กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 667: ชวี่ ห้าวหยาง
เทือกเขาคราม และ นิกายกระบี่สวรรค์ ในเวลานี้
ว่างเปล่าไร้ซึ่งผู้คนอย่างสมบูรณ์
แม้ว่าเวลาจะบีบคั้นเร่งด่วนเพียงใด แต่มันก็มาก
เพียงพอที่จะทำให้พวกเขาอพยพหลบหนีออกไปได้
ทว่าทั้งยอดเขาแลพระราชวังยังคงอยู่ แม้แต่นก
กระเรียนก็ยังไม่ได้ขี่นำพาไปด้วย
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้แข่งแกร่งมีฝีมืออยู่ในระดับ
ก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ สำหรับ นิกายกระบี่สวรรค์
แล้วถือว่ายังอ่อนแอเกินไป อู่ อวี้ ไม่สามารถให้พวก
เขาต้องเอาชีวิตมาเสี่ยง แม้แต่เพียงเล็กน้อยก็ตาม
” ประตูเข้าสู่เส้นทางเซียนบรรพกาล เกิดขึ้นที่นี่ ”
ขณะกล่าว จอมจักรพรรดิ ก็ชี้นิ้วไปที่กระแสวังวน
กลิ่นอายฟูาดิน
” ที่นี่เนี่ยนะ? ไฉน ประตูเข้าสู่เส้นทางเซียนบรรพ
กาล ถึงเปิดอยู่ในสถานที่ธรรมดาเช่นนี้ได้? เจ้าแน่ใจ
ใช่หรือไม่ ว่ามิได้กล่าววาจาไร้สาระอันใด ” ผู้พิทักษ์
มังกรเพลิงหยานเฉิง กล่าวด้วยน้ำเสียงและแสดง
ท่าทางไม่สู้ดีกับ จอมจักรพรรดิ ถึงแม้ว่าเวลานี้จอม
จักรพรรดิจะสวมใส่ชุดเกราะสีดำ ซึ่งเปี่ยมล้นไป
ด้วยความยิ่งใหญ่อลังการอยู่ก็ตาม ทว่า ‘ ชุดเกราะ
มังกรเพลิงคะนองศึก ‘ ของสองผู้พิทักษ์มังกรเพลิง
นั้นมีความแข็งแกร่งกว่ามาก ดังนั้นมันจึงกล้าแสดง
ท่าทีกดขี่ข่มเหงจอมจักรพรรดิเช่นนี้
เป็นเพราะพวกมันมาจาก อาณาจักรโบราณเหยียน
หวง ในคราแรกจอมจักรพรรดิจึงให้เกียรติพวกมัน
ทว่าปัจจุบันอีกฝุายกลับยิ่งแสดงท่าทางกดขี่ข่มเหง
มากขึ้นเรื่อย ๆ
” ถูกต้อง ในตอนนั้นข้าก็อยู่ด้วย แล้วเห็นเขาเข้า สู่
เส้นทางเซียนบรรพกาล จากที่นี่ ” จอมจักรพรรดิ
ตอบ ทว่าครั้งนี้เขาไม่ได้แสดงท่าทีอ่อนน้อมถ่อมตน
อีกต่อไป
หวู่อวิ๋น กับ หยางเฉียง ต่างมองหน้ากันและกัน
” ยังกล้าแสดงท่าทางเช่นนี้ต่อหน้าเราอีกงั้นรึ ”
หยางเฉียง กล่าวเยาะเย้ย
มันกับ หวู่อวิ๋น ต่างพากันกวาดสายตามองไปรอบ ๆ
คนหนึ่งคอยตรวจสอบสถานการณ์ ส่วนอีกคนหนึ่งก็
พุ่งไปที่น้ำพุแแห่งพลังฟูาดิน เพื่อดูสถานการณ์
จอมจักรพรรดิ ชักเริ่มตรึงเครียดขึ้นมาบ้างเล็กน้อย
หลังมันตรวจสอบแล้วพบว่าไม่มีผู้ใดอยู่ มันจึงหัน
กลับมาแล้วไต่ถามขึ้นด้วยความสงสัยว่า ” สถานที่
แห่งนี้น่าจะเป็นพรคนิกายเล็ก ๆ ไม่ใช่หรือ!? แล้ว
ไฉนถึงไม่มีผู้ใดอยู่? ”
ความจริงแล้ว เขาเองก็กลัวว่ามันจะสังเกตเห็นถึง
เรื่องนี้
อย่างไรก็ตามเป็นเพราะว่าพวกมันต้องการที่จะมา
ที่นี่ จึงไม่มีทางอื่นที่จะหลีกเลี่ยงได้ หลายคนรู้ว่าที่นี่
คือประตูเข้าสู่เส้นทางเซียนบรรพกาล ดังนั้นจอม
จักรพรรดิจึงไม่สามารถหลอกล่อหรือพาพวกมันไป
ที่อื่นได้
ดังนั้นเขาจึงพูดกลบเกลื่อนแปลว่า ” ข้าเองก็จำได้
ว่ามีพรรคนิกายอยู่ที่นี่ แต่เพราะเหตุใดถึงไม่มีผู้ใด
อยู่ อันนี้ข้าก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ”
มันจ้องมองจอมจักรพรรดิด้วยสายตาเคลือบแคลง
สงสัย แล้วมันก็กวาดสายตามองไปรอบ ๆ อีกครั้ง
ทันใดนั้นมันก็จ้องมองจอมจักรพรรดิพร้อมกล่าวขึ้น
ด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า ” เจ้าเห็นข้าเป็นคนโง่นักหรือ
ไร!? เห็นได้ชัดว่าคนที่นี่เพิ่งออกไปเมื่อไม่นานมานี้!
เจ้ากล้าเล่นลูกไม้โปูปดข้าเช่นนั้นรึ!? ”
การแก้ตัวสำหรับเรื่องนี้ไม่ง่ายเลย
จอมจักรพรรดิ ตอบกลับด้วยน้ำเสียงวิตกเล็กน้อย ”
ใต้เท้า ข้าเองก็ทราบว่าที่นี่มีผู้ฝึกตนระดับต่ำอาศัย
อยู่ ก่อนที่พวกท่านจะมาถึง ข้าได้ให้คนส่งข่าวให้
พวกเขาอพยพออกไป ด้วยเพราะว่าพวกเขาจะอยู่
รกหูรกตาท่าน ข้าไม่ได้มีเจตนาโปูปดหลอกลวงท่าน
ใต้เท้าทั้งสองอย่างแน่นอน ข้าเพียงต้องการอำนวย
ความสะดวกเท่านั้น! ”
เพื่อช่วยเหลือตนเอง จอมจักรพรรดิ ถึงกับต้องนอบ
น้อมหมอบคลานให้กับคนน่ารังเกียจอย่างพวกมัน
เขาก็รู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างยิ่ง ในโลกของผู้ฝึกตน
ถ้าไม่มีผู้สนับสนุนหรือมีฝีมือมากพอยากที่จะอยู่
รอดจริง ๆ แม้แต่บุคคลที่เขาเคารพนับถือยังไม่
สามารถปกปูองได้
อู่ อวี้ ไม่เคยลืมเลือนเรื่องที่จอมจักรพรรดิขับเรือรบ
พาเขาไปยัง นิกายเซียนซูซัน เพื่อสำแดง
แสนยานุภาพว่าเขามีผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง
” รู้สึกเจ้าจะมีปัญหามากเหลือเกินนะ รีบเรียกคน
พวกนั้นมาเร็วเข้า ข้ามีเรื่องจะถามคนเหล่านั้น! ”
หวู่อวิ๋น กล่าวด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว
อู่ อวี้ กับ จอมจักรพรรดิ ไม่คิดว่าสถานการณ์จะยุ่ง
เหยิงถึงเพียงนี้
” อู่ อวี้ กลับมาหรือไม่ ข้าจะไปไต่ถามพวกมันเอง
พวกเราไม่ต้องการให้หน้าที่รับผิดชอบต้องด่าง
พร้อยผิดพลาด ฉะนั้นรีบบอกให้พวกมันกลับมาเร็ว
อย่าให้พวกเราต้องอารมณ์เสีย ”
แน่นอนว่าสำหรับจอมจักรพรรดิแล้ว เป็นไปไม่ได้ที่
จะให้ เฟิง ซัวหยา และเหล่าสาวกกลับมารับความ
เสี่ยงที่นี่ เมื่ออยู่ต่อหน้าพวกมัน ระดับพลังฝีมือของ
เฟิง ซัวหยา นั้นถือว่าอ่อนแอมากเกินไป แต่เป็น
เพราะพวกมันทั้งสองต้องการจะไต่ถามเกี่ยวกับ อู่
อวี้ รวมถึงความสัมพันธ์ที่มี ฉะนั้นเขาจึงไม่อาจ
หลีกเลี่ยงได้
ซึ่งก็หมายความว่าชีวิตของ เฟิง ซัวหยา รวมถึงคน
อื่น ๆ จะต้องตกอยู่ในอันตราย
ดังนั้น จอมจักรพรรดิ จึงต้องกล่าวโปูปดออกไปว่า ”
หาท่านผู้อาวุโสทั้งสองต้องการจะสืบหาเบาะแส
เกี่ยวกับ อู่ อวี้ ข้าคิดว่าพวกเขาเป็นเพียงแค่กลุ่มคน
มนุษย์ปุถุชนธรรมดา คงยากที่จะรู้เรื่อง ข้าจึงไล่ให้
พวกเขาออกไป …”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ จอมจักรพรรดิ ดูลังเลเล็กน้อย
หยางเฉียง นั้นมีโทสะเป็นอย่างยิ่ง ยกมือขึ้นตบไปที่
ปากของ จอมจักรพรรดิ แล้วตะโกนขึ้นด้วยโทสะว่า
” ข้าบอกแล้วใช่ไหม ว่าอย่าได้บังอาจมาพูดปดกับ
ข้า! ”
ถ้าให้กล่าวตามตรงมันคือคนของ กองทัพมังกรเพลิง
แห่งอาณาจักรโบราณเหยียนหวง มันไม่ได้แยแส
เหลียวแลคนที่อยู่ที่นี่แม้แต่น้อย
เพลี๊ยะ!
หลังจากมันตบ จอมจักรพรรดิ ก็พยายามสงบจิตใจ
ตัดสินใจเลือกที่จะหลีกเลี่ยงพวกมัน
อยู่ ๆ หวู่อวิ๋น กับ หยางเฉียง ก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
ขึ้นมา
” เจ้ากล้าบังอาจซ่อนตัวคนพวกนั้น เช่นนั้นหรือ?
ช่างหาญกล้าเสียจริง ๆ ดูเหมือนว่าเจ้าไม่รู้ถึงความ
น่ากลัวของ กองทัพมังกรเพลิง! พวกเจ้ามันเป็นแค่
เพียงขยะไร้ค่า! วันนี้ข้าจะสั่งสอนเจ้าให้ได้รู้สำนึก
จากน้ำมือคนรุ่นหลังของเจ้าเนี่ยแหละ! ”
” จัดการมันเลย! ”
ทั้งสองมองจอมจักรพรรดิด้วยสายตาแข็งกร้าว
จากนั้นพวกมันก็ใช้วิธีหมาหมู่รุมโจมตี จอม
จักรพรรดิ อันที่จริงพวกมันก็รู้แก่ใจว่าระดับพลัง
ฝีมือของ จอมจักรพรรดิ เทียบเท่ากับพวกมัน
ดังนั้นพวกมันจึงร่วมมือรุมโจมตี จอมจักรพรรดิ มิ
เช่นนั้นหากพ่ายแพ้ให้แก่ จอมจักรพรรดิ แล้วพวก
มันจะมีหน้าไปไว้ที่ไหน?
อีกทั้งพวกมันยังมั่นใจว่า จอมจักรพรรดิต้องไม่กล้า
ต่อสู้ขัดขืนหรือโจมตีสวนกลับ
” ใต้เท้าทั้งสอง ไฉนท่านต้องสร้างความลำบากใจให้
ข้าด้วย! พวกนั้นก็แค่กลุ่มผู้ฝึกตนธรรมดา หาได้
สลักสำคัญกับท่าน? ในเมื่อ อู่ อวี้ ยังไม่กลับมาใต้
เท้าทั้งสองก็รอเขาอยู่ที่นี่ได้ ไฉนต้องมาสร้างความ
ลำบากใจให้ข้าเช่นนี้! เป็นเพราะว่าหวังดี กลัวว่าคน
พวกนั้นจะปฏิบัติตนไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง แล้วทำให้ท่าน
ใต้เท้าทั้งสองต้องอารมณ์เสีย หากคนพวกนั้น
พลั้งเผลอไปทำให้ท่านทั้งสองขุ่นเคืองใจ พวกเขาก็
จะต้องตาย… ”
จอมจักรพรรดิไม่กล้าที่จะต่อสู้สวนกลับ ฉะนั้น
ระหว่างที่คนทั้งสองกำลังโจมตี เขาจึงทำแค่เพียง
พยายามหลบเลี่ยงเท่านั้น
ถึงกระนั้นก็ไม่อาจหลบเลี่ยงได้หมดทุกการโจมตี
การโจมตีผสานของ ผู้พิทักษ์มังกรเพลิง นั้นรุนแรง
ร้ายกาจเป็นอย่างมาก อีกครั้ง ศาสตราเต๋าวิถีแท้
ยังผสานกันได้อย่างยอดเยี่ยม ผนวกกับเคล็ดวิชา
เต๋าพลังอิทธิฤทธิ์ ส่งผลให้เวลานี้ยอดเขาบน
เทือกเขาครามถูกทำลายไปมากกว่าครึ่ง รวมถึงยอด
เขาเทียมฟูาของ อู่ อวี้ ก็ถูกบดขยี้จนสิ้นราพณาสูร!
“รนหาที่ตาย!” ทั้งสองไม่เพียงไม่ยอมหยุด แต่ยังไม่
เปิดโอกาสให้จอมจักรพรรดิ์คุกเข่าอ้อนวอนร้องขอ
ความเมตตา โทสะของพวกมันเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ใน
ไม่ช้ามันก็ใช้พลังอิทธิฤทธิ์ต้อนโจมตี จอมจักรพรรดิ
จนมุมในที่สุด
จนปัจจุบัน จอมจักรพรรดิ ไม่คิดที่จะโจมตีสวนกับ
แม้แต่น้อย ถึงแม้จะถูกกดดันโจมตีรุนแรงมาก
เพียงใด ซึ่งมันก็ทำให้เขารู้สึกหดหู่เสียจริง ๆ!
” ดินแดนโบราณเหยียนหวง ช่างน่าหวาดกลัวเสีย
จริง ๆ สองคนนี้มีฝีมือร้ายกาจเหนือกว่าข้า!” จอม
จักรพรรดิ ชักเริ่มหมดหนทาง เขารู้ดีว่าคนทั้งสอง
เป็นคนในกองทัพของ อาณาจักรโบราณเหยียนหวง
” อู่ อวี้ ถ้าเจ้ายังอยู่ ข้ายังสบายดี พอรับมือเอาตัว
รอดได้ ” จอมจักรพรรดิยังไม่ลืมที่จะเตือน อู่ อวี้
ทางด้าน อู่ อวี้ ในเวลานี้โทสะพลุ่งพล่านจนตัวแทบ
ลุกเป็นไฟ นั่นเป็นเพราะว่า จอมจักรพรรดิ คืออีก
คนที่เขาให้ความเคารพนับถืออย่างที่สุด เมื่อครั้งที่
เจ้านครจักรพรรดิเพลิงต้องตกตายไปเขาก็รู้สึก
เสียใจเป็นอย่างมากแล้ว ในเวลานี้เมื่อต้องเห็นว่า
จอมจักรพรรดิ ต้องทนอดสูเยี่ยงนี้อีก เขาจึงไม่อาจ
ทานทนได้
ในเมื่ออีกฝุายเลือกที่จะอยู่เฝูา ประตูสู่เส้นทางเซียน
บรรพกาล อู่ อวี้ ก็ไร้ทางเลือก ถึงเวลาแล้วที่ อู่ อวี้
จะปรากฏกายไม่จำเป็นต้องหลบซ่อนอีกต่อไป
ตอนที่อยู่ภายใน เส้นทางเซียนบรรพกาล มีเหล่า
อัจฉริยะมากมายต้องตกตายไปภายใต้เงื้อมมือของ
เขา กะอีแค่กองทัพมังกรเพลิง เขาหาได้หวาดกลัว
พวกมันแม้แต่น้อย แต่ปัญหาก็คือเขาเป็นห่วงวิตก
กังวลกับ เหล่าญาติมิตร ผู้อาวุโส ว่าจะต้องถูกดึง
เข้ามาเอี่ยวกับเรื่องนี้เท่านั้น
เขาแสร้งเข้าไปใน น้ำพุพลังฟูาดิน อย่างเงียบ ๆ
หลังจากนั้นก็แกล้งทำเป็นออกมาจาก น้ำพุพลังฟูา
ดิน
หลังจากที่พอออกมาก็เห็น ผู้พิทักษ์มังกรเพลิงทั้ง
สองกำลังปิดล้อมจอมจักรพรรดิ
“ผู้ใด!” อู่ อวี้ ร้องตะโกน ชั่วพริบตาเขาก็พุ่งทะยาน
เข้าสู่การต่อสู้ ปล่อยหมัดสวนออกไปโดยที่ไม่ได้ใช้
ศาสตร์ตราเต๋าวิถีแท้ ใช้กายเนื้ออันเปี่ยมล้นไปด้วย
พลังมหาศาล ปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้า หวู่อวี๋น ใน
ชั่วพริบตา เมื่อหมัดของเขาอัดกระแทกเข้าใส่ร่าง
ของ หวู่อวี๋น พลังอันแสนอหังการก็ทะลุผ่าน ‘เกราะ
มังกรเพลิงคะนองศึก’ กระแทกเข้าสู่ร่างของมัน
โดยตรง ในช่วงเวลานี้ หวู่อวิ๋น ก็กระอักโลหิต
ออกมาคำโต ร่างกายเซถอยไปข้างหลัง จนเกือบจะ
ล้มลงกับพื้น
หวืด!
อู่ อวี้ ไม่ได้พูดสิ่งใดออกมา แต่ภายในใจของเขา
ท่วมท้นไปด้วยโทสะ หลังจากจัดการกับ หวู่อวิ๋น
แล้ว เขาก็หันไปมอง หยางเฉียง และในเวลานี้อีก
ฝุายได้เห็นเขาแล้ว ทว่าเพียงชั่วพริบตา อู่ อวี้ ก็มา
ปรากฏตัวอยู่ตรงเบื้องหน้าของมัน พร้อมกับปล่อย
หมัดอันทรงพลังชนิดที่ว่าภูผายังต้องสั่นสะเทือน
อัดกระแทกเข้าใส่ร่างของมัน!
” ข้าเป็นคนของ อาณาจักร … ”
หยางเฉียง ไม่ทันจะพูดจบ หมัดของ อู่ อวี้ พลัน
กระแทกเข้าใส่ร่างของมัน แม้ว่ามันจะสวม ชุด
เกราะมังกรเพลิงคะนองศึก แต่อวัยวะภายในก็ได้รับ
ผลกระทบอย่างรุนแรง กระดูกบริเวณทรวงอก
แตกหักไปหลายซี่
มันทั้งสองมีพลังฝีมืออยู่แค่เพียงระดับ ก่อร่างกำเนิด
จิตเทวะ ขั้นที่ 3 เท่านั้น ด้วยฝีมือเพียงเท่านี้เป็น
เรื่องง่ายดายมากหาก อู่ อวี้ ต้องการปลิดชีพพวก
มัน
หมัดของเขาอัดกระแทกเข้าใส่คนทั้งสองอย่าง
ต่อเนื่อง บัดนี้พวกมันกระทำได้เพียงเอามือเกาะกุม
หน้าอกของตน ถอยร่นไปเบื้องหลัง โลหิตไหลนอง
ออกจากมุมปาก ยืนขึ้นด้วยตัวสั่นเทา พร้อมทั้งจับ
จ้องไปยัง อู่ อวี้ ด้วยความตกตะลึง กล่าวตามตรง
แบบนี้พวกมันรู้สึกหวาดกลัว อู่ อวี้ เป็นอย่างยิ่ง
เนื่องจากพวกมันเกือบจะสูญสิ้นชีวิตไปแล้ว
เมื่อเห็นภาพดังกล่าว จอมจักรพรรดิ ก็รู้สึกตื่น
ตระหนกเป็นอย่างยิ่ง ด้วยเพราะเขารู้ระดับพลัง
ฝีมือของ อู่ อวี้ ก่อนที่เขาจะเข้า สู่เส้นทางเซียน
บรรพกาล เป็นอย่างดี ทว่าเมื่อ อู่ อวี้ กลับมา เขา
กลับสามารถจัดการกับคนทั้งสอง ซึ่งมีพลังฝีมืออยู่
ในระดับเดียวกับเขาได้ ดังนั้นสีหน้าของ จอม
จักรพรรดิ เวลานี้จึงเปี่ยมล้นไปด้วยอาการอึ้งตะลึง
หยุดการตอบสนองไปเป็นเวลานาน
” พวกเจ้าทั้งสองเป็นผู้ใดกัน? ถึงกล้ามาระรานทวีป
แห่งทวยเทพของข้า! ” แน่นอนว่าเมื่อ อู่ อวี้ แสร้ง
ขึ้นมาจากน้ำพุพลังฟูาดินได้หมาด ๆ เขาย่อมไม่รู้จัก
ตัวตนของพวกมัน
” เจ้าเป็นใคร? อู่ อวี้ งั้นรึ? ” คนทั้งสองรีบถอยร่น
ออกมา พร้อมทั้งจ้องมองไปที่ อู่ อวี้ จากนั้นก็เบน
สายตามองไปยังน้ำพุพลังฟูาดิน เห็นได้ชัดว่าบุคคล
ผู้นี้ก็คือ อู่ อวี้
ในยามนี้ อู่ อวี้ กำลังเผชิญหน้ากับคนของ กองทัพ
มังกรเพลิง เขาจึงพยักหน้าแล้วแสร้งทำเป็นพูดตอบ
ไปว่า ” ใช่… พวกเจ้ารู้จักนามของข้าด้วยงั้นหรือ? ”
ด้วยท่าทีที่ตอบสนองออกมา ยิ่งยืนยันได้อย่าง
ชัดเจนว่าเขาคือ อู่ อวี้
เมื่อ จอมจักรพรรดิ เห็นความแข็งแกร่งที่ก้าว
รุดหน้าไปได้อย่างรวดเร็วของ อู่ อวี้ เขาก็แอบทอด
ถอนหายใจออกมา สีหน้ายังแสดงเค้าลางของ
ความปิติยินดีออกมาอย่างเก็บไม่มิด ขณะที่กล่าว
ขึ้นว่า ” อู่ อวี้ ในที่สุดเจ้ากลับมาแล้ว ข้ากำลังเป็น
ห่วงเจ้ามากอยู่ทีเดียว ”
เมื่อ หวู่อวิ๋น กับ หยางเฉียง สามารถยืนยันตัวตน
ของ อู่ อวี้ ได้อย่างชัดเจนแล้ว ถึงแม้พวกมันจะต้อง
บาดเจ็บอย่างหนัก แต่งานที่พวกมันได้รับมอบหมาย
ก็บรรลุแล้ว ฉะนั้นพวกมันจึงไม่กล้ากระทำการบ่ม
บ่ามออกไป
ด้วยเพราะ อู่ อวี้ อยู่ที่นี่มันจึงไม่กล้าโจมตีจอม
จักรพรรดิอีก
หวู่อวิ๋น กัดฟันพูดขึ้นว่า ” เจ้ากล้าที่จะโจมตีพวก
เรา? เราเป็นคนของกองทัพมังกรเพลิงจาก
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง! ที่ถูกส่งมาให้จัดการ
กับ บรรพชนมารกลืนสวรรค์ ในทวีปแห่งทวยเทพ
ของพวกเจ้า!? ”
อู่ อวี้ กล่าวขึ้นอย่างประหลาดใจ ” ทางนั้นส่งคน
มาแล้วหรือ? แล้วเรื่องของ บรรพชนมารกลืน
สวรรค์ ถูกจัดการแล้วใช่หรือไม่!? ก็ต้องขอขอบคุณ
พวกท่านมาก ๆ! ถ้าเช่นนั้นเรื่องราวที่เกิดขึ้นก็เป็น
เพียงแค่การเข้าใจผิดกันเท่านั้น ด้วยเพราะทันทีที่
ข้าออกมาเห็นใต้เท้าทั้งสองกำลังโจมตีผู้อาวุโสของ
ข้า ดังนั้นข้าจึงมีโทสะเลยพุ่งเข้าไปโจมตีพวกท่าน
ทั้งสอง โดยไม่ได้ซักถามถึงรายละเอียดตื้นลึกหนา
บาง ว่าแต่…ไม่ทราบว่าพวกท่านทั้งสองมีเรื่อง
ขัดแย้งอันใดกับผู้อาวุโสของข้า? ”
หวู่อวิ๋น กล่าวว่า ” สำหรับเรื่องนั้น… หาได้มีความ
ขัดแย้งอันใดกัน พวกเราแค่ทำความรู้จักกันให้มาก
ขึ้นเท่านั้นเอง แต่เป็นเพราะเจ้าผู้เข้ามาโจมตีพวก
เราอย่างกะทันหัน เรื่องราวมันก็เลยยุ่งเหยิงไปหมด
แต่ก็นั่นแหละ…พวกเราเป็นถึงใต้เท้าย่อมมีจิตใจ
กว้างขวาง จึงไม่ถือสาหาความใด ๆ กับเจ้า ผู้
บัญชาการของเรา ได้ยินวีรกรรมคำร่ำลือของเจ้า
ตอนที่อยู่ใน เส้นทางเซียนบรรพกาล ดังนั้นจึงได้ส่ง
พวกเราให้มารอพบเจ้าที่นี่ พร้อมพาเจ้ากลับไปที่
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง เพื่อพบเขา ส่วนเรื่อง
ของ บรรพมารกลืนสวรรค์ จะได้รับการแก้ไข
คลี่คลายในไม่ช้า ”
” ผู้บัญชาการของพวกท่าน? ”
พวกมันต่างหันมามองหน้ากัน ด้วยหนังศีรษะด้าน
ชา เนื่องจากไม่รู้ว่าจะทำเช่นใดกันแน่
” เราทั้งสองน่าจะอายุพอ ๆ กัน ฉะนั้นอย่าได้
พิธีรีตองมากมาย ส่วนผู้บัญชาการ ท่านมีนามว่า ชวี่
ห้าวหยาง เป็นผู้บัญชาการของ ‘กองทัพมังกรเพลิง’
ควบคุมกองกำลัง มังกรเพลิงพิทักษ์ หลายพันนาย
อย่างพวกเรา การที่เขาอยากพบเจ้า ก็นับว่าเป็น
เกียรติอย่างยิ่งแล้ว” หยางเฉียง กล่าว
” ชวี่ ห้าวหยาง? ”
นามนี้ทำให้ อู่ อวี้ นึกถึง ชวี่ ห้าวเหยียน กับ ชวี่
เฟิงอวี๋
———————————
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ