กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 639 : เวทีเซียนเหลียว
ยามเมื่อ อู่ อวี้ ยังอยู่ที่ยอดเขาชิงเทียน จุดสูงที่สุด
ที่เขาสามารถปีนถึง ระยะทางเพียงแค่ครึ่งหนึ่งของ
ยอดเขาเท่านั้น
ครั้งหนึ่งเขตแดนเซียนซูซันที่อยู่บนยอดเขาเคย
เป็นความใฝั่ฝันของเขา อย่างไรก็ตามเนื่องจาก
หนานกง เหว่ย ทำให้เขาไม่อาจทำตามความฝันนี้
ได้สำเร็จ
ทำให้การที่มาอยู่ท่ามกลาง ยอดเขาอัสนี อันแปลก
ประหลาดนี้ การปีนเขาจากกึ่งกลางของยอดเขา
ขึ้นไปสู่ปลายยอด สำหรับเขาแล้วมันจึงค่อนข้าง
เป็นความรู้สึกที่แปลกประหลาด
ด้วยความเร็วของเขา เขาน่าจะไปถึงเป็นคนแรก
เนื่องจากยามนี้เหล่าอัจฉริยะทั้งหลายที่มาจาก
ชมพูทวีปโลกธาตุ ทั้งหมดตามอยู่เบื้องหลังของ
เขา
เมื่อ อู่ อวี้ หันหลังกลับไปมอง เขาก็ไม่เห็นแม้แต่
เงาร่างเดียว แม้ว่าจะมีบางคนไม่เต็มใจ แต่พวก
มันกลับมิอาจสลัดจากการไล่ล่าของ อสรพิษอัสนี
ขย้ำ ได้
“ยิ่งปีนขึ้นไปสูงมากเท่าไหร่ อัสนีสีม่วงยิ่งมีมากขึ้น
ตามไปด้วย ทว่าจำนวนของ อสรพิษอัสนีขย้ำ
กลับมีมากกว่าเสียอีก”
ยามนี้บนยอดเขาเต็มไปด้วยสายอัสนีอันบ้าคลั่ง
อสรพิษอัสนีขย้ำ จ้องมองเหยื่อของมันอย่างหิว
โหย เมื่อมันอยู่ร่วมกับสายฟั้า มันจึงเต็มไปด้วย
โอกาสในการพุ่งโจมตีเข้าใส่ อู่ อวี้
ก้อนหินดินโคลนบนพื้นและอัสนีร้องคำรามอยู่
กลางนภากาศ มันมีจำนวนมากขึ้นกว่าในตอนแรก
เมื่อเงยหน้าขึ้นไปมอง ระยะห่างจากที่ที่เขายืนอยู่
กับยอดเขาก็อยู่ไม่ไกลนักแล้ว
อู่ อวี้ รู้มานานแล้วว่ายอดเขาของยอดเขาชิงเทียน
ย่อมไม่มีวิมานบนสวรรค์ ซึ่งยอดเขาแห่งนี้ก็
เหมือนกัน
อย่างไรก็ตามบนยอดเขาก็มีวิหารที่ถูกปกคลุม
เอาไว้ด้วยตาข่ายอัสนี ส่องแสงสีทองสว่างสดใส
มันดูเหมือนกับเป็นวิหารของเซียนเลยทีเดียว
จะเห็นได้ชัดว่าวิหารเหล่านั้นดูเหมือนจะแบ่ง
ออกเป็น 4 หลัง มันกระจายไปอยู่บนจุดที่สูงที่สุด
ทั้ง 4 ของเขาแห่งนี้
ทั้งหมดล้วนแล้วล้วนแต่เป็นพื้นที่ที่สูงที่สุด
ทางฝังของ อู่ อวี้ สามารถสัมผัสถึงกลิ่นอายของ
วิญญาณเซียน กลิ่นอายนี้กระจัดกระจายไปทั่วทั้ง
ยอดเขา สามารถกล่าวได้ว่ามันจะต้องมีวิญญาณ
เซียนอยู่เป็นจำนวนมหาศาลถึงจะมีกลิ่นอายเช่นนี้
ได้
“ภายในวิหารจะมีวิญญาณเซียนมั้ยนะ?”
แม้ว่าในใจของเขารู้สึกสงสัยจนอดใจรอไม่ไหว แต่
ก็ปีนขึ้นไปอย่างระมัดระวัง
แม้ว่าเขาจะชะลอความเร็วลง แต่หากผู้อื่นคิดที่จะ
ตามเขาให้ทันมันก็ยังคงเป็นไปได้ยาก ซึ่งยามนี้เขา
หันกลับไปดูอีกรอบก็ยังไม่เห็นเงาร่างของผู้ใด
ก่อนหน้านี้ องค์ชายเฟิง และ ชิงอู๋ หยุนซื่อ ยังคง
ไล่ตามมาเบื้องหลังของเขาอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้
กลับมองไม่เห็นแล้ว
อู่ อวี้ ได้จดจำคำข่มขู่ของพวกมันทั้ง 2 คนเอาไว้
กล่าวเพียงแต่ว่ามันไม่มีทางจบลงง่ายๆ
ยิ่งเขาไต่ขึ้นไปมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งสามารถ
มองเห็นตำแหน่งยอดเขาที่สูงที่สุดได้อย่างชัดเจน
มากยิ่งขึ้น มันไม่ได้มียอดเขาอยู่เพียงแค่ 4 แห่ง
เท่านั้น คาดว่าจะมีอยู่ประมาณ 7 ยอดเขา ในหมู่
ยอดเขาทั้งหลาย ยอดเขาที่อยู่ตรงกลางสูงที่สุด
มันแทงทะลุชั้นเมฆาเข้าไปโดยตรง มันน่าจะเป็น
ยอดเขาสูงที่สุดบนยอดเขาแห่งนี้แล้ว
และรอบด้านยังมียอดเขาอยู่อีก 6 แห่ง ยื่นออกมา
จากยอดเขาแห่งนี้ จึงดูเหมือนกับมีกระบี่อยู่ 7
เล่มแทงทะลุออกมาจากยอดเขา
ภายในนั้นมีเพียงแค่ 4 ยอดเขาเท่านั้น ที่มีวิหาร
ตั้งอยู่ ส่วนยอดเขาที่เหลืออยู่อีก 3 แห่ง เป็นพื้นที่
ว่างเปล่าและมืดมิด
อย่างไรก็ตามบนยอดเขาที่สูงที่สุดทั้ง 7 แห่งนี้ ทุก
แห่งเต็มไปด้วยสายอัสนี ตาข่ายสายฟั้าปกคลุมไป
ทั่ว มีเพียงแค่เดินจากตีนเขาขึ้นไปเท่านั้นที่จะรอด
พ้น ไม่อาจจะบินขึ้นไปได้โดยตรง
อู่ อวี้ มองไปยังวิหารที่อยู่บนยอดเขาทั้ง 4 เขา
ทะยานไปอยู่ตำแหน่งใจกลางยอดเขาทั้ง 4 ซึ่งเป็น
ตำแหน่งที่สามารถเลือกได้ว่าจะไปทางใดต่อ
นั่นคือจุดสูงสุดของจุดสูงสุด!
ยอดเขาที่เหมือนกับกระบี่อัสนีทั้ง 7 เล่มนี้!
บัดนี้เขาได้มาถึงยอดเขาสูงสุด คนมองผ่านแนวตา
ข่ายอัสนี สามารถมองเห็นวิหารในนั้นได้อย่าง
เลือนราง มันส่องประกายสดใส และอยู่ในสภาพที่
สมบูรณ์ยิ่ง อย่างไรก็ตามมันยังคงมีร่องรอยของ
กาลเวลาอยู่บ้าง
วิหารเหล่านี้เต็มไปด้วยบรรยากาศกลิ่นอายอัน
ยิ่งใหญ่!
เมื่อมาถึงที่แห่งนี้ กลิ่นหอมของวิญญาณเซียนยิ่ง
เข้มข้นขึ้นกว่าเดิม เมื่อมนุษย์ธรรมดาได้สูดดม
กลิ่นนี้เข้าไปก็จะมีอายุที่ยืนยาวขึ้นกว่าเดิมได้
ในทันที
“ดินแดนที่ยอดเยี่ยมและมหัศจรรย์เช่นนี้ ช่างหา
ได้ยากยิ่ง!”
เส้นทางเซียนบรรพกาลเป็นสถานที่ในตำนาน ไม่
ว่าสิ่งใดก็สามารถปรากฏขึ้นได้
เขามุ่งหน้าไปทางยอดเขาอย่างรวดเร็วและคอย
หลบเลี่ยงอสรพิษอัสนีขย้ำจำนวนมากที่ไล่ล่าเข้า
มา
“เพราะว่าที่แห่งนี้เต็มไปด้วยอสรพิษอัสนีขย้ำทำ
ให้น้อยคนนักที่จะมาเยือนสถานที่แห่งนี้ได้”
อู่ อวี้ ซึ่งอยู่ใกล้กับยอดเขาที่สูงที่สุด จากนั้นเขาใช้
เนตรเพลิงทำให้สามารถมองทะลวงผ่านตาข่าย
อัสนีเข้าไป เขาเห็นได้ว่ายอดเขาทั้ง 7 ยอดเหล่านี้
มันมีขั้นบันไดที่มุ่งไปสู่ยอดเขาอีกที!
และยอดเขาที่มีวิหารทั้ง 4 แห่ง มีขั้นบันไดสีขาว
บริสุทธิ์ ดูส่องสว่างเจิดจ้า และสามารถเห็นได้ว่า
สายฟั้าอัสนีที่ปกคลุมอยู่รอบๆขั้นบันไดเหล่านั้นมี
อยู่น้อยนิด หากเดินตามขั้นบันไดขึ้นไปน่าจะเป็น
วิธีที่ทำให้ถึงวิหารได้เร็วที่สุด
ตาข่ายอัสนีที่ปกคลุมอยู่บนยอดเขาทั้ง 7 นี้ลอยอยู่
ต่ำจนแทบจะติดกับพื้นดิน เมื่อมาถึงตำแหน่งนี้ อู่
อวี้ จึงเห็นได้ว่ามีเพียงขั้นบันได้เหล่านี้เท่านั้นที่จะ
ทำให้ไปถึงตัววิหารได้
วิหารทั้ง 4 หลัง ถูกปกคลุมด้วยตาข่ายสายฟั้า
ตามขอบบันได ซึ่งเป็นสถานที่ยืดขยายออกไป สู่
ใจกลางของยอดเขาทั้ง 7 แห่ง เห็นได้ชัดว่าจาก
สถานที่ตรงนั้นสามารถทำการเลือกยอดเขาใดก็ได้
จากทั้ง 4 ยอดเขานี้!
เขาไม่อาจล่าช้าอีกต่อไป อู่ อวี้ เร่งความเร็วขึ้นรีบ
พุ่งทะยานไปตรงตำแหน่งจุดศูนย์กลาง ยิ่งเขาเข้า
ไปใกล้มากเท่าไหร่ เขาก็ค้นพบว่าบนพื้นที่รกร้างที่
ถูกปกคลุมด้วยความมืดมิดปรากฏเวทีหยกขาวที่มี
เส้นผ่าศูนย์กลางนับร้อยจั้ง มีรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยม
จัตุรัส เวทีเปล่งประกายแสงอันอ่อนโยน เวทีนี้ทำ
มาจากหยกขาวบริสุทธิ์ ดูวิจิตรตระการตา บนตัว
เวทีหยกขาวไร้ซึ่งกระแสสายอัสนีและอสรพิษอัสนี
ขย้ำ มันเป็นเหมือนกับสถานที่ที่ปลอดภัยเพียงแห่ง
เดียวบนยอดเขานี้
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ขั้นบันไดจากยอดเขาทั้ง 4
แห่ง มันเชื่อมต่อกับเวทีหยกขาวแห่งนี้จากทิศ
เหนือ ใต้ ออกและตก
เส้นทางเซียนบรรพกาลนี้แปลกประหลาดยิ่ง แต่
มันก็ยังคงมีกฏเกณฑ์ข้อบังคับอยู่ ยกตัวอย่างเช่น
ในตอนที่ อู่ อวี้ ได้รับเจดีย์ล่องกำเนิดมา ก็คือตอน
ที่เขาอยู่ในเงื่อนไขกฎเกณฑ์ของมันแล้ว
เห็นได้ชัดว่าเมื่ออยู่บนยอดเขาอัสนี หากต้องการ
สำรวจวิหารทั้ง 4 หลัง เขาจำเป็นที่จะต้องขึ้นไป
อยู่เวทีหยกขาวนี้ และหากเดินจากที่นี่ไปยังบันได
แต่ละขั้นก็อาจจะมีการทดสอบอย่างอื่นอยู่ก็เป็นได้
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ไม่เกรงกลัวอสรพิษอัสนีขย้ำ
ยามนี้เขาได้รับสมบัติวิเศษมาจำนวนค่อนข้างเยอะ
หากพบกับวิกฤตอย่างมากเขาก็แค่ทำลายยันต์
เซียนบรรพกาลเพื่อที่จะหลบหนีจากไปก็เท่านั้น
เขาออกจากบ้านมาเป็นเวลานานแล้ว โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งยามที่เขาอาศัยอยู่ภายใน เจดีย์ควบคุม
เวลา ทำให้เวลาไหลผ่านไปนานกว่าเดิมจน
ค่อนข้างคิดถึงบ้านเกิด
ดังนั้นเมื่อเขามาอยู่หน้าเวทีหยกขาว เขาไม่พูดไม่
จา มุ่งทะยานไปโดยทันที ซึ่งดูเหมือนว่าจะไร้ซึ่ง
อุปสรรคมาขัดขวาง บัดนี้เขาขึ้นมายืนอยู่บนเวที
หยกขาวอย่างง่ายดาย ที่แห่งนี้ดูเหมือนจะเป็น
ดินแดนที่เงียบสงบที่สุดบนยอดเขาอัสนีแห่งนี้ ไร้
ซึ่งสายฟั้าสีม่วงที่แสนจะบ้าคลั่ง
เขาบินสูงขึ้นเล็กน้อยกวาดสายตามองไปรอบด้าน
เขาเห็นว่าตำแหน่งศูนย์กลางของเวทีหยกขาว ดู
เหมือนจะมีตัวอักษรถูกสลักเอาไวอยู่ ซึ่งมันเขียน
ว่า เวทีเซียนเหลียว
เวทีเซียนเหลียว เป็นชื่อของเวทีหยกขาวแห่งนี้!
สิ่งนี้ทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกหดหู่เล็กน้อย เนื่องจากว่าเขา
ไม่เคยไปเหยียบบนเขตแดนเซียนซูซัน จึงไม่ค่อยรู้
เรื่องราวด้านบนยอดเขามากเท่าใด นิกายเซียนซู
ซันมีค่ายกลปิดปันการมองเห็นอยู่มากมาย แต่เขา
เคยได้ยินผ่านๆว่า ด้านบนเขตแดนเซียนซูซันก็มี
เวทีเซียนเหลียวอยู่ นั่นคงเป็นที่ตั้งของวิหารเซียน
ของเหล่าเซียนกระบี่ซูซันกระมั้ง?
“เวทีเซียนเหลียว เวทีเซียนเหลียว……”
เขามองไปรอบๆด้วยท่าทีสับสน และหดหู่ ยากที่
จะกล่าวได้ว่าสถานที่แห่งนี้มีความเกี่ยวข้องกับ
ยอดเขาชิงเทียนมากน้อยเพียงไหน! แต่ว่าที่แห่งนี้
คือเส้นทางเซียนบรรพกาล……
“แน่นอนว่าความมหัศจรรย์ของเส้นทางเซียน
บรรพกาลไม่อาจลอกเลียนแบบได้”
“ยังมีอีกจุดที่คล้ายคลึง ที่แห่งนี้มียอดเขาอยู่ 7
แห่ง แถมซูซันก็มีเซียนอยู่ 7 คน ครั้งหนึ่งข้าเคยได้
ยินว่าเจ็ดเซียนแห่งซูซัน แต่ละคนได้ครอบครอง
ยอดเขาสูงที่สุดเป็นของตนเอง เช่นนั้นอาจจะ
กล่าวได้ว่ายอดเขาลูกนี้อาจจะเหมือนกับยอดเขา
ชิงเทียนไม่ผิดเพี้ยน!”
มันน่าเหลือเชื่อมากเกินไป
แต่เขาไม่อาจไขความลับนี้ได้ ทำได้เพียงแค่เก็บ
เรื่องประหลาดนี้เอาไว้อยู่ในใจ
เขารีบเบนความสนใจไปอยู่ที่บบันไดของทั้ง 4
ยอดเขา ทั้ง 4 ด้านของเวทีเซียนเหลียวจะทำให้
เขาสามารถไต่ขึ้นไปบนยอดเขาทั้ง 4 นี้ได้
ความจริงบันไดของ 7 ยอดเขา มันมาบรรจบกัน
บนเวทีนี้ เพียงแต่บนยอดเขาอื่นๆอีก 3 ยอดเขาที่
ไม่ได้มีวิหารตั้งอยู่ มันคือเศษหิน ดูเก่าแก่ทรุด
โทรมไม่อาจจะเปรียบเทียบได้กับบันไดหยกขาว
ของยอดเขาที่มีวิหารตั้งอยู่
บนยอดเขาที่ไร้วิหารมันทั้งมืดและว่างเปล่า บน
ยอดเขาไม่มีสิ่งใดหลงเหลืออยู่
อู่ อวี้ อยากจะปีนไปบนยอดเขาทั้ง 4 นี้ แต่เขาก็
พบกับปัญหาบางอย่าง ปรากฏว่าตรงจุดเริ่มต้น
ของบันไดทั้ง 4 แห่ง ซึ่งมีอยู่ประมาณ 100 ขั้น
มันกลับเต็มไปด้วยอสรพิษอัสนีขย้ำซึ่งมีจำนวน
มาก กระทั่งถึงพันตัวเสียด้วยซ้ำ อสรพิษอัสนีขย้ำ
จับจ้องมาอย่างหิวโหย ในแววตาของมันดูเหมือน
จะส่งสัญญาณเตือนเขา แต่มันไม่ได้เข้ามาโจมตี อู่
อวี้ ดูเหมือนพวกมันจะทำเพียงแค่เตือน อู่ อวี้ ว่า
อย่าเข้าไปใกล้พวกมันมิฉะนั้นพวกมันจะเปิดฉาก
การโจมตีในทันที
ส่วนบันไดอีก 3 แห่งที่เหลือ ไม่มีอสรพิษอัสนีขย้ำ
อยู่แม้แต่ตัวเดียว อาจเป็นเพราะบนยอดเขาไม่มี
สิ่งใดหลงเหลืออยู่แล้ว
“บันไดเหล่านั้นเป็นเพียงแค่หนทางเดียวที่จะ
สามารถปีนไปบนวิหารได้ ด้วยอสรพิษอัสนีขย้ำที่
มากมายเช่นนี้ แล้วผู้ใดกันเล่าที่จะฝั่าไปได้?”
เรื่องนี้ทำให้ อู่ อวี้ ต้องปวดเศียรเวียนเกล้า
เขารู้ดีว่าจะต้องท้าทายอสรพิษอัสนีขย้ำที่อยู่บน
บันไดทั้ง 4 แห่ง โดยทั่วไปแล้วมันอาจจะต้องแลก
มาด้วยชีวิต
และสิ่งที่ทำให้ อู่ อวี้ ลังเล ก็คือเหล่าอสรพิษอัสนี
ขย้ำนี้แข็งแกร่งเกินไป หากผลีผลามจนไม่คิดถึง
ชีวิตและต้องสิ้นชีพไป มันก็ไม่คุ้มค่า
สำหรับยอดเขาอื่นๆอีก 3 แห่ง แม้ว่าบนยอดเขาดู
เหมือนจะไม่มีสิ่งใด แต่ อู่ อวี้ มีความคิดบางอย่าง
“เมื่อคนอื่นๆมาถึงที่นี่ แน่นอนว่าย่อมไม่อาจข้าม
ผ่านไปถึงยอดเขาทั้ง 4 นี้ได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ ทำไม
ข้าไม่ฉวยโอกาสในตอนนี้ ลองขึ้นไปบนยอดเขาอีก
3 แห่งที่เหลือดู”
เมื่อคิดได้แล้วก็ลงมือกระทำทันที เขาเพิ่มความเร็ว
จนถึงขีดสุด ทะยานตรงไปบันไดแห่งหนึ่งในสาม
เขามองไปยังขั้นบันได ทันใดนั้นสัญชาตญาณของ
เขาก็ร้องเตือนถึงภัยบางอย่าง หลังจากที่เข้าไป
ใกล้แล้ว เขาก็พบว่าถึงแม้บันไดของยอดเขาทั้ง 3
ที่ไม่มีวิหารจะไร้ซึ่งอสรพิษอัสนีขย้ำ แต่มันมี
กำแพงที่มองไม่เห็นปิดกั้นเส้นทางอยู่!
เขาเกือบจะชนเข้ากับกำแพงไปแล้ว!
แต่เขาสามารถหยุดเอาไว้ได้ทันท่วงที
เขานำเสามังกรสมุทรคลั่งออกมา หยุดอยู่บน
ขั้นบันได จากนั้นฟาดออกไปเบื้องหน้า และมันก็
ได้กระแทกเข้ากับกำแพงที่มองไม่เห็น!
ตูม!
เสามังกรสมุทรคลั่งถูกดีดกระเด็นออกมา อู่ อวี้
ต้องทนรับแรงสะท้อนกลับอันมหาศาล ซึ่งแรงต้าน
นี้ทำให้เสามังกรสมุทรคลั่งต้องหลุดออกจากมือเขา
ไป จนกายเนื้อของเขาในขณะนี้เต็มไปด้วย
ความรู้สึกชาหนึบ
ยามนี้จึงตระหนักได้ว่าไม่สามารถฝั่ากำแพงนี้ไป
ง่ายๆแล้ว
แต่นี่ไม่ใช่สิ่งที่เขารู้สึกกลัว
สิ่งที่เขากลัวคือ พริบตาที่เขาโจมตีไปบนกำแพง
พลันปรากฏรูปร่างที่แท้จริงของมันออกมา
กำแพงที่มองไม่เห็น เสมือนกับผิวน้ำ เมื่อ อู่ อวี้
สัมผัส ผิวน้ำก็เกิดเป็นคลื่นระลอก
เมื่อเกิดระลอกคลื่นมันก็ทำให้ อู่ อวี้ ได้เห็นแล้วว่า
‘ผิวน้ำ’ นี้มีขนาดใหญ่โตมากเพียงไหน
ความจริงแล้ว ทั่วทั้งแท่นเซียนเหลียว มันได้ถูก
กำแพง ‘ทรงครึ่งวงกลม’ ครอบคลุมเอาไว้!
ภายในแท่นมองเซียนถูกปิดตาย
มีเพียงแค่ ยอดเขาที่มีวิหารเท่านั้นที่ไม่มีกำแพง
เหล่านี้ ทว่าบนบันไดที่นำไปสู่วิหารทั้ง 4 มันกลับ
เต็มไปด้วยอสรพิษอัสนีขย้ำที่น่าหวาดกลัว!
“กล่าวได้ว่าสถานที่แห่งนี้มีค่ายกลถูกวางเอาไว้อยู่
ค่ายกลที่ก่อตัวเป็นกำแพง สามารถเข้าไปได้แต่ไม่
อาจจะกลับออกมาได้ หลังจากที่เข้าไปแล้ว มี
เพียงต้องทะลวงฝั่าดงอสรพิษกลืนอัสนี้ มุ่งตรงไป
ข้างหน้าไม่มีหนทางให้ล่าถอย!”
บัดนนี้ อู่ อวี้ รับรู้ถึงความยากลำบากเหล่านี้แล้ว
หากรู้ก่อน เขาคงไม่ยอมปีนขึ้นมาบนนี้เป็นแน่
เขาลองทดสอบมันทุกวิธี แม้กระทั่งใช้ศาสตราเต๋า
วิถีแท้สุดยอดวิญญาณในการโจมตี แต่ค่ายกล
กำแพงนี้มันเป็นเหมือนกับกำแพงเหล็กกล้า ไม่ว่า
จะใช้พละกำลังมากมายเพียงไหน ก็ไม่อาจจะสร้าง
รอยขีดข่วนได้เลย
———————————
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ