กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 66 : อู่ หยู๋ หายตัวไป
การแก้แค้นส าเร็จลุล่วงแล้ว
อาจกล่าวได้ว่าเกือบสองปีแล้ว ที่เขาต้องอดทนต่อ
ความยากล าบาก อย่างสุดแสนสาหัสนานับประการ
ต้องฝึกฝนอย่างหนักแบบข้ามวันข้ามคืน ทั้งหมดก็
เพื่อความส าเร็จในวันนี้
หลังจากความปรารถนาที่ยาวนานสิ้นสุดลง เขามอง
ไปยังซากศพของ ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน ที่นอนแน่นิ่งไม่
ไหวติง เช่นเดียวกับร่างของหยวนซี และ หยวนฮ่าว
ที่ก าลังแกว่งไปมาอยู่หน้าก าแพงประตูเมือง แต่
แท้จริงแล้วภายในหัวใจของเขา กลับรู้สึกว่างเปล่า
เขาควรจะยินดีกับความส าเร็จ หลังจากการแก้แค้น
เสร็จสิ้น แต่ตัวเขากลับไม่มีความสุขเลยแม้แต่น้อย
เขาพูดได้แค่ว่า สามารถถอนหายใจออกมาได้อย่างโล่
งอกขึ้นเท่านั้น
” พระบิดา … การแก้แค้นครั้งนี้ส าหรับตัวข้าเอง
แล้วก็เป็นการแก้แค้นให้แก่ท่าน”
หากมองไปในทิศทางของพระราชวัง เปรียบเสมือน
รากฐานที่บรรพบุรุษได้สร้างเอาไว้ บัดนี้มันได้ถูก
ส่งกลับคืนมายังมือของ อู่ อวี้ แล้ว
” อย่างไรเสีย ชีวิตของผู้ฝึกตนในวิถีแห่งเต๋านั้น
ต้องมีชีวิตยาวนานสันโดษ สิ่งที่ผ่านเข้ามานี้เป็นเพียง
แค่ส่วนเล็ก ๆ ส่วนหนึ่งเท่านั้น ไม่จ าเป็นต้อง
โศกเศร้าเสียใจ ไม่จ าเป็นต้องหลอกลวงแสร้งท า ”
วันนี้สิ้นสุด พรุ่งนี้เริ่มใหม่
อู่ อวี้ จ้องมองไปที่ แส้หางม้าเพลิงเมฆา ของฮ่า
วเทียนซ่างเซียนที่อยู่ภายในถุงจักรวาล เขาลังเลใจอยู่
ครู่หนึ่ง ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจไม่รับมัน
” ฮ่าวเทียน เป็นคนของพรรคจงหยวน หาก
พิจารณามันก็ถือเป็นศิษย์ผู้จงรักภักดีคนหนึ่ง การที่
ข้าสังหารมันก็เพื่อแก้แค้น ไม่ใช่หวังสมบัติ ตามกฎ
ของนิกายได้กล่าวเอาไว้ว่า ผู้อยู่ในวิถีแห่งเต๋า
จ าเป็นต้องมีหัวใจเป็นเต๋า ข้าไม่อาจเห็นแก่เงินทอง
โชควาสนาเล็กน้อยนี้ได้ ซึ่งขัดต่อความตั้งใจเดิมของ
ข้า ”
เขาไม่ทราบว่า เจียง จุนหลิน จะกลับมาเมื่อใด
ดังนั้นเขาจึงต้องรีบจากไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะท าได้
เขาเบื่อที่จะหลบหนี แต่ในเวลานี้ก็ยังไม่ควรจะ
เผชิญหน้า
“องค์ชาย อวี้!”
อู่ อวี้ สังหารฮ่าวเทียน ต่อหน้าราษฎร และ
ธารก านัลในนครเย่วอู่
ในเวลานี้ราษฎรในนครเย่วอู่ ต่างนั่งคุกเข่าลงกับพื้น
อย่างเคารพ เดิมทีแล้วพวกเขาต่างชื่นชมในตัวของ อู่
อวี้ มากเป็นทุนอยู่แล้ว แต่ในเวลานี้พวกเขากลับชื่น
ชมเคารพบูชา เสียยิ่งกว่าแต่ก่อนในฐานะซ่างเซียน
” ทุกท่านลุกขึ้นเถิด ”
อู่ อวี้ มองพวกเขาด้วยสายตาที่อ่อนโยน หลังจาก
การแก้แค้นเสร็จสิ้น ในเวลานี้เขาก็รู้สึกสงบอย่างที่สุด
มันถูกเรียกว่าหัวใจแห่งเต๋า ดูเหมือนทุกอย่างนั้นจะ
ชัดเจนยิ่งกว่าที่เคยเป็น
” องค์ชาย ขอให้พระองค์ทรงโปรดขึ้นเป็นองค์
ฮ่องเต้ เพื่อน าพาอาณาจักรบูรพาเย่วอู่ไปสู่ความ
รุ่งโรจน์ สยบทั้งใต้หล้า !”
หลังจาก ฮ่าวเทียน และ พรรคพวกของมันตกตายไป
เหล่าขุนนาง และ ข้าราชบริพารต่าง ๆ ที่รู้เห็นเป็นใจ
ร่วมมือกระท าชั่ว ก็ต่างรู้ดีว่าไร้ประโยชน์ที่จะหลบหนี
และ ในเวลานี้ จอมพลอู๋ก็เป็นคนแรก ที่คุกเข่าลงบน
พื้นดิน ดูเหมือนว่าในเวลานี้ เหล่าราษฎรทั่วทั้งใต้ห
ล่า ต่างปรารถนาให้ อู่ อวี้ นั้นขึ้นครองบัลลังก์อีกครั้ง
” ทุกท่าน ตัวข้านั้นได้ก้าวเข้าสู่วิถีแห่งเซียนแล้ว
ข้าไม่อาจเข้าไปยุ่งเกี่ยว กับยศฐาบรรดาศักดิ์ของ
มนุษย์ได้แม้ว่าเวลานี้หยวนฮ่าวถูกฆ่าข้าสังหาร แต่
ขอให้ทุกท่านจงมั่นใจในฮ่องเต้องค์ใหม่ ข้าจะจัดการ
ให้ในภายหลัง แต่ในเวลานี้พวกท่านจงปฏิบัติตัวเป็น
พลเมืองที่ดี กระท าตามหน้าที่ของตนเอง ไม่อย่างนั้น
อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ”
นี่ถือเป็นการบอกกล่าวให้เหล่าข้าราชบริพาร และ
ขุนนางได้ฟังด้วยบางส่วน
“ตอนนี้ ข้าจ าเป็นต้องออกจากบุกอาณาจักรนี้ก่อน
พวกท่านจงรอข้ากลับมาที่อาณาจักร เย่ว อู่ อีกครา”
เขาจ าเป็นต้องล่วงหน้าออกเดินทางไปก่อน
ผู้คนต่างมองหน้ากัน
” ตามที่คาดไว้ องค์ชาย อวี้ ไม่ประสงค์ที่จะเป็น
ฮ่องเต้ขึ้นปกครองมนุษย์ ……”
” อาาา∼ ใช่แล้ว … เพราะพระองค์กลายเป็นซ่าง
เซียนไปแล้วน่ะสิ ……”
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เราผู้คนในนครเย่วอู่ก็รู้สึกใจหาย
เล็กน้อย พวกเขาเชื่อว่า ตราบใดที่มีองค์ชาย อู่ อวี้
อยู่ อนาคตในภายภาคหน้าของอาณาจักรบูรพาเย่วอู่
ย่อมสดใสรุ่งโรจน์อย่างแน่นอน
เมื่อกล่าวจบ
ฉับพลัน อู่ อวี้ ก็หยิบพลองพิชิตมารเปื้อนโลหิตขึ้นมา
แล้วกลายเป็นแสงสีทองหายลับไป ในความมืดมิด
ของยามราตรี
ทั้งนครเย่วอู่ยังคงเงียบสงัด
ทุกคนมองไปที่ซากศพทั้ง 3 ด้วยความรู้สึกมึนงง
ในความเป็นจริงแล้ว แม้จะเป็นเหล่าขุนนางผู้อาวุโส
ก็ไม่มีใครล่วงรู้ถึงการด ารงอยู่ของ เจียง จุนหลิน พวก
เขาล่วงรู้แค่เพียงว่าหยวนเฉิน นั้นเป็นองค์ชายอีก
พระองค์หนึ่งที่ต่ าศักดิ์กว่า อีกทั้งยังห่างไกลจากค าว่า
ฝุายตรงข้ามของ อู่ อวี้ ฉะนั้นพวกเขาจึงไม่ทราบ
เหตุผลว่าเพราะเหตุใด อู่ อวี้ ถึงได้เร่งรีบออกไปเพียง
นี้
” ท่านพี่ ค่ าคืนนี้คงเป็นคืนที่น่าอัศจรรย์ใจที่สุด
ส าหรับท่าน…”
อู่ อวี้ ออกจากนครหลวงเย่วอู่ มุ่งหน้าไปยังสถานที่
อันกว้างใหญ่ไพศาล!
ก่อนหน้านี้ส่วนลึกภายในจิตใจของเขา เต็มไปด้วย
ความอาฆาตเคียดแค้น ความเกลียดชังนั้นมันท าให้
เขาดวงตามืดบอด แต่ในตอนนี้ความเกลียดชังได้ถูก
แก้ไขเสร็จสิ้นเรียบร้อย มันท าให้เขาได้เห็นความ
งดงามของสวรรค์ และ ปฐพี อย่างไม่มีสิ้นสุด!
” 3,000 อาณาจักรเซียน ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง!
นอกจากนี้ยังมีทะเลล้อมรอบอยู่ทั้ง 4 ทิศ โลกนี้ช่าง
กว้างใหญ่ไร้สิ้นสุด ”
ขณะที่ อู่ อวี้ ก าลังวิ่งอยู่บนพื้นนั้น หัวใจของเขาก็
ค่อย ๆ พองโตเพราะความตื่นเต้น!
ก่อนหน้านี้เขาเหมือนกับคนตาบอด เพราะถูกความ
เกลียดชังบดบังดวงตา
ในเวลานี้อุปสรรคขวากหนาม ได้ถูกจัดการไปจนสิ้น
แล้ว เส้นทางแห่งเซียนของเขาจะเปิดกว้างมากยิ่งขึ้น!
” เทือกเขาอันไร้สิ้นสุด แม่น้ ากว้างใหญ่ มหาสมุทร
อันกว้างใหญ่ไพศาลนี้ มีสิ่งมีชีวิตอยู่มากมายเท่าใด กี่
พรรคนิกายที่ยังอยู่ กี่ผู้ฝึกตนที่อยู่บนผืนปฐพีนี้!”
โลกนี้ช่างกว้างใหญ่ไร้สิ้นสุด ตามบันทึกแผนภูมิ
ดินแดนตงเสิ้ง มีเพียงไม่กี่สถานที่เท่านั้น ที่มี
อาณาจักรนับสิบล้อมรอบเอาไว้เช่นนี้
อู่ อวี้ ค่อย ๆ ดื่มด่ าไปกับโลกที่งดงามนี้
” หากข้าได้กลายเป็นเหมือนท่านอาจารย์ ที่
สามารถบรรลุเข้าสู่ขั้นสร้างแกนนภา เป็นผู้พิทักษ์
กระบี่ในใต้หล้า ข้าจะมีความสุขแค่ไหนกันนะ ข้าต้อง
มีความสุขมากแน่นอน!”
ก่อนหน้านี้ที่ดวงตาของเขายังมืดบอด เขาเข้าใจว่า
การกวัดแกว่งกระบี่ประหัตประหารเหล่าปีศาจ คือ
เกียรติ และ ความภาคภูมิใจสูงสุด
” ความสุขที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตนี้ คือการที่ข้าไม่สามารถ
ส ารวจโลกอันกว้างใหญ่ไพศาลได้ทั้งหมด ท าให้
การพจญภัยของข้านั้นไม่มีที่สิ้นสุด”
ทุกครั้งที่เขานึกถึง ความลี้ลับที่ถูกบันทึกไว้ในแผนภูมิ
ดินแดนตงเสิ้ง มันก็ท าให้ อู่ อวี้ จิตใจร้อนรนอยากจะ
เดินทางออกจากที่นี่ทันที
แต่เขานั้นยังเข้าใจดีว่า ตนเองเพิ่งเข้าสู่ขั้นหลอมรวม
ลมปราณ และ มีพลังศักดิ์สิทธิ์อยู่ในขั้นต้นเท่านั้น ซึ่ง
มันคือระดับต่ าสุดของผู้ฝึกตนในวิถีแห่งเต๋า ด้วย
ความแข็งแกร่งเพียงแค่นี้ของเขา ยังไม่สามารถพาเขา
ไปไกลได้นัก
” ยอดภูเขาสูงชัน เขตแดนต้องห้าม ภายในแม่น้ า
ล าธาร ปีศาจที่ออกอาละวาด สร้างความเดือดร้อน
ให้แก่มวลมนุษย์ และคอยจ้องมองหาเหยื่อเหล่าผู้ฝึก
ตนที่ยังเยาว์วัย หลังจากที่ข้าจัดการปัญหาภายใน
นครเย่วอู่เสร็จสิ้น ข้าจะกลับไปยังเทือกเขาคราม
เป็นการดีที่จะทุ่มเทสมาธิไปกับการฝึกตนบ าเพ็ญ
เพียร”
ผู้ฝึกตนในวิถีแห่งเต๋า ย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงให้ฝุาเท้า
ของตนเองย่ าลงสู่พื้นดิน[1]
เขาล่วงรู้ดีว่า ข่าวในเรื่องของ ฮ่าวเทียน ได้ถูกสังหาร
ลงในวันนี้ จะต้องแพร่กระจายออกไปทั่วนครเย่วอู่อ
ย่างรวดเร็ว ในที่สุดมันต้องล่วงรู้ถึงหูของ เจียง จุน
หลิน และ หยวนเฉิน อีกในไม่ช้า
ในเวลานี้ อู่ อวี้ ยังไม่ปรารถนาที่จะท้าทายกระตุ้น
เจียง จุนหลิน เพราะอาจท าให้เกิดปัญหายุ่งยากมาก
ขึ้น
” แต่น่าเสียดายยิ่งนักที่ ‘ ผลก าเนิดชีวิต ‘ ซึ่งเปรียบ
ได้ดั่งรากฐานเซียน คาดว่าแม้แต่ท่านเจ้านิกาย ก็ยัง
ปรารถนาสมบัติล้ าค่าชิ้นนี้ สมบัติถือก าเนิดอยู่ภายใน
อาณาจักรบูรพาเย่ว อู่ ดังนั้นหากมองตามกฎ สมบัติ
ชิ้นนี้จะต้องตกเป็นของข้า แต่ฮ่าวเทียนกลับปล่อยให้
มันอยู่ในเงื้อมือของ เจียง จุนหลิน ได้เป็นผู้
ครอบครองมันไป…”
ตามที่กฎข้อตกลง อู่ อวี้ สมบัติชิ้นนี้มันควรจะเป็น
ของ อู่ อวี้ ดังนั้นภายในจิตใจของเขา จึงได้ปรากฏ
ความไม่ยินยอมอยู่บ้าง
แต่ว่าดูยังไงแล้วก็ไร้ซึ่งหนทาง
ระหว่างการเดินทาง อู่ อวี้ ได้คิดถึงเรื่องนี้ ในที่สุดเขา
ก็มาถึง ในตอนนี้ก็ผ่านมาครึ่งวัน ตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่
จนถึงตอนดึก ถ้ามองจากสภาพโดยรอบแล้ว ไม่
น่าจะเกิดปัญหาอะไรขึ้นกับ อู่ หยู๋ อย่างแน่นอน
แสดงว่า เจียง จุนหลิน และ พรรคพวกของมันยังไม่
พบที่นี่
” ถ้าท่านพี่ล่วงรู้ว่าสามารถสังหารศัตรูจนสิ้นแล้ว
ไม่รู้ว่าท่านพี่จะมีความสุขมากเพียงใด ที่นางไม่ต้อง
คอยห่วงข้าอีกต่อไปแล้ว ”
อู่ อวี้ รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างนี้ ถ้าให้กล่าวตามจริง
แล้ว เขาถูกเคารพยกย่องมาตั้งแต่วัยเยาว์ เขาประสบ
ความส าเร็จมานับครั้งไม่ถ้วน แต่นี่ถือเป็นครั้งแรกที่
เขาได้ร่วมมือกับ องค์หญิง อู่ หยู๋ อย่างจริงจัง
ช่วงเวลาหลังเที่ยงคืน ทั่วทั้งเมืองเงียบสงบอย่างที่สุด
อู่ อวี้ ลัดเลาะไปตามขอบก าแพงโรงเตี้ยม ไม่ได้ไป
ทางประตูทางเข้าหลัก เมื่อเขาพบหน้าต่างห้อง
หมายเลข 2 ที่ อู่ หยู๋พักอยู่ เขาก็กระโดดขึ้นไปและ
เปิดหน้าต่าง
” บางทีนางอาจจะกลัวว่าตัวตนของนางจะถูก
เปิดเผย ถึงได้ดับแสงสว่างเสียหมด? ”
ภายในห้องมืดสนิท
ในยามนี้ อู่ อวี้ ได้กลายเป็นผู้ฝึกตนในวิถีแห่งเต๋าแล้ว
เมื่อเขาตั้งใจเพ่งบอกเข้าไปในหน้าต่างเขา ก็สามารถ
มองเห็นได้ละเอียดทุกอย่างได้อย่างชัดเจน ซึ่งพบว่า
ภายในห้องพักนี้ไม่มีมนุษย์ผู้ใดอยู่เลย!
“เป็นไปได้เช่นไรกัน ผิดห้องงั้นรึ?” เขาเดินเข้าไป
ภายในห้อง และจ้องมองดูอย่างละเอียด ท าให้เขา
มั่นใจได้ว่าคือห้องนี้อย่างแน่น่อน! เขายังจ าเครื่อง
ตกแต่งภายในห้องได้ดี แต่ อู่ หยู๋ หายไป !
จิตใจของ อู่ อวี้ วิตกกังวลขึ้นมาอย่างฉับพลัน
เขานึกย้อนกลับไปตอนที่อยู่ภายในนิกายกระบี่สวรรค์
ในครานั้นเขาตั้งใจน าข่าวดีไปบอกกับ เสิ่น อู่เต้า แต่
เขาก็ได้พบว่า ท่านลุง เสิ่น ได้ถูกสังหารไปเสียแล้ว…
เขาสัมผัสได้ถึงลางสังหรณ์ที่เลวร้ายบางอย่าง อู่ อวี้
เลยรีบตรงเข้าไป กระแทกเปิดประตู ในเวลาที่
โรงเตี๊ยมได้ปิดลงแล้ว อย่างไรก็ตามห้องของเถ้าแก่
นั้น อยู่ติดกับโต๊ะรับรองแขก อู่ อวี้จึงรีบกระโดดขึ้น
ไป และ เตะเปิดประตูห้องอย่างรุนแรง ทันทีเสียงที่
ดังขึ้นมานี้ เขาไปดึงเสื้อเถ้าแก่วัยกลางคนแล้วเขย่าให้
ตื่นขึ้น จากนั้นเขาได้ถามออกไปอย่างมีโทสะ “แขก
ห้องหมายเลข 2 อยู่ที่ไหน ?”
อู่ อวี้ เข้ามาในโรงเตี้ยมแห่งยามรุ่งอรุณ พร้อมกับ
หน้ากากวานร ท าให้เถ้าแก่รู้สึกประทับใจอย่างสุดซึ้ง
ถึงแม้ว่ายามนี้ อู่ อวี้จะสวมใส่หน้ากากวานร แต่
ลักษณะร่างกายของเขายังมิได้เปลี่ยนแปลง ท าให้เถ้า
แก่จดจ าเขาได้ทันที
“ทะ … ท่านหมายถึงองค์…..องค์หญิง อู่ หยู๋ อย่าง
นั้นรึ! นางมาที่โรงเตี๊ยมแห่งนี้ในยามเช้า และได้ปิดบัง
รูปลักษณ์เอาไว้ ตะ… แต่ในช่วงบ่าย ทันใดนั้นนางก็
ได้เปิดประตูและเผยตัวออกมา หนึ่งในคนที่ได้เห็น
ตัวตนที่แท้จริงของนาง เป็นผู้ที่รู้จักและเคยเห็นหน้า
นางมาก่อน ซึ่งต่อมามันได้จับตัวนางไป…”
เพียงแค่การกระทืบเท้าลงพื้นครั้งเดียว อู่ อวี้ แทบจะ
ท าให้โรงเตี้ยมทั้งหมดพังทลายตัวลง
ก าหนดเวลาที่ผลก าเนิดชีวิตจะสุกงอมนั้นเหลืออีก
เพียง 2 วัน ถือได้ว่าเวลาในยามนี้บีบคั้นกระชั้นชิด
อย่างยิ่ง เขาต้องรีบย้อนกลับไปยังนครหลวยงเย่ว อู่
เขาไม่ทราบว่าตอนนี้นางเป็นหรือตาย ดังนั้นที่แรกที่
เขาจะต้องไปตามหานางก็คือ ที่นครหลวงเย่ว อู่ ซึ่ง
ตามปกติแล้ว อู่ หยู๋ ไม่ค่อยได้ปรากฏกายต่อหน้า
สาธารณชนมากนัก ดังนั้นจึงไม่ค่อยมีผู้ใดรู้จักนาง
ถึงแม้จะได้เห็นใบหน้าของนาง แต่คนพวกนั้นก็จะไม่
ทราบว่านางคือใคร และจ้องมองนางเพียงแค่เพราะ
ความงดงามก็เท่านั้น…
ทันทีที่นางปรากฎตัวขึ้น ก็มีคนจดจ านางได้แล้ว
กล่าวได้ว่าพวกเขาพี่น้องช่างโชคร้ายยิ่งนัก
“แล้วยังไงต่อ!”
เมื่อเถ้าแก่ เห็นว่า อู่ อวี้ ในยามนี้น่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง
มันก็สะดุ้งและตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว จากนั้น
ก็กล่าวว่า “คราแรกนั้น องค์หญิง อู่ หยู๋ไม่ต้องการพบ
หน้าใคร จึงไม่มีผู้ใดกล้าขึ้นไปพบนาง ตะ…ต่อมา ก็มี
ข่าวลือหนาหูว่า คนผู้หนึ่งซึ่งมีนามว่า ‘หยวนเฟิง’ ได้
ออกค าสั่งให้น ากองก าลังพิทักษ์เมือง ควานหาตัวองค์
หญิง อู่ หยู๋ ซึ่งองค์หญิงได้บอกว่านางไม่ปรารถนาที่
จะพบเขา แต่แล้ว ‘หยวนเฟิง’ ก็กล่าวออกมาว่า เสิ่น
อู่เต้า ซ่างเซียนได้ลักพาตัวองค์ฮ่องเต้และองค์ไทเฮา
ไป ดังนั้นเขาจึงจ าเป็นต้องพาตัวองค์หญิงไปส่งที่นคร
หลวง เย่ว อู่ เพื่อให้เสิ่น อู่เต้า ซ่างเซียนปล่อยตัวองค์
ฮ่องเต้ และ องค์ไทเฮา…
เถ่าแก่ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว แสดงให้เห็นว่า
มันเข้าใจถึงผลกระทบที่ตามมาอย่างชัดเจน
เป็นธรรมดาที่ อู่ อวี้ จะไม่ทราบว่าหยวนเฟิงผู้นี้คือ
ใครกัน แต่ถ้าฟังจากนามของมันแล้ว แน่นอนว่ามัน
ต้องเป็นหนึ่งในคนจากตระกูลของไทเฮาหยวนซี
ยามบ่ายของวันนี้ ข่าวลือเรื่องไทเฮาหยวนซีถูกจับตัว
ไป ถูกแพร่สะพัดไปทั่วทั้งนครแห่งนี้ และ
ความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างองค์ชาย อู่ อวี้ กับองค์
หญิงอู่ หยู๋ก็ถูกเปิดเผยแล้วในวันนี้เช่นกัน แต่ถึง
กระนั้นกลับมีคนจากในตระกูลของ หยวนซี ได้ออก
ค าสั่งให้องครักษ์ประจ าเมือง มาลักพาตัวองค์หญิงอู่
หยู๋ เพื่อส่งตัวนางไปที่นครหลวงเย่ว อู่ คนผู้นี้ช่าง
หาญกล้าอย่างยิ่ง!
อู่ อวี้ รู้สึกผ่อนคลายเล็กน้อย อย่างน้อยอู่ หยู๋ก็ถูกส่ง
ตัวมายังนครหลวง เย่ว อู่แห่งนี้ มิได้ถูกสังหารไป
เขายังคงมีโอกาสอยู่ เนื่องจากว่าการเดินเท้าไปยัง
นครหลวงเย่ว อู่ นั้น มีเพียงเส้นทางเดียว อู่ อวี้จึงวาง
ร่างของเถ่าแก่ลง จากนั้นเขาก็ไล่ติดตาม อู่ หยู๋ ไป
อย่างเอาเป็นเอาตาย!
“พวกมันน่าจะออกเดินทางไปตอนช่วงบ่าย ถ้า
เดินทางไปด้วยความเร็วเต็มที่ อีกไม่นานก็น่าจะถึง
นครหลวง เย่ว อู่ แล้ว!”
คนที่ชื่อว่า หยวนเฟิง ได้จับตัวองค์หญิง อู่ หยู๋ และ
ส่งนางไปให้กับฮ่าวเทียน ด้วยศักดิ์ฐานะของเขา อู่
อวี้มั่นใจว่าตัวเขานั้นสามารถท าการแลกเปลี่ยนตัว
ประกันกลับมาได้ ซึ่งเขานั้นก็คิดว่าองค์หญิงอู่ หยู๋ ไม่
ควรจะได้รับบาดเจ็บอะไร ยิ่งถ้าเจ้าคนผู้นั้นได้รู้ว่า
ฮ่าว เทียน ถูกสังหารไปเสียแล้ว มันคงต้องหวาดกลัว
ตัวสั่นเป็นแน่แท้
เป็นเพียงมนุษย์ปถุชน มีรึจะหาญกล้าท้าทายซ่าง
เซียน!
ตอนนี้ มันคือสิ่งที่คือผลลัพธ์ที่ อู่ อวี้ หวังไว้เพียง
อย่างเดียวเท่านั้น!
“บัดซบ เพราะตัวข้านั้น มัวแต่ห่วงกังวลเรื่องการ
แก้แค้นมากเกินไป ข้าควรจะหาที่ซ่อนตัวนางให้ดีกว่า
นี้… แต่ ใครจะคาดคิดว่านางจะถูกจับตัว ใครจะไปรู้
ว่าหยวนเฟิงจะอยู่ที่นั่น…”
ถือเป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างยิ่ง ซึ่งมันได้
กลายเป็นปัญหาใหญ่ส าหรับ อู่ อวี้ ในยามนี้
“ตามก าหนดการ 6 วัน เจียง จุนหลินและหยวน
เฉิน คงต้องมาถึงในคืนวันพรุ่งนี้เป็นอย่างน้อย ข้าคง
ต้องรีบย้อนกลับไปที่นครหลวงเย่ว อู่ ตราบใดที่ อู่
หยู๋ ยังอยู่ในนครหลวง และพวกมันยังไม่ได้ท าอะไร
กับนาง ก็คงจะไม่เป็นอะไร!”
อู่ อวี้ ต้องรีบย้อนกลับไปให้เร็วที่สุด มิฉะนั้นหากเข้า
สู่ตัวเมืองนครอันกว้างใหญ่ไพศาลแล้ว การที่เขาจะ
ควานหาตัวนางคงต้องกล่าวได้ว่าหมดสิ้นความหวัง
เป็นแน่แท้
……
ความจากผู้แต่ง : โลกนี้กว้างใหญ่ไพศาลมากกว่าที่
ผู้อ่านทุกคนคาดคิด ปฐมบทแห่ง ราชาวานร พึ่งจะ
เริ่มต้นขึ้นเท่านั้น…
เชิงอรรถ
1. ธารก านัล ธารค านัล[ทาระก านัน ค านัน] น. ที่
ชุมนุมชน คนจ านวนมาก
2.ย่ าลงสู่พื้นดิน หมายถึง ปฏิบัติอย่างจริงจังตั้งใจ
♡(⺣◡⺣)♡* เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ