กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 665: กองทัพมังกรเพลิง
เหล่ายอดฝีมือระดับแนวหน้าของ นครจักรพรรดิ
เพลิง, พรรคซ่างหยวน, นิกายเซียนซูซัน ,
ตระกูลเทียอี้ ,เหล่าปีศาจจากห้วงทะเลปีศาจอนันต์
ล้วนอยู่ที่นี่
ไม่เพียงเฉพาะคนเหล่านี้เท่านั้น ทว่าด้านหลังเนิน
เขายังมี กองทัพเซียนจักรพรรดิเพลิงจำนวนมาก
สวมใส่ชุดเกราะเหยียนหวงอยู่
กองทัพเซียนจักรพรรดิเพลิง จำนวนมากกระจายตัว
อยู่ทั่วทั้งภูเขา จากการคาดเดาของ อู่ อวี้ เหมือนว่า
ทุกคนภายใน นครจักรพรรดิ์เพลิง ต่างมารวมตัวกัน
อยู่ที่นี่
ซึ่งมันทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกฉงนสงสัยเป็นอย่างยิ่ง ว่า
เพราะเหตุใดพวกเขาถึงได้มารวมตัวกันอยู่ที่นี่
แทนที่จะอยู่ภายในหลุมบรรพกาลจักรพรรดิเพลิง
แล้วไฉนทหารทุกนายของกองทัพเซียนจักรพรรดิ์
เพลิง ถึงต้องออกมาจาก นครจักรพรรดิ์เพลิง เช่นนี้
ด้วย?
เขาเปลี่ยนทิศทาง แล้วแล้วมองมาที่คนเหล่านี้ทันที
แม้เวลาจะผ่านไปกว่าครึ่งปีแล้ว ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่
ซู, จอมจักรพรรดิ, เจ็ดเซียนกระบี่แห่งซูซัน ,
จักรพรรดิอิง ก็ยังคงรอคอยอยู่ที่นี่เช่นเดิม
ทันทีที่พวกเขามาเห็น อู่ อวี้ โดยที่เขายังไม่ทันได้
เอื้อนเอ่ยวาจากล่าวทักทาย หรือ บอกกล่าวว่า
ตนเองกลับมาแล้ว
เพราะว่าสายตารวมถึงการแสดงออกของพวกเขา
ต่างดูพออกพอใจเป็นอย่างยิ่ง
แม้ว่าปากของพวกเขาจจะกล่าวว่าไม่ต้องการเห็น อู่
อวี้ กลับมา โดยหวังว่า อู่ อวี้ จะไปยัง ดินแดน
โบราณเหยียนหวง แต่เมื่อเห็น อู่ อวี้ ปลอดภัย
อย่างน้อยภายในหัวใจของพวกเขาก็รู้สึกผ่อนคลาย
ไม่น้อย
” เจ้ากลับมาจาก เส้นทางเซียนบรรพกาล แล้ว
เช่นนั้นหรือ ? เจ้าไม่สามารถแย่งชิง ยันต์เซียน
บรรพกาล ของ ดินแดนโบราณเหยียนหวง ใช่
หรือไม่? ข้าเข้าใจคนเหล่านั้นล้วนแข็งแกร่งเป็นยอด
อัจฉริยะมากความสามารถ ย่อมยากจะแย่งชิง
สิ่งของจากคนเหล่านี้ ” ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู มอง
เขาแล้วกล่าวด้วยอารมณ์ความรู้สึก
” เส้นทางเซียนบรรพกาล อันตรายอย่างมาก การที่
เจ้าสามารถกลับมาอย่างปลอดภัยก็นับว่าดีแล้ว ไม่
ช้าก็เร็วคงจะได้ไปยัง ดินแดนโบราณเหยียนหวง ”
จอมจักรพรรดิ ก้าวออกมาข้างหน้าแล้วเงยหน้าขึ้น
มอง อู่ อวี้ เขารับรู้ได้ว่า อู่ อวี้ ก้าวหน้าเป็นอย่าง
มาก เขาจึงพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
” เยี่ยมมาก… เจ้าใช้เวลาเพียงแค่ครึ่งปีเท่านั้น
พื้นฐานฝึกตนของเจ้าก็เกือบจะบรรลุถึงขอบเขต ก่อ
ร่างกำเนิดจิตเทวะ แล้ว”
เหล่ายอดฝีมือต่างเข้ามารายล้อม อู่ อวี้ แม้แต่เจ็ด
เซียนกระบี่แห่งซูซัน รวมถึงคนอื่น ๆ จ้องมอง อู่ อวี้
ด้วยแววตาปลื้มปิติยินดี
” อู่ อวี้ เจ้าสร้างผลงานได้ยอดเยี่ยมมาก เจ้าได้
กระจายข่าวภายใน เส้นทางเซียนบรรพกาล คนของ
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง เลยส่งยอดฝีมือมาที่นี่
” หลิว ซ่างเสิน แห่งตระกูลเทียนอี้ กล่าวขึ้น
“ คนของ อาณาจักรโบราณเหยียนหวง มาถึงแล้ว
เช่นนั้นหรือ? มาถึงเมื่อไหร่กัน ? ” อู่ อวี้ ไต่ถาม
ด้วยน้ำเสียงจริงจัง หลังจากที่พูดคุยกับ เฟิง ซัวหยา
ดูเหมือนว่ายังไม่มีผู้ใดมาถึง
“มาเมื่อวาน” ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู ตอบแทน
เพิ่งมาถึงเมื่อวาน ไม่น่าแปลกใจที่ท่านอาจารย์ เฟิง
ซัวหยา จะยังไม่ทราบข่าวคราว
ภายใน เส้นทางเซียนบรรพกาล อู่ อวี้ ติดต่อ
เกี่ยวข้องกับ โอรสเล่อ แค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
นอกจากนี้เขายังได้ พลองหมื่นมังกร ศาสตราวิถีแท้
สุดยอดวิญญาณ ถึงแม้ว่าคนของ อาณาจักรโบราณ
เหยียนหวง จะมาถึงแล้วก็ตาม ซึ่งก็เป็นไปตาม
เป้าหมายตั้งแต่แรก ทว่ามันกลับทำให้เขารู้สึกกังวล
ใจ
” มากันกี่คน ? แล้วความแข็งแกร่งของคนพวกนั้น
อยู่ในระดับใด? ” เขารีบถามอย่างรวดเร็ว
จอมจักรพรรดิ กล่าวว่า ” มากันหลายร้อยคน แต่ละ
คนมีฝีมือร้ายกาจแข็งแกร่งอยู่ในระดับ ก่อร่าง
กำเนิดจิตเทวะ อีกทั้งพวกเขายังมีอายุน้อยกว่าข้า
มาก ส่วนบางคนแม้ข้าจะไม่สามารถมองเห็น
พื้นฐานฝึกตน แต่ข้าก็เชื่อว่าต้องแข็งแกร่งมากอย่าง
แน่นอน พวกเขาย่อมสามารถจัดการกับ ตัวหมิง
ซาน เสิ้งเสวี่ย ได้อย่างง่ายดาย คราวนี้ดูเหมือนว่า
ปัญหาเรื่อง บรรพชนมารกลืนสวรรค์ จะสามารถ
แก้ไขได้แล้ว อู่ อวี้ เจ้าทำได้ดีมาก ไม่ได้ทำให้พวก
เราทุกคนผิดหวังเลยแม้แต่น้อย! ”
บางทีเขาอาจจะกำลังนึกถึง เจ้านครจักรพรรดิเพลิง
ดังนั้นในเวลานี้ดวงตาของเขาจึงแดงก่ำขึ้นมา
เล็กน้อย
แล้ว ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู ก็กล่าวขึ้นว่า ” เห็นที
เรื่องของ บรรพชนมารกลืนสวรรค์ คงไม่จำเป็นต้อง
กังวลอีกต่อไป ข้ายังแอบได้ยินมาว่าพวกเขาเหล่านี้
คือ ‘ กองทัพมังกรเพลิง ’ ของ อาณาจักรโบราณเห
ยียนหวง พวกเขาทั้งหมดล้วนเป็นกองทัพที่ยอด
เยี่ยมมาก แต่ละคนเรียกได้ว่าเป็นมังกรในหมู่ผู้คน
อย่างแท้จริง ”
กองทัพมังกรเพลิง!
เมื่อได้ยินชื่อนี้ ดูเหมือนว่า อู่ อวี้ พอจะจำได้ เมื่อ
ไตร่ตรองอย่างรอบคอบก็นึกออกว่า ชวี่ ห่าวเหยียน
กับ ชวี่ เฟิงอวี๋ ที่เป็นพี่น้องกัน บิดาของพวกมันทั้ง
สองเป็นขุนพลแห่ง กองทัพมังกรเพลิงอีกทั้งยังเป็น
ผู้ควบคุมเหล่าทหารของ กองทัพมังกรเพลิง อีกด้วย
นี่ก็เป็นอีกหนึ่งความจริงที่ว่าพวกเขาอยู่ใต้อาณัติ
ของ โอรสเล่อ
สิ่งที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นเพราะข่าวที่ โอรสเล่อ ได้
ส่งออกไป คนเหล่านี้จึงถูกส่งมาที่นี่
ทว่าถึงอย่างนั้นเขาก็กล่าวขึ้นด้วยความประหลาดใจ
” แล้วไฉนพวกท่านถึงต้องมาอยู่ที่นี่กันเล่า คนของ
นครจักรพรรดิเพลิง ล้วนออกมากันหมดเลยหรือ? ”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ทุกคนต่างก็มองหน้ากัน ประมุข
ศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู กระแอมไอเล็กน้อยพร้อมกล่าวขึ้นว่า
” คนของ อาณาจักรโบราณเหยียนหวง มาช่วยพวก
เรา แน่นอนว่าการต่อสู้ต้องขยายวงกว้าง ฉะนั้นจึง
ต้องหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บล้มตายโดยไม่จำเป็น
หลังจากพวกเขามาถึงก็ให้เราถอนตัวออกจาก นคร
จักรพรรดิเพลิง แล้วมารออยู่ที่นี่ จนกว่าพวกเราจะ
ได้รับอนุญาตให้เข้าไปได้ ข้าถึงต้องหยุดเจ้ายังไงล่ะ
”
จอมจักรพรรดิ ยังกล่าวสมทบเพิ่มเติมอีกว่า ” อู่
อวี้ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของเรา ไม่มีอะไร
หรอก ไหน ๆ เจ้าก็กลับมาแล้วรอฟังข่าวดีจากพวก
เขาก็แล้วกัน ”
ถ้าเป็นกรณีเช่นนี้ก็เท่ากับว่า
” นครจักรพรรดิเพลิง กลายเป็นเมืองร้าง? ”
อู่ อวี้ ไตร่ตรองอย่างรอบคอบ สถานการณ์เช่นนี้เขา
ย่อมต้องระวังตัวมากขึ้น ด้วยเพราะยอดฝีมือหลาย
คนที่อยู่ที่นี่อย่างเช่น ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู รวมถึง
คนอื่น ๆ สามารถยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือได้ไม่มากก็
น้อย แต่กลับไม่มีผู้ใดสามารถเข้าไปได้เลย เมื่อเป็น
เช่นนี้เขาก็ไม่รู้ว่าคนพวกนั้นทำสิ่งใดอยู่ด้านในบ้าง
ดูเหมือนว่าการกีดกันเช่นนี้ดูจะมากไปสักหน่อย
คนเหล่านี้เพิ่งมาถึงแท้ ๆ แต่กลับมาจัดแจงเจ้ากี้เจ้า
การวางอำนาจบาตรใหญ่ อย่างน้อย ๆ จะต้องมี
หนึ่งหรือสองคนที่เข้าใจความหมายจากการกระทำ
ของพวกมันในเรื่องนี้ เช่น ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู
” เจ้าเพิ่งกลับมาจาก เส้นทางเซียนบรรกาล ไปพัก
สมองเถอะ ”
อู่ อวี้ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง บางทีผู้คนจาก ‘กองทัพ
มังกรเพลิง’ น่าจะทราบข่าวแล้วว่า โอรสเล่อ กับ
พรรคพวกของมันได้ตกตายไปแล้ว เนื่องจากว่าเมื่อ
มาถึงยอดเขาอัสนี ผู้คนส่วนใหญ่ก็ถูกบีบบังคับให้
ออกจากเส้นทางเซียนบรรพกาล
โอรสเล่อ ต้องตกตายในระหว่างต่อสู้ ซึ่งเรื่องนี้ อู่
อวี้ ก็มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย อีกทั้งผู้คนก็ยังให้ความสน
อกสนใจเกี่ยวกับการตายของ โอรสเล่อ โดยที่จับ
จ้องมายัง อู่ อวี้ แม้ว่าจะไม่พบความผิดปกติใดๆ
ทว่าพวกมันจะต้องระแคะระคายเรื่องราวบางอย่าง
เป็นแน่
หรือไม่บางทีอาจเป็นเพราะว่าเขาได้ครอบครอง ‘
พลองหมื่นมังกร ‘ ซึ่งทำให้หลายคนไม่ชอบใจ
เมื่อครุ่นคิดสะระตะแล้ว อู่ อวี้ เลยไม่รีบร้อนที่จะ
พบเจอกับคนกลุ่มนี้ เขาจะต้องหลบซ่อนตัวอยู่ในที่
มืด คอยซักถามสถานการณ์ของคนกลุ่มนี้เอาไว้ให้
มาก
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงเตี้ยมกับทุกคนเอาไว้ว่า ” ถ้ามีผู้ใดไต่
ถามถึงข้า พวกท่านได้โปรดอย่าเพิ่งบอกว่าข้านั้น
กลับมาแล้ว เนื่องจากมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น
ภายใน เส้นทางเซียนบรรพกาล ข้าจึงต้องขอดูท่าที
รวมถึงทัศนคติของพวกเขาที่มีแก่ข้าก่อน ”
เมื่อประโยคนี้ถูกกล่าวขึ้น สีหน้าของฝูงชนก็
แปรเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นทันที
“ อู่ อวี้ เจ้าได้ไปทำให้ผู้ใดขุ่นเคืองหรือไม่?” จอม
จักรพรรดิ รู้นิสัยของเขาดี ดังนั้นจึงคิดว่าเรื่องนี้มี
โอกาสเป็นไปได้มาก
“ ก็มีบ้าง แต่ข้าอยากให้พวกท่านจำไว้ว่า จงปรับตัว
ไปตามสถานการณ์ หากพวกนั้นสามารถจัดการ
แก้ไขเรื่องของบรรพชนมารกลืนสวรรค์ได้ ก็แค่ออก
ปล่อยพวกมันไปจากที่นี่อย่างปกติสุข ” อู่ อวี้ กล่าว
หากเป็นกรณีนี้ เขาก็จะไม่ปรากฏตัว เพราะอย่างไร
เสียก็ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่หรือออกมาจาก
เส้นทางเซียนบรรพกาล แล้ว
หากมีคนจาก ‘กองทัพมังกรเพลิง’ อยู่ที่นี่ เขามั่นใจ
ว่า ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากบรรพชนมารกลืน
สวรรค์ จะถูกจัดการลงในที่แห่งนี้
“ไม่มีปัญหา” ฝูงชนพยักหน้าตอบรับ
อู่ อวี้ มองตรวจสอบใปรอบ ๆ นอกจากผู้นำของ
กองกำลังเหล่านี้แล้ว ก็ยังมีบางคนที่เขาคุ้นเคย
รวมอยู่ด้วย เช่น เฉินชิง เหยา กับ เฉินชิง หยู จากซู
ซัน
รวมถึง จี้ หลิงหลง แห่งพรรคซ่างหยวน นอกจากนี้
ยังมีน้องสาวของนาง กูซู หยูเตี๋ย
รวมถึงผู้เยาว์หนุ่มสาวจากนครจักรพรรดิเพลิง
อู่ อวี้ ได้ส่งมอบเจดีย์ประมุขฟ้าคืนให้แก่พวกเขา
นอกจากนี้ยังมี เสามังกรหยกทองคำ และ ศาสตรา
เต่าวิถีแท้ชิ้นอื่น ๆ
ส่วนคนสุดท้ายก็คือ จิ่วอิง
จิ่วอิง ยังคงเป็นเหมือนเช่นเคย ถึงแม้ว่า
ความก้าวหน้าของเขาจะไม่ดีเท่ากับ อู่ อวี้ แต่ก็
นับว่าเป็นการเติบโตที่เร็วมาก
“ ดูเหมือนว่าข้าจะตามเจ้าไม่ทันเสียแล้ว อยู่ในทวีป
แห่งทวยเทพนี้ต่อไป ก็คงไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง
หลังจากนี้อีกไม่นาน ข้าจะออกเดินทางสู่โลกกว้าง
เพื่อเผชิญหน้ากับอันตรายและแสวงหาโชควาสนา ”
จิ่วอิง เดินมาหยุดอยู่เบื้องหน้าพร้อมกับกล่าวขึ้น
โลกภายนอกนั้นช่างแสนโหดร้ายเสียจริง ๆ แต่พลัง
ฝีมือของ จิ่วอิง ก็ยังอ่อนแอมาก ถึงกระนั้น อู่ อวี้ ก็
ไม่ต้องการจะหยุดยั้งเขา เพราะอยู่แค่ภายใน ทวีป
แห่งทวยเทพตงเสิ้ง ยากที่จะพัฒนาฝีมือสู่ระดับที่
ยิ่งใหญ่ได้
ระหว่างที่เขากำลังพูดคุยกับ จิ่วอิง สายตาก็กวาด
มองดูรอบ ๆ ไปด้วย ซึ่งเขาไม่พบเห็นแม้แต่เงาของ
หนานกง เหว่ย บางทีนางอาจจะยังไม่สบอารมณ์
ฉะนั้นเขาจึงไม่ได้ไปถามอันใดมาก
ในเวลานี้ดูเหมือนนครลอยฟ้าอย่าง นครจักรพรรดิ์
เพลิง จะมีการเคลื่อนไหวบ้างเล็กน้อย ซึ่งอาจเป็น
ฝีมือของคนจาก ‘กองทัพมังกรเพลิง’ อู่ อวี้ จึงได้
หลบหนีออกไปซ่อนตัวอยู่ห่าง ๆ อย่างรวดเร็ว ด้วย
เพราะคนของ ‘กองทัพมังกรเพลิง’ ยังไม่มีผู้ใดรู้จัก
หน้าค่าตาของเขา จึงทำทีไปผสมปนเปกับคนของ
กองทัพเซียนจักรพรรดิเพลิง
ทันใดนั้นเองก็มีคนสองคนกำลังลงมา ดวงตาของ อู่
อวี้ เจิดจ้าเป็นประกายในทันที เขาสามารถมองเห็น
คนทั้งสองได้อย่างรวดเร็วชัดเจน
คนทั้งสองสวมใส่ชุดเกราะสีแดงเพลิง ซึ่งเป็น
ศาสตราเต๋าวิถีแท้ อานุภาพความร้ายกาจของมัน
เหนือกว่าชุดเกราะศาสตราเต๋าวิถีแท้ ที่ อู่ อวี้ ได้รับ
จากเจ้านครเสียอีก ชุดเกราะสีแดงเพลิงเสมือนดั่ง
เกล็ดมังกรพันรอบการของพวกเขา ทำให้ดูอลังการ
เปี่ยมล้นไปด้วยอำนาจบารมีขึ้นอีกหลายเท่า
พวกมันทั้งคู่ต่างแสดงท่าทีหยิ่งผยองอหังการเป็น
อย่างยิ่ง เสมือนราวกับว่าอยู่เหนือทุกสรรพชีวิตบน
ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง ดวงตาเยือกเย็นแล้วแข็ง
กระด้าง ไม่น่าแปลกใจเลยว่าเพราะเหตุใด ประมุข
ศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู และคนอื่น ๆ ถึงยอมเชื่อฟังอยู่ที่นี่แต่
โดยดี
อย่างไรก็ตามพื้นฐานฝึกตนของคนสองคน ไม่ได้สูง
เกินไปกว่า ก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ ขั้นที่ 3 ซึ่งระดับ
ของมันก็พอ ๆ กับ จอมจักรพรรดิ และ เซียนกระบี่
เทียนซู
อย่างไรก็ตามพวกมันอายุน้อยกลับกว่าจอม
จักรพรรดิมาก คาดคะเนด้วยสายตาคร่าว ๆ น่าจะ
ซักประมาณเกือบ ๆ หนึ่งร้อยปี ซึ่งก็แน่นอนว่ามี
ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่รอพวกมันอยู่ในอนาคต
อย่างน้อยมันก็ต้องเหนือกว่าประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู
เพียงแค่เห็นระดับพลังฝีมือของคนทั้งสอง ก็
สามารถประเมินได้ว่า ‘กองทัพมังกรเพลิง’ กลุ่มนี้
เล่นด้วยไม่ได้เลยจริง ๆ
พวกมันล่องลอยอยู่บนท้องเวหาเหนือ ประมุข
ศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู โดยที่มิได้ลงมา
ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู จอมจักรพรรดิ รวมถึงคนอื่น
ๆ เมื่อเห็นคนทั้งสอง พวกเขาก็พากันประสานมือ
คำนับพร้อมกับกล่าวว่า “น้อมคารวะใต้เท้า หวู่อวิ๋น
กับ ใต้เท้าหยางเฉียง ”
คนทั้งสองแสดงท่าทางสูงส่งสง่างาม หนึ่งในนั้นก็
กล่าวขึ้นว่า ” การที่พวกข้าทั้งสองลงมาครานี้ ก็
เพราะมีเรื่องอยากจะบอกพวกเจ้า ในฐานะที่พวก
เจ้าเป็นคนของ ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง ก็ต้องรู้จัก
ชายผู้มีนามว่า ‘ อู่ อวี้ ‘ เป็นผู้ที่เข้าสู่ เส้นทางเซียน
บรรพกาล เมื่อใดที่มันออกจาก เส้นทางเซียนบรรพ
กาล จงบอกให้มันกลับไปหาผู้บัญชาการของเราที่
นครจักรพรรดิเพลิงทันที เนื่องจากว่าท่านผู้
บัญชาการมีเรื่องบางอย่างอยากจะไต่ถาม แต่ถ้าเขา
ยังไม่มาพวกเจ้าต้องกระจายข่าวเรื่องนี้บอกให้มัน
รับรู้ เข้าใจหรือไม่? ”
อีกคนหนึ่งพูดเสริมว่า” เรา ‘กองทัพมังกรเพลิง’
ได้มาช่วยเหลือ ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง ในครานี้
เป็นเพราะว่า อู่ อวี้ ได้สร้างผลงานยิ่งใหญ่เอาไว้
ขอให้ทุก ๆ ท่านอย่าได้กังวลไป ผู้บัญชาการของเรา
แค่อยากทราบรายละเอียดบางอย่างเท่านั้น เราจะ
ไม่ทำให้เขาต้องลำบากใจเด็ดขาด ”
ฝูงชนต่างมองหน้ากัน ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู ไม่ได้
แพร่งพรายสิ่งใดออกไปหลังจากนั้นเขาก็ตอบไปว่า ”
ไม่มีปัญหา ถ้า อู่ อวี้ กลับมา ข้าจะให้เขาไปพบผู้
อาวุโสตามที่ต้องการ ”
” ถ้ารู้ว่าเขากลับมา โปรดรีบไปแจ้งข่าวกับข้าแล้วข้า
จะกลับมาอีกครั้ง ” หลังจากอีกฝ่ายพูดจบก็ได้กล่าว
อำลาจากไป ทั้งสองหายลับไปจากสายตาของทุกคน
เพื่อกลับไปยัง นครจักรพรรดิ
อันที่จริงแล้ว ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู อยากจะซักถาม
เกี่ยวกับสถานการณ์ของ บรรพชนมารกลืนสวรรค์
ทว่าน่าเสียดายที่ไม่มีโอกาส
หลังจากทั้งสองจากไปทุกคนก็เริ่มกังวล จอม
จักรพรรดิรีบหันกลับมาถาม อู่ อวี้ อย่างรวดเร็ว ” อู่
อวี้ เจ้าได้ทำอันใดกับคนใหญ่คนโตต้องขุ่นเคืองใจ
หรือเปล่า? เจ้าไม่ควรอยู่ที่นี่รีบหลบหนีไปเสีย อย่า
ให้พวกเขาพบเจ้าได้ ”
จอมจักรพรรดิเป็นห่วงความปลอดภัยของ อู่ อวี้
เป็นอย่างมาก
อู่ อวี้ ส่ายศีรษะแล้วตอบกลับไปว่า ” ไม่นะขอรับ
แต่เรื่องมันค่อนข้างซับซ้อนยากจะอธิบาย ทว่า
อย่างไรเดี๋ยวข้าจะหลบซ่อนตัวเอาไว้ก่อน ขอให้
ท่านวางใจได้ ”
นั่นเป็นเพราะเขาไม่รู้ว่าผู้ใดคือผู้บัญชาการที่แท้จริง
ของพวกมัน
” หากพวกเขากำลังวางแผนคิดแก้ปัญหาเกี่ยวกับ
ตัวหมิงซาน เสิ้งเสวี่ย น่าจะต้องใช้เวลาอีกสักสอง
สามวัน ข้าอยากจะรอฟังผลก่อน ”
อู่ อวี้ ตัดสินใจแล้ว
———————————
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ