กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 619 : วิกฤตรายแรง
ในที่สุดก็สามารถทำลายได้สำเร็จ การที่พบกับประตู
ทองสัมฤทธิ์เช่นนี้ ทุกคนล้วนเต็มไปด้วยความ
ตื่นเต้นหมายจะเข้าไปภายในนั้น
แต่พริบตานั้นเอง รูขนาดเท่านิ้วมือจำนวนนับไม่ถ้วน
กลับปรากฎขึ้นอย่างฉับพลัน
ในขณะที่มันปรากฏขึ้นมา อู่ อวี้ และคนอื่นๆก็
ตระหนักว่ามันสายไปเสียแล้ว
อู่ อวี้ ตอบโต้กลับไปด้วยสัญชาตญาณของเขา เขา
รู้สึกว่ารูที่ปรากฏขึ้นมามันเป็นอะไรบางอย่างที่
อันตราย
ซึ่งมันก็เป็นดั่งที่เขาสังหรณ์ใจเอาไว้จริงๆ
โครม!
ท่ามกลางรูจำนวนมากมายนับไม่ถ้วน มันปลดปล่อย
สิ่งของบางอย่างที่แหลมคมยิงออกมา! เมื่อหันไปมอง
อู่ อวี้ พลันสังเกตเห็นได้ว่ามันคือลูกศร
ตัวลูกศรเป็นสีดำสนิท และถูกหล่อขึ้นมาจาก
เหล็กกล้า ถึงแม้ว่ามันจะผ่านร้อนผ่านหนาวมาเป็น
เวลานานแต่ทว่าหัวลูกศรของมันยังคงคมกริบอย่างที่
ไม่อาจจะจินตนาการได้
เหล่าลูกศรที่ถูกยิงออกมา ไม่ว่าจะเป็นด้านความ
รุนแรงหรือว่าความเร็วต่างล้วนน่าสยดสยอง
หากว่ากับดักเช่นนี้ไปอยู่ภายนอก ย่อมไม่อาจจะ
คุกคาม โอรสเล่อ และคนอื่นได้เลยแม้แต่น้อย แต่
ทว่าเมื่ออยู่ภายในสุสานแห่งนี้ ด้วยพลังกายเนื้อ
ล้วนๆผนวกกับพื้นที่อันจำกัด จึงนับเป็นภัยคุกคาม
ใหญ่หลวง
และที่สำคัญที่สุดคือภายในรูแต่ละรูไม่ได้ยิงลูกศร
ออกมาเพียงแค่ดอกเดียว
ลูกศรชุดแรกถูกยิงออกไป หมายมาดสังหาร
เปั้าหมายให้สิ้นซาก
การโจมตีระลอกที่ 3 ระลอกที่ 4 ระลอกที่ 5 ถูกยิง
ออกมาอย่างต่อเนื่อง ไม่มีเวลาให้ได้หยุดพักหายใจ
สิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหน้า อู่ อวี้ และคนอื่นๆคือปรากฎ
ลูกศรมากมายมหาศาลราวกับห่าฝน ซึ่งไม่อาจจะ
หลบซ่อนที่ไหนได้!
นี่เป็นวิกฤตที่รุนแรงถึงชีวิต ซึ่งมันเกิดขึ้นในชั่ว
พริบตา!
ใบหน้าของคนทั้ง 5 เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่าง
ฉับพลัน ความคิดแวบแรกของพวกเขาคือต้องพุ่ง
ถอยไปยังด้านหลังให้เร็วกว่าห่าฝนเหล่านี้ จากนั้นก็
รีบเปลี่ยนเส้นทางเพื่อหลบเลี่ยง แต่กระนั้นต่างคนก็
รู้ดีว่ามันเป็นไปไม่ได้
จึงเหลือเพียงแค่วิธีเดียวเท่านั้น ต้องต้านทานมัน
เอาไว้ให้ได้
ในช่วงเวลาเร่งรีบเช่นนี้ พวกเขาไม่อาจหาหนทางใด
ได้อีก อู่ อวี้ เร่งดึงเสามังกรสมุทรคลั่งออกมาให้ไว
ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ จับตรงกลางเสาด้วยมือทั้ง 2
ข้าง และหมุนควงมันอย่างรวดเร็ว พริบตานั้นเกิด
เป็นเกราะปั้องกันทรงกลมขึ้นมาปัดปั้องการโจมตี
เหล่านี้
นี่เป็นวิธีที่พื้นฐานที่สุดอย่างหนึ่งในการใช้พลอง
ความเร็วในการหมุนควงพลองของ อู่ อวี้ เร็วขึ้น เร็ว
ขึ้นทุกขณะ! ด้วยเกราะปั้องกันของเสามังกรสมุทร
คลั่งที่อยู่ด้านหน้า จึงแทบจะไม่มีสิ่งใดเล็ดรอดผ่าน
เข้ามาได้
เคร้ง เคร้ง เคร้ง!
เขาสกัดกั้นมันอยู่ด้านหน้าสุด เวลาถนัดมา ลูกศร
เหล็กกล้าที่มีพละกำลังอันมหาศาล ด้วยวัสดุที่ไม่
ธรรมดาและมีความเร็วที่สั่นประสาทผู้คน ได้ถาโถม
โจมตีเข้ามาอย่างรวดเร็วและรุนแรง กดดันไปยัง อู่
อวี้ ซึ่งกำลังหมุนควงพลอง
พริบตาได้เกิดเป็นเสียงแหลมที่แสบแก้วหูดังขึ้น
ภายใต้การปะทะกับลูกศรเหล่านี้ มันได้โจมตีกดดัน
อู่ อวี้ อย่างต่อเนื่อง ขาทั้ง 2 ข้างหยัดยืนอย่างมั่นคง
ลูกศรทั้งหมดถูกเขาปัดปั้องไม่อาจจะผ่านไปได้ พวก
มันถูกปัดปั้องจนไปปักเสียบไปอยู่บนกำแพงรอบๆ!
ส่วนอีก 4 คนที่เหลือ แม้ว่าพวกเขาจะหยิบอาวุธของ
ตนเองออกมาเพื่อต่อต้าน แต่เห็นได้ชัดว่าพวกเขา
ไม่ได้มีอาวุธที่เหมาะสมและแข็งแกร่งได้เช่นเดียวกับ
อู่ อวี้
พวกเขาทั้ง 5 คนกำลังต้านทานลูกศรเหล่านี้ด้วยกัน
ซึ่งมันสิ้นเปลืองพลังงานอย่างมาก โอรสเล่อ ทำการ
ต้านทานการโจมตีนี้อยู่สักพักหนึ่ง ในใจจึงบังเกิด
ความเข้าใจบางอย่างขึ้น มันไม่อาจพึ่งพาพละกำลัง
ทางกายเนื้อได้เป็นเวลานานมากนัก
“ทุกคนไปอยู่ด้านหลัง อู่ อวี้ เร็ว!”
พวกเขาปราดเปรื่องอย่างยิ่ง แม้ว่า ชวี่ เฟิงหยู๋ จะไม่
เต็มใจยอมรับความแข็งแกร่งของ อู่ อวี้ แต่เมื่ออยู่
ภายใต้ห่าฝนลูกศรเช่นนี้ ก็จำต้องไปหลบซ่อนอยู่
ด้านหลังของเขาอย่างช่วยไม่ได้
ทั้ง 4 คนวิ่งไปหลบซ่อนอยู่ด้านหลังของ อู่ อวี้ พื้นที่
ด้านหลังของเขากลายเป็นสถานที่เพียงแห่งเดียวบน
เส้นทางนี้ที่ไม่มีลูกศรเหล็กพุ่งผ่าน
ใบหน้าของพวกเขาแต่ละคนชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ
แม้กระทั่ง โอรสเล่อ ก็ไม่เว้น พวกเขามองไปที่ อู่ อวี้
ด้วยท่าทีตกตะลึง ยามนี้พวกเขาหลบอยู่เบื้องหลัง อู่
อวี้ ที่ยืนหยัดอย่างมั่นคงไม่สะทกสะท้าน ในมือหมุน
ควงพลองอย่างรวดเร็ว ห่าฝนลูกศรที่เบียดเสียดกัน
อย่างหนาแน่นเบื้องหน้า ปรากฏเสียงปะทะที่รุนแรง
แต่ยังคงเป็นเรื่องยากที่ลูกศรเหล่านี้จะแหวกผ่าน
การปั้องกันของ อู่ อวี้ เข้ามาได้
ตอนนี้ตัวเขาราวกับเป็นเทพเซียน
ชวี่ ห้าวเหยียน กลืนน้ำลายลงเอือกใหญ่ เขามองไป
ที่ โอรสเล่อ ด้วยสายชื่นชมพร้อมกับกล่าวว่า “องค์
ชายช่างปราดเปรื่องยิ่งนัก”
หากว่า โอรสเล่อ ไม่ให้ อู่ อวี้ เข้าร่วมกลุ่ม ถึงแม้ว่า
พวกเขาจะหาที่นี่พบ อย่างน้อยก็จะต้องได้รับ
บาดเจ็บสาหัส! ไม่แน่ว่าอาจจะมีบางคนต้องตายไป
ไม่ว่าจะเป็น ชวี่ เฟิงหยู๋ หรือว่า ไปั๋หลี่ จุยหุน หาก
พวกมันตายไป อย่างน้อยก็จะต้องเกิดผลกระทบ
ใหญ่หลวง
ชวี่ เฟิงหยู๋ และ ไปั๋หลี่ จุยหุน ทั้ง 2 คน ตกอยู่ใน
อาการตกตะลึง แม้กระทั่งตัวสั่นเทิ้ม แม้ว่าก่อนหน้า
นี้พวกมันดูถูก อู่ อวี้ แต่ต้องยอมรับว่า อู่ อวี้ กำลัง
ช่วยชีวิตของตนอยู่
ใบหน้าของ โอรสเล่อ ยังคงสงบนิ่ง เอ่ยถามขึ้น “อู่
อวี้ เจ้าสามารถต้านไว้ได้อีกนานเท่าใด?”
ความท้าทายในครั้งนี้ของ อู่ อวี้ หนักหนาไม่เบา เมื่อ
ลูกศรแต่ละดอกพุ่งโจมตีเข้ามาอย่างหนักหน่วงและ
รุนแรงทำให้ขาและแขนของเขาเกิดความรู้สึกชา
หนึบ
เคร้ง เคร้ง!
วัสดุที่สร้างลูกศรนี้มันแข็งยากที่จะทำลาย เกรงว่า
เสามังกรสมุทรคลั่งอาจจะต้านทานไว้ได้อีกไม่นาน
“ข้าก็ไม่รู้ ข้าจะพยายามรั้งเอาไว้ให้ได้นานที่สุด หาก
พวกท่านสามารถล่าถอยได้ พวกท่านก็จงรีบเร่งถอย
ไป”
ลูกศรเหล่านั้นไม่อาจผ่าน อู่ อวี้ ไปได้ รัศมีเกราะ
วงกลม ทำให้ไม่มีศรใดฝั่าทะลวงมาได้แม้สักดอก
เดียว
“ไปซะ พวกเจ้าล่าถอยออกไปก่อน!”
โอรสเล่อ พาคนทั้ง 3 ทะยานถอยกลับไปอย่าง
รวดเร็ว มันมีที่กำบังอยู่มุมหนึ่งบนเส้นทางแห่งนี้ จึง
นับว่าเป็นสถานที่ปลอดภัยชั่วคราว
ส่วน อู่ อวี้ ก็กำลังล่าถอยไปรวมกลุ่ม แต่ทว่าไม่
อาจจะถอยไปได้รวดเร็วเช่นพวกเขา
ถึงแม้ว่าจะเชื่องช้า แต่ทว่าเขากลับถอยไปอย่าง
มั่นคง ท้ายที่สุดตัวเขาก็ยังคงตกอยู่ในวิกฤตอันตราย
นี้ เขาเป็นคนสุดท้ายที่ถอยไปรวมกลุ่มกับโอรสเล่อ
หลังจากที่เข้ามาหลบมุมแล้ว ลูกศรทั้งหมดได้ถูกยิง
เข้าปะทะกับกำแพงที่กำบังเบื้องหน้า ซึ่งบัดนี้
เส้นทางที่นำไปสู่ประตูทองสัมฤทธิ์ถูกห่าฝนลูกศรที่
เบียดเสียดปกคลุมเอาไว้อยู่จนมองไม่เห็นสิ่งใดอีก
“ลำบากเจ้าแล้ว” ชวี่ ห้าวเหยียน กล่าวขึ้นพร้อมกับ
แตะไปที่ไหล่ของ อู่ อวี้
“ไม่ต้องเกรงใจข้าหรอก” อู่ อวี้ ได้ช่วยชีวิตพวกเขา
เอาไว้
ความจริงหากตัวเขาใจจืดใจดำและปล่อยให้ทุกคน
ตกตายก็สามารถทำได้ แต่ว่านี่เป็นถึงโอรสของ
จักรพรรดิเหยียนหวง อู่ อวี้ มีกำลังมากเท่าใด มัน
ย่อมรู้ดี
ดังนั้นเขาจึงไม่กล้าทำอะไรผลีผลาม ซึ่งถือว่าเป็น
ตัวเลือกที่ไม่เลว
“ทำได้ดีมาก” โอรสเล่อ เอ่ยชื่นชม อู่ อวี้ ความ
สนใจของมันในยามนี้เพ่งเล็งไปที่ตัวลูกศร ซึ่งครู่
ต่อมามันได้ขมวดคิ้วขึ้นและกล่าวว่า “ลูกศรเหล่านี้
จะยิงไปถึงไหน? ในเมื่อเขาวงกตได้หายไปแล้ว คน
อื่นๆก็ย่อมต้องได้ยินเสียงและเร่งรีบเดินทางมาที่นี่
อย่างแน่นอน เมื่อถึงเวลานี้ ข้อได้เปรียบของเราก็จะ
หายไปอย่างสมบูรณ์!”
โอกาสในการไขความลับอยู่เพียงเอื้อมมือ ดังนั้นมัน
จึงค่อนข้างรู้สึกร้อนรน
ประตูทองสัมฤทธิ์ถูกปิดเอาไว้ และพวกเขาก็ไม่
สามารถฝั่าห่าฝนลูกศรเหล่านี้เพื่อไปเปิดประตูบาน
นั้นและเข้าไปได้
เนื่องจากไม่รู้ว่าควรจะเปิดประตูทองสัมฤทธิ์บานนั้น
ดีหรือไม่?
“อู่ อวี้ แข็งแกร่งยิ่ง ให้เขานำหน้าไปเปิดประตูบาน
นั้นได้หรือไม่ บางทีหากเปิดประตูแล้วกับดักนี้
อาจจะสลายไป” ชวี่ เฟิงหยู๋ กล่าว
แต่กลับไม่มีผู้ใดสนใจนาง
มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ กระทั่ง อู่ อวี้ ยังไม่มั่นใจใน
ตนเอง กระทั่งไม่แน่ว่าตนอาจจะต้องจ่ายออกด้วย
ชีวิตของเขา
แต่บางทีนี่อาจจะเป็นเพียงวิธีเดียวเท่านั้น
คนอื่นๆอาจจะมาถึงที่นี่ได้ และเมื่อนั้นทุกสิ่งจะสูญ
เปล่า
อู่ อวี้ ลองใช้สายตาคาดคะเนดู จ้องมองไปยังสิงโต
ศิลาทั้ง 2 ตัวที่อยู่ด้านข้างประตู พื้นที่ด้านหน้าสิงโต
ศิลานั้นเป็นเขตปลอดภัย หากว่าเขาทะยานไปหลบ
ที่พื้นที่ตรงนั้น ก็อาจจะหาหนทางในการเปิดประตู
ทองสัมฤทธิ์นี้ได้
นี่อาจจะไม่ใช่วิธีที่ดีนักแต่เขาก็รู้สึกสงสัยว่าภายใน
ประตูมีสิ่งใดซุกซ่อนอยู่ ดังนั้นเขาจึงลุกขึ้นยืนและ
กล่าวว่า “ข้าจะลองเข้าไปดู “
โอรสเล่อ เอ่ยถาม “เจ้ามั่นใจแล้วหรือ?”
“ในเรื่องการเปิดประตูข้าไม่ค่อยมั่นใจ แต่ยังพอ
มั่นใจว่าสามารถเอาตัวรอดได้”
“เช่นนั้นเจ้าก็ลองดู” โอรสเล่อ พึงพอใจกับความ
กล้าหาญของเขาอย่างมาก
แต่ในขณะที่ อู่ อวี้ กำลังก้าวไปเผชิญหน้ากับกับดักนี้
ชั่วพริบตาที่ทะยานออกไป ลูกศรกลับได้หยุดลง
ส่วนรูบนประตูทองสัมฤทธิ์ก็ไม่ได้ยิงลูกศรออกมาอีก
เส้นทางที่มุ่งไปยังประตูทองสัมฤทธิ์ ทันใดนั้นก็
เปลี่ยนไปมันเงียบราวกับปั่าช้า ส่วนลูกศรที่ปักอยู่
ตามพื้นก็หายไปสิ้นแล้ว
ทุกคนรู้สึกตะลึงงัน
“บางทีลูกศรที่อยู่ภายในประตูทองสัมฤทธิ์อาจจะ
หมดไปแล้วก็ได้”
ยามนี้ประตูทองสัมฤทธิ์ได้ยิงลูกศรจนหมดแล้ว
“ไปๆ รีบบุกเข้าไป!” โอรสเล่อ รีบฉวยโอกาสนี้เพื่อ
ไม่ให้เสียเวลา ไม่ปล่อยให้คนอื่นมีโอกาส
คนทั้ง 5 รีบทะยานไปข้างหน้า
อย่างไรก็ตาม ชวี่ เฟิงหยู๋ กับ ไปั๋หลี่ จุยหุน ยังคง
กังวลว่าลูกศรจะถูกยิงออกมาอีกรอบ พวกเขาจึงรีบ
ไปหลบอยู่ที่ด้านหลังของ อู่ อวี้ ส่วน โอรสเล่อ อยู่
ตรงกลาง ขนาบข้างไปด้วย อู่ อวี้ กับ ชวี่ ห้าวเห
ยียน
เส้นทางนี้ไม่ยาวนัก ครั้งนี้ทุกคนมาถึงหน้าประตูได้
อย่างรวดเร็ว และสิ่งที่ทำให้พวกเขาวางใจคือ ลูกศร
ที่ออกมาจากรูได้หายมลายสิ้น สิ่งนี้สามารถพิสูจน์ว่า
ห่าฝนลูกศรน่าจะไม่ถูกยิงออกมาอีกแล้ว
ทุกคนถอนหายใจอย่างโล่งอก
โอรสเล่อ เป็นคนที่มาความกล้าหาญ มันไปยืนอยู่
เบื้องหน้าประตูทองสัมฤทธิ์ ไม่พูดไม่จา เหยียดมือ
ไปสัมผัสที่ประตูบานนั้น เมื่อมือวางอยู่บนประตู จึง
เร่งออกแรงผลักประตูบานทองสัมฤทธิ์ แต่มันกลับไม่
มีการเคลื่อนไหวใดๆ กล่าวได้ว่ามันยังคงปิดตาย
สนิท
“ยังไม่เปิดให้ข้าอีก!” โอรสเล่อ พลันปรากฎโทสะ
และสบถออกมา นับว่าน่าสงสารไม่น้อย เนื่องจาก อู่
อวี้ รู้ว่ามันเคยคิดจะเปิดประตูลี้ลับที่อยู่ภายในเจดีย์
ควบคุมเวลามาก่อน แต่ผลลัพธ์กลับเป็นเฉกเช่น
เบื้องหน้า
ล้มเหลวถึงสองครั้งสองครา
“ปัง ปัง!” มันต่อยออกไปหลายหมัด แต่ก็ยังคงไม่
สำเร็จ ประตูทองสัมฤทธิ์ยังถูกปิดผนึกอยู่เช่นเดิม
“อู่ อวี้ มาเปิดมัน!”
อู่ อวี้ รู้ว่ามันจะต้องเรียกตนไปช่วยอย่างแน่นอน
ดังนั้นเขาได้เตรียมตัวเอาไว้แล้ว บัดนี้เขากระชับเสา
มังกรสมุทรคลั่งเอาไว้ในมือ ถอยห่างออกไปหลาย
สิบจั้ง จากนั้นทะยานพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
กระแทกไปที่ประตูทองสัมฤทธิ์อย่างรุนแรง
ก่อให้เกิดเป็นเสียงดังกัมปนาท ประตูทองสัมฤทธิ์
เกิดเสียงดังเอี๊ยดขึ้น แต่มันก็ยังคงไม่เปิดออก แต่
กระนั้น อู่ อวี้ กลับกระเด็นลอยกลับไป
เขาฟาดเสามังกรสมุทรคลั่งไปอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่
ได้ผล
ชั่วขณะนี้ก็ได้ยินเสียงคนก้าวท้าวเข้ามาอย่างแผ่วเบา
หลังจากที่ ไปั๋หลี่ จุยหุน ศึกษาดู มันจึงรีบกล่าวขึ้น
“องค์ชาย! บนประตูบานนี้มีวงเวทต้องห้ามอยู่ มันได้
ขัดขวางไม่ให้คนภายนอกเข้าไปได้ ขอข้าลอง
พยายามทำลายมันดูได้หรือไม่ แต่มันอาจจะต้องใช้
เวลาสักหน่อย….”
หากใช้กำลังเข้าปะทะแล้วไม่ได้ผล คงมีเพียงแต่
จะต้องใช้วิธีของ ไปั๋หลี่ จุยหุน เท่านั้น โอรสเล่อจึง
กล่าว “เจ้าต้องเร่งมือจัดการประตูบานนี้ให้เร็วที่สุด
อย่าปล่อยให้คนอื่นชิงตัดหน้าเราไปได้”
มันไม่อาจจะแบ่งสมบัติที่อยู่ภายในประตูบานนี้ให้
ผู้อื่นได้
ดังนั้นอีกนัยหนึ่งจึงหมายถึงไม่ว่าใครจะเข้ามาก็
จะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อกีดขวางเอาไว้
ถึงจะต้องต่อสู้ก็ตามที
บางทีเนื่องจากการดำรงอยู่ของ อู่ อวี้ มันจึงตัดสินใจ
ที่จะทำเช่นนี้
ไปั๋หลี่ จุยหุน กำลังศึกษาจัดการทำลายวงเวท ส่วน
อีก 4 คนที่เหลือก็ยืนอยู่หน้าประตูรอคอยผู้หลุดเข้า
มา
ใบหน้าของ โอรสเล่อ แปรเปลี่ยนกลายเป็นเย็นชา
เห็นได้ชัดว่าจะไม่มีการเจรจาต่อรองใดๆทั้งนั้น
เสียงก้าวยิ่งมายิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ
มีคนจำนวนมากกำลังเดินทางมายังที่แห่งนี้
อู่ อวี้ ได้เตรียมตัวที่จะสู้รบอย่างเต็มกำลัง แต่ถึง
อย่างนั้นเขาก็ยังมี โอรสเล่ออยู่ ดังนั้นจึงไม่จำเป็น
จะต้องกังวลอะไรมาก
และดูเหมือนว่าคนเหล่านั้นกำลังจะมาถึงทางเลี้ยว
มายังเส้นทางนี้แล้ว
อย่างไรก็ตามได้เกิดเหตุที่ไม่คาดฝันขึ้น รอบด้าน
กลับเต็มไปด้วยกลิ่นอายซากศพที่สามารถทำให้รู้สึก
คลื่นไส้อาเจียน และเส้นทางเบื้องหน้าของ อู่ อวี้ กับ
คนอื่นๆ พลันปรากฏหุ่นเชิดซากศพค่อยๆที่โผล่
ขึ้นมาจากพื้นดิน
และคนที่อยู่หน้าสุดคือ ฉลามนิรันดร์
———————————
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ