กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 623 : อู อวี้ ชวยขาดวย!
อันที่จริง อู่ อวี้ ชื่นชมในความสามารถของ ไปั๋หลี่
จุยหุน ความรู้เกี่ยวกับวงเวทค่ายกลของมันนั้นลึกซึ้ง
กว่า โอรสเล่อ เสียอีก
ไม่ว่าจะเป็นแกะรอยเส้นทางภายในเขาวงกต ไข
ปริศนาประตูทองสัมฤทธิ์ หรือแม้กระทั่งโลงศพ
ทองคำ ล้วนบ่งบอกถึงความสามารถอันแตกฉานใน
วงเวทได้อย่างน่าเหลือเชื่อ!
เมื่อได้ยินเช่นนี้ มังกรเหมันต์พิสุทธิ์เก้าดารา , พญา
อินทรีทองคำแปดปีก , องค์หญิงโยว่เสี่ย ก็ยิ่งกังวล
มากขึ้น ทั้งสามผนึกกำลังร่วมมือ แสดง
ความสามารถของแต่ละคนออกมาอย่างเต็มที่ บัดนี้
อู่ อวี้ ยืนตระหง่านอยู่หน้าประตู เตรียมพร้อมจะ
ขัดขวางพวกมันทุกเมื่อ การฝั่าทำลายปราการอย่าง
อู่ อวี้ ทำให้ทุกอย่างกลายเป็นเรื่องยากขึ้นมาทันที
ท้ายที่สุดแล้วคนเหล่านี้ล้วนเป็นอัจฉริยะผู้มากด้วย
พรสวรรค์ถึงขีดสุด เมื่อมันเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า07’
รับรู้ได้ทันทีว่า ถ้าอยากฝั่าออกที่นี่พวกมันก็ต้องเจ็บ
ตัวเป็นแน่แท้ กล่าวได้ว่าในเวลานี้พวกมันเจอตอเข้า
อย่างจัง!
“ อู่ อวี้ รีบไปเดี๋ยวนี้! ข้าจะให้โอกาสเจ้าอีกครั้ง
อย่าได้มายั่วโมโหข้า ข้าไม่สนว่าเจ้าจะยึดถือ
คุณธรรมใดก็ช่าง!” มังกรเหมันต์พิสุทธิ์เก้าดารา
กล่าวขึ้นด้วยโทสะ
หนึ่งคนหนึ่งเสา ยังยืนหยัดอย่างมั่นคง สามยอดฝีมือ
ผู้เข้าโจมตีใส่เขาอีกครั้ง แต่เขาก็ยังคงขัดขวางได้
อย่างหมดจด
สถานการณ์อีกด้านหนึ่ง กลุ่มของโอรสเล่อกำลังยืน
ล้อมรอบ โลงศพทองคำ ไปั๋หลี่ จุยหุน กำลังก้มเงย ๆ
พยายามถอดรหัสสัญลักษณ์บางอย่างที่ไม่สามารถ
มองเห็นได้อย่างชัดเจนบน โลงศพทองคำ
สัญลักษณ์ถูกทำลายลงอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นโล่ง
ศพทองคำก็เกิดการสั่นไหว เสมือนดั่งว่ามีสัตว์
ประหลาดซ่อนอยู่ด้านใน ไม่ว่าสิ่งที่อยู่ด้านในนั้นจะ
เป็นอะไรก็ตาม จะเผยให้เห็นในไม่ช้านี้แล้ว แม้แต่
โอรสเล่อ ก็ยังรู้สึกตื่นเต้นลุ้นระทึกไปด้วย ดวงตาสี
ทองคำทั้งคู่จับจ้องไปยังโลงศพทองคำ
” อู่ อวี้! เจ้าจงรู้ไว้ซะว่าเจ้ากำลังรนหาที่ตาย! ยังไม่
ยอมปล่อยให้พวกเราทั้งสามผ่านเข้าไปอีก หากเจ้า
ยังดื้อดึงไม่เลิกลา ข้าขอเอาชีวิตเป็นเดิมพันว่าจะ
ปลิดชีพเจ้าให้ได้! ” องค์หญิงโยว่เสี่ย ยังคงโวยวาย
ไม่เลิก ในยามนี้สีหน้าของนางแดงก่ำขู่กรรโชกเร่ง
เร้าให้ อู่ อวี้ ไปให้พวกนางผ่านไป แต่ภายในใจยังคง
ประหวั่นพรั่นพรึงในฤทธิ์เดชความรุนแรงของพลอง
อู่ อวี้ ยังคงมีท่าทีเย็นชาเหมือนเช่นเคย
นับตั้งแต่เขาเริ่มทำตามคำสั่ง โอรสเล่อ จนล่วงเลย
มาถึงจุดนี้ เขาก็ไม่อาจถอยหลังกลับขัดขืนคำสั่งได้
อย่างไรก็ตาม โอรสเล่อ ไม่ได้ปล่อยให้เขารอนานนัก
เมื่อมั่นใจแล้วว่า ไปั๋หลี่ จุยหุน เปิดโลงศพทองคำได้
เขาก็สั่งให้ อู่ อวี้ ผลักดัน องค์หญิงโยว่เสี่ย ให้ถอย
ร่นไป และยืนยันปกปั้องประตูทองสัมฤทธิ์ให้มั่น
ไปั๋หลี่ จุยหุน ซึ่งอยู่ด้านหลังร้องตะโกนออกมาด้วย
ความตื่นเต้นอย่างที่สุดว่า “นี่มัน!”
โอรสเล่อ ชวี่ ห่าวเหยียน , ชวี่ เฟิงอวี๋ ต่างแสดง
ท่าทางยินดีเช่นเดียวกัน ทว่าถึงกระนั้นพวกเขาก็
ยังคงระมัดระวังตัว
ในเวลานี้ ไปั๋หลี่ จุยหุน สามารถทำลายกุญแจดอก
สุดท้ายได้แล้ว ทันใดนั้นโลงศพก็ลอยสูงขึ้นหมุน
คว้างอยู่กลางอากาศอย่างต่อเนื่อง การเคลื่อนไหว
ครั้งใหญ่นี้ทำให้ทุกคนตื่นตกใจ
ส่วนคนที่อยู่ด้านนอกห้องโถง ต่างไร้ซึ่งความหวังจึง
ไม่มีอันใดให้น่ากังวลมากไปกว่านี้แล้ว!
ยามนี้ อู่ อวี้ หันกลับไปมองแล้วเขากก็รู้ว่าเกิดอันใด
ขึ้น
ขณะนี้ดูเหมือนเวลาจะหยุดนิ่ง ความเงียบสงัดได้ยิน
แม้กระทั่งเสียงลมหายใจ
ตูมมมมมมมม!
อู่ อวี้ ไม่คาดคิดว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้น
สิ่งที่เขาสัมผัสได้ในตอนนี้ก็คือ กลิ่นแห่งความตายอัน
เข้มข้นอย่างไม่อาจบรรยายได้ ให้ความรู้สึกเย็นยะ
เยือกไปถึงไขสันหลัง ดูเหมือนว่าความเย็นจะแผ่
ออกมาจากพื้นที่เท้าเหยียบยืน และ ด้านหลัง
ทันใดนั้น ตูมมมมม!!!! ฝาโลงที่ลอยคว้างอยู่กลาง
อากาศก็ระเบิดออก ฉับพลันเรื่องไม่คาดคิดก็บัง
เกิดขึ้น กลุ่มหมอกระเบิดพวยพุ่งแผ่กระจายปกคลุม
อย่างรวดเร็ว ในเวลานี้หมอกได้ปกคลุม โอรสเล่อ
พร้อมคนอื่น ๆ!
” อู่ อวี้ ช่วยข้าด้วย!”
อู่ อวี้ ได้ยินเสียงร้องตะโกนขอความช่วยเหลือของ
โอรสเล่อ ดังขึ้นเป็นคนแรก
ถูกต้องแล้วไม่เคยมีผู้ใดได้ยินเสียงกรีดร้องของ โอรส
เล่อ ฟังดูน่าหวาดกลัวชวนสังเวชเช่นนี้มาก่อน
ถึงจะได้ยินเสียงกรีดร้อง อู่ อวี้ ก็ยังคงรออยู่สักครู่ไม่
ตอบสนองในทันทีทันใด เขายังสามารถเห็นทุกคนได้
ลาง ๆ แม้จะอยู่ในสภาพแวดล้อมสลัวคลุมเครือ แต่
ทันใดนั้นอยู่ ๆ ก็มีหนวดสีเทายาวยื่นออกมา
ความเร็วของมันเกินกว่าที่ทุกคนจะหลบหนีได้ทัน
โดยเฉพาะตอนนี้ พลังแก่นแท้ตำหนักม่วง ของทุก
คนได้ถูกผนึกเอาไว้
หนวดยาวสีเทายื่นออกไปรัดพัน โอรสเล่อ กับคนอื่น
ๆ ด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ
ซึ่งเป็นเวลาที่ โอรสเล่อ ร้องขอความช่วยเหลือจาก
อู่ อวี้
ทุกคนต่างตื่นตกใจ!
เมื่อ อู่ อวี้ เห็นเช่นนั้นร่างของเขาก็รู้สึกเย็นวาบด้วย
ความหวาดกลัว ด้วยเพราะไม่รู้ว่าสิ่งนี้มันคืออะไรกัน
แน่? ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ได้
เขาต้องการช่วยเหลือ โอรสเล่อ ด้วยเพราะพระโอรส
คือคนที่คอยหนุนหลังตนเอง แต่เพียงแค่เริ่มขยับ ยัง
ไม่ทันได้พุ่งเข้าไปช่วยเหลือ ในยามนี้ไม่ว่าจะเป็น
โอรสเล่อ หรือคนอื่น ๆ ก็ไม่มีพลังอำนาจมาก
พอที่จะต่อต้านขัดขืน และแล้วพวกเขาทั้งหมดก็ถูก
ลากลงไปในโลงศพ
นอกเหนือจาก โอรสเล่อ แล้ว เขายังมิได้ยินเสียงร้อง
ของอีก 3 คนแม้แต่น้อย ด้วยเพราะในเวลานี้ใบหน้า
ของพวกมันทั้งสามถูกปกคลุมไปด้วยหนวด
เมื่อคนทั้ง 3 ถูกดึงลงไปในโลงศพ ทันใดนั้นโลงศพก็
ร่วงกระแทกลงสู่พื้นในทันที หมอกที่เคยปกคลุมนั้น
หายไปวับ ความเงียบสงัดเข้ามาครอบงำพื้นที่ ราว
กับว่าไม่เคยเกิดอะไรขึ้นมาก่อน
อย่างไรก็ตามภายในห้องโถงยามนี้ โอรสเล่อ และคน
อื่น ๆ ได้หายกันไปจนหมดสิ้น!
ถ้าให้กล่าว อู่ อวี้ นันเศร้าสลดเสียยิ่งกว่าคนอื่น ๆ
ด้วยเพราะเวลานี้เขาเป็นมือเป็นเท้าให้กับ โอรสเล่อ
อีกทั้ง โอรสเล่อ ยังให้คำมั่นสัญญาหลายสิ่งหลาย
อย่างแก่เขา ทว่าตอนนี้ดูเหมือนทุกอย่างจะหายไป
จนหมดสิ้นแล้ว? เขาหาใช่คนขี้ขลาดตาขาวรักตัว
กลัวตาย ขณะที่เขากำลังจะเข้าไปช่วยพวกพ้อง โลง
ศพทอง ก็ปิดลงต่อหน้าต่อตาเขาอย่างกระทันหัน
เขาจึงกระโดดถอยหลังกลับออกมาอย่างรวดเร็ว
แม้แต่ประตูก็ยังปิด!
ไม่เพียงเท่านั้น ในช่วงเวลาที่โลงศพได้ปิดตัวลง
ซากศพผีดิบทั้งหมดได้ส่งเสียงกรีดร้องอย่างโหยหวน
จากนั้นก็จมลงสู่ผืนแผ่นดินอย่างรวดเร็ว แลหายไป
ในช่วงพริบตา หลงเหลือไว้เพียงผู้คนกว่า 30 คน
เท่านั้น
องค์หญิงโยว่เสี่ย หลิว และคนอื่น ๆ หยุดลงมือ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดรวดเร็วจนไม่ทันตั้งตัว
ดังนั้นสายตาของทุกคนในตอนนี้ ต่างจับจ้องไปที่
ประตูทองสัมฤทธิ์ อู่ อวี้ ก็ยังอยู่ในอาการนิ่งอึ้งอยู่
เช่นกัน
หลังจากตกตะลึงอยู่เป็นเวลานาน แล้วก็มีคนผู้หนึ่ง
เกินน้ำลายแล้วพูดขึ้นว่า ” บางที โอรสเล่อ อาจตาย
แล้วก็แล้วได้ … ทั้งหมดนี่มันเกินคาดจริง ๆ … มัน
คืออะไรกันแน่ ช่างน่ากลัวเหลือเกิน … ”
” อย่าลืมสิว่าที่นี่คือ เส้นทางเซียนบรรพกาล
นอกจาก สรรพเทวะวิญญาณ แล้วก็ยังมีสิ่งมีชีวิตอื่น
ๆ อาศัยอยู่อีก ข้าอยากรู้นักว่า สิ่งมีชีวิตประเภทใด
กันที่สามารถอยู่รอดภายใน เส้นทางเซียนบรรพกาล
นี้ได้ … ”
” ช่างน่าเสียดายยิ่งนัก โอรสเล่อ ของ อาณาจักร
โบราณเหยียนหวง เป็นหนึ่งในอัจฉริยะที่มีอายุน้อย
ที่สุด ผู้ใดจะไปคาดฝันกันเล่าว่าเขาจะต้องมาจบชีวิต
ลงที่นี่ … ถือว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นสิ่งสำคัญยิ่ง ”
ทุกคนพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ด้วยอารมณ์
ความรู้สึกที่สั่นสะท้าน
ถ้าให้กล่าวตามสัตย์จริง หลายคนที่ต้องพบเจอกับ
เหตุการณ์ทันด่วนเช่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ใดก็คงจะขวัญ
ผวาไม่มากก็น้อย
ในที่สุดก็ อู่ อวี้ ก็ยอมรับความจริงที่ว่า โอรสเล่อ
อาจจะหมดหวังเสียแล้ว
เขาเองก็สังหรณ์ไม่ดีบางอย่างมานานแล้ว การที่คน
เป็นมารบกวนคนตายเช่นนี้ บางทีเจ้าของสุสานนี้
อาจจะโกรธเอาก็ได้
ช่างน่าตื่นตะลึงยิ่งนัก หากว่าเขายืนอยู่ข้างๆโลงศพ
เกรงว่าเขาคงพบจุดจบเช่นเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม เขายังคงเดินย้อนกลับไปที่โลงศพ
จากนั้นก็โจมตีเข้าใส่ฝาโรงอยู่ 2-3 ครั้ง แต่ก็ไม่
สามารถทำลายประตูได้ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ ไปั๋หลี่ จุย
หุน เป็นคนเปิดไว้ก่อนหน้านี้ แต่เมื่อ อู่ อวี้ พยายาม
ควานหาตรวจสอบดูแต่ก็ไม่พบร่องรอยใด ๆ
” ผู้ใดสามารถเปิดประตูนี้ได้บ้าง ? ” ถ้ามีโอกาส เขา
ก็เต็มใจที่จะลองดูว่าสามารถช่วยเหลือ โอรสเล่อ ได้
หรือไม่ เพราะอย่างไรเสียมนุษย์อย่างเรา ก็ควร
ยึดถือคุณธรรมความเมตตา
เมื่อสิ้นเสียงของ อู่ อวี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่า หลายคน
ต่างพากันถอยหนีหลีกทางไม่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ
“ ปัญญานิ่มหรือไง มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่จะเข้า
ไป สงสัยจะเบื่อชีวิต แกคงไม่อยากตายดีล่ะสิ!”
ท่ามกลางฝูงชน มีคนอดกล่าวเย้ยหยันเสียงดังขึ้นมา
อย่างช่วยไม่ได้
ผู้คนในส่วนใหญ่จาก อาณาจักรโบราณเหยียนหวง
ได้ออกไปด้านนอกแล้ว ซึ่งผู้คนที่อยู่ที่นี่ ก็หาได้มี
ความสัมพันธ์สนิทสนมกับ โอรสเล่อ ไม่
องค์หญิงโยว่เสี่ย ซึ่งอยู่เบื้องหน้าของ อู่ อวี้ มองไปที่
ประตู จากนั้นก็หันมามอง อู่ อวี้ พร้อมกับเม้มริมผี
ปากแล้วกล่าวขึ้นว่า ” กล่าวตามตรงข้าคงต้อง
ขอบคุณเจ้า มิเช่นนั้นข้าคงต้องมาตายอยู่ที่นี่แล้ว
อย่าพยายามกระทำสิ่งที่ไร้ประโยชน์ต่อไปเลย
ออกไปกันเถอะ สุสานนี้เป็นดินแดนอันรกร้าง ไม่มี
ทางที่จะมีสมบัติวิเศษปรากฏขึ้นมาได้! ”
หลังจากกล่าวจบนางก็หันหลังแล้วจากไปทันที โดย
มีคนของ จักรวรรดิเปั่ยหมิง ติดตามไป แน่นอนว่า
เพื่อเป็นการปั้องกันการโจมตีของศพหุ่นเชิดใน
ระหว่างทาง นางจึงต้อนรับสหายคนอื่น ๆ เข้า
มาร่วมด้วย บัดนี้ทุกผู้คนต่างมีความเห็นเป็นอันหนึ่ง
อันเดียวกัน ว่าจะออกไปข้างนอกสุสานแล้ว
สำหรับ โอรสเล่อ ใครจะไปสนล่ะ?
” ดี! ” ปีศาจอย่างมังกรเหมันต์พิสุทธิ์เก้าดารา อด
หัวเราะขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ คราแรกพวกมันต่าง
วิตกกังวลว่าตนเองนั้นจะต้องตกตายไป แต่ยามนี้
พวกมันกลับรู้สึกมีชีวิตชีวาสดชื่นเป็นยิ่งนัก
เนื่องจากว่าศัตรูคู่อาฆาตของพวกมันอย่าง โอรสเล่อ
ได้ตกตายไปแล้ว
” อู่ อวี้ เจ้ายังหาญกล้าออกไปข้างนอกอีกรึเปล่า?
ข้ารู้ว่าเจ้าปรารถนาจะกลายเป็นสุนัขตามตูดของ
โอรสเล่อ แต่น่าเสียดายที่ชีวิตของ โอรสเล่อ ช่าง
แสนสั้นนัก ตอนนี้เจ้าเลยกลายเป็นสุนัขจรจัดไปเสีย
แล้ว แต่กระนั้นการที่ทำให้ผู้คนมากมายโกรธแค้นได้
ขนาดนี้ ถือเป็นเรื่องน่าสงสารยิ่ง เช่นนั้นแล้วเจ้าจะ
ยังกล้าออกไปด้านนอกอยู่รึเปล่า ” ก่อนหน้านี้ มังกร
เหมันต์พิสูจน์เก้าดารา ถูกขัดขวางปิดกั้น จึงทำให้
ภายในจิตใจของมันรู้สึกไม่ยินยอมอยู่บ้าง
” อย่างมันรึจะกล้าออกไป อยู่ในนี้พอมีอำนาจเข้า
หน่อยก็คงคิดว่าตนนั้นเป็นอันดับหนึ่ง หลังจาก
ออกไปมันก็เป็นแค่หนูติดจั่นแหละวะ บัดซบ ถึงแม้
เจ้าจะช่วยชีวิตท่านปูั่ผู้นี้ไว้ แต่คิดว่าข้าจะยอม
หยวนๆไปรึยังไง?” พญาอินทรีทองคำแปดปีกที่อยู่
อีกด้านหนึ่ง จำได้ดีว่า อู่ อวี้ เคยขัดขวางพวกมันไว้
จนทำให้พวกมันต้องสูญเสียเกียรติอับอายขายขี้หน้า
แต่อันที่จริงแล้ว เพราะการขัดขวางของ อู่ อวี้ ทำให้
พวกมันไม่ต้องตาย
ในที่สุดกลุ่มของพวกมันก็จากไป ส่วน อู่ อวี้ ก็ยังคง
ยืนรออยู่ที่นี้
” ลืมมันไปเสียเถอะ …. หมดหวังที่จะช่วยชีวิตพวก
นั้นแล้ว เจ้าไม่สามารถเปิดประตูนี้ได้ ช่วยอะไรไม่ได้
นะอยู่ต่อไปก็ไร้ประโยชน์ เราออกจากที่นี้กันเถอะ
สุสานถือเป็นสถานที่อัปมงคลอยู่แล้ว ว่าก็ว่านะถ้า
เป็นข้า อยู่ ๆ มีไอ้หน้าไหนมารบกวนให้รำคาญเช่นนี้
ข้าก็จะจัดการมันเหมือนกันแหละ ”
หมิงซวง ชักเริ่มสติแตกจนพูดเรื่อยเปือยอีกแล้ว
ถึงจะดูเพ้อเจ้อเลอะเทอะไปบ้าง แต่สิ่งที่นางกล่าว
ออกมาก็นับว่ามีเหตุผลไม่น้อย อู่ อวี้ ลงมาในสุสาน
แห่งนี้ก็ไม่คาดว่าจะได้มาร่วมกลุ่มของ โอรสเล่อ ช่าง
น่าเศร้าที่มันต้องมาจบชีวิตที่นี่ ไม่อยากจะเชื่อเลย
จริง ๆ ว่า โอรสเล่อ ได้จากไปแล้ว
นอกจากนี้ก็ยังมี ชวี่ ห่าวเหยียน , ชวี่ เฟิงอวี๋ , ไปั๋หลี่
จุยหุน หากสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ถูกแจ้งกลับไปยัง อาณาจักร
โบราณเหยียนหวง นับเป็นเหตุการณ์ที่หนักหนาเสีย
จริง ๆ
” ข้าทำดีที่สุดแล้ว หวังว่าเหตุการณ์ครั้งนี้คงจะไม่
ส่งผลกระทบต่อข้า เมื่อต้องเข้าไปใน อาณาจักร
โบราณเหยียนหวง แต่ช่างน่าเสียดาย โอรสเล่อ ได้
สัญญากับเขาว่าจะมอบ ยันต์เซียนบรรพกาล พร้อม
กับที่พักพิงให้แก่ตน ”
” ถึงอย่างนั้น เราก็ยังไม่รู้ว่ามันมีจุดประสงค์ใดกันแน่
การอยู่เคียงข้างเขาก็ไม่ต่างอันใดจากอยู่เคียงข้าง
พยัคฆ์ ”
อู่ อวี้ ค่อนข้างเป็นคนมองโลกในแง่ดี ผ่านไปไม่นาน
นักเขาก็เลิกครุ่นคิดเศร้าเสียใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ แล้วก็
รีบออกจากสุสานอย่างรวดเร็ว นับตั้งแต่ที่เขาเข้ามา
ใน เส้นทางเซียนบรรพกาล เขาก็ได้รับ เจดีย์ล่อง
กำเนิด ติดไม้ติดมือมา ทั้งยังได้รับ ยันต์เซียนบรรพ
กาล ของผู้คนจากแต่ละแคว้นทวีป อย่างน้อย
ในตอนนี้เขาก็สามารถไปยัง จักรวรรดิเปั่ยหมิง ได้
เขาตัดสินใจว่าจะออกจากสุสาน ครู่ต่อมาเขาก็หัน
กลับมามอง ประตูทองสัมฤทธิ์ อีกครั้ง
อู่ อวี้ ส่ายศีรษะ จากนั้นเขาก็ทะยานออกจากสุสาน
เนื่องจากว่าในปัจจุบันไม่มีเขาวงกตอีกแล้ว ฉะนั้นจึง
เป็นเรื่องง่ายที่จะควานหาทางออก ระหว่างการ
เดินทางออกมาเหล่าฝูงผีดิบก็ไม่ได้ปรากฏกายขึ้นมา
อีก
ชั่วพริบตาก็เห็นโพลงด้านบน
หลายคนต้องมาจบชีวิตอยู่ในสุสานแห่งนี้
หลังจากออกไปเบื้องนอกสุสาน กายาของเขาจะ
ไม่ได้เป็นเสมือนดั่งราชาครองพิภพอีกต่อไป
อันที่จริงการได้อยู่ในช่วงเวลาอารมณ์ความรู้สึก ว่า
ตนเองนั้นอยู่ยงคงกระพัน นับว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีไม่
น้อยทีเดียว แต่ในความเป็นจริงแล้วเขาไม่สามารถ
รวบรัดตัดต่อได้ เขายังต้องค่อยๆหมั่นเพียรฝึกฝน
ค่อย ๆ ก้าวพัฒนาขึ้นทีละขั้นต่อไป
อู่ อวี้ รีบออกมายังทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ด้านนอก
ทันทีที่หลุดออกมา เขาก็สัมผัสได้ถึงจิตสังหารอย่าง
รุนแรงเข้มข้น ด้วยเพราะบางคนก่อนหน้านี้ยังไม่ได้
จากลาไปไหน ยังคงวนเวียนอยู่รอบ ๆ ทางเข้าสุสาน
กล่าวได้ว่าเหล่าอัจฉริยะผู้เข้ามาใน เส้นทางเซียน
บรรพกาล ส่วนใหญ่อยู่ที่นี่กันทั้งนั้น
” อู่ อวี้! ” ทันใดนั้นก็มีคนตะโกนด้วยเสียงเย็นอู่ อวี้
หันกลับไปตามเสียง เจ้าของเสียงนี้หาใช่ผู้ใดอื่นนั้นก็
คือ มังกรเหมันต์พิสุทธิ์เก้าดารา ดวงตาของมันนิ่ง
สงบ พร้อมกับเอ่ยถามขึ้นว่า ” จงบอกข้ามาตามตรง
เจ้าคือผู้สังหาร ฉลามนิรันดร์ ใช่หรือไม่?!”
———————————
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ