กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 590 : วงแหวนทองคําสยบฟา
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องระดับพลังฝึกตนหรือเคล็ดวิชา
เทียมฟั้าจรดดิน ล้วนมีความคืบหน้าอย่างมาก แต่
บัดนี้ทั้งสองกำลังติดอยู่ในจุดที่เรียกว่าคอขวด
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเคล็ดวิชาอิทธิฤทธิ์เทียมฟั้าจรด
ดิน เมื่อเทียบกับเนตรเพลิงแล้วมันไม่ค่อยเป็น
รูปธรรมมากเท่าไหร่ ทำให้รีบร้อนฝึกฝนมากเท่าใด
ก็จะยิ่งมองข้ามสิ่งสำคัญไปเท่านั้น
เวลาได้ผันผ่านอย่างไม่รีรอ อู่ อวี้ ตระหนักได้ว่าใน
ครั้งต่อไป เขาจะต้องทำการท้าทายระดับที่ 7 ให้
ได้ แต่ย่อมไม่ง่ายดายเช่นนั้น
แล้วผู้ใดจะรู้ได้ว่าเมื่อครบกำหนดเวลาจะมีคนจาก
ภายนอกเข้ามาหรือไม่?
หากว่ามีคนต้องการเข้ามา อู่ อวี้ ก็จำต้องต่อสู้
อย่างไม่มีทางเลือก
“ทุกสิ่งล้วนยากจะคาดเดา อย่างไรก็ตามคงทำได้
เพียงปล่อยให้ชะตาเป็นผู้กำหนด ไม่ว่าจะเจอสิ่งใด
ในอนาคต ย่อมต้องรับมือให้ได้ ประตูลี้ลับบานนี้
บางทีอาจจะเป็นกุญแจสำคัญภายในทะเลหมอก
แห่งนี้ก็เป็นได้! การที่จะผ่านประตูนี้ไปจึงไม่ใช่
เรื่องง่าย แม้ว่าตัวข้าจะยังมีโอกาส แต่ห้ามวู่วาม
เป็นอันขาด”
เมื่อกลั่นกรองความคิดอย่างต่อเนื่อง จิตใจจึงเริ่ม
ปรับเปลี่ยนตาม เคล็ดวิชาเทียมฟั้าจรดดินขั้นที่ 2
ในที่สุดวันหนึ่งก็เริ่มเข้าเค้าราง เขาสามารถสัมผัส
ถึงขอบเขตของมันได้อย่างเลือนราง
อย่างไรก็ตามน่าเสียดายที่ครบกำหนดเวลา 600
วันไปแล้ว ในเวลาเกือบ 2 ปีมานี้ เมื่อนับดูแล้ว ดู
เหมือนเขาจะเก็บเกี่ยวได้มากพอสมควร
“หากสามารถอยู่ที่นี่ได้ตลอดละก็ ข้าอาจจะชดเชย
ช่องว่างระหว่างตัวข้ากับคนอื่นได้ ถ้าเป็นไปได้
จริงๆคงมีไม่น้อย!”
ไม่รู้ว่าหลังจากหมดเวลาแล้ว เขาจะถูกเจดีย์
ควบคุมเวลาขับไล่ออกมาเลยหรือไม่ หรือว่าจะมี
คนอื่นเข้ามาแทนที่ หรือจะให้ตนเองท้าท้ายเจดีย์
ควบคุมเวลาได้อีกครั้งหนึ่ง?
ในตอนนี้เขายังคงไม่รู้กฏเกณฑ์ของเจดีย์ควบคุม
เวลาอย่างแช่มชัด
เวลากระชั้นชิดเข้ามาทุกขณะ ความก้าวหน้าของ
เขารุดหน้าไปมาก เพียงแค่ต้องทำความเข้าใจอยู่
อีกแค่นิดหน่อยเท่านั้น
แต่เขาจำเป็นต้องหยุดพักมันเอาไว้ก่อน เป็นเพราะ
วันนี้เป็นวันที่ครบตามกำหนดเวลา 600 วัน
จิตใจของ อู่ อวี้ สงบนิ่ง นั่งคอยการเปลี่ยนแปลงที่
จะเกิดขึ้นกับเจดีย์ควบคุมเวลา
สิ่งที่ไม่คาดคิดคือ หลังจากที่ประตูขอบเจดีย์
ควบคุมเวลาเปิดขึ้น มันแทบจะไม่ต่างจากครั้งที่
แล้ว เนื่องจากมีเงาร่างหนึ่งพุ่งทะยานเข้ามา
ฉับพลันเงาสายนั้นได้มายืนอยู่เบื้องหน้าของ อู่ อวี้
“อู่ อวี้ เจ้าอยู่ภายในนี้จริงๆด้วย” ดวงตาสีทอง
ของคนที่พุ่งทะยานเข้ามา จับจ้องไปยัง อู่ อวี้
อย่างไม่วางตา คนชักนำพลังกดดันบางอย่างมา
ให้แก่ อู่ อวี้
กลับกลายเป็นว่าคนผู้นี้คือ ท่านหญิงหงษ์ทองคำ
เจียง ฉีจวิน
ควาดว่ามีบางคนค้นพบเจดีย์ควบคุมเวลาแห่งนี้
แล้วนำไปบอกนาง ในขณะที่นางมองหา อู่ อวี้ ไม่
พบ จึงได้มารอคอยเขาในที่แห่งนี้ เมื่อถึงเวลานาง
จึงรีบทะยานเข้ามาเพื่อตรวจสอบ
ในความเป็นจริงครั้งที่แล้วที่เขาตามหาเจดีย์นี้จน
เจอ เวลานั้น โอรสเล่อ ก็ต้องการเข้ามาด้วย
เช่นกัน
เมื่อพบเจอกับนาง เขาจึงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ไม่ได้รู้สึกร้อนรน เป็นเพราะ
ตอนนี้ตัวเขาแตกต่างจากในอดีต กรณีที่เลวร้าย
ที่สุดเขาก็แค่ออกไปจากเส้นทางเซียนบรรพกาล
แต่อย่างน้อยเขามีความมั่นใจมาก ว่าตนเอง
สามารถต่อกรกับ เจียง ฉีจวิน และหลบหนีไปจาก
ที่นี่ได้
“โอรสเล่อไม่ได้บอกเจ้าหรือ ว่าอย่าตั้งตนเป็นศัตรู
กับข้า ข้าว่าเจ้าอย่าฝั่าฝืนคำสั่งเขาเสียจะดีกว่า ”
อู่ อวี้ เอ่ยออกมาเบาๆ
เมื่อกล่าวถึงเรื่องนี้ เห็นได้ชัดว่าสีหน้าของ เจียง ฉี
จวิน กลับกลายเป็นน่าเกลียด นางเงียบไปครู่หนึ่ง
จากนั้นกล่าวออกมาว่า “เจ้าอย่าคิดใช้เขามาข่มขู่
ข้า เจ้าคิดว่าตัวเจ้านั้นสำคัญมากขนาดไหน? ไม่
ต้องนำเรื่องคนอื่นมากล่าวอ้าง มันรังแต่จะทำให้
ตัวข้าหงุดหงิดมากยิ่งขึ้น อย่าคิดว่าวันนี้เจ้าจะ
สามารถออกไปได้อย่างปลอดภัย สำหรับโอรสเล่อ
ข้าสามารถอธิบายให้เขาฟังได้ เจ้าคิดว่าสำหรับ
เขา เจ้ามีความสำคัญมากกว่าข้าเช่นนั้นรึ? ”
ระหว่างนางกับ อู่ อวี้ มีความขัดแย้งกันจนไม่อาจ
อยู่ร่วมฟั้าดินเดียวกันได้ หลังจากที่นางถูกเขาช่วง
ชิงศิลามณีกำเนิดไปได้ มันได้ก่อให้เกิดเป็นจิตมาร
อยู่ในใจ ทั้งยังมีคำสั่งจาก โอรสเล่อ อีก มันจึงทำ
ให้นางรู้สึกไม่พอใจอย่างยิ่ง แต่มันยังไม่อาจทำให้
นางล้มเลิกความตั้งใจได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้มันถือเป็นโอกาสที่ดี
“ในเมื่อ โอรสเล่อ ยอมเมตตาปล่อยตัวเจ้าไป ข้าก็
จะไม่เอาความเจ้าอีกต่อไป เพียงแค่ส่งมอบศิลา
มณีกำเนิดมา ข้าจะให้เจ้าออกไปจากที่นี่อย่างมี
เกียรติ” เจียง ฉีจวิน มองเขาโดยไม่แสดงสีหน้า
ใดๆออกมา ภายในพื้นที่สีขาวที่อยู่ภายในเจดีย์
ควบคุมเวลา ผมยาวสีดำขลับของนางปลิวไสว
ถึงแม้จะไร้ซึ่งกระแสลม กลิ่นอายอันดุดัน ผนวก
กับแววตาอันงดงามยิ่ง ทำให้กลิ่นอายรอบตัวของ
นางถูกยกระดับให้แข็งแกร่งขึ้นอย่างไร้ที่เปรียบ
“ออกไปจากที่นี่? หมายถึงเจดีย์แห่งนี้ หรือว่า
เส้นทางเซียนบรรพกาลกันล่ะ?”
“โลกสวยจริงนะ มันย่อมต้องเป็นเส้นทางเซียน
บรรพกาลอยู่แล้ว” เจียง ฉีจวิน กล่าวด้วยน้ำเสียง
เย้ยหยัน และยังเผยให้เห็นถึงแววตาดูถูกเหยียด
หยาม
นับเป็นคนที่เย่อหยิ่งเสียจริง ไม่เพียงแต่จะเอาศิลา
มณีกำเนิด แต่ยังต้องการให้ อู่ อวี้ ไปจากเส้นทาง
เซียนบรรพกาลอีกด้วย
แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า เจียง ฉีจวิน เป็นคนที่
แข็งแกร่งคนหนึ่ง นางมีกำลังเพียงพอที่จะจัดการ
กับเขาได้
“ช่างมันเถอะ ข้าว่าเจ้าคงเป็นพวกดูสถานการณ์
ไม่เป็น การที่เจ้ากล้าที่จะรั้งอยู่ที่นี่ แน่ชัดแล้วว่า
เจ้าต้องการจะหาเรื่องใส่ตัวเอง เจ้าคงคิดว่าตัวเจ้า
สามารถหลบหนีออกไปได้สินะ แต่เมื่ออยู่ในที่แห่ง
นี้เจ้าก็อย่าได้หวังเลยว่าจะรอดเงื้อมมือของข้าไป
ได้”
เจียง ฉีจวิน เป็นคนที่เด็ดขาดตรงไปตรงมา
ขณะเดียวกันนางจึงปลดปล่อยแรงกดดันถาโถม
หนักหน่วง ครู่ต่อมานางสะบัดมือออกไป พลัน
ปรากฎ วงแหวนทองคำ 9 วง ที่สวมใส่อยู่บนท่อน
แขนของนาง
จำได้ว่าก่อนหน้านี้นางเคยนำมันออกมา เพียงแต่
ยามนั้นมันเป็นวงแหวนทองคำแค่วงเดียว ไม่
คาดคิดว่าศาสตราเต๋าวิถีแท้ของนางจะมีถึง 9!
“วงแหวนทองคำสยบฟั้า! ศาสตราเต๋าชิ้นนี้มี
ความสามารถเพียงพอที่จะสังหารเจ้าได้ถึง 9 ครั้ง
9 ครา เป็นยังไง น่ากลัวมั้ยล่ะ?” เจียง ฉีจวิน
หัวเราะเย็นเยียบออกมา
เห็นได้ชัดว่า เจียง ฉีจวิน ทรงพลังมากกว่าค่ายกล
สีขาวของหุ่นเชิดกลที่ อู่ อวี้ ต้องการไปทำการท้า
ทายอย่างมาก! แต่นี่ไม่ใช่เหตุผลที่เขาไม่กล้าจะ
หลบหนีออกไป ในเวลาที่ เจียง ฉีจวิน เริ่มลงมือ อู่
อวี้ ก็เร่งลงมือเช่นเดียวกัน ซึ่งจำต้องเป็นการโจมตี
ที่เด็ดขาดยิ่งเพื่อพิชิตในคราเดียว!
ในด้านของพลังแก่นแท้ตำหนักม่วง นับว่าอยู่
ห่างไกลจากอีกฝั่ายไม่น้อย แต่ว่าอย่างน้อย อู่ อวี้
มีสุดยอดอิทธิฤทธิ์ที่น่าหวาดกลัวอยู่ในมืออยู่ถึง 3
วิชา!
“กักตะวัน!” เวลานี้ เขาย่างก้าวเข้าไปหาฝั่ายตรง
ข้าม ดวงตะวันที่ถูกรวมพลังมาจากบนท้องนภา
อันกว้างใหญ่ ผสานเข้ากับดวงตาของเขาจนก่อ
เป็นภาพเสาสีทองประทับลงมายังเบื้องล่าง หมาย
มาดแผดเผา เจียง ฉีจุน ให้สิ้น!
เบื้องหน้าของ อู่ อวี้ ในตอนนี้ ราวกับเป็นดวง
ตะวันอันแสนเจิดจ้า แม้ว่าดวงตาของ เจียง ฉีจุน
จะปลดปล่อยแรงกดดันสะกดข่มออกมาอย่างน่า
ขนลุกขนพอง แต่ในเวลานี้มันกลับถูก อู่ อวี้ สลาย
จนสิ้น!
เจียง ฉีจวิน ไม่อาจมองเห็นร่างของ อู่ อวี้ ได้อย่าง
ถนัดตานัก นางทำได้เพียงหรี่ตามอง อู่ อวี้ เพียง
เท่านั้น
“ที่แท้กลับมีฝีมือแค่นี้!” เจียง ฉีจวิน หัวเราะ
ออกมาด้วยรู้สึกผิดหวัง
ในเวลาเดียวกัน วงแหวนทองคำสยบฟั้าทั้ง 9 วง
พลันจัดเรียงอยู่เบื้องหน้า สามารถระเบิดการโจมตี
ออกมาได้ทุกเมื่อ และพร้อมจู่โจมไปยัง อู่ อวี้
ในเวลานี้เนตรเพลิงของ อู่ อวี้ ได้สะสมพลังงาน
จากดวงตะวันได้เพียงพอ พริบตานั้น เขาก็เร่ง
ฝีเท้า เปิดฉากการโจมตี เจียง ฉีจวิน ก่อน!
“เจ้าลูกหมา! ช่างกำเริบเสิบสานยิ่งนัก!” เจียง ฉี
จวิน แผดเสียงร้อง ใบหน้าของนางเต็มไปด้วย
ความหยิ่งผยอง
นางเกิดมาจากแคว้นทานตะวันทอง อย่างน้อย
ภายในแคว้นทานตะวันทอง นางก็ครอบครอง
อำนาจสูงสุด เกิดมาพร้อมกับความสูงส่ง สามารถ
ทำให้ทุกผู้ที่พบเจอตกตะลึง อย่างไรก็ตามทั้งหมด
ทั้งมวลกลับไม่ทำให้ อู่ อวี้ หวาดกลัวได้แม้แต่น้อย
ตูม!
ในชั่วเสี้ยววินาทีนี้ อู่ อวี้ ไม่สนว่า เจียง ฉีจวิน จะ
มีอำนาจและบารมีมากเพียงใด คนเร่งทะยานไป
เบื้องหน้า บัดนี้เขาอยู่ในตำแหน่งที่ห่างจากนางไป
ประมาณ 10 จั้ง ทันใดนั้น พลังอำนาจของกัก
ตะวันจากในดวงเนตรเพลิง ระเบิดพลังออกมา
อย่างฉับพลัน!
พริบตานั้นเอง พลังอิทธิฤทธิ์นี้ทำให้ทั่วทั้งเจดีย์
ควบคุมเวลา ส่องประกายเจิดจ้า พื้นที่ทั้งหมด
ในตอนนี้ตกอยู่ท่ามกลางทะเลเปลวเพลิงสีทอง
และในตำแหน่งใจกลางทะเลเปลวเพลิง คือเสา
เพลิงต้นหนึ่งซึ่งกำลังบีบอัดจนถึงจุดขีดสุดระเบิด
พลังการโจมตีไปยังหน้าอกของ เจียง ฉีจวิน!
“อู่ อวี้ ”
คาดว่าในตอนนี้ เจียง ฉีจวิน กำลังโกรธเกรี้ยว
อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน น้ำเสียงกลายเป็นแหลม
คม เพราะนางยังไม่ได้เริ่มลงมือโจมตีแม้แต่นอ้ย
“เขตแดนทานตะวันทองคำ!”
ภายใต้อำนาจกดดันของวิชากักตะวัน เจียง ฉีจวิน
แผดเสียงคำรามอย่างเกรี้ยวกราด โบกสะบัดมือ
สำแดงเคล็ดวิชาอิทธิฤทธิ์ออกมา พลังอิทธิฤทธิ์
ของนางเปลี่ยนแปลงกลายเป็นลำแสงสีทอง ปก
คลุมทั่วร่างของนาง ลำแสงสีทองก่อตัวอยู่ใน
รูปแบบทรงกลม เข้ามาขวางกั้นระหว่างตัวนาง
และ วิชากักตะวันของ อู่ อวี้ เอาไว้ บนลูกบอลสี
ทองปรากฏลวดลายดอกทานตะวันสีทองคำ
เบียดเสียดกันอย่างหนาแน่น ราวกับเป็นช่อดอกไม้
ทองคำก็มิปาน!
วิ้งงง!
อู่ อวี้ ตระหนักได้ว่า พลังอิทธิฤทธิ์ ‘เขตแดน
ทานตะวันทองคำ’ นี้ มีพลังอำนาจที่น่าหวาดหวั่น
อย่างแท้จริง หลักๆแล้วเป็นเพราะพลังแก่นแท้
ตำหนักม่วงของ เจียง ฉีจวิน แข็งแกร่งมากเกินไป
ดังนั้นถึงแม้ ในเวลานี้ อู่ อวี้ จะสะสมพลังของวิชา
กักตะวันจนถึงขีดสุด ก็ยังไม่อาจทำลายเขตแดน
ทานตะวันทองคำของนางและโจมตีให้ เจียง ฉี
จวิน ได้รับบาดเจ็บได้อยู่ดี
พลังอำนาจของกักตะวัน กระเซ็นไปทั่วทุกทิศทาง
กระจายออกไปรอบด้าน!
นี่เป็นครั้งแรกที่ อู่ อวี้ เผชิญหน้ากับนางอย่าง
จริงๆจังๆ ด้วยศักยภาพที่แสดงออกมานี้ อู่ อวี้
มั่นใจได้เลยว่า นางย่อมมีฝีมือไม่แพ้ จอม
จักรพรรดิ อย่างแน่นอน อีกทั้งยังมีคุณสมบัติ
ครบถ้วนเสียยิ่งกว่า จอมจักรพรรดิ เสียอีก
หลังจากที่เขตแดนทานตะวันทองคำปั้องกันการ
โจมตีจากพลังอิทธิฤทธิ์ของ อู่ อวี้ ในใจของ เจียง
ฉีจวิน พลันเต็มไปด้วยความตกตะลึง นางไม่
อาจจะเชื่อได้ว่าพลังแก่นแท้ตำหนักม่วงของ อู่ อวี้
จะสามารถปลดปล่อยการโจมตีที่รุนแรงเช่นนี้
ออกมาได้
แต่ว่านี่ไม่สามารถทำให้นางรู้สึกหวาดกลัวได้
หลังจากที่สกัดกั้นการโจมตีได้สำเร็จ โทสะของนาง
พุ่งทะยานสูงขึ้น ‘วงแหวนทองคำสยบฟั้า’ ทั้ง 9
ชิ้นเจาะทะลวงออกมาจากเขตแดนทานตะวัน
ทองคำ ในตอนที่พลังอำนาจของเคล็ดวิชากัก
ตะวันเพิ่งจะสลายไป พริบตานั้นเหล่าศาสตราเต๋า
วิถีแท้ได้ตรงดิ่งมาอยู่เหนือหัวของ อู่ อวี้ พร้อมกับ
พุ่งทะยานเข้าใส่ อู่ อวี้ จากนั้นก็ได้ล็อคไปที่คอ
และขาทั้งสองในทันที กล่าวได้ว่าบัดนี้ อู่ อวี้ ตก
อยู่ในเงื้อมมือของนางโดยสมบูรณ์ โดยที่มิอาจ
ขยับเคลื่อนไหวใดๆได้อีก!
วงแหวนทองคำสยบฟั้า มีพลังที่น่าสะพรึงยิ่ง วง
แหวนแต่ละวง ในเวลานี้กำลังรัดพัน อู่ อวี้ ไว้แน่น
หากไม่ใช่เพราะความแข็งแกร่งทางกายเนื้อของ อู่
อวี้ ในเวลานี้ตัวเขาก็คงถูกตัดขาดเป็นท่อนๆไป
แล้ว
หลังจากที่ควบคุม อู่ อวี้ ได้ เจียง ฉีจวิน จึงยิ้ม
ออกมา แต่เป็นรอยยิ้มที่เย็นชาเย้ยหยัน ทันใดนั้น
นางได้มาปรากฏกายอยู่เบื้องหน้าของ อู่ อวี้
พร้อมกับยกยิ้มขึ้นแล้วกล่าวออกมาว่า “ถึงแม้ว่า
ฝีมือของเจ้าจะไม่เลว แต่ยังคงอยู่ห่างจากข้าอีก
ไกลนัก ตอนนี้ความเป็นและความตายของเจ้าอยู่
ในกำมือข้าแล้ว เจ้าควรที่จะก้มหน้าก้มตารับกรรม
อย่าทำการต่อต้านโดยที่ไม่จำเป็น หรือว่าบังอาจ
เอ่ยขัดตอนที่ข้ากำลังพูด ไม่เช่นนั้นข้าจะส่งเจ้าไป
ภพหน้าในทันที”
อู่ อวี้ ลองพยายามอยู่หลายครั้งหลายครา แต่วง
แหวนทองคำฟั้ามีพลังอำนาจที่น่าหวาดหวั่นยิ่ง
กล่าวตามตรงแล้ว มันยากที่จะดิ้นรนออกมาได้
“เจ้าจงนำศิลามณีกำเนิดออกมา หรือว่าเจ้าจะให้
ข้านำมันออกมาด้วยตัวเอง?” ดวงตาทั้ง 2 ข้าง
ของ เจียง ฉีจวิน จับจ้องไปที่ถุงจักรวาลของ อู่ อวี้
ถึงแม้ว่านางจะเอ่ยถามออกมาก็ตาม แต่มือของ
นางได้ยื่นไปยังถุงจักรวาลของ อู่ อวี้ นานแล้ว
“ออกไปซะ!” อู่ อวี้ แผดเสียงคำรามดังสนั่น เสียง
คำรามค่อนข้างน่าเกรงขาม มันทำให้ เจียง ฉีจวิน
ตกใจ นางจึงพาลโกรธหนักกว่าเดิม อู่ อวี้ เห็นว่า
ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่จะดิ้นรนสลัดออก
จากวงแหวนทองคำสยบฟั้า!
นางหลุดหัวเราะออกมา กล่าว “หากเจ้าสามารถ
ดิ้นรนหลุดออกจากวงแหวนทองคำสยบฟั้าของข้า
ได้ ข้าจะยอมใช้แซ่เดียวกับเจ้า!”
“จดจำคำพูดของเจ้าเอาไว้ให้ดีๆ” อู่ อวี้ หัวเราะ
เสียงเย็นเฉียบออกมา หลังจากนั้นเขาก็ได้เร่ง
สำแดงวิชาเทียมฟั้าจรดดิน! ถึงแม้ว่าเขาจะสำเร็จ
เพียงแค่ขั้นแรก แต่มันก็ยังมีพลังอำนาจมหาศาล!
สามารถเห็นได้ว่าร่างกายของเขากำลังขยายใหญ่
ขึ้น นี่ไม่ใช่ร่างจำแลงเซียนวานร แต่เป็นการขยาย
ร่างขึ้นจริงๆ! แม้แต่นิ้วของเขาก็ยาวและใหญ่ขึ้น
กว่าเดิม!
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ยังดิ้นไม่หลุดจากวงแหวนทน
องคำสยบฟั้าดินได้ เมื่อร่างกายของเขาขยายใหญ่
ขึ้น ห่วงทองคำเหนือฟั้าพลันขยายขนาดใหญ่ขึ้น
ตามเขา มันกำลังรัดตัวเขาเอาไว้อย่างแน่นหนา
“เป็นไปได้อย่างไร!” แม้ว่าวงแหวนทองคำสยบฟั้า
จะยังรัดเขาเอาไว้อยู่ แต่สามารถมองเห็นได้ด้วย
ตาเปล่าว่า อู่ อวี้ ได้กลายเป็นคนยักษ์ที่สูงมากกว่า
1 จั้ง ถึงแม้ว่านางจะเป็นคนรูปร่างสูงเพรียว แต่
ในเวลานี้นางกลับสูงไม่ถึงเอวของ อู่ อวี้ จึงไม่
แปลกที่นางจะตกตะลึงเช่นนี้!
ซึ่งการที่ทำให้ห่วงทองคำเหนือฟั้าขยายใหญ่ขึ้น
เช่นนี้ จำต้องมีพลังอันมหาศาลจนมิอาจวัดค่าได้!
อย่างน้อยในตอนนี้ อู่ อวี้ ยังไม่อาจหลุดรอด
ออกไปได้ เจียง ฉีจวิน จึงรู้สึกวางใจอยู่ ในขณะที่
นางกำลังจะหัวเราะ ฉับพลันนั้นก็เกิดการ
เปลี่ยนแปลงบางอย่าง ในชั่วเสี้ยววิ ร่างกายของ
อู่ อวี้ กลับย่อขนาดเล็กลง! แต่ไม่ได้คืนขนาดเดิม
แต่กลับย่อขนาดจนมีความสูงไม่ถึงครึ่งของตัว
นาง!
การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว รวดเร็วจน
วงแหวนทองคำสยบฟั้า ยังไม่อาจจะตอบสนองได้
ทันท่วงที
จากคนยักษ์ย่อขนาดลงมามันเกิดขึ้นในชั่วพริบตา
มันเกิดเป็นความแตกต่างกันราวฟั้ากับดิน เป็น
เพราะว่าการย่อขนาดตัวให้เล็กลงไม่ได้สร้างเป็น
แรงต่อต้านแต่อย่างใด
และในพริบตาที่เขาย่อขนาด อู่ อวี้ ก็ฉวยโอกาสนี้
พุ่งทะยานออกมาจากการรัดของวงแหวนทั้ง 9 นี้
ได้อย่างทันท่วงที
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ