กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 622 : องคหญิงโยวเสี่ย
บัดนี้กลุ่มของ โอรสเล่อ ที่อยู่ด้านหลังกำลังสำรวจ
ตรวจสอบเพื่อความมั่นใจ ส่วนเบื้องหน้าของพวก
เขามีคนมากกว่า 30 คนกำลังต่อสู้กับเหล่าหุ่นเชิด
ศพ
ณ เวลานี้มีหุ่นเชิดศพอยู่เป็นจำนวนมาก อีกทั้งคน
ของ ราชวงศ์มู่ซวี ซึ่งตกตายไปก่อนหน้านี้ ได้
กลายเป็นหุ่นเชิดศพมาเข้าร่วมการต่อสู้
แม้จะมีผู้คนมากกว่า 30 ก็จริงอยู่ ทว่าเมื่อต้องต่อสู้
ฝั่าผ่านหุ่นเชิดศพถึง 20 ตัว มันจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
โดยเฉพาะหนึ่งในหุ่นเชิดศพเหล่านั้นมี ฉลามนิรันดร์
ปะปนอยู่ด้วย ยิ่งทำให้ไม่มีผู้ใดสามารถฝั่ามันไปได้!
เมื่อพวกเขาต้องเผชิญหน้ากับ ฉลามนิรันดร์ พวกมัน
ก็ตระหนักได้ในทันทีว่า การต่อสู้ของ อู่ อวี้ ก่อน
หน้านี้น่าสะพรึงกลัว และ ยากลำบากมากเพียงใด!
ไปั๋หลี่ จุยหุน สามารถช่วย โอรสเล่อ และพรรคพวก
ได้อย่างฉิวเฉียด และเนื่องจากประตูบานนี้เหนือ
ความคาดหมายของทุกคน จึงทำให้ไม่ว่าใครต่างก็
รู้สึกหดหู่
ขณะที่ โอรสเล่อ กับคนอื่น ๆ กำลังเฝั้าดูการคิดค้น
หาวิธีเปิดโลงศพ มันจึงทำให้ผู้ที่อยู่ด้านนอกวิตก
กังวลจนแทบใจจะขาด!
” หากพวกเขาได้รับสมบัติ พวกเราก็นับว่าหมดหวัง
แล้ว เพราะมีตัวตนเฉกเช่น อู่ อวี้ การจะแย่งชิงมา
ย่อมไม่มีทางเป็นไปได้!”
” แต่ตอนนี้หากจะกลับออกไปด้านนอก ก็คงเป็นไป
ไม่ได้อีกแล้ว! โอรสเล่อ ก็เช่นกัน! ”
” เร็วเข้า โอกาสอยู่ตรงหน้าแล้ว! ”
ยิ่งรีบก็ยิ่งทำให้เกิดความสับสนมากขึ้นเท่านั้น ทุกคน
ต้องพยายามดิ้นรนเมื่อมีโอกาส
อู่ อวี้ เข้าใจสถานการณ์ในยามนี้อย่างแจ่มแจ้ง การ
ที่พวกเขาต้องฝั่าทะลวงฝูงหุ่นเชิดศพย่อมไม่ใช่เรื่อง
ง่าย เมื่อเขาสังเกตเห็นว่าคงอีกพักใหญ่ ๆ กว่าฝูงหุ่น
เชิดศพจะมาถึง เขาจึงใช้โอกาสนี้กวาดสายตามองไป
รอบ ๆ
ภาพสลัก, โลงศพทองคำเงิน, เทียน …
นอกนั้นก็ไม่มีอันใดอื่นอีก
ทว่าเทียนหาใช่เป็นเทียนธรรมดา นอกจากเทียนที่
ปักวางอยู่บนพื้นแล้ว ถัดออกไปก็ยังมีเทียนสีดำปัก
วางอยู่บนแท่นสูง นอกจากนี้ก็ยังมีเทียนที่ติดตาม
ผนังกำแพงแต่ละด้าน แม้ว่าจะมีไม่มากนักแต่มันก็มี
มากกว่าหนึ่งโหล
“ เทียนจะอยู่ได้นานขนาดนี้ได้อย่างไร! ” สุสานแห่ง
นี้ก็อยู่มาช้านานแล้ว มันต้องเก่าแก่โบราณอย่างไม่
ต้องสงสัย
อู่ อวี้ หยิบ เสามังกรสมุทรคลั่ง ขึ้นมา กวาดเทียนสี
ดำมาไว้ในมือ จากนั้นก็ปัดฝุั่นที่เกาะเกรอะกรังออก
แล้วเพ่งพินิจมองอย่างละเอียด โดยธรรมชาติเทียน
ปกติหากถูกตัดครึ่งเช่นนี้มันจะต้องมอดดับลง
เทียนนี้ช่างเหมือนกับขี้ผึ้งสีดำเสียจริง ๆ แต่ก็ไม่น่า
เป็นไปได้ เมื่อวิเคราะห์ดูแล้ว อู่ อวี้ จึงลองแทงเล็บ
เข้าไปในเนื้อเทียน ทว่าเนื้อเทียนกลับแข็งโปั๊ก
เสมือนดั่งเหล็กกล้า
“ ไม่รู้ว่าพอถูกจุดแล้ว มันจะอยู่ได้นานแค่ไหน? ”
เขาเล่นพลิกไปพลิกมาอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ยังไม่พบ
เบาะแส
” ถึงเทียนนี้จะดูผิดปกติ แต่อย่างไรมันก็ยังเป็นเทียน
อยู่ดี คาดว่าสมบัติที่แท้จริงน่าจะอยู่ในโลงศพ ”
ด้วยเหตุนี้ โอรสเล่อ จึงไม่สนใจเทียนเหล่านี้อีกต่อไป
เพราะเห็นว่ามันไม่มีอะไรมากไปกว่าเทียน
ขณะเดียวกัน มีใครบางคนเริ่มทะลวงฝั่าวงล้อมฝูง
หุ่นเชิดศพวิ่งมายังประตูสีทองบ้างแล้ว
เมื่อเห็นว่ามีใครบางคนเริ่มวิ่งเข้ามา อู่ อวี้ ก็เก็บ
เทียนเอาไว้ในชายแขนเสื้อ ด้วยเพราะสิ่งนี้ง่ายที่จะ
หยิบฉวยออกในภายหลัง หลังจากนั้นเขาก็หยิบ เสา
มังกรสมุทรคลั่ง ขึ้นมา
ในความเป็นจริงอีกฝั่ายก็เห็น อู่ อวี้ อยู่ที่นี่เช่นกัน
เมื่อดูใกล้ ๆ คนแรกที่สามารถฝั่ามาตรงส่วนนี้ได้ มี
รูปโฉมงดงามอย่างเป็นยิ่งนัก ความงามของนางทำ
ให้ผู้พบเห็นแทบจะกลั้นหายใจตาย ซึ่งงดงามไม่แพ้
เซียว อี้หลี เลยทีเดียว ลักษณะท่าทางของสตรีผู้นี้
คล้ายคลึงกับ เซียว อี้หลี เป็นอย่างมาก ต่างกันตรง
เพียงว่าแม่นางผู้นี้มีศักดิ์ฐานะสูงส่งมากกว่า ทั้งยังมี
เสน่ห์มากมายล้นเหลือเกิน โดยเฉพาะบุคลักษณะที่
บ่งบอกว่านางมาจากสายโลหิตผู้ทรงเกียรติ
เพียงแค่มองแว๊บแรก อู่ อวี้ ก็ทราบทันทีว่า แม่นางผู้
นี้ต้องมีศักดิ์ฐานะสูงศักดิ์ไม่ได้ด้อยไปกว่า โอรสเล่อ
นางมีเส้นผมยาวสยายสีเขียวเข้ม แม้แต่ดวงเนตรก็
ยังเป็นสีเขียวเข้มเช่นกัน ผิวพรรณของนาง
ละเอียดอ่อนผุดผ่อง ทุกระเบียบนิ้วบนสรรพางค์ร่าง
ช่างไร้ที่ติ ความงดงามนี้ประดุจสวรรค์บรรจงสรร
สร้างปันแต่งขึ้นมา ทว่าท่าทางของนางดูเย็นชามาก
เกินไปหน่อย ถึงกระนั้นไม่ว่าบุคคลใดบนโลกหล้านี้
หากได้พานพบเห็นกับความงามนี้ ต่างต้องพากันลุ่ม
หลงจนหัวปักหัวปาอย่างแน่แท้
แม้แต่ อู่ อวี้ ผู้ด้านชาก็ยังรู้สึกประหลาดใจกับความ
งามนี้ไม่น้อย แต่แล้วอีกฝั่ายก็กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียง
เย็นชาว่า “ อู่ อวี้! ข้าคือ องค์หญิงโย่วเสี่ย แห่ง
จักรวรรดิเปั่ยหมิง ฐานะของข้าไม่ได้ด้อยไปกว่า
โอรสเล่อ ถ้าเจ้าแตะต้องข้าแม้แต่ปลายเล็บทำให้ข้า
ขุ่นเคือง ข้าจะไม่มีวันละเว้นเจ้า ต่อให้เจ้ามี โอรส
เล่อ คอยปกปั้อง แต่ข้าก็จะทำให้เจ้าได้รู้ซึ้งถึงคำว่า
เสียใจ ”
กลับกลายเป็นว่าแม่นางผู้นี้คือคนของ จักรวรรดิเปั่ย
หมิง
ถ้าเช่นนั้นก็ไม่น่าแปลกใจเลย เพราะอุปนิสัยของนาง
ช่างคล้ายคลึง เซียว อี้หลี
เมื่อมาถึงแม่นางผู้นี้ก็ใส่อารมณ์เกรี้ยวกราดทันที
ทว่าสิ่งที่นางกล่าวนั้นถูกต้อง ฝีมือความแข็งแกร่ง
หรือ ศักดิ์ฐานนะของนางหาได้ด้อยกว่า โอรสเล่อ
นับเป็นคู่แข่งอีกผู้หนึ่งของ โอรสเล่อ ที่มีความ
ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน
องค์หญิงโย่วเสี่ย
” องค์หญิงอย่าได้ทำให้ข้าต้องลำบากใจเช่นนี้เลย ข้า
เป็นคนของ อาณาโบราณเหยียนหวง เป็นเรื่องปกติ
ที่ข้าจะต้องรับใช้จงรักภักดีต่อ อาณาโบราณเหยียน
หวง ข้าคงต้องขออภัยล่วงหน้า หากข้าต้องล่วงเกิน
ทำให้ท่านขุ่นเคืองใจ ”
อันที่จริงเวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาขอโทษขอโพยผู้อื่น
ถึงกระนั้น อู่ อวี้ ก็ยังคงมีความสุขภาพเอาไว้ แม้ว่า
ท่าทีของเขายังคงสุภาพเรียบร้อย แต่การเคลื่อนไหว
รวมถึง เสามังกรสมุทรคลั่ง ในมือหาได้สุขภาพดั่ง
ภาพลักษณ์ที่เห็นไม่ อันที่จริงในตอนนี้เขายืนอยู่
ด้านหน้าประตูทองสัมฤทธิ์ เตรียมพร้อมต้อนรับการ
มาถึงขององค์หญิง
ในทันทีที่องค์หญิงมาถึง!
อู่ อวี้ ก็ทะยานพุ่งตัวเข้าไปต่อสู้ทันทีทันใดเช่นกัน
เขาฟาดเสาเข้าใส่องค์หญิง 3 ครั้งติดต่อกัน ด้วย
แรงอัดกระแทกที่ได้รับทำให้ร่างขององค์หญิงโย่ว
เสี่ยลอยละลิ่วออกไป กลับไปยังทิศทางของฝูงหุ่น
เชิดศพ แล้วบัดนี้ฝูงหุ่นเชิดศพได้รีบเข้าโอบล้อมนาง
อีกครั้ง
“อู่ อวี้ เจ้า!” องค์หญิงโย่วเสี่ย มิเคยถูกข่มเหงเช่นนี้
มาก่อน เป็นผลให้ในเวลานี้โทสะของนางพุ่งถึงขีดสุด
นางจ้องมอง อู่ อวี้ ด้วยสายตาเย็นเฉียบ ราวกับว่า
แทบจะอดใจไม่ไหวที่จะฉีกกระชากเลือดเนื้อของเขา
ออกเป็นเสี่ยง ๆ
” ถึงแม้ว่าอยู่ที่นี่เจ้าจะทำเป็นเก่งได้ แต่ข้าอยากรู้นัก
ว่าผู้ใดจะเป็นคนบดขยี้เจ้าหลังจากที่ออกไป! เมื่อถึง
ตอนนั้นข้าจะรอดูว่า โอรสเล่อ จะปกปั้องเจ้าหรือไม่
เขาน่ะมีชื่อเสียงเลื่องลือในเรื่องการถีบหัวส่งพวก
หมดประโยชน์ ” องค์หญิงโย่วเสี่ย กล่าวขึ้นอย่างไม่
ยินยอม
อู่ อวี้ กระทำเพียงโบกมือออกไปเท่านั้น เพื่อเป็นการ
บอกกล่าวแก่นางว่า เขาไม่มีทางเลือก นี่ไม่ใช่สิ่งที่
เขาสามารถตัดสินใจได้
องค์หญิงโย่วเสี่ย รู้สึกโกรธเกรี้ยวเป็นอย่างยิ่ง แต่
นางก็ไม่สามารถทำอันใดได้ นอกจากก้าวเดินไป
เบื้องหน้าเผชิญหน้ากับหุ่นเชิดศพตามชะตากรรม
ยามนี้นางถูกรุมล้อมไปด้วยหุ่นเชิดศพ 3 ตน หาก
นางรอดชีวิตไปได้ก็ถือเป็นเรื่องน่ายินดียิ่งแล้ว
เนื่องจากว่า อู่ อวี้ เพิ่งปลดปล่อยกลิ่นอายของตน
ออกไป ส่งผลให้ยามนี้เขาถูกหุ่นเชิดศพปิดล้อมสกัด
กั้นเอาไว้! นอกจากนี้ยังมีอีกสองคนเข้ามาสมทบ!
หากตรวจสอบจากกลิ่นอายแรงกดดันที่แผ่ออกมา
จากร่างของทั้งสอง พวกมันต้องเป็นปีศาจอย่างแน่
แท้!
พวกมันปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้า อู่ อวี้ ถึงแม้ว่าทั้ง
สองจะไม่ใช่สหายกัน แต่เมื่ออยู่ในที่แห่งนี้ และถ้า
หากต้องการทะลวงฝั่า อู่ อวี้ ไปให้จงได้ คนทั้งสองก็
ต้องร่วมมือผนึกกำลังเป็นพันธมิตรกันโดยปริยาย
เพราะอย่างไรเสียไม่ว่าผู้ใด ก็คงต้องการกอบโกย
สมบัติไปให้จงได้
คนที่อยู่ทางด้านซ้าย มีความสูงพอ ๆ กับ อู่ อวี้
หน้าตาผิวพรรณหล่อเหลาสง่างาม ราวกับบุตรของ
ขุนนางก็มิปาน โดยเฉพาะดวงตาทั้งสองข้าง ที่ดู
เสมือนดั่งหุบเหวลึกอันว่างเปล่า ส่องประกายแสงสี
น้ำเงิน เสมือนดั่งท้องนภาที่เต็มไปด้วยหมู่มวลดารา
ซึ่งอันที่จริงแล้ว ท่ามกลางหมู่มวลดาราภายใน
ดวงตาคู่นั้น สามารถแลเห็นดาว 9 ดวงภายในนั้นได้
ยิ่งกว่านั้น อู่ อวี้ ยังเห็นอีกด้วยว่า บนร่างของเขามี
เกล็ดมังกรติดอยู่!
เกล็ดมังกรปรากฏอยู่บนท่อนแขนทั้งสองข้างเท่านั้น
มันคือเกล็ดมังกรสีขาวบริสุทธิ์ ซึ่งดูเสมือนดั่งหิมะอัน
หนาวเย็น คาดว่าหากเขากลับคืนสู่รังจริง เกล็ดมังกร
นี้จะแพร่กระจายปกคลุมไปทั่วทั้งร่างของเขา
ส่วนอีกคนหนึ่งดูสูงโปร่งและผอมบางกว่า ผมยาวสี
ทอง ถูกรวบมัดเอาไว้เป็นหางม้า ลักษณะที่โดดเด่น
มากที่สุดในร่างกายของมัน ก็คือจมูกโด่งแหลมทิ่มลง
มา เสมือนดั่งจะงอยปากวิหค นอกจากนี้ยังมีดวงตา
คู่คมกริบ
ปีศาจสองตนนี้ ต้องเป็นผู้เยาว์ซึ่งมีศักดฺฐานะอัน
สูงส่งอย่างแน่นอน! พวกมันย่อมไม่ต่างไปจาก ฉลาม
นิรันดร์ หรือ องค์หญิงโย่วเสี่ย หากคนทั้งหมด
ออกไปเบื้องนอก พวกมันย่อมสามารถบดขยี้ อู่ อวี้
ได้อย่างง่ายดาย
แต่ในตอนนี้พวกมันทั้งสอง กระทำได้เพียงจับจ้อง
มายังอย่าง อู่ อวี้ เคร่งเครียดจริงจังเท่านั้น
” อู่ อวี้ ข้ารู้ว่าเจ้ายอมติดตาม โอรสเล่อ ไม่สิคงต้อง
บอกว่ามันบังคับให้เจ้า ยอมทำงานให้กับมัน หากเจ้า
ยอมหลีกทางให้เรา หลังจากนี้ในอนาคตรับประกัน
ได้เลยว่าเราจะช่วยปกปั้องความสงบสุขของเจ้า หรือ
แม้กระทั่งตอบแทนเจ้าให้มากกว่านี้! เชื่อข้า โอรส
เล่อ ไม่ใช่คนดี ”
พวกมันได้เห็น องค์หญิงโย่วเสี่ย ถูก อู่ อวี้ บังคับ
ข่มขู่ให้ล่าถอยออกไป แน่นอนว่าพวกมันย่อมทราบดี
ว่าต่อให้ร่วมมือกัน พวกมันก็คงไม่สามารถทำอันใด
ได้มากนัก จึงกระทำได้เพียงใช้คำพูดกล่อม อู่ อวี้
“ ร่างจริงของข้า คือ มังกรเหมันต์พิสุทธิ์เก้าดารา
เป็นคนของตระกูลเสวี่ยฉือ (มังกรเหมันต์พิสุทธิ์) ซึ่ง
เป็นสายพันธุ์แยกย่อยของมังกรเทวะ อีกทั้งพวกเรา
ยังมีสัมพันธ์อันดีกับมังกรเทวะอีกด้วย!” บุรุษผู้มี
ดวงตาประดุจดารากล่าวขึ้น
” ร่างจริงของข้าคือ พญาอินทรีทองคำแปดปีก!
ตระกูลของเราปกครองน่านฟั้าทั่วทั้งใต้หล้า ไม่ว่าจะ
เป็นมหาสมุทรหรือผืนปฐพี ล้วนแล้วแต่เป็นโลกของ
เรา เจ้าควรคิดให้ดี ก่อนจะทำให้ข้าขุ่นเคือง มิฉะนั้น
เจ้าจะได้รู้ว่าจุดจบเป็นเช่นไร!” บุรุษอีกคนหนึ่งกล่าว
ขึ้น
บัดนี้กล่าวได้ว่าการกระทำของ โอรสเล่อ คือสิ่งที่น่า
รังเกียจอย่างแท้จริง มันได้สั่งให้ อู่ อวี้ คอยเฝั้าคุ้ม
กันอยู่ที่นี่ แล้วในตอนนี้คนทั้งหมดกำลังข่มขู่คุกคาม
อู่ อวี้ อยู่
” อู่ อวี้ ไม่ต้องไปสนใจพวกมัน ไม่ว่าจะพยายาม
กล่าวอ้างมากเพียงใด เมื่ออยู่ต่อหน้า อาณาโบราณ
เหยียนหวง ของข้า พวกมันก็เป็นได้เพียงแค่ขยะ
เท่านั้น ” เมื่อ โอรสเล่อ ได้ยินคำข่มขู่ของพวกมัน ก็
ตะโกนขึ้นด้วยวาจาเสียดแทง
เมื่อเห็นสถานการณ์เป็นเช่นนี้ อู่ อวี้ ก็กล่าวขึ้นว่า ”
ท่านทั้งสองโปรดอย่าได้สร้างความอึดอัดลำบากใจ
ให้แก่ข้าเลย ข้าแค่กระทำตามคำสั่งเพียงเท่านั้น ถือ
เป็นโชคดีสำหรับข้า อู่ อวี้ ที่ภายในสุสานแห่งนี้
บังคับให้ใช้แค่เพียงกายเนื้อเท่านั้น แต่ถ้ายังดื้อดึง
ท่านทั้งสองจะลองเข้ามาทดสอบดูก็ได้ แล้วจะได้รู้ว่า
การตกอยู่ใต้เงื้อมมือแท้จริงแล้วเป็นเช่นไร ”
ปีศาจทั้ง 2 ตนนี้ยังไม่ได้ชั่วช้าถึงขีดสุด ดังนั้นพวก
มันจึงไม่ได้ใช้ ความปลอดภัยของ ทวีปแห่งทวยเทพ
ตงเสิ้ง มาข่มขู่เขา คนทั้งสองต่างหันมามองหน้ากัน
อย่างจนปัญญา และกระทำได้เพียงลงมือเท่านั้น
โดยที่ไม่ได้เอื้อนเอ่ยวาจาใด ๆ ปีศาจทั้งสองก็พุ่ง
ทะยานเข้าโจมตีเข้าใส่เขาทันที!
บัดนี้คนทั้งสองได้พุ่งทะยานลงมาจากบนท้องเวหา
สำหรับ อู่ อวี้ ที่สามารถจัดการกับผู้มีพื้นฐานฝึกตน
อยู่ในระดับ ก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ ได้แล้ว คนทั้งสอง
นับเป็นตัวใดกัน
การได้ต่อสู้กับพวกมันในที่แห่งนี้ ถือเป็นเรื่องน่า
เหลือเชื่ออย่างแท้จริง
สิ่งสำคัญยิ่งไปกว่านั้นก็คือ พวกมันต้องร่วมมือกัน
ซึ่งแสดงให้เห็นว่า อู่ อวี้ น่าสะพรึงกลัวมากเพียงใด
กล่าวตามตรงถึงแม้ว่าพวกมันจะร่วมมือกัน แต่ก็อยู่
แค่ในระดับของหุ่นเชิดซากศพของฉลามนิรันดร์
เท่านั้น ซึ่ง อู่ อวี้ ก็ไม่ทำให้พวกมันพ่ายแพ้ยังหมด
ท่าจนเกินไป ทว่าจงใจยืดเวลาต่อสู้ออกไป
หลังจากผู้คนมากมายเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น ถึงแม้พวกมัน
จะสามารถฝั่าฝูงหุ่นเชิดศพออกไปได้ แต่ก็ยังถูก อู่
อวี้ สกัดกั้นขัดขวางไว้อยู่ดี ซึ่งภาพที่เกิดขึ้นนี้ทำให้
ผู้คนมากมายสูญเสียความเชื่อมั่นของตนไป
หลังจากนั้นไม่นาน องค์หญิงโย่วเสี่ย ก็ย้อนกลับมา
โจมตีเขาอีกครั้งหนึ่ง ส่งผลให้ยามนี้ อู่ อวี้ ถูกรุม
โจมตีปิดล้อมด้วยคนทั้งสาม!
คนทั้งสามต่างมีศักดิ์ฐานะที่สูงส่งเป็นอย่างยิ่ง ซึ่ง
พวกมันแต่ละคนล้วนเทียบได้กับ โอรสเล่อ! แต่ทว่า
บัดนี้พวกมันกับเศร้าสลดหดหู่เป็นอย่างยิ่ง
เนื่องจากว่าต่อให้ร่วมมือกัน 3 คน แต่ อู่ อวี้ ก็ยังคง
นิ่งเฉยอยู่บนตำแหน่งเดิม ประดุจดั่งขุนเขาที่ไม่อาจ
สั่นคลอน
หนึ่งคนหนึ่งเสา หนักแน่นคงกระพันประดุจบุรุษ
หมื่นคน!
วันนี้เป็นเสมือนดั่งการสร้างตำนานบทใหม่ขึ้น!
คาดกันว่าหลายคนเมื่อออกจาก เส้นทางเซียนบรรพ
กาล ไปแล้ว ต่างจะต้องกล่าวขวัญถึงความมหัศจรรย์
ที่ อู่ อวี้ ได้สำแดงให้เห็นในสุสานวันนี้!
องค์หญิงโย่วฉือโกรธจนเลือดขึ้นหน้า แล้วในที่สุด
นางก็พบว่าอาวุธของนางที่ตวัดวาดฟันเข้าใส่ร่างกาย
ของ อู่ อวี้ หาได้มีผลอันใดแม้แต่น้อย เนื่องจากว่า
ร่องรอยบาดแผลที่อยู่บนร่างกายของ อู่ อวี้ กลับ
สมานฟืนคืนได้ในชั่วพริบตา
” อะไรกัน!!! ราวกับว่าคนผู้นี้เป็นอมตะ! ”
ยามนี้ไม่ว่าผู้ใด ที่ฝั่าทะลวงผ่านฝูงหุ่นเชิดศพมาได้ ก็
จะถูกหยุดยั้งบดขยี้โดย อู่ อวี้
โอรสเล่อ และคนอื่น ๆ ก็เห็นความสามารถของเขา
ได้ชัดเจนเช่นกัน
” พระโอรส เห็นทีงานนี้คงต้องขอบคุณ อู่ อวี้ แล้ว
มิเช่นนั้นพวกเราคงอยู่ที่นี่ไม่ได้นานถึงเพียงนี้ ” ชวี่
ห่าวเหยียน กล่าว
“ ยังมี ไปั๋หลี่ จุยหุน ด้วยอีกคนที่ควรได้รับความดี
ความชอบ เขาคือผู้ที่ไขปริศนาของประตูบานนี้แต่
เพียงผู้เดียว ” ชวี่ เฟิงอวี๋ รีบกล่าวท้วง
โอรสเล่อ กล่าวว่า ” ข้าเอ็งก็คิดเช่นนั้น ในอนาคต
คนทั้งคู่สามารถติดตามข้าได้ ”
ชวี่ ห้าวเหยียน ครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ก็ไม่ต่อ
ความยาวสาวความยืด
เมื่อ ไปั๋หลี่ จุยหุน ได้ยินสิ่งที่โอรสเล่อกล่าว สายตา
ของนางก็สาดผสานกับ ชวี่ เฟิงอวี๋ อย่างรู้กัน
หลังจากนั้นทั้งสองก็กระหยิ่มยิ้มย่อง
ไปั๋หลี่ จุยหุน มองไปที่ อู่ อวี้ ด้วยเพราะมันไม่เคยถูก
ลูบคมเช่นนี้มาก่อน ด้วยความพลังสามารถอันโดด
เด่นของ อู่ อวี้ ทำให้บดบังรัศมีความเจิดจ้าของมัน
จนมิด
“ช่างน่าอัปยศ!”
” นับตั้งแต่คราแรกที่โอรสประสบพบเจอกับ อู่ อวี้
พระองค์หาได้พึงพอใจมันแต่อย่างใด ในยามนั้น อู่
อวี้ อยู่ในเจดีย์สีขาวอันลึกลับ แท้จริงแล้วพระโอรส
หาได้เหลียวแลใส่ใจมันไม่ พระองค์จะต้องมีเหตุผล
อื่นเป็นแน่ อู่ อวี้ ช่างน่าสงสารเสียจริง… ”
ไปั๋หลี่ จุยหุน เก็บซ่อนความคิดนี้เอาไว้ภายในใจ
ไม่นานนักมันก็ได้ยิ้มแล้วพูดว่า “ข้ามีหนทางเปิดมัน
แล้ว!”
———————————
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ