กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 671: สงครามครั้งใหญ!
ยามนี้ อู่ อวี้ มองเห็น ตัวหมิงซาน เสิ้งเสวี่ย กับ
เทียนไห่อวี้ ฝูเหยา ผู้ซึ่งคุ้นเคยยิ่ง
อย่างไรก็ตามในตอนนี้ทั้ง 2 คนได้เปลี่ยนแปลงไป
โดยสิ้นเชิง
ตัวหมิงซาน เสิ้งเสวี่ย ยังคงมีรูปลักษณ์เช่นเดิมไม่
เปลี่ยนแปลง แต่หลังจากที่กลายเป็นหุ่นเชิดของ
บรรพบุรุษมารกลืนสวรรค์ มันเริ่มมีความ
คล้ายคลึงกับจักรพรรดิมาร แม้กระทั่งภายในแวว
ตา ยังเผยให้เห็นถึงความปรารถนาอันแรงกล้าที่
หมายจะกลืนกินทุกสิ่ง แม้ว่ามันจะมาปรากฏตัว
ต่อหน้ากองทัพมังกรเพลิง แต่ก็ไร้ซึ่งแววตา
หวาดกลัว
มันกลับเป็นความตื่นเต้นที่ได้เห็นเหยื่ออันโอชะ
มากมายขนาดนี้
สำหรับ เทียนไห่อวี้ ฝูเหยา อู่ อวี้ ยังคงจดจำ
รูปลักษณ์อันร้อนแรงของนางในตอนที่นางเคยอยู่
ภายในนครจักรพรรดิเพลิง ครั้งหนึ่งในตอนที่อยู่
นครจักรพรรดิเพลิง นางเป็นถึงสุดยอดอัจฉริยะ
คนหนุ่มสาวทั้งหลายของนครจักรพรรดิเพลิง ทุก
คนต่างก็เฝั้าฝันถึงนาง
ในวันนี้นางยังคงเต็มไปด้วยเสน่ห์ยั่วยวน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งร่างกายอันปราณีตงดงามของ
นาง ที่เปรียบดั่งอัญมณีล้ำค่า แต่กระนั้นกลับเต็ม
ไปด้วยเสน่ห์ของผู้ฝึกตนนอกรีต
แววตาของนางเป็นเช่นเดียวกับ ตัวหมิงซาน เสิ้ง
เสวี่ย ราวกับเป็นสัตว์ร้าย จ้องมองทุกคนเป็นเพียง
เหยื่ออันโอชะเท่านั้น
“สังหารเดรัจฉาน 2 ตัวนี้ทิ้งซะ” ชวี่ ห้าวหยาง
เหลือบมองแล้วออกคำสั่งอย่างเย็นชา
ยามนี้ การต่อสู้อันดุเดือดกำลังจะเริ่มขึ้น ทุกคนลง
มือโจมตีด้วยค่ายกลสังหารพร้อมกัน
ตัวหมิงซาน เสิ้งเสวี่ย และ เทียนไห่อวี้ ฝูเหยา
ปลดปล่อยเคล็ดวิชาของบรรพบุรุษมารกลืน
สวรรค์ออกมาต้านรับ!
การเปิดฉากโจมตีที่เกิดขึ้นรุนแรงเป็นอย่างมาก อู่
อวี้ มองเพียงครู่เดียวก็รู้ได้ทันที แม้ว่าจะเปลี่ยนตัว
เองไปอยู่ในฉากเหตุการณ์เบื้องหน้านี้ก็ไม่สามารถ
ช่วยอะไรได้ อีกอย่างตำแหน่งที่ ชวี่ ห้าวหยาง
และ ตัวอันตรายเช่น ตัวหมิงซาน เสิ้งเสวี่ย ยืนอยู่
นั้น กล่าวได้ว่าเป็นจุดที่อันตรายอย่างยิ่งมาเมื่อ
ปะทะ!
นี่เป็นครั้งแรกที่ อู่ อวี้ ได้เห็นถึงพลังสังหารของ
กองทัพมังกรเพลิง เนื่องจากบนเส้นทางเซียน
บรรพกาล เหล่าผู้ฝึกตนทั้งหลายไม่ได้ร่วมมือกัน
เช่นนี้ และผู้พิทักษ์มังกรเพลิงเหล่านี้ล้วนอยู่ในขั้น
ก่อร่างกำเนิดจิตเทวะขั้นที่ 2 และ 3 พวกมัน
ทั้งหมดต่างก็พยายามอย่างสุดความสามารถ ไม่ได้
โจมตีไปตรงๆ แต่ให้การสนันสนุนด้วยพลังแก่นแท้
ตำหนักม่วงของพวกมัน ด้วยการสอดประสานกัน
อย่างเป็นระเบียบ คอยสนับสนุนผู้ที่เป็นหัวหอก
ของค่ายกล!
แม้กระทั่งเคล็ดวิชาทั้งหลาย ก็ยังผสานปกปักษ์ผู้ที่
อยู่ใจกลางค่ายกลอีกด้วย
สิ่งที่ อู่ อวี้ มองเห็นคือพวกมันหลายร้อยคนนี้
รวมตัวกันอย่างเป็นระเบียบวินัย ไร้ซึ่งจุดบอด
เพียงน้อยนิด พวกมันทั้งหมดล้วนเป็นคนระดับสูง
การลงมือและตำแหน่งของแต่ละคนเกิดการ
เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ดูเหมือนว่าจะผ่าน
ประสบการณ์มาอย่างเชี่ยวกรำ
เห็นได้ชัดว่าพวกมันจะต้องฝึกฝนมานับครั้งไม่ถ้วน
จึงจะก่อให้เกิดเป็นผลลัพธ์เช่นนี้
อู่ อวี้ ได้ดูถูกคนกลุ่มนี้ไปจริงๆ พลังการต่อสู้ที่
พวกมันสำแดงออกมา ร้ายกาจกว่าที่เขาคิดไว้มาก
แม้ว่าการจะนำพลองหมื่นมังกรกลับคืนมาในภาย
ภาคหน้าจะเป็นเรื่องที่ยาก แต่อย่างน้อยในตอนนี้
มันก็เป็นผลดีต่อ ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง!
เขาไม่ได้เข้าไปแทรกแซง แต่กลับมองเหตุการณ์
เบื้องหน้าผ่านเนตรเพลิง
แม้ว่า ‘ค่ายกลมังกรเพลิง’นี้จะสมบูรณ์แบบอย่าง
มากจนแทบจะไร้ช่องโหว่ และการต่อสู้ในตำแหน่ง
จุดศูนย์ก็กลางดุเดือดอย่างยิ่ง แต่ก็ไม่อาจจะหลุด
รอดสายตาของ อู่ อวี้ ได้ ดวงตาทั้งคู่ของเขา
เพ่งเล็งไปที่ ตัวหมิงซาน เสิ้งเสวี่ย และ เทียน
ไห่อวี้ ฝูเหยา
ภายใต้การระเบิดพลังโจมตีของกองทัพมังกรเพลิง
อู่ อวี้ เห็นได้ชัดเจนว่า พวกมันกำลังถูกกลืนกิน
เข้าไปภายใต้เคล็ดวิชาจำนวนมาก ร่างกายอ่อน
เปลี้ยนเพลียแรง แม้กระทั่งการโจมตีสวนกลับ ก็
แทบจะทำไม่ได้
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ก็เห็นพลังฟืนฟูอันน่า
เหลือเชื่อของพวกมัน ซึ่งมันสามารถเทียบเท่ากับ
ร่างที่เป็นอมตะของจักรพรรดิมารได้เลย ไม่ว่าจะ
เป็นแขนหักหรือว่าส่วนหัวถูกทุบ มันก็งอกกลับมา
ได้ใหม่เสมอ
หนึ่งชั่วยามที่ผ่านมายังไม่สามารถสังหารพวกมัน
ลงไปได้
ยิ่งไปกว่านั้นคนทั้ง 2 นั้นแข็งแกร่งอย่างมาก ยาม
นี้แววตาของพวกมันกำลังพลุ่งพล่านขึ้น
แม้กระทั่งหัวเราะเหยียดหยามออกมา ดูเหมือว่า
ศัตรูยิ่งมีมากเท่าไหร่ พวกมันยิ่งมีความสุขมาก
เท่านั้น!
เชื่อว่า ชวี่ ห้าวหยาง ก็ตระหนักถึงความยุ่งยาก
ของพวกมันทั้ง 2 คนแล้ว
แม้ว่าอีกฝั่ายจะถูกกดดันอย่างสมบูรณ์ แต่ก็ไม่อาจ
สังหารมันไปได้เช่นกัน มีอยู่ครั้งหนึ่ง เทียนไห่อวี้ ฝู
เหยา ผอมจนเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก แต่เมื่ออยู่
ภายใต้การปกปั้องของ ตัวหมิงซาน เสิ้งเสวี่ย พวก
มันตั้งต้านรับและฟืนฟูไปพร้อมๆกัน!
สำหรับคนธรรมดาแล้ว ความสามารถที่ไม่มีวัน
ตายมันเป็นสิ่งที่ทำให้ทุกคนรู้สึกอิจฉายิ่ง!
“ไม่รู้ว่าในตอนนั้น ลั่วผัน สังหารจักรพรรดิมารไป
ได้อย่างไรกัน!”
สองพ่อลูกนี้จัดการได้ยากมากกว่าที่คิดเอาไว้อย่าง
มาก อู่ อวี้ ยังคิดว่าตนเองจะสามารถจัดการแก้ไข
ปัญหานี้ได้ แต่เมื่อพิจารณาผลลัพธ์ในตอนนี้ หาก
พวก ชวี่ ห้าวหยาง ไม่มา และอาศัยเพียงแค่
ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซูและคนอื่นๆก็คงไม่สามารถ
จัดการพวกมันได้เลยจริงๆ
การโจมตีของพวกมันอาจจะไม่รุนแรง แต่ด้วย
ร่างกายที่ฆ่าไม่ตายเช่นนี้ มันทำให้ทุกคนที่กำลัง
ต่อสู้ต้องรู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้า ตราบใดที่พวก
มันไม่ตาย เกรงว่าสถานการณ์อาจจะเปลี่ยนข้าง
ได้!
ชวี่ ห้าวหยาง ตระหนักได้แล้วเวลาภารกิจในครั้งนี้
ยากลำบากกว่าที่ตัวมันเองได้คาดเอาไว้!
และมันเพิ่งจะคุยโม้โอ้อวดกับ อู่ อวี้ เอาไว้!
“เปลี่ยนแผน! สกัดผู้หญิงเอาไว้ เราจะทำการ
สังหารผู้ชายก่อน! มันแทบไม่มีเนื้อหนังเหลืออยู่
แล้ว!”
“ขอรับ!”
ภายใต้การเปลี่ยนแผนการของ ชวี่ ห้าวหยาง ค่าย
กลโจมตีแปรเปลี่ยนอย่างฉับพลัน ทุกคนพลัน
ปรากฏตัวอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม
แน่นอนมันก็เป็นเช่นที่ ชวี่ ห้าวหยาง ได้กล่าว
พวกมันทำการสกัด เทียนไห่อวี้ ฝูเหยา จนทำให้
นางไม่อาจลงมือหรือเคลื่อนไหวได้ คนถูกตรึงอยู่
กับที่ พลังอิทธิฤทธิ์และเคล็ดวิชากักขังนานา
มากมาย ทุกวิชาที่สำแดงออกได้พันธนาการอยู่บน
ร่างของนาง ซึ่งบัดนี้บนร่างกายของนางปรากฏ
แสงสีทองอยู่หลากหลายเส้น ราวกับว่านางได้ถูก
ปิดผนึกไว้อีกครั้ง
ในอีกด้านหนึ่ง ภายใต้การนำของ ชวี่ ห้าวหยาง
มันแบ่งคนมา 3 ใน 4 ส่วนเพื่อที่จะเปิดฉากสังหาร
เข่นฆ่า ตัวหมิงซาน เสิ้งเสวี่ย
การโจมตีของพวกมัน ระลอกแล้วระลอกเล่า
ภายใต้การวางแผนที่ละเอียดและแม่นยำ เคล็ด
วิชาและพลังอิทธิฤทธิ์นับพัน กระหน่ำโจมตีไปบน
ร่างของ ตัวหมิงซาน เสิ้งเสวี่ย ทำให้มันรับรู้ถึง
วิกฤตความตาย แผดร้องคำรามออกมาอย่างบ้า
คลั่ง แม้กระทั่งเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นควันสีดำ
ทมิฬ ทะลวงผ่านไปทั่วทุกทิศ มันสามารถแทรก
ซึมออกไปได้ แต่สุดท้ายก็ยังถูก ชวี่ ห้าวหยาง เข้า
ขัดขวาง!
“เพลิงโลกาพิสุทธิ์!”
ในยามที่พวกมันกำลังกดดัน ตัวหมิงซาน เสิ้งเสวี่ย
ชวี่ ห้าวหยาง ถือโอกาส ที่ทุกคนเตรียมการ
พร้อมสรรพ ยามนี้ดูเหมือนว่าจะมีพลังแก่นแท้
ตำหนักม่วงปริมาณมาก จากบนร่างของแต่ละคน
ส่งต่อผ่านมายังร่างของ ชวี่ ห้าวหยาง จากนั้น
ร่างกายของ ชวี่ ห้าวหยาง ก็ปะทุพลังอันบ้าคลั่ง
ออกมา ที่หน้าอกของมันปรากฏ วงเวทวงกลม 1
วง ทันใดนั้นบนวงเวทเร่งปลดปล่อยเสาเพลิงสี
ขาวอันน่าหวาดกลัวออกมา และพริบตาเดียว เสา
เพลิงนี้กลืนกินตัวหมิงซาน เสิ้งเสวี่ย เข้าไป!
“อย่าหยุด!”
ภายใต้คำสั่งของ ชวี่ ห้าวหยาง ทุกคนกัดฟัน
คำรามส่งพลังเกื้อหนุนเพลิงโลกาพิสุทธิ์อย่าง
ต่อเนื่อง เพลิงโลกาพิสุทธิ์ถูกควบแน่นจน
กลายเป็นวงกลม 1 วง ตัวหมิงซาน เสิ้งเสวี่ย ที่ถูก
โอบล้อมกลืนกิน กลิ้งกระดอนกระเด็นอย่าง
ต่อเนื่อง!
เสียงกรีดร้องของ ตัวหมิงซาน เสิ้งเสวี่ย ยังคงดัง
ไม่หยุด มันกำลังดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง แต่ว่าก็ไม่
สามารถทะลวงผ่าการโจมตีของ ชวี่ ห้าวหยาง
และคนอื่นๆได้
ทางฝังของ เทียนไห่อวี้ ฝูเหยา เมื่อได้ยินเสียงนี้ ก็
รับรู้ได้ถึงวิกฤตอันตรายของผู้เป็นพ่อ ซึ่งกำลังดิ้น
รนเอาชีวิตรอดอยู่ นางเริ่มเคลื่อนไหวรุนแรงมาก
ขึ้น สามารถได้ยินเสียงกรีดร้องของนางอย่างเลือน
ราง อู่ อวี้ ก็มองเห็นนางที่กำลังดิ้นรนอยู่ผ่านการ
มองจากเนตรเพลิง
ตั้งแต่ต้น พวกมันถูกกดดัน อาศัยเพียงแค่ร่างกาย
ที่ไม่มีวันตาย ทำให้สามารถยืนหยัดมาได้จนถึง
บัดนี้
อู่ อวี้ รู้สึกสงสัยบางอย่าง ในตอนนี้พวกมันยังมี
ความรู้สึกอยู่หรือไม่?
หรือว่าพวกมันเป็นเพียงแค่หุ่นเชิดเท่านั้นเอง
แต่เมื่อ ตัวหมิงซาน เสิ้งเสวี่ย เผชิญกับวิกฤต
อันตราย แล้วจึงทำให้ เทียนไห่อวี้ ฝูเหยา ต้อง
รู้สึกโกรธเกรี้ยวและบ้าคลั่งอย่างที่นางไม่เคย
เป็นมาก่อน? หรืออาจจะเป็นเพราะว่าพวกมันยัง
เป็นตัวของตัวเองอยู่ บรรพบุรุษมารกลืนสวรรค์ยัง
ไม่ได้เปลี่ยนแปลงพวกมันไปอย่างสมบูรณ์?
ไม่ว่าจะอย่างไร ความคิดของ อู่ อวี้ ก็ยังไม่
เปลี่ยนแปลง ไม่อาจจะมอบความเมตตาใดๆให้กับ
พวกมันได้
ภายใต้การยืนหยัดโจมตีของ ชวี่ ห้าวหยาง เพลิง
โลกาพิสุทธิ์ น่าจะให้ผลลัพธ์เช่นเดียวกับ พลัง
เหมันต์ของ ลั่วผิน ตัวหมิงซาน เสิ้งเสวี่ย แทบจะ
ไม่หลงเหลือกายเนื้อใดๆ มันถูกแผดเผาอย่างหมด
จด
เพื่อที่จะยืนยันความตายของอีกฝั่าย ชวี่ ห้าวห
ยาง ยังคงทำการโจมตีต่อไปอีกสักพัก จนกระทั่ง
แม้แต่ขี้เถ้าก็ไม่มีเหลือ หายไปจนไม่เหลือแม้แต่
ซาก มันจึงเพิกถอน เพลิงโลกาพิสุทธิ์
เมื่อตัดสินจากสภาพของมัน ตัวหมิงซาน เสิ้งเสวี่ย
น่าจะตายแล้ว เนตรเพลิงของ อู่ อวี้ ก็ตรวจไม่พบ
แม้แต่เศษเสี้ยวเล็กๆของมัน
“จัดการเสร็จไปหนึ่ง พี่น้องทั้งหลาย เตรียมตัว
……”
ตอนนี้ ชวี่ ห้าวหยาง อยู่ในอารมณ์ที่เบิกบาน
สำหรับมันแล้วถือว่าภารกิจในครั้งนี้ได้สำเร็จไป
แล้วครึ่งหนึ่ง ยามที่มันกำลังเอื้อนเอ่ยคำพูดนี้
พริบตา แม้แต่ตัว อู่ อวี้ เองก็ไม่คาดคิดว่าจะเกิด
การเปลี่ยนแปลงขึ้น!
เมื่อ กองทัพมังกรเพลิง ผ่อนคลายความ
ระมัดระวังลง ก็เป็นเวลาเดียวกับที่ เทียนไห่อวี้ ฝู
เหยา รับรู้ได้ว่าบิดาของนางตายแล้ว เวลานี้นาง
เกิดอาการคลั่งขึ้น ไม่รู้ว่านางไปเอาพลังอำนาจมา
จากที่ไหน จึงทำให้ยามนี้นางได้ดิ้นรนสลัดออกมา
จากการคุมขังแล้ว คนแปรเปลี่ยนกลายเป็นควัน
ดำทมิฬ หมอกควันทมิฬนี้เปรียบดั่งอสูรกาย
พริบตาเดียวก็กลืนกินผู้พิทักษ์มังกรเพลิง 2 คนที่
อยู่ใกล้นางที่สุดเข้าไป!
“อ้ากกก อ้ากกก!”
ผู้พิทักษ์มังกรเพลิงทั้ง 2 คนนั้น ส่งเสียงกรีดร้อง
ดังสนั่นออกมา หลังจากนั้นสุ้มเสียงของพวกมันก็
เงียบหายไป ไม่ต้องบอก อู่ อวี้ ก็รู้ น่าจะเป็นฝีมือ
ของ เทียนไห่อวี้ ฝูเหยา นางได้ฉวยโอกาสนี้กลืน
กินทั้ง 2 คนลงไป!
อู่ อวี้ รู้ดีว่ายิ่งพวกมันกลืนกินไปมากเท่าไหร่ก็ยิ่ง
น่าหวาดกลัวมากขึ้น! จากนั้นนางก็รีบพุ่งทะยาน
เข้าใส่ค่ายกลโจมตี ทำให้เกิดความโกลาหลไปทั่ว
ควันทมิฬกระจัดการจายเต็มไปทั่วทุกพื้นที่
หลังจากที่เสียงกรีดร้องดังออกมา จากนั้นก็ปรากฏ
บางสิ่งบางอย่างที่แปลกประหลาด ทำให้ผู้พิทักษ์
มังกรเพลิง รู้สึกหวาดกลัว จนวงล้อมค่ายกลเกิด
ช่องโหว่ทำให้ควันทมิฬพุ่งผ่านออกไปได้!
“ขัดขวางมันเอาไว้!” ชวี่ ห้าวหยาง คำราม
ออกมาด้วยความโกรธ แต่ก็ไม่สามารถ
เปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ได้ หลังจากที่ เทียนไห่อวี้ ฝู
เหยา กลืนกินคนทั้ง 2 เข้าไป ก็พุ่งออกจากวงล้อม
ไปยังใจกลางนครโบราณอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าไป
ยังแท่นที่อยู่ใจกลาง!
“แย่แล้ว!”
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือการที่นางเข้าไปภายใน
คฤหาสน์มารกลืนสวรรค์ ยามนี้ อู่ อวี้ ไม่สนใจสิ่ง
ใดอีกต่อไป คนเร่งสำแดง เคล็ดเทียมฟั้าจรดดิน
พร้อมกับเคล็ดระเบิดพลังคลั่ง รีบทะยานไปที่แท่น
กลมใจกลาง ในเวลานี้เขาจึงได้มาเผชิญหน้ากับ
เทียนไห่อวี้ ฝูเหยา!
เทียนไห่อวี้ ฝูเหยา แปลงกายกลับมาอยู่ใน
รูปลักษณ์ของมนุษย์ บนร่างนางสวมใส่ชุดคลุมสี
ดำ ทุกสิ่งทุกอย่างกลับตาลปัตร ลึกๆภายใน
ดวงตาของนางยังคงมองเห็นเขาอยู่ ดังนั้นเมื่อนาง
เผชิญหน้ากับ อู่ อวี้ นางจึงหยุดเคลื่อนไหวและจับ
จ้องไปที่เขา
“อู่ อวี้ “
อู่ อวี้ ได้ยินอย่างแช่มชัด
แต่ก็เท่านั้น เขาใช้พลังทั้งหมด พลังกายาของเขา
แม้ว่าจะสูญเสียพลองหมื่นมังกรไป แต่ก็ยังมี
ศาสตราเต๋าวิถีแท้ชิ้นอื่นอยู่ ซึ่งยังคงมีพลังอำนาจ
ที่แข็งแกร่ง เมื่อผนวกกับความเร็วในการโจมตีอัน
น่าหวาดกลัวของเขา พลองจึงถูกหวดฟาดไปยัง
ศีรษะของ เทียนไห่อวี้ ฝูเหยา!
“ฟึบ!” ไม่คาดคิดว่า เทียนไห่อวี้ ฝูเหยา จะ
แปรเปลี่ยนกลายเป็นกลุ่มควันพร้อมกระจัด
กระจายไปทันที!
“สวรรค์มีทางไปเจ้าดันไปไม่ นรกไม่มีประตูเจ้า
กลับพุ่งเข้าใส่ ไข่ใบนั้นเจ้านำมันติดตัวมาด้วยใช่
หรือไม่!” หมอกควันทมิฬกลุ่มนั้น กลืนกิน อู่ อวี้
เข้าไป ในพริบตานั้น อู่ อวี้ ก็รับรู้ได้ถึงวิกฤตความ
ตาย หลังจากที่ เทียนไห่อวี้ ฝูเหยา กลืนกินผู้
พิทักษ์มังกรเพลิงทั้ง 2 คนเข้าไป ดูเหมือนว่านาง
จะแข็งแกร่งขึ้นไม่น้อย
ฟิววว!
อู่ อวี้ ใช้ความเร็ววิ่งฝั่าออกมาจากวงล้อมของ
ควันทมิฬ
แต่ว่ายามนี้ เทียนไห่อวี้ ฝูเหยา ได้ยืนอยู่บนแท่น
วงกลมแล้ว เสี้ยววิถัดมา กองทัพมังกรเพลิงก็โอบ
ล้อมนางอีกครั้ง พร้อมปลดปล่อยการโจมตีอย่าง
บ้าคลั่งไปยังทิศทางของนาง!
———————————
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ