กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 633 : บุตรแหงจักรพรรดิบูรพา
แม้ว่ายามนี้เขาจะเก็บมันเข้าไปแต่ก็สายไปเสีย
แล้ว
เรื่องนี้เป็นตัว อู่ อวี้ เองที่ไม่ระมัดระวัง อย่างไรก็
ตามการเปลี่ยนแปลงบนเส้นทางเซียนบรรพกาล
มันลึกลับมากเกินไป ทำให้ไม่อาจคาดเดาล่วงหน้า
ได้
ถ้า อู่ อวี้ รู้ว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น เขาก็คงจะรีบ
เก็บพลองหมื่นมังกรไปเสียตั้งแต่เนิ่นๆ
ยามนี้คนมากมายได้เห็นมันแล้ว ดังนั้นการที่เขาจะ
เก็บพลองหมื่นมังกรลงไปก็ถือว่าไม่ทันแล้ว
อัสนีสีม่วงที่ส่องประกายฟาดผ่ารอบด้านส่งเสียง
หงีดหวิวท่ามกลางท้องนภาส่องสว่างจนแสบตา
“ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ!”
ในยามเพิ่งมาถึงที่แห่งนี้ ทุกคนยังไม่ได้สังเกตผู้คน
โดยรอบ แต่เมื่อได้ยินคำคำนี้ พวกเขาแต่ทุกคน
ต่างจึงพากันมุ่งความสนใจไปที่ อู่ อวี้ และบัดนี้ทุก
คนต่างได้เห็น อู่ อวี้ ที่กำลังครอบครองพลองหมื่น
มังกรเล่มนี้แล้ว
เป็นไปไม่ได้ที่จะมองผิดไป
ไม่มีใครที่คิดว่าตัวเองตาฝาด
บัดนี้สายตาของทุกคนเกิดการเปลี่ยนแปลง สมบัติ
เช่นศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ ย่อมเพียง
พอที่จะกระตุ้นความโลภที่อยู่ในจิตใจของทุกคน
ท้ายที่สุดสมบัติเช่นนี้เป็นสิ่งที่ทุกผู้ทุกคนปรารถนา
อยากจะได้มาครอบครอง ดังนั้น อู่ อวี้ จึงเห็น
สายตาโลภและกระหายของทุกคนได้อย่างชัดเจน
พวกมันมองเห็นเขาราวกับเป็นเพียงแค่แกะอ้วนๆ
ตัวหนึ่ง ซึ่งกำลังอยู่ท่ามกลางฝูงหมาปั่า และหมา
ปั่าแต่ละตัวก็ล้วนแต่เป็นหมาปั่าผู้หิวโหย
พวกมันหิวโหยมานาน จึงมองไปที่ อู่ อวี้ ด้วย
สายตาอันแดงก่ำ
อู่ อวี้ คาดเดาผลลัพธ์เช่นนี้มานานแล้วว่าหลังจาก
ที่พวกมันเห็นการเก็บเกี่ยวที่เขาได้ แล้วจะเป็น
เช่นนี้ อาจกล่าวได้ว่า พวกมันรู้สึกว่าเขาไม่คู่ควรที่
จะครอบครองสมบัติเช่นนี้ได้ สำหรับพวกมันแล้ว
อู่ อวี้ ในตอนนี้เป็นเหมือนกับคนที่มีบาปมหันต์!
“การฝึกตนคือการปล้นชิง ตั้งแต่ที่ข้าได้
ครอบครองสมบัติล้ำค่า ก็ไม่แปลกใจหรือกังวลที่
จะมีคนมาปล้นชิงข้าต่อ”
อู่ อวี้ ยังคงสงบจิตใจได้อยู่
“อู่ อวี้ !”
ยอดฝีมือที่อยู่ท่ามกลางกลุ่มคนเหล่านี้ ไม่ว่าจะ
เป็นปีศาจหรือเผ่าพันธุ์มนุษย์ พวกมันแต่ละคน
ล้วนเดินหน้าเข้าหา อู่ อวี้
ยามนี้ การที่เขาสามารถครอบครองศาสตราเต๋าวิถี
แท้สุดยอดวิญญาณได้มันน่าสนใจมากกว่าโลกแห่ง
อัสนีนี้เสียอีก
ใบหน้าที่คุ้นเคยมากมายมาปรากฏอยู่เบื้องหน้า อู่
อวี้ เช่น องค์หญิงโย่วเสี่ย ผู้ที่เย็นชาและแปลก
ประหลาด มังกรเหมันต์พิสุทธิ์เก้าดาราผู้เย็นชา
พญาอินทรีแปดปีก ปีศาจอันทรงอำนาจ และยอด
ฝีมือคนอื่นๆ ต่างค่อยๆเข้ามารุมล้อม อู่ อวี้
“เจ้าไม่คู่ควรกับศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณชิ้นนั้น จงส่งมันมาให้ข้า” มังกรเหมันต์
พิสุทธิ์เก้าดารามีข้อพิพาทกับ อู่ อวี้ มาก่อนหน้านี้
ครั้งที่แล้วมันถูก อู่ อวี้ ทำให้ต้องขายหน้า ยามนี้
เมื่อมันมองเห็น อู่ อวี้ มันจึงไม่ลังเลที่จะเอ่ยขึ้น
อย่างแช่มชัด
อู่ อวี้ ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมอีกต่อไป เขายิ้ม
แล้วกล่าวว่า “ส่งมอบ? แล้วข้าจะส่งมันให้ใครดี
เนื่องจากว่าทุกคนต่างก็ต้องการ แต่ที่แน่ๆข้าจะไม่
ส่งมอบมันให้กับปีศาจอย่างเจ้าแน่นอน หากข้าจะ
มอบมัน ข้าย่อมส่งมอบให้แก่ผู้ฝึกตนเสียยังดีกว่า”
องค์หญิงโย่วเสี่ย รีบกล่าวขึ้นมาว่า “อู่ อวี้ มอบ
มันมาให้ข้า ข้าจะมอบสมบัติที่เหมาะสมกับเจ้า
เป็นการตอบแทน และข้าขอให้คำสัญญากับเจ้าว่า
ข้าจะเป็นที่พักพิงให้กับเจ้าเอง ”
อู่ อวี้ ส่ายศีรษะแล้วเอ่ยว่า “นับเป็นปัญหาแล้ว
ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ มีเพียงชิ้นเดียว
แต่คนที่อยากได้มันกลับมีมากมายเหลือเกิน ข้า
จะต้องทำยังไงดีน้า?”
ทุกคนเห็นว่าเขาไม่รู้สึกหวาดกลัว และรู้ว่า
เจตนารมณ์ของ อู่ อวี้ คือไม่ต้องการที่จะส่งมอบ
ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดจิตวิญญาณออกไป
อย่างไรก็ตามตอนนี้ยังไม่มีผู้ใดลงมือ ประการแรก
เพราะว่ามีคู่แข่งในการแย่งชิงสมบัติชิ้นนี้มีมาก
เกินไป และที่แห่งนี้มีพื้นที่คับแคบเกินจะเข้า
ตะลุมบอน ประการที่ 2 อู่ อวี้ ถือยันต์เซียนบรรพ
กาลเอาไว้ในมือ เมื่อใดที่เขาตกอยู่ในอันตราย เขา
จะต้องหลบหนีจากไปอย่างแน่นอน และทำให้ทุก
คนต้องคว้าน้ำเหลว
“ไม่รู้ว่าเจ้า อู่ อวี้ ผู้นี้สุดท้ายมันใช้วิธีใดจึง
สามารถครอบครองศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณได้กันแน่! กระทั่งยอดฝีมือมากมาย
ช่วยกันระดมความคิดแต่ก็มิอาจครอบครองมา
ได้!”
ทุกคนรู้สึกหดหู่
ยามนี้ราวกับว่าหมาปั่าที่หิวโหยกำลังล้อมรอบ อู่
อวี้ หากใยโดนหมาปั่าฝูงนี้กัดเพียงครั้ง แน่นอนว่า
มันจะต้องบดขยี้ยันต์แล้วจากไปอย่างแน่นอน
แล้วผู้ใดที่จะได้กินแกะอ้วนพีตัวนี้กัน นับเป็น
ปัญหาที่ตอบได้ยากที่สุด ดังนั้นระหว่างพวกมันเอง
จึงเกิดการเผชิญหน้ากันตาต่อตาฟันต่อฟัน
จู่ๆ อู่ อวี้ ก็ยิ้มขึ้น จนทำลายบรรยากาศอันตึง
เครียด จากนั้นเขาก็หันไปยังทางด้านคนผู้หนึ่งและ
เอ่ยขึ้น “ข้าเป็นคนของอาณาจักรโบราณเหยียน
หวง แม้ว่าข้าจะครอบครองศาสตราเต๋าวิถีแท้สุด
ยอดวิญญาณ แต่ข้ายังต้องส่งมอบให้ผู้อื่น หรือ
ต้องถูกแย่งชิงอีกงั้นรึ”
ในที่แห่งนี้คนส่วนใหญ่ล้วนเป็นคนจาก อาณาจักร
โบราณเหยียนหวง ถึงแม้ว่าจะโอรสเล่อ ไม่อยู่ แต่
พวกมันก็ถือเป็นมหาอำนาจที่มิอาจดูแคลน
หลังจากที่ โอรสเล่อ ไม่อยู่แล้ว ภายในกลุ่มคนจาก
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง ก็จะต้องมีผู้นำกลุ่ม
คนใหม่ และ อู่ อวี้ ก็พอรู้จักคนผู้นี้ ดูเหมือนว่ามัน
จะมีสถานะที่สูงส่งภายใน อาณาจักรโบราณเห
ยียนหวง ไม่น้อย มันซึ่งครอบครองสายเลือดและ
เป็นบุตรของ ‘จักรพรรดิบูรพา’ ที่รู้จักกันในนาม
ขององค์ชายน้อย ส่วนชื่อของมัน อู่ อวี้ ยังไม่รู้
เพราะทุกคนต่างเรียกขานมันว่าเป็นองค์ชายน้อย
รูปลักษณ์ของ องค์ชายน้อย ผู้นี้ไม่ได้สูงส่ง
ค่อนข้างที่จะผอมแห้งเสียด้วยซ้ำ ทว่าใบหน้ากลับ
เต็มไปด้วยความหล่อเหลา ดูเอ้อระเหยลอยชาย
เต็มไปด้วยคารมคมคาย คาดว่าพลังรบแทบไม่ต่าง
กับ ชวี่ ห้าวเหยียน มากนัก ยามนี้ โอรสเล่อ ไม่อยู่
ผู้คนจากอาณาจักรโบราณเหยียนหวง จึงยอมรับ
มันให้เป็นผู้นำ
“องค์ชายน้อย ข้าเป็นคนของอาณาจักรโบราณเห
ยียนหวง พวกมันกล่าวว่าข้าไม่สมควรที่จะ
ครอบครองศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณชิ้น
นี้ หากว่าข้าไม่มีคุณสมบัติในการครอบครองจริงๆ
เช่นนั้นตามสิทธิ์แล้วมันย่อมตกเป็นของพี่น้อง
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง ไม่ใช่หรือ?”
อู่ อวี้ ในวันนี้ ไม่เหมือนกับ อู่ อวี้ ในตอนก่อน
หน้านี้
พลังรบขององค์ชายน้อยถือว่าไม่แข็งแกร่งใน
สถานที่แห่งนี้ แต่ว่าพลังรบของ อาณาจักรโบราณ
เหยียนหวง ถือว่าเหนือกว่าผู้ใด ซึ่งทำให้ไม่มีผู้ใด
อาจหาญท้าทาย
แน่นอนมันย่อมรู้ว่า ในตอนนี้ อู่ อวี้ ครอบครอง
สมบัติล่ำค่าอยู่ และต้องการที่จะมาพักพิงกับมัน
และมันก็รู้ดีว่าหากคนอื่นไม่สามารถแย่งชิง
ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ ไปจาก อู่ อวี้
ได้ พวกมันย่อมใช้ ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง หรือ
ว่าคนใกล้ตัวมาข่มขู่ อู่ อวี้ เนื่องจากสมบัติชิ้นนี้ถือ
ว่าล้ำค่า จึงย่อมทำทุกวิถีทาง และคาดว่าเผ่าพันธุ์
ปีศาจจะต้องใช้วิธีการนี้อย่างแน่นอน
คราแรก องค์ชายน้อย ย่อมต้องการศาสตราเต๋าวิถี
แท้สุดยอดวิญญาณ แต่มันยังไม่รู้ว่า ศาสตราเต๋า
วิถีแท้สุดยอดวิญญาณ ชิ้นนี้คืออะไร ในใจจึงเกิด
ความลังเล แต่ฉับพลันนั้น อู่ อวี้ กลับใช้มันเป็นโล่
กำบังเสียอย่างนั้น
เขากล่าวออกมาในทันที “ไม่ผิด นี่เป็นสมบัติของ
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง ดูสิว่าใครจะยังอาจ
หาญกล้ามาแย่งชิงมันไป!”
ด้วยโอกาสนี้ มันจึงกวักมือเรียก อู่ อวี้ ให้ อู่ อวี้
มาอยู่ฝังเดียวกับตน
ยอดฝีมือคนอื่นๆจึงรู้สึกขุ่นเคือง
“องค์ชายน้อย อย่าลืม โอรสเล่อ สิ” ปีศาจตนหนึ่ง
ได้เอ่ยขึ้น
องค์ชายน้อยกล่าวว่า “แล้วยังไง? นี่คือ เส้นทาง
เซียนบรรพกาล โดยพื้นฐานหากผู้ใดได้ครอบครอง
สมบัติใด มันย่อมเป็นของคนผู้นั้น บัดนี้เขาได้รับ
มันมา และสามารถหลบหนีไปด้วยยันต์เซียนบรรพ
กาลได้ตลอดเวลา ยังไงพวกเจ้าก็มิอาจปล้นชิงมา
จากมือของเขาได้ ทำไมจะต้องหงุดหงิดไปกันเล่า
พวกเจ้าอย่าได้มัวแต่เสียเวลาอยู่ที่นี่อีกเลย และดู
เหมือนว่าสถานที่แห่งนี้จะมีสมบัติที่ล้ำค่าอยู่
มากมายอีกด้วย!”
ทันใดนั้นมังกรเหมันต์พิสุทธิ์เก้าดาราได้กล่าวขึ้น
ว่า “หากเจ้าจากไปจากที่นี่ ก็จะไปโผล่ ทวีปแห่ง
ทวยเทพตงเสิ้ง ใช่หรือไม่? หากหาญกล้าออกไปก็
ลองดู ข้าจะตามเจ้าไปสุดหล้าฟั้าเขียว และนำขุม
กำลังของข้าไปถล่ม ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง ทิ้ง
ซะ ข้าจะทำให้ที่แห่งนั้นเป็นนรกบนดินต่อหน้า
เจ้า!”
องค์ชายน้อยจ้องมองกลับไปด้วยสีหน้าที่เย็นชา
พร้อมเอ่ยออกมาว่า “เจ้ากล้าดียังไง ทวีปแห่งทวย
เทพตงเสิ้ง เป็นทวีปใต้อาณัติของ อาณาจักร
โบราณเหยียนหวง ถือเป็นดินแดนของ อาณาจักร
โบราณเหยียนหวง โดยถูกต้อง หากเจ้าบังอาจ
รุกรานทวีปแห่งนี้ ข้าจะรีบส่งคนออกไปบอกกล่าว
แก่บิดาข้าในทันที และสั่งให้ทัพเหยียนหวงของข้า
ทำลาย‘มหาสมุทรเก้าดารา’ ของเจ้าทิ้งเสีย!”
มังกรเหมันต์พิสุทธิ์เก้าดาราแข็งแกร่งกว่าองค์ชาย
น้อยอยู่เล็กน้อย แต่ด้วยอำนาจที่หนุนหลังเช่น
จักรพรรดิบูรพา มันจึงไม่อาจจะล่วงเกินได้
อู่ อวี้ รู้ดีว่า องค์ชายน้อย ผู้นี้ ย่อมคิดหมายปอง
ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ ดังนั้นมันจึง
ต้องออกตัวกำจัดผู้อื่นให้หลีกทางไปเสียก่อน ซึ่ง อู่
อวี้ เกรงกลัวเรื่องผู้อื่นจะหยิบยก ทวีปแห่งทวย
เทพตงเสิ้ง มาข่มขู่ มันจึงรู้ดีว่าควรทำเช่นไรต่อไป
เมื่อ องค์ชายน้อย เอ่ยขึ้นเช่นนี้ จึงทำให้โทสะของ
มังกรเหมันต์พิสุทธิ์เก้าดารา พุ่งทะยานสูงเสียดฟั้า
ยามนี้ อู่ อวี้ ก็เองก็รู้สึกเดือดดาล เขารู้ดีว่ากำลัง
ของตัวเขาในตอนนี้มันยังไม่มากพอ จึงไม่อาจ
ปกปั้อง ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง ได้ด้วยตนเอง จึง
ทำให้คนอื่นมักจะยกบ้านเกิดของเขามาข่มขู่อยู่
เสมอ
สิ่งที่เขาขาดไปก็คือผู้ที่คอยหนุนหลัง
คนที่สามารถปกปั้องเขาได้ จะต้องมีขุมอำนาจที่
เบ็ดเสร็จและไม่ด้อยไปกว่าผู้คนที่อยู่ในที่แห่งนี้
องค์ชายน้อยยกยิ้มขึ้นแล้วกล่าวว่า “ดังเช่นที่ข้า
กล้าวไปก่อนหน้านี้ หากคิดจะปล้นชิงสิ่งของของ
อู่ อวี้ เช่นนั้นก็เหมือนกับว่าพวกเจ้าปล้นชิงสิ่งของ
ของ อาณาจักรโบราณเหยียนหวง ศาสตราเต๋าวิถี
แท้สุดยอดวิญญาณ เป็นสมบัติที่ไม่ธรรมดา และผู้
อาวุโสของพวกเราเป็นคนที่ชอบช่วยเหลือคนอื่นๆ
หากผู้ใดกล้านำ ทวีปแห่งทวยเทพแห่งตงเสิ้ง
ขึ้นมาข่มขู่ อู่ อวี้ อีก ข้าขอบอกเอาไว้เลยว่าอย่า
หาว่าข้าไม่กล่าวเตือน อู่ อวี้ เจ้ายังไม่เดินมาทางนี้
อีก?”
อู่ อวี้ เร่งเดินไปให้มัน
“ไอหนูนี่มันจะใช้เล่ห์เหลี่ยมช่วงชิงสมบัติของเจ้า
ไป” หมิงซวง เอ่ยพร้อมกับหัวเราะออกมา
แน่นอนว่า อู่ อวี้ ย่อมรู้ดี เพราะว่ายามนี้พลอง
หมื่นมังกรของเขาถูกเผยออกมาแล้ว จึงช่วยไม่ได้
ที่เขาจำเป็นจะต้องใช้วิธีนี้
เขาจ้องมองฝูงชนรอบๆ ทุกคนยังไม่มีการ
เคลื่อนไหวใดๆ คาดว่าพวกมันเกรงว่า อู่ อวี้
อาจจะหลบหนีไปจากที่แห่งนี้
สิ่งที่ลำบากที่สุดบน เส้นทางเซียนบรรพกาล นั่น
คือหากผู้อ่อนแอได้รับมหาสมบัติไป คนผู้นั้นอาจ
หลบหนีจากไปได้ทุกเมื่อ ทำให้ยอดฝีมือต่างๆไม่
อาจมาแย่งชิงไปได้ ซึ่งหลังจากที่ออกไปแล้วถึงจะ
ค่อยไปแย่งชิงมาทีหลัง แต่ความจริงที่เบื่องหลัง
ของคนอ่อนแอเหล่านี้มักจะมีขุมกำลังอันแข็งแกร่ง
ที่คอยหนุนหลังอยู่
และยามนี้ อู่ อวี้ ประสบความสำเร็จในการเข้า
ร่วมกลุ่มของ องค์ชายน้อย
“เจ้าไม่ต้องกลัว มีข้าอยู่ที่นี่ จะไม่มีผู้ใดใช้ ทวีป
แห่งทวยเทพตงเสิ้ง มาอ้างข่มขู่เจ้าได้อีกต่อไป
และยิ่งไม่มีผู้ใดหาญกล้าขโมยสมบัติของเจ้าไป
ด้วย” องค์ชายน้อย ยิ้มอย่างเป็นมิตร เอามือจับไป
ที่ไหล่ของ อู่ อวี้ และกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงอัน
อ่อนโยน
แน่นอนว่าคนอื่นๆมองไปด้วยสายตาที่เย็นชา และ
ยังไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรในตอนนี้ พวกมันเพียงแค่
รู้สึกว่านี่ยังไม่ใช่โอกาสที่ดีในการเคลื่อนไหว
“ต้องขอขอบคุณองค์ชายน้อยยิ่ง ก่อนหน้านี้ อู่ อวี้
ได้รับใช้ โอรสเล่อ มาบ้าง เพื่อเป็นการตอบแทน
องค์ชายน้อยแล้ว อู่ อวี้ ย่อมไม่ลังเล” เขา
ประสานมือเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ตกลง หลังจากวันนี้เป็นต้นไป เมื่อเจ้าติดตามข้า
กลับไปยัง อาณาจักรโบราณเหยียนหวง ข้าจะให้
สถานที่พักพิงกับเจ้าเอง ” องค์ชายน้อยรู้ดีว่า
ในตอนนี้ อู่ อวี้ ย่อมไม่มอบพลองหมื่นมังกรให้กับ
ตนเป็นแน่ แต่ว่าตราบใดที่ อู่ อวี้ กลายมาเปั้น
ผู้ติดตามของมัน ก็ย่อมมีโอกาสนับไม่ถ้วน
คนอื่นไม่อาจรุกราน ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง แต่
มันทำได้ เนื่องจากมันก็เป็นคนจาก อาณาจักร
โบราณเหยียนหวง การที่มันไป ทวีปแห่งทวยเทพ
ตงเสิ้ง และเปิดฉากสังหารด้วยตนเอง ย่อมถือว่า
ไม่นับเป็นอันใด
เพียงแต่มันรู้ดีว่า อู่ อวี้ ย่อมรู้แผนการนี้อยู่แล้ว
อู่ อวี้ รู้ดีว่าตนจะต้องค้นหาวิธีการปกปั้องบ้านเกิด
ของตนเองให้ได้เร็วที่สุด มิฉะนั้นต่อให้เขา
แข็งแกร่งขึ้นมากเพียงในไหนอนาคตเขาก็ย่อมถูก
ผู้อื่นจูงจมูกอยู่ดี
ยามนี้ ทุกคนรู้สึกได้ว่าภายในระยะเวลาสั้นๆนี้
การที่ชิง ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ
นับเป็นเรื่องที่ยากลำบากยิ่งแล้ว ดังนั้นทุกคนจึง
ค่อยๆเปลี่ยนความสนใจไปอยู่ที่ช่องทางเดินตา
ข่ายอัสนที่อยู่เบื้องหน้าแทน
เส้นทางนั้นดูเหมือนว่าจะมุ่งไปยังยอดเขาที่อยู่
ด้านหน้า ซึ่งยอดเขาแห่งนี้ เป็นเหมือนกับเสาที่
คอยค้ำยันสวรรค์เอาไว้!
ทุกคนเงยหน้ามองไปยังยอดเขา
มองผ่านตาข่ายอัสนีสีม่วงไป ทำให้พวกเขา
สามารถมองเห็นสมบัติบางอย่างได้อย่างเลือนลาง
“บนยอดเขา ดูเหมือนจะมีบางสิ่งที่มีรูปร่าง
เหมือนกับตำหนักวิหารอยู่”
“มันเหมือนกับ ว่ามีพรรคนิกายอยู่ตั้งอยู่บนนั้นก็มิ
ปาน…..”
“ไม่อาจคาดเดา เส้นทางเซียนบรรพกาล แห่งนี้ได้
เลยจริงๆ ยิ่งอยู่นานยิ่งได้โชคลาภมากมาย
เว้นเสียแต่ว่าเจ้าสุสานนรกนั่น…….”
“ใช่แล้ว ไม่เห็นน่ากลัวเหมือนดั่งตำนานว่าไว้เลย
…..”
“สมบัติบนยอดเขา นับเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ดึงดูด
ความสนใจของคนทุกคนได้จริงๆ”
“ข้ามีลางสังหรณ์ว่า ภายในโลกแห่งนี้จะต้องมี
ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ มากกว่าเดิม
แน่ๆ!” มีบางคนกล่าว
———————————
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ