กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 581 : พลังอํานาจแหงกักตะวัน
เมื่อคนผู้นั้นเข้ามาใน เจดีย์ควบคุมกาลเวลา บน
ดวงเนตรของ อู่ อวี้ ก็ได้สะสมพลังอันร้อนแรงเจิด
จ้าของดวงตะวัน เอาไว้อย่างสุดขั้วแล้ว
พลังอิทธิฤทธิ์นี้สามารถปลุกเนตรเพลิงตะวันได้!
เขาไม่อาจรู้ได้ว่ายามนี้เปลวเพลิงลุกโชติช่วงมาก
น้อยเพียงใด ทอัดแน่นอยู่ภายในดวงเนตรทั้งคู่ของ
อู่ อวี้
ถึงแม้ หมิงซวง จะห้ามปรามเขา แต่เขาก็ยังไม่
ยอมหยุด
ในเวลานี้การระเบิดเกิดขึ้นอย่างรุนแรง ส่งผล
กระทบกับร่างกายของเขา ทว่ามันก็เพียงชั่วครู่
เท่านั้น พลังความร้อนแรงของเปลวเพลิงทั้งหมด
ถูกอัดแน่นเข้ามาในดวงตาคู่นี้ หากมันเกิน
ขีดจำกัด ดวงตาของเขาก็อาจจะถูกทำลายได้
โชคดีที่มีคนเข้ามา!
ชั่วพริบตานี้เอง! ร่างที่เพิ่งเข้ามาจึงยังไม่คุ้นชิน
สถานที่ บัดนั้น อู่ อวี้ ได้ยืนอยู่ด้านหลังของคนผู้
นั้นแล้ว!
แน่นอนว่านี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ใช้พลังอิทธิฤทธิ์
เนตรเพลิง ‘กักตะวัน’ ทันใดนั้นเปลวเพลิงภายใน
ดวงตาของเขาระเบิดขึ้น!
พลังอำนาจอันน่าสะพรึงกลัวถึงขีดสุด อัดแน่นอยู่
ภายในดวงตาทั้งสอง ร่างกายสั่นสะท้าน พร้อมทั้ง
เปล่งเสียงคำรามออกมาด้วยความเกรี้ยวกราดบ้า
คลั่ง ภายในดวงตาของเขาราวกับมีดวงตะวันถูก
ถูกบีบอัดแน่นด้วยพลังอันร้อนแรง ทันใดนั้นมันก็
ระเบิดออกมา เวลานี้มันได้ก่อตัวเป็นเสาเพลิง
ทองคำ!
นี่คือความเร็วเทียบเท่ากับแสง แถมยังอยู่ภายใน
รัศมีน้อยกว่า 1 จั้งอีกด้วย!
ช่วงเวลาที่เงาร่างของคนคนหนึ่งเดินเข้ามานั้น อู่
อวี้ ได้เตรียมความพร้อมมาก่อนเนิ่นนานแล้ว
ทันทีที่ชายผู้นี้ปรากฏกายขึ้น ลำแสงเปลวเพลิงสี
ทองก็พุ่งทะยานเข้าไปหาร่างของมัน มันผู้นั้นถูก
เปลวเพลิง ‘กักตะวัน’ ของ อู่ อวี้ กลืนกินหายไป
ในพริบตา!
หมิงซวง กล่าวว่าเหตุผลที่ใช้ชื่อ กักตะวัน ก็
เนื่องจากว่า หลังจากที่เนตรเพลิงดูดซับกลืนกิน
เปลวเพลิงจากดวงตะวันไว้ พร้อมกับถูก
ปลดปล่อยออกไปอีกครั้ง มันก็สามารถพุ่งทะลุ
ทะลวงไปได้ถึงดวงตะวัน
ลำแสงหลากสีสาดส่องพุ่งทะลวงไปถึงดวงตะวัน!
ตูมมมม!
หลังจากพลังโจมตีเข้าใส่ฝั่ายตรงข้ามอย่างจัง อู่
อวี้ ไม่ทราบว่าคนผู้นี้คือใคร หรือสภาพของมัน
ในตอนนี้เป็นเช่นไร
เขาทราบเพียงแค่ว่า เมื่อพลังอำนาจจากกักตะวัน
ถูกปลดปล่อยออกไป ด้วยความเร็วราวอัสนีฟาด
ผ่า ร่างของอีกฝั่ายก็กระเด็นลอยออกไปด้วยความ
ตื่นตระหนกยิ่ง ส่วนเรื่องที่ว่าจะสามารถทำให้คนผู้
นั้นได้รับบาดเจ็บ หรือถูกสังหารจนตกตายไป อู่
อวี้ หาได้ทราบไม่
เมื่อเขาเเหลือบสายตาไปมอง ก็แทบไม่รู้ว่าชายผู้นี้
มีรูปลักษณ์เช่นไร เนื่องจากภาพที่ปรากฏนั้น
ค่อนข้างเลือนราง มีเพียงอักษรตรงบริเวณหว่าง
คิ้วเท่านั้น ที่ดูโดดเด่นแจ่มชัดมากที่สุด
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ไม่ทราบว่าอักษรตัวนั้นเขียน
ว่าเช่นไร ท่ามกลางความคลุมเครือไม่ชัดเจน เขา
รู้สึกได้ว่าบุคคลที่เข้ามานั้น ไม่ธรรมดาอย่าง
แท้จริง! อย่างไรก็ตามหลังจากเวลาได้ถูก
เปลี่ยนแปลงจากเดิมถึงห้าสิบเท่า ซึ่งการที่ชายผู้นี้
เข้ามาในยามนี้นับว่าไม่เหมาะสมยิ่งนัก มันยังคง
ต้องใช้เวลาปรับตัวกับความเร็ว แต่ในช่วงพริบตา
นั้นเอง อู่ อวี้ ก็โจมตีเข้าใส่มันทันที!
“ไป!”
อู่ อวี้ มิได้เอื้อนเอ่ยถ้อยคำใดออกมาแม้แต่น้อย
เมื่อพลังทำลายล้างมหาศาลจากกักตะวันถูก
ปลดปล่อยออกไป หลังจากดวงตาของเขาฟืนฟู
กลับมาอีกครั้ง จากนั้นเขาก็พุ่งทะยานออกไปด้าน
นอกประตูทันที
เขาไม่ทราบว่าในท้ายสุดแล้ว พลังกักตะวันของ
เขาอยู่ในระดับใด
อย่างไรก็ตามชายหนุ่มผู้นี้ ได้ถูกโอบล้อมไปด้วย
เปลวเพลิงอย่างสมบูรณ์ ทั้งยิ่งถูกอัดกระแทกลอย
กระเด็นออกไปกว่าสิบจั้ง กระทั่งยามนี้มันอัด
กระแทกเข้าใส่ผนังของ เจดีย์ควบคุมกาลเวลา อู่
อวี้ สามารถแลเห็นไหล่ของมันได้อย่างเลือนราง
ซึ่งมันได้ถูกเพลิงเผาผลาญจากเนตรเพลิงของ อู่
อวี้ เข้าอย่างจังจนสภาพย่ำแย่!
“ บุคคลผู้นี้น่าจะแข็งแกร่งมาก ดูเหมือนว่าจะไม่
เคยเห็นมันมาก่อนด้วย หากต้องเผชิญหน้ากับผู้มี
ความแข็งแกร่งในระดับนี้ มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
ที่จะใช้กักตะวันโจมตีเข้าใส่มันอีกครั้ง ”
แม้ว่าเขาจะไม่ได้สังหาร หรือ บังคับให้อีกฝั่ายต้อง
ออกจาก เส้นทางเซียนบรรพกาล แต่ทว่าเขาก็
รู้สึกพอใจมากแล้ว
ทันใดนั้น เปลวเพลิงที่ลุกท่วมร่างชายผู้นี้ก็ระเบิด
ออก บุรุษผู้นี้มีพลังฝีมือร้ายกาจยิ่งนัก ก่อนที่ อู่
อวี้ จะได้ออกไป เขาก็สัมผัสได้ถึงความน่า
สะพรึงกลัวของชายผู้นี้ได้อย่างลึกซึ้ง! อู่ อวี้ ก็ไม่
เคยคาดคิดเลยว่าผู้ที่เข้ามา จะมีความแข็งแกร่ง
เหนือล้ำล้ำยิ่งกว่าจินตนาการของเขาถึงเพียงนี้
มันยื่นแขนข้างหนึ่งออกมา ฝั่ามือของมันเสมือนดั่ง
หัตถ์สวรรค์พุ่งเข้าไปหา หมายคว้าจับ อู่ อวี้ ไว้
ระหว่างนั้นดวงตาทั้งคู่ของเขาก็ยังคงนิ่งเย็นเยียบ
เขาไม่ทราบว่าชายผู้นี้เติบโตมาอย่างไร ด้วยวัย
เพียงน้อยนิด แต่กลับยิ่งใหญ่ทรงพลังอำนาจ
ประดุจจอมจักรพรรดิก็มิปาน!
อย่างไรก็ตามมันสายเกินไป
อู่ อวี้ ก้าวนำไปเบื้องหน้าหนึ่งก้าว เนื่องจากอาศัย
กักตะวัน ลอบโจมตีเข้าสายฝั่ายตรงข้ามอย่างไม่
ทันตั้งตัว ผนวกกับกับตำแหน่งที่หยัดยืนคราแรก
ทำให้ระหว่างที่อีกฝั่ายกำลังไล่ติดตามมา อู่ อวี้ ก็
สามารถฝั่าออกจาก เจดีย์ควบคุมกาลเวลา ได้
อย่างสมบูรณ์!
เมื่อ อู่ อวี้ ออกไป ทันใดนั้นประตูก็ปิดลง ราวกับ
ว่ามันไม่เคยมีอยู่มาก่อน
ส่งผลให้โอรสเล่อที่อยู่เบื้องหลัง ต้องนิ่งอึ้งตกตะลึง
อยู่ภายใน เจดีย์ควบคุมกาลเวลา อย่างสิ้นเชิง
” ข้าไม่เคยพบเจอคนประเภทนี้มาก่อน! หึหึ … ”
” แม้แต่ข้ายังหาญกล้าท้าทาย ช่างน่าสนุกไม่น้อย
เลย ”
อู่ อวี้ ไม่รู้ว่า การแสดงออกและท่าทีของมันใน
ยามนี้จะเป็นเช่นไร เนื่องจากในปัจจุบันสิ่งที่เขา
กำลังเผชิญนับเป็นวิกฤตการณ์ใหม่
ปัญหาแลวิกฤตการณ์ที่ อู่ อวี้ ประสบพบเจอใน
ยามนี้เป็นเรื่องที่เขาคาดไม่ถึง
โอรสเล่อไม่ได้คาดหวังว่า อู่ อวี้ จะหลบซ่อนตัวอยู่
ภายในนั้น หลังจากที่มันก้าวเข้ามามันก็ถูกโจมตี
ทันที
คนภายนอกไม่คิดว่า อู่ อวี้ จะใช้วิธีนี้ใช้โอกาส
หลบหนีออกมาด้านนอก
ซึ่งในความเป็นจริงแล้วขณะที่โอรสเล่อย่างก้าว
เข้ามา อู่ อวี้ ได้ใช้เวลาอยู่ภายในเจดีย์นี้นานกว่า
ปกติถึง 50 เท่า ฉะนั้นสำหรับคนที่อยู่ด้านนอก
พวกมันเห็นเพียงโอรสเล่อก้าวเข้าไปภายในเจดีย์
แต่ยังไม่ทันไร อู่ อวี้ พุ่งออกมาแล้วจากไป!
ช่วงเวลานี้ อู่ อวี้ ได้คาดการณ์ไว้อยู่แล้วว่าจะต้อง
มีผู้ใดดักรอเขาอยู่ข้างนอก คนเหล่านี้จะต้อง
เคลื่อนไหวบางอย่าง ฉะนั้นทันทีที่เขาออกมา เขา
ก็ใช้เปลวเพลิงจากกักตะวันห่อหุ้มร่างกายไว้ เพื่อ
บดบังสายตาของทุกคนเอาไว้!
ด้วยวิธีนี้ทำให้ทุกคนเข้าใจผิดว่า อู่ อวี้ คือ โอรส
เล่อที่พึ่งเข้าไปในเจดีย์แล้วออกมา
ซึ่งปกติแล้วอัจฉริยะที่อยู่ด้านนอกย่อมไม่เชื่อว่า
หลังจากโอรสเล่อเข้าไปในเจดีย์แล้ว อู่ อวี้ กลับ
สามารถออกมาจากที่นี่ได้ แม้ว่าในตอนนี้อัจฉริยะ
ที่อยู่ด้านนอกจะเฝั้าจับตาดูเขามากกว่า 30 คน
ทว่ากลับไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าผู้ที่ออกมานี้คือ อู่ อวี้!
“หลีกไปให้พ้น!”
เวลานี้ อู่ อวี้ ก็ปรากฏกายขึ้น!
ผู้ที่อยู่เบื้องหน้าเขาตอนนี้คือ เจียง ฉีจวิน ในตอน
นั้นนางได้ขอโอรสเล่อติดตามเข้าไปด้านในด้วย
ทว่ากับถูกปฏิเสธทำให้นางค่อนข้างรู้สึกหดหู่ใจ
เป็นอย่างยิ่ง อู่ อวี้ รีบพุ่งทะยานออกไปแล้วหยิบ
เสามังกรสมุทรคลั่ง ออกมาฟาดใส่ศีรษะของ เจียง
ฉีจวิน อย่างรุนแรง!
“เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง!”
กายาเจ้ามังกรสักการะราชันอรหันต์ไม่ดับสูญ
ผสานกับเคล็ดระเบิดพลังคลั่ง ส่งผลให้ยามนี้กาย
เนื้อของเขาพุ่งทะยานขึ้นไปถึงระดับที่แม้แต่ใน
ชมพูทวีปโลกธาตุกายยังนับว่าน่าเหลือเชื่อยิ่งนัก!
เสาที่ถูกฟาดลงมานั้นดุดันทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง!
เจียง ฉีจวิน กำลังอยู่ในอาการตกตะลึง จนเสาของ
เขา อู่ อวี้ เกือบจะฟาดเข้าใส่ลงศีรษะของนาง!
ทันทีที่นางรู้ว่าสิ่งที่กำลังฟาดเข้าใส่นางคือ เสา
มังกรสมุทรคลั่ง นางจึงรู้ได้ทันทีว่านี่เป็น อู่ อวี้
สัญชาตญาณการปั้องกันตัวทำให้นางยกแขน
ขึ้นมาสกัดกั้นการโจมตีนี้เอาไว้ และด้วยพลังโจมตี
มหาศาลทำให้แขนของนางหักในทันที!
ในเวลานี้แขนทั้งสองข้างของนาง บิดงอผิดรูปอยู่
ในสภาพไม่น่าดูเป็นอย่างยิ่ง
“อู่ อวี้!” เจียง ฉีจวิน กรีดร้องด้วยโทสะ และ
ความตกใจถึงขีดสุด เสียงกรีงร้องของนาง นำมา
ซึ่งความโกลาหลปันปั่วนอย่างคาดไม่ถึง
อันที่จริงยามนี้ทุกคู่คนต่างตกตะลึง ด้วยเพราะสิ่ง
ที่เกิดขึ้นเกินกว่าที่พวกมันคาดคิด ทำให้พวกมัน
อยู่ในอาการตกตะลึงนิ่งงันไปชั่วขณะ
บางคนถึงกลับคิดว่านี่เป็นแค่เรื่องตลก มันจะเป็น
อู่ อวี้ ไปได้เช่นไร ?
สิ่งที่พวกมันคิดในตอนแรกคือ โอรสเล่อ จากนั้น
พวกมันก็คิดว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับ เจดีย์ควบคุม
กาลเวลา อย่างเช่นหุ่นเชิด
แต่ในช่วงพริบตานี้ ไม่มีทางที่ โอรสเล่อ จะเข้า
โจมตีเข้าใจ เจียง ฉีจวิน เช่นนี้อย่างแน่นอน
หลังจากเปลวเพลิงได้พุ่งผ่านพวกมัน ก็ทำให้พวก
มันเห็นได้ชัดเจนว่านี่คือ อู่ อวี้ ผู้ซึ่งฉก ศิลามณี
กำเนิดอัคคี ของพวกมันไป
สิ่งที่เกิดขึ้น มันเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อโดยสิ้นเชิง
บัดนี้ภายในจิตใจของพวกมันว่างเปล่า ครุ่นคิดว่า
ในท้ายสุดแล้ว อู่ อวี้ หลบหนีไปได้อย่างไร!
ในช่วงเวลาที่ทุกคนยังคงตกตะลึงคิดอะไรไม่ออก
อู่ อวี้ จึงโจมตี เจียง ฉีจวิน แล้วฝั่าวงล้อมออกไป
หลังจากสารตราเต๋าวิถีแท้ถูกนำออกมา ร่าง
อวตารนับไม่ถ้วนก็ระเบิดออกมาอย่างฉับพลัน
ทันใดนั้นร่างอวตารพุ่งกระจายออกไปทั่วทิศทาง
โดยมีร่างต้นซ่อนตัวอยู่ตรงใจกลาง
” ขออภัยที่ทำให้ผิดหวัง ที่เห็นข้าออกมา ข้ามี
บางอย่างจะบอกพวกเจ้าเกี่ยวกับ อสูรมณีกำเนิด
อัคคี ข้าใช้มันไปหมดแล้ว หากไม่เชื่อ ก็ดูจาก
ความรุดหน้าพลังฝีมือของข้าดูก็แล้วกัน จบธุระ
แล้วข้าขออำลา!”
ร่างอวตารทุกตนพูดออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน
แค่ อู่ อวี้ ฟาดเสาเข้าใส่ เจียง ฉีจวิน เพียงครั้ง ก็
สามารถทำให้นางได้รับบาดเจ็บได้ ทั้งยังหลบหนี
ออกไปได้ แค่นี้ก็อธิบายความก้าวหน้าของเขาได้
แล้ว เขาเชื่อว่าหากคนเหล่านี้จิตใจสงบลง แล้วคิด
ไตร่ตรองอย่างรอบคอบ พวกเขาจะต้องเข้าใจใน
ที่สุด
หลังจากกล่าวจบ เขาก็พุ่งออกไปด้วยความเร็ว
เต็มกำลัง เริ่มจากเคล็ดก้าวเทวะ ซึ่งความเร็วนั้น
ต่างจากอดีตเป็นอย่างมาก ด้วยเพราะพลังแก่นแท้
ตำหนักม่วง หรือ กายเนื้อ ถูกยกระดับที่สูงขึ้น
ฉะนั้นเมื่อเขาใช้เคล็ดก้าวเทวะความเร็วจึงอยู่ใน
ระดับน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง อย่างน้อย เจียง
ฉีจวิน ก็ไม่อาจไล่ตาม อู่ อวี้ ได้ทัน
อีกทั้งเขายังใช้ร่างอวตารมากมาย ทำให้ฝั่ายตรง
ข้ามสับสน
แล้วครานี้ อู่ อวี้ ก็พร้อมที่จะแยกย้ายกระจายร่าง
อวตารทั้งหมดเข้าไปในมวลเมฆาอีกครั้ง
ฉะนั้นเหตุการณ์ในเวลานี้เสมือนกับ อู่ อวี้ นับพัน
กำลังวิ่งหนีไปรอบ ๆ
หลังจากขอบเขตการฝึกตนของ อู่ อวี้ ได้ถูก
ยกระดับ ก็ทำให้ร่างอวตารของเขาพัฒนาก้าวหน้า
ขึ้นอย่างรวดเร็ว!
ท่ามกลางสถานการณ์สับสนอลหม่าน หลังจาก
อัจฉริยะของ อาณาจักรโบราณเหยียนหวง
ติดตามไล่ล่าแค่เพียงไม่กี่ก้าวก็ล้มเลิกที่จะเดินหน้า
ต่อไป
ในเวลานี้ร่างอวตารทั้งหมดของ อู่ อวี้ กำลัง
หลบหนี! อย่างไรก็ตามเห็นได้ชัดว่าเขาแข็งแกร่ง
ขึ้น และ เร็วขึ้น ต่อให้เหล่าอัจฉริยะยังพยายาม
ติดตามไล่ล่า แต่ก็ไม่มีทางหาร่างต้นของ อู่ อวี้ พบ
เพราะยังไงแล้วการที่เขาได้หลบลี้หนีหายเข้าไปใน
มหาสมุทรเมฆาไร้สิ้นสุด ถือเป็นการบดบังทัศน
วิสัยจนสิ้น ซึ่งมันไม่ได้เห็นได้ชัดเหมือนเช่นดั่งใน
มหาสมุทรก่อนหน้านี้
” นั่นคือ อู่ อวี้ … ” ทุกผู้ต่างมองหน้ากันแลกัน ใน
เวลานี้พวกมันเห็น เจียง ฉีจวิน หน้าซีดราวกับไก่
ต้มขณะรักษาแขนไปพลาง ก็ยิ่งทำให้พวกมันรู้สึก
ไม่อยากจะเชื่อมากยิ่งขึ้น
“สมควรเป็นมัน ผู้ที่สามารถสร้างร่างอวตารได้
มากมายเช่นนี้ย่อมไม่มีใครอื่นอีก ทว่า … โอรสเล่อ
ไม่ได้เข้าไปหามันเช่นนั้นหรือ มันออกมาได้อย่างไร
ทั้ง ๆ ที่โอรสเล่อยังไม่ออกมา อย่าบอกนะว่าเจดีย์
ขาวนี้ ไม่สามารถท้าทายกันได้ ?”
ขณะที่พูดคุยกันถึงเรื่องนี้ พวกมันก็ต่างก็ยืนราย
ล้อมรอบเจดีย์ขาว แต่ทันใดนั้นเจดีย์กลับหายไป
ต่อหน้าต่อตาของพวกมัน
“มันหายไปแล้ว!”
ฝูงชนต่างตื่นตระหนกตกใจเป็นอย่างยิ่ง กับสิ่งที่
เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาพวกมัน ในเวลานี้พวกมันยืน
อึ้งด้วยความมึนงงราวกับคนโง่เขลา
ร่างอวตารของ อู่ อวี้ ยังหนีไปได้ไม่ไกล ซึ่งเขาก็
เห็นว่าเจดีย์ขาวได้หายไป
“ ไม่น่าแปลกใจว่าทำไมมันถึงไม่เคยถูกค้นพบมา
ก่อน เป็นเพราะว่าทุกครั้งที่มีผู้ท้าทายสำเร็จ มันก็
จะเปลี่ยนตำแหน่ง ”
ทั้งหมดนี้คือการคาดเดาของเขาเพียงเท่านั้น
อันที่จริงร่างต้นของเขาได้หนีไปไกลแล้ว
ถึงแม้ในเวลานี้อัจฉริยะของ อาณาจักรโบราณเห
ยียนหวง ยังคงรวมตัวกันอยู่ก็ตาม
“ โอรสเล่อเข้าไปด้านใน ส่วน อู่ อวี้ ก็ออกมาอีก
ทั้งมันยังบอกว่าได้ใช้ศิลามณีไปหมดสิ้นแล้ว
ฉะนั้นเราควรทำเยี่ยงไรกันดี? ”
“ ข้าว่ามันโปั้ปดไปอย่างนั้นแหละ ศิลามณีตั้ง
มากมายมันจะใช้หมดได้อย่างไร? ”
” แต่ข้าว่ามันจะพูดจริงนะ ดูจากความแข็งแกร่ง
ของมันที่เพิ่มสูงขึ้น ตอนนี้พื้นฐานฝึกตนของมันอยู่
ในระดับตำหนักม่วงทะเลมรกต ขั้นที่ 5 ด้วย
ขอบเขตการฝึกตนนี้ของมัน จะทรงพลังมาก
เพียงใดกัน ถึงขนาดทำให้ เจียง ฉีจวิน ได้รับ
บาดเจ็บเช่นนี้ได้ ? ยิ่งไปกว่านั้นมันใช้เวลาเพียง
แค่สิบวัน บำเพ็ญเพียรยกระดับเข้าสู่ขอบเขตใหม่
ได้อย่างไร! ”
ทุกคนมอง เจียง ฉีจวิน เนื่องจากพวกมันมันต่าง
ตระหนักถึงระดับฝีมือของ เจียง ฉีจวิน เป็นอย่างดี
การที่นางได้รับบาดเจ็บเช่นนี้นับเป็นเรื่องที่น่า
เหลือเชื่อยิ่งนัก ซึ่งหากประเมินความสาหัสของ
อาการบาดเจ็บที่นางได้รับ นับว่าหนักหนาสาหัส
ไม่เบาเลยทีเดียว
” มัวแต่มานั่งหารือพูดคุยกันอยู่ที่ ทางที่ดีไล่ตาม
มันไปเสียยังดีกว่า ในวันนี้เราจะต้องเอาศิลามณี
คืนมาให้ได้ พวกเราล้วนเป็นคนของ อาณาจักร
โบราณเหยียนหวง กลับถูกคนอย่างมันลูบคมสร้าง
ความอัปยศให้เช่นนี้ มันย่อมเป็นเรื่องที่ไม่อาจ
ยอมรับได้ และ ไม่มีวันให้อภัยมันเด็ดขาด!”
เจียง ฉีจวิน จ้องมองทุกผู้คนกล่าวด้วยน้ำเสียง
ดุดันน่าเกรงขาม
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ