กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 685: อิน เสวียน
อยู่ ๆ คนผู้นี้ก็ปรากฏตัวขึ้นทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกแปลก
ใจเช่นกัน
ปัจจุบันที่นี่คนก็ค่อนข้างคับคั่งอยู่แล้ว ส่งผลให้
สภาพอันปัจจุบันค่อนข้างอึดอัด องค์หญิงโย่วเสี่ย
ไม่ค่อยพอใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นเช่นนี้ นางจึงกล่าว
ขึ้นว่า ” ข้าถาม…ว่าเจ้ามาที่นี่ทำไม? ”
เมื่อนางพูดเช่นนี้ออกมา นางก็แอบพูดคุยกับ อู่
อวี้ ผ่านทางกระแสจิตว่า ” ชายผู้นี้เป็นหลานชาย
ของ อิน กั๋วกง แห่งจักรวรรดิเป่ยหมิง นามว่า อิน
เสวียน อิน กั๋วกง เป็นขุนนางชั้นสูงใน ‘นครหมิง’
ความแข็งแกร่งของมันน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง
ตระกูลของมันที่อยู่ภายใน จักรวรรดิเป่ยหมิง ทรง
อำนาจเป็นยิ่งนัก กล่าวได้ว่าติดอยู่ในสิบอันดับ
แรกเลยก็ว่าได้ ข้าได้พบมันมาตั้งแต่เด็ก ด้วย
ความชมชอบ มันจึงพยายามที่จะตามตื๊อข้ามา
นานแล้ว ”
องค์หญิงโย่วเสี่ย รีบแจ้งถึงตัวตนของมันให้ อู่ อวี้
ได้รับทราบอย่าง
นางดูมีโทสะอยู่ไม่น้อยทีเดียว เดิมที อิน เสวียน
อยู่ใน ‘นครหมิง’ การที่มันปรากฏกายที่นี่ แสดงว่า
มันกำลังแอบสะกดรอยตามนางอยู่ ด้วยเหตุนี้ องค์
หญิงโย่วเสี่ย จึงไม่อนุญาตให้มันเข้ามา
บางทีก่อนหน้านี้ อาจเป็นเพราะนางไม่ได้รู้สึกพึง
ใจในตัวของ อิน เสวียน อีกอย่างตอนนี้
สถานการณ์ก็เปลี่ยนแปลงไปแล้ว นางต้องพึ่งพา
อู่ อวี้ ดังนั้นเรื่องสหายเต๋าเคียงคู่จึงไม่จำเป็น
สำหรับนางอีกต่อไป ยิ่งไปกว่านั้น อิน เสวียน ยัง
เป็นผู้ไล่ตามนางเพียงแค่ฝ่ายเดียว
ทุกวันนี้นางพยายามสร้างความประทับใจดี ๆ เพื่อ
เรียกคะแนนความเห็นใจกับ อู่ อวี้ แต่ทันทีที่ อิน
เสวียน ปรากฏตัวขึ้น แผนของนางก็พังไม่เป็นท่า
อันที่จริงไม่ว่าจะเป็นรู้ความรู้สึกนึกคิดของนาง
ทั้งหมด อู่ อวี้ เข้าใจทุกอย่างชัดเจนเป็นอย่างดี
อิน เสวียน มีอายุค่อนข้างมากแล้ว คาดว่าน่าจะ
ซักประมาณเจ็ดสิบหรือไม่ก็แปดสิบปี ด้วยเหตุนี้
มันจึงไม่สามารถเข้าไปใน เส้นทางเซียนบรรพกาล
เหมือนคนอื่น ๆ ได้ สายตาของมันอ่อนโยนขณะ
จ้องมองนางแล้วพูดขึ้นว่า ” ข้าได้ยินมาว่าท่านมา
นครเซียนเหมันต์อุดรเพียงลำพัง ด้วยเพราะเป็น
ห่วงเรื่องความปลอดภัยของท่านข้าเลยติดตามมา
แม้ว่าจะไม่สามารถพาท่านมาด้วยตนเองได้ ทว่า
อย่างน้อยก็สามารถมารับท่าน … ”
อันที่จริงแล้วมันมาเฝ้าสังเกตการณ์ อู่ อวี้ ด้วย
เพราะได้ยินกิตติศัพท์หลายอย่างของเขา นี่คืออีก
หนึ่งวัตถุประสงค์นอกจากมาหาองค์หญิงโย่วเสี่ย
องค์หญิงโย่วเสี่ย กล่าวอย่างไม่แยแส ” พลังฝีมือ
ของเจ้าไม่ได้เหนือกว่าข้า แล้วไฉนข้าต้องพาเจ้า
มาด้วย ยิ่งไปกว่านั้นที่นี่คือ จักรวรรดิเป่ยหมิง
ไม่ใช่ เส้นทางเซียนบรรพกาล แถมที่นี่ยังอยู่
ภายในอาณาเขตของข้า แล้วข้าจะต้องกลัวอันใด?
เจ้าเธอเป็นบุคคลสำคัญ มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบ
ยังไม่ยอมรีบกลับไปทำหน้าที่ของตน เพื่อรับใช้
ชาติอีกเช่นนั้นรึ! ”
วันนี้ นางไม่อยากข้องแวะยุ่งเกี่ยวกับคนผู้นี้
คำพูดนี้สำหรับ อิน เสวียน แล้วเหมือนกับถูกฉีก
หน้าอย่างแรง ด้วยเพราะ องค์หญิงโย่วเสี่ย ไม่เคย
แสดงท่าทีเย็นชาไม่แยแสกับมันเช่นนี้มาก่อน เมื่อ
ถูกตอกหน้ากับเช่นนี้ มันก็ตกตะลึงจนยืนอึ้งไป
ชั่วขณะ จ้องมอง องค์หญิงโย่วเสี่ย ด้วยสายตาไม่
อยากเชื่อ ยามนี้คนอื่น ๆ ต่างก็รู้สึกอึดอัดลำบาก
ใจเช่นกัน เมื่อเห็นบรรยากาศมาคุ โยว่เสี่ยว เตี๋ย
จึงกล่าวกับ องค์หญิงโย่วเสี่ย ขึ้นว่า ” ท่านพี่หญิง
เขานั้นเจตนาดี ท่านอย่าได้ตำหนิผลักไสไล่ส่งเขา
ไปเลย … ”
” หุบปาก! ” องค์หญิงโย่วเสี่ย กล่าวขึ้นอย่าง
หนาวเย็น ขณะจ้องมอง อิน เสวียน หลังจากนั้น
นางก็หันกลับไปหา อู่ อวี้ แล้วพูดว่า ” เราไปจาก
ที่นี่กันเถอะ ”
“ช้าก่อน” อิน เสวียน รีบร้องตะโกนรั้งนางไว้ รู
ม่านตาของมันหรี่เล็กลง ขณะจ้องมองไปยัง อู่ อวี้
หลังจากนั้นมันก็ตะเบ็งพูดขึ้นว่า ” องค์หญิง ท่าน
ไม่เคยเย็นชากับข้าเช่นนี้มาก่อน แต่วันนี้ท่านกับ
พูดจาเช่นนี้กับข้า เป็นเพราะชายที่ชื่อ อู่ อวี้ ใช่
หรือไม่? ข้าสงสัยจริง ๆ เจ้าคนชั้นต่ำอย่าง อู่ อวี้
ผู้นี้มันมีดีอะไร? มันมาจากดินแดนทุรกันดาร ไฉน
องค์หญิงถึงต้องให้ความสำคัญกับมันมากมาย
เยี่ยงนี้ จนถึงขนาดต้องมารับมัน? ”
ในความเป็นจริงมันก็เคยได้ยินกิตติศักดิ์ของ อู่ อวี้
มาบ้างแล้วเพราะเหตุนี้ ภายในหัวใจของมันทั้ง
ร้อนรน ทั้งหวาดกลัว จึงเร่งรีบมาที่นี่
เมื่อทุกคนได้ยินสิ่งที่ อิน เสวียน เอ่ยออกมา ก็ทำ
ให้พวกเขารู้สึกตกตะลึงอยู่ไม่น้อย ไม่มีผู้ใดคาดคิด
ว่ามันจะหุนหันพลันราวกลับไปกินดีหมีมา ถึงได้
หาญกล้าพูดกับองค์หญิงเช่นนี้ หากคิดอย่าง
รอบคอบ อิน กั๋วกง นั้นเป็นตระกูลทรงอำนาจที่มี
สิทธิ์มีเสียงในราชสำนัก แน่นอนว่าความขัดแย้ง
ของคนรุ่นเยาว์เช่นนี้ ผู้อาวุโสหาได้สนใจไม่ ด้วย
เพราะมันเป็นผู้เดียว ที่หาญกล้าตามเกี้ยวพาราสี
เทียวไล้เทียวขื่อ องค์หญิงโย่วเสี่ย
ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน หากให้คนหนุ่มสาวอย่าง
พวกมันตัดสิน พวกมันต่างมั่นใจเต็มร้อยว่า องค์
หญิงโย่วเสี่ย ต้องพึงพอใจในตัว อู่ อวี้ อย่าง
แน่นอนที่สุด ถึงได้มานครเซียนเหมันต์ด้วยตนเอง
อีกทั้งยังดูแล อู่ อวี้ เป็นอย่างดี
ถึงพวกมันจะคิดเช่นนั้น ทว่าชายผู้นี้ไม่มีสิ่งใดจะ
สามารถมาเปรียบเทียบกับพวกมันได้เลย ด้วย
พื้นฐานของเขาอยู่เพียงแค่ตำหนักม่วงทะเลมรกต
แล้วจะมีคุณสมบัติคู่ควรอันใดมานั่ง ‘จิบน้ำจัณฑ์
ร่ำเมรัยสนทนาเต๋า’ กันเล่า?
อิน เสวียน ย่อมเป็นคนที่ไม่เข้าใจเกี่ยวกับ
ความสัมพันธ์ของมัน กับ องค์หญิงโย่วเสี่ย ก่อนที่
นางเข้าไปใน เส้นทางเซียนบรรพกาล บางครั้งบาง
ครานางยังเรียกมันว่า พี่ชายอิน แต่มาวันนี้นาง
กลับทำเฉยเมยไม่แยแสมัน แน่นอนว่าต้องเป็น
เพราะ อู่ อวี้!
ด้วยเหตุนี้ความเกลียดชังทั้งหมดของมัน จึงถูก
ย้ายไปที่ อู่ อวี้ เต็ม ๆ ในเวลานี้ดวงตาของมันแดง
ก่ำราวโลหิต จ้องมอง อู่ อวี้ ราวกลับจะกินเลือด
กินเนื้อแล้วตะโกนขึ้นว่า ” เจ้าหนู จงฟังให้ดีว่าที่นี่
คือ จักรวรรดิเป่ยหมิง! อย่าได้มากำแหงกำเริบเสิบ
สาน เจ้ามันแค่ทาสชั้นต่ำน่ารังเกียจ! เป็นแค่
คางคกชั้นต่ำอย่าได้ริเผยอกินเนื้อห่านฟ้า
ไม่เช่นนั้นผลลัพธ์ที่ได้จะเลวร้ายมากเพียงใด เจ้าก็
น่าจะรู้ดีอยู่แก่ใจ ”
ด้วยความกังวลใจ มันจึงได้พูดเช่นนี้ออกมา หาก
มันรู้จักยับยั้งชั่งใจอยู่สักหน่อย แล้วเลือกที่จะพูด
ตักเตือน อู่ อวี้ เป็นการส่วนตัว ภาพลักษณ์ของ
มันก็อาจจะดีกว่านี้
” อิน เสวียน! ไสหัวไปเดี๋ยวนี้! ” องค์หญิงโย่วเสี่ย
มีโทสะเป็นอย่างมาก นางรู้ตัวเองเป็นอย่างดีว่า
ควรทำอะไรและไม่ควรทำอะไร นางถึงจะมีชีวิต
รอด ทำให้นางไม่กล้าเกลียดชัง อู่ อวี้ แม้แต่น้อย
อย่างไรก็ตาม อิน เสวียน ยังคงกล้าหาญที่จะพูด
กับนางต่อ ดวงตาของมันแดงก่ำขณะจ้องมอง
องค์หญิงโย่วเสี่ย ” องค์หญิง ในวันนี้ข้าจะขอพูด
ให้ชัดเจนว่าข้ารักท่าน ข้าจะรักท่านไปจนกว่าชีวิต
จะหาไม่ ข้ารู้ว่า ‘จอมจักรพรรดิหมิงไห่’ ได้คิดจะ
หมั้นหมายท่านให้ข้า ไม่ว่า องค์หญิงโย่วเสี่ย จะ
รับรักข้าหรือไม่ก็ตาม แต่ข้าก็ยังคงมุ่งมั่นแน่วแน่
เฝ้ารอจนกว่าท่านจะยินยอมรับรัก คนอย่าง อู่ อวี้
มันยังไม่ถูกนับเป็นคนของ อาณาจักรโบราณเห
ยียนหวง ด้วยซ้ำ ทั้งยังมีชาติกำเนิดต่ำต้อย หาได้
คู่ควรกับองค์หญิง ขอให้องค์หญิงทบทวนดูอีกครั้ง
ด้วยเถิด! ”
“ไสหัวไปเดี๋ยวนี้! ” ทางด้านของ องค์หญิงโย่วเสี่ย
ยังคงยืนกรานเจตจำนงเดิม ด้วยเพราะนางไม่อาจ
รับรักมันได้จริง ๆ ส่วน ‘จอมจักรพรรดิหมิงไห่’ ก็
กำลังตามหาคู่ครองที่เหมาะสมกับนาง ซึ่ง อิน
เสวียน ก็เป็นหนึ่งในผู้สมัคร
ไม่เพียงแค่นางจะใช้คำพูดเสียดแทง แต่ทันใดนั้น
นางกลับโจมตีสมทบเข้าไปอีก นางเพียงโบกสะบัด
มือ ฉับพลันมีไอเย็นยะเยือกพัดผ่านไปหา อิน
เสวียน เมื่อทุกคนเห็นว่า องค์หญิงโย่วเสี่ย เริ่ม
โจมตีต่างก็ร้องอุทานออกมาด้วยความไม่อยากเชื่อ
สีหน้าของ อิน เสวียน เต็มไปด้วยความกังขา อันที่
จริงมันก็รู้ว่าตนเองนั้นล้ำเส้นวุ่นวายกับนางมาก
เกินไป แต่มันก็ไม่เคยคาดคิดว่า องค์หญิงโย่วเสี่ย
จะไม่เหลียวแลทำเมินเฉยกับความรักที่มันมีให้แก่
นางมานมนานหลายปีเช่นนี้ สีหน้าของมันเต็มไป
ด้วยความเจ็บปวดระทมขมขืน ถึงกระนั้นมันก็
ไม่ได้ตอบโต้ใด ๆ กลับไป ต่อให้มันตอบโต้ก็ยากจะ
ทานทนกับเคล็ดวิชาเขาเต๋าของ องค์หญิงโย่วเสี่ย
ในเวลานี้ร่างของมันถูกห่อหุ้มลอยน้ำแข็งไม่อาจ
ขยับเขยื้อนร่างกายได้ ร่างของมันถูกแช่แข็งราว
กับประติมากรรม
อากาศที่ทุกผู้คนสูดเข้าไปในตอนนี้เต็มไปด้วยไอ
เย็น แม้แต่ โยว่เสี่ยว เตี๋ย กับ กูหมิง ก็ไม่สามารถ
ป้องกันได้
“ไปกันเถอะ” องค์หญิงโย่วเสี่ย กำลังจะพา อู่ อวี้
ออกจากวังกำสรวลสลายโศก
อู่ อวี้ คิดว่าในเวลานี้เขาควรทำเช่นไรดี ถึงจะ
ได้รับความก้าวหน้าอันใหญ่หลวงมากที่สุดใน
จักรวรรดิเป่ยหมิง เพื่อกลายเป็นผู้แข็งแกร่งให้จง
ได้
” การต่อสู้, รู้แจ้งในเต๋า, เวทีที่ยิ่งใหญ่มากกว่านี้, คู่
ต่อสู้ที่แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น, จังหวะและโอกาสที่ดี
ที่สุด, ทุกสิ่งเหล่านี้ล้วนจำเป็นยิ่ง เนื่องจากที่นี่ข้ามี
องค์หญิงโย่วเสี่ย คอยให้การสนับสนุนอยู่ ดังนั้น
ข้าจึงสามารถปล่อยวางเรื่องราวทั้งหมด แล้ว
ทุ่มเทไปที่การยกระดับความก้าวหน้าของตนเอง! ”
การใช้ผู้สนับสนุนอย่างเหมาะสม จะช่วยให้ตนเอง
มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น
บัดนี้ อินเสวียน ได้จับจ้องมายังเขา ไม่นานนักเขา
ก็พบว่ามันกำลังหาเรื่องตนเองอยู่ ถึงแม้ว่ามันจะ
อยู่ภายในก้อนน้ำแข็ง แต่สายตาที่จับจ้องมายัง อู่
อวี้ ล้วนเต็มไปด้วยเจตนาสังหาร
มันไม่ยินยอม
” ถ้าไม่พอใจ ก็เข้ามา ”
องค์หญิงโย่วเสี่ย ก้าวเดินผ่าน อู่ อวี้ มา
ประจันหน้ากับ อิน เสวียน ดวงตาคนทั้งสองปะทะ
กันอย่างดุร้าย จนแทบจะระเบิดเป็นเปลวเพลิง
พวยพุ่งออกมา
อู่ อวี้ หยุดฝีเท้า จากนั้นก็กล่าวขึ้นอย่างชัดเจน
ท่ามกลางฝูงชนว่า ” สหายผู้นี้ ดูเหมือนว่าท่านจะ
ดูถูกความแข็งแกร่งของข้าเสียเหลือเกิน อยากรู้
มิใช่หรือว่าข้ากล้าหรือไม่ ถ้าเช่นนั้นก็เข้ามาต่อสู้
กันอย่างตรงไปตรงมา หากแพ้ก็ยอมรับ อย่าได้
โทษปี่โทษขลุ่ย หรือเย้ยหยัน ตกลงหรือไม่? ”
เหตุที่เขาตอบโต้กลับไปเช่นนี้ ก็เพราะมั่นใจว่า
ตนเองนั้นมีเมฆาตลบฟ้า ไม่ว่าจะตกอยู่ใน
สถานการณ์เสียเปรียบมากเพียงใดก็สามารถเอา
ชีวิตรอดได้ ต่อให้ต้องต่อสู้กับผู้ที่แข็งแกร่งกว่า
หรือใช้คนจำนวนมากเขา แต่เขาก็หาได้เกรงกลัว
แม้แต่น้อย เพราะเขาต้องการตกอยู่ในสถานการณ์
เสียเปรียบถึงที่สุด ตราบใดที่ยังไม่ตาย การต่อสู้ใน
ครั้งนี้ อาจเป็นผลดีต่อเขาอย่างมหาศาล
ต่อสู้เพื่อรู้แจ้งในเต๋า นี่คือความคิดของ อู่ อวี้
นอกจากนี้เมฆาตลบฟ้า ยังถือเป็นสิ่งสำคัญในการ
ต่อสู้ครั้งนี้
แน่นอนว่าทันทีที่เขาตอบโต้กลับไป มันได้ทำให้
เหล่าผู้เยาว์หนุ่มสาว รู้สึกไม่อยากจะเชื่อกับคำพูด
ของเขา ไม่ว่าจะเป็น กูหมิง, โย่ว เสี่ยวเตี๋ย และ
คนอื่น ๆ ต่างพากันดวงตาเบิกโพลงด้วยความไม่
อยากจะเชื่อ พวกมันจะไปคิดได้อย่างไรว่า คนต่าง
ถิ่นผู้มาจากแดนทุรกันดารอย่าง อู่ อวี้ จะมีความ
อาจหาญถึงขนาดท้าทายหลานชายของอินกั๋วกง?
ในอนาคตมันคือคนที่จะกลายเป็นบุคคลอันดับหนึ่ง
แห่งอาณาจักรอิน และตระกูลของมันจะกลายเป็น
หนึ่งในเสาหลักของ จักรวรรดิเป่ยหมิง
ยิ่งไปกว่านั้น คนที่เริ่มท้าทายก่อนก็คือ อู่ อวี้ เป็น
ที่ชัดเจนว่า อิน เสวียน ต้องการสังหารเขาอยู่แล้ว
ทว่า องค์หญิงโย่วเสี่ย ได้หยุดยั้งมันเอาไว้ ดังนั้น
มันจึงไม่คิดว่าจะมีโอกาสดี ๆ เช่นนี้
อินเสวียน ฉีกกระชากน้ำแข็งออกมา ดวงตาของ
มันเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเล็กน้อย จากนั้น
มันก็กล่าวว่า ” เจ้ากล่าวกับข้าเช่นนี้จริง ๆ งั้นรึ ”
มันมองไปที่ องค์หญิงโย่วเสี่ย
องค์หญิงโย่วเสี่ย หันไปจับจ้อง อู่ อวี้ อย่างลึกล้ำ
แน่นอนว่านางไม่กล้าหยุด อู่ อวี้ เนื่องจากนางรู้ว่า
ภายในเวทีเซียนเหลียว อู่ อวี้ น่ากลัวมากเพียงใด
บางทีนางอาจจะรู้ว่าหลังจากนี้ อู่ อวี้ จะคิดเช่นไร
และในช่วงเวลาที่สายตาของนางประสานกับเขา
นางก็รู้ได้ในทันทีว่า อนาคตของจักรวรรดิเป่ยหมิง
หลังจากนี้ จะต้องบังเกิดความปั่นป่วนโกลาหลขึ้น
จากบุคคลผู้นี้อย่างแน่นอน
” ชนะเป็นจ้าวแพ้เป็นโจร ถึงจะพูดจาสูงเช่นไรก็
คงไร้ประโยชน์ สู้กันจริง ๆ นี่ต่างหากล่ะวิธี
ตรงไปตรงมาที่สุด ” คำกล่าวของ องค์หญิงโย่ว
เสี่ย ช่วยตอบข้อสงสัยของ อินเสวียน ซึ่งคำกล่าว
นี้เห็นได้ชัดว่า เป็นการยินยอมให้ อู่ อวี้ ต่อสู้กับ
มัน
ภาพที่เกิดขึ้นในชั่วขณะนี้เอง ทำให้ทุกคนรู้สึกตก
ตะลึงเป็นอย่างยิ่ง เรื่องนี้มันใหญ่เกินไปจริง ๆ
” วังกำสรวลสลายโศกแห่งนี้งดงามมากเกินไป คง
ไม่เหมาะสมนักถ้าเราจะมีเรื่องกันที่นี่ ข้าจะออกไป
รอเจ้าข้างนอก ” อู่ อวี้ไม่รอให้อิน เสวียนตอบรับ
จากนั้นก็เดินพา องค์หญิงโย่วเสี่ย ออกไปข้างนอก
ทันที ปล่อยให้กลุ่มคนยืนมองหน้ากันเลิ่กลั่กด้วย
ความมึนงง
” พี่ชายอินเสวียน สงบจิตใจในลงก่อน อู่ อวี้พึ่ง
สร้างวีรกรรมครั้งใหญ่ในเส้นทางเซียนบรรพกาล
เขาทำเช่นนี้มันต้องมีเหตุผลบางอย่าง จงอย่าได้
คว่ำเรือในบ่อโคลนตมเลย ” หนึ่งในคนที่ออกมา
จาก เส้นทางเซียนบรรพกาล กล่าวขึ้น
“ หึหึ ” อินเสวียน เช็ดมุมปากของตน จากนั้นก็
แสยะยิ้มเย้ยหยัน พร้อมกับจับจ้องไปยัง อู่ อวี้
ด้วยสายตาเย็นชา แล้วก้าวตามออกไป
เมื่อทุกคนเห็นเช่นนั้น ก็ตามมันออกไป จนกระทั่ง
ในเวลานี้มีผู้คนมากมายมารวมตัวกันเพื่อเข้าชม
การต่อสู้ ทั้งยังกลายเป็นข่าวใหญ่โตแผ่กระจาย
ออกไป ซึ่งแน่นอนว่าภายใน ‘วังกำสรวลสลาย
โศก’ เป็นสถานที่ซึ่งมีชนชั้นสูงมากมายมารวมตัว
กันอยู่ เมื่อได้ยินว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับ องค์หญิง
โย่วเสี่ย และ อิน เสวียน เหล่าชนชั้นสูงทั้งหมดก็
มารวมตัวกันอยู่ด้านนอก เพียงช่วงสั้น ๆ ก็มีผู้คน
มารวมตัวกันอยู่นับพัน มีแม้กระทั่งผู้แข็งแกร่งที่
อยู่ในอาณาจักรสามภัยพิบัติค้นหาเต๋า ผสมอยู่ใน
นั้นด้วย
นอกจากนี้ยันต์สื่อสารยังถูกนำมาใช้ติดต่อกัน
จ้าละหวั่น จนกระทั่งความขัดแย้งครั้งนี้ ทำให้นคร
เซียนเหมันต์อุดร ที่เคยเงียบสงบ กลายเป็นคึกคัก
เสมือนดั่งถูกปลุกให้ตื่น
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ