กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 635 :
เวทย์มหาวิถีเต๋าเสาทมิฬทลายสวรรค์
นี่คือการตัดสินใจที่ อู่ อวี้ ต้องจำใจเลือก ถึง
กระนั้นก็นับว่าเป็นหนทางที่เหมาะสมที่สุดสำหรับ
เขา
พลังฝีมือของเขายังอ่อนด้อยเกินไป แต่เขากำลัง
แบกสมบัติวิเศษอันล้ำค่า เข้าไปยัง ดินแดน
โบราณเหยียนหวง อย่างไร้ผู้พักพิง มันก็เสมือน
การเดินเข้าไปหาความตาย
ยิ่งกว่านั้นแม้ว่า โอรสเล่อ จะส่งผู้คนออกไปแจ้ง
ข่าวเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับ บรรพชนมารกลืน
สวรรค์ แล้วก็ตาม ทว่าพวกเขาจะตัดสินใจทำ
อย่างไรนั้นก็คงสุดแล้วแต่เวรแต่กรรม เพราะมัน
เกินกว่าเขาจะทราบได้
ปัจจุบันเขามีพลังฝีมือเหนือกว่าจอมจักรพรรดิ ถ้า
เขาย้อนกลับไป เขาอาจจะช่วยเหลือได้ไม่มากก็
น้อย
สิ่งสำคัญก็คือ เขาไม่ใช่คนที่เพิ่งเข้าใน เส้นทาง
เซียนบรรพกาล อีกต่อไปแล้ว ณ เวลานี้เขามี
ชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของที่นี่ เขามีสมบัติวิเศษที่มี
ความแข็งแกร่งเพียงพอ ที่จะทำให้เขาสามารถ
ข้ามน้ำข้ามมหาสมุทรผจญภัยท่องไปทั่วโลกหล้า
ส่งผลให้ปัจจุบัน ภายในหัวใจของเขาสามารถ
มองเห็นหนทางภายภาคหน้าได้อย่างชัดเจนแจ่ม
แจ้ง
ในเวลานี้ทุกคนกำลังเฝั้ามอง ศาสตร์ตราเต๋าวิถีแท้
สุดยอดวิญญาณ ด้วยสายตาอันร้อนแรงเต็มไป
ด้วยเพลิงปรารถนา การที่ได้ครอบครองสุดยอด
อาวุธไว้ในมือ มันก็เสมือนกับการได้ครอบครอง
สตรีอันเป็นที่รัก ยิ่งมองดูนานเท่าไหร่ภายในหัวใจ
ก็ยิ่งท่วมท้นไปด้วยความโลภ ท่วมท้นไปด้วยโทสะ
จนแทบอยากจะอาเจียน
ขณะนั้นเอง จวิน เหยียนเซิ้ง ก็กล่าวขึ้นมาว่า ”
ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ ชิ้นนี้ช่างยอดเยี่ยม
เสียจริง ๆ ไม่ทราบว่ามันมีประสิทธิภาพมากน้อย
เพียงใด อู่ อวี้ ไหน ๆ เจ้าก็นำมันออกมาแล้ว ขอ
ข้าลองทดสอบ ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ สัก
หน่อยได้หรือไม่? ”
อันที่จริงหลังจากที่ได้แลเห็นพวกมันก็พอจะ
คาดการณ์ได้ว่า อู่ อวี้ ได้ทำพันธสัญญากับ
ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ ชิ้นนี้แล้ว ถ้าให้
กล่าวผู้มีพลังฝีมืออยู่ในระดับ ก่อร่างกำเนิดจิตเท
วะ จะมีความสามารถในการทำพันธสัญญากับ
ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ ถึงแม้ว่า อู่ อวี้ จะ
มีฝีมืออยู่แค่ระดับตำหนักม่วงทะเลมรกตเท่านั้น
แต่เขาก็มีพลังรบที่แข็งแกร่งมาก ดังนั้นพวกมันจึง
ถือว่าเขาอยู่ในระดับเดียวกัน
แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นพวกมันต่างประเมินว่า อู่ อวี้
ไม่สามารถควบคุม ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ
ชิ้นนี้ได้เต็มที่ สายตาของพวกมันแผ่รังสีความน่า
สะพรึงกลัวออกมา เพราะแลเห็นได้อย่างชัดเจนว่า
อู่ อวี้ ไม่สามารถควบคุมจนดึงพลังของ ศาสตรา
วิถีแท้สุดยอดวิญญาณ ออกมาได้ยังได้อย่างเต็มที่
ฉะนั้นช่วงเวลานี้จึงเหมาะสมที่สุด ที่ ศาสตราวิถี
แท้สุดยอดวิญญาณ จะเปลี่ยนเจ้าของ!
ด้วยเหตุนี้ จวิน เหยียนเซิ้ง จึงฉกฉวยโอกาสคิด
อุบายให้มีการต่อสู้ขึ้นมา มันจะมองหาจังหวะ
เหมาะ ๆ ฉกฉวยแย่งชิง ศาสตราวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณ ชิ้นนี้ และทันทีที่มันทำได้สำเร็จ องค์ชาย
น้อยจะลงมือโจมตีทันที หลังจากนั้นก็บีบบังคับให้
อู่ อวี้ ออกจาก เส้นทางเซียนบรรพกาล ให้พ้น ๆ
เมื่อถึงเวลานั้น ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ จะ
ตกอยู่ในมือของพวกมันโดยปริยาย
ส่วนเรื่องหลังจาก อู่ อวี้ จะเป็นเช่นไรนั้น พวกมัน
เกียจคร้านเกินไปที่จะใส่ใจ ภัยคุกคามของพวกมัน
คือ องค์หญิงโย่วเสี่ย อีกทั้งนางยังเป็นภัยคุกคาม
ต่อ ทวีปแห่งทวยเทพตงเฉิงเสิ้ง แต่เรื่องนี้ก็หาได้มี
ส่วนเกี่ยวข้องกับพวกมันไม่
ฉะนั้นจึงเป็นแรงจูงใจที่เหี้ยมเกรียมชัดเจนเป็น
อย่างมาก
ทุกคนในตอนนี้รวมถึง อู่ อวี้ ต่างรู้ดีอยู่แก่ใจว่ามัน
ต้องการจะต้องทำสิ่งใด ถึงจะล่วงรู้ดี อู่ อวี้ ก็หาได้
ปฏิเสธแต่อย่างใด นั่นเพราะสิ่งที่มันเอ่ยปากขอ ก็
แค่เพียงอยากจะเห็นพลังของ ศาสตราเต๋าวิถีแท้
สุดยอดวิญญาณ เท่านั้น
” จริงด้วย… อู่ อวี้ ตอนที่อยู่ในในสุสาน เจ้าดู
แข็งแกร่งเสมือนดังมือหนึ่งคำฟั้า ข้าเองก็อยากจะ
เห็นเช่นกันว่าสมบัติวิเศษอย่าง ศาสตราวิถีแท้สุด
ยอดวิญญาณ จะทรงพลังมากเพียงใด! ” แม้แต่
องค์ชายน้อยก็ยังปรบมือสนับสนุน
“ ข้าเห็นด้วย จวิน เหยียนเซิ้ง หาใช่คู่ต่อสู้ของเจ้า
ไม่ แม้แต่เจียง ฉีจวิน ก็ยังพ่ายแพ้ให้แก่เจ้า อีกทั้ง
เวลานี้ ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ ยังอยู่ในมือ
ของเจ้า ”
“ ว่ากันว่าพลังฝีมือของ นายน้อย ก็เอาเรื่องไม่แพ้
กัน แต่แน่นอนว่า อู่ อวี้ ย่อมไม่ด้อยไปกว่ากัน
แล้วยิ่งในตอนนี้เจ้ามี ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณ ย่อมสามารถเอาชัยได้ทุกสมรภูมิอย่าง
แน่นอน”
” จะบ้ารึเปล่า นายน้อยแข็งแกร่งจะตาย อย่าง อู่
อวี้ หมดหวังที่จะเอาชนะพระองค์ได้ ฮ่า ฮ่า? … ”
ทุกคนพยายามยั่วยุโดยบอกว่า จวิน เหยียนเซิ้ง
ไม่มีทางเอาชนะ อู่ อวี้ ได้ ทั้งนี้เพราะต้องการ
หลอกล่อให้เขายอมลงมือต่อสู้ด้วย อีกทั้งยังพูดคุย
ถกเถียงกันแบบไม่ไว้หน้า สิ่งนี้ทำให้ อู่ อวี้ ดูราว
กับคนโง่เขลา
ผู้ที่เป็นตัวหลักของความกดดันครั้งนี้ก็คือ องค์ชาย
น้อย อันที่จริงก็มันก็รู้ว่า อู่ อวี้ ต้องล่วงรู้
วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของพวกมัน ฉะนั้น อู่ อวี้ จึง
ไม่น่าจะตกหลุมพรางยอมตอบตกลงเป็นแน่ หาก
ครั้งนี้ อู่ อวี้ ไม่ยอมตอบตกลงแล้วผลัดผ่อนไปเป็น
ครั้งหน้า พวกมันก็จะพยายามคะยั้นคะยอเซ้าซี้ใน
ครั้งต่อ ๆ ไป
แม้ว่าในยามนี้ ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ จะ
อยู่เบื้องหน้าของมัน แต่ก็ไม่มีผู้ใดกล้าลงมือแย่งชิง
อย่างอุกอาจต่อหน้าต่อตา เนื่องจากกลัวว่า อู่ อวี้
จะนำ ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ ออกไป
แน่นอนว่าเมื่อเขากลับไปยัง ทวีปแห่งทวยเทพตง
เสิ้ง อู่ อวี้ ย่อมต้องหาหนทางหลบซ่อนตัวทำให้
ยากจะตามหาได้ ดังนั้นในเวลานี้พวกมันต้อง
พยายามเหนี่ยวรั้งเขาไว้อย่างเต็มที่
แค่ต่อสู้ อู่ อวี้ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
” อู่ อวี้ พวกเราทุกคนก็ถือเป็นสหายกัน ฉะนั้นเจ้า
ไม่จำเป็นต้องเกรงใจหรือออมมือให้กับ จวิน เห
ยียนเซิ้ง แสดงพลังอำนาจของ ศาสตราเต๋าวิธีแท้
สุดยอดวิญญาณ ให้เขาเห็นสักหน่อยก็แล้วกัน ”
องค์ชายน้อยยืนถัดจาก อู่ อวี้ แสร้งทำเป็นผู้ชี้แนะ
คะยั้นคะยอครั้งแล้วครั้งเล่า
บางครั้งคำพูดก็ช่างอันตราย มันสามารถสังหารคน
ได้
อู่ อวี้ สามารถปฏิเสธได้เพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น เมื่อ
ถึงเวลานั้นคาดว่าทั้งสองฝั่ายคงจะต้องแตกหักกัน
ซึ่งถือเป็นเรื่องเลวร้ายยิ่ง มันจึงพยายามเต็มที่
เพื่อให้ อู่ อวี้ อับจนหนทาง
อย่างไรก็ตาม ไม่มีผู้ใดคาดหวังว่า อู่ อวี้ จะตก
ปากรับคำง่าย ๆ ถึงเพียงนี้ แล้วเขาก็กล่าวขึ้นว่า
” อันที่จริงแล้วนับตั้งแต่ได้มันมา ข้าก็ไม่เคยใช้งาน
มาเลยสักครั้ง ดังนั้นจึงไม่รู้ว่าพลังของ ศาสตราวิถี
แท้สุดยอดวิญญาณ มีมากน้อยเพียงใด ช่วงเวลา
ในการทดสอบหากมีการพลาดพลั้ง หวังว่าองค์
ชายน้อยจะไม่ถือสาถือโทษโกรธเคือง ”
เห็นได้ชัดว่าการตกปากรับคำอย่างรวดเร็วของ อู่
อวี้ ทำให้พวกมันรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง
ดังนั้นพวกมันจึงครุ่นคิดอยู่ในใจว่า “ ข้าคง
ประเมินค่า อู่ อวี้ สูงเกินไป เพราะแท้จริงแล้วมัน
เป็นเพียงแค่คนโง่เขลา ที่บังเอิญโชคดีก็เท่านั้น ? ”
จวิน เหยียนเซิ้ง รีบกล่าวอย่างรวดเร็วว่า ” ดี!
เพราะพวกเราทุกคนอยากจะได้เห็นพลังของ
ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ แน่นอนว่าหากมี
เรื่องผิดพลาดเกิดขึ้น จะไม่มีการล้างแค้นกัน
เด็ดขาด ”
โอกาสมาถึงอย่างง่ายดายเช่นนี้ทำให้ องค์ชาย
น้อย แทบจะไม่อยากเชื่อสายตาของตนเอง มัน
เหลือบสายตามองไปที่ทุกผู้คน แล้วพวกมันก็พยัก
หน้าเห็นด้วยในทันที หลังจากนั้นพวกมันก็ถอย
หลังห่างออกไป เว้นเนื้อที่ให้กลายเป็นสนาม
ประลองฝีมือระหว่าง อู่ อวี้ กับ จวิน เหยียนเซิ้ง
อย่างรวดเร็ว
ฝั่ายตรงข้ามมีพลังฝีมืออยู่ในระดับ ก่อร่างกำเนิด
จิตเทวะขั้นที่ 4 แม้ว่ายังอ่อนเยาว์มากนัก ทว่า
พลังฝีมือกลับแข็งแกร่งเหนือกว่าจอมจักรพรรดิ
และ เซียนกระบี่เซียนซู รวมถึงเซียนกระบี่คนอื่น
ๆ เสียอีก ส่วนตอนนี้ อู่ อวี้ ไม่รู้ตัวว่าพลังฝีมือของ
เขานั้นเหนือกว่า 7 เซียนกระบี่แห่งซูซันไปแล้ว
หรือยัง แต่คาดว่าเขาน่าจะพอฟัดพอเหวี่ยงกับ
ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู ได้แล้ว
ซึ่งพื้นฐานฝึกตนของเขาอยู่ในระดับที่ต่ำมาก
ดังนั้นจึงต้องใช้วิธีบางอย่างเพิ่มพลังฝีมือใน
ฉับพลัน!
ด้วยพลังอิทธิฤทธิ์ทั้ง 3 โดยเฉพาะ ร่างอวตารวิถี
แท้ ที่กำลังดูดซับเม็ดยาจิตเทวะ ส่วนเนตรเพลิงก็
ขาดแสงจากดวงตะวัน สำหรับตอนนี้พลังอิทธิฤทธิ์
ที่พอใช้งานได้ก็เหลือเพียงแค่ เทียมฟั้าจรดดิน
เท่านั้น!
ในช่วงเวลานี้เอง ท่ามกลางสายตาซึ่งเปียมล้นไป
ด้วยตื่นตระหนกของทุกผู้คน อู่ อวี้ ได้ยืดขยาย
ร่างกายแปรเปลี่ยนกลายเป็นคนยักษ์ ซึ่งมีความสูง
กว่า 3 จั้ง ทำให้ทางฝังขององค์ชายน้อยมันสูงไม่
ถึงน่องเขาด้วยซ้ำ สิ่งที่ อู่ อวี้ แสดงให้เห็นในยาม
นี้ เสมือนดั่งการเปลี่ยนร่างกลับคืนสู่รูปลักษณ์
ดั้งเดิมของปีศาจ
” นี่มันพลังอิทธิฤทธิ์อะไรกัน เหตุไฉนถึงได้ลึกลับ
มหัศจรรย์ถึงเพียงนี้!” องค์ชายน้อยขมวดคิ้ว
เล็กน้อย แล้วทันใดนั้นมันก็ตระหนักว่าบางที อู่
อวี้ อาจจะไม่ได้ง่ายดายอย่างที่พวกมันคิด
ถึงแม้ว่าเขาจะมีชาติกำเนิดต่ำต้อย เกิดในดินแดน
แห้งแล้งทุรกันดารแห้งแล้งไร้ซึ่งการสนับสนุนใด ๆ
แต่สิ่งที่เขาแสดงเห็นในยามนี้ช่างน่าสะพรึงกลัว
เป็นอย่างยิ่ง
ระหว่างที่มันกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น อู่ อวี้ ก็
แปรเปลี่ยนกลายเป็นเซียนวานรจำแลง เข้าสู่
รูปแบบร่างวานรทองคำ ซึ่งเปียมล้นไปด้วยความ
ดุร้ายอหังการเป็นอย่างยิ่ง! ถ้าไม่ใช่เพราะขาดชุด
เกราะ เขาคงดูคล้าย ฉีเทียนต้าเซิ่น มาก!
แม้กระทั่งพลองหมื่นมังกร ก็ขยายใหญ่ขึ้นจนดู
เสมือนดั่งเสาขนาดใหญ่เช่นเดียวกัน และบัดนี้มัน
ได้ถูกหมุนควงอยู่ในมือของ อู่ อวี้ ทันใดนั้นเอง
ภาพแกะสลักมังกรเทวะนับหมื่นตน ก็แปรเปลี่ยน
กลายเป็นเงาร่างของมังกรทอง แหวกว่ายม้วน
ทะยานอยู่รอบตัวพลอง ไปพร้อม ๆ กับเสียงมังกร
คำรามที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งฟั้าดิน
ด้วยพลังอันมหาศาลที่ระเบิดออกมาในช่วงพริบตา
นี้ เป็นเสมือนดั่งสัญญาณเตือน ให้ผู้คนที่กำลังขึ้น
ไปบนยอดเขาต้องหยุดฝีเท้าแล้วหันกลับมามอง
ในทันที เช่น องค์หญิงโย่วเสี่ย และ คนอื่น ๆ ต่าง
พากันจ้องมองไปยังทิศทางของคลื่นพลังที่แผ่พุ่ง
เข้ามา แล้วทันใดนั้นพวกนางก็ตระหนักในทันทีว่า
เกิดสิ่งใดขึ้น!
” อู่ อวี้ เจ้าโง่เอ้ย! ”
ระหว่างที่จิตใจของพวกเขากำลังจดจ่ออยู่กับ
พระราชวังบนยอดเขา แถมยังขึ้นไปไม่ถึงยอดเขา
ด้วยซ้ำ แล้วทันใดนั้นเองก็มีเรื่องที่ทำให้พวกมัน
ต้องหยุดชะงักอย่างฉับพลัน พวกมันไม่คิดว่า อู่
อวี้ จะเข้าไปติดกับดักขององค์ชายน้อยรวดเร็วถึง
เพียงนี้
กลับมาที่อีกด้านหนึ่ง ผู้ที่ต้องเผชิญหน้ากับความ
แปลกประหลาดมหัศจรรย์ของ อู่ อวี้ อย่าง จวิน
เหยียนเซิ้ง ยังคงแสดงท่าทีสงบนิ่งเช่นเคย และสิ่ง
ที่มันทำก็คือปลดปล่อยความแข็งแกร่งอันลึกล้ำ
ต่อต้านกับพลังที่ถาโถมเข้ามานี้! ทั่วทั้งพลังแก่น
แท้ตำหนักม่วงอันกว้างใหญ่ และอำนาจจากจิตเท
วะ สุดยอดพลังทั้งสองบัดนี้ได้ผสานหลอมรวมเข้า
ด้วยกัน ต่อให้ อู่ อวี้ ไม่มีกายเนื้อแข็งแกร่งเช่นนี้
แต่พลังศักดิ์สิทธิ์และความแข็งแกร่งและกลิ่นอาย
ที่มันปลดปล่อยออกมา ก็ยังนับว่าห่างไกลจากการ
สะกดข่มสยบ อู่ อวี้ ลงได้!
” เสาวิญญาณสยบฟั้า! ”
มันพลิกฝั่ามือของตน แล้วทันใดนั้นก็มีพลองยาว
ปรากฏขึ้น มันคือพลองยาวสีฟั้า มีภาพแกะสลัก
รูปร่างเมฆาถูกแกะสลักไว้บนพลอง วงเวทถูก
ประทับไว้อย่างหนาแน่น อีกทั้งมันยังเปลี่ยนแปลง
เป็นรูปร่างใบหน้าของเซียนอมตะอยู่เนื่อง ๆ
นอกจากนี้ยังสามารถได้ยินเสียงร้องครวญคราง
ของคนดังแว่วมาอย่างแผ่วเบา ทำให้ผู้ที่ได้รับฟัง
ต้องขวัญผวาสั่นสะท้านไปจนถึงจิตวิญญาณ
ศาสตราวิถีแท้ชิ้นนั้นต้องมีวงเวทอยู่อย่างน้อยเจ็ด
หมื่นวง ซึ่งเหนือล้ำยิ่งกว่า เสามังกรสมุทรคลั่ง
ของ อู่ อวี้ อย่างไรก็ตามหากนำมาเปรียบเทียบกับ
พลองหมื่นมังกร แล้ว ยังถือว่าห่างไกลนัก
อู่ อวี้ ไม่คาดคิดว่าอีกฝั่ายจะถนัดศาสตราประเภท
ไม้พลองเช่นเดียวกับตนเอง
ไม่แปลกใจว่าทำไม จวิน เหยียนเซิ้ง ถึงให้ความ
สนใจกับ พลองหมื่นมังกร ที่อยู่บนทุ่งหญ้า
” เวทย์มหาวิถีเต๋าเสาทมิฬทลายสวรรค์! ”
เพิ่งเรียกศาสตราเต๋าแท้ออกมา จวิน เหยียนเซิ้ง ก็
แลเห็น องค์หญิงโย่วเสี่ย กับพรรคพวกของนางที่
อยู่ห่างไกลออกไปกำลังย้อนกลับมา มันรู้ได้ทันที
ว่ามีเวลาไม่มากนัก ดังนั้นจึงลงมือโจมตีโดยไม่พูด
พร่ำทำเพลงใด ๆ !
ตูม!
จวิน เหยียนเซิ้ง ใช้โคจรพลังหนุนเสริมไปทั่วทั้ง
ร่างของมัน ราวกับว่าบัดนี้มีเกราะปกคลุมทั่วทั้ง
ร่างมันไว้อย่างแน่นหนา เหลือเพียงใบหน้าของมัน
อย่างเดียวเท่านั้นที่ปรากฏออกมาด้านนอก ด้วย
เกราะนี้ทำให้มันดูเสมือนดังเทพสงครามทองคำก็มิ
ปาน ทันใดนั้นมันก็พุ่งทะยานเข้ามา พร้อมกับตวัด
ฟาดเสาวิญญาณสยบฟั้าสงบฟั้าเข้าใส่ อู่ อวี้ ซึ่ง
ภาพที่ปรากฏขึ้นนี้ทำให้เขารู้สึกเหมือนเห็นตนเอง
เล็กน้อย
จริงจัง ดุดัน และเที่ยงตรง พลังอำนาจอันบริสุทธิ์
เผชิญหน้ากับพลังศักดิ์สิทธิ์!
ตูมตูมตูม!
เสาที่ฟาดอัดกระแทกเข้ามานี้ มิได้โจมตีเพียงแค่
กายเนื้ออย่างเดียวเท่านั้น แต่มันยังผสานการ
โจมตีจากจิตวิญญาณอีกด้วย ซึ่งพลังทั้งสองนี้ได้
ผสานอยู่บนเสาวิญญาณสยบฟั้า แล้วทันใดนั้นเอง
ลำแสงก็สาดประกายเจิดจ้าขึ้น ห้วงมิติบิดเบือน
ราวกับว่าทุกสรรพสิ่งได้ถูกหลอมรวมอยู่บนเสานี้!
ถึงแม้จะดูเหมือนว่ามันตั้งใจโจมตีเขาใส่ อู่ อวี้ แต่
แท้จริงแล้วเปั้าหมายของ จวิน เหยียนเซิ้ง อยู่ที่
พลองหมื่นมังกร ตราบใดที่ อู่ อวี้ ยก พลองหมื่น
มังกร ขึ้นมาต้านรับการโจมตีของมัน มันจะใช้พลัง
อิทธิฤทธิ์และพลังศักดิ์สิทธิ์ อัดกระแทกเข้าใส่
พลองหมื่นมังกร จนกระเด็นออกไป แล้วในช่วง
เวลานี้เอง องค์ชายน้อยที่อยู่เบื้องหลังจะเผยความ
แข็งแกร่งของตนออกมา ตราบใดที่พลองกระเด็น
ออกไป มันจะต้องตกอยู่ในมือขององค์ชายน้อย
เมื่อพลองตกอยู่ในมือขององค์ชายน้อย คนทั้งสอง
จะร่วมกันปิดล้อม อู่ อวี้ แล้วลงมือสังหารเขาทิ้ง
เสีย ไม่ว่า อู่ อวี้ จะถูกสังหารหรือหลบหนีไปได้
มันก็หาใช่เรื่องสำคัญไม่ เนื่องจากพวกมันได้รับ
พลองหมื่นมังกรมาแล้ว!
มันคิดว่าแผนการของตนช่างสมบูรณ์แบบยิ่งนัก
องค์ชายน้อยไม่สามารถทนรอได้อีกต่อไป
ส่วนทางด้าน องค์หญิงโย่วเสี่ย , มังกรเหมันต์
พิสุทธิ์เก้าดารา ก็ยังต้องใช้เวลาอีกครู่หนึ่งกว่าจะ
มาถึง
ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน!
ขณะ จวิน เหยียนเซิ้ง โจมตีอย่างรุนแรง อู่ อวี้
แผดเสียงร้องคำราม พร้อมกับก้าวเดินไปเบื้อง
หน้า ในทุก ๆ ก้าวย่างของเขาได้ทำให้พื้นปฐพี
ต้องสั่นสะเทือน
“เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง!”
ท่อนแขนของเขาใหญ่ขึ้น กลายเป็นสุดยอดพลัง
อันยิ่งใหญ่ จากนั้นพลังอันน่าสะพรึงกลัว ก็ผสาน
รวมเข้ากับพลังของ พลองหมื่นมังกร
ทันใดนั้นเอง พลองหมื่นมังกร ก็แผดเสียงคำราม
จนสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งสวรรค์และปฐพี ในเวลานี้
ร่างขนาดใหญ่ของ อู่ อวี้ ได้ปกคลุมร่างของ จวิน
เหยียนเซิ้ง
ทั้งสองฝั่ายมีพลองเป็นอาวุธประจำกาย ฉับพลัน
นั้นเองต่างก็พุ่งเข้าโจมตีเข้าใส่กัน!
ปังงงงงง!!!!!
สิ่งที่ผู้คนเห็นด้วยตาของพวกตัวเอง ไม่เหมือน
ดังเช่นพวกมันคาดเอาไว้ แม้แต่องค์ชายน้อยก็ยัง
ตกตะลึง เพราะสิ่งที่มันเห็นหาใช่ พลองหมื่นมังกร
กำลังกระเด็นลอยเข้ามาหามัน แต่กลายเป็น เสา
วิญญาณสยบฟั้า ของ จวิน เหยียนเซิ้ง ที่กระเด็น
ลอยพุ่งตรงเข้าไปยังกลุ่มก้อนอัสนีบนฟากฟั้า และ
โดนสายนี้อัสนีฟาดผ่าเข้าใส่จนติดคาอยู่ภายในนั้น
เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่เสียงกรีดร้องของ จวิน เห
ยียนเซิ้ง ดังขึ้น ดูเหมือนว่าแขนทั้งสองข้างของมัน
จะถูกทำลายจนพิการไปเสียแล้ว ท่ามกลางพลัง
มหาศาลของ อู่ อวี้ ส่งผลให้ร่างของมันกระเด็น
ลอยออกไปด้วยความเร็วน่าสะพรึงกลัว ในเวลานี้
ไม่มีผู้ใดสามารถหยุดยั้งมันได้อีกต่อไป หลังจาก
นั้นร่างของ จวิน เหยียนเซิ้ง ก็พุ่งตรงดิ่งเข้าใส่ตา
ข่ายอัสนีบนฟากฟั้า
ครืนนนน เปรี๊ยงงงงง!
สายอัสนีสีม่วงน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง ในเวลา
นี้มันกำลังห่อหุ้มร่างกายของ จวิน เหยียนเซิ้ง ไว้
ตามมาด้วยการระเบิดอีกหลายครั้งหลายครา ทุก
คนสามารถแลเห็น ชุดเกราะที่ห่อหุ้มปกคลุมร่าง
ของมันไว้ บัดนี้ได้ถูกบดขยี้ทำลายจนไม่เหลือซาก!
———————————
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ