กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 67 : 5 วันแห่งความหวาดผวา
ยามราตรีนครเย่วอู่
ด้านนอกเมือง ร่างไร้วิญญาณของ หยวนฮ่าว ,หยวน
ซี, ฮ่าวเทียน ถูกห่อหุ้มด้วยเสื่อฟาง
ในค่าคืนนี้ดวงจันทราลอยสูง
ภายใต้ดวงจันทรา คราบโลหิตที่กระจัดกระจายอยู่
บนพื้นดินนั้น ทันใดนั้นโลหิตสีแดงสดก็ส่องแสงสว่าง
ระยิบระยับ ออกมา
ไม่ไกลออกไปนัก ชาวเมืองภายในนครเย่วอู่ยังคงเกาะ
กลุ่มกัน ไม่สลายตัวออกไปไหน พวกเขาจ้องมองไป
ยังทิศทางของประตูเมืองอย่างเคร่งเครียด
ทันใดนั้นเอง ก็มีมือขาวซีดยื่นออกมา เสื่อฟางที่คลุม
ร่างได้ถูกยกขึ้น เผยให้เห็นร่างของ ฮ่าวเทียน ซ่าง
เซียน ในเวลานี้ศีรษะที่เคยแหลกเละของมันได้
กลับคืนสู่สภาพเดิม จนยากที่จะแยกแยะก่อนหลังได้
“ชิชิ เจ้า อู่ อวี้ ผู้น่ารังเกียจ เจ้ามันไม่ใช่มนุษย์ ”
ภายใต้แสงจันทรา จะเห็นร่างของบุรุษผู้หนึ่งสวมใส่
อาภรณ์ชุดคลุมขนสุนัขจิ้งจอกสีเงิน ทั่วทั้งร่างของมัน
แผ่กลิ่นอายบางอย่างออกมา กลิ่นอายนั้นสามารถท่า
ให้ผู้คนหลงไหลในเสน่ห์นี้ได้ ใบหน้าของมันเคร่งขรึม
ผิวพรรณใสดุจหยก ภายใต้แสงจันทราสว่างนวล
เช่นนี้ ยิ่งขลับให้บุรุษผู้นี้ดูโดดเด่นราวกับทูตสวรรค์
บุรุษผู้นี้คือ เจียง จุนหลิน
ผู้ที่อยู่เบื้องหลังของมันเป็นชายรูปร่างผอมบาง ชายผู้
นี้ก็คือหยวนเฉิน และ ในเวลานี้ดวงตาของมันเเดงก่า
ราวกับสีของโลหิต มันก่าหมัดทั้งสองข้างเอาไว้แน่น
ใบหน้าที่เคยหล่อเหลานั้นแทบไม่เหลือเค้าเดิม สีหน้า
ของมันในตอนนี้ช่างดูดุร้ายน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง
” ศิษย์พี่เจียง ท่านต้องช่วยข้าแก้แค้น! ”
แม้ว่าหยวนเฉิน จะไม่ได้ร่าให้ออกมาใครเห็น แต่
น้่าเสียงของมันก็ช่างสั่นเครือแหบพร่า
เจียง จุนหลิน ยิ้มแล้วกล่าวว่า ” เรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหา
เจ้าจงมั่นใจได้ อย่างไรเสียในตอนที่ ฮ่าวเทียน ยังมี
ชีวิตอยู่นั้นได้ท่าดีแก่ข้าไม่น้อย นั่นก็คือการมอบ ‘ผล
ก่าเนิดชีวิต’ ให้แก่ข้า แน่นอนว่าถ้าต้องตอบแทนเขา
”
” ขอบคุณศิษย์พี่ ”
เจียง จุนหลิน เดินย้อนกลับไปสองสามก้าว จากนั้นก็
ใช้มือตบลงบนไหล่ของหยวนเฉิน มันเลิกคิ้วขึ้นพร้อม
กับเปล่งเสียงหัวเราะออกมาแล้วกล่าวว่า ” หยวนเฉิน
ข้าขอกล่าวตามตรง ในยามนี้ ฮ่าวเทียน และ ญาติผู้
เป็นมนุษย์ของเจ้า ได้ตกตายสิ้นลงไป ส่วนเจ้านั้นก็
ถูกส่งตัวไปยังพรรคจงหยวนตั้งแต่วัยเยาว์ อีกทั้งเจ้า
ยังพบเจอกับพวกเขา แค่เพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น ซึ่งก็
หมายความว่าสายใยผูกพันนั้นไม่น่าจะมากนัก และ
ในเวลานี้พวกเขาได้จากไปแล้ว เท่ากับว่าเจ้าไม่ต้องมี
พันธะใดๆต่อไปอีก หลังจากที่ฆ่าสังหารมันแล้ว เจ้า
จงติดตามข้ากลับไปยังพรรคจงหยวน เข้าใจหรือไม่ ?
”
หยวนเฉิน ตอบรับอย่างไม่ลังเล ” ขอบคุณศิษย์พี่ที่
เมตตา อนาคตของข้าหยวนเฉินต่อจากนี้ ขึ้นอยู่กับ
ศิษย์พี่เจียงแล้ว แต่ถึงแม้ว่าท่านจะกล่าวเช่นนั้น แต่
พวกเขาเหล่านั้นล้วนมีสายเลือดเกี่ยวพันกับข้า
เช่นนั้นแล้วขอให้ท่านได้โปรดสังหาร อู่ อวี้ เพื่อแก้
แค้นแทนให้ข้าด้วย! ”
” ไม่ต้องกังวล ”
ส่าหรับ เจียง จุนหลิน แล้ว อู่ อวี้ ไม่เคยอยู่ในสายตา
ไม่ควรค่าให้มันเหลือบแล จากนั้นมันก็หัวเราะออกมา
เสียงดังพร้อมกับกล่าวขึ้นวาง ” ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ อู่ อวี้ ผู้นี้
แท้จริงกลับน่าหวาดหวั่นเช่นนี้ ข้าเองก็ไม่ล่วงรู้
เช่นกันว่ามันมีโชควาสนาอันใด วรยุทธ์ของมันถึงได้
รุดหน้าไปอย่างรวดเร็วเช่นนี้ ทั้ง ๆ ที่ข้าพึ่งได้รับ
รายชื่อผู้พิทักษ์อาณาจักรมนุษย์นี้มาแท้ๆ แต่มันกลับ
ประสบความส่าเร็จในการแก้แค้นเสียแล้ว ถือว่ามัน
เลือกเวลาลงมือได้ไม่เลวทีเดียว”
ไม่กี่วันก่อนที่ผลก่าเนิดชีวิตจะเริ่มสุกงอมเต็มที่
ขณะที่พวกเขาเพิ่งเก็บเกี่ยวผลก่าเนิดชีวิตที่สุกงอม
แต่แล้วระหว่างเดินทางกลับ พวกเขาก็ได้รับข่าว
เร่งด่วน ข่าวนั้นแจ้งว่า ฮ่าวเทียน ได้ถูกสังหารลงเสีย
แล้ว
” หยวนเฉิน เจ้าต่าหนิข้าหรือไม่ ที่ข้าต้องเฝ้าผล
ก่าเนิดชีวิต จนไม่ได้กลับไปพร้อมกับบิดาของเจ้า ? ”
เจียง จุนหลิน จ้องมองไปยังดวงตาของหยวนเฉิน
ด้วยแววตาที่สาดประกายแล้วถามขึ้น
หยวนเฉินรู้สึกตกใจเล็กน้อย มันรีบตอบกลับอย่าง
รวดเร็วว่า ” ไม่อย่างแน่นอน ข้าเข้าใจดีว่าผลก่าเนิด
ชีวิตนั้นมีความหมายกับท่านเพียงใด แล้วท่านเองก็ไม่
ทราบว่าเจ้า อู่ อวี้ จะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ นอกจากนี้
รากของผลก่าเนิดชีวิต อีกทั้งยังถือเป็นสิ่งที่มีพิษ
รุนแรง ท่าให้ท่านจ่าเป็นต้องรีบเก็บเกี่ยวมัน
นอกจากนี้ท่านยังต้องกลั่นสะกัดมันให้กลายเป็นเม็ด
ยาพิษ จากนั้นก็ส่งมอบให้กับผู้น่าพรรค เพื่อ
ช่วยเหลือบิดาของข้า ท่าให้ท่านมิได้มีแม้แต่จะใช้ราก
นี้ หยวนเฉินเข้าใจเรื่องนี้ดีอย่างลึกซึ้ง ”
” หึหึ ดีแล้ว… ที่เจ้าเข้าใจดีว่า ศิษย์พี่ผู้นี้นั้นดีต่อ
เจ้ามากเพียงใด ” แม้ว่าศพยังคงให้อยู่ไม่ห่างจากมัน
แต่ เจียง จุนหลิน ก็ยังคงยิ้มออกมาอย่างไม่มีอะไร
เกิดขึ้น
หยวนเฉินกล่าวต่อว่า ” ศิษย์พี่เจียงให้ข้าทุกอย่าง
ภายในใจของข้านั้น ท่านมีพระคุณเสียยิ่งกว่าบิดา
มารดาของข้า ”
แม้ว่าหยวนฮ่าวจะเป็นพี่น้องร่วมสายโลหิตของมัน
แต่ในสายตาของหยวนเฉินแล้ว หยวนฮ่าวนั้นต่าต้อย
เสียยิ่งกว่ามดปลวก หยวนเฉินจึงเกียจคร้านที่จะใส่ใจ
กับมัน
” ดีมาก ” เจียง จุนหลิน ตบไหล่ของหยวนเฉิน
อย่างผ่อนคลาย
มันหัวเราะออกมาก่อนจะกล่าวขึ้นว่า ” ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ
การที่จะสังหารคนอย่าง อู่ อวี้ ที่ตอนนี้เราไม่รู้ว่ามัน
อยู่ที่ใด หรือ มันหลบหนีไปไกลแค่ไหนแล้ว การที่ข้า
จะไล่จับมันนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ข้านั้นมีวิธีที่ง่ายกว่า
โดยการจับตัวผู้คนในนครหลวงเย่ว อู่ ผูกขึงไว้สักพัน
สักแสนคน แล้วรอให้เจ้า อู่ อวี้ ปรากฏการณ์ขึ้นมา
เอง หากมันไม่ยอมปรากฏตัวภายใน 1 วัน ข้าจะ
สังหารทิ้งสักหมื่นคน เจ้ามีความเห็นเยี่ยงไร? ”
หยวนเฉินตื่นตะลึงเมื่อได้ยินเช่นนั้น มันรีบกล่าวขึ้น
ทันทีว่า ” ศิษย์พี่โปรดละเว้นจากการเข่นฆ่ามนุษย์
มันจะท่าให้ความดีที่ท่านได้กระท่ามาสูญสิ้น และ
อาจจะมีผลร้ายตามมาภายหลัง หากท่านก้าวสู่การ
เป็นเซียน ”
” มันเป็นเพียงแค่ข่าวลือโง่ ๆ มีแต่คนโง่เท่านั้นที่จะ
หลงเชื่อกับข่าวลือนี้ ส่าหรับมนุษย์ปถุชน ข้านั้นคือ
เทพเซียน และในฐานะที่ข้าเป็นเทพเซียน การที่ข้าไม่
สังหารพวกมนุษย์นับล้านคน ถือว่ามีเมตตาต่อคุณค่า
ของพวกมันแล้วไม่ใช่รึ ” เจียง จุนหลิน ยิ้ม
” ศิษย์พี่! ท่านอย่าน่าเรื่องเช่นนี้มาล้อเล่น ถ้าเรื่อง
นี้ล่วงรู้ถึงหูของผู้น่าพรรค ท่านผู้น่าพรรคคงไม่ให้
อภัยท่านแน่! ” หยวนเฉินรีบกล่าวขึ้นอย่างร้อนรน
” ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ข้าแค่หยอกล้อเจ้าเล่น นิดหน่อยก็
เท่านั้น ” เจียง จุนหลิน หัวเราะเยาะหยวนเฉินอย่าง
ขบขัน ยิ่งเห็นหยวนเฉินเคร่งเครียดมากเท่าใด มันยิ่ง
ขบขันมากยิ่งขึ้น
ในเวลานี้อาชาวิหคจอดรออยู่ใกล้ ๆ เนื่องจาก เจียง
จุนหลิน ได้ขี่อาชาวิหคกลับมา ในตอนนั้นเอง ก็มี
ผู้คนจ่านวนมากท่าความเคารพเมื่อเห็นหยวนเฉิน
เดินทางมาถึง นั่นเพราะพวกเขาต่างรู้ว่านี่คือซ่าง
เซียนอีกผู้หนึ่ง
เจียง จุนหลิน และ หยวนเฉิน จ้องมองลงไปด้วย
สายตาไม่พอใจ
” ผู้ใด? ”
จอมพลผู้หนึ่งได้คุกเข่าลงตรงหน้า พร้อมกับกล่าว
ด้วยกลัดกลุ้มขึ้นว่า ” องค์ชายหยวนเฉิน ท่านซ่าง
เซียน ข้าเป็นผู้บัญชาการกองทัพมีนามว่าจอมพลอู๋
ข้าได้ถ่ายทอดค่าสั่งให้เหล่าทหารติดตามหา องค์หญิง
อู่ หยู๋ และ บัดนี้พวกเราได้พบตัวของนางแล้ว ข้าคาด
ว่าข่าวนี้น่าจะเป็นประโยชน์กับพวกท่าน ดังนั้นข้าจึง
ได้ส่งนางมาให้พวกท่านยังที่นี่แล้ว ”
นี่คือจอมพลอู๋ ผู้บัญชาการทัพทหาร มันเป็นผู้ที่
หยวน ซี ไว้เนื้อเชื่อใจอย่างยิ่ง ในยามนี้สถานการณ์
คลุมเครือไม่แน่ชัด อีกทั้งไม่มีหยวนซีเป็นคนกลาง ให้
บอกกล่าวอีกต่อไป ฉะนั้นเมื่อมันได้ยินข่าวว่าองค์
ชาย หยวน เฉิน กลับมาพร้อมกับซ่างเซียนผู้น่า
สะพรึงกลัวอีกท่านหนึ่ง จึงเสนอหน้าคาบข่าวมาบอก
ถึงแม้ว่ามันจะหวาดกลัวซ่างเซียนมากเพียงใดก็ตาม
มันจึงตัดสินใจเดิมพันอีกครั้ง
” องค์หญิง อู่ หยู๋! ”
เจียง จุนหลิน และ หยวนเฉิน ต่างสบตากันด้วยแวว
ตาส่องประกายทันที เจียง จุนหลิน ยื่นมือออกไปแล้ว
ท่าท่าคว้าจับ เกวียนม้าก็เริ่มแตกหักกระจายออกไป
ใจกลางของเกวียนม้านั้น มีสตรีผู้มีความงดงามจนล้ม
เมืองได้ สตรีผู้นั้นคือองค์หญิง อู่ หยู๋
หวืด!
พลังอ่านาจที่มองไม่เห็นได้ดึงดูดร่างของ อู่ หยู๋ เข้า
มาอยู่เบื้องหนา้สายตาของ เจียง จุนหลิน ในเวลานี้
ผมยาวของนางก่าลังปลิวไสวไปมา
“นางเป็นพี่สาวของ อู่ อวี้ จริง ๆ และมี
ความสัมพันธ์อันดีกับอู่ อวี้ ” หยวน เฉิน ยิ้มออกมา
อย่างหนาวเหน็บ มันก่าลังกังวลว่าจะสามารถจับตัว
อู่ อวี้ ได้อย่างไร แล้วในตอนนี้เอง องค์หญิง อู่ หยู๋ ก็
ปรากฏตัวขึ้น
“ข้าก็ก่าลังค้นหานางอยู่เช่นกัน นางไม่ได้อยู่ใน
พระราชวัง อู่ หยู๋ เจ้าไปพบนางที่ใด?” หยวนเฉินถาม
ขึ้น
“ย้อนกลับไปที่โรงเตี้ยมแห่งหนึ่งภายใน ‘เมืองฉวน
เจิ้น’ พ่ะย่ะค่ะ องค์ชาย หยวน เฉิน นางถูกพามาโดย
หนึ่งในคนจากตระกูลของท่านนามว่า หยวนเฟิง ”
จอมพล อู๋ คุกเข่าลงพร้อมกับกล่าวอย่างสุภาพ
“ดี ไปได้แล้ว”
หยวนเฉินได้โบกมือออกไป จากนั้นจอมพล อู๋ และ
พรรคพวกของมันก็หันหลังกลับ แล้วเดินหายไปจาก
สายตาของพวกเขา ในเวลานี้หยวนเฉินจ้องมองไปที่
อู่ หยู๋ ด้วยสีหน้าเย็นชา พร้อมกับเดินก้าวเข้าไปหา
นาง
“เจ้าจะท่าเช่นไรต่อ?” เจียง จุนหลิน วาง อู่ หยู๋ ลง
บนพื้น จากนั้นก็หยุดความคิดของ หยวนเฉิน
“ข้าต้องการทรมานนางจนตาย ความเครียดแค้น
ชิงชังในหัวใจของข้าถึงจะลดลงไปบ้าง” หยวนเฉิน
กล่าวพร้อมกับกัดฟัน
เจียง จุนหลิน ส่ายหัวแล้วกล่าวว่า “ข้าจะบอกเจ้า
เอาไว้ ว่าการตายของบิดา และ มารดาของเจ้า
จะต้องไม่เสียเปล่า อย่าปล่อยให้ความเกลียดชัง ท่า
ให้ดวงตาของเจ้านั้นมืดบอด จงผ่อนคลาย และ
ปล่อยวางเสีย นี่ถือเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น ยิ่ง
เจ้าเก็บมันมาคิดมากเท่าใด โทสะของเจ้าก็ยิ่งเพิ่ม
มากขึ้นเท่านั้น ซึ่งข้าไม่ชอบใจอย่างยิ่ง”
” ข้าเข้าใจแล้วศิษย์พี่ ”
หยวนเฉินสูดหายใจเข้าลึก ๆ
หยวนเฉิน ล่วงรู้อยู่แก่ใจดีกว่า เจียง จุนหลิน ไม่
แยแสที่จะช่วยแก้แค้นให้กับบิดาของมัน และ เจียง
จุนหลิน ก็เห็นว่าเรื่องของมันไม่ใช่เรื่องสลักส่าคัญอัน
ใด
ถึงมันจะรู้ดีอยู่แก่ใจ แต่ก็ไม่สามารถกระท่าสิ่งใดได้
เพราะ การโบกมือเพียงครั้งเดียวของพรรคจงหยวนก็
เพียงพอที่จะปิดซ่อนผืนฟ้าได้ หากไม่ใช่มันที่จะเป็น
ผู้ช่วยแก้แค้น แล้วจะเป็นใครไปได้?
จากนั้น เจียง จุนหลิน ก็หันไปมอง อู่ หยู๋ ด้วยความ
สนใจเป็นอย่างยิ่ง มันยิ้มขึ้นแล้วกล่าวว่า “เจ้าเป็น
เพียงมนุษย์ปถุชน การที่ต้องเผชิญหน้ากับข้าแบบนี้
ท่าไมเจ้ากลับไม่กลัวจนอึราดกันนะ? ”
อู่ หยู๋ ยืนอยู่ตรงนั้น พร้อมกับจ้องมองไปที่ร่างของ
ศพทั้ง 3 บนพื้นดิน พวกเขาคือศัตรูตัวฉกาจของ อู่
อวี้ นางรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่า อู่ อวี้ ได้เสร็จสิ้นความ
ปรารถนาที่แสนยาวนานตลอด สองปีที่ผ่านมาแล้ว
นางรู้สึกชื่นชมยินดีกับ อู่ อวี้ เป็นอย่างยิ่ง
นางจ้องมอง เจียง จุนหลิน ด้วยสายตาไม่แยแส
จากนั้นก็กล่าวว่า “ท่านก็เป็นเพียงมนุษย์ปถุชน
ธรรมดา เพียงแค่แข็งแกร่งกว่าก็เท่านั้น ไม่มีอะไรที่
ข้าจะต้องเกรงกลัว คงไม่มีอะไรมากไปกว่าการที่ท่าน
จะสังหารข้า และ ข้าหาได้กลัวความตายไม่ แล้วไฉน
ข้าจะต้องเกรงกลัวท่าน?”
ความจริงแล้ว นางรู้ดีว่าคนทั้งสองนี้จะต้องใช้นางเป็น
เหยื่อล่อ เพื่อบีบบังคับให้ อู่ อวี้ ปรากฏกายออกมา
อู่ อวี้ จะต้องมาที่นี่เพื่อแก้แค้น อนาคตในภายภาค
หน้าของ อู่ อวี้ ช่างกว้างใหญ่ยิ่งนัก ในฐานะพี่สาวไม่
อาจเห็นแก่ตัวได้ แต่ในทางกลับกัน เมื่อ อู่ อวี้ ล่วงรู้
ว่านางนั้นถูกจับตัวมา เขาจะต้องยอมเสี่ยงชีวิต
กลับมาที่นี่เพื่อช่วยนาง หากเขาจะต้องตกตายไป
นางจะไม่ยินยอมเรื่องนี้เป็นอันขาด
ตอนนี้นางได้แต่หวังว่า เจียง จุนหลิน และ หยวนเฉิน
จะสังหารนางในทันที จะได้ไม่ต้องใช้นางเป็นเหยื่อล่อ
เพื่อท่าลายชีวิตของ อู่ อวี้
อย่างน้อยถึงแม้ว่านางจะต้องตกตายไป แต่การได้
เห็นศพทั้ง 3 ถูกฝังอยู่ภายในผืนดินแห่งนี้ นางก็ถือว่า
คุ้มค่ายิ่งแล้ว
ถ้าไม่ใช่เพราะ อู่ อวี้ กลับมา นางคงถูกทรมานอยู่
ภายในอาณาจักรตงเสิน
เมื่อได้ยินว่า อู่ หยู๋ กล่าวเช่นนี้ออกมา เจียง จุนหลิน
ก็ยิ้มขึ้น แล้วกล่าวว่า ” ดูเหมือนว่าเจ้าจะฉลาดไม่
น้อยเลยทีเดียว ตั้งใจยั่วยุให้ข้ามีโทสะ ท่าให้ข้าต้อง
ลงมือสังหารเจ้า ด้วยเหตุนี้ อู่ อวี้ จะไม่จ่าเป็นต้องมา
ที่นี่ และ รอดพ้นจากความตาย? แต่ ข้าคงปล่อยให้
เป็นตามที่เจ้าปรารถนามิได้”
มันจับตัวของ อู่ หยู๋ ไว้ได้อย่างง่ายดาย ทันใดนั้นมันก็
กระโดดพุ่งตัวขึ้นไปตรงบริเวณก่าแพงเมือง แล้วมันก็
เอื้อมไปหยิบเชือกป่านที่ถูกมัดไว้บนก่าแพงเมือง
เจียง จุนหลิน ใช้เชือกที่ครั้งหนึ่งเคยใช้มัดคอของ
หยวนซี น่ามาใช้มัดคอของ อู่ หยู๋ จากนั้นมันก็จับนาง
ยืนตรงขอบก่าแพงประตูเมือง
มันก่าลังเลียนแบบของการกระท่าของ อู่ อวี้ หาก อู่
หยู๋พลาดพลั้งเพียงนิด เกรงว่านางจะต้องร่วงตกลงไป
อย่างแน่นอน และ ถูกแขวนคอทั้ง ๆ ที่ยังมีชีวิตอยู่
“องค์หญิง อู่ หยู๋ ……”
เมื่อเห็นว่าบุคคลที่ 3 ซึ่งถูกแขวนคอไว้บนประตูเมือง
เป็นผู้ใด ความตื่นตระหนกก็กวาดผ่านไปทั่วทั้งนคร
เย่ว อู่ มีผู้คนอย่างน้อยกว่า 9 ใน 10 ส่วนต่างรู้สึก
หวาดวิตกกังวล พวกมันต่างไม่ปรารถนาให้องค์หญิง
อู่ หยู๋ ต้องตกตายไป
คาดไม่ถึงว่า หลังจาก ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน ได้สิ้นชีพ
ลง ซ่างเซียนอีกผู้หนึ่งก็ปรากฏกายขึ้น ความวุ่นวาย
โกลาหลในวันนี้ยังคงไม่จบสิ้นลงง่าย ๆ
” ถึงแม้ว่าชีวิตของมนุษย์ปถุชนจะอ่อนแอ และ
เปราะบาง แต่ทุกคนก็ย่อมรักชีวิตของตน ข้าไม่เชื่อ
ว่าเจ้าจะกล้ากระโดดลงไป เจ้ากล้าหรือไม่?” จากนั้น
เจียง จุนหลิน ก็เอนกายพิงกับก่าแพงเมือง แล้วมันก็
ยิ้มจางๆออกมาให้แก่ อู่ หยู๋
อู่ หยู๋ จ้องมองขึ้นไปบนท้องนภา นางรู้ดีว่าเวลานี้ อู่
อวี้ คงต้องเสียสติเพราะการหายตัวไปของนางเป็นแน่
แท้
“ข้าขอโทษ เป็นเพราะตัวข้าไม่ระมัดระวังให้
มากกว่านี้ จนเปิดเผยต่าแหน่งของตนเอง”
นางยิ้มออกมาอย่างขมขื่น
อย่างไรก็ตาม ถ้านางต้องเลือกระหว่างคนทั้งสอง
แน่นอนว่านางต้องเลือกให้ อู่ อวี้ นั้นมีชีวิตอยู่ต่อไป
ดังนั้น นางจึงหาได้มีความลังเลใจแม้แต่น้อย และ
ทันใดนั้นเองนางก็โดดลงไปจากประตูเมือง!
การตายของนาง ต้องท่าให้ อู่ อวี้ มีโทสะจนแทบคลั่ง
อย่างแน่นอน เขาจะต้องหาทางเพื่อกลับมาแก้แค้น
แต่อย่างน้อย เขาก็ไม่จ่าเป็นต้องรีบเร่ง นางมั่นใจว่า
อู่ อวี้ สามารถแบกรับมันเอาไว้ได้ เขาจะไม่กระหาย
การแก้แค้นจนสูญเสียตัวตน มิฉะนั้นเขาคงไม่สวมใส่
หน้ากากวานร เข้ามาในนครหลวง เยว่ อู่ แห่งนี้
เชือกยาวค่อยๆคลายออกจนตึงขึ้นเรื่อยๆ
“เป็นอิสตรีที่มีใจเด็ดเดี่ยวยิ่งนัก”
เจียง จุนหลิน จ้องมองออกไปด้วยความตกตะลึง มัน
เคยเห็นมนุษย์ปถุชนมามากมาย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วล้วน
เกรงกลัวต่อความตายกันทั้งสิ้น แต่ผู้ที่กล้าหาญ
กระโดดลงไป โดยไม่ปริปากเอ่ยสิ่งใดออกมาสักค่า
อย่าง อู่ หยู๋ มันเพิ่งเคยพบเจอเป็นครั้งแรก
อย่างไรก็ตาม มันปล่อยให้ อู่ หยู๋ ตกตายตอนนี้ไม่ได้
มันท่าท่าเอื้อมมือออกไปคว้าจับนางจากที่ต่าแหน่งที่
อยู่ไกลออกไป ฉับพลัน อู่ หยู๋ ก็ถูกพลังลึกลับ
บางอย่างดูดกลับขึ้นบนพื้นก่าแพง จากนั้นมันก็กล่าว
พึมพ่าเคล็ดวิชาออกมาอย่างแผ่วเบา เถาวัลย์ที่แห้ง
เหี่ยวอยู่บนผนังก่าแพงก็เริ่มเคลื่อนไหวราวกับมีชีวิต
ทันใดนั้นมันก็พุ่งเข้าใส่แล้วพันธนาการร่างกายของ อู่
หยู๋ เอาไว้อย่างสมบูรณ์ และ เพื่อป้องกันไม่ให้นาง
กัดลิ้นฆ่าตัวตาย เถาวัลย์มีชีวิตนี้ก็เลื้อยเข้ากั้้นปาก
ของนาง
” เจ้ามีหน้าที่แค่รอดูเท่านั้น ดูข้าสังหารน้องชาย
ของเจ้า ”
” พูดตามตรง ความจริงแล้วข้ารู้สึกเกียจคร้านที่จะ
กระท่าเรื่องเช่นนี้ยิ่งนัก แต่เพราะข้าเป็นหนี้สินน้่าใจ
เล็กๆน้อยๆอยู่ ข้าจึงไม่อาจปฏิเสธมันได้ ฮ่าฮ่า …”
เจียง จุนหลิน กล่าวข้าง ๆ หูของ อู่ หยู๋ จากนั้นมันก็
หัวร่อจนแทบจะล้มทั้งยืน
” ป่าวประกาศค่าพูดของข้าออกไปให้ทั่ว บอกเจ้า
อู่ อวี้ ว่าข้าให้เวลามัน 5 วัน ถ้าครบก่าหนดแล้วมัน
ยังไม่โผล่หัวออกมา ข้าจะแขวนคอพี่สาวของมัน
เอาไว้ที่นี่”
เสียงของ เจียง จุนหลิน ดังก้องกังวานกวาดผ่านไป
ทั่วทั้งเมือง
ความจริงแล้ว ถ้า อู่ อวี้ รู้ว่า อู่ หยู๋ ก่าลังจะถูกแขวน
คอที่ก่าแพงเมือง อย่าพูดถึง 5 วันเลย แค่วันเดียวเขา
ก็มิอาจทานทนได้แล้ว
เจียง จุนหลิง ค่อนข้างเป็นธรรม ไม่ว่า อู่ อวี้ จะหลีก
หนีไปไกลแค่ไหน เวลา 5 วัน ก็มากพอให้เขา
ย้อนกลับมา
♡(⺣◡⺣)♡* เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ