กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 664: สายโลหิตที่เชื่อมโยงถึงกัน
อู่ อวี้ ก้าวออกมาจากหลุมฝังศพของ เสิ่น อู๋เต้า ที่มี
ห้วงวังวนแห่งพลังฟูาดินขึ้นมาแทนที่
ภายในเทือกเขาคราม วิหคกำลังโผบิน กลิ่นหอม
ละมุนจากบุปผาใบหญ้าโชยคละคลุ้งอยู่ในอากาศ
แม้ว่าที่นี่กลิ่นอายฟูาดินจะเบาบางมาก จนแทบจะ
เสมือนโลกมนุษย์ก็ไม่ปาน อู่ อวี้ ก็ยังคงคิดถึงมัน
มากอยู่ดี ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ฤาใบหญ้า ทุกสรรพสิ่ง
คอยย้ำเตือนเขาว่าที่นี่ คือก้าวแรกที่ทำให้เขาได้ก้าว
เข้าสู่วิถีเซียน
ที่ ๆ เขาได้สัมผัสกับความรักความอบอุ่น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตำแหน่งนี้ ตัวเขากับเหล่าศิษย์
พี่น้องได้ยืนหยัดปกปูอง นิกายกระบี่สวรรค์ ทุกคน
ร่วมแรงร่วมใจกันอย่างเต็มที่ อีกทั้ง อู่ อวี้ ยังเคย
หยิบยืมเม็ดยาจากพวกเขา
เขากวาดสายตามองรอบ ๆ เทือกเขาคราม ทุก
สรรพสิ่งยังคงเหมือนเดิม ด้วยเพราะ อู่ อวี้ จึงทำให้
นิกายกระบี่สวรรค์รุ่งโรจน์อย่างไม่เคยปรากฏมา
ก่อน นอกจากนี้ยังเคยเป็นที่พักพิงของ นคร
จักรพรรดิเพลิง ทำให้ทุกผู้คนที่นี่ได้รับประโยชน์กัน
อย่างถ้วนหน้า
” ในที่สุดข้าก็กลับมา … ”
เขาได้สัมผัสความรู้สึกของโลกปกติอีกครั้ง ก่อนหน้า
อยู่ใน เส้นทางเซียนบรรพกาล ทุกผู้คนที่เข้าไปใน
นั้นจะรู้สึกว่าโลกทั้งโลกกำลังลอยอยู่ เมื่อกลับมาที่นี่
ทำให้รู้สึกเสถียรมั่นคงเป็นอย่างมาก
เมื่อออกจาก เส้นทางเซียนบรรพกาล แล้วกลับมา
ที่นี่มันทำให้หัวใจของเขา รู้สึกปลอดโปร่งผ่อนคลาย
เป็นอย่างถึงที่สุด
ยามนี้ อู่ อวี้ สัมผัสได้ถึงรู้สึกปิติยินดีเป็นอย่างมาก
จนแทบจะเอ่อล้นออกมาเป็นหลั่งน้ำตา ซึ่งมันไม่ใช่
ความรู้สึกจากตัวของเขาเอง แต่มาจากอีกบุคคล
หนึ่งที่เขาควบคุมอยู่
คน ๆ นี้ก็คือ องค์หญิงโย่วเสี่ย
อู่ อวี้ ไม่คาดคิดว่ายอดเขาอัสนีจะทรุดตัวพังทลาย
ลงจนกระทั่งทำให้ เวทีเซียนเหลียว พังทลายลงด้วย
ส่วนเหตุผลที่ทำให้ องค์หญิงโย่วเสี่ย รู้สึกปิติยินดี
จนต้องหลั่งน้ำตาออกมานั้น เป็นเพราะว่านางยังมี
ชีวิตอยู่ อีกทั้งยังสามารถกลับสู่ จักรวรรดิเปุยหมิง
อย่างปลอดภัย
ซึ่งอันที่จริงแล้ว อู่ อวี้ กับนางอยู่ห่างไกลกันมาก
ทว่าทุก ๆ ความรู้สึกของนาง ไม่ว่าจะเป็น
ความรู้สึกปิติฤาความตื่นเต้นดีใจ อู่ อวี้ กลับรับรู้ได้
อย่างชัดเจนราวกับว่านางอยู่ใกล้ ๆ
นางพยายามดิ้นรนเอาชีวิตรอดจนเฮือกสุดท้าย
แม้ว่ามันช่างยากเย็นเสียเหลือเกิน
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ต้องย้ำเตือนนาง บอกให้นางรู้
ว่าเขาซึ่งเป็นนายยังอยู่ที่นี่ ด้วยเหตุนี้เขาจึงโคจร
โลหิตเล็กน้อย ซึ่งเขาเองก็เชื่อว่า องค์หญิงโย่วเสี่ย
ซึ่งอยู่ใน จักรวรรดิเปุยหมิง จะต้องรับรู้การกระตุ้น
เตือนนี้ของเขาเช่นกัน
เมื่อนางสัมผัสได้ถึงการกระตุ้นเตือนของ อู่ อวี้
ภายในใจของนางก็รู้สึกหวาดกลัวอย่างที่สุด
ระหว่างที่นางรู้สึกปลื้มปิติยินดีอยู่นั้น นางก็ต้อง
ยอมรับความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ตอนนี้นางอยู่
ภายใต้การควบคุมของเขา
อู่ อวี้ ย้ำเตือนให้นางทราบว่า เป็นเพราะเขาละเว้น
ชีวิตนาง ไม่ฉะนั้นนางคงจะตกตายอยู่ใน เวทีเซียน
เหลียว ไปแล้ว
โชคดีที่นางดูเชื่อฟัง อู่ อวี้ เป็นอย่างดี เสมือนเมื่อ
ครั้งอยู่ใน เวทีเซียนเหลียว
แม้ว่ายามนี้สถานการณ์จะเป็นเช่นไร แต่ช่วงเวลาที่
นางจะต้องยื่นมาเข้าช่วยเหลือจะต้องมาถึงในเร็ววัน
อย่างแน่นอน
ตราบใดที่นางไม่ไม่แพร่งเรื่องนี้ออกไป อู่ อวี้ ก็จะไม่
รบกวนนาง
อู่ อวี้ ไม่ต้องกล่าวอันใดกับนาง แม้ว่า วงเวทพันธะ
โลหิตควบคุมวิญญาณ บนร่างของนางจะไม่สามารถ
มองเห็น ทว่า องค์หญิงโย่วเสี่ย ก็เข้าใจความหมาย
ของ อู่ อวี้ เป็นอย่างดี
นับว่านางโชคดีมากเพราะ อู่ อวี้ มิได้มีความตั้งใจ
ทรมานนางแต่อย่างใด
หลังจากวางใจเรื่องของ องค์หญิงโย่วเสี่ย แล้ว อู่ อวี้
ก็กลับมายัง ‘วังเทพสวรรค์’ เพื่อเยี่ยมเยือน เฟิง
ซัวหยา ผู้ซึ่งเป็นอาจารย์คนแรก และ คนเดียวของ
เขาจวบจนปัจจุบัน
คนผู้นี้ คือคนที่ช่วยชีวิตเขา ทั้งยังนำพาเขาเข้าสู่วิถี
เซียน
สิ่งที่เขาแลเห็น นิกายกระบี่สวรรค์ ในยามนี้คือ
ความเจริญรุ่งเรืองอย่างที่สุด เหล่าสาวกกำลังขี่
กระบี่บินจักรพรรดิกันอย่างขวักไขว่ แววตาเต็มไป
ด้วยความแน่วแน่มุ่งมั่น โหยหาอนาคตอันแสนสดใส
หากมองจากมุมนี้ก็สามารถคาดเดาได้ว่า นคร
จักรพรรดิเพลิง คงยังไม่พบเจอกับภัยพิบัติใด ๆ
เกิดขึ้น
อู่ อวี้ มาถึงด้านนอก วังเทพสวรรค์ สายตาของเขา
จับจ้องไปด้านในแล้วก็กล่าวขึ้นว่า ” ท่านอาจารย์
ศิษย์ อู่ อวี้ กลับมาแล้ว ”
ต่อให้เป็นอาจารย์แค่หนึ่งทิวา ก็เปรียบได้ดั่งบิดา
ผู้ให้กำเนิดชีวิต บุคคลผู้นี้คือผู้ที่นำพาตนเองเข้าสู่
‘วิถีแห่งเต๋า’ พระคุณนี้ช่างใหญ่หลวง จนไม่อาจลืม
เลือนได้ตราบชั่วชีวิต
“ อู่ อวี้!” เสียงอุทานดังขึ้นจากด้านใน ขณะ อู่ อวี้
กำลังผลักประตูเข้ามา ก็เป็นช่วงเวลาเดียวกับ เฟิง
ซัวหยา กำลังจะออกมาพอดิบพอดี ในยามนี้เขารีบ
เดินวนกวาดสายตามองไปรอบ ๆ เพื่อสำรวจ
ตรวจสอบความเปลี่ยนแปลงของ อู่ อวี้ หลังจาก
ตื่นเต้นอยู่ชั่วขณะเขาก็ยิ้มแล้วกล่าวว่า ” เมื่อเห็น
เจ้ากลับมาครบ สามสิบสองปลอดภัยดีเช่นนี้ข้าก็
สบายใจ แต่ตามแผนเจ้าต้องกลับไป นครจักรพรรดิ
เพลิง มิใช่หรือ แล้วเจ้ามาที่นี่ได้อย่างไรกัน? ”
แล้ว อู่ อวี้ ก็ตอบว่า ” มีการเปลี่ยนแผนเล็กน้อย
ท่านอาจารย์ มันค่อนข้างยากที่จะอธิบาย แต่นับว่า
โชคดีมากที่ผลลัพธ์ออกมาค่อนข้างดีขอรับ ข้าได้รับ
โชคมหาศาลจาก เส้นทางเซียนบรรพกาล ใน
อนาคตการไปยัง ดินแดนโบราณเหยียนหวง ก็จะ
ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป ”
“ ดี ดีมาก! ” เฟิง ซัวหยา เดินมาด้านหน้า ตัวเขา
เองได้รับการสนับสนุนมากมายจาก อู่ อวี้ ทำให้
พื้นฐานฝึกตนของเขายกระดับก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว
ส่งผลให้ปัจจุบันพื้นฐานฝึกตนของเขาอยู่ในระดับ
สร้างแกนนภา ขั้นที่ 7 การจะเข้าสู่ระดับ ตำหนัก
ม่วงทะเลมรกต รวมถึงการยืดอายุไขของเขาก็ไม่ใช่
ปัญหาอีกต่อไป
” แค่เจ้ากลับมาปลอดภัยก็ดีแล้ว ” เฟิง ซัวหยา จับ
แขนทั้งสองข้างของเขา ดวงตาเปี่ยมล้นไปด้วยความ
พึงพอใจ พร้อมกับกล่าวขึ้นีกว่า ” อู่ อวี้ เจ้าคือ
ความภาคภูมิใจมากที่สุดในชีวิตของข้า การกลับมา
ของเจ้าย่อมเป็นเรื่องน่าปิติยินดีอย่างยิ่ง เจ้าควรไป
พบเจอกับเหล่าศิษย์พี่น้องทั้งหมด ให้พวกเขาได้
ร่วมยินดีกับการกลับมาของเจ้า ”
เขาทักทายกับทุก ๆ คน พอพลบค่ำเหล่าศิษย์พี่น้อง
ก็ค่อย ๆ ทยอยกันมาพบเขาทีละคน จนพร้อมหน้า
พร้อมตากันในที่สุด ความสัมพันธ์ฉันท์ศิษย์พี่น้อง
ไม่เกี่ยวข้องกับความแข็งแกร่งของ อู่ อวี้ ทุกคน
ยังคงเหมือนเดิมไม่ได้เปลี่ยนแปลง อย่างเช่น โม่ ซือ
ซู เขายังคงซักถามเกี่ยวกับ เส้นทางเซียนบรรพกาล
รวมถึงองค์หญิง แล้วก็เรื่องอื่น ๆ ฯลฯ
บรรดาศิษย์พี่น้องที่ อู่ อวี้ สนิทสนมมากที่สุดนั่นก็
คือ ซู หยานหลี่ แม้ว่านางจะพูดแค่เพียงไม่กี่คำ แค่
เพียงนางยิ้มให้กับ อู่ อวี้ หัวใจของเขาก็รู้สึกอบอุ่น
เป็นอย่างมากแล้ว
” ดีแล้วที่ปลอดภัยกลับมา ” ทุกคนล้วนกล่าวเช่นนี้
ตอนที่ อู่ อวี้ เข้าไปใน เส้นทางเซียนบรรพกาล มัน
ทำให้พวกเขารู้สึกเป็นห่วงกังวลอย่างมากเช่นกัน
” ไหน ๆ เจ้าก็กลับมาแล้ว เท่ากับว่าพวกเรายังมี
เวลาพูดคุยกันอีกมาก ฉะนั้นเจ้าอย่าได้เสียเวลาอยู่
ที่นี่เลยรีบไปหาพี่สาวของเจ้าเถิด ” เฟิง ซัวหยา
กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังเล็กน้อย
“ ท่านอาจารย์ ทราบไหมว่าสถานการณ์ของ นคร
จักรพรรดิเพลิง ตอนนี้เป็นเช่นไร? ” นี่คือสิ่งสำคัญ
มากที่สุด
เฟิง ซัวหยา กล่าวตอบว่า ” เท่าที่ข้าทราบ ทุกอย่าง
ยังคงเป็นเหมือนเช่นเดิม ด้านหนึ่งก็พยายามวางวง
เวทสังหารเพิ่มเข้าไป ส่วนอีกด้านหนึ่งก็พยายาม
ติดต่อผู้คนจากดินแดนโบราณเหยียนหวง ”
” แสดงว่ายังไม่มีผู้ใดมาที่ ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง
เลยใช่หรือไม่?” อู่ อวี้ ถาม
เฟิง ซัวหยา กล่าวตอบว่า ” เป็นเช่นนั้น ”
เรื่องของบรรพชนมารกลืนสวรรค์ถือเป็นเรื่อง
เร่งด่วนที่สำคัญยิ่ง ดังนั้น อู่ อวี้ จึงทิ้งเจ้าเทวะอัสนี
โลหิต กับ เจ้าเทวะเพลิงมาร และหุ่นเชิดอีกสอง
สามตัว ซึ่งมีความแข็งแกร่งเทียบเท่าได้กับระดับก่อ
ร่างกำเนิดจิตเทวะ เรียกได้ว่าแทบจะอยู่ในระดับ
เดียวกับจอมจักรพรรดิเลยก็ว่าได้ แค่นี้ก็เพียงพอจะ
ปกปูองนิกายกระบี่สวรรค์แล้ว
จากนั้น อู่ อวี้ ก็มุ่งหน้าไปยัง พระราชวังเยว่อู่
ท้ายที่สุดแล้ว เฟิง ซัวหยา ก็กล่าวว่าไม่มีผู้ใดจาก
ดินแดนโบราณเหยียนหวง มาที่นี่สักคน ดังนั้นจึงหา
ได้มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เกิดขึ้น ด้วยเวลาที่ผ่าน
มาอย่างยาวนานนี้ ทำให้เขาคิดถึง อู่ หยู๋ เป็นอย่าง
มาก
อันที่จริงแล้วเขาอยู่ภายใน เจดีย์ล่องกำเนิด มา
หลายปีเลยทีเดียว
” ข้าคาดว่า หลังจากได้เป็นผู้ติดตามโอรสเล่อ ทาง
ฝั่งของ ดินแดนโบราณเหยียนหวง น่าจะส่งใครสัก
คนมาที่นี่ น่าจะใช้เวลาไม่นานนักพวกนั้นก็คงมาถึง
”
การที่เขาตัดสินใจกลับมายัง ทวีปแห่งทวยเทพตง
เสิ้ง ทั้งหมดก็เป็นเพราะบรรพชนมารกลืนสวรรค์
ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ อู่ อวี้ วิตกกังวลมากที่สุด เขา
จะต้องแก้ไขมัน ถึงจะสามารถก้าวเดินเข้าสู่เส้นทาง
ที่สูงมากขึ้นกว่านี้ได้
เพียงชั่วพริบตาเขาก็กลับมายังอาณาจักรบูรพาเยว่อู่
อาณาจักรมนนุษย์อันเก่าแก่แสนงดงามนี้ คือ
สถานที่ในวัยเยาว์ ซึ่งเขามีสายสัมพันธ์ด้วยอย่างลึก
ล้ำ มีความคุ้นเคยกับเส้นทางและผู้คนในที่แห่งนี้
เมื่อเขาผ่านมาที่นี่ ก็หวนรำลึกไปถึงเรื่องราวต่าง ๆ
มากมาย รวมถึงเหตุการณ์ที่สังหาร ฮ่าวเทียนซ่าง
เซียน ด้วย
” พี่หญิง ” ภายใน ‘ถ้องพระโรงหงษ์บูรพา’ แห่ง
พระราชวังหลวง อู่ อวี้ พบว่า อู่ หยู๋ กำลังไล่อ่าน
ฎีกาอยู่ ระหว่างที่นางกำลังเหนื่อยล้าอยู่นั้น ก็ได้ยิน
เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น นางเงยหน้าขึ้นมอง อู่ อวี้ ด้วย
ความรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก จากนั้นความโหยหา
ก็ถูกแทนที่โดยรอยยิ้มทั้งน้ำตา อู่ หยู๋ ลุกขึ้นยืน
พร้อมกล่าวว่า ” กลับมาแล้วเช่นนั้นหรือ ไม่คิดว่า
เจ้าจะกลับมาเร็วขนาดนี้ ข้าคิดว่าจะต้องรออีกสิบ
หรือยี่สิบปีซะอีก ”
” ข้าคิดถึงพี่หญิงของข้า แล้วจะปล่อยให้ท่านรอ
คอยตั้ง 10 หรือ 20 ปีได้อย่างไร ”
ญาติเพียงคนเดียวในชีวิตของเขา อู่ อวี้ เหยียดแขน
ออกไปแล้วกอดนางเอาไว้แน่น ถึงแม้ว่าจะเป็นพี่
น้องต่างมารดา แต่ก็นับได้ว่าพวกเขานั้นมีสายเลือด
เดียวกัน
อู่ หยู๋ ยกระดับก้าวหน้าขึ้น แน่นอนว่าสำหรับ อู่ อวี้
เขาคิดว่าการที่นางก้าวเข้าสู่ขอบเขตหลอมรวม
ลมปราณก็ถือว่าสูงมากแล้ว
“ ครั้งนี้ข้ากลับมา โดยที่ท่านไม่ต้องกังวลว่าข้าจะ
จากไปไหน เพราะต้องจัดการเรื่องบางอย่างก่อน
จากนั้นค่อยมาช่วยท่าน ยกระดับการฝึกตนอย่าง
น้อย ๆ ให้ก้าวเข้าสู่ขั้นสร้างแกนนภา ” อู่ อวี้ กล่าว
” ไปจัดการธุระของเจ้าก่อนเถอะ แค่รู้ว่าเจ้ายัง
ปลอดภัยดี ก็เพียงพอแล้ว ” อู่ หยู๋ ช่วยเขาจัดเรียง
อาภรณ์ แล้วจ้องมองมาที่เขาอย่างอ่อนโยน
พลังจากคนรักของเรา เป็นเสมือนดั่งสิ่งที่ช่วยหล่อ
เลี้ยงชิ้นส่วนที่อ่อนโยนมากที่สุดภายในหัวใจเสมอ
ภายในเส้นทางเซียนบรรพกาล และ เวทีเซียน
เหลียว อู่ อวี้ ต้องพานพบกับประสบการณ์ต่อสู้
สังหารและการแข่งขันช่วงชิงอันแสนโหดร้าย เพื่อ
กลายเป็นผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียว ตอนนี้มือของเขา
เปรอะเปื้อนไปด้วยคาวเลือด แต่ความห่วงใยจาก อู่
หยู๋ ช่วยหลอมละลายชะล้างทุกสิ่งทุกอย่างภายใน
จิตใจของเขาอย่างสมบูรณ์ หลังกลับมายังที่แห่งนี้
เขาก็ไม่ใช่ฆาตกรที่เข่นฆ่าสังหารไปทั่วทั้งสี่ทิศอีก
ต่อไป ไม่ใช่ผู้ที่ทำให้สวรรค์และปฐพีต้องสั่นสะท้าน
แต่เป็นเพียงน้องชายคนหนึ่งเท่านั้น
” ข้าจะมอบผู้พิทักษ์ ให้คอยดูแลปกปูองคุ้มครอง
ท่าน หลังจากนี้ทั่วทั้งทวีปแห่งทวยเทพจะไม่มีผู้ใด
ไม่ยั่วยุหรือทำอะไรท่านได้อีก ”
อู่ อวี้ อัญเชิญเจ้าเทวะแปดกร ซึ่งมีความแข็งแกร่ง
อยู่ในระดับก่อร่างกำเนิดจิตเทวะขั้นที่ 5 ออกมา
เจ้าเทวะแปดกรมีแขนและอุ้งเท้าทั้งหมดแปดข้าง มี
หัวเสมือนดั่งมังกร ดูดุร้ายปุาเถื่อนเป็นอย่างยิ่ง ซึ่ง
หุ่นเชิดที่ทำหน้าที่เฝูาพิทักษ์ อู่ หยู๋ จะต้องเป็นหุ่น
เชิดที่ทำให้ไม่มีผู้ใดกล้ามาหาเรื่อง
“มันคืออันใด?”
“คือหุ่นเชิด ที่เชื่อฟังคอยรับคำสั่งของข้า”
” ดูเหมือนเจ้าจะได้ครอบครองสมบัติวิเศษ อันน่า
อัศจรรย์มากขึ้นทุกที ๆ ” หากในแง่ของผู้ฝึกตน อู่
หยู๋ เลื่อมใสเขาอย่างมิอาจหาผู้ใดมาเปรียบได้
อู่ อวี้ ยิ้ม การที่เขาทิ้ง เจ้าเทวะแปดกร ไว้ที่นี่ มัน
ทำให้เขารู้สึกวางใจขึ้นมาก ซึ่งการกลับมายัง ทวีป
แห่งทวยเทพตงเสิ้ง อู่ อวี้ สามารถกลับมาที่นี่ได้ทุก
เมื่อ หลังจากเขากล่าวคำอำลา อู่หยู๋ แล้ว จากนั้นก็
รีบมุ่งหน้าเดินทางไปยัง นครจักรพรรดิเพลิง ทันที
เนื่องจากว่ามันคือสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับเขา
ตอนนี้
เขาทะยานขึ้นสู่ท้องนภาด้วยกระบี่บินจักรพรรดิ
ผสานกับเคล็ดวิชาก้าวเทวะ เหินทะยานไปตาม
เส้นทางมวลหมู่เมฆาด้วยความเร็วเหนือเสียง มุ่งสู่
ปลายทางที่อยู่ห่างไกลนับพันลี้!
นครจักรพรรดิเพลิง อยู่ใกล้แล้ว!
มองจากระยะไกล อู่ อวี้ แลเห็นนครลอยฟูาอีกครั้ง!
จุดหมายปลายทางของเขา อยู่ในมวลหมู่เมฆาไร้
สิ้นสุดนั้น
เมื่อเห็นว่าที่นี่ยังคงสงบสุข อู่ อวี้ ก็จับหน้าอกตัวเอง
ด้วยความโล่งอกโล่งใจ อย่างน้อย ๆ ก็ยังไม่มีอะไร
เกิดขึ้น ต่อให้ในอนาคตจะมีผู้คนจาก ดินแดน
โบราณเหยียนหวง มาช่วยเหลือหรือไม่ก็ไม่สำคัญ
อีกต่อไปแล้ว เพราะตอนนี้เขาอยู่ที่นี่ เขาได้กลับ
มาแล้ว อู่ อวี้ แน่ใจว่าด้วยฝีมือของเขาตอนนี้
สามารถสังหาร ตัวหมิงซาน เสิ้งเสวี่ย กับ เทียนไห่
อวี้ฝูเหยา ได้อย่างแน่นอน
เมื่อ อู่ อวี้ มาที่นี่ เขาก็จดจำ ไข่ ที่ได้รับจาก
คฤหาสน์มารกลืนสวรรค์ได้ในบันดล
” ตอนนี้ข้าอยู่ระดับ ตำหนักม่วงทะเลมรกต ขั้นที่ 9
อีกไม่นานก็จะถึงระดับ ก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ ”
” ถ้าข้าสามารถมีร่างแยกที่ 2 เสมือนดั่ง บรรพชน
มารกลืนสวรรค์ ได้ ข้าก็จะ … ”
อู่ อวี้ ตั้งหน้าตั้งตารอคอยให้เวลานั้นมาถึง
เขาจึงคิดว่าควรรีบเข้า นครจักรพรรดิเพลิง จะ
ดีกว่า
ทันใดนั้นในหูของเขาก็ได้ยินเสียงแว่วหนึ่งดังขึ้น
เสียงนี้น่าจะเป็นเสียงของ ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู เขา
รีดพูดขึ้นว่า ” อู่ อวี้ ช้าก่อน หยุดเดี๋ยวนี้อย่าเพิ่งเข้า
ไปด้านใน! ”
อู่ อวี้ รีบหยุดฝีเท้าลงทันที ในเวลานี้เขารู้สึก
ประหลาดใจอย่างมากเมื่อตีนเขาด้านล่าง นคร
จักรพรรดิเพลิง มีผู้คนหลายร้อยคนโดยรวมตัวกัน
อยู่ อีกทั้งทุกผู้คนยังรู้จักคุ้นหน้าค่าตาเป็นอย่างดี
ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู จอมจักรพรรดิ เจ็ดเซียนกระบี่
แห่งซูซัน ฯลฯ ทั้งหมดล้วนอยู่ที่นี่
“เกิดอะไรขึ้น?” อู่ อวี้ รู้สึกสงสัยเป็นอย่างยิ่ง
อีเวนต์หลักของเล่มนี้มาถึงแล้วว!!
———————————
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ