กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 637 : อสรพิษอัสนีขย้ํา
ภูเขาลูกนี้มีความคล้ายคลึงกับ เขาชิงเทียนซูซัน
เป็นอย่างยิ่ง มันถูกปิดผนึกอย่างสมบูรณ์จากข่าย
อัสนีสีม่วง หากแหงนหน้ามองขึ้นมองจะเห็นได้ว่า
บนท้องฟั้าทั่วทุกหนแห่ง เต็มไปด้วยสายอัสนีที่ดู
ราวกับอสรพิษกำลังขู่คำราม
อสรพิษสีม่วงฟาดผ่าบิดเบี้ยวคดเคี้ยวไปมา
บางครั้งก็ฟาดใส่ลงมาบนยอดเขาด้วยความเร็วที่
สูงลิ่ว อีกทั้งกระแสไฟฟั้ายังพุ่งพล่านปันปั่วน
แพร่กระจายไปทุกทิศทาง
ผู้ที่อยากจะปีนปั่ายขึ้นไป จะต้องสรรหาวิธีมา
ปกปั้องตนเอง ให้รอดพ้นจากการถูกสายฟั้าฟาด
ผ่าโจมตี
ทุกคนต่างต้องระมัดระวังอย่างเต็มที่ ขณะขึ้นสู่
ยอดเขาไม่ว่าจะเป็น องค์หญิงโย่วเสี่ย หรือแม้แต่
อู่ อวี้ ก็ไม่มีข้อยกเว้น
ปัจจุบันเหลือคนน้อยกว่าสองร้อย แต่ละคนปีน
ปั่ายขึ้นบนภูเขาในทิศทางที่แตกต่างกันไป ด้วย
ฝีเท้าอันแสนเงียบกริบแลรวดเร็วปานสายฟั้า
ในเวลานี้พื้นที่โดยรอบ ปกคลุมไปด้วยเสียงร้อง
คำรามจากสายอัสนีที่ฟาดผ่า ช่างเป็นการขึ้นเขาที่
ลุ้นระทึกเป็นอย่างยิ่ง
อู่ อวี้ ยังคงตามหลังองค์ชายน้อย สถานการณ์
ในตอนนี้ยังไม่มีอันตรายใด ๆ เกิดขึ้น
ความเร็วในการปีนขึ้นภูเขาของ องค์ชายน้อย จัด
ว่าเร็วมากแล้ว ทว่าสำหรับ อู่ อวี้ ยังรู้สึกว่าช้าอืด
อาดเกินไป
ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงกรีดร้องของใครบางคน
ซึ่งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล
“ คนเหล่านี้ไฉนถึงได้โง่เขลานักนะ? ก็รู้ ๆ เห็น ๆ
กันอยู่ว่าสายอัสนีเหล่านี้มีมากเพียงใด? ไฉนทุกคน
ถึงได้ร้องเรียกความตายให้มาหาตนเองมากขึ้น
เช่นนี้ ” องค์ชายน้อยขมวดคิ้ว
เมื่ออยู่ท่ามกลางสายอัสนี ฟาดผ่าอย่างโหม
กระหน่ำเช่นนี้ แม้แต่มันก็ยังไม่อาจรอดพ้น แต่
เป็นเพราะมันมีศาสตราเต๋าวิถีแท้ระดับสูงคอย
ปั้องกัน จึงทำให้มันแค่รู้สึกเจ็บ ๆ คัน ๆ เหมือน
ถูกแมลงกัดต่อยเท่านั้น แม้บางครั้งความรุนแรงจะ
ทำให้ร่างกายสั่นสะท้านจนแทบหายใจหายคอไม่
ออก แต่มันก็หาได้เจ็บปวดมากมายอะไรนักหนา
“ องค์ชายน้อย ข้าสังหรณ์ไม่ดียังไงบอกไม่ถูก
เป็นไปได้ไม่ว่าจะมีอันตรายอื่นใดอีก? ” ชายหนุ่ม
ผู้หนึ่งที่อยู่ข้าง ๆ มันกล่าวขึ้นอย่างระมัดระวัง
องค์ชายน้อย กล่าวตอบว่า ” มันก็เป็นไปได้ ทุก
คนควรระวังตัวกันให้มาก นอกจากสายอัสนีที่ฟาด
ผ่าลงมาจากทุกทิศทาง อาจจะมีอันตรายอื่น ๆ
เพิ่มเติม เราต้องประเมินสถานการณ์เลวร้ายที่สุด
เอาไว้ก่อน ระวังตัวกันให้มากด้วยล่ะ ”
เมื่อพูดจบมันก็หันมามอง อู่ อวี้ ซึ่งตอนนี้ไม่ผู้ใด
อีกแล้ว
” ข้าควรจะลองแย่งชิงมันดูอีกครั้งหรือไม่ดี ? ”
มันแอบฉุกคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา สุดท้ายแล้วมันก็
ยอมถอดใจล้มเลิกความคิด ด้วยเพราะเกรงว่า อู่
อวี้ จะหนีกลับ ทวีปแห่งทวยเทพตรงเสิ้ง ไปก่อนที่
มันจะแย่งชิงได้สำเร็จ
การที่ อู่ อวี้ ตัดสินต่อสู้กับ จวิน เหยียนเซิ้ง จน
แสดงฝีมืออันทรงพลังออกมาให้เห็น ก็ทำให้ องค์
ชายน้อย รู้สึกกดดันเป็นอย่างยิ่ง
” คนผู้นี้ลึกลับมากจริง ๆ ข้าต้องพามันไปพบพระ
บิดาให้ได้ ให้พระบิดาควานหาทรงจำของมัน บาง
ทีอาจจะได้สมบัติล้ำค่ามหาศาลมาก็เป็นได้! เมื่อถึง
เวลานั้นพระบิดาก็จะเห็นข้าอยู่ในสายตา มากกว่า
พี่น้องคนไหน ๆ ”
เมื่อคิดได้ดังนี้ องค์ชายน้อย ก็พยายามวางแผน
ปั้องกันไม่ให้ อู่ อวี้ แอบปลีกตัวออกจากกลุ่มอย่าง
เงียบ ๆ
หลายคนเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ฉีกตัวเลี่ยง
เส้นทางออกไปทางซ้ายและขวา กลายเป็นเงาภาพ
อันเลือนลางวิ่งขึ้นสู่ยอดเขา
อู่ อวี้ ระมัดระวังอย่างที่สุด ทันใดนั้นเขาเห็นสาย
อัสนีฟาดผ่าลงมาจากท้องเวหา สายอัสนีรูปร่าง
อสรพิษกำลังพุ่งเข้าใส่คนที่อยู่ด้านข้างของ องค์
ชายน้อย ด้วยความเร็วสูงมาก ความเร็วนี้ทำให้
เขาไม่ทันที่จะปริปากร้องเตือน ว่าแล้วสายอัสนีก็
พุ่งเข้าหาชายคนเข้าอย่างจัง
เปรี๊ยงงงง!!!!
ไม่คาดฝันว่าสายอัสนีอสรพิษสีม่วง จะพุ่งเข้าใส่
ร่างของคนผู้นั้นโดยตรง
อู่ อวี้ รู้สึกว่าสายอัสนีที่ฟาดผ่าลงมา ดูแตกต่าง
จากสายอัสนีก่อนหน้านี้เล็กน้อย นี่คือ
สัญชาตญาณ
ช่วงเวลานั้นเอง ร่างของชายผู้นั้นที่กำลังพุ่งไป
ข้างหน้าล้มกระแทกลงสู่พื้นอย่างกะทันหัน ใน
สภาพหน้าขมำนอนแผ่หราอยู่บนพื้น พร้อมกับ
กรีดร้องออกมายังเจ็บปวดทุกข์ทรมาน
สายอัสนีที่เพิ่งพุ่งเข้าสู่ร่างกายของมัน แยก
กระจายเสมือนคมมีดนับไม่ถ้วนกำลังหมุนคว้างฉีก
กระชากอยู่ภายในร่างอย่างบ้าคลั่ง
เลือดแลเนื้อของมันถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้น ๆ
เสียงกรีดร้องชายผู้นี้ดังได้แค่ชั่วขณะหนึ่งเท่านั้น
หลังจากที่ร่างของมันตกลงสู่พื้น เสียงกรีดร้อง
โหยหวนก็หยุดลง
อู่ อวี้ รู้สึกว่าสายอัสนีทั่วไป ไม่สามารถบดขยี้
ทำลายจนเกิดผลลัพธ์เช่นนี้ได้!
ชั่วพริบตาต่อมา สายอัสนีสีม่วงนับไม่ถ้วนแล๊บ
ประกายออกมาจากร่างของชายผู้นี้ แสงสีม่วง
หนาแน่นปกคลุมร่างกายของมัน ทันใดนั้นเองก็มี
เส้นสายสีม่วงนับพันค่อย ๆ ออกมาจากร่างของ
มัน อู่ อวี้ เห็นได้ชัดเจนว่าเส้นสายเหล่านี้หาใช่
อัสนี แต่เป็นอสรพิษที่มีลักษณะเสมือนดั่งสาย
อัสนี!
หลังจากพวกมันฉีกร่างของคนผู้นี้เสร็จสิ้นแล้ว
พวกมันก็รีบจากไป
เปรี๊ยง เปรี๊ยงงง เปรี๊ยงงงงง!
หลังจาก อู่ อวี้ จ้องมอง อสรพิษเหล่านี้ก็ค่อย ๆ
โผล่ออกมาจากร่างของชายผู้นั้น ต่อมาพวกมันก็
สลายร่างกลายเป็นสายอัสนีทะยานขึ้นไปยังข่าย
อัสนีบนท้องเวหา ในระหว่างที่พวกมันทะยานขึ้น
ไปรูปลักษณ์ของมัน คล้ายกับสายอัสนีที่แล๊บฝั่าก
ระจัดกระจายอยู่โดยรอบ อู่ อวี้ ยังคงใช้เนตรเพลิง
เพ่งมองพวกมัน ทว่าก็เห็นความแตกต่างได้แค่
เพียงชั่วระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้น
สิ่งสำคัญยิ่งไปกว่านั้นคือ อสรพิษอัสนีพุงเข้าไปใน
ร่างของชายผู้นั้นเพียงแค่ตัวเดียว ทว่ากับแผ่ขยาย
กลายเป็นอสรพิษอัสนีนับพัน ราวกับว่าอสรพิษ
อัสนีใช้ร่างกายของคนผู้นั้น ให้กำเนิดอสรพิษ
ออกมาอีกนับพันตัว
ทั้งหมดนี้ใช้เวลาเพียงแค่ชั่วกระพริบตาเท่านั้น
ยิ่งอยู่ใกล้มากเท่าใด ก็ยิ่งได้ยินเสียงกรีดร้องของ
ผู้คน
สำหรับตอนนี้ทุกคนเริ่มมีปฏิกิริยาตอบรับ ซึ่งส่วน
ใหญ่แล้วล้วนเป็นองค์ชายน้อยแทบทั้งสิ้น ในขณะ
ที่พวกมันกระวีกระวาดเข้าไปช่วยเหลือผู้ที่โดน
โจมตี ผลปรากฏว่าทันทีที่มันสัมผัสกับร่างกายของ
คนผู้นั้น ก็พบว่าร่างของชายผู้นั้นได้ถูกเผาไหม้
กลายเป็นตอตะโกไปเสียแล้ว
หลงเหลือแค่เพียงซากศพไร้วิญญาณ
“เขาตายแล้ว!”
อู่ อวี้ ตื่นตระหนก
เขาทราบดีว่า เมื่อถูกอัสนีฟาดผ่าเข้าใส่ ก็ยังพอมี
สติหลงเหลือ ให้มีเวลาตอบสนองแก้ไขวิกฤตได้
ทันท่วงที อีกทั้งหลังจากถูกโจมตี คนผู้นั้นยัง
สามารถใช้ พลังแก่นแท้ตำหนักม่วง ได้อยู่บ้าง
ถึงแม้จะแค่เพียงเล็กน้อย แต่พวกมันก็สามารถบด
ขยี้ ยันเซียนบรรพกาลแล้ว แล้วออกไปจากที่นี่ได้
แทนที่จะถูกสังหารกลายเป็นตอตะโกเช่นนี้
ซึ่งมีแสดงให้เห็นว่า เมื่ออสรพิษอัสนีเข้าสู่ร่างกาย
ของคน ๆ นั้น ก็เท่ากับว่าได้ตายไปแล้ว ถึงแม้ว่า
ในระหว่างที่ถูกโจมตีคนพูดนั้นจะสามารถบดขยี้
ยันเซียนบรรพกาลแล้ว หลบหนีออกไปที่นี่ ทว่า
หลังจากออกไปแล้วก็ไม่มีสิ่งใดยืนยันได้ว่า คนผู้
นั้นจะสามารถรอดพ้นจากชะตากรรมความตายไป
ได้
อู่ อวี้ เห็นทุกสรรพสิ่งด้วยตาของตนเองอย่าง
ชัดเจน ทำให้เขารู้ว่าคนผู้นั้นตกตายไปรวดเร็ว
มากเพียงใด
” ตั๋ว เฉิงอวี่!”
เมื่อเห็นดังนั้น สีหน้าขององค์ชายน้อยกับคนอื่นก็
ซีดเผือดลงทันที พร้อมกับตะโกนเรียกขานหน้า
ของคนผู้นั้น แต่จากสภาพศพที่ไหม้เกรียมดำเป็น
ตอตะโก ยืนยันได้ว่า ตั๋ว เฉิงอวี่ สิ้นชีพไปแล้ว
เหงื่อเย็นเฉียบไหลซึมออกมา อันที่จริง อู่ อวี้ อยู่
ใกล้กับชายผู้นี้เป็นอย่างมาก ซึ่งก็นับว่าโชคช่วยไม่
เบาหากอสรพิษเลือกที่จะโจมตีใส่เขา บางทีปั่านนี้
เขาคงตกตายไปแล้ว
” เป็นไปได้เช่นไร! ไม่ใช่ว่าเขาแค่ถูกอัสนีฟาดผ่า
หรือไร? ”
” หรือมันไม่ใช่แค่อัสนีทั่วไป? แล้วเสียงกรีดร้องที่
ข้าได้ยินก่อนหน้านี้คืออะไร? จนถึงตอนนี้มีกี่คนที่
ต้องตกตายไป? ”
มันคือการตกตายไปจริง ๆ มิใช่ถูกส่งออกจาก
เส้นทางเซียนบรรพกาล
ภาพที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าแตกต่างจากที่มันคิดไว้
อย่างสิ้นเชิง
เมื่อแลมองไปยังซากศพที่ไหม้เกรียมใต้ฝั่าเท้า
แม้แต่องค์ชายน้อยก็ยังรู้สึกหวาดกลัว เสมือนราว
กับว่าบัดนี้พวกมันกำลังเผชิญหน้ากับความตาย
อย่างไรก็ตามมีสิ่งหนึ่งที่เป็นความจริง นั่นก็คือหาก
เปรียบเทียบกับดินแดนทุ่งหญ้าและภายในสุสาน
ก่อนหน้านี้ จำนวนผู้เสียชีวิตที่ตกตายอยู่ภายใน
ยอดเขาอัสนีแห่งนี้ มีมากเสียยิ่งกว่า สุสาน เสียอีก
ผู้คนมากมายต่างหันไปมองจำนวนผู้ตกตายที่อยู่
รอบ ๆ ส่งผลให้พวกมันรู้สึกหวาดกลัวถึงขีดสุด
แล้วรีบบดขยี้ยันเซียนบรรพกาลเพื่อออกจาก
เส้นทางเซียนบรรพกาล ไปทันที!
บัดนี้ผู้คนที่ยังหลงเหลืออยู่ภายใน เส้นทางเซียน
บรรพกาล ลดลงเป็นอย่างมาก
” นั่นมันอะไรกัน? ” อู่ อวี้ กวาดสายตาตรวจสอบ
สภาพแวดล้อมรอบ ๆ อย่างระมัดระวัง เพื่อ
ปั้องกันไม่ให้อสรพิษจู่โจมเข้ามาอีกครั้งหนึ่ง
คาดว่าบนภูเขานี้ มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เป็น
อันตรายถึงชีวิต
แล้วทันใดนั้น หมิงซวง ก็กล่าวขึ้นอย่างเกียจคร้าน
ว่า ” สรรพเทวะวิญญาณชนิดนี้ คือกาฝากที่เกาะ
ตัวอยู่บนวงเวทอัสนีทำลายล้างนี้ จากนั้นมันก็ถือ
กำเนิดตนเองจากวงเวทอัสนี กลายเป็นอสรพิษ
อัสนีที่มีนามว่า ‘อสรพิษอัสนีขย้ำ’ ซึ่ง ‘อสรพิษ
ขย้ำ’ นี้สามารถพึ่งพาพลังของวงเวทอัสนี ไปมา
ได้อย่างไรร่องรอย เมื่อมันเจาะชอนไชเข้าสู่ร่าง
มันจะปลดปล่อยพลังอำนาจซึ่งไม่อาจระงับได้
จากนั้นก็ลงมือสังหารเจ้าของร่างทันที ไม่ว่าจะใช้
วิธีใดก็ไม่สามารถหยุดยั้งมันได้ มีเพียงวิธีเดียว
เท่านั้นที่สามารถหลีกหนีจากการไล่ล่าของอสรพิษ
อัสนีขย้ำได้ คือต้องหนีไปให้เร็วที่สุด ”
หากฟังจากสิ่งที่ หมิงซวง ต้องการจะบอกแล้ว นี่
แสดงเห็นว่าหากมันเจาะชอนไชเข้าสู่ร่างกายได้ ก็
ไม่ต้องหวังว่าจะมีรอดชีวิต
นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเลย
ผู้คนที่อยู่รอบ ๆ องค์ชายน้อย เมื่อได้ยินเสียงกรีด
ร้องอันทุกข์ระทมที่ดังมาจากอีกสถานที่หนึ่ง สตรี
น้อยนางหนึ่งซึ่งอยู่ท่ามกลางคนเหล่านั้น ก็กล่าว
ขึ้นด้วยสีหน้าซีดเผือดว่า ” องค์ชายน้อย ยอดเขา
แห่งนี้มีสายอัสนีอยู่มากมายเหลือเกิน หากฝืนดึง
ดันต่อไปก็เท่ากับรนหาที่ตาย อีกทั้งยังต้องมาคอย
หลบ ๆซ่อน ๆ ข้าคิดว่าเราออกจาก เส้นทางเซียน
บรรพกาล ตอนนี้เลยดีกว่า แต่ถ้าหาก ยันต์เซียน
บรรพกาล เกิดไม่ทำงานขึ้นมา เราจะไม่ใช่ผู้ที่
กำหนดชะตาชีวิตความตายของตนเองอีกต่อไป
พวกเราไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่เพื่อรอคอยความตาย
เพราะอย่างไรเสียอนาคตข้างหน้าก็ยังรอเราอยู่ ”
” ใช่แล้ว มีผู้คนมากมายตกตายอยู่ในสถานที่แห่ง
นี้ ขอเดาว่าหากเป็นผู้อื่นได้มาเห็นฉากที่เกิดขึ้นนี้
คนเหล่านั้นคงตัดสินใจจากไปทันที เส้นทางเซียน
บรรพกาล เป็นเพียงสถานที่สำหรับแสวงหาโชค
วาสนา ไม่ใช่ที่ที่เราต้องเอาชีวิตมาทิ้ง! ”
ทุกผู้คนต่างรู้สึกหวาดกลัวถึงขีดสุด ตราบใดที่องค์
ชายน้อยยอมฟัง พวกมันก็จะออกไปทันที ซึ่งใน
ระหว่างนี้ พวกมันก็แลมองไปรอบ ๆ อย่างตึง
เครียด
บางครั้งบางคราว มันก็ได้ยินเสียงกรีดร้องแห่ง
ความตาย ดังแว่วมาจากสถานที่อันห่างไกล
” อู่ อวี้ เจ้าคิดยังไง! ” องค์ชายน้อยหันมาถาม อู่
อวี้ ทันที
อู่ อวี้ รู้ว่ามันหมายถึงอะไร เพราะอันที่จริงแล้ว
องค์ชายน้อยก็หวาดกลัวเช่นกัน ถึงแม้จะดู
เหมือนว่า ความกล้าของมันมีไม่มากเท่าใด แต่
จุดประสงค์ที่แท้จริงก็คือ ต้องการให้ อู่ อวี้ ออกไป
ยัง อาณาจักรโบราณเหยียนหวง พร้อม ๆ กับมัน
อู่ อวี้ ทราบความคิดของมันดี ดังนั้นเขาจึงตอบไป
ว่า “ความมั่งคั่งแลเกียรติยศมาพร้อมกับความ
เสี่ยง เพียงแค่ตกอยู่ในวิกฤตความตายแค่นี้ พวก
ท่านก็กลัวกันแล้วงั้นรึ สำหรับอัจฉริยะแล้ว เมื่อ
แลเห็นสมบัติระดับพิภพอยู่เบื้องหน้า แต่กลับ
หวาดกลัวถอยหนี ซึ่งหากเป็นตัวข้าไซร้ ข้าจะ
พยายามค้นหามันให้มากขึ้น อุตส่าห์ยอมลำบาก
ลำบนถึงเพียงนี้ จะให้คิดล่าถอยง่าย ๆ มันไม่น่า
ขบขันไปหน่อยหรือไง? อย่างไรก็ตาม ข้ายังไม่
ปรารถนาจะจากไป ข้าต้องการเห็นมากกว่านี้ หาก
พวกท่านขยาดกลัวก็เชิญออกไปก่อนได้เลย อย่าง
น้อย ๆ สวรรค์คงไม่ประทานสมบัติให้กับผู้ที่ไม่
กล้าแม้แต่จะเสี่ยง ”
สีหน้าขององค์ชายน้อยหม่นหมองลงในทันที มัน
กัดฟันพร้อมกับกล่าวว่า ” ห้ามผู้ใดจากไปเด็ดขาด
จงระวังตัวไว้ พวกเจ้าไม่จำเป็นต้องใช้ความเร็ว
เร่งติดตามมา แค่ก้าวให้ช้าลงเล็กน้อยแล้ว
พยายามระมัดระวังตัวก็พอ! ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นคนอื่น ๆ ก็เศร้าสลดหดหู่เป็น
อย่างยิ่ง พวกมันพากันหันไปมอง อู่ อวี้ อย่าง
รังเกียจ แต่พวกมันก็ยังคงต้องเชื่อฟังคำสั่งของ
องค์ชายน้อย ดังนั้นยามนี้พวกมันจึงรวบรวม
ความกล้า แล้ววิ่งติดตามองค์ชายน้อยไป
มีผู้คนเช่นเดียวกับมันไม่มากนัก ที่ต้องการขึ้นไปดู
ให้เห็นกับตา ว่าแท้จริงแล้ว…ด้านบนนั้นมีสมบัติ
อะไรซ่อนอยู่ ขณะก้าวไปเบื้องหน้า พวกมันก็ได้
ยินเสียงกรีดร้องอันน่าเวทนาดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทุกครั้งที่เสียงกรีดร้องอันแสนอเนจอนาถดังขึ้น
เป็นเสมือนดั่งสัญญาณร้องเตือนว่า ยอดอัจฉริยะ
อีกผู้หนึ่งได้ตกตายไปใน เส้นทางเซียนบรรพกาล
เพิ่มอีกคนแล้ว
ซึ่งในขณะนี้ อู่ อวี้ ยังไม่ถูกโจมตี
อย่างไรก็ตามเขาคิดเอาไว้แล้วว่า การหลีกเลี่ยง
ไม่ให้เป็นเปั้าหมายของอสรพิษอัสนีขย้ำนั้นเป็นไป
ไม่ได้ ดังนั้นเขาจึงระแวดระวังมากกว่าคนอื่น ๆ
คอยใช้เนตรเพลิงสอดส่องอัสนีที่ฟาดพาลงมาอยู่
ตลอดเวลา ซึ่งอันที่จริงแล้ว หาเขาเพ่งมองอย่าง
พินิจ เขาจะสามารถแลเห็น อสรพิษอัสนีขย้ำ ที่อยู่
เฉย ๆ ภายในเครือข่ายอัสนีได้
สำหรับคนอื่นแล้ว การจะมองเห็นมันได้อย่าง
ชัดเจนนั้นถือเป็นเรื่องยากลำบากอย่างยิ่ง
ในระหว่างที่กำลังเดินขึ้นไป เขาก็คอยสอดส่อง
สายตาตรวจสอบอยู่ตลอดเวลา ด้านบนศีรษะของ
เขามีอสรพิษอัสนีขย้ำอยู่มากกว่า 10 ตัว ที่กำลัง
แหวกว่าอยู่ท่ามกลางข่ายอัสนี พร้อมทั้งจับจ้อง
มายังองค์ชายน้อยและคนอื่น ๆ ที่อยู่ด้านล่าง
ถึงแม้ อู่ อวี้ จะแลเห็นอสรพิษอัสนีขย้ำ แต่เขาก็ไม่
คิดจะกล่าวเตือนพวกมันแม้แต่น้อย
ขณะที่ทุกคนกำลังเดินผ่านไป ทันใดนั้นก็มีเสียง
หวีดวิ้วดังขึ้นมาจากปวดศีรษะของพวกมัน องค์
ชายน้อยและคนอื่น ๆ รีบหันไปมองยังทิศทางนั้น
ทันที!
” รีบซ่อนตัวเร็วเข้า! ”
เมื่อเสียงตะโกนดัง ทุกคนก็เร่งความเร็วใส่เกียร์
หมาจะกระจายตัวกันหลบหนีออกไปทันที ยามนี้
ไม่มีผู้ใดให้ความสนใจกับคนอื่นแม้แต่น้อย
เมื่อไหร่ก็ตามที่ความเร็วของพวกมันช้าลง หรือ
เห็นว่าอสรพิษอัสนีขย้ำกำลังเข้ามาใกล้ พวกมันก็
ตัดสินใจออกจาก เส้นทางเซียนบรรพกาล ทันที
อู่ อวี้ ใช้พลังอิทธิฤทธิ์เทียมฟั้าจรดดิน ย่อร่างกาย
ให้เล็กลงถึงขีดสุด จากนั้นก็ใช้ออกได้เคล็ดก้าวเท
วะ ไม่เพียงแต่ความเร็วของเขาจะทิ้งระยะห่างจาก
อสรพิษอัสนีขย้ำเท่านั้น แต่เขายังพุ่งทะยาน
หายไปในทันที ทำให้องค์ชายน้อยและคนอื่น ๆ ไม่
สามารถหาตัวเขาได้
หลบหนีได้สำเร็จ
———————————
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ