กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 620 : สงครามเผชิญหุนเชิดซากศพ
หุ่นเชิดศพมากกว่า 20 ร่างคลานออกมาจากพื้นดิน
ใบหน้าของพวกมันแต่ละตัวซีดขาว ทั่วร่างปล่อย
กลิ่นอายซากศพ ล้อมกรอบ อู่ อวี้ และคนอื่นๆ อยู่
ด้านหน้าประตูทองคำสัมฤทธิ์
ตำแหน่งที่พวกเขาอยู่ในตอนนี้ ถูกพวกเหล่าคนตาย
ปิดกั้นเส้นทางเอาไว้ จึงทำให้ อู่ อวี้ และคนอื่นๆไม่
สามารถหลบหนีออกไปจากสุสานได้
อู่ อวี้ รู้จักเหล่าหุ่นเชิดซากศพอยู่หลายร่าง ในกลุ่ม
นั้นมีพวก เซียว อี้หลี กับพรรคพวก อีกทั้งยังมี
ฉลามนิรันดร์ ที่เขาเป็นคนสังหารด้วยตนเองอีกอยู่
ด้วย
ส่วนที่เหลือเป็นพวกที่ตายภายในสุสานแห่งนี้ แล้ว
ถูกสุสานดูดกลืนให้แปรเปลี่ยนเป็นพวกเดียวกับมัน
ฉลามนิรันดร์ อยู่แถวหน้าสุด ศพของมันไม่ได้ถูกเผา
จนสลายไปจริงๆ! ด้วยเหตุนี้มันจึงแตกต่างจากหุ่น
เชิดศพร่างอื่นๆ ร่างของมันเน่าเละเสียเป็นส่วนใหญ่
เต็มไปด้วยร่องรอยของการถูกเผาไหม้ นอกจากนี้
เรียกได้ว่าเป็นหุ่นเชิดศพที่อัปลักษณ์และน่าเกลียด
มากที่สุด
ริมฝีปากของมันถูกเผาจนดูไม่ได้ ทำให้คมเขี้ยวอัน
แหลมคมยื่นออกมา
หลังจากที่มันถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นหุ่นเชิดศพ มัน
จึงกลายเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด! ความสามารถ
หลังจากที่เปลี่ยนแปลงกลายเป็นหุ่นเชิดศพกับก่อน
หน้านี้มันแตกต่างกันอย่างไม่อาจเทียบกันได้!
ทั้งตัว อู่ อวี้ ก็ยังไม่คาดคิดว่าจะมีคนมากถึง 20 กว่า
คนที่ต้องตายอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้!
ยามที่อยู่ด้านนอกสุสาน อาจกล่าวได้ว่าตั้งแต่ต้นยัง
ไม่มีผู้ใดตกตายไป
อันที่จริงถ้าหากพวกเขาไม่แพร่กระจายข่าวเรื่องหุ่น
เชิดศพนี้ออกไป และ โอรสเล่อ ก็สั่งให้คนจาก
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง ออกไปก่อนละก็ หุ่น
เชิดศพที่อยู่เบื้องหน้าย่อมมากกว่านี้อย่างแน่นอน
แม้กระทั่งอาจจะมีจำนวนมากถึง 50 ร่างเลยทีเดียว
ผลบุญที่เขาได้ทำไว้ก่อนนี้ บัดนี้มันได้ช่วยตัวเขาเอง
อย่างมหาศาล
ปัญหาคือหุ่นเชิดศพที่อยู่เบื้องหน้านี้ มันก็น่าสยอง
เพียงพอแล้ว! และทั้ง 20 กว่าร่างนี้ ไม่มีผู้อ่อนแอ
เลยแม้แต่คนเดียว!
ทั้งหมดล้วนมีกายเนื้อที่แข็งแกร่งเทียบเท่ากับปีศาจ!
อู่ อวี้ จำได้ว่า ในตอนที่เขาต้องสู้รบปรบมือกับหุ่น
เชิดซากศพ 2 ตัวแรก เขาต้องใช้ความพยายามไปไม่
น้อยถึงจะเอาชนะมาได้
แม้แต่ โอรสเล่อ และคนอื่นๆเองก็รู้ถึงความน่ากลัว
ของหุ่นเชิดศพเหล่านี้ดี โดยเฉพาะเมื่อพวกเขาเห็น
ฉลามนิรันดร์ สีหน้าของมันจึงได้แปรเปลี่ยนไป
พร้อมกับหันกลับไปเอ่ยกับ ไปั๋หลี่ จุยหุน ว่า “ถ้ายัง
ไม่อยากตาย เจ้ารีบจัดการโดยไว ข้าจะถ่วงเวลา
เอาไว้ ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับเจ้าแล้ว”
ยามนี้เพียงแค่ฝากความหวังไว้ที่ ไปั๋หลี่ จุยหุน หาก
มันเปิดประตูบานนี้ออกก็อาจจะพบทางรอดก็เป็นได้
หุ่นเชิดศพมากมายทยอยปรากฏตัวขึ้น
โอรสเล่อ เองก็หยิบศาสตราเต๋าวิถีแท้ของตัวเอง
ออกมา มันเป็นกระบี่ยาวสีทองเล่มหนึ่ง บนตัวใบ
กระบี่เต็มไปด้วยลวดลายสลับซับซ้อน เนื่องจากว่าที่
แห่งนี้ไม่อาจใช้พลังแก่นแท้ตำหนักม่วงได้ ดังนั้นจึง
ใช้มันไม่ต่างจากศาสตราวุธทั่วๆไป หากไม่มีค่ายกล
ผนึกแก่นแท้ตำหนักม่วงละก็ ศาสตราเต๋าชิ้นนี้ก็เป็น
ถึงศาสตราเต๋าวิถีแท้ระดับสูง หรืออาจจะเป็นได้ถึง
ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณเลยก็เป็นได้
แม้ว่ามันจะเป็นถึงศาตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ
แต่เมื่อวงเวทของมันไม่อาจจะเปิดใช้งานได้ มันจึง
เป็นได้เพียงแค่ศาสตราวุธที่คมกริบอย่างเดียวเท่านั้น
พี่น้องแซ่ชวี่ เองก็เตรียมตัวทำศึกเรียบร้อยแล้ว บัดนี้
พวกเขาหยิบศาสตราวุธของตนเองออกมา
และเปั้าหมายของหุ่นเชิดศพเหล่านี้แน่นอนย่อมต้อง
เป็นพวกเขา! ราวกับว่าพวกมันได้รับคำสั่งเวลานี้
ดวงตาของพวกมันแต่ร่างแฝงเอาไว้ด้วยความดุร้าย
ปั่าเถื่อน ถึงแม้จะไร้ซึ่งแววตาแต่ก็น่าสยดสยองอย่าง
ยิ่ง มันก้มตัวคลายงอกกงเล็บที่แหลมคมดั่งใบมีด
ออกมา หุ่นเชิดศพบางร่างถือศาสตราเต๋าวิถีแท้
เอาไว้ในมือของพวกมัน เช่น ฉลามนิรันดร์
พวกมันคำรามราวกับเป็นสัตว์ เฮโลพุ่งเข้ามาอย่าง
ต่อเนื่อง
นี่เป็นการต่อสู้เอาชีวิตรอดที่แสนโหดร้าย!
อย่างไรก็ตามในตอนนี้ตำแหน่งตรงหัวมุมของ
ทางเดิน ปรากฏคนกลุ่มหนึ่งกำลังเข้ามา พวกเขา
ย่อมรู้ถึงการดำรงอยู่ของหุ่นเชิดศพ และยังมั่นใจว่า
ภายในที่เช่นนี้ยังมีผู้คนหลงเหลืออยู่ ปกติแล้วทุกคน
ที่เข้ามาบนเส้นทางเซียนบรรพกาลย่อมเป็นเหล่า
อัจฉริยะที่แข็งแกร่งที่สุดทั้งสิ้น
หลังจากที่พวกเขาทยอยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และ
เมื่อได้เห็น โอรสเล่อ และคนอื่นๆกำลังยืนอยู่หน้า
ประตูทองสัมฤทธิ์ พวกเขาจึงเริ่มร้อนใจ!
“โอรสเล่อ ท่านไม่อาจจะเก็บสมบัติทุกอย่างเอาไว้
เพียงผู้เดียว…..”
ในตอนที่คนกลุ่มนั้นยังไม่ทันได้กล่าวจบ ก็ได้
สังเกตเห็นถึงหุ่นเชิดศพจำนวนมากที่อยู่เบื้องหน้า
ของพวกเขา สิ่งนี้ทำให้ทุกคนตกใจจนวิญญาณแทบ
หลุดออกจากร่าง บางส่วนที่กำลังมุ่งไปด้านหน้าหยุด
ก้าวท้าว แน่นอนว่าพวกเขาไม่อยากจะปะทะกับหุ่น
เชิดศพที่น่าสยองเหล่านี้
ผู้คนยิ่งมายิ่งรวมตัวกันเยอะขึ้น ผ่านไปเพียงครู่เดียว
ก็มีคนมารวมกันมากกว่า 30 คนแล้ว เกรงว่านี้จะ
เป็นคนทั้งหมดที่อยู่ภายในสุสานแห่งนี้
คนส่วนใหญ่ยังคงหลบซ่อนอยู่ตรงมุมทางเดิน จึงทำ
ให้ค่อนข้างแออัด พวกเขาจับจ้องไปที่โอรสเล่อและ
คนอื่นๆกับหุ่นเชิดศพด้วยสายตาที่โง่งม สลับกับมอง
ไปที่ประตู ยามนี้พวกเขายังคงมีท่าทีร้อนรน
แน่นอนพวกเขาสังเกตเห็นว่าเปั้าหมายของหุ่นเชิด
ศพก็คือพวก โอรสเล่อ ! ดังนั้นโอรสเล่อและพวก อู่
อวี้ จึงยังไม่อาจจะเข้าประตูไปได้!
“จวี้ หั้วอี๋!” ท่ามกลางฝูงชนมีคนตะโกนเรียกออกมา
คนผู้นั้นคือคนที่มาจากราชวงศ์มู่ซวี เขายังไม่ได้
ออกไปจากสุสานแห่งนี้ เมื่อเขาเห็นว่าในกลุ่มของหุ่น
เชิดศพ ปรากฏเงาร่างที่คุ้นเคย คนจึงรู้สึกตื่นเต้น
จนน้ำตาไหลพราก ยามนี้เขาลืมแล้วซึ่งวิกฤต
อันตราย ทะยานตรงไปหา จวี้ หั้วอี๋
พวกเขาอาจจะเป็นสหายเต๋าเคียงคู่กัน ยามตายก็
ต้องตายไปด้วยกัน!
“หยุดนะ!”
ทุกคนไม่อาจจะหยุดคนผู้นั้นได้ทัน!
ทันใดนั้น!
ครึ่งหนึ่งของหุ่นเชิดศพผินกายมา จับจ้องบุรุษผู้นั้น
ด้วยสายตาที่เย็นชาและใบหน้าที่ไร้ซึ่งความรู้สึก
แม้กระทั่ง จวี้ หั้วอี๋ ที่อยู่ภายในกลุ่มหุ่นเชิดศพยัง
กรีดร้องเสียงแหลมออกมา นางได้กลายเป็นหุ่นเชิด
ศพโดยสมบูรณ์แล้ว ไม่หลงเหลือซึ่งความรู้สึกใดๆอีก
ต่อไป ร่างกายนี้ไม่ใช่นางอีกต่อไป
นางกรีดร้องและโถมตัวไปหาคนรักของนาง นางพุ่ง
ถลาจู่โจม ทำให้ดวงตาของคนผู้นั้นเต็มไปด้วยน้ำตา
แต่เขาไม่ได้ตอบโต้โจมตีกลับไปเลยสักกระบวนท่า
“อย่ากลัวไปเลย ข้ามารับเจ้าแล้ว อย่ากลัว……”
ชายผู้นั้นถูกโจมตีเข้าอย่างจัง หยดน้ำตาไหลริน
ออกมาอย่างน่าเวทนา กรงเล็บของหุ่นเชิดศพแทง
ทะลุร่างของเขาไป แต่เขากลับเหยียดแขนทั้ง 2 ข้าง
โอบกอดหุ่นเชิดศพร่างนั้นไม่ปล่อยวาง และพรั่งพรู
ถ้อยคำออกมาอย่างต่อเนื่อง
“ข้าเสียใจ เป็นข้าที่อวดดีอยากเข้ามาภายในสุสาน
แห่งนี้ ข้าได้ทำร้ายเจ้าเองกับมือ ยามนี้ข้ามาเพื่อ
ชดใช้ในสิ่งที่ข้าสมควรได้รับ หากชาติหน้ามีจริง ข้า
ขอเป็นสหายเต๋าเคียงข้ากับเจ้าอีกครั้ง จวี้ หั้วอี๋……”
หลังจากที่เขากล่าวจบ สุ้มเสียงของเขาเงียบลงอย่าง
ฉับพลัน เพราะหุ่นเชิดศพตัวนี้นได้ทำลายอวัยวะ
ภายของเขาไปทั้งหมดอย่างไร้ความปราณี กระทั่ง
ทะลวงไปถึงตำหนักม่วงของเขา…….
อู่ อวี้ ได้ช่วยชีวิตเขาเอาไว้และหนีไปได้ แต่ทว่าดู
เหมือนเขาจะยังไม่อาจหลีกหนีชะตากรรมของตนได้
ซึ่งยามนี้เขาตัดสินใจกลับมารับชะตากรรม
ฉากเหตุการณ์ที่น่าตกใจเช่นนี้ ทำให้คนจำนวนมาก
แสดงออกถึงความซาบซึ้ง
แม้ว่า อู่ อวี้ จะยังเป็นเพียงผู้เยาว์ ตัวเขาไม่รู้ว่าความ
รักที่แท้จริงเป็นเช่นไร ทว่าเหตุการณ์เบื้องหน้าได้ทำ
ให้เขาเข้าใจได้ในทันที หลังจากที่อีกฝั่ายได้
แปรเปลี่ยนกลายเป็นหุ่นเชิดศพ เขาจึงกลัวว่านาง
จะต้องเดียวดาย จึงพุ่งเข้าไปและตายด้วยน้ำมือของ
นางอันเป็นที่รัก
ฉากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดนี้ทำให้ศพของบุรุษผู้นั้น
จมหายไปในพื้นดิน
แต่ทว่าเนื่องจาก ‘การกระทำ’ของเขา ทำให้หุ่นเชิด
ศพทั้งหลายจับจ้องไปยังกลุ่มคนที่อยู่ด้านหลัง หุ่น
เชิดศพกว่าครึ่งหันกายกลับหลัง เคลื่อนที่มุ่งไปหา
กลุ่มคนเหล่านั้น
ฉากที่โหดร้าย ทำให้ผู้คนตื่นตระหนกและล่าถอย
หลับไปโดยสัญชาตญาณของตนเอง
แต่ผู้ที่กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตอันตรายถึงชีวิตไม่ใช่
พวกเขา
เนื่องจากพวกเขามีถึง 30 สิบกว่าคน แต่เพียงแค่
เผชิญหน้ากับหุ่นเชิดศพที่มีเพียง 10 ร่าง แต่ทางฝัง
อู่ อวี้ ที่มีเพียงแค่ 4 คนกลับต้องต่อสู้เอาชีวิตรอด
จากเงื้อมมือของหุ่นเชิดศพกว่า 10ร่าง! และทางด้าน
อู่ อวี้ ยังต้องเผชิญหน้ากับ ฉลามนิรันดร์ อีกด้วย
กล่าวได้ว่ามันเพียงคนเดียวก็เทียบเท่ากับหุ่นเชิดศพ
2-3 ร่างแล้ว!
“พวกเราจะต้องช่วยเหลือ โอรสเล่อ และพรรคพวก
หรือไม่ พวกเขาอยู่ในอันตรายยิ่งกว่าพวกเราเสีย
อีก!”
“หยุดผายลมสักที! แค่พวกเราจะเอาตัวรอดให้ได้ก็
เต็มกลืนแล้ว! หากช่วยเหลือพวกเขา ก็เท่ากับว่าเรา
ช่วยให้พวกเขาผ่านเข้าไปในประตูบานนั้นได้ก่อนนะ
สิ! เจ้าไม่เห็นที่พวกเขากำลังทำลายประตูบานนั้นอยู่
หรืออย่างไร!”
เห็นได้ชัดว่านี่เป็นเรื่องปกติพวกเขาไม่สามารถ
ช่วยเหลือ โอรสเล่อ ได้ เมื่อทุกคนเข้ามาภายในที่
แห่งนี้ ล้วนต้องแข่งขันกันเองทั้งสิ้น และภายใต้
สถานการณ์เช่นนี้ การที่ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ โอรส
เล่อ ถือว่าเป็นเรื่องที่เสี่ยงมากเกินไป แม้แต่ปีศาจ
บางตัว ยังปรารถนาที่จะให้ โอรสเล่อ ถูกสังหารทิ้ง
เสียที่นี่ด้วยซ้ำไป และใครบ้างจะไม่รู้ว่าสิ่งที่สำคัญ
ที่สุดภายในสุสานแห่งนี้มันอยู่ด้านหลังประตูบานนั้น
“สวรรค์ นั่น ฉลามนิรันดร์! เขาตายไปแล้ว ทั้งยังถูก
เปลี่ยนให้เป็นหุ่นเชิดศพอีก!”
จนกระทั่งตอนนี้เพิ่งจะมีคนเห็นว่า อู่ อวี้ กำลัง
เผชิญหน้ากับหุ่นเชิดศพที่น่าหวาดกลัวที่สุดอยู่ คาด
ว่าพวกมันรู้ซึ่งถึงความแข็งแกร่งของ อู่ อวี้ เป็นอย่าง
ดีหุ่นเชิดศพ ฉลามนิรันดร์ จึงถือว่า อู่ อวี้ เป็นคู่ต่อสู้
ของมัน
“ฉลามนิรันดร์!”
เมื่อได้ยินนามนี้ ทุกคนตกอยู่ในอาการตกตะลึง
ใบหน้าซีดขาว และหากลองมองดูดีๆก็พบว่าร่างนั้น
เป็นร่างของ ฉลามนิรันดร์ จริงๆ!
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหล่าปีศาจสมุทร เมื่อพวกมันเห็น
ฉลามนิรันดร์ พวกมันพลันเบิกตากว้างตัวแข็งทื่อจน
อาจจะขยับไปไหนได้ เห็นได้ชัดว่าพวกมันกำลังตกใจ
จนถึงขีดสุด
“เป็นไปได้อย่างไร เมื่อเขาอยู่ภายในที่แห่งนี้ เขา
น่าจะมีกายเนื้อที่ไร้ผู้ต้าน! แล้วเขาตกตายไปได้
อย่างไร!”
“ไม่แปลกใจเลยหากว่าต้องตายภายใต้หุ่นเชิดศพตัว
นั้น! ด้วยความแข็งแกร่งของหุ่นเชิดศพเหล่านี้ แม้ว่า
จะมี 10 คนก็ย่อมเอาไม่อยู่”
“ไม่ต้องกล่าวถึง ฉลามนิรันดร์ แค่เหล่าหุ่นเชิดศพ
พวกนี้ก็ทำให้เรามีสิทธิ์ตายได้แล้ว”
“ช่างน่าเสียดาย! ตัวตนที่มีสายเลือดอันสูงส่งอย่าง
ฉลามนิรันดร์! ผู้เป็นนายน้องแห่งเผ่าพันธุ์ ‘ปีศาจนิ
รันดร์’! โอรสและทายาทของ จักรพรรดิสมุทรนิ
รันดร์! กลับต้องมาตายอยู่ในสถานที่เช่นนี้! ข่าวนี้
เพียงพอที่จะทำให้ทั่วทั้งชมพูทวีปโลกธาตุต้อง
ปันปั่วน!”
“สุสานแห่งนี้น่าหวาดกลัวเกินไปแล้ว! แม้แต่ ฉลาม
นิรันดร์ ก็ไม่อาจเอาชีวิตรอดได้! ข้าว่าจักรพรรดิ
สมุทรนิรันดร์จะต้องคลั่งขึ้นแน่ๆ”
ในคราแรก อู่ อวี้ รู้สึกเป็นกังวลอยู่ หากในการต่อสู้นี้
เขาได้สำแดงถึงพลังต่อสู้ที่แข็งแกร่งออกมา เกรงว่า
จะมีคนสงสัยว่าเขาเป็นผู้ที่สังหาร ฉลามนิรันดร์
แต่หากเขาไม่ใช้กำลังทั้งหมดที่มี จะต้องเป็นตัวเขา
เองที่สิ้นชีพ ท้ายที่สุดแล้วหุ่นเชิดศพที่อยู่เบื้องหน้าก็
เป็นตัวตนที่ทำให้เขาอาจต้องตายลงไปได้
“อู่ อวี้ เจ้าไม่ต้องเป็นกังวลไป หากมีคนรู้แล้วจะ
อย่างไร เพียงแค่เผ่าพันธุ์ ‘ปีศาจนิรันดร์’ พวกเรา
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง ไม่ได้เห็นพวกมันอยู่ใน
สายตาเลยแม้แต่น้อย”
“ครานี้นับว่าตัวเจ้าเข้าตาจน แต่เจ้าจงวางใจ เมื่อใด
ที่เจ้ากลับไปที่ อาณาจักรโบราณเหยียนหวง ข้าจะ
เป็นสหายของเจ้าเอง”
โอรสเล่อ อาจจะกังวลว่าเขาจะยั้งมือเอาไว้ จึงเอ่ย
ออกมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
“ข้าเข้าใจแล้ว”
อันที่จริงยามนี้ อู่ อวี้ ก็กำลังช่วยชีวิตมันอยู่เช่นกัน
จึงไม่อาจคิดอะไรให้มากความได้อีกต่อไปแล้ว
โครม!
ยามนี้เหล่าหุ่นเชิดศพถาโถม ลงมืออย่างรวดเร็ว! หุ่น
เชิดศพทั้ง 10 ร่างรวมถึง ฉลามนิรันดร์ กำลังแผด
เสียงร้องคำรมทะยานเข้าไปเข่นฆ่าสังหารกันอย่าง
บ้าบิ่น
ทางฝัง อู่ อวี้ มีเพียงแค่ 4 คนเท่านั้นที่ต้านทานพวก
มันเอาไว้!
ในหมู่พวกเขา อู่ อวี้ ต้องแบกรับภาระหนักที่สุด ไม่
เพียงแต่เขาจะต้องรับมือกับ ฉลามนิรันดร์ แต่เขายัง
ต้องคอยสกัดเหล่าหุ่นเชิดศพอย่างน้อย 4-5 ตัวให้ได้
อีกด้วย!
ยามนี้เขาได้รับมือกับ ฉลามนิรันดร์ ตัวต่อตัว แต่ครั้ง
นี้เขาไม่อาจจะซุกซ่อนพลังทั้งหมดเอาไว้ได้อีกต่อไป
เขาหมุนควงเสามังกรสมุทรคลั่งด้วยพละกำลัง
ทั้งหมดของเขา ที่ใดที่เสามังกรสมุทรคลั่งกวาดผ่าน
สายลมจำต้องถูกแหวกจนเกิดเสียงฉีกกระชากไปทุก
หนแห่ง และยามนี้เสามังกรสมุทรคลั่งกำลังฟาดฟัน
ไปที่ ฉลามนิรันดร์ อย่างต่อเนื่อง!
หลังจากที่ ฉลามนิรันดร์ กลายเป็นหุ่นเชิดศพ ความ
แข็งแกร่งในแต่ละด้านของมันเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
ซึ่งทัดเทียมกับ อู่ อวี้ ไม่น้อยหน้า!
ภายใต้การโจมตีสุดกำลังของ อู่ อวี้ ง้าวสะบั้นอาชา
ของมันถูก อู่ อวี้ ฟาดจนปลิวกระเด็นไป เขาแผด
ร้องคำรามทุบไปที่หัวของอีกฝั่าย แม้กระทั่งตัว
ฉลามนิรันดร์ ก็ปลิวกระเด็นตามศาสตราวุธของมัน
เช่นกัน!
หัวของมันถูก อู่ อวี้ ทุบจนแบนราบ!
แต่ทว่าส่วนหัวของมันกลับฟืนฟูคืนมาด้วยความเร็ว
จนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ฉากเหตุการณ์นี้ทำให้ทุก
คนที่ได้เห็นต้องขนลุกขนพอง
ฉลามนิรันดร์ กลับฆ่าไม่ตาย ทั้งยังโจมตีกลับเข้ามา
อีกครั้ง
อู่ อวี้ ซึ่งอยู่ท่ามกลางหุ่นเชิดศพหลายร่าง คนจึงเร่ง
ทะยานไปอยู่เบื้องหน้า กระชับพลองในมือฝั่าวงล้อม
ยามนี้เขาระเบิดพลังการโจมตีที่รุนแรงออกมา ทุก
หนึ่งพลองจักสามารถส่งร่างของซากศพปลิวว่อน
กระเด็นออกไป บัดนี้รากวับว่าตัวเขาเองที่เป็นหุ่น
เชิดศพ และรอบด้านเป็นเพียงแค่คนธรรมดา!
อย่างไรก็ตามการที่พวกมันกระเด็นออกไปไม่ได้
หมายความว่าเขาจะสังหารพวกมันได้ นี่คือสถานที่
ของหุ่นเชิดศพ พวกมันไม่กลัวตาย และก็ฆ่าไม่ตาย
อีกด้วย!
ส่วน โอรสเล่อ กำลังปะทะกับหุ่นเชิดศพ 2 ร่างด้วย
ตัวคนเดียว ชวี่ ห้าวเหยียน ก็เช่นกัน แต่ดูเหมือนว่า
เขาไม่อาจจะต้านทานได้นานนัก สำหรับ ชวี่ เฟิงหยู๋
การรับมือหุ่นเชิดศพตัวเดียวก็เกินกำลังของนางแล้ว
ส่วนใหญ่แล้วเป็น อู่ อวี้ ที่พยายามอย่างหนักหน่วง
ที่สุดภายใต้วิกฤตการณ์นี้
แม้ว่าทุกผู้คนจะต้องต่อสู้กับหุ่นเชิดศพอย่างหนัก
หน่วง แต่ทว่าพวกเขาก็เห็นการโจมตีอันรุนแรงยิ่ง
ของ อู่ อวี้ อย่างแช่มชัด
เป็นพลังการต่อสู้ที่เหมือนกับเทพเซียน!
“นั่นคือผู้ใดกัน!”
“ข้าก็ไม่รู้!”
“รู้สึกว่า คนผู้นั้นจะมีนามว่า อู่ อวี้ เป็นมันผู้นั้นที่มา
จาก ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง!”
ทุกคนรู้สึกตะลึงงัน
“กายเนื้อของเขา ทำไมถึงแข็งแกร่งได้มากมายเช่นนี้
……”
เงาร่างของเขาราวกับถูกหล่อขึ้นมาจากทองคำ ยาม
นี้ทุกคนจึงจ้องมองไปด้วยสายตาที่โง่งม……..
———————————
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ