กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 612 : วิกฤตแหงความตื่นตระหนก
เขาตะลึงงันอยู่ชั่วครู่ ด้วยความล่าช้าที่ผ่านมา ทำให้
บัดนี้คนด้านนอกได้ค้นพบที่นี่เข้าแล้ว
อู่ อวี้ เข้ามาอยู่ภายในนี้ได้พักใหญ่ ๆ พลังอิทธิฤทธิ์
ของเขาถูกผนึกไว้อย่างสมบูรณ์ ทำให้เขาขาดการ
ติดต่อกับร่างอวตารโดยสิ้นเชิง จึงคิดว่ายามนี้ร่าง
อวตารเหล่านั้นย่อมกลายเป็นขนสีทองกระจัด
กระจายอยู่รอบ ๆ ทุ่งหญ้า
ยังมีความจริงอีกเรื่องนั่นก็คือ เขารู้สึกว่าได้มีใครบาง
คนอยู่ใกล้ ๆ แถวนี้เช่นกัน แต่ อู่ อวี้ ยังไม่พบเจอคน
ผู้นั้น
อันที่จริงไม่ว่าผู้ใดก็ตาม ที่เหยียบย่างเข้ามาอยู่ใน
ค่ายกลนี้ อู่ อวี้ ย่อมไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวพวกมัน
แต่อย่างใด ส่วนเหตุผลที่ทำให้เขารู้สึกกังวลเล็กน้อย
ก็คือ เกรงว่าจะมีพยานรู้เห็นเรื่องที่เขาสังหาร เซียว
อี้หลี กับพรรคพวกของนาง
อย่างไรก็ตามร่างกาย เซียว อี้หลี กับเหล่าสหายได้
หายไปแล้วอย่างไร้ร่องรอย ดังนั้นจึงไม่น่ามีผู้ใดรู้
เห็น
หลังจากประมวลเหตุผลทั้งหมด อู่ อวี้ ก็รู้สึกโล่งใจ
หากมีผู้ใดผู้หนึ่งได้ค้นพบที่นี่เข้า พวกมันจะต้อง
รีบเร่งลงมาด้านล่างอย่างไม่ต้องสงสัย ฉะนั้นก่อนที่
พวกมันจะลงมาเจอเขา อู่ อวี้ จึงเข้าไปหลบซ่อนตัว
อยู่ในส่วนลึกอย่างรวดเร็ว แล้วคอยเฝั้าสังเกตการณ์
ว่าเป็นผู้ใดกันแน่ที่ค้นพบที่นี่
ไม่นานนักก็มีคนจำนวนหนึ่งลงมาด้านล่าง พวกมัน
ต่างตื่นเต้นกระตือรือร้นพูดคุยโหวกเหวกเสียงดัง
เมื่อ อู่ อวี้ เพ่งมองดูดี ๆ ก็พบว่าคนเหล่านี้มีอิทธิพล
ต่อเขาพอสมควร เพราะพวกมันคือคนของ
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง
“ ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีสุสานเช่นนี้อยู่!รีบส่งตรา
ประทับสื่อสาร!แจ้งข่าวให้แก่ โอรสเล่อ ได้รับทราบ
บอกท่านว่าสถานที่แห่งนี้มีสมบัติล้ำค่าอยู่ พวกเรา
ต้องได้รับคำชื่นชมจากท่านอย่างใหญ่หลวงแน่งาน
นี้!”
แล้วคนผู้หนึ่งก็กล่าวขึ้นว่า “ ท่านจะรีบเร่งแจ้งข่าว
ไปไย?พวกเราคือคนกลุ่มแรกที่ค้นพบที่นี่ เราควรจะ
ตรวจสอบกันเองก่อนไม่ดีกว่าหรือ?”
” ข้าว่ามิควร บรรยากาศภายในนี้น่าสะพรึงกลัวชวน
ขนหัวลุกยิ่งนัก ทุก ๆ ท่านอย่าได้ละโมบเกินไป เรา
ควรเร่งรีบแจ้งข่าวแก่ โอรสเล่อ ให้ได้ทราบ แล้ว
พวกเราจะได้รับรางวัลอย่างงามเอง ยังมีคนอื่น ๆ
อยู่ใกล้ ๆ แถวนี้ ข้าว่าอีกไม่ช้าไม่นานคนเหล่านั้น
จะต้องมาพบเจอที่นี่เช่นกัน พวกเราต้องรีบแจ้งข่าว
เดี๋ยวนี้เลย!”
หลายคนมีความเห็นตรงกัน เมื่อมติเป็นเอกฉันท์พวก
มันจึงเร่งรีบคาบข่าวเรื่องนี้ไปบอกแก่ โอรสเล่อ แต่
แล้วพวกมันก็พบว่าตนเองไม่สามารถใช้ พลังแก่นแท้
ตำหนักม่วง ได้ ซึ่งทำให้พวกมันต่างหวาดวิตกกัน
เป็นอย่างยิ่ง!
” ท่าไม่ดีเสียแล้ว ที่นี่น่าสะพรึงกลัวมากเกินไป มัน
น่าจะเป็นหนึ่งในสถานที่ตำนาน ซึ่งไม่สามารถใช้
พลังแก่นแท้ตำหนักม่วง ได้ ก็เท่ากับว่าเราไม่
สามารถส่งตราประทับสื่อสารออกไปได้! ”
“บัดซบ! รีบออกไปจากที่นี่กันเร็ว!”
ตอนนี้พวกมันต่างรู้ตัวแล้วว่าไม่สามารถใช้ พลังแก่น
แท้ตำหนักม่วง ภายในหัวใจของพวกมันจึงหวาดกลัว
อย่างที่สุด จากนั้นก็เร่งรีบออกจากที่นี่โดยเร็ว เมื่อ
พวกมันออกไปด้านนอก พลังแก่นแท้ตำหนักม่วง ก็
ฟืนคืนกลับมาสามารถใช้งานได้อีกครั้ง หลังจากนั้น
มันก็เร่งรีบส่งตราประทับสื่อสาร แจ้งข่าวเกี่ยวกับ
เรื่องนี้ให้แก่ โอรสเล่อ ได้รับรู้อย่างทันทีทันใด
อย่างไรก็ตาม ตรงบริเวณด้านนอกมีเสียงพูดคุยดัง
อื้ออึงขึ้น เป็นไปได้ว่าหลังจากที่พวกมันออกไปแล้ว
มีผู้อื่นได้มาพบเจอพวกมันเข้า ซึ่งคนเหล่านั้นก็
ต้องการลงมาในสุสานนี้เช่นเดียวกัน ทว่ากลับมาพบ
เจอพวกมันเสียก่อน แผนที่วางไว้จึงจำต้อง
หยุดชะงัก ต่อจากนั้นเลยมีปากเสียงกันขึ้น
” อย่าหาว่าข้าไม่เตือนก็แล้วกัน ทันทีที่พวกเจ้าลงไป
ด้านล่าง พลังแก่นแท้ตำหนักม่วง จะถูกผนึก
ด้านล่างนั่นมีแค่เพียงพลังกายเนื้อเท่านั้นถึงจะ
สามารถใช้งานได้! สิ่งสำคัญยิ่งไปกว่านั้นก็คือแม้แต่
ยันต์เซียนบรรพกาล ก็ยังไม่สามารถใช้งานได้ ”
” พวกเราอย่าได้โง่ไปฟังคำมันเด็ดขาด หลังจากพวก
เราลงไปด้านล่าง เดี๋ยวก็จะรู้กันเองว่าสิ่งที่มันพูดจริง
หรือเท็จ ”
” พวกข้าเป็นคนของ อาณาจักรโบราณเหยียนหวง
พบเจอที่นี่ก่อน พวกเจ้าหาญหกล้าต่อต้านขัดขืนคน
ของ อาณาจักรโบราณเหยียนหวง เช่นนั้นรึ!? เชื่อ
หรือไม่ เรา อาณาจักรโบราณเหยียนหวง สามารถ
บดขยี้พวกเจ้าให้แดดิ้นไปเสียเดี๋ยวนี้ได้เลย! ”
” ปล่อยให้พวกมันเข้าไป พวกมันจะได้รู้ถึงความน่า
สะพรึงกลัวที่แท้จริง ”
ทั้งสองฝั่ายยังคงถกเถียง สุดท้ายคนของ อาณาจักร
โบราณเหยียนหวง อีกกลุ่มก็ตามมาสมทบ อู่ อวี้ หา
ได้ยินดียินร้ายกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ ด้วยเพราะหลังจาก
ที่พวกมันลงมาในหลุมแล้วพบว่าตนเองไม่สามารถใช้
พลังแก่นแท้ตำหนักม่วง ได้ หรือแม้แต่ ยันต์เซียน
บรรพกาล ก็ยังไม่สามารถใช้งานได้ พวกมันก็จะตก
อกตกใจเร่งรีบออกไปเอง
เมื่อเวลาล่วงเลยผ่านไปสักระยะ ดูเหมือนว่าพวกมัน
ทั้งหมดจะจากไปแล้ว
” ไปกันได้เสียที พวกมันจะต้องคาบข่าวเรื่องนี้ไป
บอกเล่าให้แก่คนอื่น ๆ ได้ล่วงรู้เป็นแน่แท้ หลังจาก
นั้นผู้คนจาก อาณาจักรโบราณเหยียนหวง ก็จะแห่
กันมาที่นี่ ซึ่งก็จะดึงดูดสายตาความสนใจของผู้อื่น
แล้วสถานที่แห่งนี้ก็จะถูกเปิดเผย คาดว่าอีกไม่ช้าไม่
นานฝูงชนก็คงจะแห่กันมา ”
อู่ อวี้ คาดเดาสถานการณ์ล่วงหน้า
ทว่าตอนนี้ยังคงปลอดโปร่ง เขาจึงเร่งรีบตรงเข้าไป
ยังส่วนลึกของช่องทางเดิน ถึงแม้ว่า พลังแก่นแท้
ตำหนักม่วง จะไม่สามารถใช้งานได้ก็จริง แต่พลัง
กายเนื้อกับเนตรเพลิงของเขายังใช้งานได้ ฉะนั้นใน
เวลานี้เขาจึงมองเห็นทุกอย่างได้ชัดเจน
เส้นทางที่เขากำลังก้าวเดินอยู่นี้ มีขนาดความกว้าง
ประมาณ 10 จั้ง และสูงประมาณ 20 จั้ง ปีศาจ
หลายตนไม่สามารถเปลี่ยนร่างที่นี่ได้ บนผนัง
โดยรอบถูกแกะสลักไปด้วยลวดลายหลากหลายชนิด
ไม่ว่าจะเป็น อสูรขนาดยักษ์ รูปมนุษย์ส่วนอาภรณ์ที่
ห่อหุ้มร่างกายนั้นเป็นหนังสัตว์ เมื่อมองจากสายตา
เขาไม่อาจประเมินได้ว่ามันมีอายุเก่าแก่มากมาย
เพียงใด
ในขณะที่เขาเดินลึกเข้าไปตามเส้นทางเดินเรื่อย ๆ
บรรยากาศด้านในนั้นยังคงมืดสนิท อู่ อวี้ พยายาม
เคลื่อนไหวด้วยเสียงแผ่วเบามากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ฉะนั้นทุกก้าวย่างของเขาจึงเงียบกริบไร้ซึ่งสุรเสียง
แต่ระหว่างนั้นเองเขาก็อดไม่ได้ที่จะหวนนึกถึง เซียว
อี้หลี กับสมัครพรรคพวกของนางที่อยู่ ๆ ก็หายตัวไป
อย่างไร้ร่องรอย มันก็ทำให้เขาฉงนไม่น้อย
ใช้เวลาไม่นานเขาก็เดินมาถึงทางแยก มันเป็นทาง
สามแพร่งแยกระหว่างทางเดินด้านหน้า ทาง
ด้านซ้าย และ ด้านขวา
เขาเลือกที่จะเดินหน้าต่อไป ด้วยความรู้สึกหดหู่ เดิน
ไปไม่นานเขาก็ได้พบกับทางแยกอีกครั้ง แต่ในครั้งนี้
มีทางแยก 4 เส้นทาง
เขาตัดสินใจเลือกเดินตรงไป เมื่อเดินตรงไปด้านหน้า
ก็พบว่าวังใต้ดินแห่งนี้เชื่อมต่อกันหมด ด้วยขนาดอัน
กว้างใหญ่ทำให้สถานที่แห่งนี้ไม่ต่างจากเขาวงกต
หลังจากเดินวนไปวนมากว่าครึ่งวัน สุดท้ายเขา
กลับมายังจุดเริ่มต้น! นั่นก็หมายความว่าเขาหลงทาง
หากมองผิวเผินเส้นทางเดินอาจดูเหมือนไม่ซับซ้อน
อู่ อวี้ รู้ว่าตนเองกำลังเดินวนเวียนอยู่ในเขาวงกต
ดังนั้นเขาจึงเดินอย่างระมัดระวังมากยิ่งขึ้น โดยหวัง
ว่าจะไม่กลับมาจุดเริ่มต้นอีก
” เห็นได้ชัดว่าเขาวงกตนี้ไม่ง่ายอย่างตาเห็น ทั้งยังวง
เวทเปลี่ยนแปลง ซึ่งอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
อย่างไร้สิ้นสุด จนทำให้คนเดินพลัดหลงเข้ามาหลง
ทิศทางได้อย่างสมบูรณ์ แล้วก็ติดอยู่ที่นี่ไปตลอดกาล
”
หมิงซวง แสดงความคิดเห็น
อู่ อวี้ ก็คิดเช่นเดียวกับนาง
” ถ้าเช่นนั้นการที่ร่างของคนพวกนั้นหายตัวไป
เป็นไปได้หรือไม่ว่ามันเกิดจากเขาวงกตได้เคลื่อนตัว?
ทำไมสุสานแห่งนี้ถึงมีเขาวงกตได้ จะบอกว่าไม่
ต้องการให้ผู้ใดล่วงล้ำเข้ามา? ”
“ก็น่าจะเป็นเช่นนั้น”
ทันใดนั้นตรงบริเวณจุดเริ่มต้นก็มีเสียงดังขึ้น บัดนี้มี
ผู้คนจำนวนมากอยู่ด้านบน อู่ อวี้ เห็นว่ามีผู้กล้า
หาญลงมาด้านล่าง เป็นไปได้ว่าพวกเขายังไม่อาจคิด
ค้นหาวิธีปลดค่ายกลที่ครอบคลุม ศาสตราวิถีแท้สุด
ยอดวิญญาณ เอาไว้ แต่เมื่อได้ยินข่าวคราวเกี่ยวกับ
สุสานแห่งนี้ผ่านปากต่อปาก จากหนึ่งไปสิบ จากสิบ
ไปร้อย ส่งผลให้ทุกผู้คนจึงมารวมตัวกันที่นี่เวลานี้
อันที่จริงแล้วผู้คนจำนวนมาก ได้เข้าสู่เขาวงกตแห่งนี้
เป็นเรียบร้อย
ผู้คนมากมายต่างแก่งแย่งกันเข้ามา
อู่ อวี้ รีบหันกายเข้าสู่เขาวงกตในทันที เขามิได้กังวล
ว่าจะมีผู้ใดจะฉกฉวยแย่งชิงสมบัติไป กลับกันยิ่งคน
มากเท่าไร ก็ยิ่งช่วยลดอันตรายในเขาวงกตลงไป
เท่านั้น
“เขาวงกต! เขาวงกต!”
ระหว่างที่กำลังก้าวเดินเข้าไป เขาก็จดจำเส้นทาง
ก่อนหน้านี้ทั้งหมดได้อย่างชัดเจน พร้อมทั้งร่างแผน
ที่ไว้ในใจของตน! ผ่านไปเพียงไม่นานนัก ท่ามกลาง
เส้นทางวกวนมากมายของเขาวงกต เขายังคงเดินมุ่ง
หน้าต่อไปยังตำแหน่งที่ทำเครื่องหมายไว้ ถึงแม้ว่าจะ
ไม่ใช่จุดเริ่มต้นก็ตาม แต่ก็สามารถกล่าวได้ว่า มันอยู่
ใกล้เคียงกับจุดเริ่มต้น จึงกล่าวได้ว่า อู่ อวี้ ยังไปได้
ไม่ไกลนัก ดูเหมือนว่าเขาวงกตนี้จะไม่ได้ลึกลับ
ซับซ้อนเท่าใด
“ มีบางอย่างผิดปกติ ดูเหมือนว่าสุสานนี้จะมีการ
เคลื่อนย้ายอยู่เสมอ แต่เมื่อข้าหยุดรอ กลับไม่อาจ
สัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวใด ๆ ” ขณะนี้เอง อู่ อวี้
ได้ยินเสียงฝีเท้าและคนพูดคุยกันดังแว่วมาจาก
ข้างหน้า
“ ใช่ มันแปลกมาก แต่ยิ่งสถานที่แห่งนี้แปลก
ประหลาดพิสดารมากเท่าไหร่ คาดว่าผลกำไรจาก
การเก็บเกี่ยวยิ่งมากมายขึ้นเท่านั้น”
“ ทุกคนต้องระมัดระวังตัวกันเอาไว้ ถึงแม้ว่าข้าง
นอก เราทุกคนตกลงกันว่าจะเข้ามาในที่แห่งนี้ แต่จง
อย่าได้ต่อสู้กันเด็ดขาด หากหลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ ก็
ไม่ควรต่อสู้จนถึงขึ้นฆ่าแกงเอาให้ถึงตาย เมื่อสมบัติ
วิเศษปรากฏขึ้นต่างต้องรีบเข้าไปแย่งชิงฉกฉวย โดย
ไม่จำเป็นต้องเอื้อนเอ่ยวาจาใด ไม่ว่าผู้ใดจะต้อง
ทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างที่มีอย่าได้หมดหวังง่าย ๆ ถึง
กระนั้นพวกเราก็ไม่ควรมาตายอยู่ใน เส้นทางเซียน
บรรพกาล การที่ยามนี้พวกเราหาญกล้าเข้ามา ก็คง
ต้องระวังตัวกันเอาไว้มาก อย่างไรเสียชีวิตของเรา
เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ”
” ใช่ โดยเฉพาะพวกปีศาจ ที่มีกายเนื้อแข็งแกร่งโดย
ธรรมชาติ แล้วพวกเราจะไปสู้มันได้อย่างไร? ข้าคิด
ว่าสุสานนี้อันตรายมากเกินไป ไม่คุ้มค่าที่จะเสี่ยง ถ้า
เช่นนั้นพวกเราควรออกกันไปก่อนหรือไม่? ”
” ให้เราออกไป ในระหว่างที่ทุกคนเข้ามาน่ะหรือ ?
จะเกิดอันใดขึ้น ถ้าเราพลาดสมบัติก้อนโต? ”
ไม่คาดคิดว่าจะมีผู้คนมากมายเข้ามาเช่นนี้
อู่ อวี้ ก้าวเข้าไปอีกช่องทางหนึ่ง ผ่านคนเหล่านี้ไป
โดยที่พวกมันไม่รู้ตัวแม้แต่น้อย
“ ดูเหมือนว่า การที่ทุกคนเข้ามาในสถานที่อันตราย
แห่งนี้ คงเพราะปรารถนาสมบัติที่อยู่เบื้องหน้าอย่าง
หน้ามืดตามัว ”
ในพระราชวังใต้ดินแห่งนี้ อู่ อวี้ เปรียบเสมือนดั่งผู้ที่
ยืนอยู่บนจุดสูงสุด แลมองมายังยอดเขาเล็กใหญ่ที่อยู่
ด้านล่าง ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือปีศาจ หรือต่อให้
เป็นองค์ชายมาจากไหน เมื่ออยู่ภายในพระราชวัง
แห่งนี้ ไม่ว่าพวกมันจะใช้วิธีใด ก็หาใช่คู่ต่อสู้ของเขา
ไม่
ชั่วขณะต่อมา อู่ อวี้ และ คนอื่นก็รู้สึกหม่นหมอง
เป็นอย่างยิ่ง!
ท่ามการค้นหาอย่างต่อเนื่อง พวกเขาได้เดินย้อน
มายังจุดเดิม!
ราวกับว่าทุกคนกำลังหลงทาง และไม่มีผู้ใดสามารถ
เดินคืบหน้าต่อไปได้แม้แต่น้อย ครั้งหนึ่ง อู่ อวี้ ได้
พานพบกับ โอรสเล่อ กลุ่มของมันมีเพียงแค่ 4 คน
เท่านั้น แต่คนทั้งหมดกลับเป็นอัจฉริยะอันดับต้น ๆ
ใน อาณาจักรโบราณเหยียนหวง ซึ่งเหนือล้ำยิ่งกว่า
เจียง ฉีจวิน
ยามนี้พวกเขาก็เริ่มวิตกกังวลเช่นเดียวกัน
สตรีเพียงคนเดียวในกลุ่มบ่นขึ้นว่า ” สถานที่แห่งนี้
มันบ้าอะไรกัน พลังแก่นแท้ตำหนักม่วง ก็ถูกปิดผนึก
นอกจากนี้ยังเดินไปข้างหน้าไม่ได้อีก นี่เราเดินวนไป
วนมาหลายสิบรอบแล้วนะ ”
” ทุกคนก็เดินวนไปวนมาเช่นเดียวกับเรา อย่าได้
หงุดหงิดไป โอรสเล่อจะต้องหาวิธีได้แน่ ”
พวกเขาพูดคุยกันในระหว่างที่เดินไปข้างหน้าเรื่อย ๆ
ซึ่ง อู่ อวี้ ก็ซ่อนตัวอยู่ในจุดที่อยู่ห่างออกไป แน่นอน
ว่าพวกเขาหาได้รู้ตัวแม้แต่น้อย
ความได้เปรียบของเขาในที่แห่งนี้ก็คือ คนอื่น ๆ ยาก
จะตรวจสอบการดำรงอยู่ของเขาได้
ไม่พานพบสิ่งใด ทั้งยังไม่สามารถเข้าไปยังใจกลาง
ของสุสานนี้ได้ ยิ่งเวลาผันผ่านไปมากเท่าไหร่ ทุก
ผู้คนก็ยิ่งก็วิตกกังวลมากขึ้นเรื่อย ๆ
อู่ อวี้ ก็รู้สึกหม่นหมองเป็นอย่างยิ่งเช่นเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม เขายังไม่ยอมแพ้ แล้วมุ่งหน้าก้าวเดิน
ลึกเข้าไปมากขึ้นในเรื่อย ๆ จากประสบการณ์
มากมายที่ผ่านมาของเขา อู่ อวี้ ตระหนักดีว่า การที่
จะก้าวหน้าต่อไปได้นั้น ขึ้นอยู่กับโชควาสนา
แต่ไม่มีใครโชคดีก็เท่านั้น
ในระหว่างที่เขารู้สึกหมดหวัง และเตรียมพร้อมจะ
ออกไป ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงการต่อสู้ดันขึ้นมาจาก
ด้านหน้า นอกจากนี้ยังเป็นการต่อสู้ทางกายภาพ
อย่างแท้จริงอีกด้วย อย่างไรก็ตาม หากไม่พบสิ่งใด
แล้วคนเหล่านี้จะต่อสู้กันไปทำไม?
หรือว่าพวกเขาจะพบอะไรเข้าแล้ว?
อู่ อวี้ หาได้เกรงกลัวแม้แต่น้อย เข้ารีบไล่ล่าติดตาม
เสียงการต่อสู้ไปทันที ในระหว่างที่เขาหักเลี้ยวตรง
มุม เขาก็แลเห็นเงาร่างอันงดงามผู้หนึ่ง หลบหนีเข้า
ไปในช่องทางด้านขวาไปต่อหน้าต่อตาของเขา
ความเร็วของบุคคลผู้นี้น่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง! อู่
อวี้ ไม่สามารถแลเห็นได้อย่างชัดเจนนัก แต่ดูจาก
รูปร่าง ผม และ สีผิว นอกจากนี้โครงร่างของใบหน้า
มันทำให้เขารู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง
เนื่องจากว่าบุคคลผู้นี้ดูคล้ายคลึงกับ เซียว อี้หลี
มาก!
เขาหยุดวิ่ง แล้วหันไปมองยังทิศทางทีเงาร่างนั้น
หายไปทันที ยิ่งครุ่นคิดถึงเงาร่างอันงดงามมาก
เท่าไหร่ ยิ่งรู้สึกว่าเป็น เซียว อี้หลี มากขึ้นเท่านั้น!
นอกจากนี้บนกายของนางยังมีคราบโลหิตเปรอะ
เปือนมากมาย!
อย่างไรก็ตาม เขาตระหนักดีว่า เซียว อี้หลี ได้ตก
ตายไปแล้ว อีกทั้ง เซียว อี้หลี ที่อยู่ในสุสาน ยังไม่มี
ทางรวดเร็วถึงเพียงนี้!
เขารีบหันไปมองอีกด้านหนึ่งทันที และไม่คาดคิดว่า
จะเห็นศพสองศพนอนกองอยู่บนพื้น! คนทั้งสองคือผู้
ฝึกตนจึงมีความแข็งแกร่งต่ำกว่าระดับก่อร่างกำเนิด
จิตเทวะ อู่ อวี้ เคยเห็นพวกเขาอยู่ แต่ก็ไม่ค่อย
คุ้นเคยเท่าไหร่นัก
“ตายแล้ว!”
เขาก้าวขึ้นไปเบื้องหน้า แลเห็นว่าคนทั้งสองยังคงลืม
ตาเบิกโพลงอยู่ บนคอเปรอะเปือนไปด้วยโลหิต เมื่อ
มองไล่ลงมา โลหิตตรงตำแหน่งหน้าจะเจิ่งนอง
มากกว่าส่วนอื่น ๆ ในร่าง ดูเหมือนว่าคนทั้งสองถูก
ควักหัวใจออกไป!
แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นก็คือ ถุงจักรวาลพวกเขา
ยังคงอยู่กับตัว!
เมื่อพิจารณาจากสีหน้าที่ตื่นตะลึงของคนทั้งสอง
พวกเขาคงไม่คาดคิดว่า เงาร่างนั้นจะสังหารตน ซึ่ง
พวกเขาก็ตกตายไปในช่วงพริบตา โดยที่ไม่มีโอกาส
ได้ต่อสู้กับไปแม้แต่น้อย
ยิ่งไปกว่านั้น ยันต์เซียนบรรพกาล ของพวกเขาก็
ยังคงอยู่
“ เป็น เซียว อี้หลี ไปได้ยังไง!” ทันใดนั้นเขาก็รีบพุ่ง
ทะยานตามนางไปทันที ถึงแม้จะห่างกันอยู่ชั่ว
ขณะหนึ่ง แต่เขาก็อยากรู้ว่าจะตามนางทันได้หรือไม่
หลังจากวิ่งออกมาได้ไม่นาน เขาก็สัมผัสได้ว่ามีคนผู้
หนึ่งพุ่งทะยานมาจากด้านหลังของเขาอย่างฉับพลัน
และเมื่อหันกลับไป ก็เห็นว่าศพทั้งสองได้หายไปแล้ว
———————————
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ