กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 634 : จิตใจที่แปรผัน
ด้วยตำหนักวิหารอัสนีที่ตั้งอยู่บนยอดเขายักษ์
หากไม่ใช่เพราะ ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณ อยู่กับ อู่ อวี้ จนมันดึงดูดความสนใจ
ของทุกผู้คนมากเกินไป ปั่านนี้เขาคงขึ้นไปบนยอด
เขานานแล้ว
โดยเฉพาะวังที่อยู่บนยอดเขา ถูกปกคลุมไปด้วยไม้
ใหญ่ยืนต้น แลอัสนีสีม่วงที่ส่องแสงประกาย
ระยิบระยับอยู่เนือง ๆ กล่าวได้ว่าภาพที่ปรากฏขึ้น
นี้ช่างงดงามตระการตาเป็นอย่างยิ่ง ดูเสมือนดั่ง
พระราชวังเซียนสวรรค์ก็มิปาน
ทุกครั้งที่สายอัสนีม่วงฟั้าผ่า แสงสีม่วงจะสาด
ประกายขึ้น แล้วเมื่อนั้นโครงร่างของพระราชวังจะ
ปรากฏออกมาให้เห็น ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถแล
เห็นได้อย่างชัดเจนนัก แต่ความสง่างามและความ
ศักดิ์สิทธิ์ที่เผยออกมานั้น ก็ทำให้จิตใจของผู้คน
รู้สึกโหยหาปรารถนาเป็นอย่างยิ่ง
ทุกคนรู้เพียงว่า นับตั้งแต่เข้ามาใน เส้นทางเซียน
บรรพกาล พวกเขาจะถูกส่งไปยังสถานที่ต่าง ๆ
อย่างต่อเนื่อง แล้วในทุก ๆ ครั้งที่พวกเขาถูกส่งมา
ที่ใหม่ ๆ สถานที่แห่งนั้นก็จะทำให้พวกเขาตื่น
ระทึกมากยิ่งขึ้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสุสานที่อยู่ภายในทุ่งหญ้ากว้าง
รวมถึงศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ มันช่าง
น่าตื่นตกใจจริง ๆ
ในเวลานี้ผู้คนส่วนใหญ่ ต่างทราบดีว่าพวกมันไม่
สามารถแย่งชิง ‘พลองหมื่นมังกรพิภพอนันต์’ จาก
อู่ อวี้ ได้
เมื่อเห็นว่าไม่อาจแย่งชิงผลประโยชน์จากผู้อื่นได้
พวกมันจึงเลิกเหลียวแลใส่ใจ อู่ อวี้ อีก แล้ว
เคลื่อนตัวไปในเส้นทางเดียวกัน
แล้วเส้นทางออกเดียวของพวกมัน นั่นก็คือ
เส้นทางเล็กๆตรงช่องตาข่าบของอัสนีสีม่วงนี้
เนื่องจากมีผู้คนมากมายอยู่ที่นี่ อีกทั้งแต่ละคนยังมี
ฝีมือสูงส่งเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นจึงไม่มีใครมั่นใจว่าจะ
สามารถฝั่าฝูงชนนี้เพื่อไปแย่งชิง ศาสตราเต๋าวิถี
แท้สุดยอดวิญญาณ ได้หรือไม่
ด้วยเหตุนี้พวกมันจึงรู้ดีอยู่แก่ใจ หากว่ามัน
ต้องการแย่งชิงสมบัติวิเศษจาก อู่ อวี้ พวกมันคง
ต้องรอโอกาสเหมาะ ๆ แล้วโอกาสนั้นจะต้องไม่ใช่
อยู่ท่ามกลางฝูงชนเช่นนี้
ยิ่งมีผู้คนมากเท่าไหร่ โอกาสที่จะได้รับก็ยิ่งน้อยลง
เท่านั้น
ดังนั้น องค์หญิงโย่วเสี่ย จึงกล่าวว่า ” หากเป็น
เช่นนี้ เราก็จะไม่แย่งชิงมัน นับเป็นโชควาสนาของ
เจ้าที่ ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ เลือกเจ้า
ขอกล่าวตามตรง… เราจะไม่แย่งชิงมันเด็ดขาด
องค์ชายน้อยเองก็อย่าได้ทำเช่นนั้นละ ทุกอย่าง
ขึ้นกับตัวเจ้า อู่ อวี้ เพราะเจ้าคือผู้ครอบครองมัน
เข้าใจหรือไม่? ”
เนื่องจากหากว่า ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ
ตกอยู่ในมือขององค์ชายน้อย พวกมันจะไม่
สามารถแย่งชิงมันได้อีก
” หากเป็นเพราะสวรรค์เมตตาเจ้า เราก็คงไม่
สามารถทำอันใดได้ แต่ขอบอกเอาไว้ก่อน หากเจ้า
มอบสมบัติวิเศษให้แก่องค์ชายน้อย อย่าได้หาว่า
พวกเราไร้ปราณีก็แล้วกัน ” มังกรเหมันต์พิสุทธิ์
เก้าดารา กล่าว
อย่างไรก็ตามนี่คือกลยุทธ์ของพวกมัน สิ่งที่ อู่ อวี้
ต้องทำก็คือ อยู่ตรงกลางแล้วใช้พลังที่มีต่อสู้
ปั้องกันอันตรายจากทั้งสองฝั่าย
สำหรับปัจจุบันเขาย่อมทำสำเร็จได้อย่างแน่นอน
องค์ชายน้อยยักไหล่แล้วพูดว่า ” อู่ อวี้ เป็นผู้ได้
มันมา การที่เขาเป็นผู้ครอบครองนั่นก็ถูกแล้ว
อย่างน้อยเขาก็เป็นคนของ อาณาจักรโบราณเห
ยียนหวง หากเขาสามารถใช้ พลองหมื่นมังกร
พิภพอนันต์ ได้อย่างคล่องแคล่ว ข้าก็ไม่จำเป็นต้อง
สนใจว่าคนนอกจะมาแย่งชิงมันไป ตอนนี้ที่ข้า
สนใจก็คือสมบัติวิเศษที่อยู่บนยอดมากกว่า มันคือ
อะไรกันแน่! ”
” ขอรับ! ”
นี่คือศึกการโต้เถียงอันแสนอลหม่าน อู่ อวี้ ฉวย
โอกาสช่วงชุลมุนจัดการปัญหานี้จนสำเร็จ
ในเวลานี้มีคนเริ่มเยื้องกรายเข้าไปในภูเขา
คนของ อาณาจักรโบราณเหยียนหวง ต้องการจะ
ขึ้นไปก่อน แต่แล้วองค์ชายน้อยก็ได้ห้ามปราม
เอาไว้แล้วพูดว่า ” ที่นี่ค่อนข้างอันตราย แม้แต่ข้า
เองก็ยังไม่ทราบว่าอันตรายที่ว่านี้คือสิ่งใด จง
ปล่อยคนพวกนั้นนำหน้าไปก่อน แล้วเราจะรอเก็บ
เกี่ยวประสบการณ์หลังจากที่พวกนั้นสูญเสีย ”
ดังนั้นเมื่อคนอื่น ๆ ค่อย ๆ เดินหน้าเข้าเส้นทางไป
ทีละคน ๆ อย่างระมัดระวังผู้คนใน คนของ
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง จึงปล่อยให้คนพวก
นั้นเป็นหนูทดลอง แล้วพวกมันเป็นผู้ติดตามแทน
ถัดจากองค์ชายน้อย ยังมีอัจฉริยะรุ่นเยาว์อีกผู้หนึ่ง
ซึ่งมีพลังฝีมืออยู่ในระดับ ก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ ใน
กลุ่มของพวกมันมีคนผู้หนึ่งที่ได้พบเจอกับ อู่ อวี้
ในวันที่เขาได้ครอบครอง ศาสตร์ตราเต๋าวิถีแท้สุด
ยอดวิญญาณ มันก็คือ จวิน เหยียนเซิ้ง อีกทั้งมัน
ยังมีความสัมพันธ์ที่ดีเยี่ยมกับองค์ชายน้อย
เพียงแต่ว่ามันมีศักดิ์ฐานนะต้อยต่ำกว่าก็เท่านั้น
” อู่ อวี้ องค์ชายน้อยได้ช่วยเหลือเจ้าไว้ ยังไม่รู้จัก
สำนึกบุญคุณขอบพระทัยพระองค์อีก! ” จวิน เห
ยียนเซิ้ง ด้านมาทางด้านซ้ายของ อู่ อวี้ แล้วกล่าว
ด้วยสีหน้าสง่างาม
อู่ อวี้ ยิ้มอ่อน ๆ แล้วกล่าวว่า ” ขอบพระทัยองค์
ชายน้อย บุญคุณครั้งนี้ข้าจะจดจำไว้ให้ขึ้นใจ อ้อ
อีกเรื่อง ถึงจะพูดอะไรออกไปก็ย่อมไม่สามารถรู้ได้
ว่ามันออกมาจากใจ ใช่หรือไม่? ”
จวิน เหยียนเซิ้ง ขมวดคิ้วเล็กน้อย ในเวลานี้ อู่
อวี้ ดูสงบทั้งยังผ่อนคลายเป็นยิ่งนัก มันแอบคิดว่า
ถ้า อู่ อวี้ ได้กลายเป็นคนสนิทขององค์ชายน้อย
มันจะต้องถูกกำจัดอย่างแน่นอน
” หึ! ข้าคิดว่าเจ้าไร้ความจริงใจ เจ้าเองก็น่าจะ
ล่วงรู้ดีอยู่แก่ใจ ไฉนเจ้าถึงไม่ใช้สมบัติวิเศษ จะ
เก็บซ่อนมันไว้เพื่ออันใด? ในครั้งนี้องค์ชายน้อยไม่
เพียงปกปั้องถิ่นฐานกำเนิด รวมถึงญาติพี่น้องวงศ์
ตระกูลของเจ้า น้ำพระทัยที่พระองค์มอบให้เจ้าใน
ครั้งนี้มันใหญ่หลวงยิ่งนัก แต่เจ้าก็ยังไม่รู้จักสำนึก
บุญคุณของพระองค์ แค่ขอบพระทัยยังไม่รู้ว่าทำ
อย่างไรงั้นรึ? ”
จวิน เหยียนเซิ้ง หัวเราะเยาะเย้ยเบา ๆ
ส่วนคนอื่น ๆ ต่างจ้องมองมาที่ อู่ อวี้ เป็นตาเดียว
” หุบปากได้แล้ว! ข้าช่วย อู่ อวี้ เพราะเขาเป็นคน
ของ อาณาจักรโบราณเหยียนหวง นอกจากนี้
โอรสเล่อ ยังเห็นคุณค่าในตัวของเขา แล้วข้าจะ
ปล่อยให้เขาถูกผู้อื่นดูถูกบีบต้อนจนไร้ซึ่งหนทางได้
อย่างไร? ” องค์ชายน้อยรีบปราม จวิน เหยียนเซิ้ง
อย่างไรก็ตาม องค์ชายน้อยไม่ได้หยุดมันตั้งแต่
เริ่มแรก แต่ปล่อยให้ จวิน เหยียนเซิ้ง สบถคำสบ
ประมาทเหล่านี้ออกมา อันที่จริงมันจงใจปล่อยให้
มันพูดออกมาเช่นนี้เอง องค์ชายน้อยเป็นผู้ไร้ความ
อดทน การที่ตอนนี้ อู่ อวี้ อยู่ในกลุ่มของเขา มันจึง
แทบอดใจรอไม่ได้ที่จะครอบครอง พลองหมื่น
มังกรพิภพอนันต์ ของ อู่ อวี้ เมื่อเห็นว่าคนอื่นได้
เดินไปเบื้องหน้ากันหมดแล้ว มันจึงอดให้ จวิน เห
ยียนเซิ้ง กดดัน อู่ อวี้ อย่างช่วยไม่ได้
ในเวลานี้ไม่ใช่แค่เพียง จวิน เหยียนเซิ้ง เท่านั้น
แต่สีหน้าคนของ อาณาจักรโบราณเหยียนหวง
ต่างก็ไม่สู้ดีเช่นกัน
อู่ อวี้ ตระหนักเรื่องชัดเจนว่า จิตใจของผู้คน
เหล่านี้ช่างคับแคบเป็นอย่างยิ่ง แต่เขาก็หาได้เกรง
กลัวอันใดไม่ บัดนี้ อู่ อวี้ แสร้งทำท่าทางเป็นเศร้า
หมอง พร้อมกับกล่าวขึ้นว่า ” กล่าวตามตรง ข้า
อยากมอบ ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ ให้กับ
องค์ชายน้อย เพราะอย่างไรเสีย สมบัติชิ้นนี้ก็ไม่ใช่
สิ่งที่ข้าจะสามารถแบกรับเอาไว้ได้ แต่ผู้คนที่เพิ่ง
จากไปได้กล่าวทิ้งท้ายเอาไว้ว่า ถ้าพวกมันเห็น
ข้ามอบสมบัติชิ้นนี้ให้กับองค์ชายน้อย พวกมันจะ
ไม่ยินยอมเด็ดขาด บางทีอาจก่อให้เกิดโทสะอย่าง
ยากจะระงับได้ ซึ่งมันอาจเป็นอันตรายต่อ ทวีป
แห่งทวยเทพตงเสิ้ง ของข้า ดังนั้นข้าคิดว่าเราควร
พูดเรื่องนี้กันในภายหลัง ”
ในขณะนี้ เขากระทำได้เพียงยื้อเวลาออกไปก่อน
เขาเชื่อว่าสักวันหนึ่งผู้คนจะรับรู้ว่า ไม่ว่าเขาจะ
ได้รับสิ่งใด พวกมันจะต้องทำใจยอมรับเพียง
เท่านั้น มิได้เป็นเหมือนกับยามนี้ ที่มีแต่พวกอิจฉา
ริษยา!
มีเพียงผู้อ่อนแอ และ ไร้ซึ่งอำนาจเท่านั้นถึงจะโดน
ดูถูกเหยียดหยามเช่นนี้ได้!
ความจริงในข้อนี้ อู่ อวี้ เข้าใจมันอย่างลึกซึ้ง
มากกว่าผู้ใด!
ผู้ใดก็ตามที่ไม่แยแส หรือแม้แต่ข่มขู่บีบบังคับเขา
ในวันนี้ อู่ อวี้ จะจดจำทุกสิ่งทุกอย่างไว้ให้มั่น
ถึงแม้ว่า อู่ อวี้ จะมิได้กล่าวตอบโต้ออกไปอย่าง
ชัดเจน แต่ทว่านี่ก็ถือเป็นการปฏิเสธมันด้วย
เช่นเดียวกัน ทำให้ภายในจิตใจของมันยามนี้รู้สึก
โกรธเกรี้ยวเป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตามสีหน้าของ
มันยังคงยิ้มแย้มเหมือนเช่นเคย ชัดเจนว่า อู่ อวี้
กล่าวอ้างเรื่องโชควาสนา จนได้รับสมบัติชิ้นนี้มา
“ อ้อ อู่ อวี้ ข้าอยากรู้นักว่า เจ้าใช้วิธีไหนในการ
ทำลายวงเวท เพื่อให้ได้รับศาสตราวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณ! ความเข้าใจในวงเวทค่ายกลของเจ้า
ลึกซึ้งมากเพียงใดกัน? ” องค์ชายน้อยถาม
อย่างน้อย ๆ มันก็ต้องการรู้วิธีให้จงได้
ตอนนี้สุสานกับทุ่งหญ้าได้หายไปแล้ว ดังนั้น อู่ อวี้
จึงไม่สนใจว่าวิธีการที่เขาใช้จะแพ่รงพรายออกไป
หรือไม่ ซึ่งเขาตั้งใจบอกข้อมูลบางอย่างให้องค์
ชายน้อยได้รับทราบ ดังนั้นในเวลานี้ อู่ อวี้ จึง
แสดงท่าทางลึกลับพิสดาร พร้อมกับกระซิบที่ข้าง
หูขององค์ชายน้อยว่า ” ข้าจะบอกเรื่องนี้กับองค์
ชายน้อยแค่คนเดียวเท่านั้น ”
“ ตกลง เจ้าบอกมาได้เลย ” องค์ชายน้อยรู้สึก
ตื่นเต้นขึ้นเล็กน้อย
อู่ อวี้ กล่าวว่า ” ตอนที่ข้าเข้าไปในสุสาน กับ
โอรสเล่อ จนไปถึงโลงศพทองคำ ในเวลานั้นข้าได้
หยิบเทียนสีดำติดมือออกมาด้วย หลังออกมา ข้าก็
เผลอไปจุดเทียนใกล้กับวงเวทโดยบังเอิญ ปรากฏ
ว่าในเวลานั้นวงเวทได้พังทลายลงจริง ๆ ดังนั้นข้า
จึงได้รับศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณมาชิ้นหนึ่ง
แต่น่าเสียดายที่เทียนเผาไหม้เร็วเกินไป ทำให้ข้าไม่
มีโอกาสไปหาศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณชิ้นที่
สอง ”
” ที่แท้ก็เป็นเพราะเหตุนี้! “องค์ชายน้อยตบมือ
อย่างตื่นเต้น อันที่จริงแล้วในเวลานั้นมันก็ผสมปน
อยู่ในฝูงชนด้วย เพียงแต่ว่า โอรสเล่อ มิได้แยแส
มัน ดังนั้นมันจึงไม่กล้าเข้าไปใกล้ อย่างไรก็ตาม
ความสามารถของเทียนนี้ ทำให้มันรู้สึกประทับใจ
อยู่บ้าง
“ ถือเป็นโชควาสนาของเจ้าจริง ๆ ! แล้วเจ้ายังมี
เทียนเหลืออยู่อีกไหม? ” องค์ชายน้อยถาม
อู่ อวี้ ส่ายหัวแล้วพูดว่า ” ในเวลานั้นข้าหยิบเทียน
มาเล่มเดียว อีกทั้งในเวลานี้ทุ่งหญ้าก็ไม่มีอีกแล้ว
ด้วย ดังนั้น … ”
” ช่างน่าเสียดายนัก หากเจ้ารู้วิธีนี้ตั้งแต่แรกแล้ว
ล่ะก็ บางทีศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณทั้งหมด
คงถูกฉกฉวยไปจนสิ้น “องค์ชายน้อย รู้สึกเศร้า
เสียใจเป็นอย่างยิ่ง เรื่องที่ อู่ อวี้ กล่าวมาถือว่า
ชัดเจนมาก ดังนั้นมันจึงรู้ว่า สิ่งที่เขากล่าวคือเรื่อง
จริงอย่างแน่นอน
ซึ่งนี่แสดงให้เห็นว่า ศาสตราวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณ มีเพียงชิ้นเดียวเท่านั้น ดังนั้นมันจึง
กระวนกระวายใจใคร่ปรารถนาเป็นอย่างมาก แต่
สิ่งที่น่าขัดใจยิ่งไปกว่านั้นก็คือ อู่ อวี้ ไม่คิดจะส่ง
มอบศาสตราวิถีแท้ให้มัน อีกทั้งยังใช้คำพูดของ
องค์หญิงโย่วเสี่ย มาสะกดข่มมันอีกด้วย!
แม้ว่า อู่ อวี้ จะยอมบอกวิธีให้แก่มัน แต่ก็ไม่
สามารถบรรเทาความโกรธเกรี้ยวและความคลั่ง
แค้นในจิตใจของมันได้
เมื่อเห็นผู้อื่นไปได้ไกลกว่า ภายในจิตใจของมันก็ไม่
อาจยอมรับได้ ดังนั้นมันจึงหันไปส่งสัญญาณให้กับ
จวิน เหยียนเซิ้ง ซึ่ง จวิน เหยียนเซิ้ง เป็นคนที่
ติดตามมันมาตั้งแต่เล็ก ด้วยเหตุนี้จึงมีความเข้าใจ
ในความหมายที่มันต้องการจะสื่อเป็นอย่างดี แค่
มองก็รู้ว่า มันต้องการพูดอะไร แล้ว จวิน เหยียน
เซิ้ง ก็กล่าวขึ้นว่า ” อู่ อวี้ เราฝึกตนมานานขนาด
นี้ ยังไม่เคยเห็น ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ
เลยสักครั้ง ไหน ๆ ทุกคนก็เป็นสหายกันแล้ว หาก
เจ้าไม่ว่าอะไร ช่วยนำศาสตราวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณ ออกมาให้เราได้ชมเป็นขวัญตาหน่อยได้
หรือไม่ ”
แน่นอนว่าพวกมันไม่สามารถทานทนต่อแรง
ปรารถนาได้
ยามนี้ผู้ที่ยังรั้งอยู่ล้วนแต่มิอาจอดใจไหว ต่างคนจึง
ต่างพากันย่างก้าวเข้ามาเบื้องหน้าเขา
คำสั่งนี้ อู่ อวี้ ไม่สามารถปฏิเสธได้ ทั้งหมดทั้งมวล
นั้นเพราะพวกมันปรารถนาที่จะแลเห็น ศาสตรา
เต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ ของ อู่ อวี้ ด้วยตาของ
ตนเองเพียงเท่านั้น อู่ อวี้ จึงหยิบ ‘พลองหมื่น
มังกรพิภพอนันต์ ‘ ออกมาจากถุงจักรวาล ถือจับ
มันไว้ในมือแล้วควงไปมาสองสามรอบ แม้ว่าเขา
จะกระตุ้นพลังวงเวทเพียงเล็กน้อย ทว่าพลังที่
ระเบิดออกมามันก็มากเพียงพอจะสะกดข่ม
ศาสตราเต๋าวิถีแท้ ทั้งหมดจนสั่นสะท้านด้วยความ
หวาดกลัว
ทันทีที่ทุกคนแลเห็น พลองหมื่นมังกร สายตาของ
พวกมันก็เหลือกถลนเป็นประกายขึ้นมาในทันที
พวกมันต่างทอดถอนหายใจออกมา สีหน้าเปียม
ล้นไปด้วยความชื่นชมคลั่งไคล้ นอกจากความชื่น
ชม ภายในใจของพวกมันยังสั่นสะท้านเต้นระส่ำไม่
เป็นจังหวะ ด้วยความปรารถนาอยากจะ
ครอบครองสมบัติวิเศษชิ้นนี้ พวกมันต่างคิดว่าผู้ที่
ฐานะต่ำศักดิ์มาจากดินแดนรกร้างอันไกลโพ้น
อย่าง อู่ อวี้ ไม่ควรค่าจะครอบครองสมบัติวิเศษล้ำ
ค่าชิ้นนี้ เมื่อมีความคิดเช่นนี้ผุดขึ้นมา ก็ยิ่งทำให้
ภายในใจของพวกมันขัดแย้งไม่อาจยอมรับมาก
ยิ่งขึ้น
เสมือนดั่งลิงได้แก้วก็มิปาน ด้วยตัวตนอันไม่ควร
ค่าถึงเพียงนี้ พวกมันจึงมิอาจรับความจริงนี้ได้!
โดยเฉพาะองค์ชายน้อย ถึงแม้มันมีอิทธิพลอยู่ใน
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง แต่การที่มันจะเอ่ย
ปากทูลขอ ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ
จากพระบิดา คงไม่มีทางที่จะเป็นไปได้ ซึ่งตัวมัน
ใฝั่ฝันปรารถนาจะครอบครอง ศาสตราเต๋าวิถีแท้
สุดยอดวิญญาณ มาเนิ่นนานแล้ว และบัดนี้สมบัติ
วิเศษล้ำค่ากลับอยู่ในมือของผู้ไม่มีพลังอำนาจ
อย่าง อู่ อวี้ แล้วคิดว่ามันควรจะทำเช่นไรดี?
อันที่จริงแล้วเมื่อออกไปด้านนอก ตราบใดที่มันพา
อู่ อวี้ ไปยัง อาณาจักรโบราณเหยียนหวง อู่ อวี้ ก็
ไม่มีทางรอดพ้นจากเงื้อมมือของมันไปได้อย่าง
เด็ดขาด แล้วศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณจะ
กลายเป็นของมัน
อย่างไรก็ตามมันเข้าใจดีว่า อู่ อวี้ ไม่ใช่คนโง่ที่จะ
กลับไปยัง อาณาจักรโบราณเหยียนหวง ง่าย ๆ
ในความเป็นจริง อู่ อวี้ ได้ตัดสินใจเรียบร้อยแล้ว
” แม้ปัจจุบันข้าจะครอบครองสมบัติวิเศษล้ำค่า
แต่ข้าก็ยังไม่สามารถกลับ อาณาจักรโบราณเห
ยียนหวง ได้ นั่นเป็นเพราะข้ายังไม่แข็งแกร่งพอ ที่
จะครอบครองมัน ”
” สำหรับกรณีนี้ ถ้ากลับทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง
ก่อน น่าจะดีที่สุด อย่างน้อยก็สามารถช่วยจัดการ
บรรพชนมารกลืนสวรรค์ ระหว่างนี้ก็ยังสามารถ
ขัดเกลาให้ตนเองมีความเชี่ยวชาญการใช้งานมาก
ยิ่งขึ้น หากสามารถปกปั้องครอบครัวให้แคล้ว
คลาดปลอดภัยได้แล้วไซร้ จะได้หายใจหายคอได้
ทั่วท้องเสียที อีกทั้งพลังฝีมือในปัจจุบันของข้าต่อ
ให้ข้ามน้ำข้ามมหาสมุทรไป ดินแดนโบราณเหยียน
หวง เพียงลำพังก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป
ด้วยเหตุนี้หากเป็นทางเลือกสุดท้าย ตัวเลือกแรกที่
เขาจะเลือกนั่นก็คือ : กลับบ้าน
———————————
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ