กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 605 : ไลตามเสนทางแหงเตา
แขนทองคำทั้ง 9 ถึงแม้จะมีขนาดไม่ใหญ่โต แต่ทว่า
มันกลับดูราวกับขยายยืดได้ไม่มีสิ้นสุด
หากมองอย่างเจาะจงไปยังแขนแต่ละข้าง มันได้ถูก
สรรค์สร้างขึ้นมาจากขนนก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เป็นฝั่ามือ มันกลายเป็น
กรงเล็บที่แหลมคม คมกริบและดุดัน ราวกับเป็นกรง
เล็บของพญาอินทรี
เคล็ดวิชาแปลงกายหงสาเทวะทองคำ กับ คุกฟั้าดิน
ทองคำ พลังของมหาอิทธิฤทธิ์ทั้ง 2 ผสานรวมเข้า
ด้วยกัน ปลดปล่อยพลังที่ไร้ซึ่งความปรานี ผู้ชมรอบ
ด้านต่างพากันมองหน้ากันเลิกลั่ก รู้สึกว่า เจียง ฉี
จวิน อาจทำให้ อู่ อวี้ ต้องเผชิญต้องได้รับบาดเจ็บ
ร้ายแรงอย่างที่ไม่อาจจะฟืนคืนกลับมาได้!
“เจ้าเด็กผู้นี้คงไม่รู้ว่าตนเองได้เผชิญหน้ากับหายนะ
เสียแล้ว ช่างน่าสงสารจริงๆ!”
“พวกเจ้าดูที่ดวงตาของมันสิ ดูเหมือนนั่นจะเป็นพลัง
อิทธิฤทธิ์บางอย่างที่เอาไว้ดูดซับเปลวเพลิงจากดวง
ตะวันงั้นรึ?”
เมื่อสิ้นสุรเสียง ทันใดนั้น อู่ อวี้ และ เจียง ฉีจวิน ก็
เปิดฉากปะทะกันในทันที!
ภายในประตูของคุกฟั้าดินทองคำ แขนทองคำทั้ง 9
พลันปลดปล่อยแรงดึงดูดที่รุนแรงและน่าสยดสยอง
ระเบิดพลังปกคลุมไปทั่วท้องฟั้า ราวกับว่าต้องการ
จะลากดึง อู่ อวี้ เข้าไปภายในให้จงได้
อู่ อวี้ ไม่ได้หลบหลีก แต่เขายังยืนหยัดอย่างมั่นคง
ภายใต้การดูดกลืนนี้ จนกระทั่งแขนทั้ง 9 มิอาจ
ทานทนและทะยานเข้าไปหมายจับเผด็จศึกด้วย
ตนเอง!
พริบตาเขาได้ปลดปล่อยความบ้าคลั่งออกมาอย่าง
รุนแรง ในมือพลันปรากฏเสามังกรสมุทรคลั่งอย่าง
ฉับพลัน เท้าข้างหนึ่งปักอยู่บนพื้นดินจนทำให้ทุ่ง
หญ้าเต็มไปด้วยฝุั่นควันตลบ พริบตาเดียวเขา
กลายเป็นลำแสงสีทองสายหนึ่ง พุ่งตรงเข้าหา เจียง
ฉีจวิน อย่างแน่วแน่!
“กักตะวัน!”
พลังอำนาจของเคล็ดวิชากักตะวันที่ได้รวบรวมมา
จนถึงเวลานี้ มันได้ถึงขีดจำกัดของมันแล้ว พลัง
อำนาจของเคล็ดวิชากักตะวันได้ไต่ไปจนถึงระดับ
สูงสุดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน! พลังทั้งหมดทั้งมวล
ถูกปลดปล่อยจากดวงตาทั้งสอง ปรากฎเป็นเสา
เพลิงสีทองอร่ามปะทะเข้ากับแขนทองคำอย่าง
ดุเดือด
ก่อนหน้านี้ ทุกคนไม่เคยคาดคิดว่าดวงตาทั้ง 2 ข้าง
ของ อู่ อวี้ จะสามารถระเบิดพลังอำนาจโจมตีที่
รุนแรงเช่นนี้ออกมาได้!
สิ่งที่น่าตกใจคือ การระเบิดพลังของเคล็ดวิชากักตา
วันดุร้ายมากเกินไป ราวกับมีมังกรบุกทะลวงตำหนัก
สวรรค์ พริบตาเดียวมันจึงได้กลืนกินแขนทั้ง 9 เข้า
ไป จากนั้นก่อเกิดเป็นเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว
จนทำลายแขนทั้ง 9 และปีกขนนกสีทองในทันที
ฉากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันทำให้ทุกคนตกอยู่ใน
อาการหวาดผวาจนต้องร้องอุทาน
แม้กระทั่งตัวของ เจียง ฉีจวิน เองก็ยังสั่นเทาด้วย
ความตกใจ ดวงตาอันเหี้ยมโหดของนางกลับถูกแทน
ที่มาด้วยความสั่นครือ กระทั่งรู้สึกว่าตนเองตกอยู่ใน
สถานการณ์ไม่ปลอดภัย เพราะว่านางไม่เคยตกอยู่ใน
สถานการณ์เช่นนี้มาก่อน สายตาของ อู่ อวี้
ในตอนนี้กดดันทำให้นางต้องล่าถอยออกไป นางไม่
เคยคาดคิดมาก่อน ว่าสายตาของ อู่ อวี้ จะสามารถ
กดดันนางได้ถึงขนาดนี้
อย่างไรก็ตาม เจียง ฉีจวิน ยังคงมั่นใจว่า อู่ อวี้
จะต้องถูกกลืนกินเข้าไปภายในคุกฟั้าดินทองคำอย่าง
แน่นอน เนื่องจากว่าขณะนี้ อู่ อวี้ กำลังทะยานเข้าสู่
เคล็ดวิชาคุกฟั้าดินทองคำ ของนาง
แต่ที่จริง เพราะเขากำลังทะยานเข้าหา เจียง ฉีจวิน
จึงทำให้ดูเหมือนว่ากำลังถูกดูดกลืนเข้าไป
ราวกับแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ
นี่คือสิ่งที่ เจียง ฉีจวิน คิด
“ย่าห์!” พริบตาที่ อู่ อวี้ เกือบจะพุ่งเข้าไปภายใน
เคล็ดวิชาคุกฟั้าดินทองคำ เขาก็ได้ทำบางสิ่งที่ทำให้
ทุกคนแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตนเอง!
ขณะที่ อู่ อวี้ กำลังเข้าใกล้ เจียง ฉีจวิน เขาก็ได้
สำแดงเคล็ดอิทธิฤทธิ์วิชาที่ 3 เทียมฟั้าจรดดิน
ออกมา! ทันใดนั้นร่างกายของเขาก็แปรเปลี่ยนไปจน
แทบไม่อาจจะทำใจเชื่อได้ พริบตาเดียวร่างกายของ
เขาก็ขยายขนาดใหญ่ขึ้นเกือบถึง 3 จั้ง! ในตอนนี้ไม่
ว่า เจียง ฉีจวิน หรือว่า 9 วงแหวนทองคำสยบฟั้า ที่
อยู่ในมือของนาง ก็ดูเหมือนกับกลายเป็นของเล่นไป
ถนัดตา
กลับกลายเป็นว่าในยามนี้ เจียง ฉีจวิน สูงถึงเพียงแค่
เข่าของเขาเท่านั้นเอง
จากคนธรรมดากลับกลายเป็นคนยักษ์ในทันที!
เพียงแค่ฝั่ามือเดียวก็สามารถปิดผนึก เคล็ดคุกฟั้าดิน
ทองคำ ของ เจียง ฉีจวิน ได้แล้ว
ที่จริง เคล็ดคุกฟั้าดินทองคำ สามารถขยายให้ใหญ่ได้
มากกว่านี้ แต่บัดนี้มันสายเกินไปเสียแล้ว มันไม่
สามารถดูดกลืนกลืนกิน อู่ อวี้ ลงไปได้อีกต่อไป
หลังจากที่ อู่ อวี้ ขยายร่าง คนเร่งฟาดพลองในมือลง
ไปที่ วงแหวนทองคำสยบฟั้า อย่างฉับพลัน!
ตูม!
ในตอนนี้เขาเปิดใช้งานเคล็ดระเบิดพลังคลั่งควบคู่ไป
ด้วย
มันจึงกลายเป็นพลองที่รุนแรง ดุดัน และแข็งแกร่ง
อย่างที่สุด!
ปังงงง!
หลังจากที่เคล็ดกักตะวันบดขยี้แขน 9 แล้ว พลองที่
ถูกฟาดออกด้วย เคล็ดวิชาอิทธิฤทธิ์เทียมฟั้าจรดดิน
ผนวกกับพลังอำนาจของ เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง อัน
น่าหวาดกลัว จึงทำให้ยามที่ปะทะได้ส่งเสียง
กัมปนาทอื้ออึงขจรไปทั่วทั้งปฐพี ทุกคนมองเห็น
เพียงแค่ประกายแสงวูบหนึ่ง จากนั้น วงแหวน
ทองคำสยบฟั้า ก็ได้ถูกหวดปลิวกระเด็นออกไป
กระทั่งเกิดรอยปริแตกขึ้นมาบางส่วน!
วิชาอิทธิฤทธิ์ของ เจียง ฉีจวิน ถูกทำลายจนพัง
พินาศ!
นี่เป็นเพียงแค่การโจมตีระลอกที่ 2 เท่านั้น!
กลับกลายเป็นว่าผู้ที่อยู่ในขอบเขตตำหนักม่วงทะเล
มรกตคนหนึ่งกลับสามารถกดดันและทำลายเคล็ด
วิชาอิทธิฤทธิ์ของขอบเขตก่อร่างกำเนิตจิตเทวะ
ระดับที่ 3 ได้ ทุกฉากที่เกิดขึ้น ทุกคนแทบจะไม่เชื่อ
สายตาตนเองว่าสิ่งที่ตนเองเห็นมันคือเรื่องจริง
บางที เจียง ฉีจวิน เองเป็นเช่นกัน ในเวลานี้นางรู้สึก
อับอายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนี อู่ อวี้ มองเห็น
ถึงความรนลานและความสับสนได้จากท่าทีของนาง
แต่แล้วการโจมตีระลอกที่ 3 ก็ถูกปล่อยออกไปอย่าง
ไม่สงสารแม้เพียงเสี้ยว!
หลังจากที่สำแดง เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง ถึงแม้ว่ากาย
เนื้อของเขาจะได้รับความเจ็บปวดรวดร้าว แต่ด้วย
พละกำลังที่มากกว่าเดิมถึง 3 เท่า ทั้งยังมีพลังแก่น
แท้ตำหนักม่วงที่แข็งแกร่ง อู่ อวี้ จึงสามารถฟาด
พลองออกไปได้อีก 2-3 ครั้งอย่างไม่มีปัญหา!
หลังจากที่ศาสตราเต๋าวิถีแท้ของอีกฝั่ายหลุดมือปลิว
กระเด็นออกไป เขาก็ได้ง้างพลองในมือและหวดลง
ไปหมายมาดเผด็จศึกให้จบ ซึ่งเป็นขณะเดียวกันที่
ภายในหัวของ เจียง ฉีจวิน กลายเป็นว่างเปล่า
“เขตแดนทานตะวันทองคำ!”เมื่อตกอยู่ในความตื่น
ตระหนก เจียง ฉีจวิน จึงเร่งสำแดงเคล็ดวิชา
อิทธิฤทธิ์ที่ 3 ของนาง ดอกทานตะวันที่บานสะพรั่ง
พลันปรากฎขึ้น คุ้มกายร่างของนางเอาไว้อย่างแน่น
หนา ซึ่งขณะที่ เขตแดนทานตะวันทองคำ ปรากฏ
ออกมา พริบตานั้นเอง ‘เสามังกรสมุทรคลั่ง’ ของ อู่
อวี้ ก็ได้หวดฟาดลงไปยัง เขตแดนทานตะวัน อย่าง
จัง!
ตูมมม!
เกิดเสียงปะทะกันดังสนั่นหวั่นไหวกึกก้องไปทั่วทุก
ทิศทาง!
เขตแดนทานตะวันทองคำ ปรากฏรอยปริแตกขึ้น
หลายรอย แต่ยังคงยืนหยัดไม่ถูกทำลายลงไป
อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้ อู่ อวี้ ราวกับกลายเป็นบ้า
ขาดสติไปแล้ว แล้วเขาจะสามารถหยุดมือได้
อย่างไร? ภายในเวลาสั้นๆ เขาจึงออกอาวุธออกไป
อีก 2-3 ทีด้วยพลังอันบ้าคลั่งไร้ที่เปรียบ ด้วย
ร่างกายที่ใหญ่โตของเขา ก็นับว่า เขตแดนทานตะวัน
ทองคำ ดูเล็กลงไปถนัดตา ซึ่งยามนี้เขายังคงฟาด
พลองไปบน เขตแดนทานตะวันทอง คำอย่าง
ต่อเนื่อง หลังจากนั้นอีกไม่กี่พลอง ในที่สุด เขตแดน
ทานตะวันทองคำ ก็ถูกทำลายจนย่อยยับ ใบหน้า
ของ เจียง ฉีจวิน ซีดเซียว ภายใต้การโจมตีทำลาย
ล้างอันบ้าคลั่งของ เสามังกรสมุทรคลั่ง หากไม่ใช่
เพราะ อู่ อวี้ ยั้งมือเอาไว้ นางคงต้องตกตายคาที่
อย่างไม่ต้องสงสัย!
ตูมมมมมม!
เสามังกรสมุทรคลั่งที่หนาถึง 1 ฉื่อ ฟาดไปที่หน้าอก
ของ เจียง ฉีจวิน จนทำให้นางปลิวกระเด็นจนลงไป
กระแทกกับพื้นดิน
เวลานี้ผมเผ้าของนางกลายเป็นยุ่งเหยิง ถึงแม้ว่านาง
จะสวมใส่ชุดเกราะศาสตราเต๋าวิถีแท้อยู่ แต่ก็ยัง
ได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงจากการโจมตีของ อู่ อวี้
ภายใต้พลังปราบปรามอันน่าหวาดกลัวของ อู่ อวี้
แม้ว่านางจะมีศาสตราเต๋าวิถีแท้ชิ้นนี้อยู่แต่ก็ยังมิใช่
คู่มือแต่อย่างใด ถ้าหากว่านางไม่มีการปกปั้องจาก
ศาสตราเต๋าวิถีแท้นี้ละก็ ในเวลานี้ร่างกายของนางก็
คงถูก อู่ อวี้ ตีจนกระดูกแหลกสลายไปนานแล้ว
ถึงแม้ว่าเกราะปั้องกันเป็นปราการ แต่ทว่าร่างกาย
ของนางก็ยังคงได้รับบาดเจ็บสาหัส!
ซึ่งสามารถมองได้จากใบหน้าที่ซีดขาวและเจ็บปวด
ของนาง
อู่ อวี้ ผู้ซึ่งอยู่ในสภาวะร่างยักษ์ จึงจับจ้องมองไปยัง
นางจากมุมบน
หากเทียบกันเรื่องผลกระทบจากการต่อสู้ แน่นอนว่า
อู่ อวี้ กลับกลายเป็นฝั่ายพ่ายแพ้ เนื่องจากเวลานี้เขา
ไม่สามารถต่อสู้ได้อีก แต่กระนั้นจิตวิญญาณของนาง
นั้นได้แตกสลายไปในพลองก่อนหน้าเสียแล้ว อีกทั้ง
อู่ อวี้ ยังเก็บอาการได้ดีโดยไม่แสดงท่าทีใดๆออกมา
เช่นนี้จึงทำให้นางยิ่งสั่นสะท้านเข้าไปใหญ่
จำได้ว่าในคราแรกที่ได้พบกัน นางยังเกียจคร้านเกิน
กว่าจะจดจำนามของเขา กระทั่งยังไม่ชายตามองเสีย
ด้วยซ้ำ
แต่ในตอนนี้นางกลับถูกเขาสะกดข่มจนเสียสูญ
ความเป็นความตายอยู่ภายใต้เงื้อมมือของเขา ทั้งยัง
ประจักษ์ต่อสายตาของสาธารณชนทั้งหลาย!
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเบื้องหน้ามันหนักหนาเกินกว่า
จิตใจของนางจะรับได้!
ในเวลานี้ๆทั่วทั้งร่างกายของ เจียง ฉีจวิน สั่นเทิ้ม
เริ่มมีหยดน้ำไหลรินออกมาจากดวงตาทั้ง 2 ข้างของ
นางปรากฎออกมาให้เห็น
“ผลแพ้ชนะได้ถูกตัดสินออกมาแล้ว ไม่มีผู้ใด
สามารถดูถูกผู้อื่นได้ตลอด เจียง ฉีจวิน หลังจากที่
ออกไปแล้ว เจ้าจงอย่าได้ลืมเรื่องของบรรพบุรุษมาร
กลืนสวรรค์เสียล่ะ”
อู่ อวี้ กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา พร้อมกับเก็บ
ศาสตราเต๋าวิถีแท้กลับเข้าไป จากนั้นร่างกายของเขา
ก็กลับสู่ขนาดปกติดังเดิม
ส่วนเหล่าผู้คนมากมายที่รายล้อมอยู่ ยังคงนิ่งเงียบไม่
มีการเคลื่อนไหวเป็นเวลานาน แทบทุกคนได้มอง
มายังเขาด้วยสายตาอันยากจะเชื่อได้ นี่เป็นครั้งแรก
ที่ อู่ อวี้ สำแดงอิทธิฤทธิ์ต่อหน้าผู้คนจนประจักษ์แก่
สายตาทุกผู้
ไม่คาดคิดว่าจะมีวันนี้ วันที่สามารถทำให้เหล่า
อัจฉริยะจากทั่วทั้งชมพูทวีปโลกธาตุจ้องมองมาที่เขา
ด้วยสายตาเช่นนี้
กล่าวตามตรง อู่ อวี้ ค่อนข้างรู้สึกพึงพอใจอย่างยิ่ง
ทีเดียว
อย่างไรก็ตามเขารู้ความจริงเป็นอย่างดี
“บนเส้นทางการฝึกตนจะต้องท้าทายในระดับที่สูง
กว่า วันนี้ถือว่าข้าได้รับผลตอบแทนการพยายาม
อย่างหนักแล้ว แต่ก็มิอาจหลงระเริงไปได้ มิฉะนั้นก็
จะพบเจอจุดจบเช่นเดียวกับ เจียง ฉีจวิน ”
เนื่องจากความเย่อหยิ่งของ เจียง ฉีจวิน ที่มักจะดูถูก
ผู้อื่น ดังนั้นในตอนนี้เมื่อนางต้องพ่ายแพ้ต่อหน้าผู้คน
มากมายเช่นนี้ สำหรับนางแล้วมันจึงเป็นเรื่องยากที่
จะยอมรับมันได้
ในตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบ! ได้ยิน
แม้กระทั่งเข็มตกกระทบดิน!
อู่ อวี้ รู้ดีว่าพวกเขากำลังคิดอะไรกันอยู่ มันไม่มีอะไร
มากไปกว่าสงสัยและอยากรู้เกี่ยวกับตัวเขา เพื่อจะ
ทำใจยอมรับถึงเรื่องที่เกิดขึ้น
อย่างไรก็ตามาสำหรับเขาย่อมไม่หยุดเพียงเท่านี้
จะต้องไต่ขึ้นไปให้สูงกว่านี้อีก! เพราะว่าเต๋าแห่งการ
ฝึกตนสำหรับเขาแล้วก็คือการไล่ล่าจุดสูงสุด!
ในเวลานี้ เจียง ฉีจวิน ค่อยๆลุกขึ้นมา นางรู้สึกอับ
อาย ทั่วทั้งร่างชุ่มโฉกไปด้วยเลือด กระเซอะกระเซิง
แตกต่างกับท่านหญิงหงษ์ทองคำก่อนหน้าอย่าง
เทียบไม่ติด!
นางจับจ้องมาที่ อู่ อวี้ ด้วยร่างอันสั่นเทา!
จากนั้นสายตาของนางค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นความ
โกรธและเกลียดชัง ซึ่งภายในนั้นก็ยังแอบแฝงเอาไว้
ด้วยความบ้าคลั่ง
“ใครก็ได้ สังหารมันเสีย!” นางหันกายกลับไปพร้อม
เอ่ยกับคนจาก อาณาจักรโบราณเหยียนหวง
ในกลุ่มคนจาก อาณาจักรโบราณเหยียนหวง ยังคน
อีกมากมายที่รู้สึกชมชอบในตัวนาง ดังนั้นเมื่อนาง
เอ่ยขึ้น ภายในเวลาสั้นๆจึงมีคนจำนวนไม่น้อยก้าว
ออกมาเพื่อเข้าร่วม เนื่องจากว่าการที่ เจียง ฉีฉวิน
ถูกล่วงเกินเช่นนี้ พวกมันมิอาจยอมรับได้
“ข้าจะช่วยท่านเอง!”
“อย่าปล่อยให้เจ้าเด็กเมื่อวานซืนผู้นี้หนีรอดไปได้”
ผู้ที่ก้าวออกมามีอย่างน้อย 7-8 คน ซึ่งพวกมันล้วน
แล้วแต่เป็นสหายสนิทกับ เจียง ฉีจวิน อีกทั้งแต่ละ
คนยังอยู่ในขอบเขตก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ
แววตาพวกมันเต็มไปด้วยความดุร้าย
ความจริงในใจของพวกมันเองก็ตกตะลึงไม่แพ้ เจียง
ฉีจวิน ก่อนหน้านี้พวกมันก็เคยพบเจอกับ อู่ อวี้
มาแล้วหลายครั้งหลายครา พวกมันจึงรู้สึกว่า อู่ อวี้
พัฒนาฝีมืออย่างก้าวกระโดดจนเกินกว่าที่พวกมันจะ
คาดคิด
และดูเหมือนว่าขอบเขตของเขาจะยกระดับขึ้นด้วย!
ในทุกคนเห็นว่า อู่ อวี้ ตกอยู่ในสถานการณ์อันตราย
ทางฝังของศาสตราวิถีแท้สุดยอดจิตวิญญาณที่อยู่ไม่
ไกลก็เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวขึ้น
“พอแล้ว อย่าทำตัวน่าขายหน้าต่อไปอีกเลย หงษ์
ทองคำ เจ้าจงทำตามเดิมพันซะ หลังจากที่ออกไป
แล้วก็นำเรื่องบรรพบุรุษมารกลืนสวรรค์ไปแจ้งให้
บิดาของเจ้าทำการตรวจสอบด้วย”
ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่คือเสียงของ โอรสเล่อ
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ใบหน้าของ เจียง ฉีจวิน จึงกลับ
กลายเป็นซีดขาวอีกครั้ง ส่วนคนอื่นๆที่ออกหน้าแทน
นาง ก็ทำได้เพียงแค่ละอายใจจนไม่อาจจะลงมือ
โจมตีได้
“อู่ อวี้ ถือว่าเป็นคนจากอาณาจักรโบราณเหยียน
หวงของเรา และเขายังถือเป็นความหวังในอนาคต
ของพวกเรา ของให้ทุกท่านอย่าได้ผลักไสไล่ส่งคน
กันเอง”
จากนั้น โอรสเล่อ ก็ได้กล่าวออกมาอีกหนึ่งประโยค
อย่างไรก็ตามบัดนี้มันยังรั้งอยู่ที่ค่ายกล คาดว่าอันที่
จริงแล้วมันย่อมรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด
โอรสเล่อ เป็นผู้นำในที่แห่งนี้อย่างแท้จริง เมื่อมใน
กล่าวออกมาก็ย่อมไม่มีผู้ใดอาจจะหาญกล้าต่อรอง
แน่นอนว่าทาง เจียง ฉีจวิน เองก็ยังมีสตินึกคิดอยู่
บ้างเช่นกัน นางรู้ว่าในตอนนี้หากยังคงดื้อดึงจะต้อง
เกิดเป็นปัญหากับตัวนางอย่างแน่นอน
“ตกลง องค์ชาย”
นางก้มหัวต่ำลง หลังจากนั้นก็มองไปยังเหล่าสหายที่
อยู่ข้างกาย
สายตาของทุกคนมองมาอย่างรู้สึกช่วยไม่ได้ ทั้งยังไม่
อาจรับได้
เจียง ฉีจวิน พยักหน้าให้พวกมัน ทางด้านพวกมันก็
พยักหน้าตอบรับเช่นกัน ความจริงพวกมันก็ล่วงรู้ถึง
ความหมาย หากมีโอกาส พวกมันจะต้องโอกาสล้าง
แค้นแทน เจียง ฉีจวิน อย่างไม่ลังเล
ต่อมานางได้มองไปยัง อู่ อวี้ ด้วยสายตาอันเย็นชา
หลังจากนั้นขดริมฝีปากสีแดงอันอวบอิ่มของนางลง
และบดขยี้ ยันต์เซียนบรรพกาล เพื่อออกไปจาก
สถานที่แห่งนี้
ในที่สุดก็มาถึงบทสรุป
กระทั่งมีบางคนร้องตะโกนขานชื่อ อู่ อวี้ ออกมา
อย่างเลื่อมใส
อู่ อวี้ รู้ว่ามีบางคนกำลังจ้องมองมาที่เขาด้วยสายตา
เป็นประกาย นั่นก็คือ เซียว อี้หลี ซึ่งบัดนี้นางกำลัง
อยู่เบื้องหลังของ อู่ อวี้ และหลบอยู่มุมมืด
บางทีพลังรบของ อู่ อวี้ อาจทำให้นางรู้สึกหวาดกลัว
อู่ อวี้ ยังไม่เปิดเผยเรื่องศิลามณีกำเนิดวารี จึงทำให้
นางคาดเดาได้ถึงจุดประสงค์ของเขาอย่างชัดเจน
———————————
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ