กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 610 : ขามีหวานใจอยูแลว
เซียว อี้หลี เริ่มตระหนักถึงศักยภาพของ กายาเจ้า
มังกรสักการะราชันอรหันต์ไม่ดับสูญ ยามนี้นางจึง
รู้สึกหวาดกลัวยิ่ง
หากไม่ถูกสะกดพลังเอาไว้ นางคงนำคนทั้งสามคน
สังหาร อู่ อวี้ ไปแล้ว
อู่ อวี้ มีท่าทีที่ผ่อนคลาย สถานที่แห่งนี้นับว่าเป็น
อาณาเขตของเขาเลยก็ว่าได้ ยามนี้เขาจ้องมองไป
ทาง เซียว อี้หลี แล้วกล่าวว่า “องค์หญิงกู่ชางจะ
ยอมมาเป็นสหายเต๋าเคียงข้างข้าหรือไม่ หลังจากนี้
เราจะท่องเที่ยวไปทั่วผืนพิภพ ร่วมกันฝึกตนเพื่อเป็น
เซียนอมตะ ท่านว่าเป็นอย่างไรบ้าง?”
“เจ้ารนหาที่ตาย!”
“อู่ อวี้ เจ้าหยุดพูดจาพล่อยๆเดี๋ยวนี้! ช่างไม่รู้จักที่ต่ำ
ที่สูง! หัดเจียมเนื้อเจียมตัวเสียบ้าง บังอาจล่วงเกิน
องค์หญิงกู่ชาง เจ้าได้ทำผิดอย่างมหันต์ จะต้องถูก
ประหาร!”
“กล้าพูดเช่นนี้นับว่าหาญกล้า หากข้าออกไปจาก
เส้นทางเซียนบรรพกาลได้ ข้าจะพาคนไปบุก ทวีป
แห่งทวยเทพตงเสิ้ง กวาดล้างสังหารบุพการี ตระกูล
และศิษย์พี่ศิษย์น้องทั้งหลายของเจ้าให้สิ้น”!
ประโยคสุดท้ายนี้ เป็นบุรุษเพียงหนึ่งเดียวในกลุ่ม
ทางที่กล่าวออกมา
แววตาของ เซียว อี้หลี แปรเปลี่ยนกลายเป็นมืดมน
กระทั่งกัดเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยโทสะ น่าเสียดายที่พลัง
แก่นแท้ตำหนักม่วงถูกผนึกเอาไว้ มิเช่นนั้นในเวลานี้
นางย่อมปลดปล่อยกลิ่นอายบรรยากาศอันน่าดุดัน
ออกมาแล้ว
“กล้าพูดจาแทะโลมคนอย่างข้าย่อมไม่มีจุดจบที่ดี
น้ำหน้าอย่างเจ้าริอาจจะมาเป็นสหายเต๋าเคียงคู่ข้า
งั้นรึ? คนรุ่นหลังจากทวีปผนึกปีศาจเอ๋ย เจ้าไม่มี
แม้แต่คุณสมบัติที่แม้แต่จะกลายเป็นหลานของข้า
เสียด้วยซ้ำ” เซียว อี้หลี กล่าว
นางเดือดดาลอย่างแท้จริง
อู่ อวี้ สงบสติอารมณ์แล้วกล่าวว่า “เอาล่ะ ข้าจะไม่
หยอกล้อองค์หญิงกู่ชางแล้วก็ได้ ท่านถามข้าสินะว่า
ต้องการอะไร ความจริงท่านก็น่าจะรู้ถึงเหตุผลที่ข้า
มาที่นี่ในวันนี้ ก็เพื่อนำสิ่งของของข้าคืน ส่วนมันคือ
สิ่งใดท่านน่าจะรู้ดี”
เซียยว อี้หลี ย่อมต้องรู้จุดประสงค์ของ อู่ อวี้ แต่เมื่อ
ได้ยินเช่นนั้น โทสะในใจของนางกลับยิ่งทวีคูณขึ้น
และอดไม่ได้ที่จะกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มที่เย็นเยียบ
“มาหาข้าแล้วข่มขู่พวกเรา จากนั้นเจ้าก็จะอาศัย
จังหวะนี้มานำศิลามณีกำเนิดวารีไปจากพวกข้า?”
“องค์หญิง สมองของเจ้าผู้นี้มันผิดปกติ! มันบ้าไป
แล้ว นอกจากจะไม่รู้ถึงสถานะของตัวเอง แล้วยัง
กล้าจะมาแย่งชิงสิ่งที่เป็นของพวกเราอีก!”
“ใช่แล้ว ช่างเป็นคนที่น่าขัน เจ้ามีสติปัญญาเท่านี้
จริงๆหรือ? เจ้าเข้าใจหรือไม่ว่าเจ้ากำลังเผชิญหน้า
กับผู้ใดอยู่? อู่ อวี้ เจ้าอย่าลืมว่าทวีปผนึกปีศาจของ
เจ้า ไม่อาจเทียบชั้นได้กับจักรวรรดิเปั่ยหมิงของพวก
เราได้ หาญกล้าต่อกรงั้นรึ? ช่างน่าขัน จงคิดให้
รอบคอบเสีย อย่าทำลายคนในบ้านของเจ้าเอง จง
คุกเข่าแล้วร้องขอความเมตตาซะก่อนที่จะสายไป”
ทุกครั้งที่เอ่ยถึงทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง ล้วนแต่มี
จุดประสงค์ต้องการแตะเกล็ดย้อนของ อู่ อวี้ ทั้งสิ้น!
ในความเป็นจริง อู่ อวี้ ได้มอบโอกาสมากมายให้
พวกมันแล้ว แต่ว่าในทางกลับกันมันกลับข่มขู่
คุกคามเกล็ดย้อนของเขาครั้งแล้วครั้งเล่า! จนกระทั่ง
ในครั้งนี้ ในที่สุด อู่ อวี้ ก็ตัดสินใจได้แล้ว และจะไม่มี
การเปลี่ยนแปลงใดๆอีก
อีกฝั่ายไม่ยอมนำศิลามณีกำเนิดวารีออกมา ทั้งยัง
อวดดีถือว่าตัวเองนั้นสูงส่งกว่า!
คนยิ้มอย่างเยือกเย็น มองด้วยสายตาที่คมกริบ
พร้อมกล่าวว่า “เช่นนั้น หากข้าไม่ลงมือ ข้าก็คงไม่ได้
ศิลามณีกำเนิดวารีคืนมาใช่หรือไม่”
พวกมันทั้ง 4 คนหัวเราะเยาะเย้ยล้อเลียน อู่ อวี้
“เจ้ารีบๆไสหัวไปเสียเถอะ มิฉะนั้นสถานการณ์ของ
เจ้าจะกลายเป็นเลวร้ายยิ่งไปกว่านี้!”
หากเป็นเช่นนี้พวกมันก็น่าจะไม่เต็มใจยอมมอบศิลา
มณีกำเนิดวารีให้ดีๆอย่างแน่นอน
คงต้องให้พวกมันต้องเจอกับของจริงซะบ้าง พวกมัน
จะได้รับรู้ถึงสถานการณ์ของตนเองในตอนนี้
แต่ว่าเมื่อเริ่มลงมือ เกรงว่าหลังจากนี้จะไม่อาจถอย
หลังกลับได้แล้ว
แม้ว่าจะทำให้พวกมันได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่
หลังจากที่พวกมันออกไปและแย่งชิงศิลามณีกำเนิด
วารีมาได้ คาดว่าพวกมันจะต้องไปบันดาลโทสะใส่
ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง
เพื่อคนที่เขารัก เพื่อทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง อู่ อวี้
ไม่คิดที่จะประณีประนอมกับพวกมันอีกต่อไป ความ
ขัดแย้งนี้มันรุกลามจนไม่อาจจะอยู่ร่วมฟั้าเดียวกันได้
เป็นเพราะเขาไม่มีทางเลือก
นอกเสียจากว่าพวกมันจะยอมแพ้แล้วมอบศิลามณี
กำเนิดวารีคืนมา
แต่มันก็เป็นไปไม่ได้ เพราะ เซียว อี้หลี ก็รู้ว่า
ความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ฝั่ายอยู่ในระดับที่ไม่อาจจะ
แก้ไขได้แล้ว เพราะแต่ครั้งที่เจอกันก็ได้เข้าถึงจุด
แตกหัก
ดังนั้นเมื่อพวกมันตะโกนต่อว่าด่าทอ อู่ อวี้ จึงร่อน
ลงมาและยืนมองพวกมัน
“โง่เง่าที่ลงมา พวกเราวิ่งออกไปเร็ว!” อู่ อวี้ ไม่ได้ยืน
ขวางปากทางเข้าอีกต่อ ประกายตาของพวกมันสว่าง
วาบขึ้น พวกมันจึงคว้าโอกาสนี้ รีบแยกย้ายพุ่งกันไป
คนละทิศละทาง!
สิ่งนี่เกิดขึ้นเพียงแค่ชั่วประกายไฟติด!
อู่ อวี้ วางท่าราวกับเป็นราชา สำแดงออกให้เห็นถึง
ความเร็วและพละกำลังอันน่าหวาดกลัว ในด้านของ
กายเนื้อเขาก็เป็นเหมือนจักรพรรดิที่อยู่บนจุดสูงสุด
สำหรับเขาแล้ว พวกมันทั้ง 4 คนที่อยู่เบื้องหน้า ย่อม
ไม่ต่างอะไรกับลูกไก่ที่อยู่ในมือจะบีบก็ตายจะคายก็
รอด
ฟึบบ
อู่ อวี้ ไปปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าชายคนเดียวของ
กลุ่ม เพียงชั่วครู่ทั้ง 2 คนจ้องหน้ามองกันและกัน
อีกฝั่ายรู้สึกหวาดกลัว ยังไม่ทันที่มันจะได้กรีดร้อง อู่
อวี้ ก็ได้ใช้มือคว้าจับขาทั้ง 2 ข้างของมันไว้ จากนั้น
เขาบิดข้อมือ ทำให้ขาทั้ง 2 ข้างของมันหักไปในทันที
“อ้ากกกกกก!” บัดนี้โลหิตสาดกระจายไปทั่วทุกทิศ
บุรุษผู้นั้นกรีดร้องอย่างทุรนทุราย
อู่ อวี้ เขวี้ยงบุรุษผู้นั้นลงไปบนพื้น ตอนนี้มันไม่
อาจจะทำการหลบหนีไปไหนได้อีกต่อไป ขาของมัน
หักทั้ง 2 ข้าง คนไร้ซึ่งหนทางที่จะหนีโดยสมบูรณ์
นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น
รายต่อไปเป็นสตรี
หลังจากที่ อู่ อวี้ เข้ามาแล้วพลังอำนาจของแก่นแท้
ตำหนักม่วงก็ไม่อาจจะใช้ได้เฉกเช่นเดียวกัน เขาจึง
ไม่อาจใช้พลังศักดิ์สิทธิ์ในการเปิดถุงจักรวาล
เนื่องจากว่าถุงจักรกาลก็เป็นศาตราเต๋าชนิดหนึ่ง
แม้ว่าถุงจักรวาลของคนอื่นจะอยู่ในระดับศาสตรา
เต๋าวิถีแท้ และภายในก็มีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล แต่
พวกมันก็ไม่อาจจะใช้ได้เช่นเดียวกันเมื่ออยู่ในที่แห่ง
นี้
เมื่อเป็นเช่นนี้จึงทำได้เพียงแค่ลงมือโจมตีอย่างเดียว
โชคดีก่อนที่เขาจะเข้ามา เขาคาดการณ์เอาไว้
ล่วงหน้าแล้ว จึงได้หยิบเสามังกรสมุทรคลั่งออกมา
และปรับขนาดมันให้เหมาะสม ในเวลานี้เขาควงเสา
มังกรสมุทรคลั่ง ใช้มันเป็นศาตราวุธ เขาฟาดมันลง
ไปยังขาของสตรีนั้นอย่างฉับพลัน ทำให้ขาทั้งสอง
ข้างของนางกระดูกแตกหักสะบั้นในคราเดียว
เมื่ออยู่ต่อหน้า อู่ อวี้ พวกมันก็เป็นได้เพียงแค่ตัวตน
ที่อ่อนแอเพียงเท่านั้น
ก่อนหน้านี้ อู่ อวี้ เคยฝึกฝนตำราต่อสู้มาก่อน ฉะนั้น
ในยามนี้พวกมันทั้งหมดจึงกลายเป็นเพียงเปั้าซ้อม
มือให้กับเขาเพียงเท่านั้น
ยังเหลืออีก 2 คน
พวกนางไม่สามารถหลบหนีไปไหนได้ พริบตาต่อมา
หนึ่งในนั้นก็ตกอยู่ในสภาพเดียวกับคนก่อนหน้านี้ ขา
ทั้ง 2 ข้างแตกสะบั้น ร่างกายล้มลงกองไปอยู่บนพื้น
ทั่วทั้งร่างถูกคลุกไปด้วยฝุั่นทราย
ในตอนท้ายแม้ว่า เซียว อี้หลี จะพุ่งกระโจนออกไป
แล้ว แต่ อู่ อวี้ ก็ไปปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าของนาง
อย่างฉับพลัน!
“อู่ อวี้!” เซียว อี้หลี คำรามตะโกน ดวงตาลุกเป็นไฟ
แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ยามนี้ อู่ อวี้ คว้าจับไปที่ลำคอของ
นาง เหวี่ยงร่างนางลงไปกระแทกกับพื้นดิน ยามนี้
กระดูกทั่วทั้งร่างของนางแตกร้าว นางกระอัก
เลือดออกมาคำโต เนื่องจากว่ากระดูกของนางไร้ซึ่ง
การปกปั้องจากพลังแก่นแท้ตำหนักม่วง
โอกาสเพียงชั่วพริบตา ซึ่งพวกมันกลับไม่สามารถทำ
สำเร็จ ทุกคนถูก อู่ อวี้ เตะตัดขาสกัดพวกมันจนล้ม
ไปกองกับพื้น ในเวลานี้แม้ว่าพวกมันจะโกรธเกรี้ยว
มากเท่าใด แต่ร่างกายของมันกลับบาดเจ็บจนแทบ
จะสูญเสียจิตวิญญาณไป เมื่อมันมองเห็น อู่ อวี้
ความเกรี้ยวกราดพลันอ่อนยวบลง บัดนี้เขาถือเสา
มังกรสมุทรคลั่งอยู่ในมือ ยืนอยู่ตรงกลางระหว่าง
พวกมันทั้ง 4 ทำให้จิตใจของทุกคนตกลงไปอยู่ตาตุ่ม
จริงๆแล้วทางออกอยู่อีกไม่ไกล แต่ว่าในเวลานี้ขาทั้ง
2 ข้างของพวกมันมิอาจใช้การได้ ดังนั้นระยะห่าง
จากที่นี่กับทางออกจึงราวกับว่า อยู่ห่างไกลเกินเอื้อม
ทำได้เพียงแค่จ้องมองอย่างเดียว
“อู่ อวี้ เจ้ากล้าทำร้ายพวกเรา! เจ้ากล้าทำร้ายองค์
หญิงกู่ชาง! เจ้าจะต้องตายแน่นอน! ไม่ใช่แค่เจ้า
เท่านั้น! ครอบครัวเขาเจ้าก็เช่นกัน เจ้าจบเห่แน่! ไม่
ว่าเจ้าจะหนีไปอยู่ที่ไหน ท่านเจ้าแคว้นของข้าจะทำ
ให้ตระกูลเขาเจ้าต้องสิ้นไร้ซึ่งทายาทสืบสกุล!” บุรุษ
ที่ถูกหักขาตะโกนออกมาอย่างโกรธเกรี้ยว ยามนี้ทั่ว
ทั้งร่างของมันชุ่มโชกไปด้วยเลือดแดงฉาน ใบหน้า
และน้ำเสียงของมันกลายเป็นดุร้าย จ้องเขม็งไปที่ อู่
อวี้ ตะโกนออกมาอย่างบ้าคลั่ง
“หุบปาก!” เซียว อี้หลี รีบตะโกนสั่งมันให้เงียบลง
แต่มันสายไปแล้ว อู่ อวี้ หันกายหวดฟาดพลองลงไป
ตรงใจกลางกระหม่อมของบุรุษผู้นั้น เสียงกระแทก
ดัง *ปัง* ขจรไปทั่ว ดวงตาของบุรุษผู้นั้นเบิกกว้าง
และนิ่งงันไป หัวของมันดูเหมือนจะไร้ซึ่งบาดแผล
แต่อันที่จริงแล้วภายในกลับแหลกเหลวไม่เหลือชิ้นดี
มันตกตายไปอย่างรวดเร็ว กระทั่งยังไม่ทันส่งเสียงใด
ออกมา
บางทีตัวมันอาจจะไม่คิดว่า อู่ อวี้ จะกล้าสังหารมัน
มันจะรู้ได้อย่างไรว่าตัวมันแตะเกล็ดย้อนของ อู่ อวี้
ไปกี่ครั้งแล้ว?
จนกระทั่งบัดนนี้ ใบหน้าของ อู่ อวี้ กลายเป็นเย็นชา
หยิบถุงจักรวาลของอีกฝั่ายไป จากนั้นเขาหันกลับไป
มอง หญิงสาวที่เหลืออีกสาม ยามนี้พวกนางมองเห็น
บุรุษผู้นั้นตายไปต่อหน้าต่อตา ซึ่งซากศพของมัน
ยังคงตราตรึงอยู่เบื้องหน้า
ใบหน้าของพวกนางเต็มไปด้วยความตกใจ โทสะ
และสุดท้ายกลับแปรเปลี่ยนไปเป็นความหวาดกลัว
ทั่วทั้งร่างสั่นเทิ้ม พวกนางหวาดกลัวจนไม่อาจจะ
ขยับตัวไปไหนได้ ทำได้เพียงแค่ใช้กำลังทั้งหมดที่
เหลืออยู่ขยับย้ายร่างกายถอยหลังไป การที่ร่างกาย
ของพวกนางสั่นเทาเช่นนี้สามารถอธิบายได้ว่าพวก
นางเพิ่งจะตระหนักพลังการต่อสู้ของ อู่ อวี้ ที่เมื่ออยู่
ในค่ายกลนี้ราวกับนกติดปีก ทั้งเขายังมีความกล้า
หาญและโหดเหี้ยม ซึ่งขณะที่เขาสังหารบุรุษผู้นั้น
นับว่าเขาเด็ดขาดไร้ซึ่งความลังเลยิ่ง……
สตรี 2 คนที่อยู่ข้างกาย เซียว อี้หลี หวาดกลัวจน
แทบเป็นบ้า ส่วนนางก็รู้ว่าควรทำอะไรต่อ เซียว อี้
หลี ปลดถุงจักรวาลของนางออก พร้อมโยนมันไปให้
อู่ อวี้ นางกล่าวออกมาอย่างยากลำบาก “อู่ อวี้ ข้า
ยอมแพ้แล้ว เจ้าแข็งแกร่ง ข้าจะยอมคืนศิลามณี
กำเนิดวารีนี้ให้กับเจ้า นี่เป็นความผิดของข้าเอง ข้า
ไม่น่าไปดูถูกเจ้าเช่นนั้น ข้าต้องขออภัยเจ้าด้วย ยก
โทษให้ข้าเถอะ! ครั้งนี้ข้าแพ้แล้ว ข้าสาบาน หากเจ้า
ปล่อยข้าออกไป ข้าจะลืมเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้และ
จะไม่ไปตอแย ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง อีก ข้า เซียว
อี้หลี กล่าวคำไหนคำนั้น ในวันนี้ข้ายอมแพ้เจ้าทั้ง
กายและใจ!”
อันที่จริงนางเพิ่งจะตระหนักขึ้นได้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้น
ในตอนนี้มันร้ายแรงมากเพียงใด
แต่น่าเสียดายมันสายไปเสียแล้ว
เมื่ออยู่ภายในค่ายกลนี้ พวกนางไม่อาจจะส่งยันต์
สื่อสารออกไปขอความช่วยเหลือได้ หากนางตกตาย
ไป จะไม่มีผู้ใดรู้ว่านางตกตายไปภายใต้เงื้อมมือของ
อู่ อวี้ และไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าพวกนางอยู่ที่ไหน ในเมื่อ
พวกนางไม่สามารถส่งข้อความได้ พวกนางก็ต้องตาย
เปล่า บิดาของนาง ก็จะไม่รู้ถึงตัวตนของ อู่ อวี้
เนื่องจากไม่มีผู้ใดล่วงรู้ถึงความบาดหมางระหว่างตัว
นางกับ อู่ อวี้
ค่ายกลแห่งนี้ก็จะกลายเป็นสุสานของนาง
เนื่องจากว่าที่แห่งนี้เป็นโอกาสเดียวที่ อู่ อวี้ จะ
จัดการกับนางได้
อู่ อวี้ กระชับเสามังกรสมุทรคลั่งไว้ในมือ ค่อยๆเยื้อง
กรายไปเบื้องหน้าของพวกนางทั้ง 3 คน เมื่อ
เผชิญหน้ากับการเลือกอันชาญฉลาดของ เซียว อี้หลี
เขาจึงคว้าถุงจักรวาลของนาง ครู่ต่อมาเขาก็ได้
หัวเราะออกมาด้วยท่าทีเหยียดหยาม และกล่าวว่า
“องค์หญิง ท่านก็รู้ว่าข้าไม่ใช่คนโง่ ท่านน่าจะรู้ดีว่า
เมื่อใดที่ข้าลงมือแล้วย่อมไม่มีทางถอยหลังกลับ การ
ที่ท่านสาบานเช่นนี้แล้วจะทำให้ข้าเชื่อนั้น เป็นเรื่อง
ที่เป็นไปไม่ได้ ท่านก็รู้อยู่แก่ใจไม่ใช่หรือ อีกอย่าง คน
ที่บีบบังคับให้สถานการณ์ของพวกเราเป็นเช่นนี้ก็
ไม่ใช่ข้า แต่เป็นพวกเจ้า”
เมื่อ อู่ อวี้ ลงมือเมื่อใด เขาก็กำหนดเอาไว้แล้วว่า
จะต้องลงมือให้สิ้นซาก
ผู้ใดใจอ่อน ผู้นั้นจะต้องตาย สำหรับ อู่ อวี้ แล้วมัน
อาจจะเกี่ยวพันไปถึงคนใกล้ตัวของเขา เนื่องจาก
เซียว อี้หลี เป็นคนประเภทเจ้าคิดเจ้าแค้น
คำกล่าวของ อู่ อวี้ ได้นำพาความสิ้นหวังมาสู่ เซียว
อี้หลี ซึ่งบัดนี้สตรีอีก 2 คนที่เหลือ กรีดร้องออกมา
อย่างบ้าคลั่ง และตลอดเวลาพวกนางได้อ้อนวอน
ขอร้องอย่างน่าเวทนา
“อู่ อวี้ ได้โปรดอย่างสังหารข้า! ข้ายินยอมติดตามรับ
ใช้เจ้า ยกย่องให้เจ้าเป็นเจ้าชีวิต ไม่ว่าเจ้าจะสั่งให้ทำ
สิ่งใดข้าก็ยอม”
“ข้าก็เช่นกัน ข้ายอมรับใช้เจ้าทุกอย่าง จะให้ข้าเป็น
วัวเป็นควายก็ยอม อย่าฆ่าข้าเลย ได้โปรด!”
ก่อนหน้านี้พวกนางไม่คิดว่า อู่ อวี้ จะกล้าสังหารตน
แต่ว่า อู่ อวี้ ได้เชือดไก่ให้พวกนางดูแล้ว ยามนี้พวก
นางจึงไร้ทางเลือก
แม้แต่ เซียว อี้หลี ก็ยังกล่าวด้วยเสียงที่สั่นเครือ “ข้า
…ข้ายอมเป็นสหายเต๋าเคียงคู่ของเจ้า อย่าสังหารข้า
เลยนะ…….”
อู่ อวี้ ที่ได้ยินจึงรู้สึกตกตะลึงยิ่ง
“ขอโทษด้วย ข้ามีหวานใจอยู่แล้ว”
เมื่อเริ่มลงมือ ก็ย่อมมิอาจหยุดกลางคันได้!!
———————————
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ