กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 613 : ชวี่ หาวเหยียน
“เป็นไปได้อย่างไร”
เขายังไปได้ไม่ไกลนัก แต่เมื่อย้อนหันกลับไปมองก็
พบว่าสภาพแวดล้อมไม่มีอันใดเปลี่ยนแปลง มีเพียง
แค่ศพเท่านั้นที่หายไป
แม้แต่หยดโลหิตก็ยังหายไปอย่างไร้ร่องรอยให้พบ
เห็น
อู่ อวี้ เดินย้อนกลับไปยังจุดที่เคยมีร่างไร้วิญญาณ
นอนอยู่ เมื่อกวาดสายตามองดูรอบ ๆ ก็ไม่พบเห็น
ร่องรอยใด ๆ ผิดสังเกต
ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะขนลุกขนพอง
ความรู้สึกนี้ทำให้เขานึกถึงเมื่อครั้งยังเป็นมนุษย์ ช่วง
วัยเยาว์เขาได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับภูตผีมาไม่น้อย
ทีเดียว
เต็มไปด้วยความพิศวง ลึกลับ คลุมเครือ น่า
สะพรึงกลัวหวาดผวา
“ ช่างน่ากลัวจริง ๆ แม้หญิงชราผู้นี้จะมีชีวิตอยู่มา
อย่างยาวนานแล้วก็ตาม ก็ยังไม่เคยพบเห็นเรื่องราว
เช่นนี้มาก่อน ”
หมิงซวง กล่าวขึ้นด้วยความพิศวงประหลาดใจ
เช่นกัน
“ เป็นไปได้หรือไม่ว่าสุสานแห่งนี้ มีวงเวทสำหรับ
จัดการกับร่างไร้วิญญาณ? ”
“ อืม…ก็เป็นไปได้อยู่นะ”
“ แล้วเมื่อครู่ เซียว อี้หลี ปรากฎตัวมาได้ยังไง!? ”
ถึง อู่ อวี้ เชื่อมั่นว่าตนเองสังหาร เซียว อี้หลี จนตก
ตายลงอย่างสมบูรณ์ ไม่มีทางที่ เซียว อี้หลี จะมีชีวิต
อยู่รอดได้
ถึงจะมั่นใจอย่างไร เขาก็อยากได้เห็นด้วยตาของ
ตนเองเพื่อเป็นการยืนยันอีกครั้ง นั่นเพราะเขาไม่
อาจปล่อยให้ เซียว อี้หลี มาแว้งกัดเขาในภายหลัง
อีกได้
” มันเป็นประตูปีศาจชัด ๆ น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก! เพื่อ
รักษาชีวิตของตนไว้ เจ้าต้องรีบออกไปจากที่นี่ให้เร็ว
ที่สุด สิ่งที่เกิดขึ้นมันต้องไม่ใช่เรื่องบังเอิญเป็นแน่ ที่นี่
มีตัวแปรที่เจ้าไม่อาจควบคุมได้มากเกินไป ” หมิงซวง
กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงตึงเครียด
อยู่ ๆ ศพจะหายไปอย่างไร้ร่องรอยได้อย่างไร? แล้ว
ทางออกของเขาวงกตแห่งนี้อยู่ที่ไหน? แล้วถ้า เซียว
อี้หลี ยังไม่ตกตายไปจริง ๆ จะเกิดอะไรขึ้น? ไฉนนาง
ถึงได้สังหารคนทั้งสองนี้ ?
โดยธรรมชาติแล้ว หากไม่มีเรื่องบาดหมางทะเลาะ
วิวาทถึงขั้นไม่อาจให้อภัย ก็จะไม่ฆ่าแกงกัน
หมิงซวง แนะนำให้ออกไปจากที่นี่ แต่ อู่ อวี้ ก็ไม่
ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่นัก ทันใดนั้นเขาได้ยินเสียงดัง
มาจากอีกด้านหนึ่ง เขาจึงรีบหลบออกไปอย่าง
รวดเร็ว
ภายในหัวของเขา ยังคงคิดวนเวียนเกี่ยวกับเรื่องที่
เกิดก่อนหน้านี้
ก่อนหน้านี้เขาใช้สมองจดจำเส้นทาง ทว่าตอนนี้ดู
เหมือนมันจะไร้ประโยชน์ ซึ่งราวกับหลับตาเดินเสีย
ยังจะดีซะกว่า
บนเส้นทางมีคนอื่น ๆ อยู่ด้วย เพราะฉะนั้นทุกผู้คน
จึงต้องพยายามระมัดระวังในทุกย่างก้าว อีกทั้งคน
ของ อาณาจักรโบราณเหยียนหวง ไม่ค่อยพอใจ อู่
อวี้ เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อพวกมันพบเห็น อู่
อวี้ สายตาของพวกมันจึงค่อนข้างเย็นชาไม่แยแส
” เซียว อี้หลี … ”
อู่ อวี้ ยังคงจดจำภาพก่อนหน้านี้ได้เป็นอย่างดี
หลังจากที่เขาก้าวเดินออกมา บังเอิญได้พบเห็นใคร
บางคนที่อยู่ฝังตรงข้ามกำลังก้าวไปอีกทางหนึ่ง ซึ่ง
ใบหน้าของคนผู้นั้นปรากฎอย่างเด่นชัดยิ่ง
เขาไม่อาจลืมเลือนใบหน้านี้ไปได้
คนทั้งสี่ที่เดินสวนทางเข้ามาจากทางฝังตรงกันข้าม
คนแรกก็คือ โอรสเล่อ ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังทรงอิทธิพล
มีอำนาจมากที่สุดใน อาณาจักรโบราณเหยียนหวง
มีคนสามคนอยู่ข้างกาย เป็นสตรีหนึ่งบุรุษสองคนทุก
คนล้วนยอดฝีมือผู้มีชื่อเสียงโด่งดังอยู่อันดับต้น ๆ
ของ อาณาจักรโบราณเหยียนหวง ในบรรดากลุ่มคน
ทั้งหมดมีเพียงสามคนนี้เท่านั้นที่มีคุณสมบัติเพียง
พอที่จะติดตาม โอรสเล่อ
อู่ อวี้ มองเห็นพวกเขาในที่ท่ามกลางความมืดมาแต่
ไกล
พวกเขาเองก็มองเห็น อู่ อวี้ เช่นกัน ทันทีที่เห็น
โอรสเล่อ ก็โบกไม้โบกมือทักทายเดินตรงเข้ามาหา
เขาแล้วพูดว่า ” อู่ อวี้ เจ้าก็เข้ามาด้วยหรือ? ”
เมื่ออยู่ภายในสุสาน อู่ อวี้ จึงไม่จำเป็นต้อง
หวาดกลัวต่อมัน แต่ด้วยเพราะ โอรสเล่อ นั้นมีฝีมือ
ค่อนข้างสูงส่ง เมื่อใดก็ตามที่มันออกจากสุสานแห่งนี้
ไม่ว่าจะเป็นฝีมือความสามารถฤาศักดิ์ฐานนะ อู่ อวี้
ไม่อาจเทียบชั้นได้เลย ทำให้ในเวลานี้เมื่อต้องเผชิญ
กับโอรสสวรรค์แห่ง อาณาจักรโบราณเหยียนหวง อู่
อวี้ จึงจำเป็นต้องให้เกียรติเขา
ในความเป็นจริง ถ้าหากสามารถหาคบคนดีมีฝีมือ
ทั้งยังมีศักดิ์ฐานะสูงส่งเช่นนี้เป็นสหายได้ ก็นับว่า
เป็นเรื่องที่ดีไม่น้อย แต่ อู่ อวี้ เกรงว่าอีกฝั่ายจะไม่ได้
คิดกับตนเองเช่นนั้น
อู่ อวี้ รวบรวมความกล้าทำการคารวะแล้วกล่าวขึ้น ”
ได้พบกันอีกแล้ว โอรสเล่อ ”
แม้เขาถือกำเนิดใน อาณาจักรเซียนมนุษย์ แต่เขาก็
ล่วงรู้ดีว่าบุคคลผู้นี้ทรงอำนาจมีอิทธิพลยิ่งใน
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง ซึ่งเสมือนกับตัวเขาเมื่อ
ครั้งอยู่ อาณาจักรบูรพาเยว่อู่ ในราชวงศ์เครือญาติ
ต้องต่อสู้แย่งชิงอำนาจกันอย่างเข้มข้นดุเดือด ซึ่ง
ระดับความรุนแรงนั้นเหนือกว่าผู้ฝึกตนมากนัก
โอรสเล่อ ยิ้มขณะมองมายัง อู่ อวี้ เมื่อมาถึงด้านหน้า
โอรสเล่อ กวาดตามองเขาแล้วกล่าวว่า ” เจ้ากล้า
หาญไม่น้อยทีเดียว กล้าเข้ามาในสุสานแปลก
ประหลาดเช่นนี้เพียงลำพังผู้เดียว”
” ข้าเองก็เข้ามาหาโชควาสนาเสมือนกับทุกคน ” อู่
อวี้ ตอบกลับอย่างสุภาพ
“วิเศษ” การที่ โอรสเล่อ กล่าวเช่นนี้ ดูเหมือนว่ามัน
จะไม่ปล่อย อู่ อวี้ ไปง่าย ๆ นอกจากนี้มันยังแนะนำ
อู่ อวี้ ให้กับคนทั้ง 3 ที่อยู่ด้านหลังได้รู้จัก คนแรกคือ
คนที่ยืนอยู่ทางด้านซ้ายแล้ว ดูจากอายุอานามแล้ว
น่าจะแก่กว่าเขาเล็กน้อย คนผู้นี้สวมใส่ชุดรัดรูปสี
ทองอ่อน ผมสั้นยาวประมาณครึ่งชุ่น กายเนื้อของ
คนผู้นี้ดูแข็งแกร่งกำยำ ดวงตาเย็นชาไร้ซึ่งความ
แยแส แผ่แรงกดดันออกมาอย่างหนักหน่วง
ดูเหมือนว่ามันจะเป็นคนไม่ค่อยชอบพูดมากนัก อีก
ทั้งท่าทางบุคลิกของมันเปียมล้นไปด้วยความน่าเกรง
ขาม เสมือนดั่งนักรบเลือดเย็น เข้มแข็ง อดทน ทรง
พลัง เปียมล้นไปด้วยเกียรติยศศักดิ์ศรี และยิ่งไปกว่า
นั้น พลังฝีมือของมันด้อยกว่า โอรสเล่อ แค่เพียง
เล็กน้อยเท่านั้น แต่ถ้าวัดจากผู้ติดตามทั้งหมดที่มา
ด้วยมันถือเป็นบุคคลที่ทรงพลังแข็งแกร่งมากที่สุด
” นี่คือบุตรของแม่ทัพ ‘เหยียน หลงจวิน’ แห่ง
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง บิดาของเขาได้สร้าง
ผลงานใหญ่หลวงปกปั้องอาณาจักร เขาเป็นผู้ที่มี
ความภักดี ซื่อสัตย์ ยุติธรรมอย่างใหญ่หลวงต่อ
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง แน่นอนว่าฝีมือความ
แข็งแกร่งของเขามิได้ด้อยกว่าบิดาเลย ตัวเขานั้น
เคียงบ่าเคียงไหล่ติดตามบิดาไปออกรบตั้งแต่เยาว์วัย
ต่อสู้กรำศึกผ่านสมรภูมิมาแล้วนับไม่ถ้วน เขาถือเป็น
บุคคลตัวอย่างให้แก่คนหนุ่มสาวของ อาณาจักร
โบราณเหยียนหวง อย่างแท้จริง นามของเขาก็คือ
ชวี่ ห้าวเหยียน เจ้าเรียกเขาว่า ‘ใต้เท้าเหยียน’ ก็ได้ ”
ไม่ว่าจะเป็นชาติกำเนิด ศักดิ์ฐานะ ภูมิหลัง ล้วน
แข็งแกร่งเปียมล้นไปด้วยความสามารถ นอกจากนี้
ยังมีความมุ่งมั่นมีเจตจำนงอันแรงกล้า คุณสมบัติที่
กล่าวมาล้วนอยู่ในระดับแนวหน้า นอกจากนี้ ชวี่
ห้าวเหยียน ยังอยู่ใต้อาณัติของบุคคลที่มีชื่อเสียงมาก
ล้นอย่าง โอรสเล่อ อีกด้วย
” ยินดีที่ได้พบ ใต้เท้าเหยียน ” อู่ อวี้ ยกมือประสาน
คาราวะพอเป็นพิธี เพราะนี่ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ
ที่จำเป็น และไม่ให้เป็นการเสียมารยาท
“ ใต้เท้าเหยียน อยู่ ก่อร่างกำหนดจิตเทวะ ขั้นที่ 5
เกือบจะเทียบเท่าข้าแล้ว นับว่าแข็งแกร่งอย่างยิ่ง ”
โอรสเล่อ ยิ้ม
เมื่อ ชวี่ ห้าวเหยียน ได้ยินเช่นนั้น มันก็กล่าวขึ้นด้วย
น้ำเสียงหนักแน่นถ่อมตนว่า ” มิบังอาจ… พระโอรส
เล่อชมเกินไปแล้ว ข้าน้อยมิอาจเอื้อม ”
บุคคลผู้นี้นอกจากบุคลิก แม้แต่คำพูดคำจาก็ยังหนัก
แน่นจริงจังเป็นงานเป็นการ สมกับเป็นชายชาติ
ทหารอย่างแท้จริง มันจึงดูน่าเบื่อขาดสีสันไปเล็ก
หน่อย
อู่ อวี้ ไม่เข้าใจในเจตนาที่แท้จริงของ โอรสเล่อ เลย
ว่าจะมาแนะนำผู้อื่นให้เขารู้จักไปทำไมกัน
หลังจากกล่าวจบ โอรสเล่อ ก็หันหน้าไปทางอื่นทันที
พร้อมกับกล่าวแนะนำสตรีอีกนางหนึ่งว่า ” นี่คือ
น้องสาวของ ชวี่ ห้าวเหยียน อย่างที่เห็น ถึงแม้ว่า
นางจะดูแช่มช้อยประดุจบุปผาหยกล้ำค่า แต่นางก็
ไม่ได้ด้อยไปกว่าพี่ชายของนางเลย อายุไม่ได้มาก
เท่าไหร่ แต่มีพื้นฐานฝึกตนอยู่ในระดับก่อร่างกำเนิด
จิตเทวะขั้นที่ 4 ปีนี้ก็น่าจะแซงห้าวเหยียนแล้ว ฮ่าฮ่า
… ”
โอรสเล่อ ยิ้มขึ้นจากนั้นก็หยุดชั่วครู่ แล้วกล่าวต่อว่า
” ชวี่ เฟิงอวี๋ เจ้าจะให้เรียกว่าอะไร? หรือให้เรียกว่า
ใต้เท้าชวี่ ”
สตรีที่ชื่อ ชวี่ เฟิงอวี๋ แสดงท่าหยิ่งผยองเล็กน้อย นาง
เหลือบมอง อู่ อวี้ แล้วกล่าวว่า “ ไม่เอาล่ะ ไม่ต้อง
มาเรียกข้าอะไรทั้งนั้น ข้าไม่อยากลงไปเกลือกกลั้ว
กับเขา ”
การแสดงออกของ ชวี่ เฟิงอวี๋ แตกต่างกับพี่ชายของ
นางสิ้นเชิง นางดูอ่อนช้อยงดงามยิ่ง ให้ความรู้สึก
สูงส่ง แตกต่างจากท่าทางเย็นชาของ เจียง ฉีจวิน
อย่างสิ้นเชิง ซึ่งรอยยิ้มของนางช่างดูงดงามหวาน
ละมุน ทำให้รู้สึกน่าหลงไหลยิ่ง อย่างไรก็ตามความ
สนใจของนางมิได้อยู่ที่ อู่ อวี้ แต่อยู่บนร่างของชาย
อีกคนหนึ่ง
กล่าวได้ว่า ชวี่ เฟิงอวี๋ เป็นสตรีที่ดูอ้อนแอ้นอรชร
งดงาม ทั้งยังมากด้วยเสน่ห์แพรวพราว กระตุ้นให้
เปลวเพลิงในจิตใจของผู้คนลุกโชน ซึ่งตรงข้ามกับ
พี่ชายของนางอย่างสิ้นเชิง อย่างไรก็ตาม บุตรีของ
แม่ทัพ เหยียน หลงจวิน ช่างดูน่าประทับใจตราตรึง
จิตอย่างแท้จริง ไม่ว่านางจะย่างก้าวไปแห่งหนใด ก็
จะกลายเป็นจุดสนใจจากสายตาของผู้คน
” ส่วนคนผู้นี้ก็คือ ไปั๋หลี่ จุยหุน นายน้อยแห่งแคว้น
วิญญาณทมิฬใน อาณาจักรโบราณเหยียนหวง ของ
ข้า ถือเป็นผู้เยาว์ที่มีความสามารถอันยอดเยี่ยม
แม้ว่าอายุยังน้อยแต่ก็มีพื้นฐานฝึกตนอยู่ในระดับก่อ
ร่างกำเนิดจิตเทวะขั้นที่ 4 ท่ามกลางทั่วทั้ง
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง ก็นับว่ามีฝีมือหาจับตัว
ยาก ”
ไปั๋หลี่ จุยหุน สวมใส่ชุดคลุมยาวสีน้ำเงิน ดูสง่าผ่า
เผย สัญลักษณ์เล็ก ๆ ระหว่างคิ้วแผ่กลิ่นอายอันชั่ว
ร้าย ให้ความรู้สึกอันหยิ่งผยอง และ ดื้อรั้น เป็น
ลักษณะนิยมที่ทำให้สาวน้อยใหญ่ชมชอบหลงใหล
ตัวมัน กับ ชวี่ เฟิงอวี๋ หาได้แยแสคนอื่น ๆ แม้แต่
น้อย ทั้งคู่ดูสนิทสนมกันมาก ซึ่งคาดว่า โอรสเล่อ
น่าจะคุ้นเคยกับพฤติกรรมของพวกมันเป็นอย่างดี
เป็นไปได้ว่าคนทั้งสองอาจไม่ใช่สหายเต่าเคียงคู่ แต่มี
สัมพันธ์เชิงชู้สาวต่อกัน
บัดนี้ได้แนะนำตัวกันเสร็จสิ้นแล้ว
คาดว่า โอรสเล่อ จะต้องมีจุดประสงค์บางอย่างถึงได้
แนะนำคนทั้ง 3 ให้แก่ อู่ อวี้ ได้รู้จัก ทั้ง ๆ ที่ศักดิ์
ฐานะของพวกมันกับ อู่ อวี้ นั้นแตกต่างกันราวฟั้ากับ
เหว ซึ่งคนทั้งสามก็ดูสับสนมึนงงไม่น้อย ด้วยเพราะผู้
ที่เฝั้าติดตามโอรสเล่อมานั้น ล้วนเป็นขุนนางชั้นสูง
ไฉนถึงต้องมาแนะนำตนเองให้รู้จักกับ เกษตรกรผู้มี
ฐานะต้อยต่ำดั่งรากหญ้า ศักดิ์ฐานะแตกต่างราวฟั้า
กับเหวเช่นนี้ด้วยเล่า?
หลังจากนั้น โอรสเล่อ ก็หันกลับมามามอง อู่ อวี้
แล้วกล่าวขึ้นอย่างรวดเร็วว่า ” อู่ อวี้ ผู้คนต่างร่ำลือ
กันว่าพลังกายเนื้อของเจ้าค่อนข้างดีเยี่ยม เมื่ออยู่ใน
สุสาน พลังแก่นแท้ตำหนักม่วง ของทุกคนจะถูกผนึก
แม้แต่ข้าเองก็ไม่มีข้อยกเว้น พลังกายเนื้ออัน
แข็งแกร่งของเจ้า เป็นอาวุธเพียงอย่างเดียวที่จะ
สามารถใช้ต่อสู้ในสุสานแห่งนี้ ถ้าเช่นนั้นข้าจะให้
โอกาสเจ้าร่วมทางไปกับกลุ่มของพวกเรา สำหรับข้า
แล้วสุสานแห่งนี้ช่างลึกลับเต็มไปด้วยปริศนา หาก
เราได้พบเจอสมบัติล้ำค่า เจ้าเองก็ต้องได้รับรางวัล
ด้วยเช่นกัน ”
มันคือพระโอรสของ อาณาจักรโบราณเหยียนหวง
อันยิ่งใหญ่เกรียงไกร! ไม่ว่าจะเป็นพลังฝีมือฤาความ
แข็งแกร่งล้วนล้ำเลิศทั้งสิ้น! สำหรับมันแล้ว ทุกผู้คน
ใน อาณาจักรโบราณเหยียนหวง ไม่ว่าผู้ฝึกตนที่
แข็งแกร่งมาจากไหน ต่างต้องก้มหัวคารวะเชื่อฟัง
อย่างว่าง่าย อู่ อวี้ นั้นมาจากชายแดนทุรกันดารของ
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง แต่ถึงกระนั้นก็ยังถือ
เป็นคนของ อาณาจักรโบราณเหยียนหวง ซึ่งในเวลา
นี้ โอรสเล่อ ได้มอบโอกาสให้กับเขา แน่นอนว่า
สำหรับผู้อื่น นี่ถือเป็นบุญวาสนาอันล้ำค่ายิ่ง
แม้แต่นายน้อยจากแคว้นต่าง ๆ ยังใคร่ปรารถนา
อยากจะเป็นผู้ติดตาม โอรสเล่อ แต่ก็หาได้มีโอกาส
เช่นนี้ไม่
ดังนั้น โอรสเล่อ จึงไม่ได้เจรจาต่อรอง แต่เป็นการ
ออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน ด้วยเพราะไม่คิดว่า
อู่ อวี้ จะปฏิเสธ ทั้งยังไม่ต้องการให้เขาปฏิเสธ
เมื่อทั้งสามได้ยินการตัดสินใจของ โอรสเล่อ ต่างก็พา
กันตกตะลึงแต่ก็ยังคงสงวนท่าที โดยเฉพาะคนโง่
เขลาเบาปัญญาอย่าง ชวี่ เฟิงอวี๋ นางกล่าวขึ้นด้วย
ความไม่อยากจะเชื่อขึ้นว่า ” โอรสเล่อ การที่มันผู้นี้
ติดตามมาด้วย จะไม่ทำให้เกียรติของพระองค์ต้องมัว
หมองหรือเพคะ …”
ความหมายนั่นก็คือ อู่ อวี้ หาได้มีคุณสมบัติเพียงพอ
” เฟิงอวี๋ หุบปากของเจ้าไปเสีย เจ้ากล้าตั้งคำถามกับ
การตัดสินใจของพระโอรสเช่นนั้นรึ? ” ผู้มี
ประสบการณ์อย่าง ชวี่ห้าวเหยียน รีบกล่าวตัก
เตือนสติน้องสาวของตนเองอย่างรวดเร็ว แต่มันก็
เอ่ยปากออกมาแค่เพียงไม่กี่คำเท่านั้น ด้วยเพราะไม่
อยากให้ โอรสเล่อ ต้องคับข้องรำคาญใจ ทั้งหมดทั้ง
มวลหาก โอรสเล่อ ตัดสินใจกระทำสิ่งใดลงไปแล้ว
จะถือเป็นอำนาจอันเด็ดขาด มิอาจเคลือบแคลง
สงสัย
ชวี่ เฟิงอวี๋ ตระหนักว่าตนหุนหันพลันแล่นเกินไป
นางจึงรีบหุบปากทันที ทว่าสายตาก็ยังคงจ้องมอง
เขม็งไปที่ อู่ อวี้ ด้วยความรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย แต่
ถึงกระนั้นด้วยเพราะนางยังปรารถนาติดตาม โอรส
เล่อ การที่นางได้มีโอกาสติดตามโอรสเช่นนี้ เป็น
เพราะพี่ชายของนางมีความสัมพันธ์อันดีกับโอรสเล่อ
อีกทั้งนางยังพา ไปั๋หลี่ จุยหุน ติดสอยห้อยตามมา
ด้วยอีกคน
อู่ อวี้ รู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้าเป็นอย่างยิ่ง ด้วย
เพราะ โอรสเล่อ มองเห็นความแข็งแกร่งทางกาย
เนื้อของเขา อีกทั้งยังเห็นเขาเป็นหนึ่งในอาวุธของที่นี่
การที่เขาสามารถมีปฏิสัมพันธ์อันดีกับ โอรสเล่อ ได้
นั้นย่อมเป็นเรื่องที่ดีไม่น้อย เกรงว่าบุคคลผู้มีอำนาจ
เช่นนี้ จะอดทนรอได้ไม่นานนัก
ยิ่งไปกว่านั้นหากมีการพบเจอสมบัติวิเศษ ซึ่งถือเป็น
กำไรมหาศาลด้วยแล้ว สมบัติที่ว่าย่อมไม่มีทางตกถึง
มือเขาเป็นแน่ ยิ่งไปกว่านั้น อู่ อวี้ เกรงว่าคนเหล่านี้
จะล่วงรู้ความลับของตนเอง โดยเฉพาะ เจดีย์ล่อง
กำเนิด ที่ติดตัวเขาอยู่ในยามนี้
อย่างไรก็ตามหากยังคิดที่จะอยู่ที่นี่ต่อ ก็ไม่อาจ
ละเลยคำชักชวนของ โอรสเล่อ ถึงแม้ ดินแดน
โบราณเหยียนหวง จะกว้างใหญ่ไพศาลเพียงใด แต่
สุดท้ายแล้วก็ไม่มีทางหลบหนีได้พ้น ฉะนั้นเขาจึง
พยักหน้ารับแล้วพูดว่า ” แม้ฝีมือของข้า อู่ อวี้ จะต่ำ
ต้อย แต่ก็อยากจะร่วมทางไปกับพระโอรส เพื่อเป็น
กำลังเสริมเพิ่มอีกหนึ่ง ”
” ดี! ถ้าเช่นนั้นก็ตามข้ามา” โอรสเล่อ กล่าวอย่างพึง
พอใจ
ขณะที่เขากำลังเดินผ่านเตรียมตัวที่จะเดินทางต่อ
ไปั๋หลี่ จุยหุน กลับได้เข้ามากระแทกไหล่ อู่ อวี้ อย่าง
จงใจเพื่อทดสอบพลังความสามารถทางกายเนื้อของ
อู่ อวี้
เช่นนั้นแล้ว อู่ อวี้ จะเก็บซ่อนมันเอาไว้ทำไมเล่า?
———————————
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ