กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 591 : เปลี่ยนแปลงอยางฉับพลัน
ร่างกายขยายใหญ่ขึ้นอย่างฉับพลัน ด้วยพลังของกาย
เนื้ออันมหาศาล จึงทำให้สามารถฝืน ‘วงแหวน
ทองคำสยบฟั้า’ ขยายเปิดกว้างได้ และจากนั้นทำ
การย่อส่วนในพริบตาอีกครั้ง
เจียง ฉีหลิน ไม่เคยพบเจอพลังอิทธิฤทธิ์เช่นนี้มา
ก่อน
เช่นนั้นนางจึงตกตะลึงนิ่งค้างไปอยู่ชั่วครู่ ไม่อาจจะ
หยุด อู่ อวี้ ที่กำลังพวยพุ่งออกมาจาก ‘วงแหวน
ทองคำสยบฟั้า’ ได้ทัน
หลุดพ้นจากพันธนาการ!
ครั้งแรกที่ใช้เคล็ดวิชาอิทธิฤทธิ์เทียมฟั้าจรดดิน
ผลลัพธ์กลับออกมาวิเศษยิ่ง
แต่นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งในแผนการของ อู่ อวี้
หลังจากที่เขาย่อส่วนลงและหลุดพ้นออกจาก
พันธนาการของวงแหวนทองคำสยบฟั้า ในช่วงเวลา
สั้นๆเขาได้ใช้การเปลี่ยนแปลงอันน่าอัศจรรย์ของ
เทียมฟั้าจรดดินอีกครั้ง พริบตาเดียวร่างกายของเขา
ขยายใหญ่จนถึงขีดสุด
ราวกับเป็นยักษ์ตนหนึ่ง ที่ยืนขึ้นอยู่เบื้องหน้าของ
เจียง ฉีจวิน อย่างองอาจ!
ถึงแม้ว่าในด้านความเร็วของเขาจะเชื่องช้า แต่ทว่า
พละกำลังของกายเนื้อเรียกได้ว่าไม่เป็นสองรองใคร
โอกาส มีเพียงแค่ชั่วพริบตานี้เท่านั้น!
แท้จริงแล้วเขาได้ยึดเอาเสามังกรหยกทองคำของ
กงหมิง กู่ มาได้แล้ว แม้ว่าเสามังกรหยกทองคำเล่มนี้
จะยอดเยี่ยมกว่าเสามังกรสมุทรคลั่งอยู่เล็กน้อย แต่
ไม่อาจนำมันมาแทนที่กันได้ ดังนั้นอาวุธที่ปรากฏอยู่
ในมือของ อู่ อวี้ ในตอนนี้คือ เสามังกรสมุทรคลั่ง!
การยืดขยายย่อส่วนศาสตราเต๋าวิถีแท้เป็นสิ่งที่ใครๆ
ก็กระทำได้ แต่การเปลี่ยนแปลงกายเนื้อนั้นแตกต่าง
ออกไป ปีศาจสามารถเปลี่ยนแปลงสลับไปมา
ระหว่างร่างแท้จริงกับร่างมนุษย์ได้ แต่ไม่อาจจะ
ขยายร่างหรือย่อส่วนลงมาได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการ
ย่อส่วนให้เล็กลงเป็นไปได้อย่างยากยิ่ง!
สิ่งสำคัญอยู่ที่การเปลี่ยนแปลงในด้านพละกำลังและ
ความเร็ว นี่คือหัวใจหลักของเทียมฟั้าจรดดิน!
พริบตาที่ อู่ อวี้ มาปรากฏกายอยู่เบื้องหน้าของอีก
ฝั่าย เสามังกรสมุทรคลั่งที่อยู่ในมือก็ยาวมากกว่าเดิม
1 จั้ง!
“เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง!”
“ร่างจำแลงเซียนวานร!”
เมื่อเปิดใช้งาน 2 วิชานี้บวกกับเทียมฟั้าจรดดิน ใน
เวลานี้พละกำลังกายเนื้อของ อู่ อวี้ จึงได้ยกระดับอยู่
ในจุดสูงสุดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน!
ในเวลานี้ท่อนแขนทั้ง 2 ข้างของเขาขยายใหญ่ขึ้น
กว่าเดิม ผนวกกับเคล็ดระเบิดพลังคลั่งที่เพิ่ม
พละกำลังกายเนื้อมากกว่าเดิมอีก 2 เท่า ดังนั้น
ในตอนนี้พละกำลังกายเนื้อของเขามากกว่าในยาม
ปกติถึง 4 เท่าตัว!
ผนวกกับร่าง กายาเจ้ามังกรสักการะราชันอรหันต์ไม่
ดับสูญ ที่เพิ่มความแข็งแกร่งทางร่างกายเข้าไปอีก 4
เท่าตัว!
การระเบิดพลังครั้งนี้ มันจะรุนแรงได้ถึงขนาดไหน
แม้แต่ตัว อู่ อวี้ เองยังไม่รู้ได้
อย่างไรก็ตามโลหิตทั่วทั้งร่างของเขากำลังพุ่งพล่าน
เมื่อเป็นเช่นนี้ยิ่งทำให้เขามีความมั่นใจในการ
เอาชนะใน เจียง ฉีจวิน ด้านพละกำลัง! อีกทั้งเคล็ด
ระเบิดพลังคลั่งจะสามารถสำแดงออกมาได้เพียงแค่
ครั้งเดียวเท่านั้น!
ตูม!
หนึ่งพลองถูกสะบั้นลงใส่ เจียง ฉีจวิน อย่างเหี้ยม
เกรียม!
ในตอนนี้ เจียง ฉีจวิน นิ่งงันไป แต่ทันทีนางก็หัวเราะ
ด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ นางไม่เคยรู้สึกกังวลเวลาที่
เผชิญหน้ากับ อู่ อวี้ วิธีการที่ อู่ อวี้ สลัดออกจาก
การพันธนาการมันทำให้นางรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง
แต่มันไม่ได้หมายความว่า การโจมตีของ อู่ อวี้ จะอยู่
ในสายตาของนาง
“รับมือ!”
นางเหยียดมือ 1 ข้างออกไป ในตอนที่ อู่ อวี้ หวด
พลองลงมาที่นาง ช่วงเวลานั้น วงแหวนทองคำสยบ
ฟั้า ได้บินวนไปมาจนเกิดคลื่นลม
ด้วยความเร็วในการบินของ วงแหวนทองคำสยบฟั้า
กล่าวได้ว่ามันมีพลังมหาศาลสามารถเจาะทะลวง
ขุนเขาและแม่น้ำจนพังทลายได้
ครู่ต่อมา เขตแดนทานตะวันทองคำที่อยู่เบื้องหน้า
ของนางส่องประกายขึ้นมาอีกครั้ง ก่อตัวเป็นรูปทรง
บอลกลมๆปัดปั้องการโจมตีของ อู่ อวี้ ซึ่งลูกบอล
แสงนี้มีดอกทานตะวันสีทองปกคลุมอยู่อย่าง
หนาแน่น จนแทบจะมองไม่เห็นช่องโหว่
“ทำลาย!”
อู่ อวี้ ระเบิดเสียงคำราม สั่นสะเทือนทั่วทั้งเจดีย์
ควบคุมเวลา!
ณ เวลานี้ ปลายด้านหนึ่งของเสามังกรสมุทรคลั่ง
ปะทะเข้ากับเขตแดนทานตะวันทองคำอย่างรุนแรง!
ฉับพลันนั้นเองเรื่องที่ไม่คาดคิดได้เกิดขึ้น
เกิดเสียงปริแตกดังออกมาจากเขตแดนทานตะวัน
ทองคำ!
แกร๊ก!
การระเบิดพลังโจมตีอันดุเดือดของ อู่ อวี้ มันได้เจาะ
ทะลวงเขตแดนทานตะวันทองคำ จนทำให้ดอก
ทานตะวันนับไม่ถ้วนแตกสลายกลายเป็นเสี่ยงๆบิน
กระจายออกไป!
ก่อนหน้านี้ เจียง ฉีจวิน ไม่รู้สึกสนใจการโจมตีนี้แต่
อย่างใด อีกทั้งบนใบหน้ายังเต็มไปด้วยความดูถูก
เหยียดหยาม แต่เมื่อเขตแดนทานตะวันทองคำเริ่ม
พังทลายลง มันทำให้นางรู้สึกหวาดกลัวอย่างแท้จริง
ในช่วงเวลาชุลมุน เสื้อคลุมสีทองที่นางสวมใส่อยู่บน
ร่างได้เปลี่ยนกลายเป็นชุดเกราะทองคำ แน่นอนว่า
มันเป็นศาสตราเต๋าวิถีแท้ชนิดหนึ่ง ซึ่งมีความ
ซับซ้อนมากกว่า เกราะเทพสงครามประมุขฟั้า ของ
อู่ อวี้ อีกทั้งยังแข็งแกร่งยิ่งใหญ่กว่า เพียงแค่มูลค่า
ของมันก็มากกว่าเกราะเทพสงครามประมุขฟั้านับ
สิบเท่าแล้ว!
แน่นอนว่านี่เป็นสิ่งที่คู่ควรกับสถานะท่านหญิงหงษ์
ทองคำ
ศาสตราเต๋าชุดเกราะปรากฏขึ้นอย่างฉับพลัน ส่อง
แสงประกายวิ้งวับ ท่ามกลางแสงสีทองเหล่านั้น ผม
ยาวสยายของ เจียง ฉีจวิน พลันปลิวไสว ขับใบหน้า
ของนางให้ดูมีเสน่ห์และสูงส่งมากขึ้น ราวกับเทพ
เซียนบนสวรรค์ ได้จุติมายังโลกมนุษย์แล้ว
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ยังคงหวดพลองลงไปอย่าง
สุดแรงเกิดโดยไม่ฉุดรั้งแม้แต่เพียงเสี้ยว!
พลั่ก!
การปะทะกันระหว่างศาสตราเต๋าวิถีแท้ ก่อกำเนิด
เสียงระเบิดดังกัมปนาท พริบตานั้นวงเวททั้งหมดที่
อยู่บนชุดเกราะศาสตราเต๋าวิถีแท้ที่อยู่บนร่างของอีก
ฝั่ายพลันส่องแสงแสดงอิทธิฤทธิ์ออกมา!
อู่ อวี้ รู้ว่าถึงแม้เข้าจะโจมตีเข้าเปั้า เจียง ฉีจวิน
อย่างจัง แต่พลังการโจมตี 9 ใน 10 ส่วนของเขา ได้
ถูกเขตแดนทานตะวันทองคำกับชุดเกราะศาสตรา
เต๋าลดทอนไปแล้ว จึงเหลือเพียงแค่ 1 ใน 10 ที่
โจมตีถูกตัว เจียง ฉีจวิน
มันแทบจะเป็นไปไม่ได้ หากต้องการโจมตีให้นาง
ได้รับบาดเจ็บด้วยพละกำลังของเขาเพียวๆ ด้วย
เกราะปั้องกัน 2 ชั้นของอีกฝั่าย จึงกล่าวได้ว่าแม้แต่
รอยขีดข่วนยังแทบจะไม่ปรากฏให้เห็น
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ยังคงมีแผนการสำรองเอาไว้อยู่
และคราวนี้เขาจะต้องทำให้สำเร็จ!
กล่าวง่ายๆคือ เขามองว่า เจียง ฉีจวิน เป็น
เหมือนกับบอลลูกหนึ่ง โดยการเปั่านางออกไปจาก
ประตูเจดีย์ควบคุม! เดิมทีเขาไม่เคยคิดจะเอาชนะ
หรือว่าทำให้ เจียง ฉีจวิน ได้รับบาดเจ็บอยู่แล้ว เป็น
เพราะในตอนนี้ช่องว่างระหว่างขอบเขตมันห่างชั้น
กันมากเกินไป
เปั้าหมายของเขาคือบัดนี้ เจียง ฉีจวิน ยังไม่เข้าใจถึง
พละกำลังอันน่ากลัวของเขาอย่างถ่องแท้ จึงหวด
ออกไปอย่างสุดแรงเกิดเป็นแนวขว้าง!
ตำแหน่งของ เจียง ฉีจวิน อยู่ไม่ไกลจากประตูเจดีย์
ควบคุมกาลเวลา เขาจึงหวดส่งนางออกไปนอกประตู
อย่างไม่ใยดี!
ด้านหนึ่งนางต้องต้านทานรับมือกับการโจมตีของ อู่
อวี้ ส่วนอีกด้านก็ต้องเรียกเก็บคืน วงแหวนทองคำ
สยบฟั้า จากนั้นนางได้สั่งให้เหล่าวงแหวนอ้อมตัว
เพื่อลอบโจมตี อู่ อวี้ จากด้านหลัง
นางถูก อู่ อวี้ หวดจนปลิวกระเด็นออกไป ทำให้ไฟ
โทสะพลุ่งพล่านอยู่เต็มอก แทบจะสูญเสียความนึก
คิดทั้งหมดไป ดังนั้นความสนใจทั้งหมดจึงไปอยู่ที่วง
แหวนทองคำสยบฟั้า เวลานี้นางปลดปล่อยจิต
สังหารออกมา ส่งจิตสัมผัสทั้งหมดไปยังวงแหวน
ทองคำสยบฟั้าเพื่อคิดจะเผด็จศึกสังหาร อู่ อวี้ !
เมื่อตัวนางปลิวกระเด็นออกไป ไม่สนใจว่าด้านหลัง
จะต้องปะทะกับอะไร ไม่ว่าจะเป็นกำแพงหรืออะไรก็
ตาม นางหาได้สนใจไม่ หลังจากที่นางมายังเจดีย์
ควบคุมเวลา นางสนใจเพียงแค่การสังหาร อู่ อวี้
เท่านั้น
เช่นนั้นนางจึงทะลุผ่านประตูเจดีย์ออกไปโดยไม่ทัน
รู้ตัว!
นี่คือผลลัพธ์ของแผนการที่ อู่ อวี้ ได้ควบคุมทิศทาง
และวางแผนไว้ล่วงหน้า!
เมื่อ เจียง ฉีจวิน ลอยออกไปจากเจดีย์ควบคุมเวลา
แล้ว นางอยู่ที่ด้านนอกจึงระเบิดโทสะจนแทบจะบ้า
คลั่ง แน่นอนว่า อู่ อวี้ ไม่สนใจอยู่แล้ว
วงแหวนทองคำสยบฟั้าทำให้ อู่ อวี้ พานพบกับ
วิกฤตความเป็นความตายมาหลายครั้ง หลังจากที่ อู่
อวี้ ขับไล่ เจียง ฉีจวิน ออกไป วงแหวนทองคำสยบ
ฟั้าก็สูญเสียการควบคุม ไม่คาดคิดว่าอำนาจการ
ควบคุมของ เจียง ฉีจวิน ที่สูญไปอย่างรวดเร็วจะทำ
ให้ วงแหวนทองคำสยบฟั้าทั้ง 9 ล้มเลิกการโจมตี อู่
อวี้ ในทันที ซึ่งยามนี้พวกมันได้บินผ่าน อู่ อวี้ ออก
จากตัวเจดีย์อย่างทันทีทันใด
หลังจากที่วงแหวนทองคำสยบฟั้าบินผ่านไป ประตู
ของเจดีย์ควบคุมเวลาก็ปิดตัวลงอีกครา
หมิงซวง มองทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นด้วยความตก
ตะลึง อีกทั้งสีหน้ายังเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
“เป็นไปได้ยังไงกันเนี่ย?”
ความแข็งแกร่งของ อู่ อวี้ ไม่อาจจะเทียบชั้นกับ
เจียง ฉีจวิน ได้แม้แต่เสี้ยวเดียว ทั้งความแตกต่าง
ระหว่างขอบเขตก็ยังห่างชั้นกันอย่างมหาศาล และคู่
ต่อสู้ของเขาไม่ได้เป็นแค่คนธรรมดาๆ
อย่างไรก็ตามเขาอาศัยความสงบนิ่ง ครุ่นคิดวาง
แผนการใช้พลังอิทธิฤทธิ์ทั้ง 3 เพื่อให้บรรลุเปั้าหมาย
ได้อย่างรวดเร็ว
“หลังจากที่ เจียง ฉีจวิน เข้ามานางไม่ได้สนใจถึง
สถานการณ์โดยรอบและทุ่มเทพลังทั้งหมดโจมตีมาที่
ข้า เช่นนั้นเองนางจึงลอยละลิ่วออกไปโดยไม่ทันได้
สังเกต ฮ่าๆๆ”
เช่นนี้เอง เจียง ฉีจวิน จึงถูกส่งออกมาจากเจดีย์
ควบคุมเวลาอย่างงุนงง
“ฮ่า ฮ่า ข้าว่ายัยนั่นคงกำลังอาละวาดอย่างบ้าคลั่ง
อยู่ภายนอกเป็นแน่” หมิงซวงระเบิดเสียงหัวเราะ
อย่างสะใจ
ในความเป็นจริง อู่ อวี้ ต้องการมอบเวลา 10 วัน
ภายในเจดีย์ควบคุมเวลาให้กับนาง ทั้งยังไม่ต้องการ
ที่จะแตะเนื้อต้องตัวนางแต่อย่างใด แต่อีกฝั่ายกลับ
โจมตีเขาอย่างรุนแรง ทั้งยังไม่ให้เวลาเขาหลบหนี นี่
จึงทำให้เขาต้อลงมือตอบโต้สวนกลับ ในตอนนี้ผู้ที่อยู่
ภายในเจดีย์ควบคุมเวลา จึงกลับกลายเป็นเขาเสีย
เอง นับว่าเป็นโชคดีในโชคร้ายก็ว่าไม่ผิด
เขายืนอยู่ ณ จุดเดิม หลังจากหยุดพักผ่อนฟืนฟู
ร่างกายได้ครึ่งชั่วยาม ภายในเจดีย์ควบคุมเวลาเกิด
การเปลี่ยนแปลงบางอย่างขึ้น วงเวท 9 วงก่อนหน้า
นี้ แดง ส้ม เหลือง เขียว ฟั้า คราม ม่วง ดำ ขาว ได้
โผล่ขึ้นมาอยู่บนพื้นดินอีกครั้ง หลังจากนั้นก็ปรากฎ
เป็น หุ่นเชิด 9 ตัวดังเดิม
เมื่อ อู่ อวี้ มองเห็นหุ่นเชิดทั้ง 9 ปรากฏขึ้นอย่างช้าๆ
เขาจึงรู้สึกตึงเครียดขึ้นเล็กน้อย ถึงเวลาทดสอบอีก
ครั้งแล้ว
“ที่แท้ก็เป็นกฏเกณฑ์ดั้งเดิมของเจดีย์ควบคุมเวลา
สมมุติว่าหากไม่มีผู้ใดอยู่ภายในเจดีย์ เมื่อข้าเข้ามา ก็
สามารถทำการท้าทายหุ่นเชิดในทันที แต่หากมีคน
อยู่ภายในนี้อยู่แล้ว ก่อนอื่นจะต้องต่อสู้เพื่อตัดสินผู้
แพ้ชนะ หลังจากนั้นจึงสามารถท้าทายหุ่นเชิดได้ ข้า
เพิ่งจะส่ง เจียง ฉีจวิน ออกไปด้านนอก ดังนั้นในครั้ง
นี้จึงไม่ได้ออกไปจากเจดีย์ควบคุมเวลา จึงทำให้ได้รับ
โอกาสครั้งที่ 2 กล่าวได้อีกอย่างว่าข้ามีเวลาอีก 600
วัน!”
สิ่งที่เขาสับสนคือในครั้งนี้โอกาสมันมาค่อนข้างเร็ว
ท้ายที่สุดเขาจะต้องท้าทายหุ่นเชิดจากวงเวทสีม่วง
ต่อสู่เพื่อช่วงเวลาเวลาในการฝึกตน 600 วัน หรือว่า
ท้าทายไปยังขั้นที่ 7 วงเวทสีขาวและต่อสู้สุดชีวิต
เพื่อให้มีโอกาสเข้าไปภายในประตูลี้ลับบานนั้นดี?
เขาครุ่นคิดอยู่ขณะหนึ่งแล้วกล่าวออกมาว่า “ถ้าหาก
ข้าเลือกที่จะท้าทายเจ้าพยัคฆ์เทวะ ก็จะได้เพียงแค่
600 วัน ถึงแม้จะเพียงพอที่จะทำให้ข้าบรรลุเทียม
ฟั้าจรดดินขั้นที่ 2 และไร้ซึ่งปัญหาในการฝั่าทะลวง
ขั้นตำหนักม่วงทะเลมรกตระดับที่ 6 แต่ข้าก็มิอาจ
ยกระดับฝั่าทะลวงระดับขั้นได้อยู่ดี ไม่เช่นนั้นข้าคง
จะได้เจอคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม”
เช่นนั้น เวลา 600 วันจึงค่อนข้างจะกลายเป็นเรื่อง
อึดอัดไปถนัดตา เวลาที่ยาวนานเช่นนี้มันอาจจะทำ
ให้เขาต้องเสียเวลาโดยสูญเปล่าก็เป็นได้
“ถ้าหากข้าท้าทายระดับที่ 7 ค่ายกลสีขาว หาก
ได้รับความพ่ายแพ้จนถูกขับออกจากที่นี่ แต่ข้าก็ยังมี
โอกาสค้นหาเจดีย์ควบคุมเวลาเพื่อทำการท้าทายอีก
ครั้งหนึ่ง แต่หากว่าสามารถเอาชนะได้ มันก็จะเกิด
เป็น 2 ทางเลือก ทางแรกคือเข้าไปภายในประตูลี้ลับ
อีกทางหนึ่งคือทำการท้าทายสำเร็จ แต่ไม่ได้เข้าไป
ภายในประตูลี้ลับ ก็จะได้รับเวลาทั้งหมด 700 วัน
แต่อย่างหลัง ผลลัพธ์มันก็จะไม่ต่างจากการที่ข้าท้า
ทายเจ้าพยัคฆ์เทวะอยู่ดี”
แน่นอนสิ่งที่เขาต้องการคือประสบความสำเร็จใน
การท้าทาย แม้ว่าเคล็ดวิชาอิทธิฤทธิ์เทียมฟั้าจรดดิน
จะอยู่เพียงแค่ขั้นที่ 1 แต่ก็น่าจะสามารถเข้าสู่ประตู
ลี้ลับได้!
นี่คือผลลัพธ์ที่ดีที่สุดแล้ว
“การแสวงหาเกียรติยศและชื่อเสียงทั้งหลายต้อง
แลกมาด้วยความเสี่ยง ถึงแม้จะล้มเหลวในการท้า
ทาย มันก็ไม่ได้มีผลเสียอะไร ถึงจะล้มเหลวแต่ก็ถือ
ว่าได้ประสบการณ์ ทั้งยังสามารถลองดูได้ว่าประตูลี้
ลับบานนี้จะสามารถเปิดอย่างที่คิดจริงๆหรือไม่!
นอกจากนี้ ขนาดตัวตนอย่าง เจียง ฉีจวิน ข้ายัง
สามารถจัดการขับไล่นางออกไปได้ กับอีแค่หุ่งกระ
ปั๋องเหล่านี้ใยต้องกลัวด้วยเล่า?”
อู่ อวี้ สามารถคิดออกได้อย่างรวดเร็ว!
แม้ว่าจะไม่สำเร็จเคล็ดวิชาอิทธิฤทธิ์เทียมฟั้าจรดดิน
เขาก็ยังต้องการท้าทายหุ่นเชิดที่อยู่ภายในวงเวทสีดำ
อย่างน้อยๆมันก็จะทำให้เขาได้มีประสบการณ์ร่วม
ต่อสู้!
อย่างน้อยก็ไม่ต้องมาตาย!
มีเพียงแค่เขาที่สามารถทำการท้าทายข้ามระดับได้
เช่นนี้ ที่เจดีย์ควบคุมเวลาเป็นโลกของเขาอย่าง
แท้จริง!
แน่นอนว่าเขาเพิ่งจะต้องสู้กับ เจียง ฉีจวิน มา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งยามเมื่อใช้ออกเคล็ดระเบิดพลัง
คลั่ง เขาจะต้องฟืนฟูอย่างเร่งด่วน ดังนั้นจึงไม่ได้ทำ
การเลือกอย่างรีบร้อน เมื่อเขาได้พักผ่อนอีกครึ่งชั่ว
ยาม ก็พยายามเตะถ่วงเวลาไปอีกสักพัก จนกระทั่ง
ครบอีกครึ่งชั่วยาม เขารู้สึกว่าหุ่นเชิดที่อยู่กลางวง
เวทเหล่านี้ ดูเหมือนจะเกิดอาการกระสับกระส่าย
เหมือนว่าทุกตนต้องการออกมาจากภายในวงเวท จึง
ทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกสั่นสะท้าน ในที่สุดเขาก็ได้เลือกไป
ยังวงเวทสีดำ!
นี่คือการท้าทายที่ก้าวข้ามระดับที่ 7 !
ไม่ว่าใครมันต่างก็คิดว่าเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อ
ในเวลานี้หุ่นเชิดตัวอื่นๆได้หายไป จากนั้นวงเวทสีดำ
พลันส่องแสงออกมาและค่อยๆจางหายไป แสงสีขาว
บริสุทธิ์หนึ่งสาย ส่องไปยังศีรษะของหุ่นเชิด 3 ตัว
พวกมันแสดงอารมณ์ รัก โกรธ เศร้า ปรากฏอยู่เบื้อง
หน้า อู่ อวี้ !
———————————
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ