กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 621 : โลงศพเงินและทอง
บัดนี้ อู่ อวี้ ไม่เก็บงำฝีมือของตนเองได้อีกต่อไป
หากเขาประมาทเพียงน้อยนิด นั่นอาจจะเป็นการทำ
ให้ชีวิตของต้องดับสูญได้!
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฉลามนิรันดร์ ราวกับว่าเขากำลัง
ปะมือกับตนเอง ซึ่งมันมีกายเนื้ออันแข็งแกร่งยิ่ง!
อู่ อวี้ หนึ่งคนหนึ่งพลอง ถือเป็นผู้รับหน้าที่หลักใน
การจัดการเหล่าศพหุ่นเชิด!
การแสดงออกอองันอาจเช่นนี้ ทำให้ โอรสเล่อ รู้สึก
พอใจเป็นอย่างยิ่ง
และทำให้ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์นี้ได้เห็นถึงพลัง
อำนาจอันยิ่งใหญ่ของเขา!
นาม อู่ อวี้ ได้ทำให้เหล่าสุดยอดอัจฉริยะแห่งชมพู
ทวีปโลกธาตุ รู้สึกตกตะลึงจนพูดไม่ออก
ตูม ตูม ตูม!
ไร้ซึ่งแสงสีอลังการ มีเพียงพลองระเบิดพลังอำนาจ
กวาดออกไปอย่างบ้าคลั่ง
ร่างกายของหุ่นเชิดศพ ถึงแม้ว่าจะไม่ถูกทำลาย แต่
ภายใต้การโจมตีอันรุนแรงของ อู่ อวี้ มันได้ก่อเป็น
รอยแหว่งจำนวนมาก กระทั่งอวัยวะภายในยังถูก อู่
อวี้ โจมตีจนแหลกเหลว!
มีหุ่นเชิดศพอยู่ 2 ร่างที่ถูก อู่ อวี้ ทุบสมองของมัน
จนแหลก!
แม้ว่าสมองของมันจะแหลกไปแล้ว แต่กลับยังยืน
หยัด มันยังคงโจมตีมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมันได้สร้าง
อุปสรรคอันใหญ่หลวงให้กับ อู่ อวี้
บนร่างของ อู่ อวี้ เริ่มปรากฎร่องรอยการบาดเจ็บ
จากการโจมตีของหุ่นเชิดศพ
นับเป็นการต่อสู้ที่ปั่าเถื่อนรุนแรงอย่างยิ่งยวด ทางฝัง
ของ อู่ อวี้ ได้เริ่มต่อสู้อย่างดุเดือด แต่อีกฝังกลับไม่
เป็นเช่นนั้น เนื่องจากว่าพวกเขาใช้คน 2-3 คนเพื่อ
จัดการกับ 1 หุ่นเชิดศพ ถือว่าค่อนข้างสบายกว่า
มาก
การที่ต้องต่อสู้กับหุ่นเชิดศพที่ไม่กลัวตายเหล่านี้ ยิ่ง
ทำให้พวกเขาเข้าใจว่ากายเนื้อของ อู่ อวี้ แข็งแกร่ง
มากเพียงไหน!
“คนผู้นี้ราวกับเป็นเทพเซียน! หากออกไปภายนอก
แม้ว่าเขาจะไม่เก่งกาจ แต่ทว่าเมื่ออยู่ภายในสุสาน
แห่งนี้ เขาถือเป็นดั่งทรราชไร้ผู้ต้าน”
“การที่ โอรสเล่อ ได้รับความภัคดีจากเขา ช่างเป็น
เรื่องที่โชคดีจริงๆ “
”แน่นอนว่า โอรสเล่อ ต้องโชคดีอยู่แล้ว เพราะยังไง
คนผู้นี้ก็ยังเป็นคนของ อาณาจักรโบราณเหยียนหวง
อยู่ดี”
“นี่ก็ถือว่าเป็นวาสนาของเจ้าเด็กที่มีนามว่า อู่ อวี้
เช่นกัน หากว่าสุสานแห่งนี้ไม่ปรากฏ แล้วมันจะ
แสดงศักยภาพให้ โอรสเล่อ เห็นได้อย่างไร? เดิมที
แทบไม่มีผู้ใดสนใจมันเลยสักคน!”
ถึงกายเนื้อของ อู่ อวี้ จะแข็งแกร่ง แต่ว่าเมื่อเผชิญ
กับการต่อสู้ยืดเยื้อเช่นนี้ย่อมก่อให้เกิดความเหนื่อย
ล้า
“สนับสนันพวกเขา!” โอรสเล่อ ขมวดคิ้ว
แต่ อู่ อวี้ ถือว่ายังไม่เป็นปัญหา ทำให้เขาเร่งรีบไป
สนับสนุน พี่น้องแซ่ชวี่ ชวี่ ห้าวเหยียน และ ชวี่ เฟิง
หยู๋!
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชวี่ เฟิงหยู๋ ตัวนางตกอยู่ในภาวะ
วิกฤตหลายครั้ง และ อู่ อวี้ ได้เข้าไปช่วยส่งคู่ต่อสู้
ของนางบินออกไป ทำให้นางจึงยังมีชีวิตรอดอยู่
ในตอนนี้
ยามนี้ ชวี่ เฟิงหยู๋ หวาดกลัวจนวิญญาณแทบจะหลุด
ออกจากร่าง ความสามารถในการต่อสู้ถูกลดทอนลง
ต้องตะโกนเรียกให้ ชวี่ ห้าวเหยียน เข้ามาทำการ
ช่วยเหลือ จริงๆแล้วนางไม่จำเป็นต้องสำแดง
ความสามารถอันใดออกมา เพียงแค่ไม่ถ่วงแข้งถ่วง
ขาพวกเขาก็พอแล้ว
บัดนี้ อู่ อวี้ ได้ต่อสู้อย่างสุดความสามารถ
ทางฝากนี้ แม้แต่ โอรสเล่อ ก็ยังต้องฝากชีวิตไว้กับ
เขา
แต่ความจริงคนที่รู้สึกร้อนใจมากที่สุดคือ ไปั๋หลี่ จุย
หุน มันต้องแบกความรับผิดชอบอันใหญ่หลวง มัน
ถึงกับหลั่งเหงื่อเย็นออกมาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้
ภาวะแรงกดดัน แม้ว่า โอรสเล่อ จะไม่ได้หันมองดู
แต่มันกลับรู้สึกกดดันยิ่ง!
ท้ายที่สุดพวกไม่ว่าพวกเขาจะต้านทานเอาไว้ได้
หรือไม่ ทุกคนต่างจ้องมองไปที่ ไปั๋หลี่ จุยหุน ขณะนี้
คนที่อยู่ด้านนอกไม่ได้รีบร้อนมากนัก มองดู โอรส
เล่อ และพวกของเขาที่กำลังอยู่ในวิกฤตอันตรายถึง
ชีวิตด้วยสายตาที่เฉยเมย หากว่าโอรสเล่อและพวก
ของเขาเข้าไปภายในได้ พวกเขาก็จะรีบพุ่งทะยาน
เฮโลกันเข้าไป!
แน่นอนพวกเขาไม่ได้เข้ามาเพื่อดู โอรสเล่อ และคน
อื่นๆถูกสังหาร!
บัดนี้ความเป็นและความตายของพวกเขาขึ้นอยู่กับ
เวลาเท่านั้น!
“จุยหุน!” ชวี่ เฟิงหยู๋ หวาดกลัวถึงขีดสุด โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งหลายครั้งที่นางเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด จึง
ตำหนิไปยัง ไปั๋หลี่ จุยหุน
“ข้ารู้แล้ว ข้ารู้แล้ววว!” ไปั๋หลี่ จุยหุน หลั่งเหงื่อเย็น
เยียบอย่างต่อเนื่อง
“บัดซบ!” อู่ อวี้ รวบรวมพลังทั้งหมดของร่างกาย
รวมเอาไว้อยู่ที่แขน พลองของเขาทุบไปที่ศีรษะของ
ฉลามนิรันดร์ ด้วยพลังอันน่าหวาดกลัว ทำให้พลอง
กระแทกไปที่ศีรษะขอ งฉลามนิรันดร์ อย่างรุนแรง!
แต่ว่าหุ่นเชิดศพที่กำลังเผชิญหน้ากับ อู่ อวี้ และคน
อื่นๆ มันแสดงความโกรธออกมา พวกมันแผดเสียง
คำรามดุดัน จนเห็นได้ถึงสีหน้าอันดุร้ายของพวกมัน
ฝูงผีดิบเร่งเคลื่อนที่ไปหาพวกเขาอย่างรวดเร็ว โหม
กระหน่ำโดยไม่คำนึงความเป็นความตาย
ส่วนอีกฟากหนึ่ง คน 30 กว่าคนกำลังตรึงหุ่นเชิดศพ
กลุ่มหนึ่งเอาไว้อย่างสบายๆ พวกมันมองด้วยแววตา
เย็นชา ไม่คิดที่จะแม้แต่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ
“แม้ว่า อู่ อวี้ จะแข็งแกร่ง แต่เห็นที โอรสเล่อ คงจะ
ไม่รอด”
“แม้แต่ ฉลามนิรันดร์ ยังสิ้นชีพ ต่อให้ โอรสเล่อ
ตายไปในสถานที่แห่งนี้ ข้าก็ไม่รู้สึกแปลกใจ”
“คนจากอาณาจักรโบราณเหยียนหวง มักจะทำตัว
เอาแต่ใจเช่นนี้เสมอมา การที่พวกมันได้ชดใช้ก็ถือว่า
เป็นเรื่องปกติแล้ว”
“หากว่าไม่ใช่เพราะพวกเขามี อู่ อวี้ อยู่ โอรสเล่อ คง
สิ้นชีพไปนานแล้ว ” พวกมันสนทนากันอย่างเฉยเมย
ไม่มีท่าทีรีบร้อนแต่อย่างใด
สิ่งที่พวกมันรู้สึกพอใจมากที่สุดคือ มีเพียงแค่พวก
โอรสเล่อ และหุ่นเชิดศพเท่านั้นที่สูญเสีย
ปัง!
ยามนี้ อู่ อวี้ ฟาดพลองออกไปอย่างต่อเนื่อง 3 ครั้ง
ไล่ล่าขับไล่ เซียว อี้หลี เมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่
กระหายเลือดเช่นนี้ ทุกพลองของเขาจึงฟาดออกไป
ด้วยกำลังทั้งหมดที่มี ก่อให้เกิดเสียงกัมปนาทดง
กึกก้อง ในที่สุดก็เกิดศพแรกได้สำเร็จ อู่ อวี้ บดขยี้
หุ่นเชิดศพจนสภาพแหลกเหลวมิอาจกลับมายืนได้
อีกครา เลือดเนื้อของมันได้กระจายจนออกไปทั่ว
ทิศทาง!
ต้องใช้วิธีนี้เท่านั้นจึงจะสามารถกำจัดหุ่นเชิดศพได้
อย่างสมบูรณ์
อย่างไรก็ตามยังคงมีหุ่นเชิดศพอีกมากมายที่ถาโถม
เข้ามาเรื่อยๆ เมื่อพรรคพวกถูกทำลาย พวกมันกลับ
ไม่ได้สนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฉลามนิรันดร์ ตัวมัน
ยังคงจับจ้องเขม็งมาที่ อู่ อวี้ ขณะนี้มันกำลังนั่งยองๆ
จากนั้นก็พุ่งเข้าไปกัดที่ส่วนช่วงเอวของ อู่ อวี้ จนเอว
ของ อู่ อวี้ เกือบขาดออกจากกัน!
อู่ อวี้ กัดฟันอดทนต่อความเจ็บปวด เขายังคงยืน
หยัดต่อต้านต่อไม่ไหวติง!
มันทำให้ โอรสเล่อ และคนอื่นๆรู้สึกกังวล บัดนี้แวว
ตาของ โอรสเล่อ กลายเป็นดุร้าย มันคอยจดจำ
ใบหน้าของเหล่าคนที่กำลังดูพวกเขาตายโดยไม่ยื่น
มือเข้ามาช่วยเหลือเอาไว้แล้ว
คุณงามความดีของ อู่ อวี้ ยามนี้มันคงได้ประจักษ์
อย่างแจ่มแจ้งแล้ว!
เวลาผันผ่านไปเรื่อยๆ!
อู่ อวี้ และคนอื่นกำลังต่อสู้อยู่ท่ามกลางวงล้อม พวก
เขาถูกต้อนเข้าไปใกล้ประตูทองสัมฤทธิ์ เวลายิ่งผ่าน
ไป หุ่นเชิดศพยิ่งบ้าคลั่งมากขึ้น ค่อยๆต้อน อู่ อวี้
และคนอื่นๆให้จนมุม
ชวี่ เฟิงหยู๋ ร่ำไห้ ทั่วทั้งร่างสั่นเทิ้มด้วยความ
หวาดกลัว จิตใจของนางเริ่มทนไม่ไหว หาก อู่ อวี้ ไม่
ช่วยชีวิตของนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็ไม่รู้ว่านางจะต้อง
ตกตายไปแล้วกี่ครั้ง
คนที่อยู่ฝังตรงข้ามยังคงจ้องมองอยู่เงียบๆ
ฉับพลันนั้นเอง!
ไปั๋หลี่ จุยหุน ก็ตะโกนนออกมาด้วยความดีใจ!
“ข้ารู้แล้ว! ที่แท้เป็นเช่นนี้!”
อู่ อวี้ ไม่ได้หันกลับไปมอง ไม่รู้ว่ามันคิดที่จะทำสิ่งใด
หรือว่าใช้วิธีใด แต่จะทำอะไรก็รีบทำ เนื่องจากบน
ร่างของเขาปรากฏบาดแผลเพิ่มขึ้นมาอีกไม่น้อย ซึ่ง
แทบจะต้านทานต่อไปไม่ไหวแล้ว ครู่ต่อมาประตู
ทองสัมฤทธิ์บานนั้นกลับเปิดออกอย่างคาดไม่ถึง!
ที่ด้านหลังบังเกิดเกิดเสียงดังสนั่น ช่องว่างด้านหลัง
พวกเขาเปิดออก!
ไปั๋หลี่ จุยหุน ทะยานเข้าไปก่อน จากนั้นเขาตะโกน
ว่า “องค์ชายข้างในนี้ไม่มีอันตราย รีบเข้ามาเร็ว
เข้า!”
โอรสเล่อ และคนอื่นๆ ค่อยๆทยอยเข้าไป ส่วน อู่ อวี้
รั้งอยู่ด้านท้ายขบวน ระยะทางอยู่ไม่ไกลนัก ดังนั้น
จึงสามารถเข้าไปได้โดยง่าย แต่เขาไม่ได้ลดความระ
มัดระวงลง เพราะแม้ว่าเขาจะค่อยๆถอยหลังจวบ
เกือบจะเข้าประตูแล้ว แต่เหล่าหุ่นเชิดศพก็ยังคงไล่
ตามมาอยู่ การเปลี่ยนแปลงเพียงอย่างเดียวที่เกิดขึ้น
นั่นคือผู้คนที่อยู่อีกฝัง บัดนี้พวกมันทะยานตามหลัง
มา ทำให้ช่วยแบ่งปันแรงกดดันของอู่ อวี้ และพวก
ของเขาได้กึ่งหนึ่ง!
อย่างไรก็ตามเมื่อ อู่ อวี้ เข้ามาภายในประตูทอง
สัมฤทธิ์แล้ว หุ่นเชิดศพที่พุ่งมาอยู่หน้าประตู กลับ
แยกเขี้ยวยิงฟัง และไม่ได้ล่วงล้ำเข้ามา
ดูเหมือนว่าพวกมันไม่สามารถเข้ามาภายในประตูได้!
แม้กระทั่งเกิดความหวาดกลัวและล่าถอยออกไป หัน
ไปจัดการกับกลุ่มคนที่อยู่ด้านนอก
ส่วนในตอนนี้ พวก อู่ อวี้ ปลอดภัยแล้ว
อู่ อวี้ มีนิสัยชอบระมัดระวังตัว เขาจึงรีบหันกาย
อย่างรวดเร็วเพื่อดูว่าด้านหลังเกิดสิ่งใดขึ้นบ้าง
“พวกมันไม่กล้าเข้ามารึ ยอดเยี่ยม!” ไปั๋หลี่ จุยหุน
กล่าวออกมาอย่างตื่นเต้น
“พวกเราทำสำเร็จแล้ว!” ชวี่ ห้าวเหยียน ระเบิด
เสียงหัวเราะ เขาตกอยู่ในสภาพที่น่าอนาถ บนร่าง
เต็มไปด้วยบาดแผล แต่บนใบหน้ายังคงยกยิ้ม ไม่
สนใจบาดแผลเหล่านี้
แม้แต่ โอรสเล่อก็ได้รับบาดเจ็บ ยามนี้มันรีบปล่อย
วางเรื่องของหุ่นเชิดศพเอาไว้ก่อน และเริ่มทำการ
ตรวจสอบรอบด้าน
ชวี่ เฟิงหยู๋ และ ไปั๋หลี่ จุยหุน กอดกัน หลังจากที่เอา
ชีวิตรอดมาได้ ทำให้พวกเขามีความสุขยิ่ง หากว่า ชวี่
ห้าวเหยียน ไม่ได้จ้องพวกนางอยู่ คาดว่าพวกเขาคง
จุมพิตกันไปแล้ว
อู่ อวี้ กวาดสายตาไป มองเห็นทุกอย่างที่อยู่ด้านใน
ได้อย่างชัดเจน
นี่เป็นเหมือนกับห้องโถงแห่งหนึ่ง รอบด้านเต็มไป
ด้วยกำแพง ซึ่งมีแปดมุม รวมทั้งหมดมีกำแพงอยู่
แปดด้าน
บนกำแพงแต่ละด้าน มีรูปสลักอยู่ รูปสลักเหล่านี้ราว
กับผ่านร้อนผ่านหนาวมานานแรมปี ซึ่งแต่ละด้าน
ปรากฎเป็นภาพของยักษ์อันยิ่งใหญ่ ภายใต้เวลาที่กัด
กร่อนพวกมัน ทำให้ใบหน้าของยักษ์เหล่านี้
เลือนลางไม่อาจมองเห็นได้ชัดเจน แต่ยังคงไว้ซึ่ง
ความน่าเกรงขาม ดวงตาที่แตกหักไปของพวกมัน
ยังคงปลดปล่อยพลังอำนาจที่ทำให้ขวัญผวาได้มา
จนถึงทุกวันนี้!
บนโลกแห่งผู้ฝึกตน มีเรื่องลี้ลับอยู่มากมายนับไม่
ถ้วน อู่ อวี้ ก็ไม่รู้ว่าคนที่ถูกสลักบนกำแพงเป็นใคร
กันแน่
อย่างไรก็ตามมันกลับยังไม่ใช่สิ่งที่น่าสนใจที่สุด
สิ่งที่เย้ายวนพวกเขาที่สุดตั้งอยู่ตรงกลางของห้องโถง
เป็นแท่นสูง 2 แห่ง และบนแท่นปรากฏเทียน
ประดับอยู่รอบด้าน เทียมเหล่านี้อยู่มายาวนานนับ
ไม่ถ้วน แต่มันยังคงไม่สลายไป เห็นได้ชัดว่ามันต้อง
ไม่ใช่เทียนธรรมดา
แต่บางอย่างกลับทำให้ โอรสเล่อ ต้องจ้องมองไป
อย่างไม่ละสายตา มันอยู่บนแท่นสูงทั้ง 2 แห่ง มัน
เป็นโลงศพของยักษ์
โลงศพแต่ละโลง มีขนาดใหญ่เทียบเท่ากับห้องหลาย
ห้อง
ร่างหนึ่งเป็นสีทอง อีกร่างเป็นสีเงิน
บนโลงศพ มีภาพแกะสลักและลวดลายที่ซับซ้อน
บางมีอาจจะคงอยู่มาเป็นเวลานาน รูปลักษณ์ดั้งเดิม
ของพวกจึงมันเลือนลางลงไป จนไม่อาจมองเห็นได้
ไม่ต้องสงสัยบางทีสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ที่สำคัญ
ของสุสาน ที่แห่งนี้คือห้องโถงหลัก และสิ่งที่สำคัญ
ที่สุดภายในห้องโถงก็คือโลงศพทั้ง 2 โลงนี้
โอรสเล่อ และคนอื่นๆถูกดึงดูดให้เข้าไปหาพวกมัน
อู่ อวี้ ก็อยากจะเดินเข้าไปเช่นกัน แต่ทันใดนั้น โอรส
เล่อ เอ่ยขึ้น “อู่ อวี้ เจ้ายืนอยู่ตรงปากทางเข้า ไม่ว่า
ผู้ใดคิดที่จะเข้ามา จงขับไล่มัน วางใจเถอะ ครั้งนี้เจ้า
ได้สร้างผลงานอย่างใหญ่หลวง หากมีประโยชน์อันใด
ข้าย่อมต้องแบ่งเจ้า”
กล่าวตามตรง อู่ อวี้ รู้สึกสนใจความลึกลับของโลง
ศพนี้อย่างมาก
แต่เขาก็ยังคงเคารพและยำเกรงสุสานแห่งนี้ เขาคิด
ว่าหากเป็นไปได้เขาจะไม่เข้าไปใกล้โลงศพของผู้อื่น
บางทีอาจสถานที่แห่งนี้อาจจะคงอยู่มานานแล้ว แต่
เมื่อดูจาก เขาวงกต ลูกศร และ หุ่นเชิดศพแล้ว
เจ้าของสุสานย่อมไม่ต้องการให้คนนอกเข้ามาภายใน
นี้
ดังนั้นที่แห่งนี้ยังคงอันตราย
โอรสเล่อ ให้เขาเฝั้าปากทางเข้าเอาไว้ ซึ่งยามนี้นับว่า
ปลอดศพหุ่นเชิด ส่วนคนอื่นๆก็ยังต้องฝั่ากลุ่มหุ่นเชิด
ศพเหล่านั้นมาก่อน จึงจะเข้าสู่ประตูมาได้ ประตู
ทองสัมฤทธิ์มีขนาดใหญ่เช่นนี้ แต่ อู่ อวี้ ก็มั่นใจว่า
หากยืนเฝั้าอยู่ ก็ย่อมไม่มีผู้ใดฝั่าเข้ามาได้
กล่าวได้ว่า คนเดียวเพียงคนเดียวเสมือนกองทัพนับ
หมื่น
โอรสเล่อ ใช้ความสามารถของเขาให้ได้ผลลัพธ์สูงสุด
อู่ อวี้ จึงใช้โอกาสนี้พักเหนื่อย
“ทั้งหมดนี้ก็เพื่อเอาใจ โอรสเล่อ ให้ไว้เนื้อเชื่อใจไป
อีกขั้น ที่สำคัญโลงศพนี้ย่อมไม่ง่ายดายอย่างตาเห็น
หากว่าพบสมบัติ ก็ย่อมไม่มีทางที่จะคว้ามาได้ง่ายๆ”
“หากมีสมบัติล้ำค่าจริง พวกเขาก็ย่อมไม่อาจซุกซ่อน
มันได้ เช่นนั้นหากเกิดพิรุธจริง ข้าค่อยไปชิงมาทีหลัง
ก็ไม่สาย”
ในไม่ช้าเขาจึงรับคำสั่งและรีบกลับไปอยู่ที่ปาก
ทางเข้า โอรสเล่อ พอใจกับการแสดงออกของเขา
อย่างยิ่ง จึงกล่าวออกมาว่า “อู่ อวี้ หลังจากนี้ไป ข้า
จะปฏิบัติต่อเจ้าอย่างยุติธรรม”
อู่ อวี้ ยิ้มยกขึ้น หนึ่งคนหนึ่งพลอง ยืนหยัดอย่าง
มั่นคงอยู่ด้านหน้าประตู จ้องมองไปที่เหล่าอัจฉริยะ
และหุ่นเชิดศพที่อยู่ด้านนอก
เขาปลดปล่อยบรรยากาศที่น่าเกรงขามและองอาจ
ออกมา จึงทำให้ โอรสเล่อ และคนอื่นๆจ้องมองซึ่ง
กันและกัน
เมื่อ อู่ อวี้ ยืนเป็นนายทวาร จึงยิ่งทำให้พวกเขารู้สึก
วางใจ ยามนี้พวกเขาเร่งรีบศึกษาโลงศพเงินและโลง
ศพทองในทันที
ยามนี้เหล่าอัจฉริยะที่กำลังดิ้นรนฝั่าวงล้อมเข้ามา ก็
มองเห็นตัว อู่ อวี้ เช่นกัน
———————————
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ