กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 672: ความลับคฤหาสนมารกลืนสวรรค
พลังการโจมตีของ กองทัพมังกรเพลิง มุ่งเน้นไปที่
พลังอันแข็งแกร่ง ความเร็ว โหดเหี้ยม การโจมตี
ทั้งหลายสาดผสานเข้าด้วยกัน เปั้าหมายของมัน
คือการสังหารศัตรูลงให้จงได้
ดังนั้นถึงแม้ อู่ อวี้ จะเห็น เทียนไห่ อวี้ฝูเหยา ถูก
โจมตีอยู่ เขาก็ยากที่จะเข้าร่วมด้วย
ชวี่ ห้าวหยาง ได้รับการสนับสนุนจากพรรคพวก
ของมันอย่างใหญ่หลวง ถึงแม้จะยังไม่ชัดเจนนัก
แต่มันก็ตระหนักดีว่าไม่ควรให้ เทียนไห่ อวี้ฝูเหยา
ขึ้นไปบนแท่นศิลาได้
อู่ อวี้ ยังจำได้ว่า กุญแจที่เข้าสู่ คฤหาสน์มารกลืน
สวรรค์ อยู่ในมือของ เทียนไห่ อวี้ฝูเหยา
ในเวลานี้ อู่ อวี้ มองย้อนกลับไป แล้วเห็นว่า เทียน
ไห่ อวี้ฝูเหยา ที่ยืนอยู่บนแผ่นศิลาทรงกลมกำลัง
กลืนกินทหารของกองทัพมังกรเพลิง
การที่เห็นสมัครพรรคพวกต้องถูก เทียนไห่ อวี้ฝู
เหยา กลืนกินเช่นนี้ เลยทำให้ กองทัพมังกรเพลิง
มีโทสะพลุ่งพล่านเป็นพิเศษ การโจมตีของพวกมัน
ไร้ซึ่งเหตุผล ทั้งยังไม่คำนึงถึงผลที่ตามมาอย่าง
สิ้นเชิง
พลังอิทธิฤทธิ์ของ ชวี่ ห้าวหยาง ‘เพลิงโลกา
พิสุทธิ์’ ก็ไม่มีข้อยกเว้น ในเวลานี้มันควบแน่น
กลายเป็นลูกบอลเพลิงขนาดยักษ์ ลุกไหม้ปกคลุม
เหนือสถานที่แห่งนี้
ตูม ตูม ตูม!
เคล็ดวิชาเต๋าแลพลังอิทธิฤทธิ์ นับร้อย ถาโถม
ประเคนเข้าใส่แท่นศิลาทรงกลม อานุภาพพลัง
ระเบิดช่างน่าตื่นตะลึงเป็นอย่างยิ่ง ในตอนนั้น อู่
อวี้ กับ ลั่วผิน ยังไม่ทรงพลังเท่านี้ แต่พวกเขาก็ยัง
มีความมั่นใจว่าจะทำลายแท่นทรงกลมนี้ได้ ยิ่งไม่
ต้องพูดถึงคนเหล่านี้
สถานที่แห่งนี้เคยถูกผนึกโดยเทพสวรรค์ ทว่าเวลา
ได้ผ่านมาเนิ่นนานเกินไปแล้ว
ดังนั้นสถานที่แห่งนี้ จึงมีความแข็งแกร่งน้อยกว่า
เมื่อก่อน
การระเบิดครั้งนี้ทำให้ อู่ อวี้ เห็นได้อย่างชัดเจนว่า
แท่นศิลาทรงกลมปลิวกระเด็นออกไป ดูเหมือนว่า
เทียนไห่ อวี้ฝูเหยา จะถูกบดขยี้หายไปอย่าง
สมบูรณ์ ราวกับกลายเป็นละอองธุลีหายไปใน
อากาศ
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ได้ใช้เนตรเพลิงสังเกต
เหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้น ทำให้เขาเห็นว่าช่วง
ลมหายใจสุดท้ายว่า เทียนไห่ อวี้ฝูเหยา ได้ใช้
กุญแจเปิดเข้าไปหลบในคฤหาสน์มารกลืนสวรรค์
ถ้าให้กล่าวตามสัตย์จริง อู่ อวี้ ไม่เคยคิดที่จะ
กลับมาที่นี่อีก
อย่างไรก็ตาม บรรพชนมารกลืนสวรรค์ เงามืดที่
น่าสะพรึงกลัวสามารถทำให้ทุกผู้คนต้องสั่น
สะท้านได้ หากมันปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง มหาภัย
พิบัติที่จะเกิดขึ้นคงไม่อาจจินตนาการได้ …
ดังนั้นตอนนี้เรื่องเลวร้ายกำลังจะเกิดขึ้น ด้วย
เพราะ เทียนไห่ อวี้ฝูเหยา เข้าไปในคฤหาสน์มาร
กลืนสวรรค์แล้ว!
ชวี่ ห้าวหยาง กับพรรคพวกของมันยังไม่รู้เรื่องนี้
บางคนถึงขนาดไชโยโห่ร้องยินดีฉลองกับ
ความสำเร็จ
แต่แล้วพวกมันก็ต้องประหลาดใจ เมื่อเห็นว่า อู่
อวี้ รีบเข้าสู่สนามรบ
“เจ้ากำลังทำอะไร!” ชวี่ ห้าวหยาง ร้องตะโกน
” ก็สายไปแล้วไงล่ะ ตอนนี้ บรรพชนมารกลืน
สวรรค์ กำลังจะออกมาแล้ว ” หลังจาก อู่ อวี้ พูด
จบเขาก็หายลับไปจากสายตาของพวกมัน อันที่
จริงเขาได้เข้าไปภายใน คฤหาสน์มารกลืนสวรรค์
เมื่อเข้ามาก็พบเจอกับโลกอันมืดมิดอีกครั้ง
“ตามไปข้างใน!” ชวี่ ห้าวหยาง มุ่งมั่นสำหรับ
ภารกิจนี้มาก ด้วยเพราะหลังจากที่มันกลับไปแล้ว
มันจะต้องได้รับรางวัล อย่างไรก็ตามได้ยินสิ่งที่ อู่
อวี้ กล่าวมันก็ล่วงรู้ทันทีว่าศัตรูยังไม่ได้ถูกกำจัด
ภายใต้คำสั่ง ชวี่ ห้าวหยาง ซึ่งเป็นผู้บัญชาการ
เหล่าทหารกองทัพมังกรเพลิงจึงรีบติดตามเข้าไป
ในทันที
ทุกคนเข้ามาด้านใน
อู่ อวี้ ผู้ซึ่งเข้ามาในนี้ได้เร็วที่สุด จึงได้เห็นว่า
เทียนไห่ อวี้ฝูเหยา กำลังรีบเข้าไปในประตูโถง
ด้านหน้า อู่ อวี้ จึงรีบพุ่งทะยานเข้าไปสกัดกั้น
เทียนไห่ อวี้ฝูเหยา
” อู่ อวี้ จะมาขวางข้าเช่นนี้ เห็นท่าจะจบไม่สวย
เสียแล้ว ” เทียนไห่ อวี้ฝูเหยา ยิ้ม
” แล้วอย่างไร ? ”
การที่ต้องสูญเสีย พลองหมื่นมังกรพิภพอนันต์ ดู
เหมือนว่า อู่ อวี้ จะสูญเสียเครื่องมือการต่อสู้อัน
แข็งแกร่งมากที่สุดไปด้วย
อย่างไรก็ตามเรื่องนี้มันสำคัญมาก เขาไม่อาจถอย
หลังกลับได้
“สกัดวิญญาณ!”
พลังอิทธิฤทธิ์เนตรเพลิง สามารถสร้างผลกระทบ
บางอย่างกับ เทียนไห่ อวี้ฝูเหยา ทันทีที่ถูกสกัด
วิญญาณ เห็นได้ชัดว่าอีกฝั่ายแสดงท่าทางว่า
เจ็บปวดอย่างที่สุด
หลังจากนั้นไม่นาน นางการแสดงท่าทางประหลาด
ใจ
ยามนี้ ชวี่ ห้าวหยาง เคลื่อนทัพตามมาติด ๆ
หลังจาก อู่ อวี้ สกัดกั้น เทียนไห่ อวี้ฝูเหยา ได้ไม่
นาน กองทัพของมันก็พุ่งเข้าไปโจมตีพร้อมแถบ
เสียงคำรามดังอื้ออึง ความรุนแรงในการโจมตี
เกือบจะทำให้ อู่ อวี้ โดนลูกหลงไปด้วย
” สังหารนางได้ แต่ห้ามทำลายที่นี่เด็ดขาด! ”
อู่ อวี้ ร้องเตือน ชวี่ ห้าวหยาง ในทันที เขากวาด
สายตามองไปรอบ ๆ อย่างไม่ค่อยสบายใจนัก
โดยเฉพาะที่นี่คือ คฤหาสน์มารกลืนสวรรค์ ไม่
สามารถล่วงรู้ได้ว่าจะเกิดอันใดขึ้นบ้าง
ยิ่งกว่านั้น ไข่ อยู่ในถุงจักรวาลของเขา ฉะนั้นมัน
จึงไม่ใช่เรื่องดีที่เขามาอยู่ที่นี่
สิ่งที่เขาเห็นในตอนนี้ก็คือ เทียนไห่ อวี้ฝูเหยา
กำลังต่อสู้กับกองทัพมังกรเพลิงผ่านเนตรเพลิง อู่
อวี้ จึงรู้สึกโล่งใจเล็กน้อย เขารู้สึกว่าจะเข้าร่วม
โจมตี เทียนไห่ อวี้ฝูเหยา ในอีกไม่ช้า บางทีใน
วินาทีถัดไปนางจะต้องเจริญรอยตาม ตัวหมิงซาน
เสิ้งเสวี่ย ผู้เป็นบิดาเป็นแน่
“ อึก! ” อู่ อวี้ เห็นได้ชัดว่านางเกือบจะถูกฉีก
กระชากกลายเป็นผุยผง ด้วยเคล็ดวิชาเต๋า และ
พลังอิทธิฤทธิ์ที่ปะทังเขาใส่นางอย่างบ้าคลั่ง ส่งผล
ให้ควันสีดำในร่างของนางเจือจางลง
เมื่อเห็นฉากนี้ อู่ อวี้ ก็โล่งอกไม่น้อยทีเดียว
เขามอง คฤหาสน์กลืนสวรรค์ แล้วก็หวนนึกถึง
เรื่องราวครั้งแรกที่มาที่นี่ ครั้งนี้เมื่อเขามาที่นี่ครั้ง
แรก ในตอนนั้น เทียนไห่ อวี้ฝูเหยา ก็ได้ลอบ
ติดตามพวกเขาทั้งสองมา บางทีในตอนนั้นเสี้ยว
วิญญาณของ บรรพชนมากลืนสวรรค์ ยังไม่
แข็งแกร่งเพียงพอ ทว่าหลังจากเศษเสี้ยววิญญาณ
ได้หลุดออกมา เข้าไปครอบครองร่างจักรพรรดิมาร
เลยทำให้มันแข็งแกร่งขึ้น แสดงว่าในครั้งนั้น ลั่ว
ผิน ยังฆ่ามันไม่ตาย หลังจากรอดพ้นมาได้ผ่านไป
สักระยะหนึ่งความแข็งแกร่งมันจึงเพิ่มขึ้น
อันที่จริงหลังจากเวลาผ่านไปหลายแรมปีในช่วงที่
มันถูกผนึก บรรพชนมารกลืนสวรรค์ ก็จวนเจียน
ใกล้ตายเต็มทีแล้ว
ความหวังสุดท้ายของมันก็คือไข่
อย่างไรก็ตาม หลังจาก เทียนไห่ อวี้ฝูเหยา ถูก
สังหารจนสิ้นแล้ว การผนึกที่นี่เสียก็คงจะไม่มี
ปัญหาอันใดอีก
ในเวลานี้สิ่งที่เขาไม่คาดคิดก็คือ ควันสีดำหนาแน่น
ที่พุ่งออกมาจากส่วนลึกของ คฤหาสน์กลืนสวรรค์
พวยพุ่งเข้าไปยังทิศทางสมรภูมิต่อสู้ อย่างไม่อาจ
หยุดได้ เข้าสู่ร่างกายของ เทียนไห่อวี้ ฝูเหยา
อย่างรวดเร็ว
ท่ามกลางค่ายกลมังกรเพลิง เสียงหัวเราะอันทรง
เสน่ห์ดังก้องกังวาน ในยามนี้ เทียนไห่อวี้ ฝูเหยา
ได้รวมร่างกับหมอกควันสีดำ หมอกสีดำเข้าสู่ร่าง
ของนางอย่างต่อเนื่อง อู่ อวี้ ใช้เนตรเพลิงในการ
เพ่งมอง เขาจึงสามารถมองเห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้น
ได้อย่างชัดเจน เส้นผมที่เคยเป็นสีดำขลับ
แปรเปลี่ยนเป็นสีขาว เส้นผมสีขาวพริดปลิวพริ้ว
ไสวตามกระแสสายวาโย และยามนี้ผิวพรรณของ
นางขาวเป็นอย่างยิ่ง!
ภายใต้เส้นผมสีขาว ดวงเนตรคู่สีดำขลับ
แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงโลหิตอย่างสิ้นเชิง
ภาพลักษณ์ในตอนนี้ของนางก็คือ เส้นผมสีขาว
ดวงเนตรสีแดงโลหิต
เส้นผมสีขาวตัดกับดวงตาสีแดงโลหิต ช่างดูโดด
เด่นน่าตื่นตาเป็นอย่างยิ่ง หากแลมองให้ชัดเจน
แล้ว ทุกอิริยาบถการเคลื่อนไหวของ เทียนไห่อวี้ ฝู
เหยา ยังคงดูมีเสน่ห์น่าประทับใจเหมือนเช่นเคย
อย่างไรก็ตามด้วยดวงตาสีแดงสด ยิ่งทำให้นาง
เสมือนดั่งพญาอสรพิษเจิดจ้าสว่างไสว
เดิมทีแล้ว ถึงแม้ว่า ฉิน ฝูเหยา จะดูทรงเสน่ห์มาก
เพียงใด แต่ในแง่ของกลิ่นอาย และบารมีย่อมไม่
สามารถเทียบเคียง องค์หญิงโย่วเซีย ได้ แต่
ท่ามกลางความเลือนลางในช่วงเวลานี้ นางกลับดู
โดดเด่นสะดุดตามากยิ่งขึ้น ไม่เหมือนกับ ผู้ฝึกตน
นอกรีต ที่หลบซ่อนตัวอยู่ในนครจักรพรรดิเพลิงอีก
ต่อไป
หมอกควันสีดำนี้ทำให้นางเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน!
“ แย่แล้ว สิ่งที่มาช่วยนางจะต้องเป็นของ บรรพ
ชนมารกลืนสวรรค์ ที่เหลือทิ้งเอาไว้แน่ ๆ! ”
อู่ อวี้ ตระหนักถึงสิ่งนี้ทันที ส่วน ชวี่ ห้าวหยาง ก็
รับรู้ถึงความร้ายแรงของปัญหาเช่นเดียวกัน
งานนี้ไม่ง่ายอย่างที่คิดเสียแล้ว
เป็นเพราะพวกมันไม่เข้าใจว่าปัญหาที่เกิดขึ้นว่า
ใหญ่หลวงนักหนามากเพียงใด จึงทำให้มันมิได้
รีบเร่งจัดการ จนเกิดเรื่องราวบานปลายขึ้นเช่นนี้
เมื่อ อู่ อวี้ ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของ เทียนไห่อวี้
ฝูเหยา เขาก็ตระหนักถึง ความผิดพลาดอันใหญ่
หลวงในครั้งนี้ได้ในทันทีก็คือ มีผู้คนเข้ามาในนี้มาก
เกินไป!
แล้วเขาเองก็เพิ่งรู้ว่า เทียนไห่อวี้ ฝูเหยา กำลังฟัง
สิ่งที่พวกเขาได้พูดคุยกันอยู่ นางจึงเปล่งเสียง
หัวเราะออกมาอย่างชอบใจ จากนั้นกลับกลายเป็น
หมอกควันสีดำอีกครั้ง หมอกวันนี้งดงามอย่างน่า
เหลือเชื่อ ทว่าก็ร้ายกาจอย่างสุดแสน มันกำลังพุ่ง
ทะลวงฝั่าวงล้อม แผ่ขยายปกคลุมผู้พิทักษ์มังกร
มากกว่าสิบคน แล้วทันใดนั้นพวกมันทั้งหมดก็ถูก
ลากออกจากสมรภูมิการต่อสู้ ส่วนผู้ที่อยู่รอบนอก
ทำได้เพียงแค่ได้ยินเสียงกรีดร้องอย่างโหยหวนของ
เหล่า ผู้พิทักษ์มังกร อันแสนโชคร้ายดังขึ้นครั้งแล้ว
ครั้งเล่าเพียงเท่านั้น หลังจากนั้นไม่นานเสียง
สยดสยองน่าหดหู่ก็จางหายไปในที่สุด!
พวกมันถูกกลืนกินไปแล้ว!
ยิ่งนางสามารถกลืนกินผู้คนมาขึ้นเท่าไหร่ มันก็ยิ่ง
ทำให้นางแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น และนี่คือ
ความสามารถที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดของนางนั่นเอง
ก่อนหน้าใน ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง มีคนไม่มาก
นัก ดังนั้นจึงทำให้ความสามารถของนางนั้นมี
ขีดจำกัด ทว่าปัจจุบันมีผู้คนมากมายเช่นนั้น
ความสามารถของนางจึงไร้ซึ่งขีดจำกัด
หลังจากบุกทะลวงผ่ากลางวงล้อมทะลุผ่าน ทำให้
นางได้กลืนกินคู่ต่อสู้ครั้งแล้วครั้งเล่า ในยามนี้ดู
เหมือนว่า เทียนไห่อวี้ ฝูเหยา จะแข็งแกร่งขึ้นมาก
ทีเดียว บัดนี้นางได้พุ่งทะยานออกไป ประดุจดั่ง
ดาวหางพุ่งชนกำแพงโถงด้านหน้า!
ด้วยพลังความแข็งแกร่งกันอันมากล้น ส่งผลให้
กำแพงถูกทำลาย จนปลิวกระเด็นไปทั่วทุกทิศทาง
ทันใดนั้นมันก็แปรเปลี่ยนหมอกควันสีดำก็พุ่ง
กระจายแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วทั้งท้องเวหา
แต่แล้วสิ่งที่ อู่ อวี้ ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น หมอกควันสี
ดำที่พวยพุ่งไปมาทั่วทั้งเวหา ฉับพลันทันใดนั้น
พวกมันก็หลอมรวมควบแน่น กลายเป็นใบหน้า
ขนาดใหญ่ของอสูรยักษ์ ทันทีที่มันปรากฏก็แผด
เสียงคำรามดังกึกก้องกัมปนาทชวนให้ผู้ที่ได้ยินได้
ฟัง ขนหัวลุกตกตะลึงด้วยความสะพรึงกลัว!
มันคือ: บรรพชนมารกลืนสวรรค์!
สิ่งที่เกิดขึ้น อู่ อวี้ สามารถคาดเดาได้ทั้งหมด ว่า
แท้จริงแล้ว คฤหาสน์มารกลืนสวรรค์ มันก็คือร่าง
ของ บรรพชนมารกลืนสวรรค์!
ร่างของมันกลายเป็นกำแพงวัง … หรือมันอาจจะ
แปรเปลี่ยนกลายเป็นเทพสวรรค์
แท้จริงแล้วเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่ได้ยากจะเข้าใจอะไร
มากมายนัก ว่าทำไมไข่ถึงไปปรากฏขึ้นในตำหนัก
ด้านหลัง เพราะบางทีแล้วนั่นอาจเป็น กระเพาะ
อาหารของมัน
ไข่นี้คือตัวอ่อน ส่วนคฤหาสน์บรรพชนมารกลืน
สวรรค์ คาดว่าน่าจะเป็นร่างกายที่ทรุดโทรมลง
ของมัน แต่สิ่งนี้ก็ถือเป็นรากฐานที่สำคัญกับมันยิ่ง
อย่างไรก็ตามด้วยเพราะอายุขัยของมัน อยู่มา
ยาวนานเกินไปแล้ว เมื่อเวลาผันผ่านไป 5 กาล
สมัย ทุกสิ่งทุกอย่างจะสลายไปเอง ดังนั้นการ
กระทำแลเจตนาของ เทียนไห่อวี้ ฝูเหยา ยามนี้คือ
การระเบิดกำแพง เพื่อปลดปล่อย บรรพชนมา
กลืนสวรรค์ ออกมา
แม้ว่านี่จะเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ของกำแพงก็ตาม
ในเวลานี้หมอกควันสีดำที่อยู่บริเวณผนัง ได้พวย
พุ่งเข้าสู่ร่างกายของ เทียนไห่อวี้ ฝูเหยา อย่าง
รวดเร็ว ส่งผลให้ผิวพรรณและเส้นเกศาของนางยิ่ง
ขาวโพลนมากยิ่งขึ้น อีกทั้งดวงเนตรก็ยังเป็นสีแดง
โลหิตมากยิ่งขึ้นอีกด้วย ความน่าเกรงขามทำให้
ผู้คนต้องประหวั่นพรั่นพรึงหวาดกลัวนางมากขึ้น
เมื่อเรื่องราวล่วงเลยมาถึงจุดนี้ อู่ อวี้ ก็ไม่มีข้อ
กังขาอีกต่อไปว่า บรรพชนมารกลืนสวรรค์ อาจจะ
ออกไปจากที่นี่ได้
หากเป็นเช่นนั้นจริง ๆ แล้วล่ะก็ หายนะภัยพิบัติคง
เกิดขึ้น เขาไม่อยากคิดเลยว่า สิ่งมีชีวิตจำนวนนับ
ไม่ถ้วนท้ายสุดแล้วจะมีจุดจบลงเช่นใด
” อู่ อวี้ รีบหนีเร็ว ” เมื่อ หมิงซวง เห็น
สถานการณ์เป็นเช่นนี้นางก็รีบร้องเตือนทันที
” ไม่ ข้าไม่อาจหลบหนีเอาตัวรอดไปได้ หาก
กระทำเช่นนั้น ผู้คนมากมายเท่าใดใน ทวีป
แทงทวยเทพตงเสิ้ง ที่จะต้องรับเคราะห์กรรม? อีก
อย่างผลลัพธ์ที่ออกมาก็ยังไม่ชัดเจน ”
อู่ อวี้ กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
หมิงซวง กล่าวขึ้นว่า ” ทันทีที่มันปรากฏขึ้น คน
แรกที่มันจะสังหารก็คือเจ้า ๆ มีพลังฝีมือยอดเยี่ยม
ไม่จำเป็นเลยที่จะต้องมาตกตายอยู่ที่นี่ เพียงแค่
โยนไข่ทิ้งไป เจ้าจะได้ไม่ต้องมานั่งลำบาก… ”
เมื่อพูดจบ อู่ อวี้ ก็ไม่ได้ฟังประโยคต่อไปของนาง
เขาไม่อยากยอมแพ้สิ้นหวังง่าย ๆ แล้วคนอย่าง
เขาจะรักตัวกลัวตายจนต้องหลบลี้หนีไปได้อย่างไร
?
ในเมื่อถิ่นฐานกำเนิดของเขาอยู่ที่นี่
ในเวลานี้ ชวี่ ห้าวหยาง กับคนอื่น ๆ ตระหนักถึง
อันตรายเหล่านี้ดี ฉะนั้นพวกมันจึงต้องร่วมมือร่วม
ใจกำจัด เทียนไห่อวี้ ฝูเหยา ไปให้จงได้ ต้องไม่
ปล่อยให้นางหลุดรอดออกจาก คฤหาสน์กลืน
สวรรค์ ไปเข่นฆ่าผู้คนได้อีก เพราะว่ารูปแบบการ
ต่อสู้ของกองทัพมังกรเพลิง เป็นรูปแบบที่ อู่ อวี้
ไม่อาจเข้าไปแทรกแซงได้ หากเขาล่วงล้ำเข้าไปใน
พื้นที่ต่อสู้จะกลายเป็นเขาเองที่ถูกโจมตี
ชวี่ ห้าวหยาง กับกองกำลังของมันทรงพลังเป็น
อย่างมาก ในเวลานี้พวกมันได้บดขยี้ฉีกกระชาก
เทียนไห่อวี้ ฝูเหยา จนแหลกลานเป็นชิ้น ๆ ทำให้
นางตกอยู่ท่ามกลาง เพลิงโลกาพิสุทธิ์ ทว่ามันก็ไม่
สามารถสังหาร เทียนไห่อวี้ ฝูเหยา จนตกตายลง
ไปได้จริง ๆ นางมักจะมีชีวิตรอดกลับมา พร้อมทั้ง
สำราญกับการกลืนกินผู้คนของ กองทัพมังกรเพลิง
ตูม ตูม ตูม!
ทางด้านของ กองทัพมังกรเพลิง เริ่มอ่อนเพลียลง
อย่างต่อเนื่อง โดยที่ เทียนไห่ อวี้ฝูเหยา ยังไม่ทัน
ได้ถูกบดขยี้ตกตาย
เมื่อผสานล้อมร่วมกลายเป็นร่างมนุษย์ นางก็จะ
บดขยี้ทำลาย คฤหาสน์มารกลืนสวรรค์ อีกครั้ง จน
ทั่วทั่งสถานที่แห่งนี้ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกควันสี
ดำคละคลุ้ง หลังจากนั้นมันก็กลับมารวมตัวเป็น
ร่างกายของนางอีกครั้ง
——————————–
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ