กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 684: จิบน้ําจัณฑ์ร่ําเมรัยสนทนาเต๋า
เมื่อได้ยินชื่อ อู่ อวี้ คนหนุ่มสาวซึ่งกำลัง ‘จิบ
น้ำจัณฑ์ร่ำเมรัยสนทนาเต๋า’ ก็ถึงกับหยุดชะงัก เมื่อ
รู้ถึงตัวตนของผู้ติดตาม องค์หญิงโย่วเสี่ย มายัง
สถานที่แห่งนี้ว่าเป็นผู้ใด
ในช่วงไม่กี่วันมานี้ มีข่าวลือหนาหูถึงชายผู้มีนาม
ว่า อู่ อวี้ ชายผู้ส่งสารแพร่กระจายข่าวเรื่อง บรรพ
ชนมารกลืนสวรรค์ ข่าวที่ทำให้ผู้คนจำนวนมาก
ต่างพาตื่นกลัว หลังจากนั้นไม่กี่วันก็มีเรื่องผิดปกติ
เกิดขึ้นใน ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง
อย่างไรก็ตาม เมื่อข่าวถูกส่งกลับมาดูเหมือนว่า
ความผิดปกตินั้นหาใช่เรื่องใหญ่โตอันใด
หลังจากนั้นก็มีข่าวว่า กองทัพมังกรเพลิง ได้
กลับมาจากที่นั่นแล้วเช่นกัน
ทว่านามของ อู่ อวี้ ผู้มาจาก ทวีปแห่งทวยเทพตง
เสิ้ง ได้สร้างความประทับใจให้กับพวกมันอยู่ไม่
น้อย โดยเฉพาะสองคนผู้เคยเข้าไปใน เส้นทาง
เซียนบรรพกาล
อย่างไรก็ตาม คนทั้งสองคนหาได้มีบทบาท
สลักสำคัญในเรื่องนี้แต่อย่างใด
เมื่อมีคนไต่ถาม องค์หญิงโย่วเสี่ย จึงตอบว่า ”
หลังจากที่พวกเจ้าออกจากเส้นทางเซียนบรรพ
กาล ข้ากับ อู่ อวี้ ก็เริ่มมีมิตรภาพที่ดีต่อกัน เขาได้
ช่วยเหลือข้าไว้หลายเรื่อง เพื่อเป็นการตอบแทน
ต่อจากนี้เขาจะคอยติดตามข้าและฝึกฝนร่วมกัน…
”
คำตอบของนางทำให้พวกมันถึงกับตกตะลึง พวก
มันทั้งหมดล้วนเป็นสหายของ องค์หญิงโย่วเสี่ย
ซึ่งถ้าให้กล่าวถึงศักดิ์ฐานะก็ต่ำศักดิ์กว่านางแค่
เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ถึงกระนั้นโอกาสที่จะได้
ติดตาม องค์หญิงโย่วเสี่ย ก็ยังน้อยนิด
ในทางตรงกันข้ามดูเหมือนว่า อู่ อวี้ จะสามารถอยู่
กับนางได้ตลอดเวลา ?
” อย่าได้แปลกใจ ทุกคนล้วนแล้วแต่เป็นสหายของ
ข้าทั้งสิ้น ซึ่งก็เท่ากับว่าทุกคนล้วนมีวาสนาต่อกัน
ถึงได้มาพบพานกันเยี่ยงนี้ ” เมื่ออยู่ที่นี่ องค์หญิง
โย่วเสี่ย ไม่ได้วางตัวเย่อหยิงแต่อย่างใด แต่พูดคุย
ด้วยความผ่อนคลายเรียบง่าย ” ว่าแต่หัวข้อของ
วันนี้คือ ‘จิบน้ำจัณฑ์ร่ำเมรัยสนทนาเต๋า’ ถ้าเช่นนั้น
ทุกคนก็ควรทำตัวตามสบาย อย่าได้ใส่ใจกับเรื่อง
เล็กน้อย เช่นนั้นข้าจะแนะนำทุกคนให้ อู่ อวี้ ได้
รู้จักพวกเจ้าก่อนก็แล้วกัน ”
หลังจากนั้นสตรีที่นั่งถัดจากนางก็กล่าวขึ้น นางดู
เป็นหญิงสาวรูปร่างกระทัดรัดดูขี้เล่นน่ารักน่าชัง
เป็นอย่างมาก ๆ แต่งกายด้วยชุดกระโปรงยาวสี
ชมพู บนศีรษะประดับประดาด้วยเครื่องประดับรูป
ผีเสื้อตัวเล็ก ๆ ดูแปลกตาน่าค้นหา ก่อน องค์หญิง
โย่วเสี่ย จะเดินทางมาถึง นางเป็นจุดสนใจของทุก
ผู้คนในนี้
เมื่อได้ยิน องค์หญิงโย่วเสี่ย กล่าวออกมาเช่นนั้น
นางทำได้แค่เพียงปฏิบัติตามคำสั่งคอยแอบมอง อู่
อวี้ อย่างลับ ๆ นางดูจะอยากรู้อยากเห็นเป็นอย่าง
มาก แต่ถึงกระนั้นนางก็แนะนำตัวเองเป็นคนแรก
” ข้าชื่อ โย่ว เสี่ยวเตี๋ย ”
องค์หญิงโย่วเสี่ย กล่าวเสริมขึ้นว่า ” นางคือ
น้องสาวของข้า เป็นบุตรีของท่านอาข้า ”
นางเป็นบุตรีของเจ้านครหยวน ไม่น่าแปลกใจเลย
ว่าเหตุใดหน้าตาของทั้งสองจึงละม้ายคล้ายกันถึง
เพียงนี้
หลังจากนั้น โย่ว เสี่ยวเตี๋ย เริ่มแนะนำตัว คนอื่นก็
เริ่มทยอยแนะนำตัวตาม กล่าวได้ว่าคนเหล่านี้ล้วน
เป็นผู้ทรงเกียรติศักดิ์ฐานนะสูงส่งโดดเด่น เป็นบุตร
คนใหญ่คนโต บางคนมียศฐาบรรดาศักดิ์สูงส่งอยู่
ใน จักรวรรดิเป่ยหมิง ทรงอำนาจมีกองทัพอยู่ใน
มือ บางคนเป็นบุตรเจ้านคร ส่วนบางคนก็เป็นเจ้า
แคว้น
แม้ว่าจะไม่สามารถเปรียบเทียบกับ องค์หญิงโย่ว
เสี่ย แต่ความเป็นจริงที่ว่า แต่ละคนมีผู้หนุนหลัง
ยิ่งใหญ่ทรงอำนาจนั้น ไม่ใช่สิ่งที่ อู่ อวี้ จะรับมือได้
อู่ อวี้ จดจำพวกมันทีละคน หากภายภาคหน้าวัน
หนึ่งวันใด มีเหตุให้ต้องผูกมิตรกัน หรือแม้แต่ …
ขัดแย้งก็ตามที
สิ่งที่ประทับใจที่สุดคือ องค์หญิงโย่วเสี่ย ออกคำสั่ง
ให้คนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ นางหลบออกไปแล้วให้ อู่ อวี้
เข้ามานั่งแทนที่ ซึ่งถือว่านางไม่ให้เกียรติคนผู้นั้น
เป็นอย่างมาก ทั้งยังทำให้พวกมันต้องหงอไปตาม
ๆ กัน หลังจาก โย่ว เสี่ยวเตี๋ย แนะนำตัวเป็นคน
แรก คนต่อไปก็คือบุตรชายของเจ้า ‘ แคว้นเป่ยจี้ ‘
มีนามว่า ‘กูหมิง ‘
แคว้นเป่ยจี้ เป็นดินแดนที่กว้างใหญ่อยู่ล้อมรอบ
‘นครเซียนเหมันต์อุดร’ ร่ำลือกันว่าครั้งหนึ่งนคร
เซียนเหมันต์อุดรเคยเป็นหนึ่งในนครภายใต้การ
ปกครองของ แคว้นเป่ยจี้ อย่างไรก็ตามเนื่องจาก
ตำแหน่งที่ตั้งของมันมีความสำคัญมากเกินไป จึง
ได้ถูกแต่งตั้งเป็นอิสระจาก แคว้นเป่ยจี้ แล้วอยู่
ภายใต้การปกครองของ ‘นครหมิง’ โดยตรง ดังนั้น
โย่วหยวนจึงได้ถูกส่งมาประจำการที่นี่
แคว้นเป่ยจี้ กับ นครเซียนเหมันต์ อยู่ใกล้ชิดกัน
มาก ฉะนั้นความสัมพันธ์ของ กูหมิง กับ โย่ว เสี่ยว
เตี๋ย จึงดีมาก ๆ มาตั้งแต่วัยเยาว์แล้ว ด้วย
ความสัมพันธ์อันลึกซึ้งที่มีให้ต่อกัน พวกเขาน่าจะ
เป็นสหายเต๋าเคียงคู่
อย่างไรก็ตามอาจเป็นเพราะ องค์หญิงโย่วเสี่ย สั่ง
ให้ กูหมิง เขยิบถอยที่ให้กับ อู่ อวี้ มันจึงจ้องมอง
เขาด้วยสายตาไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง สำหรับมัน
แล้วมันรู้สึกเหมือนถูกหยามเกียรติที่ต้องสละที่นั่ง
ให้กับ อู่ อวี้ นับว่าเป็นอะไรที่น่าอัปยศอย่างยิ่ง
ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะมันรู้ว่า อู่ อวี้ มาจากทวีป
แห่งทวยเทพตงเสิ้ง
ซึ่งมันก็ไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใด องค์หญิงโย่วเสี่ย
ถึงให้ความสำคัญกับ อู่ อวี้ นักหนา
หลังจาก โย่ว เสี่ยวเตี๋ย แนะนำตัวแล้ว องค์หญิง
โย่วเสี่ย ก็พูดขึ้นว่า ” ถ้าเช่นนั้นทุกคนก็พูดคุย
สนทนาเต๋ากันต่อได้เลย อย่าทำให้การมาของข้า
กลายเป็นการทำลายบรรยากาศ ”
” จริงด้วย ถ้าฉะนั้นเรามาพูดคุยกันต่อเถอะ ” โย่ว
เสี่ยวเตี๋ย รีบกล่าวเห็นด้วยทำลายบรรยากาศอึมค
รึม ด้วยรอยยิ้มสดใส
“ ชะ…ใช่แล้ว ”
หลังจากนั้นฝูงชนก็เริ่มการสนทนา อู่ อวี้ ที่ยังไม่
ทราบกฎของพวกมัน จึงคอยดูสถานการณ์ไปก่อน
” แม้ว่าการสนทนาเต๋าจะเป็นสิ่งที่ดี อย่างไรก็ตาม
ทฤษฎีหลักคำสอนเต๋าภายใน ดินแดนโบราณเห
ยียนหวง ในทุก ๆ วันนี้ ถือเป็นสิ่งที่ก้าวหน้าเฟื่อง
ฟูเป็นอย่างยิ่ง นับว่าไร้ประโยชน์สิ้นดีที่คนเหล่านี้
มารวมตัวกัน จะบอกว่าเพื่อกระชับความสัมพันธ์
ข้าก็รู้สึกทะแม่ง ๆ อยู่ดี ” หมิงซวง รู้สึกไม่ค่อย
สบายใจนักกับการสนทนาเต๋าในครั้งนี้
อาจด้วยเพราะ หมิงซวง มีนิสัยตรงไปตรงมา จึง
เป็นเรื่องธรรมดาที่นางจะรู้สึกไม่ค่อยดี
ตะขิดตะขวงใจกับการกระชับมิตรภาพอันแสนเส
แสร้งของคนเหล่านี้
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ เข้าใจทุกอย่างเป็นอย่างดี ใน
โลกของผู้ฝึกตนพื้นฐานฝึกตนนับเป็นเรื่องสำคัญ
มีหลาย ๆ อย่างคล้ายคลึงกับอาณาจักรเซียน
มนุษย์ อย่างเช่นคนเหล่านี้ล้วนเป็นลูกหลานของ
คนใหญ่คนโต ซึ่งถ้าเป็นโลกมนุษย์แล้วก็มีอุปนิสัย
ไม่ได้แตกต่างกัน
หลังจากนั้นฝูงชนก็เริ่มถกเถียง ทฤษฎีมุมมองเต๋า
ของกันและกัน มีคนพูดหนึ่งก้าวออกมาเบื้องหน้า
ยกจอกสุรามาคราวะทุกคน หลังจากนั้นเขาก็เริ่ม
เอ่ยปากบอกเล่าประสบการณ์ความเข้าใจใน ‘เต๋า’
ของตนเอง อู่ อวี้ ไม่เคยฟังการเทศนาเต๋าของผู้อื่น
มาก่อน เนื่องจากปกติแล้วจะมุ่งมั่นทุ่มเทกับการ
ฝึกตนของตนเอง แล้วในเวลานี้ได้มารับฟังการ
เทศนาของคนอื่น มันก็เป็นความรู้สึกที่น่าสนใจไม่
น้อยทีเดียว
อันที่จริงแล้วระดับการฝึกตนของ อู่ อวี้ ต้อยต่ำ
กว่าคนอื่น เมื่อเหล่าอัจฉริยะพูดคุยถึงเต๋าของ
ตนเอง มันก็เป็นเหมือนการช่วยชี้นำทางให้กับ อู่
อวี้ ด้วยเช่นกัน
” เอาล่ะ… ข้ากล่าวจบแล้ว ขอขอบคุณทุก ๆ
ท่าน”
หลังจากคนคนหนึ่งกล่าวจบ ทุกคนก็เริ่มยกถ้วย
สุราขึ้นมา ด้วยเพราะนี่เป็นการสนทนาเต๋ากันแบบ
ส่วนตัว ดังนั้นจึงไม่อนุญาตให้คนนอกหรือข้ารับใช้
เข้ามาด้วย จากนั้นทุกคนก็เทเมรัยลงในแก้วสุรา
แล้วทำท่าคารวะให้แก่กัน
เมื่อ อู่ อวี้ เห็นว่าทุกคนกำลังรินสุรา อีกทั้งยัง
ได้รับฟังบทสนทนา เขาก็คิดว่าคำกล่าวของฝ่าย
ตรงข้ามนั้นไม่เลวทีเดียว การที่คนผู้นั้นยอมบอก
เล่าประสบการณ์ของตนเองให้ฟังเช่นนี้ ก็สมควร
แล้วที่จะดื่มอวยพรเพื่อให้เกียรติ ดังนั้นเขาจึงริน
เมรัยตามคนอื่น ๆ พร้อมกับยกแก้วแล้วดื่มมันรวด
เดียว
อย่างไรก็ตามด้วยความที่เป็นคนที่ตัดสินใจแล้ว
ต้องลงมือกระทำเลย เขาจึงยกดื่มทีรวดเดียวหมด
แก้ว หลังจากวางแก้วลง เขาก็แลเห็นว่าคนอื่นๆ
กำลังลิ้มรสชาติของมันอย่างช้า ๆ แม้กระทั่งชาย
คนแรกที่เป็นคนยกจอกขึ้นดื่ม ก็ยังดึงรสชาติของ
มันอย่างช้า ๆ
เมื่อนึกย้อนกลับไป รสชาติของเมรัยนี้เยี่ยมยอด
มากจริง ๆ ทั้งกลมกล่อม กลายเป็นกลิ่นหอมลอย
อบอวลอยู่ในช่องปาก หลังจากไหลลงสู่ช่องท้อง ก็
บังเกิดเป็นกระแสอบอุ่นสายหนึ่ง แพร่กระจายไป
ทั่วทั้งสรรพางค์กาย ช่วยบำรุงร่างกายให้เปล่งปลั่ง
แข็งแรงมากขึ้น นอกจากนี้สายตายังคมชัดกว่าแต่
เก่าก่อน มันเป็นสุราชั้นเลิศจริง ๆ สามารถ
เทียบเคียงได้กับผลของโอสถเลยทีเดียว
” สุราท้อเซียนชั้นเลิศ แต่เจ้ากลับดื่มมันหมดในคำ
เดียว? ดื่มเมรัยก็ต้องลิ้มรสชาติของมัน พวกที่มา
จาก ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง นี่ เป็นพวกหลังเขารึ
ไง… ” อู่ อวี้ เพิ่งดื่มเสร็จ ผู้ที่คอยเฝ้าสังเกตเขาอยู่
ก็กล่าวถากถางขึ้นทันที เมื่อได้ยินเช่นนั้นทุกคนก็
หันมามองทาง อู่ อวี้ บ้างก็หัวเราะ บ้างก็ส่าย
ศีรษะ เห็นได้ชัดว่าการดื่มของ อู่ อวี้ คล้ายคลึงกับ
พวกที่ดื่มอย่าง ตะกละตะกลาม พวกมันจึงแสดง
ท่าทางดูแคลนในพฤติกรรมเช่นนี้ของเขา
อู่ อวี้ ไม่คิดว่า กูหมิง จะกล่าวถากถางเขาเช่นนี้ นี่
สินะ ‘พวกเสแสร้ง’ ที่ หมิงซวง บอกเขา
แน่นอนว่า อู่ อวี้ ก็เกิดในพระราชวังเช่นกัน ดังนั้น
เขาจึงเข้าใจความรู้สึกของพวกมันที่คิดว่าตน
เหนือกว่าดี
” หุบปาก ” องค์หญิงโย่วเสี่ย มิได้คิดอันใดให้มาก
ความ ทันทีที่ได้ยินคำกล่าว สีหน้าของนางก็
แปรเปลี่ยนไป จากนั้นก็ตะคอกขึ้นทันที
สรรพสิ่งเงียบลงในบัดดล
สีหน้าของ กูหมิง แดงก่ำ ยามนี้มันรู้สึกอับอายเป็น
อย่างยิ่ง มันไม่คาดคิดว่าเพราะ ‘คนนอก’ องค์
หญิงโย่วเสี่ย ถึงขนาดกล่าวเช่นนี้กับมัน อันที่จริง
แล้วมันก็แค่พูดความจริงเท่านั้น ซึ่งสิ่งนี้ทำให้มัน
รู้สึกมีโทสะมากจริง ๆ อย่างไรก็ตาม มันไม่เข้าใจ
ว่าทำไม องค์หญิงโย่วเสี่ย ถึงตีค่า อู่ อวี้ ไว้สูง
เช่นนี้ รวมถึงท่าทีของ โย่ว เสี่ยวเตี๋ย ในที่สุดมันก็
เข้าใจว่า การที่มันกล่าวเยาะเย้ยอู่ อวี้ ออกไป
เช่นนั้น เป็นการสร้างความลำบากใจให้แก่ องค์
หญิงโย่วเสี่ย
ดังนั้นมันจึงรีบกล่าวขออภัยอย่างรวดเร็ว ” สหาย
อู่ อวี้ ข้าพึ่งพูดจาไม่สุภาพไป ขออภัยจริงๆ ”
อู่ อวี้ ยิ้มแล้วพูดว่า ” ไม่เป็นไร เจ้ากล่าวถูกแล้ว
สุรานี้รส เลิศจริง ๆ ข้าคงต้องค่อยๆ ลิ้มรสชาติ
มัน ”
ข้อพิพาทครั้งนี้ได้จบลงแล้ว แต่หลังจากที่จบลง
ทุกคนก็ยังคงจมอยู่ในความคิดของตนเอง ทว่า
บุตรของเจ้าแคว้นเป่ยจี้อย่าง กูหมิง กลับรู้สึกหดหู่
ใจเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อเห็น องค์หญิงโย่วเสี่ย ออกตัวปกป้อง อู่ อวี้
ทุกคนก็ตระหนักในทันทีว่าควรให้เกียรติเขา ทั้งยัง
เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีต่อ อู่ อวี้ ให้ดีขึ้นมาก
ส่งผลให้ในการสนทนาเต๋าในครั้งนี้ มีผู้คนมากมาย
เข้ามาเข้ามาสร้างสัมพันธ์กับ อู่ อวี้ มากขึ้น
” เจ้าเพิ่งมาที่นี่เป็นครั้งแรก แค่ฟังอย่างเดียวก็พอ
อย่าเพิ่งพูดอะไร ” เมื่อการสนทนามาถึงคราวของ
อู่ อวี้ เขาก็รู้สึกอึดอัดเล็กน้อยเนื่องจากไม่รู้ว่าควร
พูดอะไรดี ดังนั้น องค์หญิงโย่วเสี่ย จึงช่วยกอบกู้
สถานการณ์ให้เขา
แน่นอนว่าคนอื่น ๆ ก็รู้สึกเกียจคร้านเกินไปที่จะฟัง
เขาด้วยเช่นกัน
กล่าวตามตรง การได้รับฟังพวกมันสนทนาเต๋ากัน
อย่างละเอียดในวันนี้ ช่วยเปิดหูเปิดตาให้กับ อู่ อวี้
อย่างแท้จริง ปัญหาก่อนหน้านี้ที่ติดขัด ล้วนได้รับ
การแก้ไขไปบางส่วน นับเป็นโชควาสนาอย่าง
แท้จริง
นอกจากนี้สุราชั้นเลิศอย่าง ‘สุราท้อเซียน’ ยังออก
ฤทธิ์แรงมากกว่าโอสถเสียอีก หลังจากดื่มเสร็จ
ท้องของเขาก็ร้อนไปหมด มีส่วนช่วยหนุนเสริม
ปรับแต่งพลังในตำหนักม่วงทะเลมรกตของ อู่ อวี้
ขึ้นอย่างมาก
เห็นได้ชัดว่าสุราชั้นเลิศที่ ‘วังกำสรวลสลายโศก’
นำมา ซึ่งราคาของมันก็คงจะไม่ใช่น้อย ๆ เลย คง
มีแต่พวกชนชั้นสูงเช่นนี้เท่านั้น ที่สามารถซื้อมัน
มาได้ นอกจากนี้ยังเป็นการแสดงถึงศักดิ์ฐานะด้วย
” พูดก็พูดเถอะ การร่ำเมรัยสนทนาเต๋าในครั้งนี้ มี
ประโยชน์มากจริง ๆ เพียงแต่กฎเกณฑ์ และ
รูปแบบของมัน อาจจะดูเสแสร้งไปบ้าง ”
ซึ่งท่ามกลางความมีประโยชน์ ก็มีความเสแสร้ง
เกินจริงไปมากมาย เช่นการดื่มเมรัย บางครั้งก็ต้อง
ทำท่าให้ถูกต้อง …
หลังจากผ่านไปนานการ ‘การร่ำเมรัยสนทนาเต๋า’
ก็จบลง ซึ่งโดยทั่วไปแล้วก็ไม่มีใครกล่าวถึง
ประโยชน์ที่ได้จากในครั้งนี้ นอกจาก อู่ อวี้
องค์หญิงโย่วเสี่ย เตรียมตัวจะจากไปแล้ว แน่นอน
ว่า อู่ อวี้ ก็ต้องติดตามนางไปเช่นกัน
จากนั้นทุกคนก็ลุกขึ้นยืนเพื่อส่งนาง
ในระหว่างการสนทนาเต๋านางเป็นสหาย แต่ใน
เวลานี้นางได้กลับกลายเป็นองค์หญิงอีกครั้ง สูงส่ง
เหนือผู้คน
อู่ อวี้ รู้สึกว่าการเก็บเกี่ยวในวันนี้ไม่เลวเลย
ถึงแม้ว่าเขาจะมีความแข็งแกร่งในการต่อสู้มาก
เพียงใด แต่ในใจของเขาก็ตระหนักอย่างชัดเจนว่า
สำหรับผู้ฝึกตนแล้วความเข้าใจใน ‘เต๋า’ เป็นการ
ยกระดับพื้นฐานฝึกตน ให้บรรลุกลายเป็นเซียน
อมตะ
มิฉะนั้น ก็กลายเป็นแค่ผู้แข็งแกร่งในหมู่มนุษย์
เท่านั้น
ไม่คาดคิดว่าขณะที่กำลังจะจากไป อยู่ ๆ ก็มีคน
ผลักเปิดประตูเข้ามา อู่ อวี้ แลเห็นว่าบุคคลผู้นี้
เป็นชายหนุ่มแสนองอาจกล้าหาญ สวมใส่ชุด
เกราะสีม่วง เห็นได้ชัดว่ามันเป็นศาสตราเต๋าวิถีแท้
ในระดับที่สูงมาก จนดูเสมือนดั่งบุคคลผู้ทรง
อำนาจ ถึงแม้จะแสดงท่าทางเฉยเมย แต่ก็เปี่ยมล้น
ไปด้วยบารมีอันน่าเกรงขาม ความแน่วแน่มั่นคง
และ ความเหี้ยมหาญอันเหน็บหนาว ดู เสมือนดั่ง
ได้รับการขัดเกลา ออกมาจากสนามรบอย่าง
แท้จริง แม้แต่ ‘กูหมิง’ ยังไม่สามารถเทียบเคียงได้
” องค์หญิง! ” บุคคลผู้นี้เข้ามา ก็เรียกหาองค์หญิง
โย่วเสี่ยทันที
เมื่อองค์หญิงโย่วเสี่ยแลเห็นเขา ก็แสดงท่าทางไม่มี
ความสุขเล็กน้อย นางกล่าวว่า ” อินเสวียน เจ้ามา
ได้อย่างไร แถมยังแสดงท่าทางหยาบคายเช่นนี้
อีก!”
ถึงแม้ อู่ อวี้ ไม่รู้จักบุคคลนี้ แต่เขารู้ความคิดของ
องค์หญิงโย่วเสี่ย ในเวลานี้นางรู้สึกสับสน และ
เบื่อหน่ายเป็นอย่างยิ่ง เห็นได้ชัดว่านางไม่พอใจ
แต่อีกฝ่ายก็ยังกล้ากระทำเช่นนี้ กล่าวได้ว่าตัวตน
ของมันใน จักรวรรดิเป่ยหมิง มีศักดิ์ฐานะค่อนข้าง
สูงส่งเป็นอย่างยิ่ง
อินเสวียน ส่าวหัวอย่างรวดเร็วแล้วกล่าวว่า ” ข้า
ขอโทษ ข้าแค่กังวลใจมากเกินไป ขออภัยด้วยองค์
หญิง ” มันรีบโค้งคำนับ จากนั้นก็หันมามองทาง อู่
อวี้ คาดว่าเหตุผลที่มันรีบเร่งมาเช่นนี้ เป้าหมาย
คงอยูที่ตัวเขา
‐‐‐‐‐‐‐‐‐‐‐‐‐‐‐‐‐‐‐‐‐‐‐‐‐‐‐‐‐‐‐‐
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ