กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 683: วังกําสรวลสลายโศก
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ก็ไม่ได้รู้สึกอันใดมากมาย
ตราบใดที่ องค์หญิงโย่วเสี่ย ไม่รนหาที่ตาย และอยู่
ในขอบเขตของตนเอง เขาก็ไม่มีปัญหาอันใด
เช่นกัน
หาก องค์หญิงโย่วเสี่ย ต้องการเพียงแค่หลอกล่อ
ให้เขาเข้าสู่ จักรวรรดิเปั่ยหมิง ก็คงจะมีกลอุบาย
อันใดบางอย่าง ไม่ออกมาต้อนรับเขาเช่นนี้ อีกทั้ง
นางยังได้ถูก วงเวทพันธะโลหิตควบคุมวิญญาณ
ไปแล้ว ถ้าหากมีเรื่องผิดปกติอันใดเขาย่อมรู้ดี
จะเห็นได้ว่า องค์หญิงโย่วเสี่ย มีศักดิ์ฐานะสูงส่ง
เป็นอย่างมากใน จักรวรรดิเปั่ยหมิง ท่ามกลาง
ผู้คนมากมายคนเหล่านั้นจะคอยเหลือบตามองนาง
เป็นครั้งคราว แต่เมื่อใดที่นางมองสวนกลับมา
สายตาของคนเหล่านั้นล้วนเต็มไปด้วยความ
หวาดกลัว
พวกมันไม่กล้าจะมองนางตรง ๆ
เห็นได้ชัดว่า มันไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นครั้งแรกใน นคร
เซียนเหมันต์ นี้
คนส่วนใหญ่รู้จักนาง ในเวลานี้เริ่มทยอยเปิดทาง
ให้แก่นางแล้ว
ด้วยสภาพแวดล้อมแปลกใหม่ จึงเป็นธรรมดาที่ อู่
อวี้ จะสอดส่องสายตาด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เพราะเขาเป็นผู้มาเยือนหน้าใหม่ ฉะนั้นจึงไม่มีผู้ใด
รู้จักเขาแม้แต่น้อย
” คนผู้นี้เป็นใครกัน เหตุไฉนไหนถึงสามารถ
ติดตาม องค์หญิงโย่วเสี่ย ได้ ”
” ข้าเองก็ไม่รู้เช่นกัน ดูจากพื้นฐานฝึกตนของเขา
แล้วก็ไม่สูงล้ำอะไร ทว่ายังอ่อนเยาว์มากนัก คาด
ว่าพรสวรรค์ของคนผู้นี้จะต้องโดดเด่นเป็นอย่างยิ่ง
บางทีอาจเป็นลูกท่านหลานเธอคนใหญ่คนโตผู้ใดผู้
หนึ่งก็ได้ ”
” ผู้เกิดในตระกูลสูงศักดิ์ ช่างน่าริษฉาจริง ๆ… ”
ถึงแม้พวกมันจะพยายามพูดคุยกันด้วยระดับเสียง
แผ่วเบาอย่างที่สุดแล้วก็ตาม แต่ อู่ อวี้ ก็ยังได้ยิน
บทสนทนาอันแผ่วเบาของมันอยู่ดี
“ ดูเหมือนเพิ่งจะเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรก ถึงได้สอด
ส่ายสายตามองโน่นมองนี่ใหญ่เลย ”
บางคนก็ตั้งคำถามเช่นนี้
อู่ อวี้ เป็นเช่นดั่งที่พวกมันว่าจริง ๆ เนื่องจากว่าที่
แห่งนี้คือโลกใบใหม่สำหรับเขา นับตั้งแต่เจ้านคร
จักรพรรดิ์เพลิงบอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้เขาฟัง
เขาก็เต็มไปด้วยความปรารถนาอันแรงกล้า
ยิ่งกว่านั้น ที่นี่ยังเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของหมิ
งซวง
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลังจากเข้าสู่โลกของผู้
ฝึกตนแห่งชมพูทวีปได้สองสามวัน เขาก็เริ่มเข้าใจ
รูปแบบของที่นี่บ้างเล็กน้อยแล้ว องค์หญิงโย่วเสี่ย
ได้เอ่ยถามเขาว่า ” เจ้าคิดจะทำอันใดต่อ? ไม่ว่า
เจ้าจะวางแผนอะไรไว้ ข้ายินดีติดตามเจ้า ทว่า
ยามนี้ ข้าไม่สามารถออกจาก จักรวรรดิเปั่ยหมิง
ได้ ข้ารู้ว่าเจ้าปรารถนาจะแข็งแกร่งขึ้น จักรวรรดิ
เปั่ยหมิง มีทรัพยากรเพียงพอให้เจ้าได้ใช้สอยอย่าง
สบาย โดยเฉพาะ ‘นครหมิง’ ซึ่งเป็นนครหลวงของ
ที่แห่งนี้ ภายในสถานที่แห่งนั้นสวยงามกว่าที่นี่ อีก
ทั้งผู้คนภายในนั้นยังแข็งแกร่งฝีมือล้ำเลิศมากกว่า
”
” แล้วตอนนี้เจ้าสามารถพาข้าไปที่ นครหมิง ได้
หรือไม่? ” อู่ อวี้ คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ด้วยเพราะ
อยากออกไปท่องโลกกว้าง เผชิญหน้ากับสถานที่
ซึ่งมียอดฝีมือมากมายมารวมตัวกัน มีเพียงสถานที่
เช่นนั้น ถึงจะสามารถยกระดับขยายขอบเขตความ
แข็งแกร่งของเขาได้อย่างแท้จริง อีกทั้งยังได้พาน
พบกับคู่ต่อสู้ที่มีฝีมือมากยิ่งขึ้น!
เมื่อเจอฝั่ายตรงข้ามที่แข็งแกร่งกว่า เขาก็ต้อง
ฝึกฝนให้หนักขึ้นด้วย
องค์หญิงโย่วเสี่ย ลังเลเล็กน้อยก่อนจะตอบว่า ”
เจ้าเพิ่งมาถึงที่นี่แค่เพียงไม่กี่วัน? ส่วนตัวข้าเองก็
เพิ่งมาถึงที่นี่ได้ไม่นาน? ถ้าเจ้าจะรีบจากไป มันจะ
ดูไม่เหมาะสมเอานะ ข้ากลัวว่าท่านปั้าจะสงสัยเอา
ได้ อีกสักสิบวันหรือไม่ก็ครึ่งเดือน ก็ไม่น่าจะมี
ปัญหา ”
อู่ อวี้ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า ” ไม่เป็นอะไร…
ข้าอยู่ที่นี่เพียงแค่ไม่กี่วัน อย่างที่เจ้าว่า เพิ่งมาถึง
แท้ ๆ แล้วอยู่ ๆ เจ้าจะรีบพาข้าออกไปมันก็คงไม่
เหมาะ ก็ดีเหมือนกันอยู่ต่ออีกหน่อยจะได้ดูความ
งดงามของ จักรวรรดิเปั่ยหมิง อันที่จริงสำหรับข้า
แล้ว นครเซียนเหมันต์ นั้นช่างวิเศษมากจริง ๆ ”
อู่ อวี้ ถอนหายใจออกมา ด้วยเพราะเขาไม่เคย
คาดคิดว่าดินแดนโบราณเหยียนหวงจะมีความต่าง
ชั้นกับทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้งถึงเพียงนี้
แม้แต่หญิงชราที่อยู่ริมถนน ก็ยังดูสะอาดสะอ้าน
ลึกลับซับซ้อนเปียมล้นไปด้วยพลังแห่งชีวิต
กระทั่งสามารถใช้ออกด้วยเคล็ดวิชาเต๋าได้
นอกจากนี้ยังมีพื้นฐานฝึกตนอยู่ในระดับหลอมรวม
ลมปราณขั้นที่ 10
นี่คือผู้มีฝีมือระดับต่ำสุดของ นครเซียนเหมันต์
ระหว่างนั้นมีเด็กน้อยกลุ่มหนึ่งซึ่งมีอายุต่ำกว่า 10
ปี ได้วิ่งผ่านเขา เด็กน้อยกลุ่มนี้ล้วนมีเคล็ดวิชาเต๋า
นานาชนิดแตกต่างกันไป ขณะกำลังเล่นต่อสู้กัน
เด็กเหล่านี้สามารถดึงวายุเพลิงมาใช้ได้ โชคดีที่
นครแห่งนี้มีค่ายกลวงเวทปั้องกันเอาไว้ แม้แต่
พื้นดินที่เอาไว้เหยียบย่าง ก็ยังแข็งแกร่งเป็นอย่าง
ยิ่ง ฉะนั้นย่อมไม่มีทางถูกทำลายง่าย ๆ
ถ้าหากเด็กเหล่านี้อยู่ภายในอาณาจักรบูรพาเยว่อู่
แล้วละก็รับรองว่า พวกเขาสามารถบดขยี้ทำลาย
อาณาจักรของ อู่ อวี้ จนแหลกเป็นเสี่ยง ๆ อย่าง
แน่แท้
เมื่อ องค์หญิงโย่วเสี่ย ดู อู่ อวี้ ให้ความสนใจเป็น
อย่างมาก “ข้ามีสหายแค่เพียงไม่กี่คน เช้าวันนี้
พวกเขาเชิญข้าไปที่ ‘ วังกำสรวลสลายโศก ‘ จิบ
น้ำจัณฑ์ร่ำเมรัยพูดคุยสนทนาเต๋า คาดว่าไม่น่าจะ
มีปัญหาอันใดตามมา พวกเขาเหล่านี้ล้วนเป็น
อัจฉริยะรุ่นเยาว์ของ จักรวรรดิเปั่ยหมิง ด้วยกัน
ทั้งสิ้น มีอยู่สองคนเพิ่งออกมาจาก เส้นทางเซียน
บรรพกาล ไม่แน่ใจว่าเจ้าเคยพบเห็นมันหรือไม่? ”
เห็นได้ชัดว่าสหายของ องค์หญิงโย่วเสี่ย เป็นผู้มี
ยศฐาบรรดาศักดิ์ เป็นผู้ฝึกตนที่มีชาติตระกูลศักดิ์
ฐานะสูงส่งมั่งคั่งรุ่งโรจน์ อยู่ใน จักรวรรดิเปั่ยหมิง
หากไม่ใช่เพราะเขามากับ องค์หญิงโย่วเสี่ย เขาคง
ไม่มีโอกาสได้นั่งร่วมโต๊ะสนทนากับพวกมัน
” จิบน้ำจัณฑ์ร่ำเมรัย พูดคุยสนทนาเต๋า? ”
เขาถามย้ำด้วยความสงสัย
องค์หญิงโย่วเสี่ย ยิ้มแล้วพูดว่า ” อันนี้ถือเป็นปกติ
ของ ดินแดนโบราณเหยียนหวง บรรดาผู้ฝึกฝนจะ
จับกลุ่มชุมนุม กลุ่มละ สองถึงสามคนบ้าง พูดคุย
เรื่องเต๋าจิบน้ำจัณฑ์ร่ำเมรัยชั้นเลิศไปด้วย สุรา
เมรัยเหล่านี้ทำมาจากวิญญาณเซียนหรือไม่ก็
สมบัติวิเศษชนิดต่าง ๆ บ้างก็นำโอสถมาเป็น
ส่วนผสมสุรา นอกจากจะพูดคุยในเรื่องเต๋าแล้ว
พวกเขาก็ยังแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่ได้ประสบ
พบเจอกันมา ถามตอบในข้อสงสัยหรือกังขา
ทั้งหมดทั้งมวลก็เพื่อความคืบหน้า โดยทั่วไปแล้ว
การที่ผู้ฝึกตนจะมารวมตัวกันได้ก็จะต้องเป็นสหาย
ที่สนิทสนม มีมิตรไมตรีที่ดีต่อกัน ”
พูดง่าย ๆ ก็คือ การจับกลุ่มพูดคุยในเรื่องต่าง ๆ
นานากันเอง หากเป็นในอาณาจักรเซียนมนุษย์
การพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้กันด้วยเหตุผลเป็นที่
ชื่นชอบของเหล่าบัณฑิตนักแล
อย่างไรก็ตามถือเป็นเพียงแค่เรื่องปกติเป็นเสมือน
ดั่งการเข้าสังคม ยกตัวอย่างเช่นเหล่าสหายของ
องค์หญิงโย่วเสี่ย คนธรรมดาย่อมไม่อาจเข้าร่วมวง
สนทนาได้อย่างแน่นอน ทั้งหมดทั้งมวลพวกเขา
ล้วนเป็นอัจฉริยะผู้มีชื่อเสียง มาแบ่งปันแก่น
ประสบการณ์ซึ่งกันและกัน นำพาไปสู่
ความก้าวหน้า สำหรับคนธรรมดาแล้วเป็นเรื่อง
ยากที่จะไล่ตามทันอัจฉริยะเหล่านี้
ส่วนระหว่างการพูดคุย ได้จิบเมรัยไปด้วยก็จะทำ
ให้การสนทนาออกรสออกชาติสนุกสนานมาก
ยิ่งขึ้น
” นับตั้งแต่ที่ข้าตัดสินใจเข้ามาใน จักรวรรดิเปั่ย
หมิง นั่นก็หมายความว่า ข้าเตรียมใจพร้อมที่จะทำ
ความรู้จักพบปะกับผู้คน โดยไม่เกี่ยงว่าจะดีหรือ
ร้าย ที่ออกเดินทาง ก็เพื่อแสวงหาโชควาสนา
สัมผัสกับประสบการณ์แปลกใหม่ในโลกหล้านี้ แต่
ถ้าต้องการฝึกตน ข้าก็แค่เข้าไปในเจดีย์ล่องกำเนิด
”
เปั้าหมายของ อู่ อวี้ ชัดเจนมาก
แน่นอนว่าเขากำหนดไว้ทั้งเปั้าหมายใหญ่และ
เปั้าหมายเล็ก เปั้าหมายใหญ่ของเขาก็คือการบรรลุ
กลายเป็นเซียนอมตะ
และเปั้าหมายส่วนเล็ก ๆ ของเขา ก็ถือว่ามี
ความสำคัญมากเช่นกัน นั่นก็คือการบรรลุระดับ
‘ก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ’
” และสิ่งสำคัญที่สุดเมื่อบรรลุเข้าสู่ อาณาจักรก่อ
ร่างกำเนิดจิตเทวะ ข้าจะสามารถสร้างจิตเทวะ
ดวงที่สอง มีร่างแยกที่สอง เป็นร่างของบรรพชน
มารกลืนสวรรค์! หลังจากนั้นก็ยกระดับอวตารนอก
วิถี นอกจากนี้ยังมี ‘ศาสตราวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณ’ ที่ข้าจะสามารถทำพันธสัญญากับมันได้
อย่างแท้จริง ก็ต่อเมื่อ อยู่ในระดับก่อร่างกำเนิดจิต
เทวะ ”
ด้วยเปั้าหมายทั้งสามนี้ มันมากพอจะทำให้แรง
ปรารถนาของ อู่ อวี้ ลุกโชนขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
โดยเฉพาะจิตเทวะดวงที่สอง อู่ อวี้ โหยหามันมา
นานแล้ว
นอกจากนี้ยังมี 72 รูปแบบอิทธิฤทธิ์
หลังจากได้รับความยินยอมจาก อู่ อวี้ องค์หญิง
โย่วเสี่ย ก็รีบเร่งเดินผ่านถนน ไปยัง ‘วังกำสรวล
สลายโศก’ อย่างรวดเร็ว ซึ่ง อู่ อวี้ ก็ไล่ติดตามนาง
ไปได้อย่างง่ายดาย
กล่าวได้ว่า ‘วังกำสรวลสลายโศก’ ถือเป็นสถานที่
ซึ่งถูกจัดอยู่ในระดับที่สูงมาก มีเพียงชนชั้นสูงและ
บุคคลผู้ทรงเกียรติเท่านั้นถึงจะสามารถเข้าออก
สถานที่แห่งนี้ได้ นอกจากนี้ยังสามารถแลเห็นวง
เวทมากมาย ที่ถูกประดับประดาตกแต่งเอาไว้ ช่าง
เป็นสถานที่งดงามยิ่ง
เมื่อมองดูจากระยะไกล วังกำสรวลสลายโศก เป็น
เสมือนดั่งไข่มุกบนนครเซียนเหมันต์แห่งนี้ ภายใน
มีเสียงดนตรีบรรเลงดังแว่วออกมาให้ได้ยิน แสง
เงาส่องประกายเคลื่อนผ่าน นอกจากนี้ยังมีผู้
พิทักษ์เฝั้าประตูใหญ่อยู่นับสิบคน ซึ่งพวกมันเหล่า
ล้วนนี้มีพื้นฐานฝึกตนอยู่ในระดับ ก่อร่างกำเนิดจิต
เทวะ ทั้งสิ้น ผู้ที่เข้าไป ถ้าไม่ใช่อัจฉริยะ ก็เป็นผู้ฝึก
ตนอาวุโส ซึ่งเปียมล้นไปด้วยบรรยากาศอันทรง
เกียรติ โดยที่ผู้คนของ ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง ไม่
สามารถเทียบเคียงได้
ถึงแม้ อู่ อวี้ จะมีระดับการฝึกตนต่ำกว่าผู้พิทักษ์
เหล่านี้ แต่ความแข็งแกร่งของเขาย่อมสูงกว่าคน
เหล่านี้อย่างแน่นอน เขาคิดว่า ตัวตนระดับหัวหน้า
พรรคเจ้านิกายของ ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง
สามารถเป็นได้เพียงแค่ผู้พิทักษ์ประตูของที่นี่
เท่านั้น
ถ้าไม่ใช่เพราะการเดินทางไปที่ ทวีปแห่งทวยเทพ
ตงเสิ้ง จำเป็นต้องฝั่าเข้าไปในอาณาเขตปีศาจ
สมุทรอันแสนบ้าคลั่ง อีกทั้ง ทวีปแห่งทวยเทพตง
เสิ้ง ยังไม่เหมาะสำหรับการยกระดับความ
แข็งแกร่งของพวกมัน คาดว่าพวกมันคงแสดง
อำนาจบาตรใหญ่ ข่มเหงรังแกผู้คนในทวีปแห่ง
ทวยเทพ อย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตามต่อให้เป็นผู้แข็งแกร่ง หรือบุคคลอัน
ทรงเกียรติ เมื่อพานพบ องค์หญิงโย่วเสี่ย ก็ยังต้อง
ก้มหัวหลีกทางนางเดินไปก่อน เมื่อเห็นว่านาง
กำลังเดินเข้ามา ผู้พิทักษ์ประตูก็รีบก้าวออกมา
เบื้องหน้า พร้อมกับเอ่ยถามอย่างสุภาพว่า ” องค์
หญิง เสด็จมาที่นี่ เนื่องจากต้องการเข้าไปใน
‘ศาลาหลี่ฮวา’ ใช่หรือไม่ขอรับ? ”
องค์หญิงโย่วเสี่ย พยักหน้า ซึ่งทางฝังผู้พิทักษ์ก็
รับรู้ได้ในทันที จากนั้นก็โค้งคำนับให้กับ องค์หญิง
โย่วเสี่ย เพื่อให้นางผ่านไป สีหน้าท่าทางของพวก
มันเปลี่ยนล้นไปด้วยความเคารพนบนอบ แน่นอน
ว่าพวกมันแลเห็น อู่ อวี้ ด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม
ถึงแม้ในใจจะอยากรู้มากเพียงใด แต่ก็มิกล้าเอ่ย
ปากถามออกไป เนื่องจากว่าเขาเป็นคนที่ องค์
หญิงโย่วเสี่ย พามาด้วย
หากต้องการเข้าสู่ ‘วังกำสรวลสลายโศก’
จำเป็นต้องผ่านการตรวจสอบยืนยันตัวตน หาก อู่
อวี้ มาเพียงลำพัง การจะเข้าไปด้านในคงเป็นเพียง
สิ่งที่เพ้อฝันเท่านั้น
องค์หญิงโย่วเสี่ย น่าจะมาที่นี่หลายครั้งหลายหน
แล้ว นางชำนาญเส้นทางเป็นอย่างยิ่ง นางเดินลัด
เลาะผ่านวังแล้วก็มาปรากฏอยู่หน้าพระราชวังอัน
งดงาม องครักษ์คุ้มกันไม่สามารถติดตามนางมาได้
ด้วยเหตุนี้จึงเดินนำไปที่ประตู ‘ศาลาหลี่ฮวา’
“ ทั้งหมดรวมเป็นสหายของข้า ถ้าข้าอยู่ที่นั่นด้วย
พวกเขาย่อมไม่กล้าทำอันใด ” ที่นี่คือ จักรวรรดิ
เปั่ยหมิง นางย่อมมั่นใจในอำนาจบารมีของตนเอง
อย่างที่สุด ในเวลานี้นางมายืนอยู่ด้านหน้าประตู
ทางเข้า นางหยุดพูดคุยกับเขาเล็กน้อย ผลัก
ผ้าม่านดอกแพร์อย่างแผ่วเบา จากนั้นก็เดินเข้าไป
ด้านใน
” เหมือนข้าจะเห็นว่า องค์หญิงโย่วเสี่ย กลับ
มาแล้ว ” ผู้คนที่อยู่ด้านในต่างเต้น ใจจดจ่อ ๆ ลุ้น
ระทึกกับเสียงฝีเท้าที่กำลังเดินเข้ามา ไม่นาน
จากนั้น องค์หญิงโย่วเสี่ย ก็เดินเข้ามา พวกมัน
แสดงสีหน้าประหลาดใจอย่างที่สุด แต่ก็รีบกล่าว
ทักทาย องค์หญิงโย่วเสี่ย อย่างรวดเร็ว
” ข้าไม่ได้คาดหวังว่า องค์หญิงโย่วเสี่ย จะเกียรติ
มาด้วยข้าช่างมีวาสนายิ่งนัก ” ทันใดนั้นก็มีเสียง
หนึ่งกล่าวดัง
อู่ อวี้ เหลือบมองก็พบว่าที่นี่มีคนอยู่ประมาณสิบ
กว่าคน แต่ละคนล้วนมีศักดิ์ฐานะสูงส่ง มีวิญญาณ
เซียนหลายสิบชิ้นที่มีเส้นวิญญาณปรากฏอยู่บน
โต๊ะหยก แสงเปล่งประกายเรือง ๆ แผ่กลิ่นหอม
จาง ๆ ออกมาดูหรูหราเป็นอย่างมาก
ชายหนุ่มหญิงสาวมากกว่าสิบคน แต่ละคนล้วน
เป็นบุคคลสำคัญอัจฉริยะชั้นแนวหน้าด้วยกัน
ทั้งสิ้น หากไม่ใช่เพราะ อู่ อวี้ ผ่านร้อนผ่านหนาว
ภายใน เส้นทางเซียนบรรพกาล คาดว่าเขาจะต้อง
รู้สึกละอายใจดูถูกตนเอง ด้วยคิดว่าตนเองนั้นต้อย
ต่ำ
พวกมันนั่งไขว่ห้าง จิบเมรัยชั้นเลิศบนโต๊ะแล้ว
กลิ่นหอมละมุนแตะปลายจมูก ทุกคนสวมใส่
อาภรณ์ ศาสตราเต๋าวิถีแท้ เนื้อผ้าชั้นดีดูหรูหรา
ราคาแพง ส่งผลให้ทุกการเคลื่อนไหวดูดีเป็นอย่าง
มาก
เมื่อ องค์หญิงโย่วเสี่ย มาถึงก็มีใครบางคนยอม
เสียสละที่นั่งที่ดีที่สุดของตนเองให้แก่นาง ที่สำคัญ
พวกมันสังเกตเห็น อู่ อวี้ ติดตาม องค์หญิงโย่วเสี่ย
มาด้วยอย่างชัดเจน ด้วยเพราะมีสองคนเพิ่ง
ออกมาจาก เส้นทางเซียนบรรพกาล ฉะนั้นมันจึง
รู้จักหน้าค่าตาของเขาเป็นอย่างดี เมื่อเห็นดังนั้น
มันก็ชักสีหน้าแข็งกระด้างไม่พอใจขึ้นมาใน
ฉับพลัน
สำหรับพวกมันแล้ว การได้เห็น อู่ อวี้ ปรากฏตัว
ที่นี่ติดตาม องค์หญิงโย่วเสี่ย ต้อย ๆ สำหรับพวก
มันแล้วนี่ช่างเป็นอะไรที่คาดไม่ถึงเสียจริง ๆ …
องค์หญิงโย่วเสี่ย นั่งลงเป็นคนแรก ไม่มีผู้ใดยอม
ยกที่นั่งให้แก่ อู่ อวี้ แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีที่นั่ง
เหลืออยู่บ้าง เพียงแค่นั่งอยู่ห่างจาก องค์หญิงโย่ว
เสี่ย ค่อนข้างมาทีเดียว หลังจาก องค์หญิงโย่วเสี่ย
นั่งลงก็มีคนพูดหนึ่งที่นั่งถัดจากนางกล่าวขึ้นว่า
“วันนี้ข้ามีแขกมาด้วย เจ้าไปนั่งด้านหลังเสีย”
เหล่อัจฉริยะหนุ่มสาวเหลือบมองไปทาง อู่ อวี้
ด้วยท่าทางลังเล บางคนไม่เข้าใจ แต่เพราะนี่คือ
คำสั่งของ องค์หญิงโย่วเสี่ย พวกมันจึงไม่อาจทำ
อันใดได้ ต่อให้ไม่เต็มใจก็ต้องลุกขึ้นแล้วไปนั่งตาม
ตำแหน่งที่นางบอก
ด้านนอกของ ‘วังกำสรวลสลายโศก’ งั้นงดงาม
ตระการตาเป็นยิ่งนัก หลังจากนั้น องค์หญิงโย่ว
เสี่ย กับ อู่ อวี้ ก็นั่งลงจิบสุราเมรัย
ในเวลานี้ทุกคนกำลังจ้องมองอู่ อวี้กับองค์หญิง
โย่วเสี่ย หนึ่งในพวกมันจดจำอู่ อวี้ได้หลังจากนั้น
มันก็รีบพูดขึ้นในทันทีว่า “องค์หญิง … ไฉน อู่ อวี้
มาอยู่ที่นี่ได้…”
——————————–
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ