กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 682: สะกดรอยตาม
หากเป็นผู้มีสติปัญญามองเพียงปราดเดียวก็รู้ว่า
องค์หญิงโย่วเสี่ย กำลังปกปั้อง อู่ อวี้ อย่างสุดชีวิต
อาณาเขตสมุทรอุดรคือ ประตูเข้าสู่อาณาจักร ผู้ที่
อยากเข้ามาจะต้องได้รับอนุญาตการยินยอมจาก
เจ้านครเซียนเหมันต์ เพื่อเปิดทางให้ อู่ อวี้ เข้ามา
ได้
หากไม่ใช่เพราะ องค์หญิงโย่วเสี่ย ออกหน้า
ช่วยเหลือด้วยตนเอง พยายามเร้าหรืออ้อนวอน
ท่านอาของนาง เจ้านครเซียนเหมันต์โย่วหยวน
เพื่อให้ อู่ อวี้ ได้เข้ามา เกรงว่า อู่ อวี้ ย่อมไม่มี
โอกาสแม้จะได้เหยียบย่าง
อู่ อวี้ เพิ่งมีชื่อเสียงโด่งดังเมื่อไม่นานมานี้ ข่าวลือ
หนาหูพูดกันปากต่อปากว่าเขาสามารถเก็บเกี่ยว
ผลประโยชน์ยิ่งใหญ่ ใน เส้นทางเซียนบรรพกาล
ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายใน ทวีปแห่ง
ทวยตงเสิ้ง เมื่อไม่นานมานี้ หรือเรื่องที่เขา
พยายามกระจายข่าว ด้วยชื่อเสียงอันน่าประทับใจ
จึงทำให้การปรากฏตัวของเขาเป็นที่สนอกสนใจ
ของบรรดาผู้ฝึกตนระดับอาวุโส ,บุคคลสำคัญ ,
ขุนนางน้อยใหญ่ ไม่น้อยทีเดียว
ถึงจะกล่าวเช่นนั้น ทั้งหมดทั้งมวลเป็นเพราะว่า
นับตั้งแต่พวกมันมีลมหายใจมานานหลายร้อยปี
พานพบประสบการณ์แลเห็นสิ่งต่าง ๆ มามากมาย
ทว่าพวกมันก็ยังไม่เคยพานพบเห็นผู้ใด มีความ
แข็งแกร่ง ทั้งยังพลังฝีมือก้าวหน้ารวดเร็วเช่นดัง อู่
อวี้ มาก่อน โดยเฉพาะพื้นฐานฝึกตนของเขาซึ่งอยู่
ในระดับตำหนักม่วงทะเลมรกตเพียงเท่านั้น ด้วย
เหตุนี้พวกมันจึงไม่อยากจะเชื่อว่าผู้มีระดับพลัง
เพียงแค่ ตำหนักม่วงทะเลมรกต จะมีชื่อเสียงเลื่อง
ลือถึงเพียงนี้ได้อย่างไร? นอกจากนี้ยังมีพลังฝีมือ
เหนือกว่ายอดอัจฉริยะมากมายที่อยู่ในระดับ ก่อ
ร่างกำเนิดจิตเทวะ ได้อย่างไรกัน?
ในเวลานี้ เจ้านครเหมันต์โย่วหยวน เฝั้ามองดู อู่
อวี้ อย่างเงียบ ๆ ผ่านไปครู่หนึ่ง หลังจากนั้นนางก็
แอบกระซิบคุยกับ องค์หญิงโย่วเสี่ย ” เสี่ยเอ๋อ ข้า
มักจะคอยปกปั้องเจ้าก็จริง แต่เรื่องนี้เห็นที… ข้า
คงต้องซักถามเสียหน่อย ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้า
กับ อู่ อวี้ มันเป็นเช่นไรกันแน่ ? ”
องค์หญิงโย่วเสี่ย รีบตอบ ” ท่านอา ถ้าเป็นเรื่องนี้
ท่านอย่าได้กังวลไป ตอนที่อยู่ใน เส้นทางเซียน
บรรพกาล เขาช่วยหลานเอาไว้หลายต่อหลายครั้ง
ด้วยเหตุนี้ความสัมพันธ์ระหว่างเราจึงค่อนข้างดี
อีกอย่างเขาถือกำเนิดจากทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง
ที่นั่นท่านอาก็รู้ว่ามันแห้งแล้งทุรกันดารมาก
เพียงใด ทว่าเขากลับประสบความสำเร็จมีพลัง
ฝีมือแกร่งกล้าได้ถึงเพียงนี้ ส่วนเหตุผลที่เขามาหา
เรา เป็นเพราะเขาคุ้นเคยกับหลาน อีกอย่างเขา
ต้องเข้ามาใน ดินแดนโบราณหยวนหวง เพื่อ
แสวงหาความสำเร็จกลายเป็นเซียนอมตะ ”
” อาณาจักรโบราณหยวนหวง ช่างกว้างใหญ่ยิ่ง
นัก ทำไมเขาจึงไม่ไปที่นั่น? ” โยว่หยวน กล่าว
” ท่านอา… หลานบอกท่านแล้ว เขามีเรื่อง
บาดหมางกับคนของ อาณาจักรโบราณหยวนหวง
เนื่องจากว่าความตายของ โอรสเล่อ มีความ
เกี่ยวข้องกับเขา ด้วยเหตุนี้เขาถึงยังไม่กล้าเหยียบ
เข้าไปใน อาณาจักรโบราณหยวนหวง ”
องค์หญิงโย่วเสี่ย กล่าวขึ้นด้วยความกังวล
บางส่วน
โย่วหยวน ฟังอย่างเงียบ ๆ ไม่ได้ตอบโต้อันใด
ทว่าระหว่างนั้นนางก็คอยสังเกตชำเลืองมอง อู่ อวี้
เป็นระยะระยะ หลังจากนั้นนางก็กล่าวขึ้นว่า ” ฟัง
จากที่เจ้าพูด ดูเหมือนว่า อู่ อวี้ จะมีกายเนื้อที่ยอด
เยี่ยมมาก เขาถึงสามารถครอบครอง ศาสตราวิถี
แท้สุดยอดวิญญาณ ได้ อีกทั้งยังสามารถต่อสู้กับ
คนที่มีพื้นฐานฝึกตนเหนือกว่าตนเองหลายขั้น ซึ่ง
ในประวัติการไม่เคยมีมาก่อน ชายผู้นี้มีสมบัติหาได้
ยากยิ่งอยู่ในร่างกาย ซึ่งอาจจะมีประโยชน์กับข้า
อย่างใหญ่หลวง ในความคิดของข้าภายในร่างของ
เขาจะต้องมีความลับสุดยอดบางอย่างซ่อนอยู่ เจ้า
ลองคิดดูสิถ้าสามารถไขปริศนาความลับของมันได้
แล้วเจ้าได้สิ่งที่ชายผู้นี้มี อย่างน้อย ๆ คนรุ่นราว
คราวเดียวกับเจ้า จะไม่มีผู้ใดเทียบเจ้าได้อย่าง
แน่นอน นอกจากนี้ในอนาคต ยังมีโอกาสเป็นไปได้
ที่จะบรรลุเข้าสู่เส้นทางแห่งเซียน! ”
แม้นางจะทำเป็นมองแค่เพียงผ่าน ๆ แต่ก็ยังไม่ลืม
สังเกตเก็บรายละเอียดต่าง ๆ แต่นางก็ไม่พบสิ่งใด
ซึ่งจากประสบการณ์ของนางแล้ว เด็กหนุ่มผู้นี้ไม่
ธรรมดาเลยจริง ๆ
ขณะที่กำลังคิดอยู่นั้นนางก็จับถุงจักรวาลของ
ตนเอง ด้วยความอยากรู้ถึงที่มาของกายเนื้ออัน
แข็งแกร่ง จากเด็กหนุ่มผู้นี้
” ท่านอา! หลานบอกแล้วว่าเขาเป็นสหายที่ดีของ
ข้า ข้าสัญญาว่าจะปกปั้องเขาอย่างดีที่สุด หลาน
เป็นถึง องค์หญิงโย่วเสี่ย แห่งจักรวรรดิเปั่ยหมิง
จะให้ข้าเป็นคนสับปรับกลับคำทำร้ายสหายได้
อย่างไร การที่เขาเป็นสหายของข้า หากภายภาค
หน้าเขาแข็งแกร่งขึ้นมา เขาก็ยังสามารถช่วยเหลือ
ข้าได้ ” องค์หญิงโย่วเสี่ย หน้าแดงก่ำพยายามงัด
เหตุผลขึ้นมาโต้เถียง
ในความเป็นจริงระหว่างคนทั้งสองพูดคุยกันอยู่นั้น
อู่ อวี้ ได้ยินทุกถ้อยคำอย่างชัดเจน อีกทั้งยังรู้ด้วย
ว่า องค์หญิงโย่วเสี่ย กำลังคิดอะไรอยู่ ไม่ว่านางจะ
พยายามฝืนหรือปิดบังอย่างไร ก็ไม่สามารถหลีก
หนีการรับรู้ อู่ อวี้ ได้
เป็นคราแรกที่เขาได้พานพบว่านางได้พยายามดิ้น
รนเพื่อตนเช่นนี้ อู่ อวี้ จึงแอบสงสัยเกี่ยวกับ วง
เวทพันธะโลหิตควบคุมวิญญาณ ว่าถ้ามันหายไป
องค์หญิงโย่วเสี่ย จะเป็นห่วงเป็นใยเขาเช่นนี้อยู่
หรือไม่
โย่วเสี่ย กระสับกระส่ายกังวลใจอย่างที่สุด จาก
ท่าทีคำพูดดูเหมือนว่า โย่วหยวน จะเข้าใจทุก
อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น นางจ้องมองหลานสาวพร้อม
กับพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นว่า ” เสี่ยเอ๋อ…อย่าได้
กังวล ข้าไม่ได้ต้องการให้เจ้ากลายเป็นคนใจร้ายไร้
มนุษยธรรม อันที่จริงข้าเข้าใจความคิดของเจ้า
ตอนนี้เป็นอย่างดี สิ่งที่ข้าพูดมาทั้งหมด ข้าอยาก
ให้เจ้าทบทวนทุกอย่างให้รอบคอบ เพราะข้าเอง
คงปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปไม่ได้ เจ้าอย่าได้หุนหันพลัน
แล่นไปเชียว อาอยากจะเตือนหลานเอาไว้สักอย่าง
ไม่ว่าเจ้าจะรักเขามากเพียงใด ข้าอยากให้เจ้าตรึก
ตรองพิจารณามากกว่านี้ เจ้าจะแน่ใจได้อย่างไรว่า
เขาทำเพื่อเจ้าจริง ๆ ? เขาเต็มใจที่จะทำทุกอย่าง
เพื่อ จักรวรรดิเปั่ยหมิง? เขามีคุณสมบัติคู่ควรกับ
เจ้าหรือไม่? ”
เห็นได้ชัดว่ามันมีอะไรมากกว่านั้น
อย่างไรก็ตาม ความคิดของ โย่วหยวน นับว่า
สมเหตุสมผลเพราะถ้าหากความสัมพันธ์ของทั้ง
สอง เป็นเพียงแค่มิตรภาพฉันท์สหายทั่ว ๆไป องค์
หญิงโย่วเสี่ย คงไม่มานั่งวิตกกังวลมากมายเช่นนี้
ด้วยเพราะนางไม่เคยเป็นเช่นนี้มาก่อน อีกทั้งตั้งแต่
เล็กจนโตนางยังไม่เคยมีสหายจริง ๆ จังเลยสักคน
เมื่อหญิงสาวต้องไปเผชิญหน้ากับการผจญภัย
แสวงหาโชคเป็นครั้งแรก การได้ต่อสู้เคียงข้างกับ
บุรุษผู้หนึ่ง การที่นางจะหวั่นไหวนั้นถือเป็นเรื่อง
ปกติ ตอนที่ โย่วหยวน ยังเยาว์นางเองก็เคยมี
ประสบการณ์แบบเดียวกัน
ซึ่งนางไม่รู้เลยว่าเหตุผลที่องค์หญิงโย่วเสี่ย
พยายามปกปั้อง อู่ อวี้ ทั้งหมดทั้งมวลเป็น
เพราะว่าวงเวทพันธะโลหิตควบคุมวิญญาณอัน
แสนโหดร้าย
ทั้งหมดนี้สามารถพิสูจน์ได้ว่าโยว่หยวนไม่รู้เรื่องวง
เวทพันธะโลหิตควบคุมวิญญาณ
หลังจาก เจ้านครเซียนเหมันต์ พูดคุยกับองค์หญิง
โย่วเสี่ยเป็นที่เรียบร้อย นางก็พยักหน้าแล้วก็พูด
กับ อู่ อวี้ ขึ้นว่า ” เอาล่ะ… ในเมื่อเจ้าเป็นแขกของ
องค์หญิงโย่วเสี่ย ข้าก็จะต้อนรับเจ้า เชิญเจ้าเที่ยว
ชม นครเซียนเหมันต์ ของเราได้ตามสบาย เจ้าจะ
ได้พบเห็นความงามของ จักรวรรดิเปั่ยหมิง ของ
เรา ส่วนข้ายังมีกิจคั่งค้างต้องไปกระทำ ดังนั้นข้า
จึงต้องขอตัว ”
แน่นอนว่านางคงไม่รออยู่ที่นี่เพื่อ อู่ อวี้ เพียงคน
เดียว นางมาที่นี่เพียงเพื่อเปิดประตูต้อนรับ อู่ อวี้
เท่านั้น เพราะอย่างไรเสียองค์หญิงโย่วเสี่ยก็เป็นผู้
ออดอ้อนนางอยู่นาน
หลังจากนั้น เจ้านครเซียนเหมันต์ กับเหล่าขุนนาง
จำนวนมาก ก็จากไปอย่างรวดเร็ว ทั้งหมดหายไป
ต่อหน้า อู่ อวี้
เพื่อความสะดวก องค์หญิงโย่วเสี่ย จึงไม่ได้พาผู้ใด
มาเข้าร่วมกับการพูดคุยครั้งนี้ด้วย หลังจากโย่วห
ยวนจากไป ที่นี่ก็เหลือแต่ องค์หญิงโย่วเสี่ย กับผู้
พิทักษ์ที่คอยเฝั้ายามปกปักรักษาอาณาเขต
ชายแดนนี้
ผู้พิทักษ์เหล่านี้ ยืนสงบนิ่งดั่งปราการเหมันต์ คอย
สอดส่องสายตาตรวจสอบผู้ฝึกตนนับหมื่นภายใน
กำแพงเมือง อยู่ท่ามกลางน้ำแข็ง และ คลื่นหิมะ
อันหนาวเหน็บ
บัดนี้โลกด้านหลังกำแพงเมืองได้เปิดโล่งอ้าออก
แล้ว จากนั้นองค์หญิงโย่วเสี่ย ก็หันมาจับมือของ อู่
อวี้ พร้อมกับเผยรอยยิ้มอันงดงาม เพื่อเป็นการ
บอกให้ อู่ อวี้ เดินตามนางไป คนทั้งสองเดินไป
ข้างหน้าอย่างทุลักทุเลเล็กน้อย หลังจากเดินข้าม
ผ่านประตูมา โลกเบื้องหน้าของพวกเขาก็แปร
เปลี่ยนเป็นวุ่นวายคึกคักขึ้นทันที โลกแห่งน้ำแข็ง
และหิมะอันกว้างใหญ่ ทอดยาวออกไปไกลสุดลูกหู
ลูกตา พื้นดินที่ก้าวเหยียบภายในนครเซียนเหมันต์
อุดร ล้วนเต็มเปียมไปด้วยอัญมณีผลึกน้ำแข็งส่อง
แสงประกายแวววับ ช่างเป็นภาพที่งดงามตระการ
ตาอย่างยิ่ง
นครแห่งนี้มีถนนหนทางกว้างใหญ่ ค่ายกลวงเวทที่
ปกปักคุ้มภัยสดใสเปล่งประกายราวกับผลึกอัญมณี
ยามนี้เหล่าผู้ฝึกตนกำลังบินขวักไขว่ไปมาอยู่เต็ม
ไปหมด แต่ละคนมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นแตกต่างกัน
ไป ช่างเป็นภาพที่ดูแปลกตาไม่น้อย
นี่คือครั้งแรกที่ อู่ อวี้ ได้เดินทางมายัง ดินแดน
โบราณหยวนหวง ตลอดเส้นทางภายในนครแห่งนี้
เขาได้พบเจอกับความมหัศจรรย์มากมาย ทำให้
เขารู้สึกเปิดหูเปิดตาอยู่ไม่น้อยทีเดียว
“ เวลาอยู่ข้างนอกเราคงต้องใช้วิธีนี้ไปก่อน
ไม่เช่นนั้นผู้อื่นอาจจะสงสัยเราได้ ทว่าเมื่อใดที่ไร้
ผู้คน ข้าก็ยังเป็นทาสของเจ้าเสมอ เจ้าจะทำอันใด
กับข้าก็ได้ ” องค์หญิงโย่วเสี่ย โน้มตัวเข้ามา
กระซิบข้างหูของเขา ด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
เล็กน้อย
อันที่จริงก่อนที่นางจะเอ่ยออกมาเป็นคำพูด นางได้
คิดเรื่องนี้อยู่ในใจก่อนแล้ว ฉะนั้น อู่ อวี้ จึงรู้ว่า
นางหมายถึงอันใด ก่อนนางจะพูดออกมาเสียอีก
อู่ อวี้ จ้องมองนางแล้วกล่าวว่า “ การที่ข้ามา
เยือน จักรวรรดิเปั่ยหมิง ดูเหมือนจะสร้างความ
ลำบากให้แก่เจ้าอยู่ไม่น้อย? ถ้าข้าไม่มา เจ้าก็คงยัง
สบาย ๆ ไม่มีปัญหาอันใด ”
หลังจากที่เขาเอ่ยปากถามออกไป แล้วเห็น
ปฏิกิริยาตอบสนองของอีกฝั่าย อู่ อวี้ เข้าล่วงรู้
คำตอบของคำถามนั้นในทันที สิ่งที่นางหมายถึงก็
คือนับตั้งแต่ที่นางถูก วงเวทพันธะโลหิตควบคุม
วิญญาณ นางก็เตรียมตัวเตรียมใจไว้อยู่แล้ว ว่า
เรื่องเช่นนี้อาจจะเกิดขึ้น
อู่ อวี้ เห็นนางค่อนข้างเขินอายเขาจึงพูดขึ้นว่า ”
เจ้าไม่ต้องกังวล ข้าไม่ใช่พวกเลอะเลือนฟันเฟือน
ชอบกระทำเรื่องเลวร้ายเพียงเพื่อความสนุก ตราบ
ใดที่เจ้าไม่เล่นตุกติกกับข้า ๆ ก็จะคิดว่าเจ้าเป็น
เช่นดั่งสหายผู้หนึ่ง ที่ต่างคอยให้ความช่วยเหลือซึ่ง
กันและกัน หากเจ้าไม่ล้ำเส้นเกินเลย เราก็จะอยู่
ร่วมกันได้อย่างสงบสุข ”
เมื่อได้ยินเขากล่าวใช่ไหม องค์หญิงโย่วเสี่ย ก็รู้สึก
ยินดีไม่น้อย ถึงกระนั้นก็ดูเหมือนว่านางจะยอมรับ
ในชะตากรรมของตนเอง นางจึงตอบเขากลับมา
ว่า ” ขอบคุณที่ยังให้เกียรติข้า อันที่จริงการที่ข้า
ถูก วงเวทพันธะโลหิตควบคุมวิญญาณ ก็ถือว่า
เป็นบทเรียนที่ดีเช่นกัน มันทำให้ข้าได้เห็นอีกมุม
หนึ่งที่ข้าไม่เคยเห็น อันที่จริงแล้วการเป็นเช่นนี้มัน
ก็ไม่ได้เลวร้ายอันใด อีกทั้งเจ้ายังไม่ใช่คนไม่ดี การ
ที่ข้าได้เป็นพยานรู้เห็นในเหตุการณ์ทั้งหมด และ
การกระทำของเจ้า ภายใน เส้นทางเซียนบรรพ
กาล ข้าบอกเลยว่าอนาคตอนาคตหลังจากนี้ของ
เจ้าจะต้องรุ่งโรจน์พุ่งทะยานถึงขีดสุด ปัจจุบันข้า
ได้ผูกชีวิตไว้กับเจ้า ไม่ต่างจากตั๊กแตนเกาะอยู่บน
เชือกปั่าน หากเจ้าตายนั่นก็หมายถึงวันตายของข้า
ด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นข้าจะพยายามทำให้ดี
ที่สุด เจ้าเองก็เช่นกัน เจ้าจะต้องยิ่งใหญ่แข็งแกร่ง
มากขึ้นกว่าเก่า เมื่อใดก็ตามที่เจ้าแข็งแกร่งขึ้น
เมื่อนั้นตัวข้าก็ได้รับประโยชน์เช่นกัน ส่วนอนาคต
จะดีจะร้ายเพียงใดก็สุดแล้วแต่โชควาสนา?
อย่างไรเสียการที่ข้าตัดสินใจยอมเป็นทาสของเจ้า
ก็ยังดีกว่าถูกเจ้าสังหารอยู่ใน เส้นทางเซียนบรรพ
กาล เจ้าเห็นด้วยหรือไม่? ”
อู่ อวี้ ไม่เคยคิดว่านางจะคิดเช่นนี้มาก่อน นับเป็น
ความคิดที่ชัดเจนมาก
สิ่งที่นางกล่าวนับว่าถูกต้อง การมีชีวิตอยู่อย่างไร
เสียก็ดีกว่าตายเป็นไหน ๆ การที่นางต้องผูกชีวิตไว้
กับ อู่ อวี้ อย่างน้อยก็ยังมีความหวังที่จะได้รับ
ความเมตตาจากเขา มีโอกาสที่ศักยภาพของนาง
จะทะยานสูงขึ้นอย่างไร้สิ้นสุด ตราบใดที่คนทั้งสอง
ยังมีชีวิตอยู่ อนาคตของนางก็จะรุ่งโรจน์สดใส
ประเมินจากท่าทีแลพฤติกรรมปัจจุบันของ อู่ อวี้
เห็นได้ชัดว่าเขาไม่คิดจะทรมานหรือกดขี่ข่มเหง
นางแต่อย่างไร
ดังนั้นสิ่งที่นางคิดตอนนี้ก็คือ ไม่ว่าจะเกิดอันใดคือ
นางจะต้องซื่อสัตย์ และ ไม่ล้ำเส้นของเขาเป็นอัน
ขาด ยกตัวอย่างเช่นคิดจะล้างแค้น อู่ อวี้ มิฉะนั้น
ทุกอย่างคงจบสิ้น
ทุกสิ่งที่นางคิด อู่ อวี้ เข้าใจทุกอย่งชัดเจน วงเวท
พันธะโลหิตควบคุมวิญญาณ นั้นช่างร้ายกาจเสีย
เหลือเกิน
ด้วยการพูดคุยกันอย่างชัดเจนนี้ ทำให้ความวิตก
กังวลภายในจิตใจของ อู่ อวี้ ผ่อนคลายลง เขา
มั่นใจว่าหลังจากนี้ องค์หญิงโย่วเสี่ย จะกลายเป็น
ผู้ที่คอยเฝั้าพิทักษ์ปกปั้องเขา
ด้วยการกระทำนี้ ทำให้เขายอมปล่อยวางเรื่อง
ความไม่พอใจ และปฏิบัติกับนางดีขึ้นอีกเล็กน้อย
เพราะอย่างไรเสีย วงเวทพันธะโลหิตควบคุม
วิญญาณ ก็มีความโหดร้ายในตัวของมันอยู่แล้ว
นอกจากนี้ความกล้าหาญเพื่อให้ตนมีชีวิตรอดของ
นาง ทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกชื่นชมนางอยู่บางส่วน
ยามนี้ นางได้นำพา อู่ อวี้ เข้าสู่จักรวรรดิเปั่ยหมิง
ดินแดนอันแสนรุ่งเรืองและกว้างใหญ่!
อู่ อวี้ ได้เดินไปตามถนนอันกว้างใหญ่ ทุกแห่งหน
ล้วนเต็มไปด้วยร้านรวงของผู้ฝึกตน สถานที่แห่งนี้
คือจักรวรรดิ ซึ่งมีประชากรเป็นผู้ก้าวเดินอยู่ใน
เส้นทางแห่งเซียนอมตะอย่างแท้จริง แม้แต่คนรับ
ใช้ในโรงน้ำชา ยังมีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับมหา
วิถีสร้างแกนนภา!
แถมสถานที่แห่งนี้ยังเป็นเพียงนครชายแดน
เท่านั้น!
อู่ อวี้ ใช้เนตรเพลิง สอดส่องสายตาตรวจสอบไป
รอบ ๆ ด้วยท่าทางราวกับผู้สัญจร ร้านค้าของผู้
ฝึกตน เต็มไปด้วยสินค้าสมบัติวิเศษส่องประกาย
แพรวพราว มีทั้งเคล็ดวิชาเต๋า ศาสตราเต๋าทั่วไป
กับ ศาสตราเต๋าวิถีแท้ โอสถ วิญญาณเซียน และ
สมบัติวิเศษอีกมากมาย ทุกอย่างต่างมีพร้อมเสร็จ
สรรพ รอให้มาจับจ่ายใช้สอย
แม้กระทั่งร้านแผงลอยบนถนน ยังมีศาสตราเต๋าวิถี
แท้ในระดับสูง นอกจากนี้วิญญาณเซียนยังมีเส้น
วิญญาณอยู่หลายเส้นอีกด้วย พวกมันทั้งหมดได้
ถูกวางเอาไว้บนแผงลอย
ในจักรวรรดิเช่นนี้ หากมีพื้นฐานฝึกตนอยู่ในระดับ
หลอมรวมลมปราณ คนพูดนั้นคงทำได้เพียงเดิน
ก้มหน้าหดหัวเท่านั้น
สำหรับ อู่ อวี้ เรื่องเช่นนี้มันค่อนข้างตลก อย่างไร
ก็ตามในช่วงเวลานั้นเอง เขาก็กล่าวขึ้นอย่าง
จริงจังว่า “มีคนตามมา”
องค์หญิงโย่วเสี่ย กล่าวตอบไปว่า ” อาจจะเป็น
‘เย่ลี่’ ”
” ใครกัน? ”
” เป็นหนึ่งในสมุนของอาข้า เชี่ยวชาญในการซ่อน
ตัว เจ้าพบนางจริง ๆ งั้นรึ ” องค์หญิงโย่วเสี่ย
แสดงท่าทางแปลกใจ
” อาของเจ้า? นางส่งคนมาสอนแนมข้าเช่นนั้น
หรือ?” อู่ อวี้ ค่อนข้างอึดอัด อย่างไรก็ตามเขารู้อยู่
แล้วว่า โย่วหยวน คิดไม่ดีกับตนเอง เนื่องจากเป็น
กังวลว่า องค์หญิงโย่วเสี่ย จะตกหลุมรักเขา
อันที่จริงแล้วเขาก็คิดไว้เช่นกัน หากปล่อยให้เป็น
แบบนี้ต่อไป บางทีผู้คนอาจจะคิดว่าพวกเขาเป็น
สหายเต๋าเคียงคู่กัน
ซึ่งเรื่องนี้คงไม่สามารถหาวิธีชี้แจงได้
อย่างไรก็ตามพวกเขาต่างตระหนักได้อย่างชัดเจน
ว่า มันไม่มีทางเป็นเช่นนั้นได้ ช่วงเวลานี้ อู่ อวี้ ยัง
จำเป็นต้องใช้อัตลักษณ์ของ องค์หญิงโย่วเสี่ย
ก่อน อย่างไรก็ตามหากฝั่ายตรงข้ามยินดีให้ความ
ร่วมมือกับเขา อู่ อวี้ ก็ไม่คิดจะปฏิบัติกับนางไม่ดี
อย่างไรก็ตามหาก ผู้ที่มีนามว่า เย่ลี่ พบเบาะแส
บางอย่าง แล้วเขาควรจะทำเช่นไร?
——————————–
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ