กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 65 : เลือดลมพุ่งพล่าน!
หากยืนอยู่บนที่สูงเหนือพระราชวัง จะสามารถ
มองเห็นทิวทัศน์โดยรอบได้ ในตอนนี้มีพื้นที่ขนาด
ยักษ์ที่ถูกปกคลุมไปด้วยพายุเปลวเพลิงของ ฮ่า
วเทียน บ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างจ านวนมากที่อยู่
รอบๆ ฮ่าวเทียน ได้กลายเป็นเถ้าธุลี ขณะที่มันค่อยๆ
ปลิวขึ้นมาหมุนเกลียวว่อนไปตามพายุเพลิง
เหล่าปุถุชนทั่วไปรู้เพียงว่า ยอดฝีมือที่อยู่ในขั้น
ทะลวงจิต ที่เป็นขั้นสูงสุดนั้น เพียงคนเดียวก็สามารถ
ทัดทานกับทหารนับพันได้ แต่เมื่อวันนี้ได้มาประจักษ์
กับพลังของเทพเซียนผู้พิทักษ์แล้ว ก็ท าให้รู้ได้ว่า ยอด
ฝีมือขั้น ทะลวงจิต ยังไงก็เป็นเพียงแค่พลังของมนุษย์
ธรรมดาเท่านั้น ไม่มีทางที่จะเทียบได้กับเทพเซียน
ด้วยวิชาแห่งเต๋าของซ่างเซียน สามารถสร้าง
ปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นพายุ
แผ่นดินไหว หรือภูเขาไฟระเบิด ได้อย่างง่ายดาย
ส าหรับเหล่ามวลมนุษย์แล้ว ซ่างเซียนผู้พิทักษ์
อาณาจักรมนุษย์ถือได้ว่าเป็นผู้กุมอ านาจแห่ง สวรรค์
และ ปฐพี เลยก็ว่าได้!
“อู่ อวี้ เข้ามา!”
ฮ่าวเทียน แผดเสียงค าราม จนดังกึกก้องออกไปไกล
กว่าหลายพันลี้
ด้วยพลังที่แท้จริงของ ฮ่าวเทียน ไม่ว่าจะอย่างไร อู่
อวี้ ก็ไม่มีทางหลบลี้หนีพ้นได้อย่างแน่นอน
มังกรเพลิงคะนอง ก็ได้โถมเข้ามายังเบื้องหน้า อู่ อวี้
อีกครา!
ที่จริงแล้ว เขามีวิธีที่จะรับมือกับ วิชาเต๋านี้ โดยที่ อู่
อวี้ เพียงวิ่งวนไปรอบๆ ก่อนจะพุ่งเข้าไปประชิด
หยวน ซี ซึ่งโดยปกติแล้ว ฮ่าวเทียน จะต้องหยุดมือ
เพราะเกรงว่า หยวนซี จะได้รับบาดเจ็บไปด้วย
แต่ อู่ อวี้ ก็ไม่คิดกระท าสิ่งน่ารังเกียจเช่นนั้น
นอกจากนี้ ฮ่าวเทียน มันจะยอมหยุดมือเพื่อ หยวนซี
จริงๆน่ะหรือ?
นี่ก็ไม่ใช่สถานการณ์ที่สามารถใช้เล่ห์กลได้อีกต่อไป
เพราะ อู่ อวี้ รู้นิสัยของ ฮ่าวเทียน ดี มันเป็นคนรัก
ตัวเองยิ่งกว่าสิ่งใด
หากว่าจะต้องเลือกทางใดทางหนึ่งระหว่าง สังหาร อู่
อวี้ ให้สาแก่ใจ กับการช่วยเหลือ หยวนซี เกรงว่ามัน
คงจะเลือกอย่างแรก เพราะ หยวนซี คงไม่ส าคัญไป
กว่าการได้ฝังร่างของ อู่ อวี้ ให้จมพื้นพสุธา
เมื่อ เสิ่น อู่เต้า ไม่ใช่ เสิ่น อู่เต้า อีกต่อไป แต่กลับ
กลายเป็น องค์ชายอู่ อวี้ ส าหรับฮ่าวเทียน แล้ว ท า
ให้มันมีจุดมุ่งหมายที่ต้องท าให้จงได้
ซ้ า มังกรเพลิงคะนอง ที่ใช้ออกไป ก็ไม่สามารถดึง
กลับได้อีกแล้ว
หลังจากที่กลายร่างเป็นเซียนวานร มันก็ท าให้อารมณ์
ของ อู่ อวี้ พุ่งพล่านถึงที่สุด เมื่อเห็นอีกฝ่ายได้ส าแดง
พลังอันแข็งแกร่งออกมา ท าให้จิตใจของวานรสีทอง
ตนนี้เกิดความฉุนเฉียวเกรี้ยวกราดขึ้นมากระทันหัน
ครานี้แววตาของวานรตนนี้เสมือนมีเปลวไฟลุกโชน
ด้วยความกระเหี้ยนกระหายปรารถนาจะได้สังหาร
ศัตรู
“โฮ่ก โฮ่ก!!”
วารนยักษ์สีทองอร่ามได้วิ่งควบออกไปด้วยความ
คล่องแคล่ว พร้อมทั้งกู่ก้องค ารามออกมาดังสนั่น
เลื่อนลั่นปฐพี
ศาสตราแห่งเต๋าที่ถูกเคลือบไว้ด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์และ
ผสานหล่อหลอมกับเพลิงผนึกทะยานฟ้า ท าให้เปลว
เพลิงของ พลองพิชิตมารได้ปรากฏอัคคีลุกโชนโรมรัน
ขึ้นมากว่า 10 ลี้!
เพลิงแค้นที่สั่งสมมากว่า 1 ปี มันได้ก่อตัวปะทุเป็น
เปลวไฟออกมาจากอวัยวะภายในของเขา ทั้งเลือด
ทั้งเนื้อ ทั้งกระดูก แต่ละส่วนต่างถูกผลาญกลายเป็น
เพลิงที่ลุกโชติ
บัญญัติก่อก าเนิด ที่จุดถานจง ได้หมุนวนจนก่อก าเนิด
พลังศักดิ์สิทธิ์ทะลักออกมาอย่างบ้าคลั่ง!
โลกที่อยู่เบื้องหน้าได้กลายเป็นทะเลเดือดที่แสนจะ
ร้อนระอุ
“ฮ่าวเทียน…..”
ในตอนนี้ อู่ อวี้ ได้ขบฟันแน่นจนเผยให้เห็นเขี้ยวอัน
แหลมคมทอประกายสะท้อน
รูปปากที่คล้ายกับรอยยิ้มนี้ ท าให้มันดูเปรียบดั่งอสูร
ร้ายเป็นอย่างยิ่ง
เลือดลมภายในกายที่พลุ่งพล่านสูบฉีด แทบจะทะลัก
พวยพุ่งสู่ท้องฟ้า!!
“ฆ่า!”
เสียงอันทรงพลังได้ดังกึกก้องจนทั่วทั้งนครเกิดการ
สั่นสะเทือน
ขณะนี้ พลองพิชิตมาร พลันส่องประกายแสงเจิดจรัส
อู่ อวี้ ตัดสินใจที่ประจันหน้ากับ มังกรเพลิงคะนอง
ซึ่งๆหน้า จึงได้ยกพลองพิชิตมารตั้งตระหง่าน
พลองเทวะทะลวงจิต!
แน่นอนว่าหลังจากที่กลายร่างเป็นเซียนวานรแล้ว
เมื่อใช้พลองเทวะทะลวงจิตออกไป ถึงจะดูไม่มีอะไร
เปลี่ยน แต่แท้จริงแล้วพลังท าลายล้างกลับต่างกัน
อย่างสิ้นเชิง!
ท่าทางการเตรียมใจที่เด็ดเดี่ยวของ อู่ อวี้ นั้น มันได้
ประทับลงไปในจิตใจของเหล่าฝูงชนนับหมื่นนับแสน
ที่ก าลังเฝ้าจดจ้องการต่อสู้ครั้งประวัติศาสตร์
ทว่าส าหรับพวกเขาแล้วนั้น การที่ อู่ อวี้ คิดท าเช่นนี้
ก็เท่ากับส่งตัวเองไปตายเปล่า
“ท าลาย!”
เขาได้ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะท าลาย มังกรเพลิง
คะนอง ให้มลายสิ้นเพื่อที่จะเข้าไปให้ถึงตัวของ ฮ่า
วเทียน ที่อยู่ท่ามกลางพายุเพลิง
ช่างเป็นความห้าวหาญ!
และช่างองอาจเสียนี่กระไร!
เมื่อเห็นฉากนี้แล้ว ฮ่าวเทียน ถึงกับอดไม่ได้ที่จะยิ้ม
อย่างเย้ยหยัน ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เมื่อเหล่าศัตรู
ของมันต้องเผชิญหน้ากับวิชาแห่งเต๋า พวกมันมีแต่
ต้องม้วนหางหลบเลี่ยงอย่างเดียวเท่านั้น
แต่เวลานี้ อู่ อวี้ กลับคิดจะต้านมันซึ่งๆหน้า กระนั้น
หรือ
เมื่อ อู่ อวี้ พุ่งเข้าไปหา มังกรเพลิงคะนอง เปลวเพลิง
ที่ลุกโชนเสมือนไม่มีวันดับสูญได้แผดเผาร่างกายเขา
พร้อมกับเศษซากสิ่งปลูกสร้างที่พังทลาย แปลง
เปลี่ยนเป็นอาวุธแหลมคมลอยหมุนตลบท่ามกลาง
พายุ คอยทิ่มแทงและเชือดเฉือนร่างกาย
ด้วยวิชาแห่งเต๋านี้วิชาเดียว ก็เพียงพอที่จะสามารถ
เป่ากองทัพนับหมื่นนับแสนให้เป็นผุยผงได้ใน
พริบตาเดียว
ทั้งพายุเพลิง เศษไม้อันแหลมคม เศษหินก้อนกรวด
ทั้งหลาย ต่างกระแทกกระหน่ าใส่ร่างกายของ อู่ อวี้
อย่างไม่หยุดหย่อน
เพียงช่วงเวลาสั้นๆ กลับปรากฏเสียงกระทบกัน
ระหว่างวัตถุขนาดใหญ่ดังขึ้นนับครั้งไม่ถ้วน ระงมไป
ทั่วทั้งนครหลวง!
ด้วยวิชาแห่งเต๋าอันทรงพลังนี้ หากเป็นยอดฝีมือ
หลอมรวมลมปราณ ขั้นที่ 1 คนอื่นๆ ที่ฝ่าเข้าไปแล้ว
ละก็ เพียงแค่ 3 ลมหายใจ ก็คงจะถูกพายุแห่งเปลว
เพลิงที่บ้าคลั่งนี้กลืนเขมือบไปในพริบตา
เหตุเช่นนี้มันจึงท าให้ ฮ่าวเทียน รู้สึกมั่นใจเป็นอย่าง
มาก ว่ามันจะสามารถจัดการกับ อู่ อวี้ ได้
ครานี้ เหล่าประชาชนแห่งนครเย่วอู่ ต่างพากันกังวล
และหวาดวิตกว่า อู่ อวี้ จะสิ้นท่า!
พวกเขาต่างพากันจินตนาการไปว่า อู่ อวี้ คงจะถูก
พายุเปลวเพลิงนี้ฉีกเป็นชิ้นๆจนไม่เหลือซากไว้กลบฝัง
ตึ่ง ตึ่ง ตึ่ง!
เดิมที่คิดว่า อู่ อวี้ จะถูกฉีกเป็นชิ้นๆแล้วนั้น แต่เมื่อ
ผ่านไป 3 ลมหายใจ กลับยังมีเสียงดังขั้นอย่าง
ต่อเนื่องไม่ขาดสาย และเหล่าฝูงชนยังคงมองเห็นร่าง
ของ อู่ อวี้ ที่ยืนหยัดอย่างมั่นคง แถมสภาพของเขา
ยังเป็นเฉกเช่นเดิมไร้ซึ่งร่องรอยบาดแผลใดๆ
ใช่แล้ว!
นี่ก็คือ กายาเพชรอมตะ!!
ถึงจะเป็นเศษหินก้อนกรวด ไม้ปลายแหลม ที่ได้รับ
แรงเหวี่ยงจากเกลียวพายุ แต่ยามนี้ อู่ อวี้ ได้ส าเร็จ
เคล็ดวิชา กายาเพชรอมตะ ขั้นต้นแล้ว ท าให้ผลลัพธ์
ที่ออกมา กลายเป็นว่า โลหะ ไม้ เศษหินดินทราย ที่
พุ่งชนเข้ามา กลายเป็นผุยผงแทน!
ส่วนพายุเปลวเพลิงที่แผดเผาอยู่นี้ ด้วย กายาเพชร
อมตะ ที่ถูกหล่อหลอมมาจากเปลวเพลิงอันร้อนระอุ
ต่อให้บนโลกนี้จะมีวิชาเต๋ามากมาย แต่สิ่งที่แพ้ทาง อู่
อวี้ มากที่สุด ก็คือวิชาเต๋าประเภทไฟ!!
ท าให้พายุแห่งเปลวเพลิงที่ร้อนระอุนี้ ท าได้เพียงแค่
พัดขนยาวสีทองของ อู่ อวี้ ให้ดูสลวยขึ้นเพียงเท่านั้น!
ฮ่าวเทียน ผู้มั่นใจในวิถีแห่งเต๋าของมันที่ฝึกมาร่วม
ร้อยกว่าปี แต่บัดนี้ มันกลับหาค าตอบไม่ได้ว่าเกิด
อะไรขึ้น มันท าได้เพียงแค่จ้องมองไปยังพายุเปลว
เพลิงอย่างโง่งมด้วยแววตาที่เบิกกว้างจนลูกตามัน
แทบจะหลุดออกมา
“เป็นไปได้ยังไงกัน! ร่างกายมันแข็งแกร่งถึงขนาด
พายุเปลวเพลิงยังฉีกกระชากร่างกายมันไม่ได้เลย
เชียวรึ!”
ครานี้ ฮ่าวเทียน แทบจะคลั่งจนเสียสติ มันได้เค้น
พลังศักดิ์สิทธิ์จาก บัญญัติก่อก าเนิด ขั้นที่3ออกมา
แล้วบีบอัดไปยังเคล็ดวิชาเต๋า มังกรเพลิงคะนอง เพื่อ
เพิ่มพลังท าลายล้างให้แก่พายุเปลวเพลิงนี้จนถึงขีด
สุด!
“อู่ อวี้ เจ้าจะต้องถูกข้าฉีกเป็นชิ้นๆ!” ท่ามกลางใจ
กลางของพายุเพลิง ฮ่าวเทียน ได้แหกปากค าราม
ออกมาอย่างสุดเสียง
แววตาของ อู่ อวี้ ยามนี้ แดงฉานราวกับพระอาทิตย์
ฉายแสงแผดเผาอยู่ท่ามกลางเวหา
พลองพิชิตมาร ในมือก าลังแผดเผาพร้อมกับความ
พิโรธที่พุ่งสูงเสียดฟ้า
“ท าลาย ท าลาย ท าลาย ท าลาย ท าลาย ท าลาย!”
ด้วยความฉุนเฉียวภายในอกเมื่อกลายร่างเป็นเซียน
วานร ผลักดันให้ อู่ อวี้ ย่างก้าวไปเบื้องหน้าขณะที่
สะบัดพลองออกไป ค่อยๆคืบคลานท าลายพายุเพลิง
นี้ ซึ่งความจริงแล้วการจะท าลายวิชาเต๋าอันทรงพลัง
นี้ไม่ใช่เรื่องง่ายดาย แต่ด้วยความอาฆาตที่สั่งสมมา
นานเช่นนี้ หากตัวเขาไม่สิ้นชีพ เกรงว่าจะไม่มีสิ่งใด
หยุดเขาได้อีกต่อไป!
ฟุบบบ!
พลองพิชิตมารที่อยู่ในมือได้กวาดพายุเปลวเพลิงทิ้ง
ออกไปชั้นแล้วชั้นเล่า!
โฮ่กกกก!!
อู่ อวี้ ที่กลายร่างเป็นเซียนวานร ได้ค ารามด้วยความ
โกรธเกรี้ยว ท าให้สภาพเขายามนี้เปรียบดั่งอสูรร้ายที่
คลุ้มคลั่ง
เปลวเพลิงสีทองที่ถูกปล่อยออกมานั้น ได้แหวกแยก
พายุเพลิง จากนั้นเปลวเพลิงสีทองนี้ก็แทรกเข้าแทนที่
พายุเปลวเพลิงของ ฮ่าวเทียน จนหมดสิ้น
“ฮ่าวเทียน เมื่อข้าได้รับชีวิตใหม่มา ข้าได้สาบานไว้ว่า
หากข้าสังหารเจ้าไม่ได้ ข้าจะไม่ขอเป็นคนอีก”
“ในที่สุด เวลาที่ข้ารอคอยมันก็ได้มาถึง ฮ่าๆๆๆ”
“นี่มันอะไรกัน!”
ฮ่าวเทียน ที่อยู่ท่ามกลางพายุเพลิง ได้เหลือบเห็นเงา
สีเหลืองขนาดยักษ์ค่อยๆเจาะม่านพายุเปลวเพลิง เข้า
มากระชั้นชิด
“นี่มันยังไม่ถูกพายุเปลวเพลิงฉีกกระชากไปอีกงั้นรึ
นี่!!”
บัดนี้ ฮ่าวเทียน มันเริ่มถูกความหวาดกลัวเกาะกุม
จิตใจทีละน้อย!
แต่มันก็สายเกินไปเสียแล้ว!
ปั้ง!
ยามนี้ อู่ อวี้ สามารถฝ่าท าลายจนพายุเปลวเพลิง
หายไปจนหมดสิ้น
ช่วงเวลาเดียวกัน ฮ่าวเทียน ก็ได้เลือดขึ้นหน้า จนไม่
สนสิ่งใดทั้งสิ้น!
“อู่ อวี้!”
ฮ่าวเทียน ได้แผดเสียงอันน่าสยดสยองออกมา
มันได้บีบอัดพลังศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดเข้าไปในพายุเพลิง
หวังจะให้ อู่ อวี้ กลายเป็นเศษเนื้อภายใต้พายุลูกนี้!
“ตาย!!”
ขณะเดียวกัน พลองเทวะทะลวงจิตที่ถูกตั้งตระหง่าน
ชี้ขึ้นฟ้า ก็ได้ฟาดลงมาเป็นเส้นตรง ทะลวงผ่าพายุอัน
บ้าคลั่งอย่างรุนแรง
ฮ่าวเทียน ผู้เคยเป็นดั่งประกาศิตสวรรค์ภายในจิตใจ
ของเขามาตลอด
บัดนี้ อู่ อวี้ สามารถเอื้อมไปถึงสวรรค์และพลิกปฐพี
ได้ส าเร็จ!
ปุ้ง!
เมื่อพลองฟาดสะบั้นลงมา แส้เพลิงเมฆาที่เป็น
ศาสตราแห่งเต๋าอันทรงพลังของ ฮ่าวเทียน กลับถูก
ซัดปลิวกระเด็นออกไป มิหน าซ้ าพลองยังไม่หยุดหวด
ลงมาที่ไหล่ของ ฮ่าวเทียน โดยที่มันมิอาจปัดป้องได้!
กร๊อบบบ!
เสียงของกระดูกแตกหักก็ดังก้องกังวาล
ผู้เย่อหยิ่งและทะนงตัวอย่าง ฮ่าวเทียน บัดนี้กลับร้อง
โหยหวนออกมาเพราะความเจ็บปวด ขณะที่เข่าของ
มันทรุดลงติดกับพื้น เมื่อตอนที่มันยืน ขนาดตัวของ
มันมีเพียงครึ่งเดียวของ อู่ อวี้ แต่ในตอนที่มันได้ล้มลง
กับพื้น มันจึงไม่ต่างไปจากเศษธุลีเมื่อมายืนอยู่ต่อ
หน้า อู่ อวี้ ในร่างวานรยักษ์สีทองที่น่าย าเกรง
เวลานี้ ฮ่าวเทียน ไม่มีวิชาเต๋าคอยค้ าจุนมันอีกต่อไป
แล้ว มังกรเพลิงคะนอง ได้มลายหายไปสิ้น ท าให้เศษ
หิน เศษไม้ต่างๆนาๆที่หมุนวนเป็นเกลียวคลื่นพายุ
ลอยอยู่บนอากาศ ตกลงสู่พื้นดิน
เมื่อความสับสนวุ่นวายทั้งหมดได้ยุติลง ก็พลันพบกับ
ร่างของ ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน ที่เต็มไปด้วยเลือดอาบ
ท่วม ในสภาพคุกเข่าสยบต่อหน้า อู่ อวี้ ภาพที่ปรากฏ
เช่นนี้ท าให้เหล่าบรรดาประชาราษฎร์ที่ก าลังเฝ้ามอง
เหตุการณ์ ถึงกับแทบจะกลั้นหายใจไปตามๆกัน
“อ๊า~”
ส่วน หยวนซี ได้กรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด ร่างที่
พิงอยู่บนก าแพงได้จับจ้องไปยังท่านอาจารย์ของตน
อย่างไม่วางตาด้วยความตกตะลึง ซึ่งราวกับมีฟ้าผ่าลง
ตรงใจกลางจิตใจของนาง
นางได้กรีดร้องออกมาอย่างสุดเสียง เห็นได้ชัดว่าโลก
ทั้งใบของนางนั้น ก าลังจะมลายหายไปอย่างช้าๆ
นอกจากเสียงกรีดร้องของนางคนเดียว บริเวณสนาม
รบกลับถูกความเงียบเข้าปกคลุม แววตาแห่งความ
ตื่นเต้นของหมู่ชาวประชา ต่างจดจ้องไปยัง อู่ อวี้ ที่
เตรียมเผด็จศึก!
“อู่ อวี้ ข้ามีความลับส าคัญที่จะบอก……”
เมื่อได้รับบาดเจ็บสาหัสจนตัวมันเองรู้แล้วว่าสิ้นหวัง
อย่างแน่นอน เพียงแค่การการโจมตีเดียว กลับท าให้
มันตกอยู่ในสภาพที่น่าอนาถเช่นนี้ได้ เมื่อมันเห็นว่า อู่
อวี้ จะโจมตีอีกเป็นครั้งที่สอง มันจึงรีบกล่าวออกมา
อย่างรวดเร็วเพื่อหวังจะฉวยโอกาส
แต่ อู่ อวี้ ไม่ได้โง่ขนาดนั้น
ตอนนี้อีกฝ่ายจักต้องท าให้ตนเองประมาทและ
หยุดชะงักลง มันจะได้หาจังหวะลงมือสวนกลับ เขา
ยังไม่มีการหยุดแม้แต่นิดเดียว นอกจากนี้ ในร่าง
เซียนวานรจ าแลง เขาก็ยังไม่สามารถควมคุมอารมณ์
อันบ้าคลั่งของตนได้อีกด้วย!!
วูบบบบ!
พลองที่ อู่ อวี้ ฟาดลงไปในครั้งนี้ ได้สับลงกลาง
กระบาลของ ฮ่าวเทียน อย่างเต็มแรง
กร๊อบบบ!
กะโหลกของ ฮ่าวเทียน ถูกบดละเอียดจนไม่มีชิ้นดี
เนื่องจากตอนที่ อู่ อวี้ ได้ฟาดพลองลงมานั้น ตัวมัน
ก าลังจะเอื้อนเอ่ยวาจาเพื่อชิงหาโอกาส ดังนั้นในขณะ
ที่พลองฟาดลงมา มันจึงพลาดกัดลิ้นของตัวเอง
“อั่กก…..”
ฮ่าวเทียน กระอักเลือดออกมากองโต พร้อมกับเบิก
ตาโพลนมองไปยัง อู่ อวี้ ในแววตาของมันเต็มไปด้วย
ความสิ้นหวัง อีกทั้งมันยังไม่สามารถกล่าวอะไร
ออกมาได้ เนื่องจากมันได้กัดลิ้นตัวเองลงไป
“เสียใจอย่างนั้นรึ?” ในคราวนี้ อู่ อวี้ ได้สยบมันอย่าง
สมบูรณ์
ฮ่าวเทียน ที่เลือดกบปากนั้น ได้ร่ าไห้ออกมาพราง
พยักหน้า กระทั่งตัวมันเองก็ยังไม่เคยคิดเลยว่าจะมี
วันที่มันได้รับความอัปยศอดสูเช่นนี้!
“เสียใจไปก็เท่านั้น”
อู่ อวี้ ได้ฟาดพลองพิชิตมารครั้งสุดท้ายออกไปเป็น
แนวเฉียง จนเกิดเสียงดัง *แคร่กกกก* เหล่าผู้คนเห็น
กันอย่างชัดเจนว่าบัดนี้ศรีษะของ ฮ่าวเทียน ได้
กระเด็นหลุดลอยละลิ่ว จนท้ายที่สุดมันก็ได้ไปตกอยู่
ที่ข้างกาย หยวนซี
“อ๊า~~!!! ” หยวนซี ที่อยู่ในช่วงหมดหวังที่สุดในชีวิต
นางได้กรีดร้องออกมาสุดเสียง จากนั้นนางก็ได้ก้าว
ถอยออกไปจนพลาดพลัดตกลงมาจากบนก าแพง
ส่งผลให้เชือกที่ผูกปมอยู่บนคอของนางนั้นได้เหยียด
ตึง จนเป็นเหตุให้รัดคอของนางในที่สุด
“อ๊า…..อ๊า…..”
ท่ามกลางอากาศ หยวนซี ได้ตะเกียดตะกายพยายาม
ดึงเชือกที่รัดคอนางออก แต่ก็เปล่าประโยชน์ ต่อมา
ดวงตาของนางก็ค่อยๆม้วนขึ้นจนเหลือเพียงดวงตาที่
ขาวโพลน ภาพสุดท้ายที่นางได้เห็นคือ ภาพศพของ
ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน ก าลังคุกเข่าอยู่ตรงหน้าของ อู่
อวี้
“ท่านอา…จารย์….”
หลังจากสิ้นเสียง ภาพทิวทัศน์ของนางก็ได้พลันมืดดับ
ลงชั่วนิรันดร์
ข้างๆนางนั้น ได้มีศพของ หยวนฮ่าว ก าลังโยกเยกไป
ตามกระแสลม อยู่เคียงคู่
บัดนี้การล้างแค้นได้สิ้นสุดลงแล้ว!
“อึก…”
อู่ อวี้ ที่มีมรสุมอัดอยู่ภายในใจตลอดเวลา
บัดนี้มันถูกช าระล้าง จนจิตใจของเขาก็ได้กลับคืนสู่
ความว่างเปล่าอีกครั้ง
♡(⺣◡⺣)♡* เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ