กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 636 : ยอดเขายักษอันแสนประหลาด
เปรี๊ยงง เปรี๊ยงงงง เปรี๊ยงงงงงงง!
สายอัสนีสีม่วงพิโรธทรงพลังรุนแรงเป็นอย่างยิ่ง
บัดนี้มันได้ฟาดผ่าเข้าใส่ร่างกายของ จวิน เหยียน
เซิ้ง อย่างต่อเนื่อง
ในเวลานี้ร่างของ จวิน เหยียนเซิ้ง อาบชโลมไป
ด้วยโลหิตแดงฉาน สายตาของมันมองมายังฝูงชน
ด้วยความสิ้นหวัง สุรเสียงที่ได้ยินเป็นแค่เสียงกรีด
ร้องร่ำไห้อย่างโหยหวน ซึ่งออกมาจากปากของมัน
เท่านั้น
ทว่าอนิจจัง จวิน เหยียนเซิ้ง เพิ่งประสบพบเจอ
กับภัยพิบัติได้เพียงไม่นาน แต่แล้วทันใดนั้นสาย
อัสนีที่มีความหนาแน่นสูงก็ฟาดผ่าลงมาบนร่าง
ของมันอย่างจัง เปรี๊ยงงงง!!!! ด้วยความหนาแน่น
ส่งผลให้สายอัสนี้กลายเป็นลูกบอลแสงสีม่วง
หลังจากนั้นสายอัสนีก็ฟาดผ่าเข้าใส่บอลแสงสีม่วง
จนกระจัดกระจายหายไปทันที ร่างของ จวิน เห
ยียนเซิ้ง ซึ่งอยู่ท่ามกลางอัสนีพิโรธ ถูกสายอัสนีบด
ขยี้แหลกละเอียดเป็นเสี่ยง ๆ สูญหายไปต่อหน้า
ต่อตาของทุกคน!
ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่ามันบดขยี้ ยันต์เซียนบรรพกาล
ออกไปจากที่นี่แล้ว หรือว่ามันตกตายไปแล้วกันแน่
ในเวลานี้แม้แต่ศาสตราเต๋าวิถีแท้อย่าง เสา
วิญญาณสยบฟั้ายังแตกละเอียดเป็นเสี่ยง ๆ ทันที
ที่สายอัสนีสีม่วงฟาดผ่าลงมา
ทุกคนมองดูภาพฉากนี้ด้วยความอึ้งตะลึงงัน อย่าง
ไม่อาจปริปากใด ๆ ออกมาได้
องค์หญิงโย่วเสี่ย กับคนอื่น ๆ ที่กำลังติดตามมา
อย่างรวดเร็ว ต้องหยุดชะงักฝีเท้าลงอย่างรวดเร็ว
อันที่จริงแล้วแม้แต่ อู่ อวี้ ก็หวั่นเกรงในพลานุภาพ
ของสายอัสนีสีม่วงนี้เช่นเดียวกัน
ทุกคนต่างรู้ซึ้งถึงความน่าสะพรึงกลัวของหลาย ๆ
สิ่งใน เส้นทางเซียนบรรพกาล ยกตัวอย่างเช่นวง
เวทในทุ่งหญ้าที่ปกปั้องศาสตราวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณเอาไว้ ไม่ว่าสิ่งใดที่ไปแตะต้องสัมผัสมันก็
จะตกตายไปในทันที
ดังนั้นพวกมันจึงไม่กล้าเข้าไปใกล้สายอัสนีสีม่วงนี้
อันที่จริงพวกมันก็ไม่เคยคิดที่จะเข้าใกล้สายอัสนีสี
ม่วงนี้อยู่แล้ว เพราะมีความเป็นไปได้ว่า หากพวก
มันเฉียดเข้าใกล้อาณาเขตสายอัสนี เป็นไปได้ว่า
พวกมันอาจจะตกตายไปในทันที
” ไม่รู้ว่าสรุปแล้ว จวิน เหยียนเซิ้ง หนีออกไปได้
หรือว่าตกตายกันแน่ … ” หลายคนต่างมองกัน
และกันพร้อมกับเอ่ยถามขึ้น
ผู้ที่รู้ความจริงมีเพียง อู่ อวี้ เท่านั้น เนตรเพลิงทำ
ให้เขาเห็นทุกอย่างได้ชัดเจน ทันทีที่ร่างของ จวิน
เหยียนเซิ้ง ถูกสายอัสนีอันเข้มข้นหนาแน่นฟั้าใส
มันก็ถูกกักขังอยู่ท่ามกลางวิกฤตสายฟั้า ร่างกาย
ของมันในตอนนั้นเป็นอัมพาตไปทั้งตัวไม่อาจ
เคลื่อนไหวหลบหนีไปไหนได้ ไม่ว่าจะเป็นทะเล
ตำหนักม่วง หรือ เสาวิญญาณสยบฟั้า ล้วนถูก
สายอัสนีสีม่วงฟาดผ่าเข้าใส่อย่างบ้าคลั่ง ฉีก
กระชากทุกสรรพสิ่งที่อยู่ด้านใน ทั้งหมดจะเป็น
เพราะว่ามันมิได้บดขยี้ ยันต์เซียนบรรพกาล ตั้งแต่
แรกแล้ว
กระทั่งยามนี้ทุกอย่างก็สายเกินไปเสียแล้ว
ร่างกายของมันสั่นเทาชาเป็นอัมพาตไปทั้งตัว
ในช่วงเวลาที่เกิดการระเบิด ร่างของมันก็ถูกฉีก
กระชากด้วยสายอัสนีฟาดผ่าเข้าใส่อย่างไม่ยั้ง
ฉะนั้น จวิน เหยียนเซิ้ง จึงตกตายไปในที่สุด
นอกจาก อู่ อวี้ แล้วก็ไม่มีผู้ใดเห็นเหตุการณ์ได้
อย่างชัดเจน ทั้งหมดทั้งมวลเป็นเพราะเขามีเนตร
เพลิง
อย่างไรก็ตามต่อให้พยายามดันทุรังฝั่าออกไป ก็
ต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีอย่างหนักหน่วงของ
สายอัสนีม่วง เนื่องจากประกายอัสนีที่ฟาดผ่าอยู่
รอบตัวของพวกมัน ทำให้ยามนี้แม้กระทัง องค์
หญิงโย่วเสี่ย และคนอื่น ๆ ต่างรู้สึกหวาดกลัวแล
กังวลใจอย่างที่สุด
” ไม่อยากจะเชื่อเลย เหตุไฉนความก้าวหน้าของ
อู่ อวี้ ถึงได้รวดเร็วเพียงนี้! มันมีวิธีการมากมายใน
การรับมือเมื่ออยู่ภายใน เส้นทางเซียนบรรพกาล
ทั้ง ๆ ที่ไม่มีผู้ใดหนุนหลังเลยด้วยไม่ซ้ำ เห็นทีงาน
นี้ องค์ชายน้อย คงหืดขึ้นคอเสียแล้ว การใช้จะ
แย่งชิงสมบัติของมันย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด
ไว้! “ดวงตาสีเขียวของ องค์หญิงโย่วเสี่ย เปล่ง
ประกายแวววับขณะจ้องมอง อู่ อวี้
ตอนนี้ อู่ อวี้ ทำให้ พลองหมื่นวิญญาณ กลับคืนสู่
สภาพปกติ
หลายคนกำลังลอบจ้องมอง อู่ อวี้ อย่างลับ ๆ
สายตาผ่านมาเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
อย่างไม่อาจปกปิดเอาไว้ได้ สำหรับตอนนี้หลายคน
รู้ตัวดีว่าพวกมันดูถูก อู่ อวี้ มากเกินไป
” ข้าจำได้ว่า ในตอนแรกที่เขาเข้ามาใน เส้นทาง
เซียนบรรพกาล ดูเหมือนว่าเขาจะต่อสู้กับระดับ
ก่อรางกำเนิดจิตเทวะ ไม่ได้ด้วยซ้ำ ”
” ถูกต้อง! ใช้เวลาแค่เพียงไม่กี่เดือนสามารถต่อสู้
กับผู้มีฝีมืออยู่ในระดับ ก่อร่างกำเนิดจิตรเทวะ ขั้น
ที่ 4 ได้ ทั้งยังได้ครอบครองสมบัติวิเศษอย่าง
ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ นี่มันเป็น
ปาฏิหารที่เป็นไปไม่ได้ ข้ากล้าพนันได้เลยว่าเขา
จะต้องครอบครองสมบัติวิเศษชิ้นอื่น ๆ อีก ”
” นี่คือ อู่ อวี้ ที่พวกเราเคยสบประมาทดูถูก! ข้าไม่
เคยคิดเลยว่าเขาจะน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้ ? ”
” อีกอย่างนะ…ความแข็งแกร่งมากมายเช่นนี้
สามารถพบเห็นได้ไม่บ่อยนัก ”
” ต่อให้เคยพบเห็นมาบ้าง แต่ก็เกิดขึ้นไม่บ่อย มัน
ช่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก! นอกจากนี้พื้นฐานฝึกตน
ของเขายังเพิ่งอยู่แค่ระดับ ตำหนักม่วงทะเลมรกต
เท่านั้น! ”
” ถูกต้อง! ในประวัติศาสตร์ไม่เคยพบเจอผู้ที่มี
พื้นฐานฝึกตนอยู่ในระดับ ตำหนักม่วงทะเลมรกต
แต่กลับมีพลังฝีมือแข็งแกร่งมากมายถึงเพียงนี้!
หนำซ้ำยังมีกายเนื้อที่แข็งแกร่งทรงพลังอีก! มัน
ต้องมีความลับบางอย่างหลบซ่อนอยู่ในตัวของ
เขา! มันจะต้องเป็นสมบัติล้ำค่ามากแน่ ๆ! ”
บัดนี้เรื่องราวของ อู่ อวี้ กลายเป็นบทสนทนาที่
ถกเถียงมีการกันอย่างมากมาย ผู้คนต่างมุ่งหวังจะ
ครอบครองสมบัติที่เขามีอยู่ ยามนี้ในสายตาของ
พวกมันมอง อู่ อวี้ เสมือนดั่งภูเขาลูกใหญ่ที่ตั้ง
ตระหง่าน ไม่ใช่ผู้ที่พวกมันสามารถฆ่าตกตายง่าย
ๆ อีกต่อไป
อู่ อวี้ เผชิญกับองค์ชายน้อย แล้วกล่าว่า ” องค์
ชายน้อย…โปรดให้อภัยข้าด้วย เป็นเพราะข้าไม่
ทราบถึงขอบเขตพลังของ ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุด
ยอดวิญญาณ ว่ามีมากมายมหาศาลถึงเพียงนี้
เพราะข้าเป็นต้นเหตุ จวิน เหยียนเซิ้ง ถึงต้องออก
จากเส้นทางเซียนบรรพกาล ”
ด้วยเพราะผู้คน ไม่ได้เห็นภาพฉากการตายอย่าง
ชัดเจนเช่นดั่ง อู่ อวี้ ดังนั้นเขาจึงบอกว่า จวิน เห
ยียนเซิ้ง ออกเส้นทางเซียนบรรพกาลไปแล้ว แต่
แท้ที่จริงมันนั้นตกตาย
เดิมที อู่ อวี้ คิดว่าอย่างมากก็เพียงแค่หัวเจ็บเนื้อ
เจ็บตัวกันเล็กน้อยเท่านั้น เขาไม่เคยคิดว่าสายอัสนี
จะน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้ …
นี่เป็นการสังหารโดยไม่ตั้งใจ
ทุกคนเห็นกับตาตัวเองว่า เรื่องนี้ไม่สามารถตำหนิ
อู่ อวี้ ได้
องค์ชายน้อย รู้สึกสลดหดหู่ใจเป็นอย่างมาก แต่
มันก็ยังยังโบกสะบัดมือแล้วพูดว่า ” ไม่เป็นไร ไหน
ๆ จวิน เหยียนเซิ้ง ก็ออกไปแล้ว เดี๋ยวตระกูลของ
มันก็คงจะดูแลเอง ยังไงแล้วบิดาของมันก็เป็นถึง
เจ้าแคว้นผู้หนึ่ง ไม่ต้องวิตกกังวลไปหรอก
ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ มีพลังน่ากลัวจริง
ๆ แม้ว่าพื้นฐานฝึกตนของเจ้าจะอยู่เพียงแค่ระดับ
ตำหนักม่วงทะเลมรกต แต่พลังที่ปลดปล่อย
ออกมากลับร้ายกาจถึงเพียงนี้! ”
ความจริงมันช่างตรงข้ามกลับที่มันเอ่ย เพราะ
แท้จริงแล้วมันริษยาเขาเป็นอย่างมาก
หลายคนแอบสงสัยว่า จวิน เหยียนเซิ้ง น่าจะตก
ตายไปแล้ว แต่พวกมันก็ยังไม่อาจปักใจเชื่อได้ เมื่อ
ได้ยินสิ่งที่ทั้งสองพูดคุยก็ทำให้ที่ไม่แน่ใจก่อนหน้า
นี้ ต่างคิดว่าตนเองคิดมากเกินไป
แท้จริงหาใช่เรื่องสลักสำคัญอันใด เพราะสุดท้าย
แล้วทุกคนก็ต้องออกจากที่นี่
ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะจบลงแล้ว
องค์หญิงโย่วเสี่ย มอง อู่ อวี้ อีกครั้ง แล้วก็พูดคุย
กับคนอื่น ๆ ว่า ” เราไปต่อกันเถอะ … การแสดง
สิ้นสุดลงแล้ว ”
นางโล่งอกไม่น้อยทีเดียว อย่างน้อยนางก็รู้ว่าองค์
ชายน้อยไม่สามารถแย่งชิง ศาสตราวิธีแท้สุดยอด
วิญญาณ ได้สำเร็จ ยิ่งกว่านั้นนางเคยสบประมาท
ดูถูก อู่ อวี้ เอาไว้ หลังจากออกไปด้านนอกเขาก็
เป็นแค่คนไร้พลัง แต่เมื่ออยู่ที่นี่เขากลับเป็นคนน่า
ทึ่งอย่างที่สุด เขาอาจจะไม่ใช่คนดีที่สุดก็จริง ทว่า
ปัจจุบันเขาคือคนที่ไม่ควรจะไปหาเรื่องข้องแวะ
ด้วย นอกจากนี้เขายังเป็นคนที่เก็บงำความลับ
ยิ่งใหญ่เอาไว้!
การที่ อู่ อวี้ ต้องกระทำเช่นนี้ เพราะเขาไร้ซึ่งหมด
หนทาง เกินจะอดทนอดกลั้นแล้วจริง ๆ ถึงแม้
พื้นฐานฝึกตนของเขาจะอยู่ในระดับตำหนักม่วง
ทะเลมรกตเพียงเท่านั้น แน่นอนว่าการอดทนอด
กลั้นมันอาจทำให้ตนเองปลอดภัย แต่มันจะเป็น
การทำลายเจตจำนงแห่งเต๋าของเขา ซึ่งหนทาง
ของเขาก็คือ เผชิญหน้ากับอุปสรรคปัญหาอย่าง
กล้าหาญ และก้าวต่อไป นี่คือเต๋าแห่งความเป็น
อมตะผู้ไม่มีวันยอมแพ้! หากต้องสู้ก็จะสู้ ถึงแม้จะ
ยากลำบากเพียงใดก็จะบดขยี้ทำลายมันอย่างกล้า
หาญ! เพราะอย่างไรเสียมันก็ดีกว่าการอดทนอด
กลั้นปิดซ่อนตัวตน หลบหนีหัวซุกหัวซุนอย่างคน
ขลาด
กายาเพชรอมตะ และมหาเคล็ดวิถีเซียน คือมรดก
ของเซียนอมตะผู้ฝืนลิขิตชะตาฟั้า มันย่อมไม่ใช่
หนทางแห่งการหลบซ่อนอย่างแน่นอน!
จุดประสงค์ของการส่งมรดกนี้ ก็เพื่อให้คนที่รู้ว่า
ตนเองนั้นมีความสามารถพอที่จะสังหารศัตรูได้!
ในเวลานี้องค์ชายน้อยกระทำได้เพียง ล้มเลิก
ความคิด และ แรงปรารถนาของตนลงชั่วคราว
มันจึงตัดสินใจตามคนอื่น ๆ ขึ้นไปบนภูเขา แม้แต่
อู่ อวี้ ก็ยังแลเห็นคุณค่าของสิ่งที่อยู่บนยอดเขา
เช่นเดียวกัน
” เดี๋ยวข้าจะพาเจ้าไปที่ อาณาจักรโบราณเหยียน
หวง จากนั้นทุกสิ่งทุกอย่างก็จะกลายเป็นของข้า
ล้างตารอเอาไว้ได้เลย!” องค์ชายน้อยคิดขึ้นในใจ
ดังนั้นสิ่งที่มันสมควรกระทำตอนนี้คือสร้างสาย
สัมพันธ์ทำให้ อู่ อวี้ ไว้วางใจมันมากที่สุด เมื่อนั้น
อู่ อวี้ จะติดตามมันกลับไป อาณาจักรโบราณเห
ยียนหวง อย่างเต็มใจ
” นี่คือยันต์เซียนบรรพกาลของ อาณาจักรโบราณ
เหยียนหวง หากเจ้าบดขยี้มันเจ้าก็จะถูกส่งไปที่
ดินแดนโบราณเหยียนหวง ด้วยความสามารถของ
เจ้า หากอยู่ใน ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง มันก็คงไม่
มีประโยชน์อันใด ฉะนั้นเจ้าควรมาที่อาณาจักร
โบราณของข้า ” มันกล่าวพร้อมกับส่งมอบสิ่งที่ อู่
อวี้ ปรารถนามากที่สุดให้แก่เขาทันที
ยันต์เซียนบรรพกาล ของ อาณาจักรโบราณเห
ยียนหวง
เขาไม่รู้ว่ามันได้รับสิ่งนี้มาจากผู้ใด อย่างไรก็ตาม
เขาก็ควรจะต้องระวังเอาไว้ก่อน บางทีมันอาจจะ
ต่อสู้แย่งชิง ยันต์เซียนบรรพกาล ของคนอื่นมา
และท้ายที่สุดมันก็ไม่ได้เอ่ยถึงยันต์เซียนบรรพกาล
แห่ง ทวีปทวยเทพตงเสิ้ง ของ อู่ อวี้ แต่อย่างใด
เห็นได้ชัดว่าถึงแม้มันจะต้องการ แต่ อู่ อวี้ ก็ไม่มี
ทางมอบให้มัน
อู่ อวี้ เก็บยันต์เซียนบรรพกาลไว้ก่อนชั่วคราว
เพราะอย่างไรเสียเขาก็สามารถนำมันมาใช้เป็น
หนึ่งในตัวเลือกได้ ทว่าจากสถานการณ์ปัจจุบันใน
ยามนี้ หากเขาไปที่ อาณาจักรโบราณเหยีนหวง
องค์ชายน้อยต้องจัดการเขาอย่างแน่นอน
” ขอบพระทัยองค์ชายน้อย ”
ยามนี้ทุกคนกำลังก้าวเดินไปตามเส้นทางขึ้นสู่ยอด
เขาอย่างระมัดระวัง ทั้งยังไม่กล้ากระทำสิ่งใด
เนื่องจากกลัวว่าจะไปสัมผัสกับสายอัสนีที่อยู่
รอบตัวเข้า
หลังจากทุกคนขึ้นมาบนยอดเขา เส้นทางก็หายไป
แต่กลุ่มก้อนอัสนีที่อยู่รอบ ๆ ตัวของพวกมันก็
ยังคงอยู่ หากต้องการปีนขึ้นไปบนพระราชวังที่อยู่
บนยอดเขา สิ่งแรกที่สมควรทำ คือการหลีกเลี่ยง
สายอัสนีเหล่านี้
สำหรับการ บิน ขึ้นไปด้านบน ถือเป็นวิธีที่สิ้นหวัง
เป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากสายอัสนีที่อยู่บนฟากฟั้า
ย่อมมากกว่าบนพื้นปฐพีอย่างแน่นอน นอกจากนี้
ทั่วทั้งเขาก็ถูกปกคลุมไปด้วยข่ายอัสนี ไม่มีผู้ใด
สามารถบินขึ้นสู่ยอดเขาได้ อีกทั้งยังมีโอกาสน้อย
มากที่พวกมันจะออกไปจากภูเขานี้ได้
กระทำได้เพียงเริ่มต้นเดินขึ้นไปจากตีนภูเขาเท่านั้น
ฝูงชนพากันตื่นตระหนก จากนั้นก็เริ่มหลบหนีสาย
อัสนีโดยการขึ้นไปบนยอดเขา
องค์ชายน้อยติดตามไปพร้อมกับข้างกายของ อู่
อวี้ เนื่องจากผู้คนจาก อาณาจักรโบราณเหยียน
หวง มีอยู่มากมายเกินไป ดังนั้นเมื่อเดินขึ้นมาได้
สักพักหนึ่ง หลาย ๆ คนจึงเริ่มกระจายตัวกัน
ออกไป เนื่องจากว่าความเร็วของ อู่ อวี้ กับองค์
ชายน้อยยังถือว่าสูงพอสมควร
ยอดเขานี้สูงใหญ่ใส่ยิ่งกว่าเขาชิงเทียนซูซันเสียอีก
อีกทั้งพื้นผิวของตัวภูเขายังขุขระอย่างสุดจะทาน
ทน นอกจากนี้ด้านบนศีรษะยังเต็มไปด้วยสายฟั้า
พิโรธ ทุกคนจึงกระทำได้เพียงโน้มตัว แล้วก้าวเดิน
ไปเบื้องหน้าอย่างระมัดระวัง อย่างไรก็ตาม
บางครั้งบางครา สายอัสนีก็จะฟาดผ่าเข้าใส่
บริเวณรอบ ๆ ก้อนศิลา และ พื้นอัสนีด้านล่าง จึง
แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะปั้องกันหรือหลีกหนลี้รอด
ไปได้
แม้กระทั่ง อู่ อวี้ ก็ยังถูกสายอัสนีม่วงฟาดผ่าเข้าใส่
หนึ่งครั้ง ซึ่งมันทำให้เขาตระหนักว่าอำนาจทำลาย
ล้างของสายอัสนีนั้นน่าสะพรึงกลัวมากเพียงใด ขา
ข้างหนึ่งของเขาแทบจะกลายเป็นอัมพาต ต่อให้มี
กายเนื้อและความสามารถในการฟืนฟูที่สูงล้ำ เขา
ยังต้องใช้เวลาอยู่พักหนึ่ง
ส่วนคนอื่น ๆ ก็พากันกรีดร้องแล้วคุกเข่าลงบนพื้น
พร้อมกับปีนขึ้นไปด้วยเนื้อตัวที่สั่นเทา
“ยอดเขานี้ เหมือนกับเขาชิงเทียนซูซันจริงๆ! ” อู่
อวี้ กำลังยืนอยู่บนที่สูง ยิ่งมองก็ยิ่งพบว่ามันช่าง
คล้ายคลึงกันมากนัก อย่างน้อย ๆ ความสูงของมัน
ก็ไม่น่าจะแตกต่างกัน
ตอนนี้มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ติดตามองค์ชายน้อย
มาได้ ซึ่งสองสามคนนี้ ก็มีความแข็งแกร่งอยู่ใน
ระดับก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ
“ เร็วเข้า รีบเร่งความเร็วขึ้นไปบนพระราชวังที่
ตั้งอยู่บนยอด ที่นั่นจะต้องมีสมบัติอยู่อย่างแน่นอน
อย่าปล่อยให้ผู้ใดนำหน้าเราไปได้เด็ดขาด!” องค์
ชายน้อย หันมากล่าว
อู่ อวี้ เงยหน้าขึ้นมอง เขาสามารถมองเห็นได้
ชัดเจนกว่าคนอื่น ๆ คำกล่าวขององค์ชายน้อย
ถูกต้องเล็กน้อย ด้านบนนั้นเป็นเสมือนดั่งสวรรค์ก็
มิปาน แม้กระทั่ง อู่ อวี้ ก็ยังได้กลิ่นหอมลอย
อบอวลออกมาอย่างเลือนราง มันคือกลิ่นหอมของ
วิญญาณเซียนชั้นเลิศบางชนิด!
” เจ้าไม่ได้กลิ่นรึไง! กลิ่นหอมนี้รุนแรงมาก อย่าง
น้อย ๆ ต้องเป็นวิญญาณเซียนชั้นเลิศหลายสิบต้น
ซึ่งมีเส้นวิญญาณ 7 เส้นเป็นอย่างน้อย!”
“ข้าเห็นแล้ว มันมีมากกว่านั้นอีก!”
” มันต้องเป็นวิญญาณเซียนอยู่อย่างแน่นอน!
อย่างไรก็ตามทุกคนจงระวังตัวไว้ นี่คือ เส้นทาง
เซียนบรรพกาล ไม่ว่าสมบัติวิเศษชนิดใด ๆ ล้วน
มาพร้อมกับอันตรายร้ายแรงอยู่เสมอ จงตรวจสอบ
ตำแหน่งของ ยันต์เซียนบรรพกาล ให้ดี เวลาที่
ต้องหนี จะได้ไม่ต้องมาตกตายอยู่ที่นี่ เพราะหา
ยันต์เซียนบรรพกาลไม่เจอ ” องค์ชายน้อย ออก
คำสั่ง
“ อู่ อวี้ เจ้าเตรียม ยันต์เซียนบรรพกาล ไว้พร้อม
แล้วใช่หรือไม่? ” องค์ชายน้อยถาม
อู่ อวี้ ตบหน้าอกของตนเอง เพื่อเป็นสัญญาณ
เตือนบอกว่ามันอยู่ที่นี่
” ดีมาก จงใส่ใจกับความปลอดภัยของตนเองไว้
ก่อน ”
องค์ชายน้อยยิ้ม
ในเวลานี้ทุกคนเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงยิ่งขึ้น
แล้วทันใดนั้นเองก็มีเสียงกรีดร้องดังออกมาจากที่
ห่างไกลทางด้านซ้าย เสียงกรีดร้องนี้ดังสะเทือน
เลื่อนลั่นไปทั่วทั้งสวรรค์และปฐพี ผ่านไปเพียงชั่ว
ครู่มันก็หยุดลง!
อย่างไรก็ตามเนื่องจากเสียงที่ดังขึ้นดูน่าสังเวช
อเนจอนาถมากเกินไป ส่งผลให้ยามนี้สีหน้าของทุก
ผู้คนซีดเผือดลงบางส่วน
———————————
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ