กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 604 : เคล็ดแปลงกายหงสาเทวะทองคํา
ไม่ต้องสัยเลยว่าสีหน้าของ เจียง ฉิจวิน ในเวลานี้บิด
เบี้ยวผิดรูปอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
เห็นได้ชัดว่าเป็นเพราะว่านางถูก อู่ อวี้ ‘ใส่ความ’
นางจึงถูก โอรสเล่อ ดุด่าอย่างรุนแรง
แน่นอนนางทำได้เพียงแค่แก้ตัวไปว่าเรื่องนี้ไม่ได้มี
ส่วนเกี่ยวกับข้องกับนางเลยแม้แต่น้อย
ไม่ว่ายังไงแล้ว ภายใน อาณาจักรโบราณเหยียนหวง
นางมีสถานะเป็นถึงท่านหญิงหงษ์ทองคำ แต่ว่า อู่
อวี้ เป็นผู้มาจากทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง เป็นผู้ไร้ซึ่ง
หัวนอนปลายเท้า กลับเป็นต้นเหตุที่ทำให้นางถูก
โอรสเล่อ ต่อว่า เห็นได้เลยว่ายามนี้นางไม่สบอารมณ์
เป็นอย่างที่สุด
ที่สำคัญ ตัวนางรู้ดีอย่างที่สุดว่านางกำลังโดนปั้ายสี
นางมองว่า อู่ อวี้ เป็นชายหนุ่มผู้ทระนงที่สุดเท่าที่
นางรู้จัก
แต่บัดนี้ อู่ อวี้ กลับบดขยี้ทำลายความภาคภูมิใจ
หนึ่งเดียวที่มีต่อเขาจนปั่นปี
ยามนี้ ขณะที่โอรสเล่อและคนอื่นๆกำลัง
ทำการศึกษาเพื่อที่จะทำลายค่ายกลนั้น และคนอื่นๆ
ที่ถูกจำกัดบริเวณเอาไว้ เจียง ฉีจวิน ได้ตะโกนชื่อ อู่
อวี้ ออกมาอย่างเสียงดังสนั่น ทำให้บัดนี้เกิดความโก
ลาหนอย่างที่สุด เนื่องจากว่า อู่ อวี้ เป็นคนที่อยู่ใน
ข่าวลือ ซึ่งเป็นเพียงแค่คนอ่อนแอ แต่กลับ
ครอบครองมหาศิลามณีกำเนิดถึง 2 ชิ้น
ถึงแม้จะไม่รู้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือเท็จ แต่คนมากมาย
ก็ปักใจเชื่อ เพราะยังไงแล้ว ตัวตนเฉกเช่น อู่ อวี้
ย่อมไม่มีใครต้องไปปรักปรำให้เสียเวลา
เมื่อเผชิญหน้ากับการบีบบังคับของ เจียง ฉีจวิน อู่
อวี้ ยังคงมีท่าทีสงบนิ่ง เขารู้ว่าแท้จริงแล้ว เซียว อี้
หลี เป็นผู้ที่เผยแพร่ข่าวลือว่าเขาครอบครอง ศิลา
มณีกำเนิดวารี ซึ่งคาดว่านางเองก็คงอยู่ในละแวกนี้
และกำลังจ้องมองเขาจากภายในฝูงชนด้วยเช่นกัน
แต่ทว่า อู่ อวี้ ยังไม่อาจจะเปิดเผยความจริงในเรื่อง
ศิลามณีกำเนิดวารี ออกมาได้
เขายืนกระต่ายขาเดียวโดยกล่าวออกไปว่า “บน
เส้นทางเซียนบรรพกาลแห่งนี้ ผู้ที่มีความแค้นจนไม่
อาจอยู่ร่วมฟั้าดินกับข้าได้ก็มีเพียงเจ้า เจ้าเล็งเปั้ามา
ที่ข้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า กระทั่งไม่สนใจคำเตือนของโอรส
เล่อ เผยแพร่ข่าวเท็จที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เช่นนี้
ออกไป นอกจากเจ้าแล้วจะเป็นใครได้อีก?”
ตอนนี้คนจำนวนมากกำลังจับจ้อง อู่ อวี้ ด้วยสายตา
ร้อนผ่าว ยิ่งผ่านไปผู้คนยิ่งถูกดึงดูดเข้ามามากขึ้น
เรื่อยๆ เขาจึงต้องชี้แจงทุกอย่างให้ชัดเจน
อย่างไรก็ตามมันเป็นเรื่องที่ไร้ประโยชน์ เพราะว่าคน
จำนวนมากได้คาดเดาไปต่างๆนานา
“มีศิลามณีกำเนิดหรือเปล่าใครจะรู้ เพียงแค่เจ้าเปิด
ถุงจักรวาลของเจ้าออกมาให้ข้าและคนอื่นๆ
ตรวจสอบก็พอแล้วมิใช่หรือ?” มีบางคนกล่าว
ออกมาจากในกลุ่มฝูงชน
“หุบปาก!“ เจียง ฉีจวิน ตะโกนอย่างเดือดดาล
ออกมา ดวงตาของนางกลายเป็นเย็นเยือกพร้อมก้าว
เดินไปหา อู่ อวี้
เมื่อเห็นนางเดือดดาลเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่านางต้องการ
จะสั่งสอนบทเรียนให้ อู่ อวี้
ในเวลานี้คนมากมายของ อาณาจักรโบราณเหยียน
หวง กำลังยืนอยู่เบื้องหลังของ เจียง ฉีจวิน ตอนนี้
นางกำลังอยู่ในอารมณ์ที่รุนแรงที่สุด จึงเพิกเฉยต่อ
คำพูดของคนอื่น พร้อมกล่าวว่า “พวกเจ้าอย่ามายุ่ง
นี่คือเรื่องบุญคุณความแค้นระหว่างข้ากับมัน”
คนที่อยู่ข้างๆนางได้เอ่ยขึ้น “ท่านหญิงหงษ์ทองคำ
โอรสเล่อ สั่งไม่ให้พวกเราเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเขาไม่ใช่
หรือ…….”
เจียง ฉีจวิน ใช้สายตาเย็นยะเยือกจ้องไปยังคนที่
กล่าว ทำให้คนผู้นั้นต้องเก็บคำพูดกลับไป
ตอนนี้ โอรสเล่อ กำลังมุ่งความสนใจทั้งหมดไปใน
การทำลายค่ายกลนี้โดยเข้าสู่ภวังค์อย่างสมบูรณ์
เกียจคร้านเกินกว่าจะสนใจสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ด้านนอก
“ฟั้าดินเป็นพยาน อู่ อวี้ เจ้าต้องยอมรับออกมา เจ้า
ใส่ความข้าใช่หรือไม่ ไม่เช่นนั้นแล้วข้าจะฉีกปาก
พล่อยๆนี้ของเจ้าทิ้งซะ” เจียง ฉีจวิน ใช้น้ำเสียงข่มขู่
กดดันเขา
บัดนี้คนของ อาณาจักรโบราณเหยียนหวง พากัน
กระชับวงล้อมหมายกดดัน อู่ อวี้ แม้ว่าบางคนจะยัง
สงสัยว่า อู่ อวี้ มีศิลามณีกำเนิดจริงๆหรือไม่ แต่ก็ทำ
ได้เพียงแค่รอดูว่าเขาจะทำอะไรต่อไป
หากเป็นเรื่องการแย่งชิง ศิลามณีกำเนิด พวกมันย่อม
สามารถลงมือได้ เนื่องจากไม่ผิดกฎใดๆ
ขณะนี้ทุกคนกำลังรับชมมหรสพที่อยู่เบื้องหน้า
“เจ้าเด็กหนุ่มผู้มาจาก ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง ผู้นี้
ไม่เพียงแต่ปล่อยข่าวที่เกี่ยวกับบรรพบุรุษมารกลืน
สวรรค์ออกมา แต่ยังสามารถอยู่ได้จวบจนถึงตอนนี้
นับว่าเอาเรื่องจริงๆ”
“มันย่อมมีดีอะไรสักอย่างอยู่แล้ว ไม่เช่นนั้นมันคงไม่
กลายเป็นที่ชื่นชมของ โอรสเล่อ หรอก หากกล่าว
ตามเหตุตามผลแล้ว หากว่ามันครอบครอ งศิลามณี
กำเนิดวารี จริงๆ แล้ว โอรสเล่อ ไม่สนใจหรือกล่าว
สิ่งใดออกมา เช่นนั้นก็หมายความเป็นนัยๆแล้วว่า
โอรสเล่อ คงยินยอมปล่อยให้มันครอบครอง ศิลามณี
กำเนิด เมื่อถึงจุดนั้น พวกเราก็คงไม่อาจสอดมือเข้า
ไปได้อีกต่อไป……..”
“แต่ข้าว่าเรื่อง ศิลามณีกำเนิด น่าจะเป็นเรื่องที่กุ
ขึ้นมา”
“จุ๊ๆ การที่ท่านหญิงหงษ์ทองคำมีโทสะได้เช่นนี้
นับว่าเจ้าหนุ่มที่มีชื่อว่า อู่ อวี้ คงจะมีความสามารถ
อยู่บ้าง”
บัดนี้ทุกคนกำลังกอดอกและพากันดูฉากละครเบื้อง
หน้าอย่างออกรส
“แต่ว่า เจ้าหนุ่มผู้นี้กำลังถูกล้อมอยู่นา เฮ้อ…ช่างน่า
สงสาร”
“ใช่แล้ว ก็ไม่รู้ว่า โอรสเล่อ จะสนใจในตัวของมันจริง
หรือไม่ เมื่อ โอรสเล่อ อยู่ต่อหน้าศาสตราเต๋าวิถีแท้
สุดยอดวิญญาณ ก็เห็นเต็มตาเลยว่าตัวตนเช่นนี้ไม่
จำเป็นที่จะต้องทำให้ โอรสเล่อ เคลื่อนไหว”
ในขณะที่ทุกคนกำลังตั้งวงสนทนากันอยู่ เจียง ฉีจวิน
ก็หยิบ ‘วงแหวนทองคำสยบฟั้า’ ออกมา เห็นได้ชัด
ว่านางตัดสินใจที่จะลงมือแล้ว
ภายใต้จักษ์พยานทั้งหลาย
แม้ว่าทุกคนจะรู้สึกสงสาร อู่ อวี้ แต่ว่าเขาก็รอวันนี้
มาเป็นเวลานานแล้ว
เมื่อ เจียง ฉีจวิน ใช้กำลังข่มขู่เข้ามา อู่ อวี้ จึงยิ้มขึ้น
กล่าววออกมาว่า “ท่านหญิงหงษ์ทองคำ ที่เดือดดาล
ถึงเพียงนี้เพราะต้องการที่จะเอาคืนเรื่องการปั้ายสี
ของท่านถูกเปิดโปงเช่นนั้นรึ?”
“อะไร….เกิดกลัวขึ้นมาแล้วรึยังไง?” เจียง ฉีจวิน
เยาะเย้ยเขา
“เจ้าไม่กลัวถูก โอรสเล่อ ต่อว่าอีกรึยังไงเล่า? ”
เจียง ฉีจวิน เหลือบมองไปทางฝังนั้น โอรสเล่อกำลัง
ทำลายค่ายกลไปพลาง และยังแข็งขันกับยอดฝีมือ
คนอื่นไปพลาง เห็นได้ชัดว่าเขาไม่สนใจเรื่องที่เกิดขึ้น
ทางด้านนี้ นางจึงโล่งใจ จากนั้นคนหันกลับไปกล่าว
กับ อู่ อวี้ ว่า “คนบ้านนอกเช่นเจ้า คิดว่าจริงๆหรือ
ว่า โอรสเล่อ จะให้ความสำคัญขนาดนั้น!”
ดูไปแล้ว โอรสเล่อ คงไม่ได้ทำโทษนาง มิฉะนั้นนาง
คงไม่มีความกล้าถึงเพียงนี้
ยิ่งกว่านั้นในตอนนี้ โอรสเล่อ ไม่สนใจสิ่งอื่นใด
รอบตัวอีก จึงทำให้นางขวัญกล้ายิ่งขึ้น! เช่นนั้นแล้ว
นางย่อมไม่ลังเลอีกต่อไป พร้อมลงมือหมายมาด
สังหาร อู่ อวี้ ในทันที
อู่ อวี้ เร่งล่าถอย
หนึ่งไล่ล่า หนึ่งล่าถอย
“ทำไมไม่มาเดิมพันกันหน่อยเล่า” เมื่อเผชิญหน้ากับ
แรงกดดันของ เจียง ฉีจวิน ทุกคนกลับคาดไม่ถึงว่า
ยามนี้ อู่ อวี้ ยังคงสงบได้ กระทั่งยังมีกระจิตกระใจ
พูดคุยกับนางอีก
“เจ้ามีคุณสมบัติอะไร?” เจียง ฉีจวิน ยิ้มเย็นพร้อม
กับโคจร ‘วงแหวนทองคำสยบฟั้า’ ทั้ง 9 ให้หมุน
วงรอบกาย! ส่งเสียงหวีดหวิว และ เปล่งประกาย
ลำแสงเจิดจ้า!
“ข้าจะให้ความเป็นธรรมกับเจ้า หากใครที่แพ้ ผู้นั้น
จะต้องออกจากเส้นทางเซียนบรรพกาลไป เจ้ากล้า
หรือไม่ ข้าจะได้ไม่หลบอีก” ในตอนนี้ อู่ อวี้ กำลัง
อาศัยความเร็ว สำแดงเคล็ดก้าวเทวะเคลื่อนคล้อย
ไปมาบนทุ่งหญ้าแห่งนี้ ไม่ว่า เจียง ฉีจวิน จะโจมตีไป
กี่ครั้ง ก็ไม่โดนตัวเขาเลยสักครั้ง
นางไม่กลัวว่า อู่ อวี้ จะสามารถหลบอย่างนี้ไปได้
ตลอด แต่หากเขากล้าที่จะเผชิญหน้าต่อสู้กับตัวนาง
นางจะต้องยินดีอย่างแน่นอน ท้ายที่สุดนางก็ยังคง
เป็นกังวลเกี่ยวกับ โอรสเล่อ ดังนั้นนางจึงต้องการ
จัดการ อู่ อวี้ ให้เร็วที่สุด
เมื่อ อู่ อวี้ เอ่ยประโยคเช่นนี้ออกมา มันทำให้นาง
รู้สึกอับอายอย่างยิ่ง
ทุกคนยังคิดว่าตนเองหูฝาดไป อู่ อวี้ กลับหาญกล้าที่
จะท้าทาย เจียง ฉีจวิน เช่นนี้ แม้กระทั่งท้าเดิมพัน
นาง ว่าหากใครแพ้ผู้นั้นจะต้องหลีกทางไป?
ระหว่างพวกเขาทั้งคู่ มีความแตกต่างในเรื่องลำดับ
ขั้นพลังอย่างเห็นได้ชัด! ถึงแม้จะเคยได้ยินมาว่าคนผู้
นี้จะเก่งกาจมากมายขนาดไหน แต่ว่า………….
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าสำหรับคนส่วนใหญ่แล้ว นี่เป็น
การต่อสู้กันระหว่างผู้ใหญ่กับเด็กน้อย
“หากว่าข้าพ่ายแพ้เจ้า ข้าคงจะไม่มีหน้าอยู่ที่นี่
ต่อไป” เจียง ฉีจวิน กล่าวออกมาโดยไม่แสดงท่าที
ใดๆ
“อย่าลืมว่าหลังจากออกจากเส้นทางเซียนบรรพกาล
แล้ว เจ้าจะต้องนำเรื่องบรรพบุรุษมารกลืนสวรรค์ไป
บอกเล่าให้เหล่าอาวุโสทั้งหลายฟังด้วย ความเป็น
ความตายของชมพูทวีปโลกธาตุ ขึ้นอยู่กับเจ้าแล้ว
เจียง ฉีจวิน”
ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันเป็นความผิดพลาดอย่างใหญ่
หลวง คำกล่าวนี้ของ อู่ อวี้ มันได้กระตุ้น เจียง ฉี
จวิน อย่างรุนแรง เนื่องจากยังไม่ทันได้เริ่มสู้ แต่เขา
กลับกล่าวเช่นนี้ราวกับ เจียง ฉีจวิน ได้พ่ายแพ้ไป
แล้ว
ที่จริงยามนี้ อู่ อวี้ เป็นคนที่ตื่นเต้นมากที่สุด เขาถูก
คนผู้นี้กดดันข่มเหงมาเป็นเวลานาน นี่เป็นเวลาที่เขา
จะเอาคืน! สำหรับการเดิมพัน ไม่มีอะไรมากกว่าการ
ย้ำเตือนว่าหลังจากที่นางออกไปแล้ว นางจะต้องนำ
เรื่องของบรรพบุรุษมารกลืนสวรรค์นี้ไปบอกเหล่าผู้
อาวุโส
อีกทั้งยามนี้ยังมีประจักษ์พยานมากมาย ยิ่งทำให้
แผนการได้ผลขึ้นเป็นทวี
เมื่อนางได้ยินคำพูดประโยคนี้ของ อู่ อวี้ ใบหน้าของ
เจียง ฉีจวิน ก็ยิ่งโกรธจนหน้าเขียวคล้ำ ซึ่งยามนี้นาง
หมายจะสังหารให้ตายๆไปเสีย!
นางระเบิดพลังทั้งหมดที่มี ในตอนนี้ เจียง ฉีจวิน
กลายเป็นบ้าคลั่งดุร้าย มีเพียงแค่สังหาร อู่ อวี้
เท่านั้นจึงจะสามารถกู้คืนศักดิ์ศรีของนางกลับมาได้
“เคล็ดแปลงกายหงสาเทวะทองคำ!”
เมื่อการเดิมพันได้รับการตอบรับแล้ว เจียง ฉีจวิน จึง
สำแดงเคล็ดวิชาอิทธิฤทธิ์ขึ้นในทันที ชั่วพริบตาร่าง
ของ เจียง ฉีจวิน พลันระเบิดลำแสงเจิดจ้าแสบตา
ขึ้นเหนือทุ่งหญ้อันกว้างใหญ่! นี่คือเคล็ดวิชา
อิทธิฤทธิ์ที่สืบทอดต่อกันมาในตระกูลของนาง เห็น
ได้ชัดว่ามันแข็งแกร่งกว่าเขตแดนทานตะวันทองคำ
อย่างมหาศาล!
เคล็ดวิชาอิทธิฤทธิ์วิชานี้ ทำให้ทั่วทั้งร่างของ เจียง ฉี
จวิน เรืองแสงสีทอง ปรากฏขนสีทองขึ้นจำนวนนับ
ไม่ถ้วนเข้าปกคลุมทั่วร่างของนาง แผ่นหลังปรากฏ
เป็นปีกสีทองคู่หนึ่งที่เต็มไปด้วยขนนกสีทอง!
เมื่อ เจียง ฉีจวิน สำแดงเคล็ดแปลงกายหงสาเทวะ
ทองคำไม่ว่าจะเป็นด้านของพละกำลัง ความเร็ว
พลังปั้องกัน หรือในด้านอื่นๆ ก็ถูกยกระดับขึ้นอย่าง
มหาศาล!
มีพลังอิทธิฤทธิ์น้อยมาก ที่สามารถก่อให้เกิดการ
เปลี่ยนแปลง จนก้าวข้ามขอบเขตได้แบบนี้ ทำให้ใน
ยามนี้ เจียง ฉีจวิน แต่ต่างจากก่อนหน้านี้ไปอย่าง
สิ้นเชิง!
นางกำลังบินอยู่เบื้องหน้าของ อู่ อวี้ ทันทีที่แสงบน
ร่างเริ่มจางลง ฉับพลันศาสตราเต๋า ‘วงแหวนทองคำ
สยบฟั้า’ ได้บินทะยานเข้ามาผสานหลอมรวมเข้ากับ
ตัวนาง!
พลังอำนาจอันน่าหวาดกลัวของวงแหวนทองคำสยบ
ฟั้าได้ประสานเข้ากับนางอย่างไร้ที่ติ
เห็นได้ชัดว่า เจียง ฉีจวิน กำลังจะสำแดงวิชาที่
แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม หลังจากที่ใช้เคล็ดแปลงกายหง
สาเทวะทองคำ นางก็ปฎิญาณว่าจะใช้พลังทั้งหมด
เพื่อที่จะสังหาร อู่ อวี้ !
เมื่อ เคล็ดแปลงกายหงสาเทวะทองคำ ปรากฎ มัน
ทำให้ผู้คนไม่น้อยตกตะลึง
“เมื่อท่านหญิงหงษ์ทองคำเปิดใช้ เคล็ดแปลงกายหง
สาทองคำ ย่อมเพียงพอที่จะสร้างความโกลาหนได้
แล้ว เนื่องจากมีเพียงแค่ท่านหญิงหงษ์ทองคำเท่านั้น
ที่ใช้ได้”
“นี่เป็นเคล็ดวิชาอิทธิฤทธิ์อันดับต้นๆซึ่งอยู่คู่กับ
แคว้นทานตะวันทอง ช่างน่าอิจฉาเสียเหลือเกิน”
“พวกเจ้ายังคงไม่รู้ จริงๆแล้วยังมีเคล็ดวิชาอิทธิฤทธิ์
สังหารอีกวิชาที่เรียกว่า ‘เคล็ดวิชาคุกฟั้าดินทองคำ’
นั่นแหละถึงจะเป็นสิ่งที่สั่นคลอนทั่วหล้าได้อย่าง
แท้จริง! เห็นได้ชัดว่าต่อไป เจียง ฉีจวิน กำลังจะ
สำแดงเคล็ดวิชานี้!”
“ข้ารู้แล้ว นางตั้งใจจะจัดการ อู่ อวี้ ด้วยวิชา คุกฟั้า
ดินทองคำ เพื่อกักขังเขาไว้ในนั้นตลอดกาล! เมื่อ อู่
อวี้ ถูกกักขังก็ย่อมไม่มีทางที่จะออกไปจาก เส้นทาง
เซียนบรรพกาล ได้! วิชาคุกฟั้าดินทองคำนี้ จะสร้าง
เป็นคุกทองคำในพื้นที่มิติที่เป็นเอกเทศน์ ได้ยินมาว่า
มันมีขนาดเล็กมากและไม่มีสิ่งใดสามารถเข้าออกได้
จะต้องอยู่ในโลกแห่งความอ้างว้างโดดเดี่ยวไม่รู้จบ
จนกว่าจะแหลกสลายกลายเป็นฝุั่นผง!”
ในขณะที่ทุกคนกำลังพูดคุยกันอยู่ เจียง ฉีจวิน ได้ลง
มือโจมตีไปแล้ว ความจริงไม่มีผู้ใดสังเกตว่าสายตา
ของ อู่ อวี้ กำลังเพ่งเล็งไปยังทิศตะวันออกซึ่งเป็นที่ที่
ดวงตะวันเฉิดฉาย ในขณะที่อีกฝั่ายแปลงกายหงสา
เทวะทองคำแล้วนั้น ดวงตาของ อู่ อวี้ ทั้ง 2 ข้าง
พลันปรากฎเปลงเพลิงลุกโชนขึ้น เปลวเพลิงจาดวง
ตะวันมากมายถูกรวบรวมเอาไว้อยู่ภายในดวงตาทั้ง
2 ข้าง เสาเพลิงสีทอง หลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่สิ้นสุด
สิ่งที่ทุกคนเห็นคือดวงตาทั้ง 2 ข้างของ อู่ อวี้
ร้อนแรงและส่องแสงเจิดจ้าราวกับเป็นดวงอาทิตย์ที่
อยู่บนท้องฟั้า
ขณะนี้พวกเขาเพิ่งจะตระหนักได้ว่า อู่ อวี้ มีฝีมือที่
ร้ายกาจยิ่ง
แต่ว่า เจียง ฉีจวิน กลับเป็นฝั่ายได้เปรียบกว่าอย่าง
ไม่ต้องสงสัย!
ใช่แล้ว หลังจากที่นางเปลี่ยนแข็งแกร่งขึ้นด้วยเคล็ด
แปลงกายเทวะหงสาทองคำ ก็เร่งสำแดง ‘เคล็ดวิชา
คุกฟั้าดินทองคำ’ ต่อในทันที!
วงแหวนทองคำสยบฟั้าทั้ง 9 วงรวมที่ผสานเข้ามาอยู่
บนมือทั้ง 2 ข้างของนาง พลันขยายขนาดใหญ่ขึ้น
กลายเป็นประตูวงแหวน 1 บาน มาปรากฏอยู่เบื้อง
หน้าของ เจียง ฉีจวิน
ภายในวงแหวนทองคำสยบฟั้า ปรากฏเป็นประตูสี
ทองค่อยๆเปิดออกอย่างช้าๆ!
ภายในประตูปรากฏเป็นพื้นที่สีทองบริสุทธิ์ มีวงเวท
ที่เปลี่ยนแปลงอย่างไม่รู้จบอยู่ภายใน
เมื่อประตูเปิดออก ได้เกิดแรงดึงดูดอันมหาศาล
ขึ้นมาอย่างฉับพลัน อีกทั้งยังปรากฎแขนทั้ง 9 ผุด
ออกมาจากภายใน
———————————
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ