กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 6 : กายาเพชรอมตะ
เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาต่างๆ อู่ อวี้ จึงได้ขอให้ลุงเสิ่น
ช่วยกระจายข่าวออกไปว่าเขานั้นยังมีชีวิต ข่าวได้
แพร่สะพัดออกไป เหล่าผู้รับใช้ของหยานหลี่ ต่าง
พูดคุยกันถึงเรื่องนี้อย่างเผ็ดร้อน จนในที่สุดมันก็ถึงหู
ของซู หยานหลี่จนได้
อาจจะเป็นเพราะว่า อู่ อวี้ ถูกศิษย์นอกของนางท า
ร้ายจนปางตาย ด้วยเพราะเหตุนี้จึงท าให้เขาอยู่อย่าง
สงบได้เป็นเวลา 1 เดือน ท าให้เขาสบโอกาสฝึกปรือ
วิชาได้ และ ไล่ตามความฝันที่ตัวเองนั้นต้องการ โดย
ไม่ต้องถูกรบกวนใด ๆ มันจะท าให้เขาเข้าสู่นิกายใน
ฐานะศิษย์อย่างแท้จริง!
“ ท่านลุงเสิ่น วันนี้ข้าจะเข้าไปในหุบเขามรกต เพื่อ
ยืดเส้นยืดสายเสียหน่อย ” ในทุกวัน ๆ อู่ อวี้ จะ
ออกจากบ้านตั้งแต่เช้าตรู่ บางวันเขาก็ตื่นก่อนลุงเสิ่น
เสียด้วยซ้ า
“หลังจากที่ประสบเคราะห์ภัยมา ร่างกายของเจ้า อู่
อวี้ ก็เริ่มแข็งแกร่งขึ้นมากจริงๆ ” ลุงเสิ่นคิดระหว่าง
ที่มองตามหลังของ อู่ อวี้ วิ่งหายลับเข้าไปในป่าเพียง
แค่ชั่วพริบตา
ชายชราไม่ได้เข้าไปวุ่นวายกับการกระท าดังกล่าว
ตราบเท่าที่อู่ อวี้ สามารถผ่อนคลาย และ สามารถ
ลืมความเกลียดชังที่มีได้
อู่ อวี้ ไม่เคยปริปากพูดถึงเรื่องมรดก ที่ตัวเขาได้
รับมาจากท่านลุงเสิ่น
เหตุผลแรก เป็นเพราะเหลือเวลาในการสอบคัดเลือก
อีกเพียงแค่ 1 เดือนเท่านั้น ซึ่งจัดขึ้นก่อนวัน
ครบรอบอายุ 16 ปีเต็มของเขา มันจึงเป็นโอกาส
เดียวที่เขาจะสามารถสอบคัดเลือกเข้าไปในนิกายได้
หากเขาอายุครบ 16 ปีบริบูรณ์แล้ว เขาจะหมดสิทธิ์
และ ถือเป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการสอบเข้า หากถาม
ตามความรู้สึกของเขาอย่างแท้จริง แม้แต่ตัวเขาเองก็
ไม่มั่นใจว่า จะสามารถผ่านการคัดเลือกครั้งนี้ไปได้
ด้วยเวลาที่บีบรัดเหลืออีกเพียงแค่ 1 เดือน เขาต้อง
ฝึกปรือวิชาใหม่ทั้งหมดตั้งแต่เริ่มต้น จนกว่าเขาจะ
ไปถึงระดับชั้นฟ้าขั้นที่ 6 ซึ่งเป็นช่วงของการสละร่าง
เหตุผลที่สอง เป็นเพราะเขาอยากให้ท่านลุงเสิ่นรู้สึก
ประหลาดใจในวันสอบ! ท่านลุงเสิ่นคอยเฝ้าดูแลเอา
ใจใส่ในตัวเขาตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่ อู่ อวี้ จึงอยากให้
ชายชราภาคภูมิใจในสิ่งที่เขาท า และ เมื่อวันนั้น
มาถึง มันจะเป็นวันที่ส าคัญที่สุดในชีวิตของเขา!
แสงสว่างจากดวงอาทิตย์เริ่มทอแสงออกมา ถึงแม้ว่า
มันจะยังไม่โผล่พ้นเส้นขอบฟ้าขึ้นมาก็ตาม แต่เวลา
อาภรณ์ที่ อู่ อวี้ สวมใส่กลับชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ
อู่ อวี้ มุ่งหน้าเข้าไปในป่าลึก เขากระโดดสลับไปมา
ระหว่างต้นไม้น้อยใหญ่ ด้วยการใช้แขนกับขาของ
เขากระโดดเกาะไปยังกลางล าต้น จากอีกต้นไปยังอีก
ต้นหนึ่ง ราวกับวานรแสนปราดเปรียว การที่เขาต้อง
ท าเช่นนี้ก็เพราะว่า ต้องการให้เลือดเนื้อภายใน
ร่างกาย เตรียมพร้อมส าหรับการฝึกอย่างเต็มที่
จนกว่าร่างกายของเขาจะขับของเสียออกไปจนหมด
สิ้น!
“แฮ่ก… แฮ่ก…!”
เสียงลมหายใจหอบหนัก ดังก้องสะท้อนไปทั่วทั้งป่า
อู่ อวี้ ใช้แขน และ ขาวิ่งพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
โดยไม่แยแสต่อรอยขีดข่วน และ คราบเลือดที่ติดอยู่
บนผิวหนังทั่วร่างกาย
เห็นได้ชัดว่าเวลานี้ทั่วร่างกายของ อู่ อวี้ ก าลังแผ่ไอ
สีทองออกมา หากเพ่งมองอย่างใกล้ชิดจะเห็นเส้นใย
สีทองละเอียดอ่อนเส้นเล็ก ๆ จ านวนมาก ก าลัง
หลอมรวมเข้าสู่เลือด และ เนื้อของเขา
ยิ่งแสงจากดวงอาทิตย์แผ่ออกมามากขึ้นเท่าไหร่ แสง
สีทองก็ยิ่งเปล่งประกายระยิบระยับมากขึ้นเท่านั้น
นับวันร่างกายของเขายิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อยๆ
โครม!
เพียงสมาธิของเขาไขว้เขวเล็กน้อย ส่งผลให้เท้าของ
เขาก้าวพลาดลื่นไถลล่วงตกลงมาจากต้นไม้สูง
กระแทกเข้ากับพื้นดินอย่างจัง เวลานี้ตามร่างกาย
ของเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยใบไม้ และ เศษดิน
“ต้องท าต่อ!”
เหลือแค่โอกาสเดียวเท่านั้น!
แม้ว่าช่วงเวลานี้ เขาจะต้องเผชิญกับความทุกข์
ยากล าบากแสนสาหัส ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาท าก็เพื่อ
บรรลุเป้าหมาย เขารู้ดีว่าการจะครอบครองชัยชนะ
นั้นมันไม่ใช่เรื่องง่าย !
เขาลุกขึ้นยืนด้วยร่างกายที่ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ
“ วิเศษจริง ๆ ‘กายาเพชรอมตะ’ มันช่างลึกซึ้งอย่าง
ยิ่ง การสละร่างเพียงแค่ขั้นตอนแรกจากสิบขั้นตอน
ก็สามารถแผ่ไอแสงสีทองออกมาได้แล้ว มันยอด
เยี่ยมยิ่งนัก ”
“ ครั้งเมื่อข้า ฝึกปรือวิชาอยู่ภายในอาณาจักรบูรพา
เย่ว อู่ ข้าใช้ทางลัดโดยการฝึกบ่มพลังมาจากต ารา
ลับ ระดับชั้นฟ้าขั้นที่ 10 แต่ทว่ามันไม่ได้ลึกซึ้ง และ
ถูกแบ่งเป็น 10 ขั้นตอนดังเช่นกายาเพชรอมตะ ซึ่ง
แต่ละขั้นก็ถูกอธิบายในการบ่มเพาะพลังอย่าง
ละเอียด หากเอามาเปรียบเทียบกับเคล็ดวิชาอันดับ
หนึ่งของอาณาจักรบูรพาเย่ว อู่ แล้ว เคล็ดวิชาของ
อาณาจักรกลายเป็นเศษขยะไปในพริบตา”
การจะเข้าสู่ระดับชั้นฟ้า และ ขั้นตอนแรกของการ
สละร่างมนุษย์นั่นก็คือ การหลอมรวมกล้ามเนื้อ
เคล็ดวิชาแรกของกายาเพชรอมตะ เรียกว่า วัชระ
หลอมรวมกล้ามเนื้อ
เวลานี้ อู่ อวี้ เริ่มต้นฝึกปรือวิชาอย่างเป็นทางการ
แล้ว แต่ผลที่ได้รับเรียกได้ว่าเกินความคาดหมาย
อย่างยิ่ง เนื่องจากตัวเขาเคยมีประสบการณ์ในการ
บ่มเพาะพลังระดับชั้นฟ้ามาก่อน ท าให้การฝึกปรือ
วิชาเพียง 5 วัน ก้าวรุดหน้าไปอย่างรวดเร็วมาก
ชื่อของมันคือ สละร่างมนุษย์ ดังนั้นกระบวนท่าของ
มันย่อมเกี่ยวข้องกับร่างกาย ในการฝึกปรือจึงจ าต้อง
เข้มงวด และ ต้องฝึกฝนอย่างหนักมากกว่าปกติ
ระดับชั้นฟ้าที่ อู่ อวี้ ก าลังฝึกปรืออยู่นั้นเป็นเพียงแค่
ขั้นแรกเท่านั้น เขายังคงต้องหมั่นฝึกฝนอีกมาก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสละร่างของเขา เพิ่งจะอยู่ใน
ขั้นที่หนึ่งเท่านั้น !
ในทุก ๆ วัน อู่ อวี้ จะวิ่งหายเข้าไปภายในป่า
เช่นเดียวกับวานรแสวงหาป่า บางคราเขาจะด าลงไป
ในน้ าลึก เพื่อฝึกฝนความอดทนแบกรับแรงกดดัน
กว่า 10,000 จิน ในคราเดียวกันเขาก็ฝึกฝนการ
ปล่อยหมัด และ กลั้นหายใจ ไปด้วย
บางครั้งเขาก็จะไปยืนใต้ธารน้ าตก แล้วปล่อยให้
สายน้ าไหลตกลงบนแผ่นหลังของเขา
เขารัวหมัดอย่างบ้าคลั่ง เข้าชกใส่ต้นไม้ที่มีขนาดของ
เส้นฝ่าศูนย์กลางกว่า 3 เซียะจนขาดสะบั้น!
วันเวลาล่วงเลยผ่านไป วันแล้ววันเล่า!
เนื่องจากวัชระหลอมรวมกล้ามเนื้อ เป็นเพียงแค่
ขั้นตอนหนึ่งของกายาเพชรอมตะเท่านั้น เช่นนั้นการ
ฝึกฝนจึงค่อนข้างเหนื่อยยาก และ หนักหนาอย่าง
แสนสาหัส คนธรรมดาไม่อาจแบกรับต่อความ
เจ็บปวดเช่นนี้ได้ แต่เป็นเพราะว่า อู่ อวี้ นั้นมิใช่
เพียงคนธรรมดาสามัญ เขาจึงสามารถแบกรับต่อ
ความเจ็บปวดที่สุดจะพรรณนานี้ได้
เพื่อให้ตนสามารถอดทน แบกรับต่อความเจ็บปวด
เหล่านี้ได้ เขาจะนึกถึงช่วงเวลาที่ตนเองถูกยอมรับ
จากนิกายกระบี่สวรรค์ เพื่อสานต่อเจตนารมณ์ของ
ท่านลุงเสิ่น และ นึกถึงความเกลียดชังที่เขามีต่อ
ฮ่าว เทียน ซ่างเซียน พอเขานึกถึงสิ่งที่เขาจะตอบ
แทนมันอย่างสาสม สีหน้าของเขาก็ได้แผ่ความชั่ว
ร้ายออกมา …
“เวลาเหลือไม่มากแล้ว … ต้องเร็วกว่านี้”
‘สวรรค์โปรดมอบวัชระหลอมรวมกล้ามเนื้อ เป็นพร
แก่ข้าด้วยเถิด !’
ยามเที่ยงวัน อู่ อวี้ ขึ้นไปบนยอดเขา เพื่อฝึกฝนพลัง
หมัดเขาปล่อยลงบนก้อนหิน ท่ามกลางแสงแดดอัน
เจิดจ้าเขายังคงรัวหมัดอัดใส่ก้อนหินอย่างต่อเนื่อง
เหงื่อไคลไหลท่วมร่างกายของเขาราวกับสายน้ า
“วัชระหลอมรวมต้องใช้ความแน่วแน่ในการฝึกฝน
ถึงจะบรรลุผล!”
“เวลาเหลือไม่มากแล้ว ข้าต้องฝึกปรือให้หนักกว่า
ผู้อื่นเป็น 10 เท่า! หากผู้อื่นชก 1 ครั้ง ข้าก็จะชก 10
ครั้ง!”
* ตู้ม ตู้ม ตู้ม ตู้ม! *
ในทุก ๆ วัน ก้อนหินยักษ์ที่อยู่บนยอดเขาจะ
สั่นสะเทือนอย่างต่อเนื่อง ไม่นานนักรอยร้าวก็เริ่ม
ปรากฏขึ้นมาให้เห็น บาดแผลตรงมือ และ เท้าของ
เขาเหวอะหวะจนน่าหวาดกลัว แต่ผลจากการถูก
ท าลายมันได้ก าเนิดผิวหนัง และ เนื้อใหม่ขึ้นมา ซึ่ง
นับเป็นเรื่องยากที่จะเกิดขึ้น!
ทันใดนั้น บริเวณผิวหนังที่เต็มไปด้วยบาดแผล และ
ร่องรอยของคราบเลือด ก็ปรากฏแสงสีทองเส้นเล็ก
ๆ นับไม่ถ้วนโคจรอยู่รอบ ๆ เส้นใยสีทองเหล่านี้
สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ยามเมื่อมันต้องกับ
แสงของดวงอาทิตย์ แสงสีทองเหล่านี้ยิ่งเปล่ง
ประกายมากขึ้นเป็นทวีคูณ
อาการบาดเจ็บทั้งหลาย ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่ก าปั้น
ของเขาเท่านั้น แต่ตามร่างกายของเขายังเต็มไปด้วย
รอยขีดข่วนมากมาย
บาดแผลเหล่านี้ได้มาจาก การคร่ าเคร่งต่อการ
ฝึกปรือวิชา มันได้สร้างความเจ็บปวดให้แก่ อู่ อวี้
อย่างยิ่ง โดยเฉพาะยามที่เขาด าลึกลงไปใต้แม่น้ า มัน
ได้สร้างความเจ็บแสบจนสุดจะทานทน แต่กระนั้น
เขาก็ยังจ าต้องกัดฟันข่มต่อความเจ็บปวด!
“หากข้าไม่คร่ าเคร่งฝึกฝน ข้าจะท าตามความ
ปรารถนาที่จะเป็นจักรพรรดิสงครามได้เช่นไร หาก
ข้ามิใช่ยอดยุทธข้าจะกลายเป็นชาวสวรรค์ได้เช่นไร
!”
“ข้าจะต้องเป็นชาวสวรรค์ให้ได้! ต่อให้ข้าต้อง
เผชิญหน้ากับความตายอีกนับ 9 ครั้ง ข้าก็จะฟื้น
คืนกลับมา!”
ด้วยเพราะคร่ าเคร่งฝึกฝนมาเป็นเวลานาน ความหิว
จึงเริ่มถาโถมเข้าหา อู่ อวี้ ในทุก ๆ วันเขาจะต้องหา
สัตว์ป่าจ านวนมากเพื่อมากินเป็นอาหาร แต่กระนั้น
พวกมันกลับพบเจอได้ยากยิ่งอย่างมาก ซึ่งไม่ต่าง
จากสมบัติล้ าค่าที่หลบซ่อนอยู่ในหุบเขา
สมบัติล้ าค่าทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในเทือกเขาคราม
ล้วนเป็นสมบัติของนิกายกระบี่สวรรค์ เช่นนั้นแล้ว
หากเมื่อใดก็ตามที่ ข้ากลายเป็นคนของนิกายกระบี่
สวรรค์ ข้าก็มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะได้ลิ้มรสมบัติล้ า
ค่าเหล่านี้ เมื่อถึงเวลานั้นข้าก็มั่นใจอย่างยิ่งว่า ฝีมือ
ของข้าจะรุดหน้าไปได้อย่างรวดเร็ว
เหตุผลเหล่านี้ล้วนเป็นแรงบันดาลใจ ท าให้เขา
พากเพียร และ มุ่งมั่นไปสู่ความส าเร็จ เพราะเขารู้ว่า
ภายในอาณาจักรแห่งนี้ย่อมมีสมบัติล้ าค่ามากมาย
จนไม่อาจคาดเดาหลบซ่อนอยู่
“ตู้ม!”
อีก 5 วันต่อมา เขาก็สามารถระเบิดหินก้อนใหญ่
ที่สุดจนแหลกเป็นเสี่ยง ๆ ได้
“ท าลาย!”
ความคับแค้นใจที่ฝังแน่นอยู่ในอกของ อู่ อวี้ ส่งผ่าน
จากเสียงตะโกนอันเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว ราว
กับเป็นค าบอกใบ้ว่าสวรรค์จะต้องสั่นสะเทือน!
แสงสว่างเจิดจ้าของดวงอาทิตย์ ได้สาดส่องตก
กระทบลงบนผิวกายของ อู่ อวี้ เผยให้เห็นเส้นใยแสง
สีทองละเอียดอ่อนของปราณจิต เวลานี้บนผิวกาย
ของเขาถูกปกคลุมไปด้วยแสงสีทอง พวกมันไหลวน
เป็นเกลียวคลื่นไปทั่วร่างกาย จากนั้นก็ไหลผ่าน
บาดแผล และ เข้าสู่ภายในร่างกายของเขา เพื่อ
หลอมรวมเข้ากับกล้ามเนื้อ ปรากฏการณ์ครั้งนี้บ่ง
บอกได้ว่า อู่ อวี้ สามารถฝึกระดับชั้นฟ้าขั้นที่ 1 และ
วัชระหลอมรวมกล้ามเนื้อขั้นที่ 1 ได้เป็นผลส าเร็จ!
ภายในร่างกายของเขาเส้นใยสีทองของปรานจิต
ก าลังเคลื่อนที่ไปยังทิศทางเดียวกัน เพื่อหลอมรวม
เป็นหนึ่ง ในที่สุดมันก็โคจรมาหยุดอยู่ตรงกลางแผ่น
หลัง แล้วสร้างรูปลักษณ์ขึ้นมาเป็นรูปสัญลักษณ์ของ
สวัสติกะ “卍”
อักษรทองค า!
พลัง!
บัดนี้เขาสัมผัสได้ถึงพลัง ที่ก าลังพลุ่งพล่านอยู่ภายใน
ร่างกายของเขาอีกครั้ง!
“ ‘วัชระหลอมรวมกล้ามเนื้อ’ ในที่สุดก็บรรลุจน
สมบูรณ์!”
อู่ อวี้ ยืนอยู่บนยอดเขา ท่อนบนเปลือยเปล่าท่อน
ล่างสวมใส่กางเกงสีด า แม้รูปลักษณ์ของเขาจะดูผอม
สูง แต่กล้ามเนื้อของเขากลับดูโดดเด่น มันดู
แข็งแกร่งกระชับ และ ยืดหยุ่นในคราเดียวกัน หาก
ผู้ใดได้พบเห็นอย่างใกล้ชิด คนผู้นั้นจะต้อง
สังเกตเห็นประกายแสงสีทองเล็ก ๆ กระพริบ
ระยิบระยับอยู่รอบ ๆ ร่างกายของเขา แสงสีทอง
เหล่านั้นเคลื่อนผ่านไปยังบริเวณแผ่นหลัง แล้ว
รวมตัวเป็นรูปร่างของสัญลักษณ์สวัสติกะ “卍”
“อ๊ากกกกก!”
อู่ อวี้ แผดเสียงร้องตะโกนออกมาอีกครั้ง ราวกับว่า
ต้องการให้ได้ยินไปทั่วหล้า,
ในที่สุดข้า อู่ อวี้ ก็ได้กลับมา!
แม้ว่าเวลานี้เขาจะก้าวเข้าสู่ระดับชั้นฟ้าขั้นที่ 1 แต่
ความรู้สึกในครั้งนี้กลับช่างแตกต่างจากครั้งแรก ที่
เขาเข้าสู่ระดับชั้นฟ้าขั้นที่ 1 อย่างสิ้นเชิง
“เวลานี้ความแข็งแกร่งของเขา เปรียบเสมือนดั่ง
อาชาศึกถึง 3 ตัว เท่ากับว่าข้าแข่งแกร่งกว่าคนปกติ
ถึง 3 เท่า ทั้งที่แค่อยู่ในระดับชั้นฟ้าขั้นที่หนึ่งเท่านั้น
! น่าเหลือเชื่อยิ่งนัก ที่ข้าสามารถบรรลุถึง 2 เคล็ด
วิชาได้!”
“ เพียงแค่ขั้นที่ 1 ของวัชระหลอมรวมกล้ามเนื้อ ก็
ท าให้ร่างกายของข้าแข็งแกร่ง และ ยืดหยุ่นถึงเพียง
นี้ หากข้าสามารถ ฝึกฝนกายาเพชรอมตะจนบรรลุ
อย่างสมบูรณ์ ข้าก็อาจจะมีกะโหลกเป็นทองแดง
และ กระดูกเป็นเหล็กจริง ๆ ก็ได้ มันคงสามารถ
ป้องกันข้าจากคมหอกคมดาบ ฯลฯ ?”
ความสามารถนี้ได้สร้างความตื่นเต้น ให้กับ อู่ อวี้
เป็นอย่างยิ่ง เขารู้สึกถึงความหวังที่อาจเอื้อมถึงได้
ซึ่งแม้แต่ร่างกายชาวสวรรค์ก็ยังเป็นเพียงแค่ก้อนเนื้อ
และ กระดูกธรรมดาเท่านั้น ถ้ากระดูกของเขา
กลายเป็นเหล็ก เช่นนั้นแล้วไม่ว่าจะเป็นศัตรูหน้า
ไหน ก็มิอาจมาท าร้ายเขาได้?
“นอกจากนี้ บาดแผลของข้ายังหายเร็วกว่าคนปกติ
ทั่วไป บาดแผลที่ได้จากสองสามวันก่อน บัดนี้มันได้
หายสนิทเป็นปลิดทิ้ง โดยไม่ได้รับการเยียวยารักษา
จากโอสถ หรือ สมุนไพรใด ๆ หากข้าสามารถฝึกฝน
กายาเพชรอมตะจนส าเร็จได้ ข้าจะไม่ตาย และ
กลายเป็นอมตะ หมายความว่าร่างกายของข้าจะงอก
ขึ้นมาใหม่ จากหยดเลือดเช่นนั้นหรือ?”
ทุกอย่างจะเพิ่มขึ้นหลายเท่า ไม่ว่าจะเป็นด้านความ
แข็งแกร่งของพลัง และ ร่างกาย รวมถึงความเร็วกับ
ความยืดหยุ่น!
แม้ว่าตอนนี้เขาจะอยู่ในระดับชั้นฟ้าขั้นที่ 1 แต่พลัง
ของ อู่ อวี้ ก็เกินกว่าที่จะจินตนาการได้
“ขั้นที่สอง ‘เส้นเอ็นวัชระ’ ขั้นนี้จะท าให้เส้นเอ็นของ
ข้าแข็งแกร่งราวกับเพชร แม้แต่ตัวข้าเองก็ยังยากที่
จะปักใจเชื่อ!”
อู่ อวี้ รู้สึกว่าเคล็ดวิชา กายยาเพชรอมตะ นั้นมีความ
ซับซ้อน และ ลึกซึ้งเป็นอย่างยิ่ง ระดับวิชาที่เขามีอยู่
ในตอนนี้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของยอดภูเขาน้ าแข็ง
เท่านั้น!
เขาไม่แยแสว่าจะต้องพักเหนื่อยเอาแรง เขารีบ
ฝึกฝนเส้นเอ็นวัชระต่อทันที
ระดับชั้นฟ้าขั้นที่ 2 กับ สละร่างขั้นที่ 2 คือ เส้นเอ็น
วัชระ
การบดขยี้เส้นเอ็น แตกต่างจากหลอมรวมกล้ามเนื้อ
เล็กน้อย ขั้นที่ 2 มุ่งเน้นในเรื่องความแข็งแกร่งของ
เส้นเอ็น ดังนั้นวิธีการฝึกฝนจึงแตกต่างกัน และ
ความเจ็บปวดก็ยังเพิ่มมากขึ้น แต่เพราะว่า อู่ อวี้
เคยมีประสบการณ์ฝึกฝนในขั้นตอนนี้มาแล้ว อีกทั้ง
จิตใจของเขาก็ยังแข็งกล้าขึ้นมาก บวกกับมีเคล็ดวิชา
อันลึกซึ้งอยู่กับตัว จึงท าให้การฝึกฝนรุดหน้าแบบ
ก้าวกระโดดอย่างน่าเหลือเชื่อ ถึงแม้เวลาจะมีเพียง
น้อยนิดก็ตามที
ผ่านไปได้ 2 – 3 วัน การฝึกฝนก็ส าเร็จลุล่วง
ในตอนนี้เส้นเอ็นของเขาเวลานี้แข็งแกร่งดุจ
เหล็กกล้า เรียกได้ว่าแข็งแกร่งกว่ากล้ามเนื้อเสียอีก
แต่สิ่งที่น่าทึ่งไม่ใช่แค่ความแข็งแกร่งอย่างเดียว
เท่านั้น มันยังมีความยืดหยุ่นจนน่าเหลือเชื่อ!
ความแข็งแกร่งของเส้นเอ็น เรียกได้ว่าเป็นแค่อีก
หนึ่งขั้นตอนของขั้นพื้นฐานเท่านั้น เมื่อเขาเข้าสู่
ระดับชั้นฟ้าขั้น 2 กับสละร่างขั้น 2 มันก็เท่ากับว่า
เขามีความแข็งแกร่งเท่าเทียมกับอาชาศึก 10 ตัว!
“แม้ข้าจะเพิ่งเข้าสู่ระดับชั้นฟ้าขั้นที่ 2 เท่านั้น แต่
พลังปัจจุบันของข้ากลับมีถึง 1/5 ของพลังงานที่เคย
มีก่อนหน้านี้!”
ในที่สุด อู่ อวี้ ก็รู้ว่าเคล็ดวิชากายาเพชรอมตะ ถือ
เป็นสมบัติล้ าค่าอย่างแท้จริง
ภายใต้ความร้อนระอุจากแสงตะวัน แต่เขากลับไม่
รู้สึกถึงความร้อนนั้น เป็นเพราะว่าเขามีกล้ามเนื้อที่
แข็งแกร่ง และ เส้นใยสีทองที่แผ่กระจายอยู่ทั่วร่าง
ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม มันยังเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น
ของการฝึกฝนของเขาเท่านั้น!
“ขั้น