นัยน์ตา เส้นเลือดสีแดงรอบดวงตาของเขา
บัดนี้ทุกสรรพสิ่งได้เลือนหายไป มีเพียงแค่เปลว
เพลิงทองคำที่ลุกโหมกระหน่ำอยู่ แลอุณหภูมิ
ความร้อนอันน่าสะพรึงกลัว ที่ระเบิดพวบพุ่ง
ออกมาเท่านั้น!
ตูม ตูม ตูม!
ภายในดวงตาของเขา อัดแน่นไปด้วยพลังมหาศาล
อย่างล้นหลาม ส่งผลให้เสียงระเบิดขึ้นอย่าง
ต่อเนื่อง
ด้วยดวงเนตรคู่นี้ ส่งผลให้ทั่วทั้ง เจดีย์ขาว สว่าง
ไสวเจิดจ้ายิ่งขึ้น!
อย่างไรก็ตามมันยังไม่หยุดเพียงเท่านี้ แสงสีทอง
ส่องประกายเจิดจ้าจนน่าสะพรึงกลัว หลอม
รวมเข้ากับดวงเนตรของเขา!
นี่คือเนตรเพลิงที่มีชื่อว่า กักตะวัน!
ท่ามกลางเสียงร้องคำรามกึกก้อง แสงที่ส่องสว่าง
เจิดจ้านี้ไม่ได้มีเพียงแค่ภายในดวงตาของเขา
เท่านั้น ในเวลานี้แม้แต่ทั้งศีรษะของ อู่ อวี้ ยังปก
คลุมด้วยเปลวเพลิงสีทอง
” พอก่อน อู่ อวี้ เจ้าอย่าได้ดูดซับพลังมากเกินไป
ตั้งแต่ครั้งแรก ” หมิงซวงรีบร้องเตือน
ถึงแม้หมิงซวงจะร้องเตือน แต่ทว่า อู่ อวี้ ก็ยังไม่
หยุดเขายังคงเดินหน้ากักเก็บพลังต่อไป ยิ่งเวลา
ผันผ่านไปนานเท่าใด เปลวเพลิงที่ร้อนแรงจาก
ดวงตะวันก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น แลพลังที่ระเบิด
ออกมาเป็นครั้งสุดท้ายนั้น คือพลังอันน่า
สะพรึงกลัวอย่างถึงที่สุด
เขายืนหยัดต่อไป จนกระทั่งรู้สึกว่าตนเองไม่
สามารถกักเก็บมันไว้ได้อีกแล้ว เขาจึงหยุดมัน
ก่อนที่ดวงเนตรของเขาจะระเบิด
ซึ่งเป็นช่วงเวลากับที่ประตูนั้นเปิดออก
หากคนผู้นั้นเข้ามาช้ากว่านี้ คงไม่ใช่เรื่องดีสำหรับ
อู่ อวี้ แน่
โชคดีที่ประตูนั้นเปิดขึ้น แล้วเงาร่างหนึ่งก็ปรากฏ!
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ