กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 662: หาทางออก
วงเวทพันธะโลหิตควบคุมวิญญาณ มีพลังอ านาจ
ของมันในตัวอยู่แล้ว เพียงแค่เริ่มต้น ก็ราวกับว่าเขา
ได้จมดิ่งลงไปอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยสีหันแห่งโลหิต
ยากซึ่งจะหยุดและถอนตัว
ในขั้นเริ่มต้น ก็เหมือนกับว่าถูกลากเข้าไปอยู่ภายใน
วังวนที่เต็มไปด้วยโลหิต เมื่อตกอยู่ภายในภาพลวง
ตาของวงเวท ลอยเคว้งคว้างไปมา จึงท าให้ยาม
รู้สึกตัวอีกที อู่ อวี้ ก็ใกล้จะด าเนินการเสร็จสิ้น
เวลาล่วงเลยผ่านไปหลายวัน
วงเวทพันธะโลหิตควบคุมวิญญาณ ถูกสลักลงไปบน
ร่างของ องค์หญิงโย่วเสี่ย ได้ส าเร็จ มันถูกซุกซ่อน
เอาไว้อยู่ทุกมุมร่างของนางแต่ยามที่มองลงลึก
รายละเอียด กลับเห็นถึงร่องรอยแผลเป็นที่อยู่บน
ร่างของนาง เรือนร่างอันบริสุทธิ์
ราวกับหยกนวลที่อยู่บนเวทีเซียนเหลียว ราวกับเป็น
ภาพวาดศิลปะอันงดงาม ไร้ซึ่งร่องรอยของ วงเวท
พันธะโลหิตควบคุมวิญญาณ
“ส าเร็จแล้ว?” มันง่ายมากกว่าที่ อู่ อวี้ คิดไว้อย่าง
มาก
เขามองไปที่นิ้วมือของตัวเอง ที่ส่วนปลายนิ้วกลาง
ของมือข้างขวา พลันปรากฎวงเวทโลหิตเล็กๆอยู่
ซึ่งมันได้เชื่อมต่อเข้ากับ วงเวทพันธะโลหิตควบคุม
วิญญาณ ที่อยู่ภายในร่างของ องค์หญิงโย่วเสี่ย
อู่ อวี้ ลองใช้วงเวทเล็กๆนี้เข้าควบคุม วงเวทพันธะ
โลหิตควบคุมวิญญาณ บนร่าง องค์หญิงโย่วเสี่ย
ยามนี้ อู่ อวี้ เริ่มรู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่วิเศษยิ่ง
ราวกับมีการเชื่อมโยงกันระหว่างโลหิต ภายใต้
จิตส านึกของเขาเหมือนว่าจะมีอีกตัวตนผุดขึ้นมา
นั่นคือ องค์หญิงโย่วเสี่ย นั่นเอง ซึ่งความคิดนี้ไม่ได้
ถูก อู่ อวี้ ครอบง า แต่ อู่ อวี้ ก็รู้ดีว่ายามนี้นางก าลัง
คิดสิ่งใดอยู่
แม้ว่าจะหลับตา จิตวิญญาณของ องค์หญิงโย่วเสี่ย
ก็ไม่สามารถปิดกั้นเขาได้ ความคิดของนางถูก
ส่งผ่านมายัง อู่ อวี้ อย่างไม่หมกเม็ด
ว่ากันว่าหากมีความคิดที่เป็นภัย อู่ อวี้ ก็จะรับรู้ได้
ถึงความคิดนั้นอย่างรุนแรง
ความลึกลับเช่นนี้ มันเป็นสิ่งที่สามารถควบคุม
ความรู้สึกของอีกฝุายได้อย่างสมบูรณ์ มันช่างเป็นสิ่ง
ที่น่าหวาดกลัวโดยแท้จริง ยามนี้ อู่ อวี้ ก าลังรู้สึกตก
ตะลึง เขาไม่รู้ว่าตนเองเพิ่งจะใช้วิธีการของผู้ฝึกตน
นอกรีตไป นี่มันเป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่กันนะ และ
เมื่อลองดูบนร่างของ องค์หญิงโย่วเสี่ย วงเวทพันธะ
โลหิตควบคุมวิญญาณ มันถูกซุกซ่อนเอาไว้อยู่
ภายในส่วนลึกจนไม่มีใครสังเกตได้ มีเพียงแค่เขาที่
เป็นเจ้านายของนางเท่านั้นจึงจะสามารถตรวจสอบ
ได้
เมื่อตั้งจิตผ่านค่ายกลเล็กๆที่อยู่บนนิ้วมือ จะรับรู้ได้
ว่าชีวิตของอีกฝุายจะถูกเชื่อมโยงเข้ากับชีวิตของเขา
เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อใดที่เขาตายไป นางก็
จะต้องตกตายไปพร้อมกับเขา เช่นนี้เอง อู่ อวี้ ก็จะ
สามารถควบคุมชีวิตของนางได้ตลอดเวลา เพียงแค่
ความคิดเดียว ชีวิตของนางจะถูกสังหาร!
สิ่งที่น่าทึ่งที่สุดก็คือการเชื่อมต่อกันทางความคิด
แน่นอนว่ามันเป็นการเชื่อมต่อเพียงฝุายเดียว ทั้งไม่
ว่าจะอยู่ห่างกันมากเพียงไหน อู่ อวี้ ก็สามารถรับรู้
สิ่งที่นางคิดได้เสมอ แม้กระทั่งยังสามารถส่ง
ข้อความง่ายๆให้นางได้เช่นเดียวกัน
ยามนี้ อู่ อวี้ ตัดสินใจลงอ่านความคิดของนาง ซึ่งถือ
เป็นครั้งแรก และเขาสามารถรับรู้ได้เพียงสิ่งเดียว
‘ความอัปยศ’….
สุดท้ายแล้วการใช้ วงเวทพันธะโลหิตควบคุม
วิญญาณ ส าหรับนางคือการท้าทายอย่างหนึ่ง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนนี้นางไม่อาจปกปิดสิ่งใด
จากสายตาของ อู่ อวี้ ได้อีกต่อไป แม้ว่ายามนี้ อู่ อวี้
จะไม่ได้จ้องมองไปยังนาง แต่ความรู้สึกที่นางส่งผ่าน
มา ก็ท าให้เขาสัมผัสได้ตลอดเวลา ซึ่งจากจิตใต้
ส านึกของนาง อู่ อวี้ สามารถมองเห็นได้แม้กระทั่ง
ความคิดร้อนแรงบางอย่างของนาง…..
“ใส่ซะ” ถุงจักรวาลของนางยังคงอยู่ในมือของ อู่
อวี้ ดังนั้นนางจึงอยู่ในร่างที่เปลือยเปล่า อู่ อวี้ ได้
โยนมันกลับคืนไปให้นางแล้วหันหลังกลับ กล่าวตาม
ตรงหัวใจของเขาเต้นแรงอยู่บ้าง เพราะยังไงแล้วอีก
ฝุายเป็นถึงองค์หญิงผู้สูงศักดิ์ ใครจะคิดเล่าว่าจะมา
ตกอยู่สถานการณ์เช่นนี้…..
บางทีในตอนนี้ องค์หญิงโย่วเสี่ย เพิ่งจะรู้ตัว ว่า
ความคิดทุกอย่างของตนเองถูกตรวจสอบ จึงท าให้
ยามนี้นางรู้สึกอับอายเป็นอย่างยิ่ง ก่อนหน้านี้นางได้
ถูกไล่ต้อนจนหมดหนทาง
แถมในยามนี้ อู่ อวี้ ยังปฏิบัติกับนางอย่างไม่แยแส
อีก ท าให้ในใจนางรู้สึกพ่ายแพ้อีกครั้ง นางจึงรู้สึก
ขมขื่นจนไม่อาจพรรณนาได้ นางเร่งรีบจัดระเบียบ
ความคิดของตนเองอีกครั้ง ไม่กี่วันต่อมาบาดแผล
ร้ายแรงของนางทั้งหมดก็เริ่มฟื้นฟู
ความข่มขื่น เศร้าหมอง ของนางไม่อาจจะหลุดรอด
สายตาของ อู่ อวี้ ไปได้
ความจริง อู่ อวี้ ยังรู้สึกชื่นชมนาง เพื่อที่จะมีชีวิต
รอดต่อไป นางถึงกับสามารถอดทนต่อความรู้สึก
เหล่านี้ได้
“ก่อนหน้านี้เจ้าไม่สนใจไยดีในชีวิตของข้า เหยียบ
ย่ าชีวิตของข้า แม้ว่าในตอนนี้ข้าจะสามารถสังหาร
เจ้าได้ แต่ว่า วงเวทพันธะโลหิตควบคุมวิญญาณ นี้ก็
เพียงพอแล้วที่จะลงโทษขั้นเด็ดขาดกับเจ้า หลังจาก
นี้เป็นต้นไปพวกเราจะไม่มีความแค้นระหว่างกันอีก
แต่เนื่องจากว่าเจ้าเลือกที่จะใช้ วงเวทพันธะโลหิต
ควบคุมวิญญาณ เมื่อใดที่ข้าต้องการความช่วยเหลือ
จากเจ้า เจ้าก็ห้ามปฏิเสธ ส่วนในเวลาอื่นตราบใดที่
เจ้าเชื่อฟัง ข้าก็จะไม่ท าร้ายเจ้า และไม่ท าให้เจ้าต้อง
ไร้ซึ่งศักดิ์ศรี”
เมื่อเขาสลัก วงเวทพันธะโลหิตควบคุมวิญญาณ
เสร็จสิ้น อู่ อวี้ ก็จ าต้องอธิบายให้นางเข้าใจถึง
เงื่อนไข
ความจริงแล้วเขาไม่จ าเป็นต้องอธิบาย เนื่องจาก
องค์หญิงโย่วเสี่ย เองก็เข้าใจเกี่ยวกับ วงเวทพันธะ
โลหิตควบคุมวิญญาณ เป็นอย่างดีอยู่แล้ว ดังนั้นใน
เวลานี้ นางจึงมีความรู้สึกหดหู่ เสื่อมเสีย แต่นางก็
ไม่กล้าที่ปรากฎความรู้สึกไม่พอใจหรือว่าตั้งตนเป็น
ศัตรูกับ อู่ อวี้ นางได้เร่งจัดระเบียบความคิดใน
บัดดล แววตาที่นางมองไปยัง อู่ อวี้ ในขณะนี้ ราว
กับเป็นแววตาของบ่าวที่จ้องมองมายังเจ้านายด้วย
ความซื่อสัตย์
บนร่างของ อู่ อวี้ มีความลับอยู่มากมาย และยามนี้
นางต้องกลายมาเป็นผู้ติดตามของ อู่ อวี้ แต่นางก็ไม่
กล้าถามและไม่กล้าที่จะรู้
ทั้งสายตาและหัวใจของนาง พลันบังเกิดความ
เคารพและเทิดทูนต่อ อู่ อวี้ ขึ้นมาอย่างทันที นี่ยิ่ง
ท าให้ อู่ อวี้ ได้รู้ถึงความน่ากลัวของ วงเวทพันธะ
โลหิตควบคุมวิญญาณ
“เจ้าเด็กน้อย อย่าให้ความมืดในใจครอบง าซิ๊ ลืม
อะไรไปรึเปล่า ฮี่ฮี่…..” ทันใดนั้น หมิงซวงก็ยิ้มออก
อย่างชั่วร้าย
อู่ อวี้ ที่รู้สึกสังหรณ์ไม่ดี จึงเอ่ยถามว่า “เรื่อง
อะไร?“
หมิงซวง เบะปากขึ้นแล้วเอ่ยว่า “ข้ารู้ว่าเจ้าถูก
ความงดงามนั้นปั่นหัว จนลืมเรื่องส าคัญบางอย่างไป
นางไม่สามารถเข้าไปภายใน เจดีย์ล่องก าเนิด ได้
เช่นนั้นเจ้าจะพานางออกไปได้ยังไงเล่า? หากออกไป
ไม่ได้แล้วจะต่างจากเดิมตรงไหน?”
ทันได้นั้น อู่ อวี้ พลันรู้สึกเศร้าหมองลงในทันใด เขา
พบว่าสิ่งที่ตัวเองท ามากลับกลายเป็นเรื่องที่เปล่า
ประโยชน์ในทันใด เขากลับลืมเรื่องที่ส าคัญเช่นนี้ได้
อย่างไร ตอนนี้ องค์หญิงโย่วเสี่ย ได้ยอมน า วงเวท
พันธะโลหิตควบคุมวิญญาณ ออกมามอบให้เขา ท า
ให้เขาเกิดความอยากรู้อยากเห็น กระทั่งเสร็จสิ้น
กระบวนการ จนลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท
“เจ้ารู้ตั้งนานแล้ว! ท าไมถึงเพิ่งมาบอกข้า?”
อู่ อวี้ กล่าวออกมาอย่างเสียใจ
“ฮ่าฮ่า ท่านย่าแค่อยากเห็นเจ้าใช้ วงเวทพันธะ
โลหิตควบคุมวิญญาณ เท่านั้น แล้วท าไมเล่า จะ
พาลหาเรื่องข้าเรอะ?” หมิงซวง กล่าวออกมาอย่าง
ไม่กลัวฟูาดิน
ปกตินางก็มักจะเป็นคนที่ไร้เหตุผลเช่นนี้อยู่แล้ว
หากเรื่องลงเอยเช่นนี้จริง เขาก็ไม่สามารถพา องค์
หญิงโย่วเสี่ย ออกไปภายนอกได้ เช่นนั้นก็เท่ากับว่า
เขาสูญเสีย วงเวทพันธะโลหิตควบคุมวิญญาณ ไป
เสียเปล่าๆ
ตัวเขาสามารถออกไปจากเวทีเซียนเหลียว แต่ องค์
หญิงโย่วเสี่ย ต้องนั่งรอความตายอยู่ภายในที่แห่งนี้
มันก็ไม่ต่างกับการที่เขาสังหารนางเลย
เป็นเพราะว่าเขาสนใจเกี่ยว วงเวทพันธะโลหิต
ควบคุมวิญญาณ มากเกินไป ดังนั้นจึงทิ้งเรื่องนี้ไว้
เบื้องหลังและลืมจนหมดสิ้น
องค์หญิงโย่วเสี่ยยังไม่รู้ถึงเรื่องนี้ ยามนี้ อู่ อวี้
มองเห็นหยดน้ าตาที่ไหลรินออกมา มองมาที่เขา
ด้วยแววตาซึ่งดูน่าสงสาร แม้ว่านางจะดูน่าสงสาร
เพียงใด แต่ก็จ าเป็นจะต้องบอกความจริงกับนาง
เขาต้องอธิบายเกี่ยวกับ เจดีย์ล่องก าเนิด ให้นาง
เข้าใจ หลังจากนั้นเขาก็กล่าวมาว่า “ต้องขอโทษ
ด้วย ข้าเพิ่งจะนึกเรื่องบางสิ่งบางอย่างออก ท าให้
เจ้ามีความหวัง แต่ข้าไม่สามารถพาเจ้าออกไปได้”
โดยไม่รอให้นางตอบกลับ อู่ อวี้ ก็รู้ว่า นางก าลัง
สับสน และเจ็บปวดมาก ในใจของนางได้เกิดความ
สั่นไหวอย่างรุนแรงขึ้นมากระแสหนึ่ง
เพราะยังไงแล้ว อู่ อวี้ ก็คือผู้พิชิตนางโดยสมบูรณ์
นางจึงหวังว่าเขาจะกลายเป็นที่พึ่งพิงได้
“ข้าจะลองหาวิธีดู แต่อย่าได้คาดหวังเกี่ยวกับมัน
มากเกินไป”
อู่ อวี้ ท าได้เพียงแค่กล่าวออกมา
ตอนนี้การตัดสินใจล้างแค้นของเขาส าเร็จไปแล้ว
นอกจาก องค์หญิงโย่วเสี่ย คนอื่นๆล้วนตกตายไป
จนหมด เขารู้ว่าตนเองได้ท าเรื่องที่น่าตื่นตะลึง
ออกมา แต่เรื่องนี้ไม่มีผู้ใดรับรู้อีกต่อไป เขาจึง
ค่อนข้างสงบอย่างยิ่ง
การปรากฏตัวของเงาร่างฉีเทียนต้าเซิ่ง ท าให้จิตใจ
ของเขามั่นคงขึ้นกว่าเดิมอย่างมาก แม้กระทั่งไม่รู้สึก
หวาดกลัว
องค์หญิงโย่วเสี่ย ลงไปฟุบกับพื้น น้ าตาแห่งความ
หดหู่ในชะตากรรมของนางไหลรินลงมา อู่ อวี้ ได้
โยน เจดีย์ล่องก าเนิด ออกไปจากเวทีเซียนเหลียว
ซึ่งตอนนี้ด้านบนของเวทีเซียนเหลียวเต็มไปด้วยดิน
โคลน
“นอกจากข้าและองค์หญิงแห่ง ‘จักรวรรดิเปุยหมิง’
ผู้นี้ ทุกคนคงจะออกไปจากเส้นทางเซียนบรรพกาล
กันหมดแล้ว แต่ถึงข้าจะถูกฝังอยู่ที่นี่ แต่ข้าก็
สามารถเข้าออกได้เสมอ”
ส าหรับเพียง ‘ตัวเขา’ ยังคงมีโอกาสที่จะออกไปได้
เสมอ ดังนั้นจึงไม่รีบร้อนกลับไปยัง ทวีปแห่งทวย
เทพตงเสิ้ง ในทันที
เดิมทีเขาคิดจะไปยัง จักรวรรดิเปุยหมิง กระทั่งไป
สถานที่แห่งอื่นบน ดินแดนโบราณเหยียนหวง แต่
องค์หญิงโย่วเสี่ย ไม่อาจจะกลับไปได้ สถานที่เดียวที่
เขาไปได้คงจะเหลือแค่บ้านเกิด
ด้วยความแข็งแกร่งในตอนนี้ของเขา การจะเดินทาง
จาก ทวีปแห่งทวยเทพ ไปยัง ดินแดนโบราณเหยียน
หวง ก็ไม่ถือว่าเป็นปัญหา ดังนั้นทางเลือกแรกก็
ยังคงเป็นการกลับไป จัดการเรื่องราวของบรรพบุรุษ
มารกลืนสวรรค์ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข
เขาเรียกหุ่นเชิดผู้ทักษ์ทั้งหมดออกมา ซึ่งมีอยู่
ประมาณ 7-8 ตัว น าทัพโดยยมทูตขาวด า ท าการ
ขุดจากด้านบนเวทีเซียนเหลียวไต่ขึ้นไปข้างบน
เรื่อยๆ ส่วนตัว อู่ อวี้ ไม่ได้เคลื่อนไหวใดๆ ปล่อยให้
หุ่นเชิดเหล่านี้ขุดช่องทางให้กับตัวเขา
จะเห็นได้ว่าในตอนนี้องค์หญิงโย่วเสี่ยก าลังใช้เคล็ด
วิชาบางอย่างเพื่อรีบเร่งฟื้นฟูบาดแผลตนเอง
อู่ อวี้ ได้ตรวจสอบถุงจักรวาลองนางดู แล้วน าเอา
เม็ดยาจิตเทวะออกมา ส่วนสิ่งของที่เหลืออยู่ตราบ
ใดที่เขาใช้ไม่ได้ เขาจะคืนมันให้กับนาง
แต่กระนั้น นางกลับมองมายังเขาด้วยแววตา
ขอบคุณซะอย่างนั้น
“โว้ววว~” อู่ อวี้ รู้สึกตกตะลึง เมื่อมองเห็นแววตา
ที่องค์หญิงผู้นี้มองมาที่ตนยามคืนถุงจักรวาลไปให้
เขาถึงกับพูดไม่ออก ยามนี้เขาหวนนึกไปถึงค าพูด
ของ หมิงซวง ว่าต่อให้เขาสั่งนางบุกน้ าลุยไฟ นางก็
ยินยอมอย่างไม่ปฎิเสธ
ถ้าหากว่าสามารถท าให้นางออกไปได้ ด้วยสถานะ
ของนางย่อมช่วยเหลือเขาได้อย่างมากทีเดียว น่า
เสียดายที่ยังคงไม่มีวิธีจัดการกับเวทีเซียนเหลียว
แห่งนี้ อู่ อวี้ ได้ลองมาแล้วหลายวิธี แต่ก็ยังไม่อาจที่
จะให้ องค์หญิงโย่วเสี่ย เข้าไปภายในเจดีย์ล่อง
ก าเนิดได้
อู่ อวี้ จึงคิดที่จะน านางใส่เข้าไปภายในถุงจักรวาล
แล้วรีบพาเข้าไปอยู่ภายใน เจดีย์ล่องก าเนิด แต่น่า
เสียดายที่ถุงจักรวาลระดับศาสตราเต๋าวิถีแท้กลับไม่
ยอมรับนาง ขณะที่เข้าไป วงเวทที่อยู่ข้างในถุง
จักรวาลก็ท าการขับไล่นางออกมาในทันที
การที่ อู่ อวี้ ได้ลองหลากหลายวิธี มันท าให้นางรู้สึก
พอใจเป็นอย่างมาก
ความอ่อนโยน และ นุ่มนวล ที่ องค์หญิงโย่วเสี่ย
แสดงออกมาต่อเขาในฐานะเจ้านาย ท าให้ อู่ อวี้
รู้สึกไม่อยากจะท าใจเชื่อได้ลง
หลังจากนั้นอีกไม่กี่วัน อู่ อวี้ ได้ท าการจัดระเบียบ
ของที่ได้มาทั้งหมด น าสิ่งที่ไม่ได้ใช้ทิ้งออกไป แม้ว่า
จะมีสิ่งของล้ าค่ามากมาย แต่พวกมันคือของ
เฉพาะตัวที่เป็นเอกลักษณ์ของผู้ใช้คนเก่าเท่านั้น ซึ่ง
หากเขาใช้ออกเมื่อใด และมีคนจ าได้ จะกลายเป็น
ปัญหาของเขาในทันที
ส าหรับการดูว่าสมบัติเหล่านี้เป็นของส่วนตัวหรือไม่
เพียงแค่เขาก็ถาม องค์หญิงโย่วเสี่ย ก็รู้แล้ว
สุดท้ายเขาก็ยังเหลือสมบัติอยู่อีกไม่น้อย
ในหมู่สมบัติทั้งหลายจ าพวกเม็ดยาหรือว่าวิญญาณ
เซียนมีอยู่มากมายนับไม่ถ้วน ส่วน ศาตราเต๋าวิถีแท้
และ เคล็ดวิชา มีอยู่ค่อนข้างน้อย และส าหรับ ยันต์
เวท ยิ่งมีน้อยนิด
ภายในนั้นมีเม็ดยาจิตเทวะอยู่จ านวนมาก ซึ่งนะจะ
เพียงพอให้ร่างอวตารทั้งหมดของ อู่ อวี้ ได้ยกระดับ
จนถึงขอบเขตสูงสุดได้หลังจากนี้ แถมยังเหลืออีก
จ านวนมากจนให้เขาเก็บไว้ใช้ได้เป็นเวลานาน
เขาเกียจคร้านเกินกว่าที่จะนับ ถึงอย่างไรมันก็เป็น
จ านวนมากมายมหาศาล
ยามนี้พวกหุ่นเชิดที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ได้เร่งท า
การขุดอุโมงค์ยาวออกไป มุ่งหน้าขึ้นสู่ข้างบน
โดยตรง คาดว่าหลังจากนี้อีกไม่นาน ก็จะสามารถ
ขุดขึ้นไปบนพื้นผิวได้แล้ว
———————————
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ