กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 680: เขตแดนเนตรทองคํา
ปีศาจสมุทรนับพัน ตั้งแต่เหนือจรดใต้ ทำการฉีก
กระชากมหาสมุทร ยกทัพเดินทาง
การเคลื่อนไหวของปีศาจเหล่านี้เป็นเหมือนกับภัย
พิบัติอันร้ายแรงที่กำลังคืบคลาน
ชมพูทวีปโลกธาตุแห่งนี้ ไม่ใช่เส้นทางเซียนบรรพ
กาล ภายในที่แห่งนี้มีปีศาจจำนวนมากที่ได้ทำการ
ฝึกตนมาเป็นระยะเวลายาวนาน ดังนั้นพวกมัน
ส่วนใหญ่แล้วล้วนแต่มีฝีมือที่แข็งแกร่ง บางตัวมี
อายุนับร้อยนับพันปี
โดยทั่วไปแล้วสายเลือดของพวกมันล้วนสูงส่งกว่า
ปีศาจที่อยู่ภายใน ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง จน
เรียกได้ว่าอยู่กันคนละระดับ และในส่วนลึกของ
มหาสมุทรอันไร้ขอบเขต ในหลายๆพื้นที่ เปียมล้น
ไปด้วยพลังวิญญาณ เป็นสถานที่ที่มีพลังวิญญาณ
มีมากมายจนยากจะหาที่ใดเปรียบ
ดินแดนสวรรค์ที่อยู่ในทะเลลึก มีแม้กระทั่งสมบัติที่
ล้ำค่าเสียยิ่งกว่าบนดินแดนโบราณเหยียนหวง
และยังมีสมบัติลึกลับซุกซ่อนอยู่ อสูรกายจำนวน
มาก ที่ได้สำเร็จกลายมาเป็นปีศาจ ก็ล้วนผ่านการ
เปิดสติปัญญามาแล้วทั้งสิ้น
“นิรันดร์! นิรันดร์!”
อู่ อวี้ มองดูฉากการกรีฑาทัพของปีศาจกลุ่มนี้ด้วย
อาการตกตะลึง และยังได้ยินปีศาจแต่ละตัวตะโกน
2 คำนี้ซ้ำไปซ้ำมา
“นิรันดร์? เผ่าพันธุ์ปีศาจนิรันดร์?“
อู่ อวี้ หยิบแผนที่ออกมากาง เมื่อตัวเขาลอง
พิจารณาดู จากทิศทางที่พวกมันกำลังเดินทางไป
สถานที่ที่ไกลที่สุดเป็นสถานที่ที่เรียกว่า
‘มหาสมุทรนิรันดร์’ ในสถานที่แห่งนั้นเป็นฐาน
ของเผ่าพันธุ์ปีศาจนิรันดร์
ฉลามนิรันดร์ ก็เป็นหนึ่งในสมาชิกของเผ่าพันธุ์นี้
เช่นกัน
“ปีศาจเหล่านี้ รวมกลุ่มกันเป็นกองทัพ คาดว่า
น่าจะกำลังเดินทางไปเยี่ยมคาราวะ หรืออาจจะ
เข้าไปหา ‘เผ่าพันธุ์ปีศาจนิรันดร์’ ภายในเขตแดน
มหาสมุทรอันไม่สิ้นสุดแห่งนี้ ผู้ที่แข็งแกร่งย่อม
ได้รับการเคารพ”
นี่คือสิ่งที่เขาคาดเดา
“ไม่น่าจะมีผู้ใดรู้ว่า ‘ฉลามนิรันดร์’ ตกตายภายใต้
เงื้อมมือของข้า ยิ่งไปกว่านั้น พวกมันน่าจะได้ยิน
มาว่าบรรพบุรุษมารกลืนสวรรค์อาจจะหลบหนีไป
ได้ จึงไม่มีใครคิดที่จะไปยังทวีปแห่งทวยเทพใน
ยามนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหล่าปีศาจทั้งหลาย
เนื่องจากมีข่าวลือแพร่กระจายออกมาว่าบรรพ
บุรุษมารกลืนสวรรค์ ชื่นชอบเลือดและเนื้อของ
เหล่าปีศาจมากที่สุด”
อู่ อวี้ รอให้พวกมันผ่านไปก่อน จากนั้นก็รีบ
เดินทางต่อไปในทันที
สถานที่แห่งนี้มีปีศาจอาวุโสที่มากด้วย
ประสบการณ์ กระทั่งปีศาจเจ้าเล่ห์ไร้ที่เปรียบก็มี
อยู่มากมาย อู่ อวี้ กำลังซ่อนตัวไม่ขยับเคลื่อนไหว
แต่ไม่คาดคิดว่าจะมีบางตนรับรู้ได้ถึงร่องรอยของ
เขา
“เจ้าสัตว์เดรัจฉานตนไหน! กล้าแม้กระทั่งลอบ
ตามมา!”
ทันใดนั้นก็เกิดเสียงแพร่กระจายไปทั่วมหาสมุทร
ก่อให้เกิดคลื่นซัดกวาดผ่านไปทั่วทุกสารทิศ ใน
เวลาเดียวกันนี้เอง ก็ปรากฏเป็นปีศาจฉลามขาว
ตัวหนึ่งที่มีขนาดใหญ่จนสามารถปกคลุมผืน
แผ่นดินและท้องฟั้าได้ในคราเดียว มันโผล่ออกมา
จากภายในมหาสมุทร เพ่งเล็งเปั้าหมายไปยังทิศที่
อู่ อวี้ ซ่อนตัวอยู่
มันอ้าปากขนาดมหึมาที่เต็มไปด้วยความเขี้ยวอัน
แหลมคมขึ้น พริบตาเดียว อู่ อวี้ และเมฆา
ทั้งหลายที่อยู่รอบๆพลันถูกดูดกลืนในทันที
เคล็ดอิทธิฤทธิ์ของมันถูกสำแดงออกมาใน
ช่วงเวลาที่มันอ้าปาก โดยไม่รู้ตัวมันได้สร้างแรง
กดดันถาโถมเข้ามาที่ตัว อู่ อวี้ ! ท้ายที่สุด อู่ อวี้ ก็
ไม่อาจเผชิญหน้ากับยอดฝีมือเช่นนี้ได้ในตอนนี้ ไม่
แน่ว่าปีศาจตัวนี้อาจจะเป็นผู้อาวุโสของเผ่าพันธุ์
และพลังที่แท้จริงของมันอาจจะเทียบเคียงได้กับ
‘ระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋า’
ในพริบตาที่เกิดเป็นวิกฤตอันใหญ่หลวง อู่ อวี้ ทำ
ได้เพียงแค่วิ่งหนีเอาชีวิตรอดอย่างเดียวเท่านั้น
ไม่คาดคิดว่าหลังจากออกเดินทาง จะได้พบเจอกับ
ปีศาจสมุทรที่มีความน่าสยดสยองหวาดหวั่นถึง
เพียงนี้ สามารถจะจินตนาการได้เลยว่าบนดินแดน
โบราณเหยียนหวงจะมีตัวตนยอดฝีมือดำรงอยู่มาก
น้อยเพียงใด
ทั้งหมดล้วนเป็นตัวตนที่ต่อสู้ดิ้นรนเพื่อกลายเป็น
เซียนอมตะ!
โชคดีที่ในเวลานี้ อู่ อวี้ ได้จะฝึกฝน ‘เมฆาตลบ
ฟั้า’ ได้ถึงขั้นที่ 2 แล้ว
ยามนี้ อู่ อวี้ รีบผสานเข้ากับเคล็ดวิชาเมฆาตลบ
ฟั้าอย่างรวดเร็ว พริบตาที่อีกฝั่ายเปิดปากหมายจะ
กลืนกิน อู่ อวี้ ก็พุ่งทะยานออกไป ทำให้บัดนี้แรง
กดดันที่ติดพันอยู่บนร่างของเขา มันได้หายไปใน
ชั่วพริบตา เขาก้าวสู่อีกมิติในทันใด แม้ว่าภายในนี้
จะไม่มีสิ่งใดเลย ทั่วทุกแห่งเต็มไปด้วยความว่าง
เปล่า แต่หลังจากที่ออกมา เขาก็อยู่ในจุดที่ห่าง
จากตำแหน่งเดิมค่อนข้างไกลยิ่ง
เมื่อก้าวออกมาจากมิติ เขาก็พบว่าจุดเดิมที่เขาได้
อยู่นั้น มหาสมุทรเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่
หลวง
“ช่างน่าหวาดกลัวจริงๆ แต่อย่างไรก็ตาม เสี่ยวโต้
วกลับร้ายกาจเสียยิ่งกว่า” อู่ อวี้ อดไม่ได้ที่จะรู้สึก
ว่า เคล็ดเมฆาตลบฟั้ามีคุณประโยชน์ยิ่ง ทำให้ยาม
นี้เสี่ยวโต้วรู้สึกตื่นเต้นยินดี บินวนไปมาอยู่รอบๆ
ร่างของ อู่ อวี้ หลังจากนั้นมันก็พุ่งกลับไปยัง
เส้นทางเดิม และเดินทางต่อไป
ทางด้านเผ่าพันธุ์ปีศาจนิรันดร์ เหมือนกับว่า อู่ อวี้
ได้หายไปราวกับอากาศธาตุ
หลังจากผ่านประสบการณ์อันน่าเหลือเชื่อนี้แล้ว
ทำให้ อู่ อวี้ มีความมั่นใจในเมฆาตลบฟั้ามากขึ้น
แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้เขาจะต้องคุ้นชินในขั้นที่ 2
เสียก่อน สำหรับขั้นที่ 3 หมิงซวง ก็ไม่ได้มีความ
เข้าใจในขั้นนี้มากนัก แต่เขาจะลองทำความความ
เข้าใจเกี่ยวกับมันดู ด้วยระดับของเขาในตอนนี้
หากต้องการจะฝึกฝนขั้นที่ 3 ให้สำเร็จ เกรงว่าคง
จะยากเกินไป
เมื่อกางแผนที่ออกมาดู ปรากฎว่าระยะทางกว่าจะ
ถึง ‘จักรวรรดิเปั่ยหมิง’ ก็ยังเกือบอีกครึ่งทาง ซึ่ง
ยามนี้ก็ผ่านล่วงเลยมา 2 เดือนแล้ว
เมื่อนับๆดู ระยะเวลาที่เส้นทางเซียนบรรพกาลจะ
ถูกปิดลง ก็เหลืออีกประมาณ 1 – 2 เดือน
ยังมีบางคน ที่ยังไม่ได้กลับมาในตอนนี้ เช่น มังกร
เหมันต์พิสุทธิ์เก้าดารา , องค์ชายเฟิง , ชิงอู๋ หยุน
ซื่อ และ คนอื่นๆ
ในความเป็นจริงขุมอำนาจของพวกมัน ล้วนมั่นใจ
ในฝีมือรุ่นเยาว์ของตนเองอย่างมาก ทว่า ตอนนี้
ระยะเวลาที่จะสิ้นสุดลงก็อยู่อีกไม่ไกลแล้ว แต่พวก
มันก็ยังไม่กลับออกมาเสียที ทำให้เหล่าผู้อาวุโส
ทั้งหลายของพวกมันแต่ละคนล้วนเต็มไปด้วย
ความกังวลใจ
พวกมันรู้ว่าคนส่วนใหญ่ที่เข้าไปในสถานที่ที่
เรียกว่ายอดเขาอัสนี ต่างพากันออกมาจาก
เส้นทางเซียนบรรพกาลกันหมดแล้ว
ดังนั้นพวกอาวุโสทั้งหลายก็ยังคอยถามว่ามีผู้ใด
พอที่จะทราบข่าวคราวของยอดอัจฉริยะเหล่านี้
บ้างหรือไม่ เนื่องขากพวกมันต่างก็เป็นดั่งกับ
อนาคตของชมพูทวีปโลกธาตุ
อย่างไรก็ตามคนส่วนใหญ่รู้เพียงแค่ว่าพวกมันได้
ย่างก้าวขึ้นไปอยู่บนยอดเขาอัสนี และยังมีข่าวลือ
ออกมาว่าโอรสเล่อได้ตายไปแล้ว มีเพียงแค่องค์
หญิงโย่วเสี่ยที่นั้นที่สามารถกลับออกมาได้
ดังนั้นคนจำนวนมากจึงได้มาเยือนจักรวรรดิเปั่ย
หมิง เพื่อถามไถ่องค์หญิงโย่วเสี่ยถึงข่าวคราวของ
คนอื่นๆที่เหลืออยู่
องค์หญิงโย่วเสี่ย ก็รู้นานแล้วว่าจะต้องมีคนเข้ามา
ถามไถ่นาง นางจึงได้เตรียมคำพูดเอาไว้เป็นที่
เรียบร้อย ในความเป็นจริงผู้ใดที่อยู่บนเวทีเซียน
เหลียว ล้วนไม่สามารถชีวิตรอดออกมาได้ ดังนั้น
นางจึงได้เปลี่ยนแปลงความจริง อ้างเพียงแค่ว่าตัว
นางไม่ได้พบกับพวกมัน
และตัวนางเองถูกฝูงอสรพิษขย้ำอัสนีรุมล้อมโจมตี
จึงจำเป็นที่จะต้องออกมาจากเส้นทางเซียนบรรรพ
กาล
ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่า องค์หญิงโย่วเสี่ย จะโกหก ไม่มี
ผู้ใดล่วงรู้ถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นภายในนั้น ดังนั้น
พวกมันจึงไม่ได้มุ่งความสนใจไปที่องค์หญิงโย่ว
เสี่ยอีก ทำได้เพียงแค่รอคอยต่อไป
ในระหว่างที่พวกมันกำลังรอ อู่ อวี้ ก็ค่อยๆเดิน
ทางเข้ามาใกล้จักรวรรดิเปั่ยหมิงทุกขณะ
และองค์หญิงโย่วเสี่ย ก็กำลังจะมุ่งหน้าออก
เดินทางไปยัง ‘นครเซียนเหมันต์อุดร’ เช่นกัน
ยามนี้ อู่ อวี้ กำลังเองเอนกายนอนอยู่บนเมฆา
ตลบฟั้า อยู่เหนือชั้นเมฆ อาบไล้แสงตะวัน มุ่งหน้า
ไปยัง จักรวรรดิเปั่ยหมิง อย่างเอื่อยเฉื่อย
สำหรับการฝึกฝนเมฆาตลบฟั้า ตอนนี้มันได้มาติด
อยู่ในขั้นคอขวด มันเป็นการยากที่จะมี
ความก้าวหน้าได้อีกในยามนี้
เวลานี้เขากำลังนอนหนุนแขนทั้ง 2 ข้าง รู้สึกถึง
การเคลื่อนไหวของเมฆาตลบฟั้า เมื่อดวงตะวันบน
ท้องฟั้าส่องแสงกระทบใบหน้า หลังจากผ่านไปชั่ว
ระยะเวลาหนึ่งแล้ว อู่ อวี้ กลับนึกเรื่องบางเรื่อง
ออก
“ใช่แล้ว เคล็ดอิทธิฤทธิ์ที่ 2 เนตรเพลิง ของข้า
ไม่ได้คืบหน้าอะไรเลย ข้าใช้งานมาก็หลายครั้ง
หลายครา ไม่แน่ว่าอาจจะสามารถเข้าใจและรู้แจ้ง
‘เขตแดนเนตรทองคำ’ในขั้นที่ 4 ได้!”
ความจริงตอนก่อนหน้านี้ เคล็ดอิทธิฤทธิ์ของ อู่ อวี้
ก็มีความรู้แจ้งบางอย่าง แต่น่าเสียดายที่ตลอดมา
เขาไม่ค่อยได้อาบไล้พื้นที่ที่มีแสงดวงตะวันมากนัก
และถึงจะมีแต่ก็ไม่ใช่ดวงตะวันที่แท้จริง
เพราะมันคือดวงตะวันของเส้นทางเซียนบรรพกาล
ในตอนนี้ดวงตะวันของชมพูทวีปโลกธาตุกำลังส่อง
ประกายกระทบนัยน์ตาของเขา
การเดินทางไปยังจักรวรรดิเปั่ยหมิง มันเป็น
เส้นทางที่ยาวไกลอย่างมาก อย่างน้อย อู่ อวี้ ก็ยัง
มีเวลาอยู่อีก 2 เดือน กว่าจะถึงจุดหมายปลายทาง
ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่นี้ก็ไม่มีสิ่งใดให้ทำ ซึ่งเขาได้
แต่นอนไปมาบนเมฆาตลบฟั้าเท่านั้น เขาจึงมองไป
ยังดวงตะวันตรงๆเพื่อขัดเกลาฝึกฝน ‘เขตแดน
เนตรทองคำ’
เขตแดนเนตรทองคำไม่เหมือนกับทั้ง 3 ขั้นก่อน
หน้า เมื่อเทียบเปรียบในด้านของการฝึกฝน มันยัง
ต้องอาศัยการรู้แจ้งในบางส่วน
“ขั้นที่ 3 กักตะวัน จำเป็นจะต้องบีบอัดเพลิงจาก
ดวงตะวันโดยตรง จึงจะบรรลุถึงการปะทุพลังอัน
รุนแรง ส่วนเขตแดนเนตรทองคำ มันลึกล้ำยิ่งกว่า
มันจำเป็นจะต้องใช้ระยะเวลาในการสะสมพลัง
นานกว่า ทำให้ภายในดวงเนตรทั้ง 2 ข้าง ก่อเกิด
เป็น ‘เขตแดนเนตรทองคำ’ จนภายในดวงตา
ปรากฏการคงอยู่ของเขตแดนถึง 2 เขตแดน! ใน
ยามต่อสู้ เมื่อปลดปล่อยเขตแดนเนตรทองคำ
ออกมา ในเวลานั้นก็เหมือนกับว่ามีดวงตะวันโผล่
ขึ้นบนชั้นฟั้าถึง 2 ดวง ความสามารถของเขตแดน
เนตรทองคำสามารถกลายเป็นพลังสนับสนุนได้
อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะไม่ได้เป็นเช่นนั้น แถมมันยัง
กลายเป็นเขตแดนไม้ตายที่สามารถเอาชีวิตศัตรู
ได้!”
“เมื่ออยู่ภายในเขตแดนเนตรทองคำอย่างต่อเนื่อง
ก็จะต้องแบกรับพลังความสามารถในการแผดเผา
ของเคล็ดกักตะวัน เคล็ดอิทธิฤทธิ์นี้ยังสามารถทำ
ให้กระบวนการในการทำลายและมองเห็นได้ดีขึ้น
แม้กระทั่งเมื่ออยู่ต่อหน้าข้าก็ไม่อาจปกปิดสิ่งใดได้
หากยามที่ต่อสู้กันแล้วจับจ้องมองไปยังดวงตะวัน
บนท้องฟั้า ความสามารถของเขตแดนเนตร
ทองคำก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากกว่าเดิม”
“แม้จะเป็นเรื่องยากที่จะคงความสามารถของเขต
แดนเอาไว้ แต่หากสำเร็จ ข้าจะสามารถใช้ เขต
แดนเนตรทองคำ ผนวกกับ เมฆาตลบฟั้า สร้าง
เป็นการโจมตีผสานได้”
ยากก็คือยาก ทว่า อู่ อวี้ ก็ไม่ได้รีบร้อน
เนื่องจากว่าเขาสามารถนอนอยู่บนเมฆาตลบฟั้า
เดินทางไปเรื่อยๆและใช้ดวงตาของเขาเชื่อมต่อ
เข้ากับดวงตะวันบนท้องฟั้าได้
ทุกที่ล้วนมีพลังวิญญาณ
แสงของดวงตะวันสาดส่องไปทุกหนแห่ง สำหรับ
โลกนี้ ดวงตะวันนับเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่ง อู่ อวี้ เชื่อ
เสมอว่า แม้แต่เทพเซียน ก็ยังต้องไล่ตาม
แสงอาทิตย์ด้วยเช่นกัน
ไม่มีการท่องจำ อาศัยเพียงแต่ความเข้าใจ และ
จ้องมองไปยังดวงตะวัน เวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า
ซึ่งเขาก็รู้สึกว่าดวงตะวันก็จับจ้องมาที่เขา
เช่นเดียวกัน
“บางทีด้วยการจ้องมองไปเรื่อยๆเช่นนี้ มันอาจจะ
สามารถทำให้ข้าเข้าใจเกี่ยวกับเต๋าของตนเองได้
อย่างถ่องแท้ ” นี่ก็คือความสามารถในการเข้าใจ
อันโดดเด่นของเขา บางครั้งเกิดแสงไฟกระพริบขึ้น
เป็นแสงนำทาง มันจึงทำให้เขารู้ว่าจะต้องไปทาง
ใดต่อ ซึ่งมันจะทำให้การทะลวงขั้นง่ายดายยิ่งขึ้น
เมื่อ หมิงซวง มองเห็นว่าเขากำลังใช้วิธีนี้อยู่ ในใจ
ก็จึงสึกชื่นชม พร้อมกล่าวกับตัวเองว่า “เจ้าเด็กนี่
ฉลาดจริงๆ ทำไมข้าในตอนแรกข้าถึงคิดวิธีนี้ไม่
ออกนะ?”
“อ้า ทำไมเจ้าหนูนี่ทำให้ข้าอับอายเสียจริง ทั้งๆที่
แต่เดิมข้าก็มีพวกมันทั้งสิ้น แต่มันกลับได้ดีกว่าข้า
ทั้งนั้น หรือฉีเทียนต้าเซิ่งจะไม่ชอบอิสสตรีเช่นนั้น
หรือ! โชคทั้งหลายล้วนแล้วแต่มอบให้กับ อู่ อวี้
หมด! หากว่าท่านย่ากลายเป็นบุรุษเพศก็คงจะดี! ”
หมิงซวง เริ่มครุ่นคิดเพ้อเจ้ออีกครั้ง
หลังจากที่นึกไปถึงนางสนมทั้งหลาย น้ำลายของ
นางก็เริ่มไหลออกมา
เมื่อเวลาผ่านไป ดวงตาของ อู่ อวี้ ที่จับจ้องไปยัง
ดวงตาวัน ยิ่งมายิ่งคล้ายคลึงกับดวงตะวันมากขึ้น
เรื่อยๆ และดวงตะวันที่อยู่ภายในดวงตาของเขา ดู
เหมือนว่าจะปรากฎเขตแดนที่ไร้จุดสิ้นสุดอยู่ ซึ่ง
ภายในนั้นคือโลกที่เต็มไปด้วยเปลวเพลิงอัน
ร้อนแรง
นอกจากนี้ยังเห็นเป็นฝุั่นผงเล็กๆที่มองไม่เห็นด้วย
ตากระพรืออยู่มากมาย ซึ่งมันคือการเผาไหม้จาก
เปลวเพลิง!
เขาไม่ได้ท่องจำคาถาของเขตแดนเนตรสีทอง
แม้แต่ครึ่งคำ แต่ว่ายามนี้พลันปรากฎขึ้นมาในใจ
แสงตะวันจำนวนมหาศาลถูกรวบรวมอยู่ภายใน
ดวงตาของเขา ในช่วงระหว่างที่เขากำลังทำการ
ดูดซับเปลวเพลิงที่แท้จริงของดวงตะวัน สิ่งที่ไม่น่า
เชื่อคือ พลังงานที่มากมายเช่นนี้ มันถูกดูดเข้าไป
ภายในดวงตาของเขา แต่ลูกตาของเขากลับไม่ได้
ระเบิดออก
ยามราตรีจะเห็นเป็นว่าดวงตาทั้งคู่ของเขาได้ส่อง
แสงสว่างราวกับดวงตะวันเฉิดฉาย เขาจึงจำเป็น
จะต้องเข้าไปอยู่ภายในเจดีย์ล่องกำเนิด มิฉะนั้น
ภายในรัศมี 1000 ลี้ จะกลายเป็นดั่งเฉกเช่นตอน
กลางวัน
เมื่อเขตแดนเนตรทองคำค่อยๆก่อตัวขึ้น องค์หญิง
โย่วเสี่ย ก็ได้มารอคอยเขาอยู่ที่ ‘นครเซียนเหมันต์
อุดร’ แล้ว ซึ่งยามนี้เขากำลังเดินทางอย่างไม่รีบ
ร้อน และยิ่งเข้าไปใกล้มากเท่าใด เขาก็ยิ่งรับรู้
สัมผัสถึงองค์หญิงโย่วเสี่ยได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
จนกระทั่งวันหนึ่ง เมื่อเงยหน้ามองขึ้นไป ดินแดน
โบราณเหยียนหวง ก็อยู่เบื้องหน้าสายตาของเขา
แล้ว
——————————–
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ