กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 661: พิธีกรรมแห่งผู้ฝึกตนนอกรีต
อู่ อวี้ ไคร่ครุ่นคิด
เช่นนี้ไม่เท่ากับว่าเขาจะมีหุ่นเชิดซึ่งมีเลือดเนื้อมี
ความคิดมาคอยรับใช้ปรนนิบัติเขาตลอดเลยหรอก
หรือ?
หากนางไม่แสดงความเคารพ เพียงกระตุ้นความคิด
วงเวทพันธะโลหิตควบคุมวิญญาณ ก็ออกฤทธิ์ และ
นางก็จะได้รับความทรมานแล้ว….
ที่จริง วงเวทพันธะโลหิตควบคุมวิญญาณ ยามนี้อยู่
ที่ อู่ อวี้ เรียบร้อยแล้ว ซึ่งมันอยู่ภายในถุงจักรวาล
ของ องค์หญิงโย่วเสี่ย ที่เขาเพิ่งชิงมานั่นเอง
มันเป็นม้วนต าราสีแดงโลหิตเก่าแก่เล่มหนึ่ง ต ารา
ม้วนนี้ถูกสร้างขึ้นมาจากไม้ไผ่สีโลหิต มันไม่ใช่เลือด
จริงๆ แต่ก็ยังมีพลังบบางอย่างที่ท าให้จิตใจของคน
เกิดความหวาดกลัวยามจับจ้อง เมื่อ อู่ อวี้ หยิบ
ต ารานี้ขึ้นมาถือไว้ในมือ แม้กระทั่งตัวเขาเองก็ยังอด
ไม่ได้ที่จะต้องรู้สึกสั่นสะท้าน
แน่นอนเพราะว่านี่เป็นสิ่งที่ชั่วร้าย
เขาค่อยๆเปิดม้วนต าราสีแดงโลหิตออก เห็น
เพียงแต่ว่าภายในนั้นเป็นรูปของสตรีผู้หนึ่งที่ไม่สวม
ใส่สิ่งใด ซึ่งรูปนี้เต็มไปด้วยสเน่ห์ที่เย้ายวน
แต่สิ่งที่ดึงดูด อู่ อวี้ มากที่สุด ก็คือวงเวทโลหิตที่อยู่
บนร่างของสตรีนางนี้ วงเวทที่เป็นเหมือนกับรอยสัก
เบียดเสียดกันอย่างหน้าแน่น ตั้งแต่ส่วนหัวจรดเท้า
ไม่ว่าจะเป็นส่วนใด ล้วนเป็นลายเส้นที่ซับซ้อนและ
แปลกตา
ม้วนต ารานี้เต็มไปด้วยตัวอักษรอยู่จ านวนมาก
ตัวอักษรเหล่านี้เปี่ยมไปด้วยความเก่าแก่ มีบางตัวที่
อู่ อวี้ ยังไม่อาจเข้าใจ แต่อย่างไรก็ตาม หมิงซวง
สามารถอ่านมันออก
“นี่เป็นวงเวทพันธะโลหิตควบคุมวิญญาณจริงๆ”
หมิงซวง พิจารณาดูแล้วกล่าวออกมาด้วยความ
มั่นใจ
องค์หญิงโย่วเสี่ย ได้เข้าใจถึง วงเวทพันธะโลหิต
ควบคุมวิญญาณ ทั้งหมด ในแววตาของนางเต็มไป
ด้วยความหวาดกลัวในความตาย นอกจากนี้ยัง
หวาดกลัวต่อ อู่ อวี้ อีกด้วย แต่นางต้องท าจิตใจให้
สงบลง และค่อยๆกล่าวกับ อู่ อวี้ ว่า “ข้ารู้ว่าท าไม
เจ้าถึงต้องสังหารพวกเรา เป็นเพราะว่าเจ้าถูกบีบ
บังคับ เนื่องจากว่าพวกเราได้รู้ว่าบนตัวเจ้าเต็มไป
ด้วยสมบัติล้ าค่า เจ้าจึงไม่อาจจะพลาดพลั้งได้
มิฉะนั้นตัวเจ้าและคนใกล้ตัวก็อาจจะถูกสังหารลงไป
ดังนั้นข้าจึงไม่รู้สึกว่าสิ่งที่เจ้าท านั้นผิด เพียงแค่ข้า
นั้นตกใจในความกล้าและวิธีการอันแสนบ้าบิ่นของ
เจ้า…..”
“อู่ อวี้ ข้าเข้าใจเจ้าถ่องแท้ ข้าขอสาบานว่าหลังจาก
ที่ออกไปแล้ว ข้าจะไม่กล่าวถึงเรื่องที่เกิดขึ้นภายใน
สถานที่แห่งนี้ เจ้าไม่จ าเป็นต้องเชื่อข้าก็ได้ เพราะ
ตอนนี้ชีวิตของข้าขึ้นอยู่กับเจ้า แต่ว่าข้ายังไม่อยาก
ตาย ตัวข้าอายุยังน้อย ข้าคิดว่าเจ้าน่าจะเข้าใจ
ความคิดของข้า หากเป็นเจ้าเจ้าก็คงไม่อยากตาย
เช่นเดียวกันกับข้า……….และวงเวทพันธะโลหิต
ควบคุมวิญญาณนี้ เป็นความหวังเพียงหนึ่งเดียวของ
ข้า ข้ารู้ว่าวงเวทพันธะโลหิตควบคุมวิญญาณนี้
ส าหรับผู้ที่ถูกสลักวงเวทลงไปมันคือความโหดร้าย
จะสูญเสียความเป็นตัวเองไปโดยสมบูรณ์ แต่ว่า! มัน
ก็ดีกว่าการที่ต้องตายไป ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นปฏิปักษ์ต่อ
ข้า และไม่ต้องการตอบแทนคนที่เจ้าเกลียดชังเข้า
กระดูกด า ที่เจ้าท าก็เพื่อปกป้องตัวเอง และก็ไม่มี
วิธีแก้ไข แต่วงเวทพันธะโลหิตควบคุมวิญญาณนี้
สามารถจบทุกปัญหาได้ ได้โปรด…… ”
ถ้าจะให้เลือก เขาก็ยังคงรู้สึกว่า วงเวทพันธะโลหิต
ควบคุมวิญญาณ นี้ เป็นสิ่งที่ต้องถูกผนึกไปตลอด
กาล
มันเป็นสิ่งของที่ชั่วร้ายยิ่ง
แต่ภายในสายตาของเขา องค์หญิงโย่วเสี่ย ก าลัง
ขอร้องอ้อนวอน นางไม่อยากจะตายจริงๆ จึงจ าใจ
เลือกทางนี้ด้วยความสมัครใจ หากว่า อู่ อวี้ ยอมรับ
นางก็จะมีหนทางรอด
องค์หญิงโย่วเสี่ย ก าลังใช้ทุกวิธีทางเพื่อคว้าโอกาสนี้
มาครอง และให้เหตุผลต่างๆนานากับ อู่ อวี้ ส าแดง
ความน่าเวทนาเพื่อให้ อู่ อวี้ เห็นใจ
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ยังคงไม่แสดงท่าทีสนใจ ซึ่งยาม
นี้เขาก าลังพิจารณาอยู่
อู่ อวี้ ไม่เปิดใจเพียงเพราะว่านางเป็นสตรี เหตุผลที
เขายังไม่ได้เคลื่อนไหวในทันที เนื่องจากประการ
แรกคือเพราะว่า วงเวทพันธะโลหิตควบคุมวิญญาณ
เต็มไปด้วยความน่ารังเกียจ แต่มันก็จะท าให้เขาไม่
ต้องรู้สึกเป็นกังวลในภายหลัง และมีความเสี่ยงน้อย
ประการที่สองก็คือทรัพยากรที่สนับสนุน องค์หญิง
โย่วเสี่ย ผู้ที่เป็นถึงองค์หญิงแห่ง จักรวรรดิเป่ยหมิง
ที่สามารถอุทิศทุกอย่างให้ตัวเขาได้ และขุมอ านาจที่
สนับสนุนนางอยู่เบื้องหลัง ก็จะกลับกลายเป็น
ผู้สนับสนุน อู่ อวี้ ไปโดยปริยาย!
นี่ถือเป็นสิ่งที่ อู่ อวี้ ต้องการ!
มิฉะนั้นหากเขาไปที่ดินแดนโบราณเหยียนหวง อู่
อวี้ ก็จะกลายเป็นตัวตนที่ไม่ส าคัญคนหนึ่งตลอด
กาล
ทุกคนๆจะเข้ามาเหยียดหยามดูถูกเขา และยังใช้
ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง มากดดันข่มขู่เขา
แม้ว่า จักรวรรดิเป่ยหมิง จะไม่ใช่อาณาจักรโบราณ
เหยียนหวง แต่ท้ายที่สุดผู้ปกครองจักรวรรดิเป่ย
หมิงก็เป็นตัวตนอันยิ่งใหญ่คนหนึ่ง ซึ่งครอบครอง
ทวีปเป่ยหมิง ไปถึงครึ่ง!
“หากว่าสามารถใช้องค์หญิงโย่วเสี่ย ท าให้จักรวรรดิ
เป่ยหมิงกลายมาเป็นภูมิหลังของข้าได้ เช่นนั้นข้าก็
สามารถลดทอนความล าบากไปได้มากโข
นอกจากนี้ยังสามารถปกป้องคนใกล้ตัวและสหาย
ของข้าได้อีกด้วย”
“แต่นี่ก็จะเท่ากับว่าจะท าให้ชีวิตของนางเต็มไปด้วย
ความเสี่ยง! เช่นนั้นนางอาจจะติดร่างแหไปพร้อมกับ
ข้าได้?”
แม้ว่าเขาจะมีแนวโน้มไว้ชีวิตนาง แต่ก็ยังคงมี
ความรู้สึกเป็นกังวลอยู่
หมิงซวง กล่าวว่า “ความเข้าใจของข้าเกี่ยวกับวง
เวทพันธะโลหิตควบคุมวิญญาณนี้ มันเป็นสิ่งที่ไม่มี
ความเสี่ยงมากนัก และหากนางคิดร้ายกับเจ้าเพียง
นิดเดียว วงเวทพันธะโลหิตควบคุมวิญญาณ จะ
ด าเนินการด้วยตัวมันเอง และนางก็จะถูกสังหาร
อย่างรวดเร็ว ข้าคาดว่าเพื่อที่จะเอาชีวิตรอดแล้ว
นางจะสะกดข่มจิตตนเองเพื่อท าให้เจ้ากลายเป็น
เจ้านายโดยสมบูรณ์”
“สิ่งของในต านานเช่นนี้ มันเป็นสิ่งที่ผู้ฝึกตนนอกรีต
หลงเหลือไว้ในโลกมนุษย์ หากกล่าวถึงพลังอ านาจ
อันชั่วร้ายที่สุดของพวกมัน แน่นอนว่าจะต้องเป็น
วงเวทพันธะโลหิตควบคุมวิญญาณ นี้ ซึ่งมันถือเป็น
วงเวทอันสมบูรณ์แบบที่สุด คนที่ถูกควบคุมเทียบได้
กับผู้ที่ถวายชีวิตให้ผู้เป็นนายไปแล้ว เช่นนั้นอย่าได้
กังวล”
“และสตรีผู้เต็มไปด้วยความงามเช่นนี้ จะกลายเป็น
ทาสของเจ้าทุกที่ทุกเวลา… ถ้ามันจะสะดวกขนาดนี้
ข้าละอยากจะเกิดเป็นบุรุษในภายภาคหน้าเสียจริง
เหอเหอ…” หลังจากกล่าวจบ หมิงซวง ก็หัวเราะคิก
คักออกมาเบาๆ ><
“ตลกเลย!”
ตัว อู่ อวี้ เองก็ก าลังชั่งน้ าหนักอยู่ภายในใจ
“แน่นอนว่าไร้ซึ่งความเสี่ยง ทั้งยังได้รับการ
สนับสนุนจาก จักรวรรดิเป่ยหมิง อย่างน้อยเมื่อไปที่
ดินแดนโบราณเหยียนหวง ข้าก็ยังมีสถานที่ที่จะให้
ไป นับว่าไม่เลว ”
เขาก้มหัวลงไปมองลงไปยัง องค์หญิงโย่วเสี่ย
ความหวังที่จะมีชีวิตรอดของนางขึ้นอยู่กับ อู่ อวี้
ยามนี้ในดวงตาของนางเต็มไปด้วยหยาดน้ าตา คน
จ้องมองไปที่ อู่ อวี้ ด้วยสายตาอันสั่นเครือ กล่าว
ตามตรง สตรีมักจะแสดงท่าทีที่น่าสงสารนี้ออกมา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสตรีผู้เต็มไปด้วยความสวยหยาด
เยิ้ม จึงเป็นเรื่องยากที่จะให้บุรุษหักห้ามใจสังหาร
นางได้
อู่ อวี้ ก็เป็นบุรุษเพศทั่วๆไป
แม้ว่าเขาจะไม่สนใจองค์หญิงโย่วเสี่ย แม้ว่าอีกฝ่าย
จะมีความงามที่ล่มเมืองก็ตาม แต่ก็อดกล่าวไม่ได้ว่า
ความงดงามของนางคือข้อได้เปรียบหนึ่งเดียวอย่าง
แท้จริง หากเปลี่ยนเป็นปีศาจตัวอื่น เช่น ฉลามนิ
รันดร์ หรือว่า มังกรเหมันต์พิสุทธิ์เก้าดารา อู่ อวี้ จะ
ไม่พูดคุยให้เสียเวลาเช่นนี้…..
“อู่ อวี้ ข้ารู้ว่า วงเวทพันธะโลหิตควบคุมวิญญาณ นี้
มันโหดร้ายอย่างมาก แต่ก็ข้าก็รู้อีกว่าหากต้องตาย
ไป ก็ไม่มีสิ่งใดหลงเหลืออีก คนไม่สนว่าจะต้องจ่าย
ราคาออกไปสูงมาเพียงใด ข้าอยากมีชีวิตรอด นี่เป็น
ตัวเลือกที่ข้ายินยอมด้วยตนเอง เจ้าไม่ต้องเสียสิ่งใด
และยังถือว่าได้รับการเก็บเกี่ยวอย่างมหาศาล
หลังจากที่สลัก วงเวทพันธะโลหิตควบคุมวิญญาณ
ส าเร็จ หากข้าคิดร้ายกับเจ้าเพียงเสี้ยว เจ้าก็จะ
สามารถล่วงรู้มันได้กระทั่งเร็วกว่าข้าด้วยซ้ า เมื่อถึง
เวลาเจ้าก็ยังสังหารข้าได้ทันท่วงที นี่ย่อมเพียงพอ
แล้วใช่หรือไม่? การที่ต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์
เช่นในวันนี้นับว่าตัวข้าโคไม่ดี แต่ข้าหวังว่าด้วย
สถานะองค์หญิงแห่ง จักรวรรดิเป่ยหมิง จะสามารถ
ท าให้ข้ามีชีวิตรอดไปได้ ได้โปรด อู่ อวี้ ….”
ยามที่กล่าว น้ าตาอันใสบริสุทธิ์ได้อาบไล้แก้มทั้งสอง
แน่นอนว่าหากตกตายไปก็จะไม่หลงเหลือสิ่งใดเลย
จริงๆ
แม้ว่า วงเวทพันธะโลหิตควบคุมวิญญาณ นั้นจะ
โหดร้าย แต่ว่าความตายมันโหดร้ายยิ่งกว่า
และอย่างที่นางกล่าวออกมา หาก วงเวทพันธะ
โลหิตควบคุมวิญญาณ ประสบผลส าเร็จ เมื่อตัวเขา
อยากจะให้นางตาย นางก็จะต้องตาย
“ก็นับว่าไม่โหดร้ายเท่าใดนัก เพียงแค่ชีวิตนี้อยู่
ภายใต้การควบคุมของเจ้า ซึ่งข้าจะถือว่าเจ้าเป็น
สหายของข้าคนหนึ่ง และนับว่าเป็นสหายคนสนิท
ของข้า ข้าเต็มใจที่จะฟังความคิดของเจ้า แต่เจ้าคง
ไม่กระท าเรื่องโหดเหี้ยมกับสตรีนางน้อยๆหรอกใช่
หรือไม่?”
เพื่อความอยู่รอด องค์หญิงโย่วเสี่ย ยอมสู้หลังชนฝา
แต่เดิมนางเป็นคนที่เลือดเย็น ยามนี้กลับร่ าไห้ ยอม
ลดศักดิ์ศรีของตนเอง เพื่ออ้อนวอนให้ อู่ อวี้ ไว้
ชีวิตนาง
สุดท้าย อู่ อวี้ ก็ได้ตัดสินใจแล้ว
เขาพยักหน้า
เมื่อ องค์หญิงโย่วเสี่ย มองเห็นนางจึงดีใจแทบบ้า
ทว่านางก็ยังเคลื่อนไหวไม่ได้ แต่กระนั้นสายตาของ
อู่ อวี้ ก็เปลี่ยนแปลงไปจนนางสังเกตได้ ความ
หวาดกลัวที่อยู่ภายใน แม้กระทั่งความเกลียดชัง
และความรังเกียจที่เคยมีมา พลันมลายหายไปด้วย
การพยักหน้าเพียงครั้ง ความรู้สึกเหล่านี้ได้
แปรเปลี่ยนการเป็นความเทิดทูน และยอมจ านน
ราวกับว่า อู่ อวี้ ได้กลายเป็นโลกทั้งใบในสายตาของ
นาง นางกลับกลายเป็นเพียงแค่สตรีตัวน้อยที่ก าลัง
มองมาที่ อู่ อวี้
“นางเป็นคนที่ฉลาดมาก รู้ว่าหลังจากนี้ตนควรจะ
ปฏิบัติกับตัวเจ้าเช่นไร นี่เป็นเพียงวิธีเดียวที่นางจะมี
ชีวิตรอดอยู่ต่อไปได้ แน่นอนว่าถึงแม้ครั้งนี้เจ้าจะ
โหดเหี้ยมกับนางมากไปหน่อย แต่เจ้าก็สามารถ
มั่นใจในตัวนางได้เลย เมื่อสลักวงเวทลงบนตัว ราว
กับนางจะค่อยๆถูกล้างสมองทีละน้อย และนางก็จะ
เปลี่ยนความคิดมาเทิดทูบูชาเจ้าอย่างสุดหัวใจ
แม้ว่านางจะถูกทรมานอย่างทารุณ แต่ด้วย วงเวท
พันธะโลหิตควบคุมวิญญาณ นี้ นางจะมีความสุข
และโหยหามันแทน ฮี่ฮี่ ” หมิงซวง ยิ้มอย่างชั่วร้าย
“ไม่ได้ ข้าไม่คิดสิ่งใดกับนาง”
จิตใจของ อู่ อวี้ ยังคงมั่นคงไม่สั่นคลอน หลังจากที่
เขาพยักหน้ารับสัญญา ก่อนอื่นเลยเขาจะต้องศึกษา
วงเวทพันธะโลหิตควบคุมวิญญาณ เสียก่อน
เนื่องจากว่า วงเวทพันธะโลหิตควบคุมวิญญาณ
ไม่ใช่สิ่งที่ซับซ้อนและยากเย็นมากเท่าใด จึงไม่ค่อย
กังวลมากนัก หลักๆแล้วเพียงแค่วาดวงเวทส าเร็จก็
ถือว่าส าเร็จ นี่เป็นลวดลายที่มาจากนรกอเวจี ความ
ลึกลับทั้งหมดนี้อยู่ภายในลวดลายของมัน
ซึ่งเขาจ าเป็นที่จะต้องใช้นิ้วมือ เจาะเข้าไปภายใน
ผิวหนังของอีกฝ่ายพร้อมกับสลักวาดวงเวทลงไปโดย
หยาดโลหิตของผู้ถูกประทับ จนท าให้เกิดบาดแผล
ทั่วร่าง
นี่ไม่จ าเป็นจะต้องใช้พลังใดๆทั้งสิ้น เพียงแค่วาดรูป
ลอกเลียนแบบไปก็พอแล้ว
และเมื่อวาดวงเวทอักขระเสร็จสิ้น แล้วท่องตาม
คาถาเพเอเหนี่ยวน าสิ่งที่เรียกว่า ‘กลิ่นอายสังเวย
โลหิต’ เข้ามาผนึกอยู่ภายในวงเวทนี้ ก็จะถือว่า
พิธีกรรมเสร็จสิ้น อู่ อวี้ ไม่รู้ว่าจะมีกลิ่นอายโลหิต
ตกค้างหรือไม่ อย่างไรก็ตามเขาจะลองท าดู หากว่า
ท าไม่ส าเร็จ นั่นหมายความว่า องค์หญิงโย่วเสี่ย ไม่
มีโชคในการที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปเพียงเท่านั้น
ร่างกายของนางในยามนี้ถูกฉีกกระชาก
ดังนั้นเสื้อผ้าบนร่างของนางจึงถูกฉีกขาดทั้งหมด
“ไม่เสียทีที่เป็นวิธีการของผู้ฝึกตนนอกรีต”
แต่เมื่อถึงเวลาด าเนินการจริงๆ เมื่อนิ้วมือของเขา
แตะสัมผัสโดนผิวหนังอันขาวเนียนราวกับหิมะของ
นาง อู่ อวี้ กลับปรากฎความคิดว่าหากสังหารนาง
ไปก็จบเรื่องแล้ว
แต่ขณะนี้ องค์หญิงโย่วเสี่ย ยังคงหลั่งน้ าตาและเอ่ย
ขอร้องเขาว่า “ได้โปรดอย่าสังหารข้าเลย นี่เป็น
ความสมัครใจของข้า ขอร้องล่ะได้โปรด…….”
เปลืองแรงโดยใช้เหตุ…
อย่างไรก็ตามเขาเพิ่งจะรับปากนางไป ว่าจะให้นางมี
ความหวังในการมีชีวิตรอด หากสังหารนางไปดื้อๆ
เท่ากับว่าโหดเหี้ยมส าหรับนางเกินไปหน่อย
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงยังคงยืนหยัดด าเนินการต่อไป
———————————
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ