กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 681: เจานครเซียนเหมันตอุดร
อาณาเขตของจักรวรรดิเปั่ยหมิง มีจัดตั้งค่ายกลกั้น
เขตแดนเอาไว้รอบๆ
ค่ายกลประเภทกั้นเขตแดน เป็นค่ายกลปั้องกัน
ของพรรคนิกายต่างๆตั้งแต่สมัยอดีตกาล มัน
สามารถปกปั้อง หรือแม้กระทั่งโจมตีสวนกลับได้
ขัดขวางไม่ให้บุคคลภายนอกรุกล้ำเข้ามาภายใน
อาณาเขตของจักรวรรดิเปั่ยหมิง
อาณาจักรเซียนทุกอาณาจักรล้วนแต่มีค่ายกลกั้น
เขตแดน ถึงแม้ว่าค่ายกลกั้นเขตแดนจะมีขนาด
ใหญ่ ปิดกั้นอาณาเขตทั้งบนฟั้าและใต้ดินทั้งหมด
แต่เนื่องจากว่ามันถูกส่งต่อกันมาเป็นระยะเวลาที่
ยาวนาน รุ่นต่อๆมาก็ได้เสริมความแข็งแกร่งให้มัน
มั่นคงมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม อาจกล่าวได้ว่ามันแน่น
หนาขึ้นเรื่อยๆตามยุคสมัย ไม่ต้องกล่าวถึงขั้นก่อ
ร่างกำเนิดจิตเทวะ แม้แต่ระดับสามภัยพิบัติค้นหา
เต๋า ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะใช้พละกำลังบีบบังคับฝั่า
ทะลวงค่ายกลเพื่อเข้าสู้อาณาจักรอื่นๆได้
ไม่เพียงแต่จะต้องมีความแข็งแกร่งที่สุดยอดอย่าง
เดียวเท่านั้น ยังต้องใช้วิธีการบางอย่างเพื่อที่จะ
ทำลายค่ายกล หากว่าใช้กำลังฝั่าเข้าไป โดยปกติ
แล้วมันทำให้เกิดสัญญาณและดึงดูดความสนใจ
ของยอดฝีมือแห่งจักรวรรดิเปั่ยหมิงในทันที
อย่างไรก็ตาม ‘เมฆาตลบฟั้า’ ขั้นที่ 2 ของ อู่ อวี้
มีความสามารถในการทะลุผ่านค่ายกลโดยที่ไม่
เกิดผลกระทบอันใด แต่มันจำเป็นที่จะต้องใช้
ทักษะขั้นสูงเสียหน่อย เนื่องจากว่าค่ายกลเขตแดน
มีความหนาอย่างมาก อาจจะมากถึงหลายร้อยลี้
เลยทีเดียว หากว่าขี่เมฆาตลบฟั้าข้ามมิติเข้าไป
แล้วไปติดอยู่ระหว่างอาณาเขตค่ายกล เกรงว่าคง
จะได้ตายอย่างน่าละอายแล้ว
จะสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้
แน่นอนว่าอาณาจักรเซียนแต่ละแห่ง ไม่สามารถ
ปิดผนึกอาณาจักรตนเองเอาไว้ได้ เช่นนั้นตรงช่วง
เขตชายแดนจึงมีหัวเมืองใหญ่ตั้งอยู่เป็นจำนวน
มาก หากต้องการผ่านเข้าอาณาจักรก็สามารถเข้า
ผ่านหัวเมืองต่างๆเหล่านี้ได้
หัวเมืองใหญ่ทุกแห่งจึงมีหน้าที่เป็นประตูภายในตัว
‘อาณาจักรเซียนเหมันต์อุดร’ ก็เป็นเมืองที่เป็น
ประตูสู่จักรวรรดิเปั่ยหมิ่ง ซึ่งเป็นหัวเมืองสำคัญ
ทางทิศเหนือ ปั้องกันปีศาจที่มาจากพื้นที่สมุทร
ทางเหนือ จะเห็นได้ชัดว่าที่นี่ได้รวบรวมยอดฝีมือ
จากจักรวรรดิเปั่ยหมิงเอาไว้เป็นจำนวนมาก
ในยุคนี้ ยากที่จะเกิดการต่อสู้สงครามของเหล่า
เซียนเต๋า เว้นเสียแต่จะมียอดฝีมือระดับสูงจับจ้อง
สมบัติที่อยู่ภายในนั้น
สำหรับ อาณาจักรเซียนเหมันต์อุดร แล้ว ค่ายกล
เขตแดนจึงค่อนข้างมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง
อู่ อวี้ อยู่ภายในเขตแดนสมุทรที่ทั้งมืดหม่นและ
หนาวเหน็บ มองออกไปยังพื้นดินที่อยู่ไกลสุดกู่
แม้ว่าจะดูไม่ออกว่ามันโหญ่โตกว่าทวีปแห่งทวย
เทพตงเสิ้งมากน้อยเพียงไหน แต่ความรู้สึกแรกเมื่อ
ได้เห็น คือความรู้สึกตกใจ นี่มันกว้างใหญ่กว่าทวีป
แห่งทวยเทพตงเสิ้งเกินไปแล้ววว!!!
มันเป็นเหมือนกับอสูรกายขนาดมหึมา ล่องลอยอยู่
บนมหาสมุทรแห่งนี้ ส่วน อู่ อวี้ ก็เป็นเหมืองกับฝุั่น
ละอองเมื่ออยู่ต่อหน้าอสูรกายยักษ์
ดินแดนโบราณเหยียนหวงเป็นสถานที่ที่ยิ่งใหญ่
งดงาม และกว้างใหญ่ไพศาล! อู่ อวี้ ไม่อาจจะหา
คำพูดไหนมาบรรยายความรู้สึกที่เขามีต่อดินแดน
โบราณเหยียนหวงในตอนนี้ได้เลย อย่างไรก็ตาม
อารมณ์ในใจของเขาพลันพลุ่งพล่าน เพราะนี่คือ
สถานที่ที่สามารถเติมเต็มตัวเขาได้
มันกว้างใหญ่และตระการตาเป็นอย่างยิ่ง
แน่นอนว่าสิ่งที่เขาเห็นเป็นเพียงแค่ส่วนเล็กๆส่วน
หนึ่งของดินแดนโบราณเหยียนหวงเท่านั้น และใน
ส่วนเล็กๆส่วนนี้ ‘อาณาจักรเซียนเหมันต์อุดร’ ก็
เปรียบเหมือนกับเป็นอัญมณีที่ส่องประกายอยู่
ท่ามกลางความมืดมิด
หากมองไปยังจักรวรรดิเปั่ยหมิงด้วยตาเปล่า จะ
เห็นว่าที่แห่งนี้ถูกปกคลุมด้วยความมืดมิดและ
หนาวเหน็บ แต่อาณาจักรเซียนเหมันต์อุดรกลับ
ส่องประกายหลากสี ราวกับเป็นอัญมณีหลากสี
คอยส่องสว่างอยู่ท่ามกลางความมืด ทว่ามองไป
ด้วยเนตรเพลิง จะเห็นได้ว่านี่ไม่ใช่อัญมณี แต่เป็น
เมืองเมืองหนึ่ง
อย่างไรก็ตามมันก็ยิ่งใหญ่และกว้างใหญ่ไพศาล
มากกว่านครจักรพรรดิเพลิง และเมื่อมองไป
ภายในตัวเมืองจะสามารถรับรู้ได้ถึงค่ายกลหลาย
พันหลายหมื่น มันถูกวาดเอาไว้อยู่บนก้อนหินทุก
ก้อน ซึ่งทั้งหมดพลันส่องแสงออกมา กำแพงเต็ม
ไปด้วยสีสันสดใส ดูไปแล้วมันช่างสวยงามยิ่ง แต่
ความจริงมันแฝงเอาไว้ด้วยพลังสังหารที่อยู่เหนือ
จินตนาการ
เมืองนี้ทำให้ อู่ อวี้ รับรู้ถึงความเจริญรุ่งเรืองของ
จักรวรรดิเปั่ยหมิง เมื่อดูจากเมืองนี้ก็สามารถ
พิสูจน์ได้เลยว่าอาณาจักรโบราณเหยียนหวง
จะต้องเจริญรุ่งเรืองยิ่งกว่านี้อย่างแน่นอน
แน่นอนว่าอาณาจักรโบราณเหยียนหวงเป็น
สถานที่ที่ อู่ อวี้ ใฝั่ฝัน เพียงแต่ว่าเขายังไม่รู้ว่าควร
จะไปที่แห่งนั้นดีหรือไม่
เขาบินทะยานไปยังอาณาจักรเซียนเหมันต์อุดร แม้
จะดูเหมือนว่าอาณาจักรเซียนเหมันต์อุดรตั้งอยู่
เบื้องหน้า แต่จริงๆแล้วมันกลับยังอยู่อีกไกล เป็น
ระยะทางที่เหมือนกับวิ่งขึ้นภูเขาจนม้าหอบตาย
โชคดีที่เมฆาตลบฟั้ามีความเร็วเหลือเฟือ
อู่ อวี้ อดทนรอไม่ไหว ต้องการที่จะไปเหยียบย่าง
บนดินแดนโบราณเหยียนหวงให้เร็วๆ
เขารู้สึกเสมอมาว่า ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง เป็น
สถานที่ที่ไม่อาจจะช่วยให้เขากลายเป็นเซียนอมตะ
ได้ และดินแดนโบราณเหยียนหวง ได้ให้กำเนิด
เซียนอมตะออกมาจำนวนมาก สถานที่แห่งนี้จะ
ย่อมสามารถเป็นสถานที่ในฝันของเขา!
ก็มีเพียงแต่ที่นี่เท่านั้น เขาจึงจะทำให้ตนเอง
สามารถครอบครองสถานะในระดับเดียวกับลั่วผิน
และกลายเป็นสหายเต๋าเคียงคู่กันได้ในที่สุด
แม้ว่าส่วนหนึ่งเขาจะมาที่นี่ก็เพราะลั่วผิน แต่ว่า
ในตอนนี้ อู่ อวี้ กำลังได้รับการต้อนรับจาก องค์
หญิงโย่วเสี่ย ที่เต็มไปด้วยความงดงามอยู่หน้า
ประตูเมือง
กำแพงเมืองของอาณาจักรเซียนเหมันต์อุดร ไม่ใช่
กำแพงดั้งเดิมเช่นอาณาจักรเซียนทั่วๆไป แต่มัน
ถูกฝังเอาไว้โดยก้อนหินทรงกลมหลากสีจำนวนนับ
ไม่ถ้วนก่อเป็นค่ายกล ก้อนหินทรงกลมเหล่านี้ได้
แปรเปลี่ยนกลายเป็นก้อนเมฆหลากสีที่ก่อตัวเป็น
วังวนขัดขวาง อู่ อวี้ เอาไว้ มีเพียงแต่จะต้องผ่าน
สถานที่แห่งนี้เท่านั้นจึงจะสามารถเข้าไปภายใน
จักรวรรดิเปั่ยหมิงได้ ก้อนหินทรงกลมหลากสีที่อยู่
รอบๆ ดูเหมือนว่าจะโปร่งแสง แต่ในความเป็นจริง
มันเป็นอาณาเขตของค่ายกลกั้นเขตแดน หากพุ่ง
ผ่านเข้าไป ร่างกายจะแหลกสลายจนกระดูกก็ยัง
ไม่มีเหลือ
องค์หญิงโย่วเสี่ย อยู่ด้านหลังประตูเมืองที่เต็มไป
ด้วยก้อนหินทรงกลมหลากสีนี้ เมื่อ อู่ อวี้ ค่อยคืบ
คลานเข้าไปใกล้วังวนหลากสีนี้ ตรงจุดศูนย์กลาง
ของวังวน ได้ปรากฏช่องทางขึ้นมา 1 เส้น ความ
กว้างของช่องนี้ก็มีเพียงแค่ไม่กี่จั้ง แต่ก็เพียง
พอที่จะให้ อู่ อวี้ เท่านั้นที่จะเข้าไปได้
หากว่าไม่ได้เป็นเพราะองค์หญิงโย่วเสี่ย อู่ อวี้ ก็คง
ไม่อาจจะหาวิธีที่จะเข้าไปข้างในได้
เขาอาศัยช่วงเวลานี้ เร่งขี่เมฆาตลบฟั้า ทะยานเข้า
ไปภายในช่องว่างที่อยู่ตำแหน่งใจกลางค่ายกล
หลังจากเดินทางเข้าไปไม่กี่ลี้ก็ได้เข้ามาสู่อาณาจักร
เซียนเหมันต์อุดรแห่งจักรวรรดิเปั่ยหมิงแล้ว
ทางที่เขาผ่านมานั้น เป็นทางยาวคล้ายคลึงกับ
สะพานสีเขียว หลังจากที่เขารอดผ่านเข้ามาแล้ว
มันก็ค่อยๆสมานตัวเป็นดังเดิม ยามเมื่อ อู่ อวี้ เงย
หน้าขึ้นมองไปยังเบื้องหน้า พลันปรากฎคนยืนอยู่
หลายสิบคน องค์หญิงโย่วเสี่ย ก็เป็นหนึ่งในนั้น
ในที่สุดพวกเขาก็ได้พบกันอีกครั้ง
ท่ามกลางฝูงชน อู่ อวี้ สัมผัสได้ถึง ความตื่นเต้น ดี
ใจของ องค์หญิงโย่วเสี่ย ที่มองมายังตัวเขา
ที่ด้านหลังของคนอีกหลายสิบ ยังมีกำแพงปรากฎ
กั้นขวางอีกหลายชั้น หากผ่านกำแพงเหล่านี้ไปได้
จึงจะสามารถเข้าสู่อาณาจักรเซียนเหมันต์อุดรได้
จริงๆ
คนเหล่านี้มาเพื่อที่ต้อนรับ อู่ อวี้ แต่ อู่ อวี้ รู้สึกไม่
ค่อยดีนัก เนื่องจากคนเหล่านี้แข็งแกร่งมากเกินไป
พวกมันไม่ได้เป็นผู้ฝึกตนผู้เยาว์ ซึ่งแต่ละคนน่าจะ
ฝึกตนมาแล้วไม่ต่ำกว่า 100 ปี แม้ว่าคนกลุ่มนี้จะ
มีเพียงไม่กี่สิบคน อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบกับครั้งที่
แล้วที่เผชิญหน้ากับกองทัพมังกรเพลิงบนทวีปแห่ง
ทวยเทพตงเสิ้งในครั้งที่แล้ว ดูเหมือนว่าแทบจะมี
ความแข็งแกร่งไม่ต่างกัน
เห็นได้ชัดว่าคนเหล่านี้เป็นคนที่คอยปกปั้อง
อาณาจักรเซียนเหมันต์อุดรแห่งนี้เอาไว้ เป็นผู้ฝึก
ตนระดับหัวกระทิของจักรวรรดิเปั่ยหมิง!
ในกลุ่มนี้ผู้อาวุโสอยู่ไม่น้อย คาดว่าอีกไม่กี่สิบปี
หลังจากนี้พวกมันก็ย่อมสิ้นอายุขัย แต่ก็ต้อง
ยอมรับว่า พวกมันล้วนเป็นคนที่มากไปด้วย
ประสบการณ์ ครอบครองพลังสังหารที่น่า
หวาดกลัว อู่ อวี้ คาดว่าบางคนในหมู่พวกมัน
น่าจะไม่ได้อยู่ในขั้นก่อร่างกำเนิดจิตเทวะอีกต่อไป
พวกมันน่าจะอยู่ในระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋า ซึ่ง
อาจเอื้อมสู่เซียนอมตะ!
ดูเหมือนว่าสถานะของ องค์หญิงโย่วเสี่ยภายใน
จักรวรรดิเปั่ยหมิงจะค่อนข้างสูงล้ำยิ่ง หาก อู่ อวี้
สังหารผู้อื่น ด้วยการช่วยเหลือจากนาง เกรงว่าคง
จะไม่มีผลอะไรเลยด้วยซ้ำ เมื่อเห็นยอดฝีมือ
มากมายเช่นนี้ล้อมรอบ องค์หญิงโย่วเสี่ย เอาไว้ใจ
กลาง ยิ่งทำให้รู้ว่าตนเองได้ทำเรื่องที่บ้าบิ่นอย่าง
มากยามที่อยู่บนเวทีเซียนเหลียว
อย่างไรก็ตามที่ด้านข้างของ องค์หญิงโย่วเสี่ย มี
สตรีคนหนึ่งที่ดึงดูดความสนใจของ อู่ อวี้ เป็น
อย่างยิ่ง เพราะว่ากระทั่ง องค์หญิงโย่วเสี่ย ยังต้อง
ยืนอยู่ด้านหลังนาง คนผู้นี้ให้ความรู้สึกน่าหวาด
ผวาอย่างยิ่ง ซึ่งความรู้สึกนี้ไม่ต่างจากชายชราผู้
เปียมไปด้วยฝีมือของกองทัพมังกรเพลิงแม้แต่น้อย
คนผู้นี้ควรจะฝึกตนมาไม่ต่ำกว่า 200-300 ปี
สำหรับตัวนางเองแล้ว ซึ่งจัดว่าอยู่ในวัยกลางคน
แต่ไม่ว่าจะมองเช่นไรนางก็ยังเหมือนกับสาวแรก
แย้มเท่านั้น ถึงกระนั้นนางก็ยังเปียมไปด้วย
ลักษณะของผู้ใหญ่ ซึ่งคล้ายคลึงกับ องค์หญิงโย่ว
เสี่ย ยิ่งนัก เพียงแต่ว่านางดูมีเสน่ห์ ภูมิฐาน และดู
ยิ่งใหญ่กว่า
ลักษณะภายนอกของนางช่างยอดเยี่ยม ความจริง
หากฝึกตนจนถึงระดับนี้แล้ว รูปร่างลักษณะต่างๆ
ล้วนไม่ได้เป็นเรื่องสลักสำคัญ ยิ่งอยู่ในขอบเขตที่
สูงส่ง ร่างกายของแต่ละคนสามารถเปลี่ยนแปลง
ให้โดดเด่นอยู่เหนือฝูงชนทั้งหลายได้ รูปร่างที่
ปรากฏมันก็เป็นเพียงแค่ด้านหนึ่งด้านเดียวเท่านั้น
ความแข็งแกร่งและสถานะต่างหากที่จะนำมาซึ่ง
บรรยากาศที่แตกต่าง ตัวอย่างเช่นสตรีผู้นี้ นางมี
เสน่ห์มากเสียยิ่งกว่าองค์หญิงโย่วเสี่ย เป็นสตรีที่ดู
สวยงามที่สุดในบรรดาสตรีทั้งหมดที่ อู่ อวี้ เคยพบ
เจอมาก่อน
ในไม่ช้า อู่ อวี้ ก็รู้ว่านางนั้นคือผู้ใด เนื่องจากเขา
สามารถรับรู้ถึงความคิดทั้งหมดของ องค์หญิงโย่ว
เสี่ย ได้
คนผู้นี้เป็นเจ้านครของ ‘อาณาจักรเซียนเหมันต์
อุดร’ คนที่อยู่ที่นี่ต่างเรียกขานนางด้วยความ
เคารพว่า ‘เจ้านครหยวน’ ซึ่งนางมีนามว่า โย่วห
ยวน
และนางยังมีสถานะอื่นพ่วงอยู่ด้วย ซึ่งนางก็คือ
น้องสาวในสายเลือดของจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิ
เปั่ยหมิงในตอนนี้ จึงมีศักดิ์เป็นอาของ องค์หญิง
โย่วเสี่ย
นางหวงแหนและทะนุถนอม โย่วเสี่ย มาก ทั้งยังมี
ความสัมพันธ์ที่สนิทสนมกับ โย่วเสี่ย เป็นอย่างดี
องค์หญิงโย่วเสี่ย มักจะมาที่อาณาจักรเซียน
เหมันต์อุดรเพื่อที่จะมาพักผ่อนและฝึกฝน ซึ่งนาง
ได้ใช้เวลาในวัยเด็กส่วนใหญ่ในสถานที่แห่งนี้
นางจึงสามารถทำให้ อู่ อวี้ เข้ามาภายในจักรวรรดิ
เปั่ยหมิงจากนครแห่งนี้ได้
เจ้านครโย่วหยวน ฉายาภายในจักรวรรดิเปั่ยหมิง
ว่า ‘เทพธิดาเหมันต์อุดร’ ยามที่นางอยู่ในวัยเยาว์
เป็นคนที่มีความสามารถโดดเด่นเหนือผู้อื่น ตอนนี้
นางเป็นหนึ่งในกองกำลังหลักของจักรวรรดิเปั่ย
หมิง คอยปกปักษ์รักษาเมืองนี้เอาไว้
ตัวตนที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้กลับออกมาต้อนรับ อู่ อวี้
แน่นอนจะต้องเป็นเพราะ องค์หญิงโย่วเสี่ย
“อู่ อวี้ ทางนี้” หลังจากที่ อู่ อวี้ ปรากฏตัวออกมา
องค์หญิงโย่วเสี่ย ก็รีบกวักมือเรียก อู่ อวี้ ก่อนหน้า
นี้เขาเคยได้กล่าวกับนางเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ว่า
เขามีตัวตนอยู่ในสถานะสฟายของนางก่อนที่จะ
มายังจักรวรรดิเปั่ยหมิง องค์หญิงโย่วเสี่ย น่าจะได้
เกริ่นนำกับคนอื่นๆเอาไว้แล้ว กล่าวว่าพวกเขา
คอยช่วยเหลือกันและกันในตอนที่อยู่บน เส้นทาง
เซียนบรรพกาล จนมีความสัมพันธ์ที่ลึกล้ำ ดังนั้น
อู่ อวี้ จึงมาเยี่ยมเยียนนาง
ดังนั้นเมื่ออยู่ต่อหน้าทุกคน อู่ อวี้ ก็มีสถานะเป็น
เหมือนกับ ‘นายทหารคนสนิท’ ขององค์หญิงโย่ว
เสี่ย ซึ่งไม่สามารถทำตัวสูงล้ำไปกว่านางได้
มิฉะนั้นอาจจะทำให้คนอื่นๆสงสัย
แต่นางจะต้องคุ้มครอง อู่ อวี้ อย่างดี เนื่องจากนาง
เข้าใจดีว่า วงเวทพันธะโลหิตควบคุมวิญญาณ
ยังคงมีผลอยู่
อู่ อวี้ อยู่ในอารมณ์ที่มั่นคง พร้อมกับใช้ความกล้า
ก้าวเดินไปยังเหล่ายอดฝีมือเบื้องหน้า ก่อนอื่นเขา
เดินเข้าไปคำนับ องค์หญิงโย่วเสี่ย จากนั้นก็กล่าว
กับ เจ้านครโย่วหยวน ที่อยู่ท่ามกลางกลุ่มคนว่า
“ข้าน้อย อู่ อวี้ น้อมคาราวะท่านเจ้านครหยวน”
เขาโค้งคำนับเล็กน้อย แต่เขาก็รู้ว่า สายตาของ
โย่วหยวน กำลังตรวจสอบร่างกายของเขาอยู่ ซึ่ง
นางได้มองลึกลงไป ราวกับว่าต้องการที่จะควาญ
หาความลับทั้งหมดของ อู่ อวี้
“ข้าเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของเจ้ามาบ้าง ช่าง
น่าแปลกยิ่งนักที่ชื่อของเจ้าเริ่มเป็นที่รู้จักในยามนี้
ประมาณ 2 วันก่อน และยามนั้น เสี่ยเอ๋อ ก็ได้มา
บอกกับข้าพอดีว่าเจ้าต้องการที่จะมายังจักรวรรดิ
เปั่ยหมิง เจ้าคงได้นัดหมายกับนางเอาไว้แล้ว ใช่
หรือไม่?” เจ้านครหยวนกล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่
ดูไม่ออกว่านางชอบหรือไม่ชอบในตัว อู่ อวี้
อู่ อวี้ ที่กำลังจะตอบกลับไป แต่ องค์หญิงโย่วเสี่ย
ก็ได้รีบเอ่ยออกมาก่อนว่า “ท่านอา อย่าข่มขู่เขา
เลย ตอนนี้เขาไม่มีที่ไป จึงได้มาหาข้า ข้าน่าจะ
บอกท่านให้เร็วกว่านี้ ท่านอย่าได้ทำให้เขารู้สึก
ลำบากใจเลย”
ลักษณะท่าทางออดอ้อนนับว่าเป็นอาวุธอย่างหนึ่ง
ของเหล่าสตรีโดยแท้จริง
——————————–
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ